กรุงเทพฯ

All posts tagged กรุงเทพฯ

ฟาร์มใหญ่ติดโรค เหตุหมูแพง ระดมวัคซีนแก้

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 สิงหาคม 2554, 10:18 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/192912.

Pic_192912

นักวิชาการม.เกษตรฯ แฉฟาร์มเลี้ยงบริษัทใหญ่ติดโรค เป็นสาเหตุให้หมูไทยแพง ต้องระดมฉีดวัคซีนแก้ไข ประกอบกับค่าอาหารสัตว์พุ่ง 20-40% ตั้งแต่ปี 52 คาดปลายปีราคาหมูถึงจะเริ่มลดลง…

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. มีรายงานว่า รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ภาควิชาเวชศาสตร์และทรัพยากรการผลิตสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ แถลงถึงปัญหาหมูแพง โดย รศ.วุฒิชัย กล่าวว่า ในทางเศรษฐศาตร์นั้น ปัญหาหมูแพงขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานทั้งๆ ที่การบริโภคหมูในบ้านเราที่ผ่านมา ยังคงอยู่ในสภาวะปกติ แต่ที่ราคาซื้อขายแพงสาเหตุมาจากอาหารสัตว์มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 20-40% ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ดังนั้น จึงส่งผลให้ต้นทุนการผลิตขยับตัวสูงขึ้น

นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2550-2551 เกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยประสบปัญหาขาดทุน หลายรายจึงหยุดเลี้ยง อีกทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง จึงส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และที่หนักสุดคือการระบาดของโรค PRRS หรือ โรคแท้งติดต่อจากจีน ซึ่งโรคดังกล่าว ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์กับหมูขุน พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ในฟาร์มบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่

ด้าน รศ.นสพ.กิจจา อุไรรงค์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์และทรัพยากรการผลิตสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การระบาดของโรค PRRS ในไทยหรือว่าโรคแท้งติดต่อนั้น เกิดขึ้นมากว่า 20 ปี แต่ที่สร้างความเสียหายหนักสุดคือ PRRS จากจีนที่ระบาดเข้ามายังประเทศ เวียดนาม เขมร ลาว แล้วเข้าสู่ไทยตั้งแต่ต้นปี 2553 ในครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับภาคบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีการทำฟาร์มเลี้ยงแบบปลอดโรค เมื่อเกิดการระบาดขึ้นหมูในฟาร์มแม้จะใช้เทคโนโลยีการเลี้ยงดูที่ทันสมัย แต่เพราะที่ผ่านมาไม่มีภูมิคุ้มกัน ดังนั้นเมื่อเกิดการระบาดขึ้น จึงง่ายต่อการเกิดเชื้อ และสร้างความเสียหายกว่า 30% ในแม่หมูที่มีอยู่ 100,000-200,00 ตัว

ทั้งนี้ อีกสาเหตุหนึ่งยังมาจากการที่มีเกษตรกรรายย่อยบางรายลักลอบเข้าลูกหมู ซึ่งคาดว่าจะติดเชื้อแฝงจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม แม้สมาคมผู้เลี้ยงหมูกับกระทรวงพาณิชย์ จะออกมาคิดสูตรควบคุมราคาขายใหม่ คือราคาหน้าฟาร์มคูณ 2 และลบ 10 แต่ยังแก้ปัญหาการขาดแคลนเนื้อหมูไม่ได้ ยิ่งเวลานี้มีข่าวมาว่าคนซื้อวิ่งหาหมูหน้าฟาร์มให้วุ่น แต่ยังไม่มีหมูให้จับ ส่วนหนึ่งเพราะบริษัทยักษ์ใหญ่วิ่งหาจับหมูเช่นกันเพื่อเป็นการรักษาฐานการตลาดไว้

สำหรับแนวทางแก้ไขนั้น รศ.นสพ.กิจจา กล่าวว่า ขณะนี้ฟาร์มหลายแห่งมีการสั่งซื้อวัคซีนป้องกันเชื้อดังกล่าวจากประเทศเยอรมันและสเปน เข้ามาป้องกัน ควบคุมการระบาดของโรคแล้ว ดังนั้น จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้พ่อค้าหัวใสลักลอบวัคซีนที่อ้างว่านำเข้าจากจีนมาขายให้ ซึ่งตรงนี้ขอให้ผู้ที่คิดจะซื้อมาใช้คิดก่อนว่า ถ้าวัคซีนดังกล่าวใช้ได้ผล แล้วเหตุใดประเทศดังกล่าวจึงไม่สามารถควบคุมการระบาด อีกทั้งวัคซีนที่ลักลอบนั้นการผลิตนั้นเป็นการเอาเชื้อมาเพาะผ่านขบวนการทางวิทยาศาสตร์ เมื่อไม่มีคุณภาพดังนั้นอาจส่งผลทำให้เกิดการระบาดที่รุนแรงขึ้น

ในส่วนการผลิตวัคซีนแก้ปัญหาการระบาดโรค  PRRS นั้น มหาวิทยาลัยฯ มีการวิจัยมาอย่างต่อเนื่องและประสบผลสำเร็จมากว่า 5 ปี สามารถนำไปใช้ในฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการวิจัย ทั้งในแถบภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก ส่วนสาเหตุที่มหาวิทยาลัยฯ ไม่ทำวัคซีนขายเกษตรกรทั่วไป เพราะติดปัญหาที่ข้อกำหนดที่ว่า วัคซีนต้องผลิตจากโรงงานที่ผ่าน GMP เท่านั้น ซึ่งการลงทุนสร้างต้องใช้งบกว่า 100 ล้านบาท แล้วคนไทยจะได้ใช้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเห็นชอบและอนุมัติหรือไม่ นอกจากนี้รัฐบาลควรออกมาควบคุมราคาวัตถุดิบอาหารไม่ให้ขยับตัวสูงขึ้นกว่านี้

รศ.นสพ.กิจจา กล่าวอีกว่า จากปัญหาดังกล่าว จะทำให้สภาวะเนื้อหมูในตลาดมีราคาแพงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าปริมาณเนื้อสุกรที่จะออกสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้นคงอยู่ในช่วงปลายปีและมีปริมาณมากที่สุดในกลางปีหน้า ซึ่งเวลานั้นคงทำให้ราคาซื้อขายขยับลงมาบ้างอย่างแน่นอน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 10 สิงหาคม 2554, 10:18 น.

รฟท. เปิดเดินรถสายเหนือถึงเชียงใหม่

Published สิงหาคม 2, 2011 by SoClaimon

2 สิงหาคม 2554, 17:23 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191015.

Pic_191015

รฟท.ประกาศเปิดเดินขบวนรถกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ หลังน้ำป่าที่ไหลเข้ามาท่วมทางรถไฟสายเหนือช่วงระหว่างสถานีบ้าน ปิน – แก่งหลวง อำเภอลอง จังหวัดแพร่ลดลงสู่ภาวะปกติ

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กล่าวว่า ตามที่เกิดเหตุน้ำป่าที่ไหลเข้ามาท่วมทางรถไฟสายเหนือช่วงระหว่างสถานีบ้าน ปิน – แก่งหลวง อำเภอลอง จังหวัดแพร่นั้น ขณะนี้ระดับได้ลดลงสู่ภาวะปกติ และเจ้าหน้าที่ได้ซ่อมสภาพทางเรียบร้อยจนปลอดภัยต่อการเดินรถแล้ว รฟท.จึงประกาศให้เปิดเดินขบวนรถจากกรุงเทพตลอดปลายทางเชียงใหม่ได้ตั้งแต่ เวลา 11.00น.ของวันที่ 2 สิงหาคม 54เป็นต้นไป ทั้งประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า สัมพันธ์ โทร.1690ตลอด 24ชั่วโมง..

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 2 สิงหาคม 2554, 17:23 น.

รถไฟประกาศหยุดเดินรถสายเหนือ หลังน้ำท่วมราง

Published สิงหาคม 2, 2011 by SoClaimon

1 สิงหาคม 2554, 19:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/190778.

Pic_190778

การรถไฟ ประกาศงดเดินขบวนรถที่ออกจากกรุงเทพ คือ 1.ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลราง ที่ 11 กรุงเทพ-เชียงใหม่  2.ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 1 กรุงเทพ-เชียงใหม่ 3. ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 13 กรุงเทพ-เชียงใหม่ 4.ขบวนรถด่วนที่ 51 กรุงเทพ-เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์  หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมทางรถไฟในเส้นทางสายเหนือว่า ฝนยังตกต่อเนื่อง ทำให้เส้นทางรถไฟขบวนสายเหนือได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ต้องประกาศงดเดินขบวนรถที่ออกจากกรุงเทพ คือ 1.ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลราง ที่ 11 กรุงเทพ-เชียงใหม่ ออกกรุงเทพ เวลา 18.00 น. 2.ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 1 กรุงเทพ-เชียงใหม่ ออกกรุงเทพ เวลา 18.10 น. 3. ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 13 กรุงเทพ-เชียงใหม่ ออกกรุงเทพ เวลา 19.35 น. 4.ขบวนรถด่วนที่ 51 กรุงเทพ-เชียงใหม่ ออกกรุงเทพ เวลา 22.00 น.

ส่วนขบวนรถเร็วที่ 109 กรุงเทพ-เชียงใหม่ ซึ่งเป็นขบวนรถไฟฟรี ออกจากกรุงเทพ เวลา 14.30 น. เดินรถได้ถึงสถานีเด่นชัยเท่านั้น โดยไม่มีการขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์ ซึ่งผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินทางได้สามารถติดต่อขอรับเงินค่าโดยสารคืนได้ เต็มราคาที่นายสถานีรถไฟทุกแห่งโดยผู้โดยสารติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ทาง เว็บไซด์รฟท. WWW.RAILWAY.CO.TH หรือศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์สายด่วน 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 สิงหาคม 2554, 19:00 น.

‘บินไทย’เปิดบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่นตามปกติ

Published กรกฎาคม 16, 2011 by SoClaimon

15 กรกฎาคม 2554, 15:37 น.

‘บินไทย’เปิดบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่นตามปกติ.

Pic_186613

“การบินไทย” เปิดบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น ในทุกจุดบินตามตารางบินเดิม ก่อนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากปริมาณผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางในเส้นทางดังกล่าวได้กลับมาเดินทางตามปกติ

นายปานฑิต ชนะภัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้การบินไทยได้กลับมาให้บริการเส้นทางบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น ในทุกจุดบินตามตารางบินเดิม ก่อนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากปริมาณผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางในเส้นทางดังกล่าว ได้กลับมาเดินทางตามปกติ อีกทั้งยังมีแผนเพิ่มเที่ยวบิน สำหรับตารางบินฤดูหนาวที่จะถึงนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไป บริษัทฯ จะเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โอซากา อีกสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน โดยทำการบินในวันพุธ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ โดยเที่ยวไป เที่ยวบินที่ทีจี 626 จะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เวลา 08.30 น. และเที่ยวกลับ เที่ยวบินที่ทีจี 627 จะเดินทางออกจากโอซากาเวลา 17.00 น. ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777-300 ซึ่งได้รับการปรับปรุงห้องโดยสารและติดตั้งเก้าอี้โดยสารรุ่นใหม่

ทั้งนี้ การเพิ่มเที่ยวบินทั้ง 3 เที่ยวบินดังกล่าว จะทำให้บริษัทฯ มีเที่ยวบินในเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โอซากา สัปดาห์ละ 17 เที่ยวบิน ซึ่งจะช่วยสร้างความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารในการเดินทางเพื่อเชื่อมต่อไปยังทวีปยุโรป นอกจากนี้ จะมีการปรับตารางบินเพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเชื่อมต่อไปยัง จ.ภูเก็ต อีกด้วย ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์ http://www.thaiairways.com หรือ THAI Contact Center (662) 356-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 กรกฎาคม 2554, 15:37 น.

ททท.ยัน ต่างชาติชอบทะเลไทย-กทม.รับรางวัล Best-Value City

Published มิถุนายน 30, 2011 by SoClaimon

30 มิถุนายน 2554, 03:00 น.

ททท.ยัน ต่างชาติชอบทะเลไทย-กทม.รับรางวัล Best-Value City.

Pic_182764

ททท. ระบุ ชาวต่างชาติชอบมาเที่ยวทะเลไทยมากสุด กรุงเทพฯรับรางวัลเมืองคุ้มค่าในการใช้เงินมากที่สุดในโลก จากนิตยสาร Sunday Times Travel ประเทศอังกฤษ…

29 มิ.ย. นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมสูงสุด 100 อันดับของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยมาเที่ยวไทย จำนวน 3,389 คน จาก 68 ประเทศทั่วโลก ตามโครงการ “100 Amazing Places in Thailand” หรือ “100 อเมซิ่ง เพลซส์  อิน ไทยแลนด์” ผ่านสื่อออนไลน์ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายนที่ผ่านมา ว่า กรุงเทพฯมีสถานที่ท่องเที่ยวถูกโหวตสูงสุด 20 แห่ง เชียงใหม่ 11 แห่ง สุราษฎร์ธานี และชลบุรี จังหวัดละ 10 แห่ง และภูเก็ต 9 แห่ง ส่วนประเภทที่นิยมสูงสุดจะเป็นกลุ่มทะเล 31 แห่ง ศิลปะและวัฒนธรรม 29 แห่ง ธรรมชาติและทัศนียภาพ 20 แห่ง ช็อปปิ้ง 12 แห่ง และนันทนาการ 8 แห่ง

“ทะเลไทยถือว่าได้รับความนิยมสูงสุด เช่น หมู่เกาะพีพี หาดพัทยา หาดป่าตอง หมู่เกาะอ่างทอง หรืออย่างกลุ่มศิลปะ เช่น พิพิธภัณฑ์จิม ทอมป์สัน อักษราหุ่นละครเล็ก หรือกลุ่มธรรมชาติ อาทิ ดอยอ่างขาง  ปาย ดอยตุง ส่วนกรุงเทพฯ ที่รับความนิยมสูงสุด จะเป็นตลาดนัดจตุจักร เพราะถือว่าเป็นตลาดใหญ่ มีสินค้าครบครัน น้อยประเทศที่จะมีแบบนี้ หรือย่านเยาวราช สยามนิรมิต สยามพารากอน ก็ไม่น้อยหน้า” รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าว

นอกจากนี้ นายประกิตติ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะดำเนินการต่อเนื่อง โดยแผนจากนี้ ททท.จะเจาะฐานข้อมูลให้มีความละเอียดมากขึ้น เพื่อทราบความต้องการ สามารถจัดแผนการตลาดให้สอดคล้องกับนักท่องเที่ยว เช่น เจาะรายประเทศจำนวนกลุ่มตัวอย่าง หรือเป็นรายประเภทท่องเที่ยวทั้งกลุ่มครอบครัว กอล์ฟ ประชุม สุขภาพ รวมถึงสำรวจความต้องการของสินค้าที่ควบคู่กับการท่องเที่ยวเหล่านี้ เพื่อกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้น โดยททท.คาดว่าปีนี้จะมียอดนักท่องเที่ยวมาไทย 18.3 ล้านคน และเพิ่มเป็น 19 ล้านคนในปีหน้า ส่วนปัญหาการเมืองไม่น่าจะกระทบมากนัก เพราะน่าจะเข้าใจหรือชินกับสถานการณ์เมืองไทย

ด้านนางจุฑาพร  เริงรณอาษา  รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. เปิดเผยว่า กรุงเทพฯได้รับการโหวตให้รับรางวัล Best-Value City, Worldwide จากการจัดอันดับ Value for Money Awards 2011 โดยนิตยสาร Sunday Times Travel Magazine ฉบับประจำเดือนมิถุนายน 2554  ซึ่งเป็นนิตยสารด้านท่องเที่ยวรายเดือนที่ได้รับความนิยมสูงสุดของสหราชอาณาจักร

โดยกรุงเทพฯได้รับการโหวตจากสมาชิกผู้อ่านนิตยสารดังกล่าว ที่ประกอบด้วยกลุ่มนักเขียนและผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมโหวตจากประสบการณ์ตรง ระหว่างที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยได้รับการโหวตรางวัล Value for Money Awards 2011 คือประสบการณ์อันทรงคุณค่าที่นักท่องเที่ยวจะได้รับในราคาที่คุ้มค่าเงิน อาทิ ค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว ค่าพาหนะท้องถิ่น รวมถึงนักท่องเที่ยวยังสามารถลิ้มรสอาหารอร่อยนานาชนิดที่จำหน่ายอยู่ริม 2 ฝั่งถนนในราคาย่อมเยาว์ (The Best Street Food on the Planet) เป็นต้น

สำหรับผลการประกาศรางวัลครั้งนี้ มีเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับคะแนนโหวตอันดับรองลงมา ได้แก่ เมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา, เมืองฮาวานา ประเทศคิวบา, เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้, เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย และเมืองอิสตัลบุล ประเทศตุรกี

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 30 มิถุนายน 2554, 03:00 น.

บางจาก-ปตท.นำลดน้ำมันกลุ่มเบนซิน40สต.

Published มิถุนายน 28, 2011 by SoClaimon

27 มิถุนายน 2554, 15:23 น.
บางจาก-ปตท.นำลดน้ำมันกลุ่มเบนซิน40สต. – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_182129

ข่าวดี! บางจากและปตท. ประกาศลดราคาขายน้ำมัน กลุ่มเบนซินทุกชนิด 40 สต./ลิตร แต่ยังคงตรึงราคากลุ่มดีเซล ให้มีผลตี 5 วันพรุ่งนี้ เนื่องจากราคาตลาดโลก ลดลงอย่างต่อเนื่อง…

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. มีรายงานว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แจ้งปรับลดราคาขายน้ำมันกลุ่มเบนซินทุกชนิดอีก 40 สตางค์ต่อลิตร ส่วนเบนซิน E85 ลดราคา 20 สตางค์ต่อลิตร กำหนดให้มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. 2554 เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงต่อเนื่อง

วันเดียวกัน บริษัท บางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งปรับลดราคาขายน้ำมันกลุ่มเบนซินทุกชนิดอีก 40 สตางค์ต่อลิตร โดยให้มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. 2554 แต่คงราคาน้ำมันกลุ่มดีเซล

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 27 มิถุนายน 2554, 15:23 น.

คลังมติต่ออายุ เมล์-รถไฟ ฟรีไปอีก6เดือน

Published มิถุนายน 24, 2011 by SoClaimon

24 มิถุนายน 2554, 17:30 น.
คลังมติต่ออายุ เมล์-รถไฟ ฟรีไปอีก6เดือน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181477

ปลัดกระทรวงการคลังเผย มีมติต่ออายุรถเมล์และรถไฟฟรี จากเดิมจะสิ้นสุด มิ.ย.นี้ ออกไปอีก 6 เดือน ชี้ช่วยชาวบ้านประหยัด 30 บาท/วัน โดยให้ ขสมก.-รฟท.สำรองจ่ายก่อน โดย ขสมก.จะมีภาระต้นทุน 180 ล้านบาท/เดือน ส่วน รฟท. 30 ล้านบาท/เดือน…

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมได้หารือร่วมกันแล้วและเห็นชอบที่จะต่ออายุ มาตรการลดค่าครองชีพในส่วนของค่ารถเมล์และรถไฟฟรีอีก 6 เดือน จากที่จะสิ้นสุดในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะมีภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นจากมาตรการนี้ 180 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะมีภาระต้นทุนประมาณ 30 ล้านบาทต่อเดือน

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะให้รัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่ง บริหารจัดการภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไปก่อน และจะมีการนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากมีรัฐบาลใหม่ เพื่อชดเชยภาระที่เกิดขึ้นจากมาตรากรดังกล่าวให้แก่ทั้ง 2 หน่วยงาน

นาย อารีพงศ์ กล่าวต่อว่า โครงการนี้ ดำเนินการมาหลายปีแล้ว และเห็นว่าช่วยดูแลความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้รถเมล์ และรถไฟ ให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 30 บาทต่อวัน สำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยจริงๆ ถือว่าสำคัญมากและเชื่อว่ารัฐบาลใหม่ที่มาจาก 2 พรรคใหญ่ มีนโยบายที่สนับสนุนมาตรการนี้อยู่แล้ว คงไม่น่ามีปัญหา

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 24 มิถุนายน 2554, 17:30 น.

ก.ล.ต.แจงปม ยิ่งลักษณ์ ไม่เข้าข่ายกม.

Published มิถุนายน 13, 2011 by SoClaimon

13 มิถุนายน 2554, 19:28 น.
ก.ล.ต.แจงปม ยิ่งลักษณ์ ไม่เข้าข่ายกม. – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_178739

ก.ล.ต.ออกแถลงการณ์ระบุ กรณี “ยิ่งลักษณ์” พัวพันคดีซุกหุ้น ได้ดำเนินการตามอำนาจ ก.ล.ต.ครบถ้วนแล้ว และไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตาม พรบ.หลักทรัพย์ ขณะเดียวกันคดีหุ้นเอสซีฯ ก็ยุติแล้ว โดยอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องบุคคลทุกราย…

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกแถลงการณ์กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 1 โดยระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวการเคลื่อนไหวของเครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษกรรมคอรัปชั่นทักษิณ (คนท.) ที่เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ก.ล.ต. ให้ดำเนินการกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้เป็นไปตามผลของคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ก.ล.ต.ได้ตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียดแล้ว ขอเรียนว่า ก.ล.ต. ได้ดำเนินการในเรื่องที่อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ ก.ล.ต.แล้ว ซึ่งมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ก.ล.ต. 2 ประเด็นคือ

1. ประเด็นที่สืบเนื่องจากการที่ศาลฎีกาฯ ได้วินิจฉัยว่า การถือหุ้นในบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของบุคคล 4 ราย (ซึ่งรวมถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) และของบริษัทแอมเพิลริช อินเวสต์เมนท์ จำกัด  เป็นการถือหุ้นแทน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (ชินวัตร)  ดังนั้น บุคคลที่ถือหุ้นแทนดังกล่าว จะถือว่ามีการรายงานการซื้อขายหลักทรัพย์อันเป็นเท็จหรือไม่  และ 2.  ประเด็นที่สืบเนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ชี้แจงต่อ ก.ล.ต. เมื่อเดือน มี.ค. 2549 ว่าครอบครัวชินวัตรไม่มีความเกี่ยวข้องกับกองทุน 2 แห่ง หรือเกี่ยวข้องกับบริษัท วินมาร์ค จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเอสซี แอสเสท จำกัด (มหาชน) และบริษัทชินคอร์ปฯ ด้วย  แต่ปรากฏจากผลการตรวจสอบของ ก.ล.ต.พบหลักฐานที่แสดงว่าเจ้าของที่แท้จริงคือ พ.ต.ท. ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ดังนั้น คำชี้แจงดังกล่าวจะถือว่าเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือไม่

สำหรับ ประเด็นที่ 1 กรณีการรายงานการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปฯ เป็นกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รายงานการขายหุ้นให้แก่บุคคลทั้ง 4 ราย และบริษัทแอมเพิลริชฯ ในปี 2543 ซึ่งศาลได้วินิจฉัยเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2553 ว่าไม่ใช่การขายจริง  ในเรื่องนี้ ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. 2553 (ข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 24/2553) ในข้อหาว่าไม่รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ตามมาตรา 246 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ  ซึ่งได้ครอบคลุมถึงการรายงานอันเป็นเท็จทั้งในปี 2543-2544 และการขายในปี 2549 ด้วย ขณะที่ ก.ล.ต. ได้รับหนังสือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษลงวันที่ 21 ต.ค. 2553 แจ้งว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ในกรณีการรายงานการถือหลักทรัพย์อันเป็นเท็จในปี 2543 และต่อมาพนักงานอัยการก็มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องบุคคลทั้ง 2 ในกรณีดังกล่าวแล้วเช่นกัน และในประเด็นที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งศาลฎีกาฯ วินิจฉัยว่าถือหุ้นแทน พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน จะมีหน้าที่ประการใดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ หรือไม่นั้น  เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีจำนวนหุ้นที่เกี่ยวข้องต่ำกว่าร้อยละ 5 จึงไม่มีหน้าที่ต้องยื่นรายงานใดๆ ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งการกล่าวโทษดังกล่าว ก.ล.ต. ดำเนินการภายหลังจากที่มีคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ โดย ก.ล.ต.ก็ได้ส่งพยานหลักฐานทั้งหมดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปแล้ว  ดังนั้น สำหรับด้าน ก.ล.ต. จึงถือได้ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ครบถ้วนแล้ว

ส่วนประเด็นที่ 2 กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชี้แจงว่า ครอบครัวชินวัตรไม่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นในกองทุน 2 แห่ง และบริษัทวินมาร์ค โดยขัดต่อพยานหลักฐานที่ ก.ล.ต. ได้จากการตรวจสอบนั้น  ก.ล.ต.ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เนื่องจาก (ก) ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 238 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ที่ครอบคลุมเฉพาะการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ โดยเจตนาให้ผู้อื่นสำคัญผิดในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน หรือเกี่ยวกับราคาซื้อขายหลักทรัพย์ แต่ข้อเท็จจริงกรณีนี้เป็นเรื่องเฉพาะที่เกี่ยวกับการถือหุ้น มิใช่ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับบริษัทหรือราคาซื้อขาย จึงไม่เข้าลักษณะความผิดที่กฎหมายหลักทรัพย์กำหนดไว้  และ (ข) การชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นในขั้นตอนทั่วไปที่ ก.ล.ต. สอบถามมิใช่การชี้แจงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ  จึงไม่ใช่ความผิดที่ ก.ล.ต. จะใช้อำนาจกฎหมายดำเนินการได้ตามมาตรา 302 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ

กรณีเกี่ยวกับการปกปิดโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทเอสซี แอสเสทฯ ตามประเด็นที่ 2 ก.ล.ต. ได้รวบรวบข้อมูลหลักฐานทั้งในและต่างประเทศ และส่งเรื่องไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2550 โดยมีการประสานความร่วมมือต่อเนื่องมาจนกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นควร สั่งฟ้องบริษัท และนางบุษบา ดามาพงศ์ ในฐานะกรรมการบริษัทที่ร่วมลงนามในแบบดังกล่าวในความผิดฐานเปิดเผยข้อมูล เป็นเท็จในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ตามมาตรา 278 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ และเห็นควรสั่งฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ในความผิดเกี่ยวกับรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ และการไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทเอสซี แอสเสทฯ ตามมาตรา 246 และ 247 แห่ง พ.ร.บ.ฉบับเดียวกัน ในปัจจุบันคดีนี้ได้ยุติแล้วโดยพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องบุคคลทุกรายดังกล่าว

ทั้งนี้ จากข้อเท็จจริงข้างต้น ก.ล.ต. จึงเห็นว่าได้ดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคำพิพากษาศาลฎีกาฯ หรือการถือหุ้นของครอบครัวชินวัตรในบริษัทชิน คอร์ปฯ และบริษัทเอสซี แอสเสทฯ ตามอำนาจหน้าที่แล้ว และได้รายงานการดำเนินการให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบในการประชุม เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2553 ด้วยแล้ว  อย่างไรก็ดี หากปรากฏว่าข้อมูลใดใหม่ ก.ล.ต. ก็พร้อมจะพิจารณาเรื่องเหล่านี้อีกครั้ง และจะแจ้งดำเนินการในเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อทราบในการประชุมครั้งต่อไปด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 13 มิถุนายน 2554, 19:28 น.

ผู้ว่าฯแบงก์ชาติปัดเงินหายจากระบบหมื่นล้าน

Published มิถุนายน 7, 2011 by SoClaimon

7 มิถุนายน 2554, 17:00 น.
ผู้ว่าฯแบงก์ชาติปัดเงินหายจากระบบหมื่นล้าน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_177233

ธปท. ยันไม่มีรายงานเงินหาย 10,000 ล้านบาท ไปเตรียมซื้อเสียงเลือกตั้ง ขณะที่เงินที่ส่งจากต่างประเทศ มาเลือกตั้งตรงๆ นั้นแยกแยะลำบาก แต่ถ้าใครมีเบาะแสเอาเงินออกไปซื้อเสียง หรือต้องการให้ตรวจสอบเส้นทางเงิน ธปท.พร้อมดำเนินการ…

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึง กรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช.ระบุว่า กำลังติดตามเงินฝากที่ถูกถอนหายไปจากระบบประมาณ 10,000 ล้านบาทว่า ธปท.ยังไม่ได้รับรายงานว่า มีเงินหายออกไปจากระบบสถาบันการเงิน และ ธปท.ไม่ได้แจ้งความหรือรายงานไปเพื่อให้มีการตรวจสอบแต่อย่างใด โดยหากพิจารณาสภาพคล่องในระบบการเงิน พบว่ายังปกติ

“ธนบัตรที่หมุนเวียนอยู่ในระบบในแต่ละวัน ขณะนี้ีมีมูลค่าสูงถึง 1.1 ล้านล้านบาท ดังนั้น การลดลงหรือถอนเงินไป 10,000 ล้านบาท ยังไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะเป็นสัดส่วนที่น้อย อย่างไรก็ตาม หากใครเห็นเส้นทางการถอนเงิน หรือพบความผิดปกติต้องการให้ ธปท.ตรวจสอบ ทางเราพร้อมดำเนินการตรวจสอบบัญชีเงินให้หากเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากมีเบาะแสก็แจ้งได้ทันที แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการขอความร่วมมือให้ตรวจสอบใดๆ” นายประสาร กล่าว

ส่วนกรณีที่มีความเป็นห่วงว่า ในช่วงที่ผ่านมาจะมีเงินจากต่างประเทศ ส่งเข้ามาเพื่อเตรียมใช้จ่ายเพื่อการเลือกตั้งนั้น นายประสาร กล่าวว่า ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้าประเทศต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้ รวมมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่คงบอกได้ยากว่า จะมีเงินที่ส่งเข้ามาเพื่อเลือกตั้งตรงๆ หรือไม่

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 7 มิถุนายน 2554, 17:00 น.

บัญชีกลางกลับลำไฟเขียวจ่ายเงินเดือนครูเพิ่ม8%

Published มิถุนายน 7, 2011 by SoClaimon

6 มิถุนายน 2554, 17:50 น.
บัญชีกลางกลับลำไฟเขียวจ่ายเงินเดือนครูเพิ่ม8% – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_176980

อธิบดีกรมบัญชีการแจง ไร้ปัญหาจ่ายเงินเดือนครู ในส่วนที่เพิ่มขึ้น 8% แล้ว หลังได้คำตอบจากกฤษฎีกา ขณะเดียวกันเกิดกระแส ข้าราชการหน่วยอื่น ร้องขึ้นเงินเดือนเพิ่ม…

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ส่งหนังสือถึงกรมบัญชีกลางให้เบิกจ่ายเงิน ข้าราชการครูและบุคลากร 8% ตามที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) อนุมัติไปแล้วก่อนหน้านี้ เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบอำนาจในการพิจารณาเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรแก่ ก.ค.ศ.ไปแล้ว และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอไปแล้วด้วย

“ข้าราชการ และบุคลากรจะได้รับเงินเดือนในรอบนี้ ตั้งแต่เดือน เม.ย.54 รวมทั้งหมด 13% ก้อนแรก 5% เป็นการขึ้นขั้นเงินเดือนตามปกติของข้าราชการทั่วไป ส่วนก้อนที่สองเป็นเงินพิเศษอีก 8% แต่เนื่องจากกรมบัญชีกลางเห็นว่า แม้จะมีมติ ครม.รองรับแล้วก็ตาม แต่อำนาจการพิจารณาขึ้นเงินเดือนข้าราชการอยู่คณะกรรมการเงินเดือนแห่งชาติ (กงช.) และ กงช.ก็ได้สั่งกรมบัญชีกลางหารือกับกฤษฎีกา เพื่อให้เกิดความชัดเจน”

สำหรับกรณีกรมบัญชีกลางสั่งให้ชะลอการเบิกจ่ายเงินข้าราชการและบุคคลกร เพราะรอหนังสือหารือจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น นายรังสรรค์ กล่าวว่า เมื่อมีการตอบกลับมาแล้วสามารถเบิกจ่ายเงินได้ตามปกติ เพราะเงินในส่วนที่เพิ่มขึ้นอีก 8% ได้มีการเบิกจ่ายไปแล้วตั้งแต่เดือน เม.ย. 2554

มีรายงานเพิ่มเติมจาก กงช.ว่า ขณะนี้ เริ่มมีกระแสการขอขึ้นเงินเดือนข้าราชการอย่างขวาง ทำให้ กงช.เป็นห่วงว่า การขึ้นเงินเดือนข้าราชการครูและบุคคลกรในรอบนี้ สูงกว่าเงินเดือนของข้าราชการที่ขึ้นตามปกติถึง 8% ทำให้เกิดความเลื่อมล้ำทางด้านรายได้ เพราะข้าราชการทุกคนอยากมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ทำไมขึ้นเงินเดือนข้าราชการครูเพียงฝ่ายเดียว ทหาร ตำรวจและข้าราชการทั่วไป ควรมีอัตราการขึ้นเงินเดือนเท่าเทียมกัน ล่าสุด มีกระแสข่าวผู้พิพากษากำลังขอให้ กงช.ขึ้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษ เพราะไม่ได้ขึ้นมาหลายปีแล้ว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 มิถุนายน 2554, 17:50 น.
%d bloggers like this: