กรีซ

All posts tagged กรีซ

เตือน “กรีซ” กำลังจะล่มสลาย!

Published พฤษภาคม 23, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/262600

23 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

Pic_262600

ธนาคารชาติอัดแสนล.ยูโรรับมือแห่ถอนเงิน

แบงก์ชาติกรีซอัดฉีดสภาพคล่อง 100,000 ล้านยูโร ยุติภาวะเงินไหลออกไม่หยุดแล้ว “วิวรรณ” เชื่อวิกฤติหนี้ในกรีซน่าจะได้ข้อสรุปในระยะเวลาไม่นานนี้ ชี้หากกรีซต้องออกจากยูโรโซนไปเสียหายกว่า 41 ล้านล้านบาท ด้าน ธปท.ระบุ ประเทศไทยต้องสร้างความเข้มแข็งและสร้างภูมิคุ้มกันรับมือ

นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากการติดตามการแก้ไขวิกฤติหนี้ในประเทศกรีซ พบว่าประชาชนชาวกรีซแห่ไปถอนเงินออกจากธนาคารพาณิชย์อย่างต่อเนื่องสูงถึงวันละประมาณ 700 ล้านยูโร หลังจากที่มีนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า กรีซอาจจำเป็นจะต้องถอนตัวออกจากการใช้เงินสกุลเดียวในกลุ่มยูโรโซนแล้วกลับไปใช้เงิน ดรากม่า (DRACMA) ซึ่งเป็นสกุลเงินเดิมของตน เพื่อให้สามารถลดค่า หรือลอยตัวค่าเงิน ซึ่งน่าจะเป็นหนทางนำไปสู่การแก้ไขภาระหนี้จำนวนมหาศาลกว่า 240,000 ล้านยูโรได้

“เลือดยังคงไหลไม่หยุดจากธนาคารพาณิชย์ในกรีซ เพราะคนเห็นว่า ถ้าถอนเงินออกจากธนาคารตอนนี้ ยังได้เงินยูโร ซึ่งมีค่าสูงกว่าออกมา แล้วยังเอาออกไปฝากนอกประเทศได้ แต่ถ้าช้าไป หรือรอไปอีก หากกรีซหันกลับมาใช้สกุลเงินของตัวเอง เงินฝากที่มีอยู่อาจด้อยค่าลงถึง 50-70% จากการลดค่าเงินได้ ฉะนั้นเงินจึงถูกถอนออกทุกวัน”

นางวิวรรณ เปิดเผยด้วยว่า เธอเพิ่งได้รับทราบข่าวด่วนจากต่างประเทศในช่วงเวลาก่อนที่ตลาดเงินในภูมิภาคเอเชียจะปิดทำการ และตลาดเงินตลาดทุนในยุโรปกำลังเข้าสู่รุ่งอรุณของวันใหม่ว่า ธนาคารชาติของกรีซ ประกาศอัดฉีดเงินเพื่อหยุดการไหลของเลือดในธนาคารพาณิชย์ต่างๆแล้วเมื่อวานนี้ (22 พ.ค.) ภายใต้วงเงิน 100,000 ล้านยูโร หรือราว 4.1 ล้านล้านบาท (41 บาทต่อยูโร)

การอัดฉีดเงินของธนาคารชาติกรีซดังกล่าว เป็นไปในรูปแบบเดียวกับความพยายามอัดฉีดเงินช่วยธนาคารพาณิชย์ และไฟแนนซ์ต่างๆของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงินของไทยในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ซึ่งขณะนั้นก็มีการแห่ไปถอนเงิน เพราะความไม่เชื่อมั่นในระบบสถาบันการ เงินจำนวนมาก ทั้งนี้ ก็เพื่อช่วยให้บรรดาธนาคารต่างๆ มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะดำเนินธุรกรรมการ เงินต่างๆต่อไปได้ หลังจากที่ธนาคารกลางในยุโรปปิดประตูตายไม่ให้ธนาคารพาณิชย์ในกรีซนำพันธบัตรรัฐบาลออกมาค้ำประกันการกู้ยืมได้อีก

“ก่อนหน้านี้ อดีตประธานธนาคารกลางของยุโรป (ECB) เคยเสนอให้ประเทศผู้นำในกลุ่มสหภาพยุโรปเข้าไปควบคุมระบบการเงินการคลังในกรีซ พร้อมประกาศให้กรีซ ในฐานะลูกหนี้เป็นประเทศล้มละลาย เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามบานปลายออกไป หลังจากที่ตกลงตัดหนี้สูญให้สถาบันการเงินในกรีซไป 75% แต่ก็ยังมีความไม่แน่ใจว่า ความเสียหายจะมีมากน้อยเพียงใด”

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้มีการหารือกันในราย ละเอียดแล้ว ประเมินภาพว่า ความเสียหายอาจจะมีมากมายมหาศาล เพราะสถาบันการเงินในยุโรปต่างปล่อยกู้ให้แก่กันและกันมาก ขณะเดียวกันต่างก็ถือพันธบัตรของแต่ละประเทศที่เป็นลูกหนี้ไว้เป็นจำนวนมากด้วย การดำเนินการตามข้อเสนอข้างต้น จึงอาจส่งผลกระทบใหญ่หลวง มีผลให้ธนาคารและสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในยุโรปเกิดความเสียหายหนัก และอาจต้องตัดหนี้สูญส่วนที่เหลือเพิ่มอีก 25% เท่ากับเสียหายหมดทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยไม่ได้รับคืน

สำหรับการประเมินความเสียหายโดยรวมที่จะเกิดขึ้น หากกรีซต้องแยกตัวออกจากยูโรโซนนั้น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า มีการประเมินกันในภาพรวมว่า อาจจะมีความเสียหายสูงถึง 1 ล้านล้านยูโร หรือราว 41 ล้าน ล้านบาท เพราะมีความเกี่ยวพันกันในกลุ่มธนาคาร และสถาบันการเงิน รวมถึงภาคเอกชนภายในกลุ่มประเทศยูโรสูง โดยเฉพาะความเกี่ยวพันต่อประเทศผู้นำในยูโรโซนอย่าง เยอรมนี และฝรั่งเศส “ตัวเลขนี้ อาจจะใช้เป็นทางการยังไม่ได้ เพราะจะต้องหารายละเอียด และที่มาของการคิดคำนวณอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ความเสียหายนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้มีความพยายามไม่ให้กรีซต้องหลุดออกไปนอกวงของประเทศที่ใช้เงินยูโรเป็นเงินสกุลเดียวกัน”

“มีผู้คาดการณ์กันว่า วิกฤติหนี้ในกรีซอาจจะต้องใช้เวลานานถึง 7 ปีกว่าจะรู้เรื่อง แต่ความเห็นส่วนตัว คิดว่าไม่น่าจะนานถึงขนาดนั้น ยิ่งมีประชาชนแห่ไปถอนเงินออกจากธนาคารมาก และออกมาประท้วงมาตรการรัดเข็มขัดกันมาก ก็ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ปัญหาต่างๆจบเร็วมากขึ้น บางทีเราอาจจะได้เห็นข้อยุติของกรีซในระยะเวลาไม่นานนี้ก็ได้”

ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของไทย รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจยุโรปยังคงมีปัญหาค่อนข้างมาก ซึ่งหากสถานการณ์เลวร้ายลงอีก หรือกรีซต้องออกจากยูโรโซนไป ก็อาจจะกระทบต่อเนื่องถึงหนี้เสียของสถาบันการเงินของประเทศใหญ่ๆ ในยุโรป และส่งผลต่อเนื่องต่อฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้น ซึ่งจะกระทบต่อการสั่งซื้อสินค้าและการส่งออกของจากประเทศไทยค่อนข้างมาก.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 23 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

ยก ‘กรีซ’ มาอยู่ไทย คู่มือเที่ยว ‘ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ’ แหล่งช็อปใหม่ใครก็ไปกัน…!!

Published พฤษภาคม 19, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/life/260884

19 พฤษภาคม 2555, 05:30 น.

Pic_260884

คู่มือคนเมืองวันหยุดนี้ ไทยรัฐออนไลน์พาเที่ยวครั้งนี้ รับประกันว่าหัวใจคนที่ชอบช็อปปิ้งของเก๋ๆ ที่เก๋ๆ มีหวั่นไหวแถมยังอยู่ไม่ไกลกับ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ

ถือว่าได้ฤกษ์ดีเปิดแล้วอย่างเป็นทางการ! สำหรับโปรเจกต์ใหม่แห่งปี “ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ” (SANTORINI PARK CHA-AM) แหล่งช็อปปิ้งรูปแบบใหม่ย่านหัวหิน–ชะอำ ที่มาพร้อมสโลแกน “Amused Shopping Experience” หรือ “สีสันใหม่แห่งประสบการณ์ความสนุก” ที่บริหารโดย นัสวีร์ ตันติจิรสกุล กรรมการผู้จัดการโครงการ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ ภายใต้คอนเซปต์ค้าปลีกที่แตกต่าง บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ท่ามกลางสถาปัตยกรรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศอันงดงามของเกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ ที่เตรียมมอบสีสันใหม่แห่งวันพักผ่อนที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ความสนุกให้คุณประทับใจมิรู้ลืม

มุมสวยๆ มุมหนึ่งของ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำมุมสวยๆ มุมหนึ่งของ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ

โซนวิลเลจโซนวิลเลจ

พรั่งพร้อมด้วยเครื่องเล่นนานาชนิดที่สั่งตรงจากต่างประเทศ และร้านค้ามากมายให้ช็อปปิ้งได้ตลอดทั้งวัน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ร่วมงานครั้งนี้จำนวนมาก อาทิ ดร.สุวิทย์ ธนียวัน, ธาดา โพธิวิหค, อลงกรณ์  พลบุตร, ธะเรศ โปษยานนท์, พินทองทา ชินวัตร, ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์, จารุวรรณ โชติเทวัญ, ชลัคร ชีวเกษมสุข, จิต เชี่ยวสกุล, สมัคเกียรติ โลหะชาละ, ดวงพร ลือกิตินันท์ เป็นต้น โดยได้รับเกียรติจาก วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดโครงการฯ ณ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ ถ.เพชรเกษม กิโลเมตรที่ 198

นัสวีร์ ตันติจิรสกุล กรรมการผู้จัดการโครงการ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ กล่าวว่า ใช้เงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาท บนพื้นที่ 60 ไร่ เพื่อต้องการให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ระดับพรีเมียมในแถบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย สามารถรองรับความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะมีผู้มาท่องเที่ยวที่นี่ประมาณ 1 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้”

น้ำพุที่ถูกตกแต่งในสไตล์โครงการน้ำพุที่ถูกตกแต่งในสไตล์โครงการ

ถ่ายภาพร่วมกันถ่ายภาพร่วมกัน

5 โซนน่าเที่ยว…!

ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ ถูกเนรมิตเป็น 5 โซนหลัก โดยโซนที่เป็นไฮไลท์ คือ

โซนวิลเลจ (Village) โซนที่รวบรวมร้านค้ากว่า 140 ร้าน เพื่อตอบสนองความต้องการและความชอบได้ทุกเพศทุกวัย ที่ไม่เพียงมีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แฟชั่นแอคเซสเซอรี่ สินค้าไลฟ์สไตล์ และอาร์ตแอนด์เดคอร์เท่านั้น แต่ยังเปิดรับสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ที่มีแนวความคิดอินเทรนด์ไม่ซ้ำใคร ซึ่งล้วนผ่านการเลือกเฟ้นมาอย่างดีทั้งสิ้น การเดินช็อปปิ้งในโซนนี้จะให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินชมร้านรวงบนเกาะซานโตรินี ทุกร้านทุกแบรนด์จะออกแบบหน้าร้านให้กลมกลืนกับตัวอาคาร นอกจากนี้ยังมีส่วนของร้านอาหารชั้นนำ เพสตรี้  ช็อป และคาเฟ่ให้ได้เพลิดเพลินในระหว่างช็อปปิ้ง

นัสวีร์ ตันติจิรสกุลนัสวีร์ ตันติจิรสกุล

ศศิวิมล - กัมปนาทศศิวิมล – กัมปนาท

อีกหนึ่งโซนที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ โซนพาร์คที่ยกเอาสวนสนุกขนาดย่อมมาไว้บนพื้นที่สีเขียว เครื่องเล่นทุกชิ้นผ่านการคัดสรรมาอย่างดีในแง่ความสนุก ความแปลกใหม่ และความปลอดภัย ทั้ง Ferris Wheel ชิงช้าสวรรค์ที่สูงถึง 40 เมตร ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นโครงการฯ ในมุมมอง Bird’s eye view อย่างจุใจ และยังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของโครงการนี้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมี Merry Go Round หรือม้าหมุน 2 ชั้น และ Ponycycle ม้าโยกสุดคลาสสิก ที่จะหมุนพาไปสู่สัมผัสแห่งเทพนิยาย

สำหรับผู้ที่รักความตื่นเต้นก็มีเครื่องเล่นหลากหลายไม่ว่าจะเป็น G-Max Reverse Bungee แคปซูลดีดขึ้นฟ้า และ G-Max Giant Swing นำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ผู้นำด้านกิจกรรมแอดเวนเจอร์ Water Ball ลูกบอลกลางน้ำที่จะทำให้เด็กๆ ได้สนุกภายในลูกบอลยักษ์ รวมถึง XD Dark Ride เครื่องเล่น 7D สุดไฮเทคสั่งตรงจากประเทศแคนาดา และ 4DX Rider โรงภาพยนตร์สุดยอดประสบการณ์ 4 มิติ พิเศษสำหรับ Slider และ Wallholla เครื่องเล่นปีนป่ายที่มีรางวัลการันตีจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นตัวแรกในเอเชีย ที่จัดมาบริการ ฟรี!

ภมร - สุภาพรรณ - ดร.สุวิทย์ภมร – สุภาพรรณ – ดร.สุวิทย์

พงารัตน์ - พัณนภีพงารัตน์ – พัณนภี

อีก 3 โซนที่เหลือก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โซนเรสต์ แอเรีย (Rest Area) ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้มาใช้บริการภายในพาร์ค และผู้ที่สัญจรสู่ภาคใต้และผู้ที่มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เนื่องจากอาคารอยู่ติดถนนเพชรเกษมจึงสามารถรองรับลูกค้าได้ทั้ง 2 ด้าน ด้วยร้านอาหารที่พร้อมรอเสิร์ฟกว่า 10 ร้าน หรือนั่งจิบกาแฟในบรรยากาศสบายๆ

พินทองทา ชินวัตรพินทองทา ชินวัตร

ดวงพร - ศินันทนา - มัทนพรดวงพร – ศินันทนา – มัทนพร

อีกทั้งยังมีร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของฝาก ร้านขายยา และปั๊มน้ำมันขนาด 8 หัวจ่ายไว้บริการ ซึ่งในขณะนี้ร้านค้าต่างๆ กำลังอยู่ในระหว่างตกแต่ง และกำลังทยอยเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นเป็นระยะ จัดว่าเป็นโซนที่ให้บริการผู้เดินทางได้อย่างครบถ้วน, โซนอีเวนต์ จัดให้เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดปี ทั้งกิจกรรมพิเศษ โชว์ต่างๆ บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร หรือคอนเสิร์ตที่จุผู้ชมได้ถึง 2,000 ที่นั่ง หรือ 5,000 คนยืน ท้ายสุด โซนวีคเอนด์ อาร์ต มาร์เก็ต  (Weekend Art Market) ที่จะจัดขึ้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ คนรักงานศิลปะจะได้เพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้าแฮนด์เมดที่ไม่เหมือนใครในบรรยากาศตลาดนัดในสวน ซึ่งวางแผนจะเปิดตลาดให้ช็อป ชม ชิม ได้ในช่วงปลายปีนี้

**การเดินทาง***

ภมร - นัสวีร์ - ณัฐพงศ์ - พินทองทาภมร – นัสวีร์ – ณัฐพงศ์ – พินทองทา

จารุวรรณ - ชลัครจารุวรรณ – ชลัคร

สถานที่ตั้งก็สุดแสนจะสะดวก บนถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพฯ ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 190 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงเศษ หรือจากหัวหินเพียง 20 นาที ก็จะได้สัมผัสการช็อปปิ้งที่มาพร้อมความสนุกในทุกย่างก้าวแล้วกับ “ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ”

เวลาเปิด-ปิด วันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 10.00-21.00 น. เปิดให้เข้าชมฟรี (ยกเว้นเครื่องเล่นเก็บค่าบัตรตามปกติ) และช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ วันศุกร์-วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-22.00 น. ค่าบัตรผ่านประตูราคา 50 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.santoriniparkchaam.com,www.facebook.com/SantoriniPark

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 19 พฤษภาคม 2555, 05:30 น.

‘สเปน’อาการแย่ส่อแววไม่รอด วิกฤตหนี้หนักกว่ากรีซเท่าตัว!

Published เมษายน 8, 2012 by SoClaimon

‘สเปน’อาการแย่ส่อแววไม่รอด วิกฤตหนี้หนักกว่ากรีซเท่าตัว!

  • 06 เมษายน 2555 เวลา 07:39 น.

โดย…ลภัสรดา ภูศรี

ภายหลังจากที่กรีซสามารถดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดและบรรลุแผนสวอปหนี้กับบรรดาเจ้าหนี้ภาคเอกชนได้เป็นผลสำเร็จ เปิดทางให้รัฐบาลกรุงเอเธนส์สามารถตัดลดยอดหนี้สาธารณะได้ถึง 1.07 แสนล้านยูโร (ราว 5.35 ล้านล้านบาท) จากยอดทั้งหมดที่สูงถึง 3.5 แสนล้านยูโร (ราว 7.5 ล้านล้านบาท) จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นและความหวังให้บรรดานักลงทุนได้ใจชื้น และเชื่อกันว่าเมฆหมอกแห่งวิกฤตหนี้ที่ปกคลุมยูโรโซนกำลังพัดผ่านไปแล้วในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ประเทศสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) กำลังร่วมแรงร่วมใจกันทำทุกวิถีทางเพื่อฟื้นฟูอาการโคม่าของกรีซอย่างแข็งขัน เพื่อที่จะดึงกรีซออกจากห้องฉุกเฉินให้ได้เร็วที่สุด ทว่ากลุ่มอียูได้มองข้ามไปว่า เพื่อนสมาชิกในอียูอีกหนึ่งประเทศกำลังอยู่ในอาการร่อแร่ และกำลังกลายเป็นผู้ป่วยรายใหม่ที่เข้ามาแอดมิดในโรงพยาบาลแห่งวิกฤตหนี้ นั่นก็คือ “สเปน”

หากวิเคราะห์ปัจจัยทางเศรษฐกิจของสเปนในขณะนี้จะเห็นได้ว่า สภาพเศรษฐกิจของสเปนอยู่ในขั้นโคม่ารุนแรงกว่ากรีซหลายเท่า ซึ่งจะกลายเป็นชนวนอย่างดีที่ทำให้บรรดานักลงทุนทั่วโลกอกสั่นขวัญแขวนขึ้นมาอีกครั้งว่า เศรษฐกิจหนี้ยุโรปยังไม่คลี่คลายลงง่ายๆ และมีทีท่าว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกด้วย

ประการแรก อัตราว่างงานสเปนพุ่งขึ้นแรงทุบสถิติสูงที่สุดในกลุ่มประเทศยูโรโซนอยู่ที่ถึง 23.6% เพราะหากเปรียบเทียบกับ กรีซ โปรตุเกส และไอร์แลนด์ ซึ่งล้วนเป็นประเทศที่ต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศรุนแรง จะเห็นได้ว่ายังมีอัตราว่างงานอยู่ที่ 21% 15% และ 14.7% ตามลำดับเท่านั้น

กระทรวงแรงงานสเปน เปิดเผยว่า จำนวนผู้ใช้แรงงานที่มาขึ้นทะเบียนเป็นผู้ว่างงานในเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้นถึง 4.75 ล้านคน ซึ่งพุ่งสูงขึ้นจากเดือน ก.พ. ถึง 0.82% ซึ่งนับเป็นจำนวนผู้ว่างงานมากที่สุดตั้งแต่เริ่มจดบันทึกสถิติมาตั้งแต่ปี 2539 ในขณะที่อัตราว่างงานของเยาวชนพุ่งสูงถึง 50% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์แย่กว่านั้นว่า ในปี 2555 อัตราว่างงานจะพุ่งขึ้นถึง 25% เลยทีเดียว

สาเหตุที่ทำให้อัตราว่างงานสเปนปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงทะลุปรอทเช่นนี้ ไม่ได้เป็นผลมาจากภาวะทางเศรษฐกิจประเทศที่กำลังถดถอยแต่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นผลมาจากความไม่เท่าเทียมกันในด้านนโยบายการจัดการตลาดแรงงานภายในประเทศที่เป็นมรดกมากตั้งแต่ยุคนายพลฟรังโก

เพราะในขณะที่ลูกจ้างประจำได้รับการปกป้องดูแลราวกับไข่ในหิน แต่ทว่าสำหรับลูกจ้างชั่วคราวนั้นแทบจะไม่ได้รับการเหลียวแล ซึ่งเงินเดือนและสวัสดิการอย่างดีจนน่าใจหาย ส่วนลูกจ้างชั่วคราวได้รับการคุ้มครองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งนโยบายแรงงานเช่นนี้ถือว่าเป็นนโยบายแรงงานที่พิกลพิการมากที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วทีเดียว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสเปนก็เหมือนอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะหากรัฐบาลจะเข้าไปแตะและเดินหน้าปฏิรูปนโยบายแรงงานใดๆ ก็เท่ากับเป็นการขุดหลุมฝังตัวเอง ซึ่งจะถูกต่อต้านอย่างหนักหน่วงจากกลุ่มผู้ที่ได้รับประโยชน์มานานหลายสิปปี

นับตั้งแต่ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี มาริอาโน ราจอย เข้ามาบริหารประเทศได้ไม่ถึง 3 เดือน รัฐบาลก็ต้องเผชิญกับการนัดหยุดงานประท้วงของสหภาพแรงงานประเทศครั้งรุนแรงหลายครั้ง ส่งผลให้ความนิยมของประชาชนต่อรัฐบาลร่อยหรอลง จนทำให้รัฐบาลต้องแพ้การเลือกตั้งรัฐบาลระดับภูมิภาคบางแห่ง ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐบาลเลยทีเดียว

ขณะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจลำดับที่ 2 ที่บ่งชี้ให้เห็นว่า สถานะทางการเงินสเปนกำลังอยู่ในภาวะย่ำแย่และวิกฤตหนี้ยุโรปกำลังรุนแรงเกิดขึ้น หลังจากการเปิดประมูลขายพันธบัตรระยะกลางของรัฐบาลสเปนเมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา

ผลปรากฏว่า ความต้องการซื้อพันธบัตรต่ำกว่าที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้มาก โดยความต้องการซื้ออยู่ที่ 2.41 เท่าเท่านั้น ซึ่งลดลงถึงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับ 4.96 เท่า ในการประมูลครั้งก่อน ขณะที่ยอดการซื้อต่ำกว่าเป้าหมายอยู่ที่เพียง 2,600 ล้านยูโร (ราว 1.04 แสนล้านบาท) ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมประเทศพุ่งสูงขึ้นที่ 5.7% ส่งสัญญาณให้เห็นว่า นักลงทุนยังคงวิตกกังวลถึงความไร้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสเปน และความไม่แน่นอนของวิกฤตหนี้ยุโรป

และก็เป็นตามคาด เพราะทันทีที่มีการประกาศผลการประมูลอันน่าผิดหวัง ตลาดหุ้นสหรัฐก็ร่วงขานรับข่าวร้ายกันถ้วนหน้า โดยหลังปิดตลาดดัชนีดาวโจนส์ปรับลดลง 124.80 จุด ปิดตลาดที่ระดับ 13,074.75 จุด ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พีลดลง 14.42 จุด ปิดตลาดที่ระดับ 1,398.96 จุด และแนสแด็กปรับลดลง 45.48 จุด ปิดตลาดที่ระดับ 3,068.09 จุด

ประการที่ 3 คือยอดหนี้สาธารณะสเปนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและกำลังทะลุเพดานที่ยูโรโซนกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 60% ของผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) ก็กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ชี้ให้ว่า เศรษฐกิจสเปนกำลังย่ำแย่อย่างถึงที่สุด

เพราะแม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลสเปนจะประกาศใช้แผนรัดเข็มขัดเพื่อตัดลดงบประมาณที่เข้มงวดที่สุดในกลุ่มประเทศยูโรโซนต้องเผชิญ แต่ทว่ารายงานล่าสุดของรัฐบาลกลับชี้ว่า ยอดหนี้สาธารณะสเปนมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอีกในปีนี้ โดยจะพุ่งขึ้นจาก 68.5% ไปอยู่ที่ 79.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศปี 2555 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2523

สาเหตุที่ทำให้รัฐบาลสเปนต้องเผชิญกับภาวะ “ยิ่งรัดเข็มขัดหนี้ยิ่งเพิ่ม” นี่ก็คงไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่กรีซต้องเผชิญ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า เมื่อไรที่มีการใช้มาตรการรัดเข็มขัดอันเข้มงวดมากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจประเทศที่ชะลอตัวอยู่แล้วในขณะนี้ ไม่สามารถกระเตื้องขึ้นมาสู่ภาวะปกติได้อีกเลย

ปัจจัยทางเศรษฐกิจของสเปนทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความเลวร้ายของสภาวะเศรษฐกิจ จนเรียกได้ว่า สิ่งที่อียูเคยปวดหัวกับการแก้วิกฤตหนี้ของกรีซที่ผ่านมานั้น เปรียบเป็นเพียงวิกฤตในระดับน้ำจิ้มเท่านั้น

เพราะกรีซเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กเพียงหยิบมือที่มีขนาดจีดีพีเพียง 3.04 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.4 ล้านล้านบาท) โดยขณะนี้กรีซมีระดับหนี้สาธารณะที่ 160% ของจีดีพี ซึ่งคิดเป็นที่ราว 4.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 14.8 ล้านล้านบาท)

นั่นเทียบอะไรไม่ได้เลยกับสเปน ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของยูโรโซน ด้วยขนาดจีดีพีที่ใหญ่กว่า 4 เท่าครึ่งที่ 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 43 ล้านล้านบาท) ซึ่งในขณะนี้มีหนี้สาธารณะอยู่ที่ราว 70% ของจีดีพี โดยมูลหนี้จะคิดเป็นถึง 9.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 303.8 ล้านล้านบาท)

นั่นหมายความว่า มูลหนี้สาธารณะของสเปนจึงมีมากกว่ามูลหนี้สาธารณะของกรีซถึงกว่า 2 เท่าตัว และยังคาดว่าเมื่อสิ้นสุดปี 2555 นี้ระดับหนี้สาธารณะของสเปนจะพุ่งไปแต่ที่ 80% ของจีดีพีอีกด้วย

สุดท้าย อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสเปนนั้นถือว่า “ไร้อนาคต” หลังจากภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ต้องล้มกันระเนระนาด เช่นเดียวกันกับฟองสบู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่แตกตัวลงนับตั้งแต่เมื่อครั้งวิกฤตการเงินโลกในปี 2541 และทำให้สเปนต้องมีคนตกงานล้นเมือง การเติบโตทางเศรษฐกิจเมื่อผ่านไตรมาสแรกของปีนี้ก็ประเดิมด้วยการติดลบไปแล้ว 0.3% และคาดว่าเมื่อจบปีมะโรงนี้เศรษฐกิจสเปนจะติดลบถึง 1.7% ทีเดียว

ชะตากรรมของยูโรโซนในวันนี้จึงไม่พ้นปากเหวที่มีความเสี่ยงสูงที่ “กระทิงจะล้ม” ซึ่งบอกได้เลยว่า จะสาหัสสากรรจ์มากกว่ากรณีกรีซหลายเท่าตัวนัก!

คาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าปรับเพิ่มต่อตามตลาดภูมิภาค

Published กรกฎาคม 4, 2011 by SoClaimon

2 กรกฎาคม 2554, 14:45 น.

คาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าปรับเพิ่มต่อตามตลาดภูมิภาค.

Pic_183356

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดสัปดาห์หน้าหุ้นไทยมีโอกาสปรับเพิ่มต่อตามตลาดภูมิภาค แต่ต้องติดตามผลการเลือกตั้ง ราคาน้ำมันตลาดโลก โดยให้แนวรับที่ 1,036-1,022 จุด และแนวต้านที่ 1,055-1,082 จุด

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังความกังวลต่อปัญหาหนี้ของกรีซคลี่คลายลง โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,041.48 จุด เพิ่มขึ้น 1.81% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 8.46% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 21,222.26 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนต่างชาติ และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 304.27 จุด เพิ่มขึ้น 1.19% จากสัปดาห์ก่อน

ตลาดหุ้นไทยปรับลงในวันจันทร์ จากความกังวลเกี่ยวกับหนี้กรีซ และการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน ก่อนที่ดัชนี SET จะปรับเพิ่มในช่วงที่เหลือ ของสัปดาห์ โดยนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการเมืองหลังการเลือกตั้ง หลังรับรู้มาพอสมควรแล้ว และเป็นการปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศ หลังจากรัฐสภากรีซลงมติรับมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลัง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการทำราคาปิดสิ้นรอบบัญชีด้วย

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 4-8 ก.ค. 2554 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อตามตลาดในภูมิภาค โดยจะต้องติดตามผลการเลือกตั้ง ราคาน้ำมันตลาดโลก ความคืบหน้าประเด็นเพดานหนี้สหรัฐฯ และการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ เครื่องชี้วัดการจ้างงาน และดัชนี ISM ภาคการบริการรวมไปถึงการรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนี จะมีแนวรับที่ 1,036 และ 1,022 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,050 และ 1,082 จุด ตามลำดับ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 2 กรกฎาคม 2554, 14:45 น.

ฝรั่งเศสยืดหนี้ให้กรีซออกไปอีก 30 ปี

Published กรกฎาคม 4, 2011 by SoClaimon

2 กรกฎาคม 2554, 13:15 น.

ฝรั่งเศสยืดหนี้ให้กรีซออกไปอีก 30 ปี.

Pic_183345

ฝรั่งเศส ประกาศยืดหนี้กรีซออกไปอีก 30 ปี โดยประธานาธิบดีฝรั่งเศส คาดว่าประเทศอื่นๆในยุโรปจะตัดสินใจแบบเดียวกับเพื่อช่วยกรีซให้พ้นวิกฤติ เหตุดังกล่าวส่งผลตลาดหุ้นทั่วโลกปรับเพิ่มเพราะนักลงทุนหันกลับเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ถูกเทขายมาตลอดช่วงหลายสัปดาห์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐสภาของกรีซผ่านร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวข้างต้นด้วยคะแนน 155 ต่อ 138 เพื่อให้รัฐบาลดำเนินมาตรการรัดเข็มขัด โดยการปรับลดงบประมาณรายจ่ายและเพิ่มภาษีภายใต้ข้อตกลงที่ทำกับสหภาพยุโรป (EU) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อแลกับเงินกู้ 12,000 ล้านยูโร ซึ่งจะรองรับการไถ่ถอนพันธบัตรที่กำลังจะครบอายุในกลางเดือน ก.ค. นี้

ขณะเดียวกันกรีซยังได้รับการยืดระยะเวลาการชำระหนี้ ออกไปอีก 30 ปี สำหรับตราสารหนี้ที่ธนาคารพาณิชย์ฝรั่งเศสสมัครใจยืดการไถ่ถอนออกไป โดยนายนิโคลาส ซาร์โคซี่ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เป็นผู้ร่วมผลักดันให้เกิดข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งเขาหวังว่าประเทศอื่นๆในยุโรปจะตัดสินใจดำเนินการแบบเดียวกันกับฝรั่งเศส เพื่อช่วยให้กรีซรอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ไปได้

ความสำเร็จของข้อตกลงให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศกรีซดังกล่าว ส่งผลให้นักลงทุนหันกลับเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ ที่ถูกเทขายตลาดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาอีกครั้งและมีผลทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลก ตั้งแต่ดาวโจนส์ยุโรปไปจนถึงตลาดหุ้นทั่วเอเชีย ปรับตัวขึ้นถ้วนหน้า รวมถึงตลาดหุ้นไทยขณะเดียวกัน ยังมีผลทำให้ราคาทองคำกลับมาเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นอีกครั้งที่ระดับ 1,508 ดอลลาร์สหรัฐต่ออนซ์ เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบที่ร่วงกราวรูดลงไปติดต่อกันในช่วงที่ผ่านมาก็ได้รับตัวเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักวิเคราะห์จากโกลด์แมนแซคส์ ได้แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงในพอร์ตการลงทุนอีกครั้ง เพราะอุปสรรคต่างๆที่กีดขวางการลงทุนได้จางหายไปแล้ว ทั้งวิกฤติหนี้กรีซ หรือผลจากแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น ยังมีการสรุปตัวเลขในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ด้วยว่า ราคาหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และพันธบัตรมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนี MSCI สำหรับตลาดหุ้นโลกพุ่งขึ้น 2.6% ส่วนดัชนีรอยเตอร์/เจฟฟรีส์ ซีอาร์บี สำหรับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ 19 ประเทศ ดีดตัวขึ้น 1.8% และดัชนีตลาดพันธบัตรชั้นนำปรับตัวขึ้นในแดนบวก

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 2 กรกฎาคม 2554, 13:15 น.

นักวิชาการดัดหลังประชานิยม ท้านำทรัพย์สินนักการเมืองค้ำหนี้ประเทศ

Published กรกฎาคม 1, 2011 by SoClaimon

1 กรกฎาคม 2554, 09:00 น.

นักวิชาการดัดหลังประชานิยม ท้านำทรัพย์สินนักการเมืองค้ำหนี้ประเทศ.

Pic_182997

นักวิชาการหวั่นนโยบายประชานิยมสร้างหนี้สินให้ประเทศ เกิดวิกฤติซ้ำรอยกรีซ–อาร์เจนตินา ออกแถลงการณ์เรียกร้องพรรค การเมืองร่วมรับผิดชอบ ให้นำทรัพย์สินของสมาชิกพรรค หรือผู้สนับสนุนพรรค ทั้งคฤหาสน์ เหมืองทอง สนามกอล์ฟ มาค้ำ ประกันหนี้ให้ประเทศ…

นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในการแถลงการณ์ในนามกลุ่ม policy watch 2 เรื่อง “ขอเรียกร้องความรับผิดชอบของพรรคการเมืองต่อนโยบายประชานิยม” ว่า การที่พรรคการเมืองต่างหาเสียงโดยใช้นโยบายประชานิยม ลดแลกแจกแถมมาเป็นตัวชูโรง เป็นเรื่องที่น่าวิตกและมีตัวอย่างจากหลายประเทศที่ใช้นโยบายประชานิยม ให้สวัสดิการมากเกินไป ขายสินค้าและบริการต่ำกว่าต้นทุน ทำให้เกิดปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เช่น ประเทศกรีซ กำลังเผชิญปัญหาจากผลของการที่รัฐบาลมีนโยบายลดแลกแจกแถม ใช้งบประมาณมือเติบ จนเป็นหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นถึง 158% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี และไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ สุดท้ายรัฐบาลต้องรัดเข็มขัดตามเงื่อนไขการช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ลดการจ้างงาน และสวัสดิการลง คนสูงอายุทำงานมากขึ้น ต้อง ขายรัฐวิสาหกิจใช้หนี้ จนประชาชนเดือดร้อนต้องออกมาประท้วง

นอกจากนี้ ประเทศอาร์เจนตินาก็มีปัญหาจากนโยบายประชานิยมเช่นกันในอดีต ใช้เงินมือเติบ กู้ยืมจนเป็นหนี้ท่วมหัว มีสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีที่ 60% ซึ่งเมื่อดูนโยบายที่พรรคการเมืองของไทยหาเสียง แล้วหากได้เป็นรัฐบาลจะมีปัญหาเหมือนกับกรีซและอาร์เจนตินาได้ในอนาคต และเป็นภาระหนี้สินของประเทศ

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหนี้สาธารณะขั้นรุนแรงขึ้น จึงขอเสนอให้พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลทุกพรรคที่เข้ามาบริหารประเทศ และนำเอานโย-บายเศรษฐกิจประเภท ลดแลกแจกแถมมาใช้ ต้องนำเอาทรัพย์สินของสมาชิกพรรค หรือของบุคคลผู้สนับสนุนพรรค ไม่ว่าจะเป็นสนามกอล์ฟ อสังหาริมทรัพย์ คฤหาสน์หรือเหมืองทองในต่างประเทศ มาค้ำประกันเงินกู้ของภาครัฐอันเกิดจากนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่จะทำให้หนี้สาธารณะสูงกว่า 50% ของจีดีพี

“พรรคการเมืองที่ออกนโยบายประชานิยมมาเพื่อเรียกคะแนนเสียง ต้องมาร่วมรับผิดชอบกับผลของการดำเนินนโยบายอันอาจทำให้ภาครัฐมีปัญหาไม่สามารถชำระคืนหนี้สาธารณะได้ หากรัฐบาลไม่มีรายได้เพียงพอที่จะชำระหนี้ ให้นำเอาทรัพย์สินซึ่งนักการเมืองใช้ค้ำประกันมาขายทอดตลาด ข้อเสนอนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในโลก ถ้าไม่มีมาตรการมาคอยควบคุมพรรคการเมือง จะมีปัญหาเดือดร้อนกันหมด”

อย่างไรก็ตาม หากพรรคการเมืองใดยอมรับที่จะทำตาม แสดงว่าพรรค การเมืองนั้นมีความมั่นใจว่านโยบายของพรรคจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาภาระทางการเงินการคลัง น่าจะทำให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้ยับยั้งชั่งใจก่อนที่จะตัดสินใจ เกี่ยวกับนโยบายประชานิยม อันอาจนำความหายนะทางเศรษฐกิจมาสู่ประเทศชาติ

ขณะเดียวกัน หากพรรคการเมืองใดไม่รับข้อเสนอที่จะให้นำทรัพย์สินของพรรคตัวเอง และผู้สนับ-สนุนพรรคมาค้ำประกันหนี้ แสดงว่าไม่มั่นใจในนโยบายที่พรรคหาเสียงไว้ กลัวว่าจะนำมาสู่ปัญหา และตัวเองต้องรับผิดชอบ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ประชาชนจะได้เห็นว่า ควรเลือกพรรคนั้นหรือไม่ ทั้งที่สัญญากันไว้แล้วไม่รับผิดชอบ นอกจากนี้ หากตั้งรัฐบาลแล้วขอเสนอให้มีคณะกรรมการกลางเข้ามาคอยตรวจ สอบและส่งสัญญาณเตือนการใช้งบประมาณของรัฐบาล หากสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีของประเทศเกิน 50%

ขณะที่นางปัทมาวดี ซูซูกิ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในสถานการณ์การเมืองที่กำลังเข้มข้นในการหาเสียงเลือกตั้ง มีข้อวิตกและห่วงใยถึงนโยบายประชานิยม ที่พรรคการเมืองต่างๆชูขึ้นมาหาเสียง ทางกลุ่ม policy watch จึงได้ออกเป็นแถลงการณ์เพื่อสื่อสารถึงพรรคการเมืองทุกพรรค ไม่ใช่เฉพาะพรรคที่จะขึ้นมาเป็นรัฐบาลให้มีความรับผิดชอบ ซึ่งนโยบายประชานิยมแม้บางส่วนจะไม่มาจากการกู้หนี้ แต่มาจากการตัดลดงบประมาณโครงการสำคัญ นักการเมืองต้องบอกด้วยว่าเอาเงินมาจากส่วนไหน ตัดลดโครงการใดเพื่อเอามาใช้สำหรับนโยบายประชานิยมของตัวเอง

ด้านนายประชา คุณธรรมดี อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หากพรรคการเมืองต่างๆทำตามนโยบายประชานิยมที่หาเสียงไว้ สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีเกิน 50% อย่าง แน่นอน ทั้งพรรคเพื่อไทยประมาณ 2 ล้านล้านบาท, พรรคประชาธิปัตย์ 1.7 ล้านล้านบาท, พรรคชาติ-พัฒนาเพื่อแผ่นดิน 7.9-8 ล้านล้านบาท และพรรคภูมิใจไทย 1.2 ล้านล้านบาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 กรกฎาคม 2554, 09:00 น.

ลุ้นหุ้นไทยสัปดาห์หน้าปรับเพิ่มหลังการแก้ปัญหาหนี้กรีซพัฒนาเป็นทางบวก

Published มิถุนายน 26, 2011 by SoClaimon

25 มิถุนายน 2554, 16:20 น.
ลุ้นหุ้นไทยสัปดาห์หน้าปรับเพิ่มหลังการแก้ปัญหาหนี้กรีซพัฒนาเป็นทางบวก – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181675

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เชื่อแนวโน้มหุ้นไทยสัปดาห์หน้าปรับเพิ่ม หลังการแก้ปัญหาของกรีซเป็นไปในทางบวก โดยให้แนวรับที่ 1,009-985 จุด และแนวต้านที่ 1,036-1,050 จุด

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังความกังวลต่อปัญหาหนี้ของกรีซคลี่คลายลงบางส่วน โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,022.94 จุด เพิ่มขึ้น 0.39% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 18.97% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 19,566.29 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อย บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 300.69 จุด เพิ่มขึ้น 1.79% จากสัปดาห์ก่อน

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวผันผวน โดยปรับลงในวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุน ก่อนที่ดัชนี SET จะปรับเพิ่มในวันอังคาร จากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ของกรีซที่คลี่คลายลงบางส่วน จากนั้น ดัชนีปิดลบกลางสัปดาห์ หลังเฟดปรับลดคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ อีกทั้งมีความวิตกต่อการเมืองหลังการเลือกตั้ง แต่ดัชนีปิดบวกได้ในวันศุกร์ จากแรงหนุนการแก้ปัญหาหนี้กรีซที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 27-30 มิ.ย. 2554 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้น จากพัฒนาการในทางบวกของการแก้ปัญหาหนี้ของกรีซ และการทำราคาก่อนสิ้นงวดบัญชี แต่ก็อาจจะเผชิญกับแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงก่อนการเลือกตั้ง โดยนอกจากประเด็นดังกล่าว คงจะต้องติดตามราคาน้ำมันตลาดโลก การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ เครื่องชี้วัดราคาที่อยู่อาศัย และดัชนีภาคการผลิต รวมไปถึงการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนของทางการไทย ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,009 และ 985 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,036 และ 1,050 จุด ตามลำดับ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 มิถุนายน 2554, 16:20 น.

ครม.กรีซยอมออกกฎหมายรัดเข็มขัด5ปี

Published มิถุนายน 26, 2011 by SoClaimon

25 มิถุนายน 2554, 14:45 น.
ครม.กรีซยอมออกกฎหมายรัดเข็มขัด5ปี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181641

คณะรัฐมนตรีกรีซ เห็นชอบร่างกฎหมายกำหนดรายละเอียดมาตรการรัดเข็มขัดระยะ 5 ปี ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้กรีซได้รับเงินกู้มากขึ้นจากสหภาพยุโรปและไอเอ็มเอฟ คาดมีผลบังคับใช้ปลายเดือนนี้ เชื่อมีประชาชนกว่า 4 พันคนออกประท้วงมาตรการดังกล่าว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะรัฐมนตรีของกรีซ เห็นชอบร่างกฎหมายกำหนดรายละเอียดในมาตรการรัดเข็มขัดระยะ 5 ปี ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้กรีซได้รับเงินกู้มากขึ้นจากสหภาพยุโรป (EU) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แล้ว และจะนำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อผ่านร่างกฎหมายนี้ออกมาบังคับใช้ภายในปลายเดือนนี้ แม้ว่าจะมีประชาชนชาวกรีซจำนวนมากถึง 4,000 คน ออกมาประท้วงมาตรการดังกล่าวอย่างรุนแรงก็ตาม

การออกกฎหมายดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้กรีซแลกเปลี่ยนเงินกู้งวดใหม่จำนวน 12,000 ล้านยูโร หรือราว 500,000 ล้านบาท (43 บาทต่อยูโร) โดยก่อนหน้านี้ทั้งอียูและไอเอ็มเอฟได้ให้เงินช่วยเหลือกรีซไปแล้ว 110,000  ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม สื่อเชื่อว่าแพ็กเกจใหม่ครั้งนี้อาจมีมูลค่าจริงถึง 140,000 ล้านยูโร ประกอบด้วยเงินกู้จริง 60,000 ล้านยูโร เงินจากภาคเอกชนช่วยสมทบ 30,000 ล้านยูโร และจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอีก 50,000 ล้านยูโร.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 มิถุนายน 2554, 14:45 น.

คาดสัปดาห์หน้าค่าบาทเคลื่อนไหวที่ 30.40-30.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

Published มิถุนายน 26, 2011 by SoClaimon

25 มิถุนายน 2554, 13:15 น.

คาดสัปดาห์หน้าค่าบาทเคลื่อนไหวที่ 30.40-30.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181626

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดสัปดาห์หน้าค่าบาทเคลื่อนไหวที่ 30.40-30.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แนะจับตาทิศทางการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดโลก การพิจารณาแผนรัดเข็มขัดทางการคลังของรัฐสภากรีซ และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า เงินบาทอ่อนค่าลงใกล้ระดับ 30.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขณะที่ ความหวังต่อมาตรการช่วยเหลือทางการเงินสำหรับกรีซที่ทันเวลา เป็นแรงหนุนสินทรัพย์เสี่ยง สกุลเงินเอเชีย และเงินบาท อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกทั้งหมดลง และปรับตัวอ่อนค่าตลอดจนถึงท้ายสัปดาห์ หลังจากที่แถลงการณ์หลังการประชุมเฟดไม่บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า เฟดจะมีมาตรการ QE เพิ่มเติม แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะยืนที่ระดับต่ำต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง นอกจากนี้ เงินบาทยังถูกกดดันจากความต้องการเงินดอลลาร์ฯ จากกลุ่มผู้นำเข้าในช่วงท้ายสัปดาห์อีกด้วย ในวันศุกร์ (24 มิ.ย.) เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ 30.65 หลังอ่อนค่าสุดระหว่างวันใกล้ 30.70 เทียบกับระดับ 30.56 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (17 มิ.ย.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (27 มิ.ย.-1 ก.ค. 2554) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.40-30.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตาเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยเดือนพ.ค. อัตราเงินเฟ้อเดือนมิ.ย.  สัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพเงินบาทของธปท. ทิศทางการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดโลกที่น่าจะมีจุดสนใจอยู่ที่สัญญาณแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การพิจารณาแผนรัดเข็มขัดทางการคลังของรัฐสภากรีซ และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ ดัชนี ISM ภาคการผลิต ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเขตชิคาโก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย. รายจ่ายด้านการก่อสร้าง ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย รายได้-รายจ่ายส่วนบุคคล และดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE Price Index) เดือนพ.ค. ดัชนีราคาบ้านเดือนเม.ย. โดยสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์ และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 25 มิถุนายน 2554, 13:15 น.

ธปท.ระบุ ครึ่งปีแรกบาทอ่อน งบพลิกมาเป็นมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน

Published มิถุนายน 22, 2011 by SoClaimon

22 มิถุนายน 2554, 19:15 น.
ธปท.ระบุ ครึ่งปีแรกบาทอ่อน งบพลิกมาเป็นมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_180988

ธปท.ระบุ ครึ่งปีแรกบาทอ่อน งบพลิกมาเป็นมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หลังปีที่ผ่านมาขาดทุนจำนวนมาก ขณะที่ต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์หนี้รัฐบาลกรีซ และกลุ่มสหภาพยุโรปใกล้ชิด ชี้เป็นปัจจัยที่แรงที่สุดที่จะกระทบตลาดการเงิน และเศรษฐกิจโลกขณะนี้

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายตลาดการเงิน กล่าวว่า ในขณะนี้ปัญหาหนี้สาธารณะของรัฐบาลประเทศกรีซ ที่ยังแก้ไขปัญหาไม่เสร็จสิ้น ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ทั่วโลก รวมทั้ง ธปท.จับตามองอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์ดังกล่าวยืดเยื้อต่อไปเป็นเวลานานคงไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะมีผลต่อความผันผวนของเงินทุนทั่วโลก และอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน

“ขณะที่หลายประเทศในยุโรปเริ่มมีปัญหาตามมาเช่น สเปน หรือ อิตาลี กำลังถูกจับจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในเรื่องปัญหาหนี้สาธารณะเช่นกัน ซึ่งหากปล่อยให้การแก้ปัญหาลากยาวไป ความเสี่ยงที่คนจะมองไปในทางลบก็จะมีมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกได้ แต่เท่าที่มองขณะนี้ เชื่อว่า สหภาพยุโรป และคนที่จะช่วยเหลือมีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลปัญหาของกรีซ และประเทศอื่นในกลุ่มสหภาพยุโรปได้ แต่อาจจะต้องพิจารณาเงื่อนไขในการให้เงินกู้อีกระยะ” นางผ่องเพ็ญ กล่าวว่า กล่าว

สำหรับประเทศไทยนั้น นางผ่องเพ็ญ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ต่างชาติลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงลง ซึ่งทำให้ช่วงที่ผ่านมามีเงินไหลออก และเมื่อรวมกับสถานการณ์การเมืองของประเทศเราที่อยู่ในช่วงของการเลือกตั้ง ทำให้เงินทุนมีการไหลออกต่อเนื่องในช่วงนี้ และค่าเงินบาทของไทยอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับปลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากการเลือกตั้งราบรื่น และสถานการณ์หลังจากการเลือกตั้งเรียบร้อย ธปท.คาดว่าจะเริ่มมีเงินต่างประเทศไหลกลับเข้ามาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น

“ช่วงที่ค่าเงินแข็งค่ามากอย่างในปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องจำเป็นที่ ธปท.จะมีการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทจำนวนมาก แต่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับต้นปีก่อน แม้วันนี้จะแข็งค่าขึ้นบ้างถือว่าเล็กน้อยไม่น่าเป็นห่วง ดังนั้น ในครึ่งปีแรกนี้งบดุลของธปท.เปลี่ยนมาได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะค่าเงินบาทอ่อน อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถทำนายได้ว่า สิ้นปีนี้งบดุลของ ธปท.จะมีกำไร เพราะจะต้องดูจากเงินที่ไหลเข้าในช่วงหลังเลือกตั้งว่าจะมีมากหรือน้อยเพียงใด และสุดท้ายสิ้นปีนี้ค่าเงินบาทจะแข็งหรืออ่อนค่า เมื่อเทียบกับปลายปีที่ผ่านมา” นางผ่องเพ็ญ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 มิถุนายน 2554, 19:15 น.
%d bloggers like this: