กสท.

All posts tagged กสท.

“ไอซีที” กระตุกขา กสท

Published สิงหาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 สิงหาคม 2554, 05:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193125.

Pic_193125

กสท เร่งให้เห็นชอบแผนการขายคืนเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคม ให้แก่ทรูมูฟภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่ไอซีทียังไม่สามารถดำเนินการได้ เหตุรอหารือ รมว.ไอซีที คนใหม่ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ว่า ขณะนี้มีความพยายามที่จะให้กระทรวงไอซีทีเห็นชอบแผนเตรียมพร้อมรองรับการสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) โดย กสท ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุด เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้เห็นชอบแผนการขายคืนเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคม ให้แก่บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ตามมติคณะกรรมการ (บอร์ด) เมื่อวันที่ 19 ก.ค.54 ที่ได้อนุมัติในหลักการและเงื่อนไขการขายเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคม หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานให้แก่ทรูมูฟ ตามราคาประเมิน ณ วันสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน หรือไม่น้อยกว่าข้อเสนอของทรู ที่ยื่นข้อเสนอขอซื้อในราคา 10,000 ล้านบาท

โดย กสท ได้พยายามที่จะให้กระทรวงไอซีทีให้ความเห็นชอบแผนขายคืนอุปกรณ์ดังกล่าว ภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่กระทรวงไอซีทีไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากการขายคืนทรัพย์สินดังกล่าวมีมูลค่าถึง 10,000 ล้านบาท จึงจำเป็นหารือกับ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที คนใหม่ก่อน

นอกจากนี้ ยังต้องหารือกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้น กสท 100% สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และต้องนำเรื่องดังกล่าวเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติด้วย เพราะแม้แต่การขายหุ้นในรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งหรือขายหุ้นเพียง 5% จะต้องนำเรื่องเสนอ ครม. แต่เหตุใดการขายคืนทรัพย์สินของ กสท มูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท ต้องเร่งรีบทำภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพราะบอร์ด กสท ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 19 ก.ค.54 และภายในเดือน ส.ค.จะต้องลงนามในสัญญาจะซื้อจะขายระหว่าง กสท กับทรูให้แล้วเสร็จก่อนที่ น.อ.อนุดิษฐ์ จะมารับตำแหน่ง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 สิงหาคม 2554, 05:30 น.

บอร์ด กสท ยื้อ 3 จี ดีแทค-ทรูมูฟ อ้างติดกฎหมายที่แท้ปิดแผลเน่าซีดีเอ็มเอ

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

17 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127537.

Pic_127537

ส่ง “ชัยเกษม-วีระชัย” ศึกษาข้อกฎหมายก่อนเร่ง กสท ทำแผนธุรกิจเพื่อความอยู่รอด หลัง “ฮัทช์” ปฏิเสธขายกิจการ ด้านดีแทค ร่อนหนังสือร้องนายกฯถูกกีดกันไม่เป็นธรรมปล่อยคู่แข่งทดลองไปตั้งแต่ปีมะโว้

นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ที่มีนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ เป็นประธาน ว่าที่ประชุมได้มอบหมายให้นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต อัยการสูงสุด ในฐานะที่ปรึกษาประธานบอร์ด และนายวีระชัย คล้ายทอง กรรมการ กสท ไปศึกษารายละเอียดด้านกฎหมาย ว่าจะสามารถให้บริษัท ทรูมูฟ จำกัด (มหาชน) และบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค อัพเกรดโครงข่าย 2 จี เป็น 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม 850 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ด้วยเทคโนโลยี HSPA และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่ โดยไม่ต้องทดลองให้บริการอีกต่อไป และจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนคณะกรรมการ มาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2535 หรือไม่ คาดจะได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด

“ก่อนหน้านี้ที่ กสท อนุมัติให้ดีแทคและทรูมูฟทดลองการให้บริการได้เท่านั้น เพราะคณะกรรมการมาตรา 22 มีความเห็นที่แตกต่างกัน โดย กสท เห็นว่าไม่จำเป็นทดลองบริการ เพราะเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพเหมือนกับการอัพเกรด 2 จี เป็น GPRS หรือ EDGE ในปัจจุบัน แต่กรรมการหลายคนเห็นว่าต้องผ่านขั้นตอนของคณะกรรมการมาตรา 22 ดังนั้น กสท จึงต้องหาข้อยุติเรื่อง HSPA ของดีแทคและทรูมูฟโดยเร็ว”

ทั้งนี้ การเร่งดำเนินการให้ดีแทคและทรูมูฟเปิดบริการ 3 จี เชิงพาณิชย์ เพื่อ หาช่องทางเพิ่มรายได้ให้กับ กสท ก่อนที่ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม จะมีผลบังคับที่จะนำไปสู่การเปิดประมูล 3 จี กลางปี 2554 ในช่วงนี้จึงเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ หากทำได้อย่างรวดเร็ว กสท จะมีรายได้จากส่วนแบ่งสัมปทานเพิ่มมากขึ้นด้วย

สำหรับการให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิมของดีแทคและทรูมูฟ จะต้องดำเนินการภายใต้เงื่อนไขสัญญาสัมปทานเดิม โดยต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ในอัตราปัจจุบัน 30% ของรายได้ นอกจากนี้ ต้องโอนทรัพย์สินทั้งหมดให้ กสท รวมถึงการทำตลาดและประชาสัมพันธ์ร่วมกัน โดยเฉพาะส่วนของทรูมูฟจะต้องสะสางกรณีข้อพิพาทการฟ้องร้องเรื่องการโอนทรัพย์สินให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะอนุญา– โตตุลาการ อีกทั้งยังต้องพิจารณาถึงกรณีที่ทรูมูฟได้ยื่น ข้อเสนอมายัง กสท เพื่อขอเช่าใช้อุปกรณ์โครงข่ายทั้งหมดอีก 5 ปี หลังจากสัญญาสัมปทานสิ้นสุดในอีก 2 ปีข้างหน้าด้วย

นอกจากนี้ ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบว่าทางบริษัท ฮัทชิสัน จำกัด ในฐานะเจ้าของบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด ผู้ให้บริการโทรศัพท์ มือถือ “ฮัทช์” ได้ปฏิเสธการขายกิจการและทรัพย์สินให้ กสท แล้ว ซึ่งหลังจากนี้ กสท ต้องทำแผนธุรกิจให้ชัดเจนว่าจะเดินหน้าขยายการลงทุนมือถือระบบซีดีเอ็มเอต่อไปหรือจะปรับเปลี่ยนเป็นเทคโนโลยี HSPA ส่วนกรณีที่ทรูมูฟจะเข้าซื้อกิจการฮัทช์แทน กสท นั้น เป็นเรื่องของทรู แต่สัญญาที่ กสท ทำกับฮัทช์จะยังคงสถานะเดิม ขณะที่เรื่องคลื่นความถี่ย่าน 850 MHz ที่ฮัทช์ใช้อยู่จำนวน 10 MHz นั้น ต้องมาพิจารณารายละเอียดภายหลัง กสท ได้ปรับแผนธุรกิจเสร็จสิ้น ในเดือน ธ.ค.ว่า กสท จะใช้คลื่นในส่วนของฮัทช์จำนวน 5 MHz ในการอัพเกรดเป็น HSPA หรือไม่

นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มกลยุทธ์และกิจการองค์กร บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า การพิจารณาของบอร์ด กสท ที่ให้ไปศึกษาข้อกฎหมายก่อนทำ 3 จี บนคลื่นเดิมนั้น ไม่เป็นธรรมต่อดีแทค ซึ่งดีแทคคงต้องร้องขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานรัฐ โดยในวันที่ 17 พ.ย.นี้ ดีแทคจะส่งหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี รมว.ไอซีที และ รมว.คลัง เพื่อขอความชอบธรรมในเรื่องดังกล่าว และขอให้การพิจารณากรณีของดีแทคอยู่บนมาตรฐานเดียวกับคู่แข่ง

นายธนากล่าวว่า ดีแทคได้ยื่นข้อเสนอที่ถือว่าเป็นประโยชน์กับ กสท แต่ ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ขณะที่บริษัททรูมูฟ จำกัดคู่แข่งใต้สัมปทานอีกรายสามารถทดลองสถานีฐาน 3 จี ได้กว่า 656 สถานี ขณะดีแทคเปิดทดลองให้บริการ ได้ 36 สถานีเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม “สิ่งที่ดีแทคขอคือการเปิดทดลองไม่เชิงพาณิชย์ ไม่ได้หวังไปถึงว่าจะให้บริการเชิงพาณิชย์เลย ขอแค่เพียงทดลองเท่านั้น น่าจะอนุมัติให้เราเสียที เราเป็นบรรษัทภิบาล นี่คือสิ่งที่เราทำได้ ทำอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ”

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ดีแทคปฏิบัติตนเป็นลูกสัญญาสัมปทานที่ดีต่อ กสท มาตลอด หากเปรียบเทียบกับทรูมูฟ โดยทรูมูฟมีข้อพิพาทกับ กสท มากกว่า 30 คดี ขณะที่ดีแทคมีไม่เกิน 5 คดี.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

“จุติ”สั่งทีโอที-กสท ลดการลงทุนซ้ำซ้อน!

Published สิงหาคม 7, 2011 by SoClaimon

15 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127026.

Pic_127026

ซึ่งหากทีโอทีและ กสท สามารถพัฒนาโครงข่ายร่วมกันได้ จะทำให้โครงข่ายโทรคมนาคมของไทยมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น สามารถให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ครอบคลุมทุกพื้นที่….

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้คณะกรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ไปหารือถึงแนวทางการลดการลงทุนซ้ำซ้อนระหว่าง ทั้งสองหน่วยงาน เพื่อประหยัดงบประมาณการลงทุน รวมถึงการหารือถึงช่องทางการทำธุรกิจร่วมกัน เพื่อลดรายจ่ายแต่เพิ่มรายได้ให้องค์กรด้วย ซึ่งหากทีโอทีและ กสท สามารถพัฒนาโครงข่ายร่วมกันได้ จะทำให้โครงข่ายโทรคมนาคมของไทยมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น สามารถให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศได้อย่างรวดเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนโยบายของนายจุตินั้น บอร์ดทีโอทีและ กสท จะนัดหารือกันอย่างเป็นทางการ เพื่อหารือถึงแนวทางการลดการลงทุนซ้ำซ้อนระหว่างกัน โดยเฉพาะในโครงการไฟเบอร์ ทูเดอะเอ็กซ์ FTTX หรือโครงการเคเบิลใยแก้วต่อเชื่อมถึงบ้าน ที่สามารถใช้งานได้ทั้งไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์ ซึ่งทั้งทีโอทีและ กสท มีแผนที่จะลงทุนและใช้เงินลงทุนในการดำเนินการโครงการดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

“กสท”ประเคน 3 จีให้”ทรูมูฟ”เร่งอัพเกรดแซงทีโอทีดับฝันเอไอเอส-ดีแทค

Published กรกฎาคม 27, 2011 by SoClaimon

11 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126017.

Pic_126017

ทั้งนี้ ก็เพื่อจะหันไปปรับปรุง หรืออัพเกรดอุปกรณ์ สถานีฐาน และโครงข่ายที่ยังมีอยู่เดิมบนคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ กสท มีอยู่เดิม 15 เมกะเฮิรตซ์ ภายใต้เทคโนโลยีที่สูงกว่า

การเจรจาเพื่อซื้อคืนหุ้นและสัมปทานโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบซีดีเอ็มเอบนคลื่นความถี่ 800 เมกะเฮิรตซ์ ระหว่างผู้บริหารของ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท ฮัทชิสัน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ในฮ่องกง ในฐานะถือหุ้นใหญ่ของบริษัทร่วมทุนฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย กับ กสท และบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้ลงทุนสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบซีดีเอ็มเอให้กับ กสท ปรากฏว่าคว้าน้ำเหลว

ทั้งนี้ ผู้บริหารของฮัทชิสัน ปฏิเสธที่จะปรับลดราคาลง จากเดิมที่ได้ตกลงกันไว้ที่ 7,500 ล้านบาท เหลือ 4,000 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรีไทยมีมติ โดยผู้บริหารของฮัทชิสันให้เหตุผลว่า ได้ลง ทุนสร้างโครงข่ายและสถานีฐานด้วยวงเงินลงทุนที่สูงถึง 12,000 ล้านบาท แต่การให้บริการนับแต่ปี 2538 เป็นต้นมา เกิดอุปสรรคมากมาย ทั้งจากการยื่นมือเข้ามาก้าวก่ายของนักการเมืองไทย และการบริหารจัดการที่เต็มไปด้วยอุปสรรคจากกฎเกณฑ์การเป็นรัฐวิสาหกิจของไทย

ที่สำคัญนับแต่ปี 2547 เป็นต้นมา กสท ได้สร้างโครงข่ายเดียวกันนี้ขึ้นอีก โดยเปิดประมูลให้ “หัวเว่ย” บริษัทโทรคมนาคมจากจีน เข้ามาเป็นผู้ ชนะประมูลเพื่อสร้างสถานีฐานซีดีเอ็มเอเพิ่มอีก 1,600 สถานี จากเดิมที่ฮัทชิสัน ซีเอที ได้ลงทุนแล้ว 1,400 สถานี รวมเป็น 3,000 สถานี ในวงเงินลงทุน 7,200 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนครั้งหลังนี้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ กสท ที่ใช้ชื่อ “กสท ซีดีเอ็มเอ” ทำการตลาด อย่างไรก็ตาม แม้จะขายเลขหมายบริการแก่ผู้ใช้ได้ 700,000 เลขหมายในช่วงต้น และอีก 400,000 เลขหมายในช่วงการลงทุนใหม่ แต่การให้บริการแก่ลูกค้าใน 25 จังหวัดแรก และ 51 จังหวัดในช่วงหลังกลับไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจาก ฮัทชิสัน ซีเอที ไม่ยอมเชื่อมต่อโครงข่ายกับแคท ซีดีเอ็มเอ

นอกจากนี้ ฮัทชิสัน ซีเอที ยังปฏิเสธการจ่ายค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (ไอซี) ให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่นๆ ตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ด้วย กรณีดังกล่าวยิ่งทำให้ผู้ใช้บริการในเลขหมายของ กสท ทั้งในส่วนที่ใช้ ฮัทช์ และแคท ซีดีเอ็มเอรวม 1.1 ล้านเลขหมาย ไม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือในระบบซีดีเอ็มเอบนคลื่น 800 เมกะเฮิรตซ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรณีนี้เป็นเหตุผลให้คณะกรรมการบอร์ด กสท ในยุคต่อมาเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตัดสินใจจะซื้อหุ้นและสัมปทานโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบซีดีเอ็มเอในส่วนที่ฮัทชิสัน ซีเอที และบีเอฟเคที ลงทุนไป กลับคืนมาในราคา 7,500 ล้านบาท เนื่องจากโครงข่ายสถานีฐาน และอุปกรณ์ต่างๆ ได้ใช้งานราว 15 ปีแล้ว และสัญญาสัมปทานที่ให้ ฮัทชิสัน ซีเอที เป็นผู้ให้บริการ ก็กำลังจะหมดอายุลงในปี 2558

การเจรจาซึ่งไม่สามารถหาข้อยุติได้นี้ จะถูกบรรจุเข้าวาระการประชุมคณะกรรมการบอร์ดในสัปดาห์หน้า จากนั้นผู้บริหารจะแจ้งให้ที่ประชุมพิจารณาโมเดลทางธุรกิจของ กสท ในอนาคตว่าควรจะยกเลิกการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบซีดีเอ็มเอ ซึ่งไม่เป็นที่นิยมเสีย หลังจากที่เจรจาให้ ทรูมูฟเข้าซื้อสัมปทานนี้แทน เพื่อจะได้ต่ออายุสัมปทานออกไปได้อีก 5 ปี ทั้งนี้ ก็เพื่อจะหันไปปรับปรุง หรืออัพเกรดอุปกรณ์ สถานีฐาน และโครงข่ายที่ยังมีอยู่เดิมบนคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ กสท มีอยู่เดิม 15 เมกะเฮิรตซ์ ภายใต้เทคโนโลยีที่สูงกว่าในระบบที่เรียกว่า HSPA เพื่อให้ กสท สามารถให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3.9 จีได้ โดยไม่ล่าช้าไปกว่าการให้บริการของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

ในเวลาเดียวกัน ผู้บริหาร กสท จะเสนอบอร์ดพิจารณาเรียกคืนคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ ที่ กสท ให้ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ยืมไปใช้ในขนาด 5 เมกะเฮิรตซ์ และทรูมูฟอยู่ระหว่างทดลองทำตลาด 3 จี กลับคืนมา เพื่อที่ กสท จะได้ปรับปรุงเทคโนโลยีใหม่ในระบบ HSPA ไปพร้อมๆกัน ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในลักษณะ MVNO (Mobile Virtual Network Operation : ผู้ให้บริการโครงข่ายเสมือนจริง ซึ่งไม่ได้เป็นผู้วางโครงข่ายเอง) ซึ่งจะเปิดให้ทรูมูฟ เช่าใช้บริการได้ เช่นเดียวกับที่ ทีโอที เปิดให้บริการแก่ธุรกิจโทรคมนาคมรายเล็กเช่าโครงการในรูป MVNO ในปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การประชุมบอร์ดวันเดียวกัน นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ ประธานบอร์ด กสท ยังให้นำคำขออัพเกรดคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ในระบบ 2 จี เป็น 3 จี ในขนาด 15 เมกกะเฮิรตซ์ ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ซึ่งยื่นไว้นานแล้วมาพิจารณาด้วย ส่วนจะนำเข้าที่ประชุมทันหรือไม่ยังไม่ทราบ เนื่องจากคำขอดังกล่าวถูกเตะโด่งไปให้คณะกรรมการตามมาตรา 22 ของ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯปี 2535 พิจารณานานแล้ว และไม่มีวี่แววจะผ่าน เพราะดีแทคไม่มีเจ้าภาพเจรจากับคนในรัฐบาล

สำหรับการลงทุนอัพเกรดคลื่น 1900 เมกะเฮิรตซ์ ของทีโอที เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3 จีนั้น มีรายงานว่า ทีโอทีจะเปิดทางให้บริษัทหัวเว่ยเป็นผู้ลงทุน เนื่องจากหัวเว่ยสัญญาจะจัดหาแหล่งเงินทุนในวงเงินราว 20,000 ล้านบาทให้โดยมีบริษัท สามารถ ไอโมบาย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ได้รับสัมปทานทำ MVNO แต่ผู้เดียว เพื่อจำกัดการเติบใหญ่ของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ซึ่งมีเทมาเสก โฮลดิ้ง เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่นั่นเอง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

ล็อกซเล่ย์-แอร์เอเชีย ขอก๊อป “ทรู”

Published กรกฎาคม 27, 2011 by SoClaimon

27 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189340.

Pic_189340

ล็อกซเล่ย์-แอร์เอเชีย ขอก๊อป “ทรู”  กสท จัดให้ชุดใหญ่แต่ลูกเฮี้ยว “ดีแทค” รอก่อน

นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มีเอกชน 2 ราย แสดง เจตจำนงว่าสนใจที่จะทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ ร่วมกับ กสท คือ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด และบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ซึ่งคณะทำงานของ กสท กำลังเจรจารายละเอียดของสัญญาและเงื่อนไขอื่นๆอยู่ คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆนี้ โดยการทำสัญญาธุรกิจที่จะมีขึ้นนั้น จะเป็นสัญญาการบริการขายส่ง บริการโทรศัพท์มือถือ ลักษณะเป็นสัญญาขายส่งบริการโทรคมนาคม ตามประกาศ กทช. ซึ่งเป็นสัญญาลักษณะมาตรฐานเดียวกันที่ กสท ได้ลงนามไปกับกลุ่มบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ก่อนหน้านี้ “สัญญาที่ กสท จะทำกับเอกชนรายอื่นๆ ก็เหมือนกันกับสัญญาที่ได้ทำกับกลุ่มทรู ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน มีอายุสัญญา 14 ปี 5 เดือน การันตีการรับปริมาณความจุของการใช้โครงข่าย โดยปีแรกของสัญญารับจำนวนเท่าใดก็ต้องรับจำนวนเท่านั้นไปตลอด หรือหากความต้องการเพิ่มจะขยายความจุเพิ่มก็ทำได้”

นายจิรายุทธ กล่าวว่า ขณะนี้ กสท ได้เริ่มเปิดสัญญาณการให้บริการ 3 จีแล้ว ภายใต้เครื่องหมายการค้า “My”  โดยมีสถานีฐานให้บริการแล้วกว่า 1,000 สถานีในพื้นที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ หัวหิน ซึ่งในช่วงแรกก็ต้องยอมรับเรื่องคุณภาพบริการจะยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ แต่ภายในสิ้นปีนี้ กสท จะมีสถานีฐานให้บริการมากถึง 5,374 สถานีฐาน ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ประเทศ และรองรับเลขหมายได้ 5 ล้านเลขหมาย

นายจิรายุทธ กล่าวด้วยว่า แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในส่วนของ กสท ก็สามารถที่จะชี้แจงการทำสัญญา การทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ระหว่าง กสท กับกลุ่มทรูได้ทุกประเด็น เพราะขณะนี้สำนักงานอัยการสูงสุดได้ตอบกลับมาแล้วว่าสัญญาดังกล่าวไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2535 และไม่ได้เป็นการเอื้อเอกชนรายใด

สำหรับกรณีบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค จะเปิดให้บริการ 3 จี ในเร็วๆนี้ว่า ภายในสัปดาห์นี้จะทำหนังสือชี้แจงไปยังดีแทคว่ายังไม่สามารถที่จะเปิดให้บริการ 3 จีได้จนกว่าสำนักงานอัยการสูงสุดจะตอบหนังสือกลับมายัง กสท ว่าดีแทคสามารถดำเนินการบริการ 3 จี ภายใต้สัญญาสัมปทานได้หรือไม่.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 27 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

ไอซีทีจับมือ กสทช.ร่วมรักษาสิทธิ์ วงโคจรดาวเทียม

Published กรกฎาคม 20, 2011 by SoClaimon

20 กรกฎาคม 2554, 17:02 น.

ไอซีทีจับมือ กสทช.ร่วมรักษาสิทธิ์ วงโคจรดาวเทียม.

Pic_187832

“ไทยคม” เสนอตัวรักษาตำแหน่งวงโคจร 120 องศาตะวันออก หลัง “กสท” ศึกษาแล้วไม่คุ้มทุน ขณะที่ กสทช. หนุนเต็มที่เพื่อรักษาสิทธิ์ดาวเทียม …

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังการหารือกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า ได้หารือถึงแนวทางดำเนินการกิจการดาวเทียมของประเทศ โดยเฉพาะการรักษาตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม 120 องศาตะวันออก และ 50.5 องศาตะวันออก ที่ประเทศไทยต้องการรักษาตำแหน่งไว้ ซึ่ง กสทช.พร้อมจะให้ความร่วมมือกับกระทรวงไอซีที ในการรักษาตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมดังกล่าว เพื่อรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ

ทั้งนี้ ทางบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นข้อเสนอมายังกระทรวงไอซีที ว่าจะเป็นผู้ดำเนินการลากดาวเทียมจากตำแหน่งอื่น มารักษาตำแหน่งวงโคจร 120 องศาตะวันออกให้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆแลกเปลี่ยนการดำเนินการดังกล่าว เพราะเป็นการดำเนินการตามสัญญาสัมปทาน ซึ่งเมื่อปี 2546 ไทยคม ก็ได้ลากดาวเทียมจากตำแหน่งอื่น มาไว้ที่ตำแหน่งวงโคจร 50.5 องศาตะวันออก เพื่อรักษาสิทธิ์ในวงโคจรดังกล่าวเอาไว้

“ไทยคมยื่นข้อเสนอมา 2 ครั้งว่าจะดำเนินการรักษาตำแหน่วงโคจร 120 องศาตะวันออกเอาไว้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เลย เพราะเป็นการดำเนินการภายใต้สัญญาสัมปทาน อย่างไรก็ดี การรักษาตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมของประเทศ ถือว่าทุกฝ่ายช่วยกันเป็นอย่างดีในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ” ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าว

ด้านนายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร รักษาการกรรมการ กสทช. กล่าวว่า กสทช. พร้อมจะสนับสนุนการรักษาตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมทั้งสองตำแหน่งอย่างเต็มที่ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการรักษาสิทธิ์ตำแหน่งดาวเทียม โดยนับจากนี้ กสทช.จะทำงานคู่ขนานไปกับกระทรวงไอซีที เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกิจการดาวเทียมของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม 120 องศาตะวันออกที่ประเทศไทยได้จองสิทธิ์ไว้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยจะสิ้นสุดการจองสิทธิ์ในเดือน ม.ค.2555 ส่วนตำแหน่ง 50.5 องศาตะวันออก จะสิ้นสุดในเดือน ต.ค.2555 ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงไอซีที ได้มอบหมายให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ไปศึกษาความเป็นไปได้ในการลากดาวเทียมจากตำแหน่งอื่นมาวางไว้ในตำแหน่ง 120 องศตะวันออก แต่เกิดปัญหาด้านเทคนิคและผลการศึกษาพบว่าไม่คุ้มค่าการลงทุน ทำให้ กสท ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะการลากดาวเทียมจากประเทศจีนมาไว้ในตำแหน่ง 120 องศา จะต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ฉะนั้น จึงต้องหาช่องทางอื่นในการรักษาตำแหน่วงวงโคจรดาวเทียม ซึ่งเมื่อไทยคมได้ยื่นข้อเสนอมายังกระทรวงไอซีทีว่า พร้อมจะดำเนินการให้ ดังนั้น ก็ต้องให้ไทยคมเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 กรกฎาคม 2554, 17:02 น.

“ดามพ์ เทสโก้” เสียบดีแทคแทน “ธนา”

Published กรกฎาคม 19, 2011 by SoClaimon

19 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

“ดามพ์ เทสโก้” เสียบดีแทคแทน “ธนา”.

Pic_187364

เลือก ดามพ์ สุคนธทรัพย์ ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์องค์กรของดีแทค แทน ธนา เธียรอัจฉริยะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่สุดนายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ก็ได้ข้อสรุปในการเลือกนายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เอกชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเต็มส์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจห้างเทสโก้ โลตัส เข้ามาดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์องค์กรของดีแทค แทนนายธนา เธียรอัจฉริยะ แล้ว โดยคาดว่านายดามพ์จะเข้ารับตำแหน่งในเดือน ส.ค. ที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ ตำแหน่งของนายดามพ์ นับเป็นที่จับตามองเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความสำคัญต่อการเข้ามาแก้ปัญหามากมายที่บริษัทกำลังเผชิญหน้าอยู่ ทั้งการขออนุมัติให้บริการ 3 จีบนคลื่นเดิมเชิงพาณิชย์ที่ยังติดขัดอันเป็นผลมาจากความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนักกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในฐานะคู่สัญญา การถูกฟ้องร้องข้อหาแจ้งสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างด้าวเป็นเท็จ รวมทั้งการฟื้นฟูขวัญและกำลังใจของบรรดาพนักงาน หลังจากที่ตำแหน่งผู้บริหารหลักๆ ที่เป็นสัดส่วนคนไทยลดลงต่อเนื่อง จนนายจอน เอ็ดดี้ ต้องรีบแต่งตั้งผู้บริหารไทยเข้าเสริมทัพเพิ่มเติม.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

3 จีเดือด “กสท-ทรูมูฟ” สู้เอไอเอส

Published กรกฎาคม 18, 2011 by SoClaimon

18 กรกฎาคม 2554, 05:15 น.

3 จีเดือด “กสท-ทรูมูฟ” สู้เอไอเอส.

Pic_187125

ศึก 3 จีเดือด “กสท-ทรูมูฟ” สู้ เอไอเอส ตั้งเป้าเปิดตัวแบรนด์ 3 จี อย่างเป็นทางการภายในเดือน ก.ค.นี้…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงการติดตั้งอุปกรณ์ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม 800 เมกะเฮิรตซ์ ด้วยเทคโนโลยีเอชเอสพีเอ ต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ใหม่ เป็น 5,375 สถานี ครอบคลุมพื้นที่ในประเทศ โดยเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาจะติดตั้งอุปกรณ์ 3 จี ให้ได้ 671 สถานีฐาน ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล สามารถให้บริการได้ 700,000 เลขหมาย เดือน ส.ค. จะติดตั้งอุปกรณ์ 3 จี ได้ 2,763 สถานีฐาน ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร ชลบุรี นครราชสีมา อุดรธานี ภูเก็ต เชียงใหม่ เป็นต้น และเดือน ธ.ค.จะติดตั้งได้ครบ 5,375 สถานีฐาน สามารถให้บริการได้ 5 ล้านเลขหมาย ซึ่งจะครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ

ทั้งนี้ หลังจากการทยอยติดตั้งอุปกรณ์ 3 จี ซึ่งเป็นการเปลี่ยนเทคโนโลยีจากซีดีเอ็มเอเป็นเอชเอสพีเอแล้ว กสท จะเริ่มทยอยให้บริการ 3 จี และจะเปิดตัวแบรนด์ 3 จี อย่างเป็นทางการภายในเดือน ก.ค.นี้ พร้อมกับการโอนย้ายลูกค้าแคท ซีดีเอ็มเอ ที่มีอยู่ 400,000 เลขหมาย ให้มาใช้โครงข่าย 3 จี เอชเอสพีเอให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี

ขณะเดียวกัน บริษัท เรียล มูฟ จำกัด ในฐานะผู้เช่าใช้โครงข่ายของ กสท จะเปิดตัว “ทรูมูฟ เอช” เพื่อให้บริการ 3 จี เช่นเดียวกัน โดยขณะนี้โครงข่าย 3 จี ในส่วนของบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มทรู ได้ปรับปรุง (อัพเกรด) โครงข่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว และพร้อมจะโอนย้ายลูกค้าที่ใช้ 3 จี ในปัจจุบัน ให้ย้ายไปอยู่ภายใต้สังกัดเรียล มูฟ ด้านบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กำลังเร่งติดตั้งอุปกรณ์ 3 จีบนโครงข่ายเดิม คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ตามที่ได้รับอนุมัติจาก กสทช. จำนวน 1,884 สถานีฐาน โดยจะใช้เงินลงทุนราว 2,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดให้บริการ 3 จี อย่างเต็มที่ภายในเดือน ส.ค.นี้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 18 กรกฎาคม 2554, 05:15 น.

อสส.ยันสัญญา3 จี “กสท-ทรู” ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน

Published กรกฎาคม 13, 2011 by SoClaimon

12 กรกฎาคม 2554, 23:00 น.

อสส.ยันสัญญา3 จี “กสท-ทรู” ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน.

Pic_185861

“อัยการสูงสุด” ยันสัญญา3 จี “กสท-ทรู” ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน ไม่ขัด พ.ร.บ.กสทช. ขณะที่ “ไอซีที” ยังกังขา ขอส่งให้สำนักงานกฤษฎีกาตีความอีกรอบ และรอผลตัดสินศาลปกครอง เพื่อความชัดเจน …

วันที่ 12 ก.ค. นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงไอซีที ได้ขอหารือสำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 54 กรณีการทำสัญญาธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่เพื่อให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นไปตามขั้นตอน ถูกต้อง ครบถ้วน ครอบคลุมกฎหมาย ของกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน)  และต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.)

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานอัยการสูงสุดได้ทำหนังสือตอบกลับมายังกระทรวงไอซีทีแล้ว โดยระบุว่า การทำสัญญาดังกล่าวไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน เพราะเป็นการเช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคมตามระเบียบของ กสท ว่าด้วยการพัสดุ โดยวิธีตกลงราคากัน อีกทั้ง กสท มีสถานภาพเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด เป็นเพียงผู้รับใบอนุญาตการประกอบกิจการโทรคมนาคมซึ่งเทียบเท่ากับเอกชนรายอื่น ๆ ที่ต้องปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่ กสท นำคลื่นความถี่ไปจัดสรรให้สัมปทานกับเอกชน และเมื่อ กสทช.ได้กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแล้ว การอนุญาตและการประกอบกิจการ จึงไม่ใช่เป็นการใช้ทรัพย์สินของส่วนราชการหรือของหน่วยงานรัฐ ตามพ.ร.บ.ร่วมทุน 2535 แต่เป็นการดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 และพ.ร.บ.กสทช.2553

สำหรับการให้ความเห็นเกี่ยวกับการแผนการลงทุนรองรับการทำสัญญาโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ของ กสท วงเงิน 12,000 ล้านบาทนั้น นางจีราวรรณ กล่าวว่า กระทรวงไอซีทีทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้น 100% เพื่อสอบถามความเห็นในเรื่องของการลงทุน ซึ่งขณะนี้ยังคงรอคำตอบจากกระทรวงการคลัง ก่อนที่จะเสนอความเห็นให้ รมว.ไอซีทีพิจารณา เพื่อนำเสนอต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แม้กระทรวงไอซีทีจะได้รับหนังสือตอบกลับจากอัยการสูงสุด ที่ลงนามโดยนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด แล้วก็ตาม แต่ยังคงมีข้อกังขาว่า ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน ตามบทนิยามว่า “ร่วมงานหรือดำเนินการ” ตามมาตรา 4 พ.ร.บ.ร่วมทุน 2535 อย่างไร เนื่องจากการดำเนินการให้บริการ 3 จี ถ้าจะให้สำเร็จผลเปิดให้บริการได้ กสท จะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตการนำเข้าและติดตั้งอุปกรณ์ จาก กสทช. แล้วนำใบอนุญาตนั้น มาให้กลุ่มบริษัททรู นำเข้าอุปกรณ์ แล้วมาติดตั้ง เพื่อให้ กสท เช่าใช้เครื่องและอุปกรณ์อีกทอดหนึ่ง ฉะนั้น จึงเตรียมที่จะนำเรื่องดังกล่าวหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมถึงรอผลการตัดสินชี้ขาดของศาลปกครองด้วย จากที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นฟ้องร้อง กสท ว่า สัญญาดังกล่าวไม่เป็นตามกฎหมาย พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2535 เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นที่สิ้นสุดของการตรวจสอบสัญญาฉบับดังกล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 กรกฎาคม 2554, 23:00 น.

“กสท”เผยทรูมูฟเดินหน้าให้บริการ 3 จีได้

Published กรกฎาคม 3, 2011 by SoClaimon

.

Pic_183177

 

กจญ.กสท เผยทรูมูฟเดินหน้าให้บริการ 3 จีได้ หลัง กสทช.อนุมัติให้ติดตั้งอุปกรณ์ HSPA ขณะที่ดีแทค เฝ้ารอผลจากอัยการ ยันแม้เปลี่ยนรัฐบาลหรือไม่เปลี่ยน ก็ชี้แจงสัญญาทรู-กสท และแผนลงทุน 12,000 ล้านบาทได้…

เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2554 นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อนุมัติให้บริษัท ทรูมูฟ จำกัด สามารถติดตั้งอุปกรณ์เอชเอสพีเอ เพื่อให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม 454 สถานีนั้น ทางทรูมูฟ สามารถที่จะเดินหน้าเปิดให้บริการได้ทันที ที่การติดตั้งแล้วเสร็จ เพราะเป็นการให้บริการแบบไม่เชิงพาณิชย์ ส่วนกรณีบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ที่จะเปิดให้บริการ 3 จี ด้วยเทคโนโลยีเอชเอสพีเอ (HSPA) เชิงพาณิชย์นั้น ก็คงต้องให้สำนักงานอัยการสูงสุด ทำหนังสือแจ้งมายัง กสท ว่า ดีแทคสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นต้องรอหนังสือจากอัยการก่อน

กจญ.บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวต่อว่า ส่วนการเปลี่ยนอุปกรณ์ซีดีเอ็มเอ (CDMA) เป็นเอชเอสพีเอของ กสท นั้น ก็คงต้องรอใบอนุญาตนำเข้าและติดตั้งจาก กสทช.หลังจากก็จะเริ่มติดตั้งให้ได้ 1,000 สถานีฐาน เพื่อเปิดให้บริการได้ภายในเดือนส.ค.นี้ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหลังเลือกตั้งหรือไม่เปลี่ยนก็ตาม กสท ก็สามารถที่จะชี้แจงการทำสัญญาธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ เพื่อให้ บริการ 3จี ระหว่าง กสท กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมถึงแผนการลงทุนระบบสื่อสัญญาณและเสาวงเงิน 12,000 ล้านบาทในระยะเวลา 14 ปี 6 เดือนได้ เพราะการดำเนินการของกสท เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงมั่นใจว่าจะสามารถชี้แจงได้แน่นอน

นายจิรายุทธ กล่าวด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าการลงนามในบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู) กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อน ในการให้บริการโทรคมนาคมทั้งระบบ ทั้งโทรศัพท์มือถือ ไฟเบอร์ทูเดอะเอ็กซ์ เพื่อให้บริการโทรคมนาคมครบวงจรภายในอาคารบ้านเรือน และอื่น ๆ โดยคาดว่าสัปดาห์หน้าจะสามารถลงนามในสัญญาได้ ในเบื้องต้นจะต้องเจรจารายละเอียดจำนวนเลขหมายในการใช้โครงข่ายร่วม (โรมมิง) การใช้เสาโทรคมนาคมร่วมกัน การกำหนดอัตราค่าเชื่อมต่อโครงข่ายแบบอินเตอร์คอนเนคชั่นชาร์จ เป็นต้น

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 กรกฎาคม 2554, 17:20 น.
%d bloggers like this: