กรุงไทย

All posts tagged กรุงไทย

กรุงไทยจับมือฮั่วเซ่งเฮงเปิดตัวอีทีเอฟทองคำกองแรกของไทย

Published กรกฎาคม 26, 2011 by SoClaimon

25 กรกฎาคม 2554, 23:40 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189033.

Pic_189033

บลจ.กรุงไทยออกกองทุนรวม ETF ที่อ้างอิงกับทองคำเป็น กองแรกของไทย มั่นใจได้รับความนิยมเพราะซื้อขายง่ายผ่านตลาดหุ้น รับรู้ราคาซื้อขายได้ทันที ขณะที่ผู้ลงทุนยังสามารถรับค่าขายเป็นทองคำแท่งจากห้างทองฮั่วเซ่งเฮงได้ ฟันธงราคาทองโลกยังเป็นขาขึ้น เชื่อราคาสูงสุดปีนี้ แตะ1,650 เหรียญได้ไม่ยาก …

วันที่ 25 ก.ค. นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย เปิดเผยว่าได้เปิดตัวกองทุนเปิดเคแทม โกลด์ อีทีเอฟ แทร็กเกอร์ (KTAM GOLD ETF TRACKER) ซึ่งเป็นกองทุนรวม ETF ที่อ้างอิงผลตอบแทนจากราคาทองคำในตลาดโลก เป็นกองแรกของประเทศไทย เนื่องจากกองทุนนี้ มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยจะเปิดเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก(ไอพีโอ) ตั้งแต่วันที่ 25-29 ก.ค. มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท โดยลงทุนขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 10,000บาท หลังจากนั้นจะนำกองทุนนี้เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยจะเริ่มซื้อขายในตลาดได้ตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.เป็นต้นไป โดยใช้ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ว่า GLD

สำหรับจุดเด่นของ กองทุน GLD คือผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากราคาหน่วยลงทุน ETF ที่เคลื่อนไหวตามกองทุนรวมหลัก คือSPDR Gold Trust ที่สะท้อนราคาทองคำในตลาดโลก หลังหักค่าใช้จ่ายของกองทุน ขณะที่นักลงทุนจะมีความคล่องตัวในการซื้อขาย เพราะสามารถซื้อขายได้ทันทีตามราคาในกระดานของตลาดหุ้นทำให้สามารถทราบราคาซื้อขายได้ทันที โดยไม่ต้องรอราคาปิดสิ้นวันเหมือนกองทุนรวมทองคำอื่นๆ นอกจากนี้ กองทุนดังกล่าวยังมีบริษัทฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือห้างทองฮั่วเซ่งเฮง ซึ่งมีประสบการณ์และความน่าเชื่อถือในธุรกิจทองคำมากว่า 60ปี เป็นผู้ดูแลสภาพคล่องให้ด้วย

“มั่นใจว่า กองทุน GLD จะได้รับความนิยมและมีการซื้อขายอย่างสม่ำเสมอ เพราะซื้อขายได้เหมือนหุ้น ผ่านโบรกเกอร์ได้ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนรายใหญ่หรือรายย่อยก็สามารถซื้อขาย GLD โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการหรือสนใจลงทุนในทองคำไม่ต้องรอสะสมเงินให้ครบเพื่อจะซื้อทองคำน้ำหนักเป็นบาท เพราะหลังหน่วยลงทุนเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นแล้ว สามารถซื้อขายขั้นต่ำเพียง 100หน่วย โดยราคาต่อหน่วยประมาณ2บาทกว่าๆ ขึ้นลงล้อตามราคาบาททองคำของไทยเพื่อให้เข้าใจง่าย ทำให้ผู้มีเงินน้อยก็สามารถลงทุนได้ ประกอบกับความต้องการลงทุนทองคำยังมีสูง เพราะมีโอกาสได้ผลตบแทนดี และยังเป็นสินทรัพย์ที่กระจายความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อได้ดี”

ด้านนายธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์สกล่าวว่า กองทุนนี้ จะเป็นมิติใหม่ที่ช่วยให้ผู้ลงทุนในกองทุนทองคำมีความสะดวก และมีความคล่องตัวในการซื้อขายมากยิ่งขึ้น กว่ากองทุนรวมทองคำในรูปแบบเดิมๆ และที่พิเศษคือผู้ลงทุนที่ซื้อขายกองทุน GLD ผ่านบริษัทฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ในตลาดหลักทรัพย์ สามารถแจ้งความจำนงกับบริษัท เพื่อรับค่าขายคืนเป็นทองคำแท่ง ความบริสุทธิ์ 96.50% น้ำหนักขั้นต่ำ 50 บาท จากห้างทองฮั่วเซ่งเฮงได้ ซึ่งถือเป็นการอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมจากการรับค่าขายคืนเป็นเงิน

นายธนรัชต์ยังกล่าวว่า คาดว่าการซื้อขายกองทุน GLD คงจะได้รับความนิยมเนื่องจากอ้างอิงกับกองทุนทองคำที่มีขนาดใหญ่ในโลกอย่างกองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุนที่ให้อัตราผลตอบแทน เฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 19% นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน SPDR มาในปี2546 ส่วนราคาทองคำในตลาดโลกตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันปรับตัวขึ้นหรือให้ผลตอบแทนแล้ว 12%ซึ่งกองทุนนี้นอกจากฮั่วเซ่งเฮงจะทำหน้าที่เป็นมาร์เก็ตเมกเกอร์หรือสร้างสภาพคล่องให้กับการซื้อขาย คือทำให้ผู้ต้องการซื้อสามารถซื้อหน่วยลงทุนได้และผู้ต้องการขายสามารถขายหน่วยลงทุนได้แล้ว ฮั่วเซ่งเฮงยังได้รับอนุญาติให้ทำหน้าที่เป็น สเปเชียล ซับโบรกเกอร์ คือชเป็นนายหน้าส่งคำสั่งซื้อขาย ETF ได้ เป็นรายแรกและรายเดียวของโบรกเกอร์ที่มาจากฝั่งธุรกิจค้าทองคำ

“ขณะนี้พบว่านักลงทุนยังคงไหลเข้ามาลงทุนในทองคำอย่างคึกคักต่อเนื่อง โดยมูลค่าการซื้อขายทองคำแท่งของนักลงทุนเพียงแค่ 4-5 เดือนแรกปีนี้ มีมูลค่าซื้อขายสูงกว่าทั้งปี53ถึงเท่าตัว โดยมีทั้งนักลงทุนที่เข้ามาซื้อทองคำแท่งเพื่อถือลงทุนระยะยาวและที่ซื้อขายเก็งกำไร หากช่วงไหนราคาทองลงก็จะเข้ามาซื้อและรอขายเมื่อราคาทองโลกปรับขึ้นแรง บางวันช่วงที่ราคาทองขึ้นแรงทำนิวไฮ มีนักลงทุนมาซื้อและขายทองคืนถึงวันละ7,500ล้านบาท ส่วนตลาดสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า(โกลด์ฟิวเจอร์ส) หลังเปิดให้ซื้อขายเพิ่มในช่วงภาคค่ำตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. ทำให้มูลค่าการซื้อขายของบริษัทเติบโตกว่า 80% ส่วนกองทุน GLDนี้ถือเป็นการเปิดทางเลือกหนึ่งในการลงทุนให้นักลงทุนเพิ่มขึ้นซึ่งมั่นใจว่าน่าจะได้รับความสนใจ”

นายธนรัชต์ ยังให้ความเห็นถึงมุมมองทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกปีนี้ว่า ราคาทองคำยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้เป็นโอกาสในการลงทุน แต่จะมีแรงเหวี่ยงผันผวนขึ้นลงแรง โดยคาดว่ามีโอกาสได้เห็นราคาสูงสุดที่ 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ไม่ยากซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจโลกที่ยังน่ากังวล โดยเฉพาะการแก้ปัญหานี้ของสหรัฐฯ ที่สร้างความกังวลให้นักลงทุนในช่วงนี้ โดยนักลงทุนต้องติดตามการชำระหนี้ของสหรัฐฯ ในวันที่ 2 ส.ค.นี้ หากมีข้อสรุปออกมาไม่ดี รัฐสภาของสหรัฐฯไม่ยอมให้ขยายเพดานหนี้สาธารณะ จนทำให้สหรัฐฯไม่สามารถจ่ายหนี้ที่ครบกำหนดจ่ายในวันที่ 2 ส.ค.ได้ จนเกิดการ Default หรือผิดนัดชำระหนี้จะผลักดันราคาทองคำให้สูงกว่าระดับที่คาดการณ์เอาไว้ เพราะเงินทุนจะไหลเข้ามาถือทองคำมากขึ้นเพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง และปลอดภัย แต่จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ตนยังคาดการณ์ว่าข้อสรุปการชำระหนี้ของสหรัฐฯน่าจะออกมาดี แต่ถึงอย่างไรราคาทองคำก็คงไม่ปรับตัวลงจากเหตุนี้ตราบใดที่ปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะในสหรัฐฯและยุโรปยังไม่คลี่คลาย

ทั้งนี้ราคาทองโลกในตลาดโลก ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 1,625 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะนักลงทุนยังกังวลเรื่องการชำระหนี้ของสหรัฐฯ ทำให้ราคาซื้อขายทองคำแท่งในประเทศวันที่ 25 ก.ค.ทำนิวไฮอีกครั้ง โดยขายออกที่บาทละ22,800บาท และรับซื้อที่ 22,700บาท ขณะที่มองทิศทางราคาทองคำแท่งในประเทศจะไปสูงสุดของปีนี้อยู่ที่ระดับ 23,300 บาท ภายใต้ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ยังคาดการณ์ ภาพรวมของการลงทุนในทองคำยังมีโอกาสเติบโต เพราะราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นทำนิวไฮมาอย่างต่อเนื่อง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 กรกฎาคม 2554, 23:40 น.

พาณิชย์รุกบริการข้อมูลนิติบุคคลออนไลน์

Published กรกฎาคม 16, 2011 by SoClaimon

16 กรกฎาคม 2554, 05:15 น.

พาณิชย์รุกบริการข้อมูลนิติบุคคลออนไลน์.

Pic_186706

พาณิชย์รุกบริการข้อมูลนิติบุคคลออนไลน์ เผยค่าธรรมเนียมติดตั้งโปรแกรมเชื่อมโยงข้อมูลครั้งละ 3,000 บาท

นายอิทธิพล ช้างหลำ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศ มาช่วยยกระดับการให้บริการข้อมูลธุรกิจ โดยได้เพิ่มช่องทางการให้บริการถ่ายโอนข้อมูลจากระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้แก่ข้อมูลเลขทะเบียนนิติบุคคล ชื่อนิติบุคคล วันที่จดทะเบียน ทุนจดทะเบียน ชื่อกรรมการ/หุ้นส่วน อำนาจกรรมการ/หุ้นส่วนผู้จัดการ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ไปยังคอมพิวเตอร์ของผู้ขอข้อมูลด้วยระบบ Web Services โดยผู้รับบริการสามารถเรียกใช้ข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายได้ทันที ทำให้ผู้รับบริการลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการติดต่อขอรับบริการ
ทั้งนี้ ผู้ขอใช้บริการต้องเสียค่าธรรมเนียมในการให้บริการติดตั้งโปรแกรมเชื่อมโยงข้อมูลครั้งละ 3,000 บาท และค่าบริการถ่ายโอนข้อมูลรายละ 60 บาท หากไม่มีการใช้บริการถ่ายโอนข้อมูลเป็นระยะเวลา 6 เดือนติดต่อกันจะมีการตัดการเชื่อมโยงข้อมูล ส่วนการชำระเงินค่าธรรมเนียม สามารถชำระได้ที่กรม แคชเชียร์เช็ค ตั๋วแลกเงิน และสามารถชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ตู้ ATM หรือหักบัญชีเงินฝากธนาคารโดยมีธนาคารที่ให้บริการได้แก่ กรุงไทย ยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย) ไทยพาณิชย์ กรุงศรีอยุธยา นครหลวงไทย กสิกรไทย และกรุงเทพ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 16 กรกฎาคม 2554, 05:15 น.

หลังหนี้บัตรเครดิตเหลวคลังสั่งลุยก๊อก2ทิ้งไพ่รีไฟแนนซ์สินเชื่อบุคคล

Published มิถุนายน 23, 2011 by SoClaimon

23 มิถุนายน 2554, 05:15 น.
หลังหนี้บัตรเครดิตเหลวคลังสั่งลุยก๊อก2ทิ้งไพ่รีไฟแนนซ์สินเชื่อบุคคล – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181076

คลังแจงรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตยังอืด เพราะสาขาแบงก์รัฐยังมึน แต่เชื่อวิ่งปรู๊ดได้แน่ พร้อมเปิดก๊อก 2 รีไฟแนนซ์สินเชื่อนอน-แบงก์ ด้าน “หม่อมเต่า” แย้มให้คนอยากกู้เงินดีใจ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้นใกล้จบ…

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลัง ถึงโครงการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ที่ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.54 จนถึง 17 มิ.ย.54 ว่า มีผู้ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารทั้ง 3 แห่ง จำนวน 10,119 ราย วงเงินรวมประมาณ 1,265 ล้านบาท และมีการอนุมัติสินเชื่อแล้ว 1,126 ราย วงเงินประมาณ 122 ล้านบาท เนื่องจากโครงการดังกล่าวยังอยู่ในระยะเริ่มต้น จึงมีบางสาขามีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในหลักการและแนวปฏิบัติ ทำให้ลูกหนี้ที่มีศักยภาพบางส่วนไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้

ดังนั้น ธนาคารในโครงการดังกล่าวจึงได้ร่วมกันหารือแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรค ซึ่งได้ข้อสรุปดังนี้ 1.ผู้ขอสินเชื่อที่มีสถานะสินเชื่อเป็นปกติตามข้อมูลเครดิตตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.54 จนถึงวันที่ยื่นขอกู้ สามารถรีไฟแนนซ์ได้ในวงเงินไม่เกิน 300,000 บาท ซึ่งหากผู้ขอสินเชื่อมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบและยอดหนี้เกิน 300,000 บาท จะมีสิทธิเลือกรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตบางใบได้ 2.กรณีที่ผู้ขอสินเชื่อมีอายุเกิน 60 ปี ธนาคารอาจพิจารณาให้มีการค้ำประกันส่วนบุคคล และ 3.ธนาคารทั้ง 3 แห่ง ตกลงจะเร่งทำความเข้าใจในหลักการของโครงการกับทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถบริการประชาชน และบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ประชาชนได้ให้ความสนใจสอบถามเกี่ยวกับการลดภาระดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ธนาคารทั้ง 3 แห่ง จะร่วมกันพิจารณาหาแนวทางในการจัดทำโครงการรีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคลของผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ให้กับผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี เพื่อให้โครงการลดภาระดอกเบี้ยครอบคลุมถึงประชาชนระดับฐานรากได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยจะเปิดตัวโครงการในวันที่ 24 มิ.ย.นี้

ด้าน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวให้ความเชื่อมั่นว่า การใช้การดำเนินนโยบายการเงิน ตามกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ  (Inflation targeting) จะสามารถดูแลเงินเฟ้อที่อาจจะเพิ่มขึ้นจากนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองได้เพราะในข้อเท็จจริงแล้วเมื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้วนโยบายที่หาเสียงอาจไม่ได้ทำ เพราะคงต้องไปหารือกันในระหว่างผู้ชนะการเลือกตั้ง

ประธานบอร์ด ธปท. กล่าวต่อว่า  อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงขณะนี้มาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า และทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น ขณะที่หากนโยบายรัฐบาลมาทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นอีก ทาง ธปท.ก็ต้องดูแล โดยใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เพื่อดูแลเงินเฟ้อไม่ให้เพิ่มขึ้นมากเกินไป และทำให้คนไทยฝากเงินแล้วมีดอกเบี้ยออกมาเป็นเงินใช้จ่าย ซึ่งทำให้ความต้องการซื้อของประเทศยังมีอยู่ และเศรษฐกิจขยายตัวไปได้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเพื่อคุมไม่ให้อัตราเงินเฟ้อสูงเกินไปขณะนี้เห็นว่า  เราทำได้ค่อนข้างดี เพราะเงินเฟ้อทั่วไปกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเริ่มอยู่ในระดับที่ใกล้ดุลยภาพแล้ว จึงมองว่าถ้าไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันมากระตุกให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง อัตราดอกเบี้ยนโยบายน่าจะเพิ่มขึ้นจากในขณะนี้ไม่เกิน 0.5% หลังจากนั้น วัฏจักรของดอกเบี้ยขาขึ้นน่าจะเริ่มหมดไปแล้ว”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 23 มิถุนายน 2554, 05:15 น.

บีบ​แบงก์​รัฐ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เงินสด

Published มิถุนายน 20, 2011 by SoClaimon

20 มิถุนายน 2554, 05:15 น.
บีบ​แบงก์​รัฐ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เงินสด – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_180292

กระทรวงการคลัง เร่งบีบ​แบงก์​รัฐ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เงินสด ให้พิจารณาออกโครงการใหม่ รับรีไฟแนนซ์เพิ่มเติม…

ผู้สื่อข่าว​รายงาน​จาก​กระทรวง​การคลัง​ว่า ธนาคาร​ออมสิน ธนาคาร​กรุง​ไทย และ​ธนาคาร​อิสลาม​แห่ง​ประเทศไทย หรือ​ไอ​แบงก์ ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​การ​รับ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เงินสด​ตาม​คำสั่ง​ของ​นาย​กร​ณ์ จา​ติ​กวณิช รมว.​คลัง ​หลังจาก​ที่​ธนาคาร​ทั้ง 3 แห่ง ร่วมมือ​กัน​รี​ไฟแนนซ์​หนี้​ดี​บัตร​เครดิต​ดอกเบี้ย 3% ไป​แล้ว แต่​ไม่​ประสบ​ความ​สำเร็จ เพราะ​มี​เงื่อนไข​ที่​เข้มข้น ทำให้​ผู้​ถือ​บัตร​เครดิต​ที่​ต้องการ​รี​ไฟแนนซ์​ไม่​สามารถ​เข้า​ร่วม​โครงการ​ดัง​กล่าว​ได้

ทั้งนี้​ ตั้งแต่​ต้น​เดือน ​มิ.ย.​นี้ ที่​เริ่ม​โครงการ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เครดิต รมว.​คลัง สั่ง​ให้​ทีม​งานซึ่ง​นำ​โดยนายญาณ​ศักดิ์ มโนมัย​พิบูลย์ ที่​ปรึกษา​ส่วนตัว รมว.​คลังเรียก​ประชุม​ธนาคาร​ทั้ง 3 แห่ง​บ่อย​มาก เพื่อ​เร่ง​อนุมัติ​การ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เครดิต แต่​ผล​ปรากฏ​ว่า ยอด​การ​รี​ไฟแนนซ์​ก็​มี​น้อย​มาก ล่า​สุด​ธนาคาร​ออมสินมี​ยอด​คำ​ขอ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เครดิต 7,123 ราย วงเงิน 914 ล้าน​บาท อนุมัติ​เพียง 637 ราย วงเงิน 68 ล้าน​บาท ไอ​แบงก์ ยื่น​คำ​ขอ 3,200 ราย วงเงิน 410 ล้าน​บาท อนุมัติ 640 ราย วงเงิน 20 ล้าน​บาท และ​ธนาคาร​กรุง​ไทย มี​การ​สอบถาม​ข้อมูล 11,000 ราย ยื่น​คำ​ขอ​กู้ 4,900 ราย อนุมัติ 189 ราย วงเงิน 20.4 ล้าน​บาท รวม​เป็น​เงิน 108.4 ล้าน​บาท จาก​เป้าหมาย​ของ​โครงการ​ที่​กำหนด​วงเงิน​ไว้ 10,000 ล้าน​บาท

อย่างไรก็ตาม​ กระทรวง​การคลัง​จึง​บีบ​ให้​ธนาคาร​ทั้ง 3 แห่ง​พิจารณา​ออก​โครงการ​ใหม่​ โดย​รับ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เงินสด​เพิ่มเติม แต่​มี​ผู้​บริหาร​ของ​ธนาคาร​ไม่​เห็น​ด้วย เพราะ​บัตร​เงินสด​ถือ​เป็น​สินเชื่อ​บุคคล​เพื่อ​ใช้​หมุนเวียน​สภาพ​คล่อง ไม่ได้​มี​ไว้​รูด​ซื้อ​สินค้า โดย​มี​วงเงิน​สูง​ตั้งแต่ 50,000 บาท​ขึ้น​ไป​จนถึง​หลาย​แสน​บาท คิด​อัตรา​ดอกเบี้ย​สูง​ถึง 28% ต่อ​ปี​ เช่น เ​รด​ดี้ เครดิต ของ​ซิตี้​แบงก์ และ​ธนาคาร​ยู​โอ​บี, กรุง​ศรี คาร์ ฟอร์ แค​ช, อี​ซี บาย ​และ​อิออ​น เป็นต้น ซึ่ง​ถือว่า​มี​ความ​เสี่ยง​สูง​กว่า​บัตร​เครดิต​ทั่วไป นอกจาก​นี้ ใน​ช่วง​นี้​อยู่​ระหว่าง​การ​เลือกตั้ง​ ส.ส.​ทั่ว​ประเทศ จึง​ไม่​สมควร​ที่​จะ​มี​มาตรการ​หรือ​บริการ​รูป​แบบ​ใหม่ๆ ใน​ช่วงนี้ เพราะ​เกรง​ว่าจะ​เป็น​การ​ช่วย​หาเสียง​ให้​แก่​พรรคการเมือง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 มิถุนายน 2554, 05:15 น.

ทีโอทีเปิดขายซอง’3จี’ธ.ค. ผู้ชนะได้สิทธิ์วางโครงข่ายทั่วปท.

Published พฤษภาคม 22, 2011 by SoClaimon

1 พฤศจิกายน 2553, 06:15 น.
ทีโอทีเปิดขายซอง\’3จี\’ธ.ค. ผู้ชนะได้สิทธิ์วางโครงข่ายทั่วปท. – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_123068

บอร์ดทีโอทีเร่งเครื่อง 3จี เล็งประกาศขายแบบ-ซอง ธ.ค.นี้ ระบุผู้ชนะมีเพียงรายเดียวได้รับสิทธิ์วางโครงข่ายทั้งประเทศ มั่นใจเปิดบริการได้ไตรมาส 2 ปีหน้า เผยเอไอเอส-ทรูมูฟส่งบริษัทลูกขอทำเอ็มวีเอ็นโอ-โรมมิ่งแล้ว…

นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ว่า ที่ประชุมมีรายงานความคืบหน้าโครงการขยายบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จี บนคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิร์ตซ โดยขณะนี้ร่างหลักเกณฑ์เงื่อนไขการประมูล หรือ ทีโออาร์ ที่ทีโอทีจัดทำขึ้นเสร็จหมดแล้ว ทั้งนี้ สาระสำคัญใหม่ที่บรรจุลงไป คือ ให้บริษัทผู้รับเหมาเอกชน ที่สนใจจะเข้าประมูลงานวางโครงข่ายครั้งนี้ สามารถยื่นผลงานมูลค่า 500 ล้านบาทขึ้นไป ประกอบในการพิจารณาด้วยได้

ทีโออาร์ต่างๆ ได้ส่งไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อตรวจสอบสัญญา โดยเบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะเริ่มประกาศร่างหลักเกณฑ์การประมูลได้กลางเดือน พ.ย.นี้ จากนั้นภายในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ธ.ค.จะเริ่มเปิดขายแบบการประมูลขายซองประกวดราคา และซองเทคนิค โดยคาดการณ์ว่ากลางเดือน  ม.ค. 2554 จะได้ผู้ชนะการประมูลอย่างเป็นทางการ และจะลงนามเซ็นสัญญาว่าจ้างได้ในเดือน ก.พ. ต่อไป อย่างไรก็ตาม บอร์ดทีโอทีได้ลงมติว่า ผู้ชนะการประมูลจะได้รับสิทธิ์ติดตั้งโครงข่าย 3จี ทั่วทั้งประเทศ ซึ่งหมายความว่า ผู้ชนะจะมีเพียงบริษัทเดียวเท่านั้น

กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวต่อว่า สาเหตุที่การให้สิทธิ์ผู้ชนะการประมูลเพียงบริษัทเดียวได้ทำ 3จีนี้ เพราะบอร์ดได้ลงมติว่า ระบบ 3จี มีความซับซ้อนมากกว่าการติดตั้งระบบโทรศัพท์พื้นฐาน (ฟิกซ์ไลน์) หรือ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ดังนั้น การวางระบบเชื่อมโยงโครงข่ายจากทั่วประเทศ จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมลักษณะ และแบรนด์เดียวกันทั้งหมด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

“สรุปคือถ้าบริษัทใด หรือกิจการร่วมค้าใดก็ตามที่ชนะการประมูล 3จี ได้สิทธิ์ทำทั้งประเทศ ครั้งนี้ เราไม่ได้แบ่งเป็นโซน หรือ เฟสๆ อย่างที่เคยเปิดประมูล อาทิ บริษัท ก ชนะเขตนครหลวง บริษัท ข ชนะในเขตต่างจังหวัด” นายวรุธ กล่าว

โดยบอร์ดได้แบ่งการเปิดบริการ 3จีออกเป็น 3 เฟส เพื่อให้ทันตามกรอบเวลาของนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ต้องการให้ประชาชนได้ใช้ 3จี โดยเร็วที่สุด ซึ่งหลังจากที่ลงนามเซ็นสัญญาว่าจ้างบริษัทผู้ชนะการประมูลในเดือน ก.พ.แล้ว คาดว่าจะสามารถติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้บริการแล้วเสร็จในพื้นที่สำคัญ ซึ่งจะเปิดให้บริการเฟสที่ 1 ได้ภายในไตรมาส 2/2554 อย่างแน่นอน

ส่วนในเฟส 2 คือ กทม.ทุกพื้นที่ ปริมณฑล 4 จังหวัด และ 13 จังหวัดเศรษฐกิจ จะสามารถเปิดบริการได้ภายใน 180 วัน หลังจากที่เปิดให้บริการเฟสแรกไปแล้ว ส่วนเฟสสุดท้ายจะขยายไปยังทุกจังหวัดในประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมต่อจำนวนประชากร 80% ภายใน 4 ปี โดยทีโอทีจะพิจารณาจากพื้นที่ที่มีความต้องการสูง และสามารถสร้างรายได้ โดยคาดการณ์ว่าบริการ 3จี จะให้บริการได้เต็มความสามารถในการรองรับ หรือ คาปาซิตี้ 7 ล้านเลขหมาย ภายใน 2 ปี

การหาแหล่งเงินกู้ จากวงเงินขยายโครงข่ายทีโอทีตามครม. อนุมัติ 19,980 ล้านบาทนี้ จะแบ่งเป็นการจัดซื้อจัดจ้างตามทีโออาร์วงเงิน 17,440 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งจะมาจากการหาแหล่งเงินกู้มูลค่า 15,850 ล้านบาท และที่เหลือราว 1,500 ล้านบาท จะใช้กระแสเงินสดของทีโอทีเอง ซึ่งฝ่ายบริหารได้มอบหมายให้สายงานธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ และสายงานบริหารการลงทุน เป็นผู้รับผิดชอบดังกล่าวแล้ว ขณะเดียวกัน มีธนาคารหลักในประเทศให้ความสนใจ 4 ราย ได้แก่ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย และซิตี้แบงก์

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 4 สถาบันทางการเงิน ได้ส่งหนังสือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการปล่อยวงเงินกู้จำนวน 4 ประเด็นด้วยกันคือ 1.ทีโอทีจะสามารถมีกระแสเงินสดตามแผนธุรกิจได้หรือไม่ 2.หลักประกันต่างๆ ทั้ง แบงก์การันตี และ ซัพพลายเออร์ เครดิต 3.การโอนสิทธิการชำระเงินกู้ และ 4.กระทรวงการคลังยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในทีโอทีหรือไม่ โดยข้อซักถามดังกล่าว ทีโอทีจะตอบไปกลับให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ มั่นใจว่า ภายในเดือนธ.ค.นี้ จะได้ตัวแทนหลักในการปล่อยกู้ และในเดือนก.พ.2554 จะลงนามเซ็นสัญญากู้เงินได้

นายวรุธ กล่าวด้วยว่า ส่วนของแผนการตลาดให้บริการ 3จี นั้น ขณะนี้มีบริษัทลูกของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และ บริษัทลูกของทรูมูฟ ได้ยื่นเสนอความจำนงขอร่วมเป็นพันธมิตรทั้งการบริการขายต่อบริการ บนโครงข่ายเสมือน หรือ เอ็มวีเอ็นโอ และขอโรมมิ่งกับทีโอที 3จีแล้ว โดยคาดการณ์ว่า การเจรจาจะแล้วเสร็จภายในเดือนพ.ย.นี้ ซึ่งหากมีการเปิดบริการ 3จีอย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าทีโอทีจะมีรายได้จากการเก็บส่วนแบ่งรายได้จากเอ็มวีเอ็นโอทั้งรายเดิมและรายใหม่ได้ปีละ 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 นี้ ที่คาดว่าจะมีรายได้ราว 200 ล้านบาท

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมบอร์ดครั้งนี้ มีการโยกย้ายสลับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง โดยสลับนายกำธร ไวทยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริการสื่อสารไร้สาย และบริการเพื่อสังคม ให้ไปดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ แทน นายณัฐวัฒน์ ภาษยะวรรณ ส่วนนายณัฐวัฒน์ ไปดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริการสื่อสารไร้สายและบริการ เพื่อสังคม  และยังมีการโยกย้ายอีกหลายตำแหน่งด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไอทีออนไลน์
  • 1 พฤศจิกายน 2553, 06:15 น.

กรุงไทยลุ้นระทึกรถไฟฟ้าสายสีแดง

Published มีนาคม 16, 2011 by SoClaimon

15 มีนาคม 2554, 05:15 น.

ผ่านทางกรุงไทยลุ้นระทึกรถไฟฟ้าสายสีแดง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_155997

 

กรุงไทยลุ้นระทึกรถไฟฟ้าสายสีแดง

กรุงไทย ยังสนับสนุนโครงการก่อสร้างรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน หลังศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งจ้างกลุ่มยูนิคซุนวูจอยท์เวน เจอร์….

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งจ้างกลุ่มยูนิคซุนวูจอยท์เวน เจอร์ ในการก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ว่า ธนาคารเป็นผู้สนับสนุนสินเชื่อโครงการนี้ ซึ่งขณะนี้ยังให้การสนับสนุนเป็นปกติ ไม่ได้มีการระงับหรือตัดวงเงินสินเชื่อ  เนื่องจากโครงการยังดำเนินการก่อสร้างเป็นปกติ

“โครงการยังไม่ได้หยุดก่อสร้าง  ธนาคารก็ยังสนับสนุนสินเชื่อเป็นปกติ เพราะเมื่อโครงการที่ก่อสร้างได้มีการส่งงวดงานให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก็จะได้เงินมาชำระหนี้กับธนาคาร และตอนนี้ชำระหนี้เข้ามามากแล้ว และวงเงินสินเชื่อที่ปล่อยไปเป็นหลักพันล้านบาท”

ผู้รับมอบอำนาจจากกลุ่มกิจการร่วมค้า เอสทีซีซี จอยท์เวนเจอร์ กล่าวถึงกรณีที่การรถไฟฯยังคงระบุว่า จะเดินหน้าว่าจ้างกลุ่มยูนิค-ซุนวูจอยท์-เวนเจอร์ ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงต่อไป โดยอ้างมติ ครม.ผ่อนผันให้จ้างเอกชนผู้เสนอราคารายเดียวได้ แม้ศาลปกครองจะให้เพิกถอนคำสั่งของ บอร์ด รฟท.ไปแล้วว่า ในข้อเท็จจริงของคดีนั้น เป็นเรื่องที่ต้องมีผู้เสนอราคาที่มีคุณสมบัติถูกต้อง 2 ราย และทั้ง 2 ราย ต้องแข่งขันกันโดยวิธี “อีออกชัน” เพื่อให้ได้ราคาต่ำสุด แต่คณะกรรมการพิจารณาของ รฟท. ได้ให้ผู้เสนอราคารายหนึ่งไม่ผ่านการคัดเลือก จึงทำให้เหลือผู้เสนอราคาเพียงรายเดียวซึ่งศาลปกครองกลางเห็นว่าไม่ถูกต้อง จึงให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาฯของ รฟท.ที่ไม่ให้บริษัทซึ่งผู้ฟ้องคดีผ่านการคัดเลือก ดังนั้น มติของ รฟท.จึงเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยเหตุผล และต้องถูกเพิกถอน

“ประเด็นนี้จึงไม่ใช่เป็นกรณีที่ต้องวินิจฉัยว่ามีผู้เสนอราคารายเดียว แล้ว รฟท.อนุมัติให้จ้างได้หรือไม่ เพราะในกรณีนี้ มีผู้เสนอราคาที่ผ่านคุณสมบัติ 2 ราย”.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 มีนาคม 2554, 05:15 น.

 

ไทยพาณิชย์-กรุงไทย-ทิสโก้อุ้ม สหวิริยาฮุบบริษัทเหล็กแดนผู้ดี

Published กุมภาพันธ์ 28, 2011 by SoClaimon

26 กุมภาพันธ์ 2554, 05:00 น.

ผ่านทางไทยพาณิชย์-กรุงไทย-ทิสโก้อุ้ม สหวิริยาฮุบบริษัทเหล็กแดนผู้ดี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_151811

 

ไทยพาณิชย์ จับมือกรุงไทย-ทิสโก้ ลงนามสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรีฯ เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์โรงถลุงเหล็กในอังกฤษ …

นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทยและธนาคารทิสโก้ ร่วมลงนามในสัญญาให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์โรงถลุงเหล็ก Teesside Cast Product (TCP) ในประเทศอังกฤษ จากบริษัท Tata Steel UK ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม Tata Steel ผู้ผลิตเหล็กชั้นนำของโลก

“จากการซื้อครั้งนี้จะส่งผลให้บริษัทสหวิริยาสตีลขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเหล็กในภูมิภาค ทั้งนี้ การสนับสนุนการเงินในครั้งนี้ประกอบด้วยสัญญา 2 ฉบับ ได้แก่ สัญญาเงินกู้ระยะยาวและเงินทุนหมุนเวียนจำนวน 23,900 ล้านบาท แก่บริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) และสัญญาเงินกู้ระยะยาวและเงินทุนหมุนเวียนจำนวน 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 18,000 ล้านบาท ให้แก่บริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสตรี ประเทศอังกฤษ

ขณะเดียวกัน ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุง-ศรีอยุธยา ได้สนับสนุนเงินกู้ให้กับบริษัทไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในด้านธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร วงเงิน 3,000 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระหุ้นกู้และเงินกู้ยืมที่ครบกำหนด โดยวงเงินกู้มีระยะเวลา 7 ปี 6 เดือน.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 กุมภาพันธ์ 2554, 05:00 น.

 

กรุงไทยผนึกทหารไทยปล่อยกู้บิ๊กซีซื้อคาร์ฟูร์

Published มกราคม 18, 2011 by SoClaimon

18 มกราคม 2554, 07:15 น.

ผ่านทางกรุงไทยผนึกทหารไทยปล่อยกู้บิ๊กซีซื้อคาร์ฟูร์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_142158

 

ธนาคารกรุงไทยผนึกกำลังธนาคารทหารไทย  ปล่อยกู้บิ๊กซีเพื่อรองรับการซื้อกิจการคาร์ฟูร์

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารร่วมกับธนาคารทหารไทย สนับสนุนวงเงินในรูปแบบ Bridge Loan จำนวนรวม 38,500 ล้านบาท ให้กับบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIG C เพื่อรองรับการซื้อกิจการคาร์ฟูร์ ซึ่งการร่วมมือกันระหว่าง 2 ธนาคาร ใน ครั้งนี้ ทำให้บิ๊กซีได้รับวงเงินกู้สกุลบาทจำนวนมากและปิดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เนื่อง จากรายรับของบิ๊กซีเป็นสกุลบาททั้งหมด

ด้านนายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วงเงินกู้รูปแบบ Bridge loan นี้ จะเอื้อให้บิ๊กซีมีความยืดหยุ่นในเทอมการชำระและลดความเสี่ยงในการจัดหาเงินกู้ระยะยาว (Take Out Long Term Loan) ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างกระแสเงินสดที่จะชัดเจนขึ้นภายหลัง ทั้งนี้การจัดวงเงินกู้ทั้งหมดสามารถจัดให้มีการลงนามได้แล้วเสร็จภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ จึงเป็นการทำงานที่รวดเร็วเป็นประวัติการณ์สำหรับเงิน กู้จำนวนมากขนาดนี้.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 มกราคม 2554, 07:15 น.

 

คลัง-ธปท.จูบปากแฮปปี้คืนหนี้กองทุนฟื้นฟู

Published มกราคม 12, 2011 by SoClaimon

11 มกราคม 2554, 06:00 น.

ผ่านทางคลัง-ธปท.จูบปากแฮปปี้คืนหนี้กองทุนฟื้นฟู – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_140433

 

ไม่เอาซีโร่คูปองโอนหุ้นกรุงไทย-ที่ดินรัชดา โดยให้ ธปท.เข้าไปซื้อเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนฟื้นฟูฯที่เหลืออยู่ 1.14 ล้านล้านบาท เพราะมองว่าเรื่องนี้ผิดวินัยทางการเงิน จึงจะทบทวนใช้แนวทางอื่นแทน…

นางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายจัดการกองทุนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และในฐานะผู้จัดการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เปิดเผยว่า ขณะนี้นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ได้ตกลงเบื้องต้นกับปลัดกระทรวงการคลังแล้วว่าจะไม่ใช้แนวทางให้กระทรวงการคลังออกพันธบัตรรัฐบาลที่ปลอดดอกเบี้ย (ซีโร่คูปอง) โดยให้ ธปท.เข้าไปซื้อเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนฟื้นฟูฯที่เหลืออยู่ 1.14 ล้านล้านบาท เพราะมองว่าเรื่องนี้ผิดวินัยทางการเงิน จึงจะทบทวนใช้แนวทางอื่นแทน

ส่วนกรณีโอนทรัพย์สินของกองทุนฟื้นฟูฯไปใช้หนี้นั้น จากการตีราคาหุ้นหรือสินทรัพย์ของกองทุนฟื้นฟูฯนั้นมีมูลค่าประมาณ 300,000-400,000 ล้านบาท ทำให้หนี้สินของกองทุนฟื้นฟูฯจะลดลงเหลือ 800,000 ล้านบาท โดยในส่วนของทรัพย์สินอื่นนอกเหนือจากหุ้นที่กองทุนฟื้นฟูฯถืออยู่ โดยเฉพาะที่ดินแปลงใหญ่อย่างที่ดินรัชดาฯและภูเก็ต จะไม่โอนให้ แต่จะพยายามนำออกมาขายและนำรายได้ส่งให้คลัง สำหรับหุ้นที่กองทุนฟื้นฟูฯถืออยู่ทั้งธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 55.29%, บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (BAM) และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) นั้น ขณะนี้ยังมีรายได้ปันผลมายังกองทุนฟื้นฟูฯทุกปี จึงคาดว่าจะโอนหุ้นให้กระทรวงการคลัง ส่วนคลังจะขายหรือถือหุ้นต่อหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลัง “กองทุนฟื้นฟูฯจะพยายามเคลียร์หนี้สินและโอนทรัพย์สินทั้งหมดให้คลังภายในสิ้นปีนี้  เมื่อจบแล้วก็จะออกกฎหมายปิดตัวกองทุนฟื้นฟูฯต่อไป” ผู้จัดการกองทุนฟื้นฟูฯกล่าว.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 มกราคม 2554, 06:00 น.

 

เคทีซีรับอานิสงส์คนแห่ช็อปนอก

Published ตุลาคม 18, 2010 by SoClaimon

13 ตุลาคม 2553, 05:30 น.

ผ่านทางเคทีซีรับอานิสงส์คนแห่ช็อปนอก – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_118404

ค่าเงินบาทแข็ง ส่งผลเคทีซี ได้รับอานิสงส์คนแห่ช็อปนอก

นาย ธวัชชัย ธิติศักดิ์สกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด หรือเคทีซี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของเคทีซีเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปกติที่ลูกค้าใช้จ่ายผ่านบัตรประมาณ 7,600 บาทต่อคนต่อบัตร เพราะสินค้าในต่างประเทศจะมีราคาถูกลง ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้ผู้ถือบัตรใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวและซื้อสินค้าใน ต่างประเทศมากขึ้น ส่วนการใช้จ่ายในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว โดยในปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะมีบัตรใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 200,000 ใบ จากปัจจุบันอยู่ที่ 150,000 ใบ ขณะที่ฐานลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 1.7 ล้านคน โดยเป็นบัตรเครดิตประมาณ 1.3 ล้านคน ที่เหลือเป็นสินเชื่อบุคคล

สำหรับ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล นั้นขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ โดยขณะนี้บริษัทมีเอ็นพีแอลอยู่ที่ 4-5% เพราะหลังจากเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 2% ซึ่งถือว่าไม่น่ากังวลมากนัก แต่บริษัทพยายามที่จะแก้ปัญหาเอ็นพีแอลให้มีสัดส่วนที่ลดลง

นอกจาก นี้บริษัทมีแผนจะจัดทำแคมเปญให้กับลูกค้าในต่างจังหวัดช่วงไตรมาส 4/53 เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 7,000 บาทต่อคนต่อบัตร คาดว่าจะเพิ่มเป็น 8,000-10,000 บาทต่อคนต่อบัตร ส่วนทิศทางการแข่งขันจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสถาบันการเงินต่างชาติจะรุกทำตลาดบัตรเครดิตเพิ่ม

ทั้งนี้ ในด้านการปลอมแปลงบัตรเครดิตในปัจจุบันได้ลดลง หรือมีปริมาณเพียง 100,000-200,000 บัตรต่อปี จากเดิมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีสัดส่วนสูงถึง 1 ล้านบัตรต่อปี.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 ตุลาคม 2553, 05:30 น.

tags:
ธวัชชัย ธิติศักดิ์สกุล เคทีซี กรุงไทย

%d bloggers like this: