กัมมันตรังสี

All posts tagged กัมมันตรังสี

สึนามิญี่ปุ่น…ไม่กระทบไทย

Published สิงหาคม 7, 2011 by SoClaimon

6 เมษายน 2554, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/column/edu/back2sky/161443.

ภัยธรรมชาติ….ที่ยิ่งใหญ่ และรุนแรงสุดๆ ในยามนี้ คงไม่มีที่ไหนจะเกินกว่า คลื่นจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น อันสร้างผลกระทบและเสียหายเป็นวงกว้าง

โดยเฉพาะกับ กัมมันตรังสี ที่รั่วไหลสู่สภาพแวดล้อม ส่งผลให้ธุรกิจการค้า สินค้าเกษตร และอาหารทั่วโลกได้รับผลกระทบ ด้วย ผู้บริโภคหวั่นในความปลอดภัย…!!

สำหรับบ้านเรา….คุณอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และโฆษก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า…

จาก…..สถานการณ์แผ่นดินไหว และ สึนามิที่เกิดขึ้นกับประเทศญี่ปุ่น อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรไทยบางส่วนในระยะสั้น ซึ่งเบื้องต้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ประเมินสถานการณ์ โดยแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 3 กลุ่มสินค้า…ได้แก่

กลุ่มอาหาร….พบว่า ไม่มีผลกระทบ เนื่องจากการส่งออกสินค้าในกลุ่มดังกล่าว อาทิ เนื้อสุกร กับ ไก่ปรุงแต่ง ซึ่งมีมูลค่าในปีที่แล้ว

(2553) คิดเป็น 1,700 ล้านบาท และ 23,000 ล้านบาท ตามลำดับ คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็วๆนี้…เพราะเป็นสินค้าบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน

…..อีกกลุ่มคือ ข้าว  มันสำปะหลัง และ น้ำตาลดิบ คาดว่าจะ ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะถูกนำไป ใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ต่างๆ ชาวญี่ปุ่นไม่ได้นำสินค้ากลุ่มนี้ไปบริโภคโดยตรง

และ….กลุ่มกล้วยไม้ คาดการณ์ว่าจะ ได้รับผลกระทบในระยะสั้น เนื่องจากจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ไม่จำเป็น ประกอบกับเดือนมีนาคมของทุกปี ชาวญี่ปุ่นนิยมใช้กล้วยไม้ในเทศกาลหรือกิจกรรมต่างๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์ ภัยพิบัติขึ้นปริมาณความต้องการใช้ย่อมลดลงไปด้วย…อย่างไรก็ตาม ไทยก็ยังมีตลาดของสหภาพยุโรป และ ฮ่องกง รองรับ กล้วยไม้อยู่อีกจำนวนหนึ่ง

ส่วนของสินค้าอื่นๆ อาทิ ยางพารา อาจชะลอตัวไปบ้างในช่วงนี้ เนื่องจากโรงงานผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นได้รับผลกระทบ แต่คาดว่าจะส่งผลไม่มากนัก และจะเป็นไปในระยะสั้นเท่านั้น

เพราะ…..ปัจจัยที่แท้จริงของราคายางพาราเกิดจากกระแสของผู้นำเข้ารายใหญ่ คือ ประเทศจีน โดยเบื้องต้นได้มีมาตรการกระตุ้นตลาดไปแล้วจาก ไทย อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย 3 ประเทศผู้ผลิตยางรายใหญ่ ในการที่จะ ชะลอการส่งออก หากราคาต่ำ เกิน

สำหรับ…ความเป็นห่วงของสังคมเรื่องการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี มาทางอาหารหรือสินค้าต่างๆนั้น หากพบผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรและอาหารต้องสงสัย กระทรวงเกษตรฯ จะส่งต่อไปยังกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ตรวจสอบ ต่อไป เนื่องจากเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ หลัก…จึง ไม่ควรหวาดเกินสถานการณ์…!!!
“ดอกสะแบง”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 6 เมษายน 2554, 05:00 น.

‘สุวรรณภูมิ’คัดกรองคนเข้า-ออกจากญี่ปุ่นมาไทย

Published มีนาคม 16, 2011 by SoClaimon

16 มีนาคม 2554, 21:13 น.

ผ่านทาง\’สุวรรณภูมิ\’คัดกรองคนเข้า-ออกจากญี่ปุ่นมาไทย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_156486

 

สุวรรณภูมิ-สธ. ทำการคัดกรองผู้โดยสารคนไทยที่เดินทางเข้า-ออกประเทศญี่ปุ่นในช่วงนี้ เพื่อแนะนำและให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนให้ถูกต้อง การบินไทยยืนยันสายการบินในกลุ่มสตาร์อัลไลแอนซ์ ยังไม่มีการหยุดทำการบิน …

วันที่ 16 มี.ค. น.ส.วิไลวรรณ นัดวิไล โฆษกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ตามที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่น ทำให้โรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระเบิดขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมานั้น ในวันนี้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ให้ความร่วมมือกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข ในการคัดกรองผู้โดยสารคนไทยที่เดินทางเข้า-ออกประเทศญี่ปุ่น โดยในส่วนของผู้โดยสาร ขาออก จะมีเจ้าหน้าที่จากด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ให้ความรู้และคำแนะนำแก่ผู้โดยสาร เพื่อจะได้ปฏิบัติตนให้ถูกต้องในระหว่างพำนักอยู่ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งหากพบว่า ผู้โดยสารท่านใดที่เดินทางไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง จะให้รับประทานยาเม็ดโปแตสเซียมไอโอไดด์ (ไอโอดีน) โดยได้ตั้งจุดคัดกรองที่อาคารผู้โดยสาร บริเวณชั้น 4 ประตู 6

น.ส.วิไลวรรณ กล่าวว่า สำหรับผู้โดยสารคนไทยที่เดินทางจากประเทศญี่ปุ่น จะมีทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข มาคัดกรองผู้โดยสาร ที่บริเวณประตูทางออกเครื่องบิน โดยให้ตอบแบบสอบถามคัดกรองสุขภาพ เพื่อดูระดับความเสี่ยงอันตรายต่อสารกัมมันตรังสี ในกรณีที่ผู้โดยสารมาจากเมืองที่มีความเสี่ยงสูง ก็จะพิจารณาให้ยารักษา หรือแนะนำให้ไปโรงพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ คือ โรงพยาบาลนพรัตน์ และโรงพยาบาลราชวิถี นอกจากนี้ ทีมแพทย์จะแนะนำผู้โดยสาร ให้เฝ้าระวังอาการและปฏิบัติตัวให้ถูกต้องตามหลักการแพทย์ จึงขอให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้า-ออกในระยะนี้ให้ความร่วมมือแก่เจ้า หน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศด้วย

ในส่วนของอาหารสดที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นในระยะนี้ ทสภ.ได้ให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำการสุ่มตรวจอาหารสดเพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี โดยจะนำส่งสำนักงานปรมณูเพื่อสันติ เพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีด้วย ซึ่งได้เริ่มตรวจในวันนี้เช่นเดียวกัน

ด้านกัปตันอาทิตย์ นาคีรักษ์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายมาตรฐานความปลอดภัย ความมั่นคงการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวยืนยันว่า การบินไทยจะยังทำการบินอยู่แม้ว่าจะมีกระแสข่าวลือออกมาว่ามีการการแพร่ กระจายสารกัมตภาพรังสีจากปัจจุบันระดับ 4 เป็นระดับ 6 นั้นว่า จากการตรวจสอบที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วพบว่า ระดับความรุนแรงยังไม่ถึงระดับ 6 แต่หากมีการแพร่กระจายระยะทาง 100 กม.ขึ้นไป การบินไทยจะหยุดทำการบินอย่างแน่นอน และล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ผ่านมา การบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 641 จากญี่ปุ่น-กรุงเทพ ทางศูนย์ลูกเรือ ที่สนามบินสุวรรณภูมได้มีการตรวจเช็คสภาพเครื่องบิน และลูกเรือ ที่โดยสารกลับมาจากญี่ปุ่น ซึ่งจากการตรวจไม่พบสารกัมมันตรังสีติดค้างมากับลูกเรือ และ เครื่องบินแต่อย่างใด

“ยืนยันว่าการบินไทยถือเป็นสายการบินแรก ในกลุ่มสตาร์อัลไลแอนซ์ ที่มีการตรวจสภาพสารกัมมันตภาพรังสีของเครื่องบิน และลูกเรือ ที่ทำการบินขึ้นลงที่ญี่ปุ่น ส่วนเที่ยวบินของสายการบินในกลุ่มสตาร์อัลไลแอนซ์ ยังไม่มีการหยุดทำการบิน เช่น สายการบินลุฟท์ฮันซ่า และสายการบิน เอสเอเอส ก็ ยังทำการบินอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนเส้นทางบินบ้างเท่านั้น” กัปตันอาทิตย์ กล่าว.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 16 มีนาคม 2554, 21:13 น.

 

กัมมันตรังสีแผลงฤทธิ์ กดหุ้นไทยดิ่งเหว 19.79 จุด

Published มีนาคม 16, 2011 by SoClaimon

15 มีนาคม 2554, 17:16 น.

ผ่านทางกัมมันตรังสีแผลงฤทธิ์ กดหุ้นไทยดิ่งเหว 19.79 จุด – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_156177

 

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยประจำวันที่ 15 มี.ค.54 ปิดตลาดที่ระดับ 1,003.10 จุด ลดลง 19.79 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 37,651.64 ล้านบาท…

ดัชนี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันอังคารที่ 15 มี.ค.2554 ปิดตลาดที่ระดับ 1,003.10 จุด ลดลง 19.79 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 37,651.64 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น 58 หลักทรัพย์ ลดลง 364 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนเปลง 109 หลักทรัพย์

สำหรับ 5 อันดับซื้อขายสูงสุด ได้แก่ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)

ส่วน ตลาดหุ้นภูมิภาค ปรับตัวลดลงทุกตลาด โดยดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาดที่ระดับ 22,678.25 จุด ลดลง 667.63 จุด ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดที่ระดับ 8,605.15 จุด ลดลง 1,015.34 จุด และดัชนีเวทเต็ด ตลาดหุ้นไต้หวัน ปิดตลาดที่ระดับ 8,234.78 จุด ลดลง 285.24 จุด

นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป(ประเทศ) กล่าวว่า ดัชนีฯในวันนี้ปรับตัวลดลงค่อนข้างแรง เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลต่อกัมมันตภาพรังสีรั่วไหลในญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดหุ้นตางประเทศก็ปรับตัวลดลง ทำให้มีแรงขายออกมาจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยง

ด้าน นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้น่าจะมีความผันผวนพอสมควร โดยดัชนีหุ้นวันนี้ปรับตัวลงแรงสอดรับกับตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนยังวิตกกังวลกับผลกระทบกับภัยพิบัติในญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นภาพรวมทั้งหมดที่ชัดเจน

สำหรับประเทศญี่ปุ่น มองว่าอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วง สั้นจากการที่รัฐบาลจำเป็นต้อง นำเงินออกมาใช้ในการฟื้นฟูระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ขณะที่อัตราดอกเบี้ย ของญี่ปุ่นยังอยู่ในระดับต่ำมาก รวมถึงปัญหาหนี้สินของญี่ปุ่นพบว่าสูงกว่าหลายประเทศในยุโรป ซึ่งคาดว่า ปัญหาการเงินจะกลายเป็นปัญหาในระยะยาวของญี่ปุ่นแน่นอน

สำหรับภาพรวม ตลาดหุ้นไทยปีนี้คงปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนัก และอาจปรับตัวลงบ้าง แต่น่าจะยังยืนเหนือระดับ 900 จุดได้ และจะมีการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง จากความชัดเจนด้านดอกเบี้ยและความชัดเจนของการเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้ ปัญหาการเมืองลดลง อย่างไรก็ตาม โอกาสที่ดัชนีฯจะปรับตัวขึ้นทะลุ 1,200 จุดได้นั้นคงไม่ง่ายนัก แม้ทิสโก้จะยังคงยืนเป้าหมายดัชนีปีนี้ ไว้ที่ 1,180 จุด เพราะแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) อาจถูกปรับตัวลง จากเดิมที่คาดว่าปีนี้กำรบจ.จะโต 15-20% เป็นผลจากราคาน้ำมันและเงินเฟ้อที่สูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ แต่แนวโน้ม กำไร บจ. ปี 55 คาดว่าจะฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติที่เติบโต 15-20% ได้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกน่าจะฟื้นตัวดีขึ้น หลังสหรัฐฯอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบจนทำให้อัตราการว่างงานลดลง โดยคาดว่าปัจจัยเหล่านี้จะหนุนให้ดัชนีปรับตัวขึ้นไปที่ 1,400 จุดได้ แต่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทั่วทั้งโลกอาจเป็นปัจจัยที่กดดันตลาด

ส่วนปี 56 คาดว่า ตลาดหุ้นไทยจะทะยานขึ้นได้อย่างชัดเจน หลังทั้งจากกำไรของบจ.และการขยายการ ลงทุน ทั้งการควบรวมกิจการและการรออกไปซื้อกิจการในต่างประเทศจะทำให้ผล ตอบแทนต่อการลงทุน(ROE) เพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 20% จากปัจจุบัน 16% และทำให้ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1,750 จุดได้.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 มีนาคม 2554, 17:16 น.

 

ฝุ่นกัมมันตรังสีฉุดตลาดหุ้นเอเชีย นักลงทุนเทขายหนีตาย

Published มีนาคม 16, 2011 by SoClaimon

15 มีนาคม 2554, 16:57 น.

ผ่านทางฝุ่นกัมมันตรังสีฉุดตลาดหุ้นเอเชีย นักลงทุนเทขายหนีตาย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_156166

 

บล.เอเซียพลัส ชี้พิษสึนามิเพิ่งถึงไทย ดึงดัชนีฯหุ้นลงต่ำพันจุดอีกครั้ง แนะระวัง After Shock และวิกฤตินิวเคลียร์ อาจทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นและโลกเกิดภาวะเศรษฐกิจที่ประสบปัญหาเงินเฟ้อควบคู่ไปพร้อมกับการตกต่ำทาง เศรษฐกิจ…

เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส ออกบทวิเคราะห์การลงทุนในการซื้อขายภาคบ่ายว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นช่วงเช้า เกิดฝุ่นกัมมันตรังสีตลบอบอวลทั่วตลาดหุ้นเอเชีย ส่งผลให้นักลงทุนแห่หนีตายขายของทิ้งกันกระเจิง จนทำให้ดัชนีในเอเชียส่วนใหญ่ปรับร่วงกราว รูดกว่า 2% หนักสุดก็ญี่ปุ่นร่วงไป 10.55% รองลงมาก็ฮั่งเสงปิดเที่ยงร่วงไป 3.84% ส่วนไทยแลนด์ปิดตัวในช่วงเช้าที่ 1,006.68 จุด ลดลง 16.21 จุด และบางช่วงร่วงลงไปต่ำสุดหลุดระดับ 1,000 จุด มาที่ 996.44จุด ลดลง 26.45จุด ด้วยปริมาณการซื้อขายกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท

ตลาดค่อนข้าง ตื่นตระหนกกับข่าว อาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 และเพลิงไหม้ที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 รวมถึงการที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นาโอโตะ คัง เปิดเผยว่า มีสารกัมมันตรังสีในระดับสูงรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เกิดระเบิดขึ้น และมีความเสี่ยงที่สารกัมมันตรังสีจะรั่วไหลสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งหลังจากที่นายนาโอโตะ คัง กล่าวเสร็จ รัฐบาลญี่ปุ่นก็มีการสั่งอพยพประชาชนราว 450,000 คนทั่วประเทศนอกเหนือ ไปจากประชาชน 80,000 คนที่อาศัยรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และจากการเปิด เผยของเจ้าหน้าที่เมืองมาเอชิ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางเหนือ 100 กม. กล่าวว่าระดับของสารกัมมันตรังสีตอนนี้เพิ่มสูงกว่าระดับปกติถึง 10 เท่า ขณะที่โตเกียวก็มีระดับสารกัมมันตรังสีเพิ่มขึ้นแต่เจ้าหน้าที่ ยังรายงานว่า ยังอยู่ในระดับไม่เป็นปัญหา อย่างไรก็ตามตอนนี้ญี่ปุ่นสามารถที่จะดับเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในโรงปฎิ กรณ์ที่ 4 ได้แล้ว ซึ่งตรงนี้อาจทำให้ตลาดเอเชียในตอนบ่ายผ่อนคลายมากขึ้น

ผลกระทบในระยะอันใกล้ต่อญี่ปุ่นอาจจะทำให้เกิดภาวะ Stagflation (มาจาก Stagnation + Inflation หมายถึงสภาวะของเศรษฐกิจที่ประสบปัญหาเงินเฟ้อควบคู่ไปพร้อมกับการตกต่ำทาง เศรษฐกิจ) ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่น และด้วยขนาดเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกหากเกิด After Shock ที่รุนแรงจนทำให้ปัญหาวิกฤติโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ลุกลามไม่หยุด ก็อาจเป็นตัวดึงให้เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงที่จะต้องเข้าสู่ภาวะ Recession

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำถือหุ้น 30% ใน 3 กลุ่มหลัก คือกลุ่มที่ป้องกันเงินเฟ้อและมี PER ต่ำ 10 เท่า (BCP, BANPU) หุ้นที่เกี่ยวกับปัจจัย 4 (TK, KH, CPF, TUF GFPT) และหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง (TCAP, KK).

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 มีนาคม 2554, 16:57 น.

 

%d bloggers like this: