กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

All posts tagged กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

หุ้นDTAC ทะยานหลังพาณิชย์ไม่กล่าวโทษเป็นต่างด้าว

Published กรกฎาคม 20, 2011 by SoClaimon

20 กรกฎาคม 2554, 15:01 น.

หุ้นDTAC ทะยานหลังพาณิชย์ไม่กล่าวโทษเป็นต่างด้าว.

Pic_187807

ราคาหุ้นDTAC ทะยานหลังกระทรวงพาณิชย์ไม่กล่าวโทษเป็นต่างด้าว แค่ส่งเรื่องให้ตำรวจ สืบสวนต่อ คาดเรื่องนี้ต้องใช้เวลาอีกยาวขณะที่โบรกฯเชียร์ถือรับปันผล แจ่มแม้ราคาสูงแล้ว

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC) ว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อนแรง โดยระหว่างวันทะยานขึ้นไปสูงสุดที่ 61 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท หลังนาย บรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ออกมาระบุว่าคณะกรรมการทำงานเพื่อตรวจสอบกรณีสัญชาติของบริษัท DTAC ได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานตำรวจตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการ ยุติธรรม โดยไม่ได้มีการร้องทุกข์และกล่าวโทษต่อ DTAC หลังจากคณะกรรมการเพื่อ ทำงานตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่มีพยานหลักฐานที่ชี้ชัดได้ว่า DTAC เป็นบริษัทต่างชาติ

ขณะที่บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ระบุว่า ข่าวดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของเคจีไอที่ว่ากรมพัฒนาธุรกิจการค้าฯ จะไม่ทำตามคำสั่งของนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช. พาณิชย์ เนื่องจากมองว่าน่าจะเป็นการแทรกแซงทางการ เมือง ขั้นตอนต่อไปคือ กรมฯ จะส่งเรื่องของ DTAC ไปให้กับตำรวจสืบสวนในเชิงลึกต่อไปว่า DTAC เป็นต่างชาติหรือไม่ ซึ่งหากตำรวจได้ข้อมูลเพียงพอว่า DTAC ละเมิดกฎหมายไทย ก็สามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ อย่างไรก็ตามเชื่อเรื่องนี้จะใช้เวลานาน หลายปีกว่าจะพิสูจน์ได้ว่า DTAC ผิดหรือไม่ ผลก็คือกระแสเงินสดและกำไรของ DTAC ในช่วงสั้นจะไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว ยังคงแนะนำถือสำหรับหุ้นDTAC เพื่อรับเงินปันผล ให้ราคาเป้าหมายที่ 61.50 บาท

ด้าน บล.กิมเอ็ง ระบุว่า ถือเป็นปัจจัยบวกทางจิตวิทยา เพราะไม่ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ DTAC ต่อตำรวจ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเลือกใช้วิธีส่งเรื่อง DTAC ให้ตำรวจสอบสวนต่อ หลังตรวจสอบพบว่าผู้ถือหุ้นของ DTAC อาจเข้าข่ายเป็นนอมินี เป็นสิ่งที่ไม่เกิน ความคาดหมาย โดยกระบวนการนับจากนี้ คือ การสอบสวนของตำรวจ จากนั้นจึงส่งเรื่องต่อให้อัยการพิจารณาว่าจะส่งฟ้องศาลหรือไม่ ซึ่งคาดว่ากระบวนการต่างๆจะใช้เวลานาน เช่นเดียวกับกรณีของ บจ.กุหลาบแก้ว (มีการส่งเรื่องให้ตำรวจตั้งแต่ปี 2549 แต่ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของอัยการ) และแม้ราคาหุ้น DTAC จะเหลือ upside จำกัดเมื่อเทียบกับราคา เป้าหมายที่ 60 บาท แต่เนื่องจากคาดหมายว่า DTAC จะจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 54 ได้ในอัตราสูง ถึง 7.1 บาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล(dividend yield) ราว 12.2% จึงคงคำแนะนำ “ถือ” เพื่อรับเงินปันผล

ล่าสุด ราคา หุ้น DTAC ณ เวลา 12.31 น. (ปิดตลาดเช้า) อยู่ที่ 60.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท เปลี่ยนแปลง 3.43%

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 กรกฎาคม 2554, 15:01 น.

“บรรยงค์” เย้ย “อลงกรณ์” ส่งไม้ตำรวจสืบต่อดีแทคต่างด้าวหรือไม่

Published กรกฎาคม 19, 2011 by SoClaimon

19 กรกฎาคม 2554, 20:45 น.

“บรรยงค์” เย้ย “อลงกรณ์” ส่งไม้ตำรวจสืบต่อดีแทคต่างด้าวหรือไม่.

Pic_187572

“บรรยงค์” เอาจริง ขัดคำสั่ง “อลงกรณ์” ไม่ร้องทุกข์กล่าวโทษดีแทค แค่ส่งไม้ตำรวจสืบสวนสอบสวนต่อ ยันไม่มีอำนาจล้วงลูก และยังเป็นคดีอาญาร้ายแรง จะกล่าวโทษต้องมีข้อมูลชัดก่อน

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมไม่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทคว่าเป็นต่างด้าว ตามที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ได้สั่งการ และให้แจ้งผลภายใน 7 วัน หรือภายในวันที่ 19 ก.ค. แต่ได้ส่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงสถานะของดีแทค ของคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง มีตนเป็นประธาน ไปให้กองบัญชาการสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าพนักงานสอบสวนดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม และขอให้แจ้งผลการสืบสวนมายังกรมฯ หากปรากฏว่า ดีแทค นิติบุคคล และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าข่ายกระทำความผิดจริง และหากพนักงานสอบสวนประสงค์จะให้มีการร้องทุกข์ กรมฯ ก็พร้อมที่จะดำเนินการ

สำหรับเหตุผลที่กรมฯ ยืนยันส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนต่อไป เพราะเห็นว่า พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ชัดเจนว่า พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ และใช้ดุลพินิจสอบข้อเท็จจริงได้อิสระ และไม่ให้อำนาจรัฐมนตรีสั่งการวินิจฉัยให้แตกต่างจากที่คณะทำงานฯ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายสรุปออกมา

นอกจากนี้ การที่นายสัญญา สถิรบุตร ที่ปรึกษารมช.พาณิชย์ ได้เข้ามาตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบของคณะทำงานฯ ตามคำสั่งของนายอลงกรณ์นั้น ตามกฎหมายถือว่า นายสัญญาไม่ได้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่มีอำนาจใดๆ มาตรวจสอบ ดังนั้น รายงานผลการตรวจสอบของนายสัญญาก็ไม่อาจรับฟังได้ หรือแม้จะรับฟังได้ ก็ไม่เห็นด้วย เพราะการดำเนินคดีกล่าวโทษนิติบุคคล หรือบุคคล ที่มีโทษทางอาญาร้ายแรง ควรจะมีหลักฐานชัดเจน

“การตัดสินใจดังกล่าว เป็นความจำเป็นที่จะต้องรักษาองค์กรให้มีความสง่างาม ต้องเลือกรักษาความถูกต้อง ความเป็นธรรม รักษาเกียรติยศ ศักดิ์ศรี มากกว่าการคิดถึงแต่ตำแหน่งอธิบดี และปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อเอาใจนักการเมือง และพร้อมที่จะรับผิดชอบกับการกระทำในครั้งนี้ โดยได้รายงานผลการดำเนินการให้นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ทราบแล้ว และคิดว่านายยรรยงคงรายงานให้นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ และนายอลงกรณ์รับทราบแล้วเช่นเดียวกัน” นายบรรยงค์  กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 กรกฎาคม 2554, 20:45 น.

พาณิชย์รุกบริการข้อมูลนิติบุคคลออนไลน์

Published กรกฎาคม 16, 2011 by SoClaimon

16 กรกฎาคม 2554, 05:15 น.

พาณิชย์รุกบริการข้อมูลนิติบุคคลออนไลน์.

Pic_186706

พาณิชย์รุกบริการข้อมูลนิติบุคคลออนไลน์ เผยค่าธรรมเนียมติดตั้งโปรแกรมเชื่อมโยงข้อมูลครั้งละ 3,000 บาท

นายอิทธิพล ช้างหลำ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศ มาช่วยยกระดับการให้บริการข้อมูลธุรกิจ โดยได้เพิ่มช่องทางการให้บริการถ่ายโอนข้อมูลจากระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้แก่ข้อมูลเลขทะเบียนนิติบุคคล ชื่อนิติบุคคล วันที่จดทะเบียน ทุนจดทะเบียน ชื่อกรรมการ/หุ้นส่วน อำนาจกรรมการ/หุ้นส่วนผู้จัดการ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ไปยังคอมพิวเตอร์ของผู้ขอข้อมูลด้วยระบบ Web Services โดยผู้รับบริการสามารถเรียกใช้ข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายได้ทันที ทำให้ผู้รับบริการลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการติดต่อขอรับบริการ
ทั้งนี้ ผู้ขอใช้บริการต้องเสียค่าธรรมเนียมในการให้บริการติดตั้งโปรแกรมเชื่อมโยงข้อมูลครั้งละ 3,000 บาท และค่าบริการถ่ายโอนข้อมูลรายละ 60 บาท หากไม่มีการใช้บริการถ่ายโอนข้อมูลเป็นระยะเวลา 6 เดือนติดต่อกันจะมีการตัดการเชื่อมโยงข้อมูล ส่วนการชำระเงินค่าธรรมเนียม สามารถชำระได้ที่กรม แคชเชียร์เช็ค ตั๋วแลกเงิน และสามารถชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ตู้ ATM หรือหักบัญชีเงินฝากธนาคารโดยมีธนาคารที่ให้บริการได้แก่ กรุงไทย ยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย) ไทยพาณิชย์ กรุงศรีอยุธยา นครหลวงไทย กสิกรไทย และกรุงเทพ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 16 กรกฎาคม 2554, 05:15 น.

“สัญญา” ถล่มซ้ำ ยันดีแทคเป็นต่างด้าวชัดเจน

Published กรกฎาคม 14, 2011 by SoClaimon

13 กรกฎาคม 2554, 20:25 น.

“สัญญา” ถล่มซ้ำ ยันดีแทคเป็นต่างด้าวชัดเจน.

Pic_186120

“สัญญา” ถล่มซ้ำ ยันดีแทคเป็นต่างด้าวชัดเจน ชี้เสนอข้อคิดเห็นถึงขั้นฟ้องศาลเลิกกิจการตามมาตรา 37 และฟ้อง 7 บริษัทที่ถือหุ้นแทนตามมาตรา 36 พ่วงอีก 19 บริษัท แต่ “อลงกรณ์”เห็นควรให้ทำแค่ฟ้องดำเนินดคี ยันการเมืองไม่เคยแทรกแซง

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษา รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ มีคำสั่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าฟ้องร้องบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ต่อพนักงานสอบสวน หลังจากมีหลักฐานชัดเจนว่ามีมูลอันเชื่อได้ว่าเป็นบริษัทต่างด้าว และมีคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) ว่า ได้นำเสนอความเห็นต่อนายอลงกรณ์ โดยได้ยืนยันไปว่าจากการตรวจสอบเอกสารลับที่คณะทำงานตรวจสอบโครงสร้างการถือ หุ้นของดีแทค ชุดนายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธาน เพียงพอที่จะสรุปได้ว่าดีแทคมีสถานะเป็นนิติบุคคลต่างด้าว ซึ่งเป็นการชี้ชัดตามที่คณะทำงานฯ ได้มีความเห็นไว้แล้ว แต่คณะทำงานฯยังไม่กล้าฟันธง

ทั้งนี้ หลังจากได้ตรวจสอบผลการตรวจสอบของคณะทำงานฯ แล้ว จึงสรุปเสนอให้นายอลงกรณ์มีคำสั่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งความดำเนินคดีต่อดีแทค ในความผิดตามมาตรา 37 และให้ติดต่อสำนักงานอัยการสูงสุดให้ฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งให้ดีแทค เลิกกิจการ นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้แจ้งความดำเนินคดีต่อบริษัทผู้ถือหุ้นแทนทั้ง 7 บริษัท ตามมาตรา 36 (นอมินี) และกับบริษัทอื่นๆ อีก 19 บริษัทด้วย

“ผมได้เสนอไปแบบนี้ ก็เหมือนกับเสนาธิการทหาร เวลาจะเสนอแผนรบ ก็มีทางเลือกหนึ่ง สอง สาม สี่ แต่แม่ทัพจะเลือกอะไรก็แล้วแต่เห็นสมควร เมื่อเสนอไปแบบนี้ ท่านอลงกรณ์ก็เลือกที่จะสั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าไปแจ้งความดำเนินคดี ก็เป็นความเห็นของท่าน และยังได้ให้ไปพิจารณาเองว่าจะเลือกแจ้งความนิติบุคคลใด บุคคลใด ซึ่งถือว่ารัฐมนตรีไม่เคยเข้าไปแทรกแซง แต่เป็นการใช้ดุลพินิจ และพร้อมที่จะปกป้อง จะมีก็แต่ข้าราชการนั่นแหละที่แทงกั๊ก” นายสัญญา  กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 กรกฎาคม 2554, 20:25 น.

‘อลงกรณ์’ร่อนจม.ยันไม่ใช้การเมืองแทรกแซงกรณีดีแทค

Published กรกฎาคม 13, 2011 by SoClaimon

12 กรกฎาคม 2554, 19:03 น.

‘อลงกรณ์’ร่อนจม.ยันไม่ใช้การเมืองแทรกแซงกรณีดีแทค.

Pic_185820

“อลงกรณ์” ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงข้าราชการกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชี้แจงข้อเท็จจริงการตรวจสอบดีแทค พร้อมยันไม่เคยใช้อำนาจทางการเมืองแทรกแซงการทำงาน หรือแทรกแซงผลสอบยอมรับเสียใจข้อกล่าวหาแทรกแซง วอนขรก.เข้าใจ

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงข้าราชการกรมพัฒนาธุรกิจ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และคำสั่งให้นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับดีแทคเข้าข่ายเป็นต่างด้าว และมีคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) รวมถึงระบายความรู้สึกถึงการถูกกล่าวหาว่าฝ่ายการเมืองแทรกแซงการทำงานของ ข้าราชการประจำ และรมช.พาณิชย์ไม่มีอำนาจสั่งการให้แจ้งความกับดีแทคได้

เนื้อหาจดหมาย ดังกล่าวระบุว่า ไม่เคยแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบของคณะทำงานตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นดีแทค ซึ่งมีนายบรรยงค์ เป็นประธาน คณะทำงานฯ สามารถทำงานได้โดยอิสระ และไม่เคยแทรกแซงผลการตรวจสอบ หรือให้สรุปเป็นอย่างอื่น

“ผมไม่เข้าใจว่า ผมแทรกแซงอะไร ท่านอธิบดีคงหมายถึงการสั่งการให้กรมฯ กล่าวโทษผู้กระทำความผิด ซึ่งต่างจากที่ท่านอธิบดีเห็นว่า ควรส่งเรื่องให้ตำรวจสอบสวนต่อไป โดยกรมฯ จะไม่กล่าวโทษใคร อย่างนี้ใช้คำว่า แทรกแซงไม่ถูกต้อง เพราะเป็นเรื่องการบริหารราชการปกติ ถ้าบอกว่ารัฐมนตรีมีความเห็นต่างกับอธิบดีน่าจะเป็นธรรมกับผมมากกว่า” เนื้อหาส่วนหนึ่งของจดหมายดังกล่าวระบุ

นอกจากนี้ ยังระบุว่า คำสั่งการของตนให้ยึดผลตรวจสอบของคณะทำงานฯ เป็นสำคัญ และให้ทอธิบดีใช้ดุลยพินิจในการกล่าวโทษได้อย่างเต็มที่ ไม่ได้ไปก้าวล่วงแต่อย่างใด ตนเองไม่ต้องการโต้เถียงว่ามีอำนาจสั่งการหรือไม่ สิ่งที่อยากเห็นคือ เมื่อผลตรวจสอบสรุปว่ามีมูลอันเชื่อได้ว่า มีการกระทำผิดกฎหมาย ท่านอธิบดีควรต้องรักษากฎหมาย และบังคับใช้กฎหมาย

ขณะเดียวกัน ยังชี้แจงถึงคำสั่งที่ให้อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแจ้งความเอาผิดกับดีแทค รวมถึงบุคคล และนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องว่า เป็นคำสั่งในฐานะรักษาการรมว.พาณิชย์ (ผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดย รมว.พาณิชย์เดินทางไปราชการต่างประเทศ) และรมช.พาณิชย์ ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตาม พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 กรกฎาคม 2554, 19:03 น.

“บรรยงค์” กร้าวไม่ฟันธงดีแทคตาม “อลงกรณ์” สั่ง

Published กรกฎาคม 12, 2011 by SoClaimon

11 กรกฎาคม 2554, 21:00 น.

“บรรยงค์” กร้าวไม่ฟันธงดีแทคตาม “อลงกรณ์” สั่ง.

Pic_185588

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สวนกลับ “อลงกรณ์” ไม่มีอำนาจสั่งการฟันดีแทค ยันไม่ทำตามแน่  ด้าน ดีแทค ออกแถลงการณ์ ย้ำ ดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลและปฏิบัติตามกฎหมายของไทย หวังกระทบการตรวจสอบจะยุติธรรมและโปร่งใสไม่เลือกปฏิบัติ ระบุ ลูกค้า จะไม่ได้รับผลกระทบครั้งนี้

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวถึงการดำเนินการกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ว่า หลังจากที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ได้สั่งการให้ไปแจ้งความดำเนินคดี และให้เวลาภายใน 7 วัน นับจากวันที่ 8 ก.ค.54 จะสิ้นสุดก็วันที่ 19 ก.ค. ซึ่งก็มีระยะเวลาในการตัดสินใจ ซึ่งมีแนวทางในการดำเนินการ 2 ทางเลือก คือ ไปแจ้งความดำเนินคดีกับดีแทคตามที่รัฐมนตรีได้สั่งการมา หรือส่งตำรวจให้สืบสวนสอบสวนต่อตามที่คณะทำงานฯ ได้มีข้อสรุปไว้

“กรณีของดีแทค ผมเห็นว่า คำสั่งที่สั่งการมา รัฐมนตรีไม่มีอำนาจในการสั่งการ เพราะกฎหมายคนต่างด้าวเขียนไว้ชัดเจนว่ารัฐมนตรีมีอำนาจอะไรบ้าง แต่ไม่สามารถแทรกแซงการใช้ดุลพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่แต่งตั้งขึ้นตาม กฎหมาย ดังนั้น ผู้รับคำสั่งไม่ต้องปฏิบัติตาม เพราะการดำเนินคดีอาญาใคร ต้องพิสูจน์ ตรวจสอบหลักฐานให้ชัดเจนก่อน ไม่งั้นจะถูกฟ้องร้องได้” อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าว

ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้ยืนยันที่จะสั่งการให้นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดำเนินการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ ในการดำเนินดคีกับดีแทค และผู้ถือหุ้นรายสำคัญที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ได้ใช้ดุลพินิจแล้วเห็นว่าสามารถที่จะกล่าวโทษได้เลย ไม่ต้องมีการสืบสวนสอบสวนใหม่ตามที่คณะทำงานตรวจสอบโครงการการถือหุ้นดีแทค ชุดนายบรรยงค์ สรุปออกมา และให้แจ้งความคืบหน้าให้ทราบภายใน 7 วัน หรือภายในวันที่ 19 ก.ค.54

ทั้งนี้ การสั่งการดังกล่าว ไม่ได้มีความเห็นขัดแย้งกับผลการตรวจสอบของคณะทำงานฯ แต่มีความเห็นต่างจุดเดียวคือ มีหลักฐานและข้อเท็จจริง สามารถกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนิติบุคคล และบุคคลที่เกี่ยวข้องได้เลย ไม่จำเป็นต้องเสนอข้อเท็จจริงที่มีอยู่แล้วส่งไปให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนซ้ำอีก เพราะมีข้อสงสัยชัดเจน เช่น มีการถือหุ้นไขว้กันไปมาถึง 5 ชั้น, ที่มาของเงินกู้ซื้อหุ้นผิดปกติ, ที่ตั้งบริษัทแห่งเดียวกัน, กำหนดข้อบังคับที่เอาเปรียบผู้ถือหุ้นข้างมาก, การปันผลก็ให้สิทธิ์ผู้ถือหุ้นข้างน้อยได้ประโยชน์มากกว่า เป็นต้น

“ผมสั่งการไปแล้ว ก็ต้องดำเนินการ ถ้าไม่ดำเนินการก็ต้องมีเหตุผลพิเศษ เพราะการสั่งการของผมอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ได้จากที่คณะทำงานฯ ทำไว้แล้ว ส่วนจะกล่าวโทษนิติบุคคลใด บุคคลใด ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะต้องไปพิจารณา”นายอลงกรณ์ กล่าว

ขณะที่ บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ออกแถลงการณ์ว่า ดีแทคยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลอย่างสูงสุด ยืนยันว่าบริษัทฯ ปฏิบัติตามกฏหมาย และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของไทย โดยบริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในกระบวนการตรวจสอบ ดีแทคหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระบวนการตรวจสอบจะเป็นไปด้วยความยุติธรรม โปร่งใส และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ

ทั้งนี้ ดีแทค ขอยืนยันว่าลูกค้า คู่ค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดจนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากกระบวนการตรวจสอบสถานะของบริษัทฯ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 กรกฎาคม 2554, 21:00 น.

ก.พาณิชย์ประกาศบริษัทสิ้นสภาพ18,449ราย

Published กรกฎาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 กรกฎาคม 2554, 02:47 น.

ก.พาณิชย์ประกาศบริษัทสิ้นสภาพ18,449ราย.

Pic_185365

“พาณิชย์” ประกาศถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทร้างจำนวน 18,449 ราย หลังไม่ได้ยื่นงบการเงินและรายการชำระบัญชีมาแล้วนานกว่า 3 ปี หวั่นใช้ชื่อที่อยู่ในทะเบียนแอบบอ้างหลอกลวงประชาชน…

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายอิทธิพล ช้างหลำ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ในฐานะสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางได้อาศัยอำนาจตามความในประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะดำเนินการถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด 18,449 ราย ที่จัดตั้งขึ้นแล้วไม่ได้ทำการค้าขาย หรือประกอบกิจการงานใดๆ และไม่ได้ยื่นงบการเงินประจำปีต่อกรม หรือบางรายจดทะเบียนเลิกแล้วแต่ไม่ยื่นรายงานการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนให้เสร็จสิ้น โดยยังมีชื่อของห้างหุ้นส่วนและบริษัทยังคงอยู่ในทะเบียนและมีสถานะเป็น นิติบุคคลอยู่ในฐานข้อมูลนิติบุคคล ซึ่งไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงและอาจทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดและก่อให้ เกิดความเสียหายจากการทุจริตหลอกลวงได้

“กรมได้ตรวจสอบห้างหุ้น ส่วนหรือบริษัทจำกัดที่มิได้ส่งงบการเงินนับแต่ปีปัจจุบันย้อนหลัง 3 ปีติดต่อกันพบ ว่า มีห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทที่จดทะเบียนเลิกแล้ว และมิได้ทำรายงานการชำระบัญชี หรือมิได้ยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปี นับแต่วันรับจดทะเบียนเลิก ซึ่งกรมได้มีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทและผู้ชำระบัญชีแจ้งให้ดำเนินการภายใน 180 วันไปแล้วแต่ผู้ชำระบัญชีมิได้ปฏิบัติตาม จึงเตรียมถอนทะเบียนบริษัทดังกล่าวออกจากฐานข้อมูลการจดทะเบียนของกรม” นายอิทธิพล กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจะสิ้นสภาพนิติบุคคล แต่ความรับผิดของหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้เป็นหุ้นส่วน กรรมการ ผู้จัดการและผู้ถือหุ้นมีอยู่เท่าไรก็คงจะอยู่ในทะเบียนอย่างนั้น และพึงเรียกบังคับได้เสมือนห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทนั้นยังมิได้สิ้นสภาพนิติบุคคล.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 กรกฎาคม 2554, 02:47 น.

ทรูส่งหนังสือจี้”พาณิชย์”เล่นงานดีแทค

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

7 กรกฎาคม 2554, 19:36 น.

ทรูส่งหนังสือจี้”พาณิชย์”เล่นงานดีแทค.

Pic_184667

“สัญญา” เผยทรูส่งหนังสือจี้ “อลงกรณ์” เล่นงานดีแทค หลังพบเป็นต่างด้าว คาดรู้ผลสอบซ้ำจันทร์ 11 ก.ค.นี้แน่ พร้อมเคลียร์เหตุปมขัดแย้งตั้งทีมสาวไส้ก่อนหน้านี้ อัด ”บรรยงค์-ยรรยง” ขัดคำสั่งรัฐมนตรี ยันไม่เคยเสนอตัวเองเป็นประธานสอบ…

เมื่อวันที่ 7 ก .ค. นายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษา นายอลงกรณ์ พลบุตรรมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ได้มีหนังสือถึงนายอลงกรณ์ ขอให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการกับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค หลังจากที่ นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ให้ข่าวเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ว่า ไม่ชัดเจน 100% ว่าดีแทคเป็นต่างด้าว แต่มีข้อเท็จจริงว่าเข้าข่าย โดยทรู เห็นว่าความเห็นของนายยรรยงขัดแย้งกันเอง เพราะไม่ยืนยัน แต่ระบุว่ามีข้อเท็จจริงว่าเข้าข่าย จึงอยากให้กระทรวงพาณิชย์ที่ดูแล พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ต้องมีความชัดเจน เมื่อพบความผิดต้องดำเนินการ และร้องทุกข์ตามกฎหมาย

“ทรู ได้ขอให้ รมช.พาณิชย์ สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ทำความเห็นเกี่ยวกับสถานะความเป็นนิติบุคคลไทยหรือ ต่างด้าวของดีแทคให้ชัดเจน และหากพบการกระทำผิด ขอให้สั่งการให้ดีแทคเลิกการประกอบธุรกิจ หรือ เลิกกิจการตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมทั้งดำเนินคดีอาญากับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดด้วย” นายสัญญา กล่าว

สำหรับการพิจารณาสถานะของดีแทคตามที่ นายอลงกรณ์ ได้มอบหมายให้ไปหาข้อสรุปนั้น นายสัญญา กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาผลสรุปของคณะทำงานฯ ชุดนายบรรยงค์ ซึ่งจากการอ่านเอกสารในเบื้องต้น เห็นว่า เป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่จะมีช่องโหว่อะไรหรือไม่ โปร่งใสหรือไม่ ขอศึกษาข้อมูลก่อน คาดว่า จะสรุปและนำเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรให้นายอลงกรณ์ ได้ภายในวันจันทร์ที่ 11 ก.ค.นี้

นายสัญญา กล่าวต่อถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในการตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นของดีแทค ว่า ขอยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบดีแทค ตามที่เป็นข่าว แต่เป็นเรื่องที่นายอลงกรณ์ได้สั่งการให้แต่งตั้งตนเป็นประธานสอบ โดยมีนายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นเลขานุการ แต่นายบรรยงค์ กลับเสนอ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ แต่งตั้งให้ตัวเองเป็นประธานสอบ ก็เลยเป็นปัญหา เพราะถือเป็นการขัดคำสั่งรัฐมนตรี

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 7 กรกฎาคม 2554, 19:36 น.

อลงกรณ์ลั่นไม่มีการเมืองแทรกแซงสอบนอมินีดีแทค

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

6 กรกฎาคม 2554, 16:31 น.

อลงกรณ์ลั่นไม่มีการเมืองแทรกแซงสอบนอมินีดีแทค.

Pic_184326

“อลงกรณ์” ปัดการเมืองแทรกแซงตรวจนอมินีดีแทค อ้างใช้อำนาจบริการราชการแผ่นดินจัดการ ระบุ 11 ก.ค. มีคำตอบดีแทคเป็นต่างด้าวหรือไม่ ด้านดีแทค หวัง การตรวจสอบครั้งนี้จะเป็นไปอย่างโปร่งใส

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการสั่งระงับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่ให้ส่งผลสรุปตรวจสอบ โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ไปให้ตำรวจสอบสวนต่อว่า ยืนยันไม่ใช่การแทรกแซงทางการเมือง เป็นเรื่องของการบริหารงานราชการแผ่นดิน เพราะกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นหน่วยงานในสังกัดที่ตนรับผิดชอบ เมื่อเห็นว่าทำไม่ถูกต้องก็สั่งให้ปรับวิธีการทำงาน แม้ว่าตามมาตรา 36 ของพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จะให้อำนาจ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว กำกับดูแลธุรกิจคนต่างด้าวไว้ แต่เป็นเพียงตำแหน่งที่กฎหมายกำหนด เพราะได้ถือว่ารมว.พาณิชย์ได้มอบหมายให้ตนดูแลหน่วยงานในสังกัดแล้ว

อย่างไรก็ตาม คาดว่า นายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษา รมช.พาณิชย์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากตนให้ไปตรวจสอบข้อสรุปโครงสร้างดีแทค จะพิจารณาแล้วเสร็จและส่งความเห็นมาให้ตนได้ภายในวันที่ 11 ก.ค. ซึ่งจะฟันธงว่าดีแทคผิดกฎหมายต่างด้าวหรือไม่ หากยังไม่ชัดเจนจะส่งให้ตำรวจไปดำเนินการสอบสวนต่อ แต่หากผิดจะให้กรมเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษส่งฟ้องไปยังอัยการเพื่อให้ศาล ตัดสินทันที โดยตัดขั้นตอนของตำรวจไม่ต้องสืบสวนออกไป

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า การตรวจสอบโครงสร้างดีแทคครั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อผู้บริการของดีแทค หากว่ามีการกระทำผิดกฎหมายจริง ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะปิดตัวลง โดยจะดำเนินคดีกับผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยที่ถือหุ้นแทนต่างด้าว และคนต่างด้าวที่ให้คนไทยถือหุ้นแทนตามกฎหมาย ถือเป็นความผิดทางอาญาด้วย เพราะเป็นการหลอกลวงเจ้าหน้ารัฐ อย่างไรก็ตาม พรุ่งนี้ (7 ก.ค.) นายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษารมช.พาณิชย์ จะแถลงข่าวประเด็นดีแทคกับทรูมูฟ ทำให้กระทรวงพาณิชย์เสียหายอย่างไร

ด้าน นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ประเด็นการครอบครองธุรกิจโดยต่างชาตินั้นได้ถูกยกขึ้นมากล่าวถึงก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งในช่วงการตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อการการประมูลใบอนุญาต 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ ซึ่งผลจากการตรวจสอบอย่างละเอียด ในครั้งนั้นได้ยืนยันคุณสมบัติของดีแทคในฐานะบริษัทไทย ดีแทค มุ่งมั่นที่จะลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ทั้งนี้ คณะผู้บริหารของดีแทคเชื่อมั่นว่า หากกระบวนการตรวจสอบครั้งนี้เป็นไปอย่างโปร่งใส และยึดตามหลักเกณฑ์ของการตรวจสอบที่ถูกต้องแล้ว จะสามารถคลี่คลายประเด็นดังกล่าวเพื่อประโยชน์ของดีแทค รวมทั้งลูกค้า และอุตสาหกรรมโดยรวม

“ข่าวความเคลื่อนไหวในปัจจุบัน โดยเฉพาะกรณีที่ทางคณะทำงานการตรวจสอบข้อมูล ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศถึงผลการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นนั้น ดีแทครู้สึกผิดหวัง และมองเห็นถึงวิธีการที่เลือกปฏิบัติ เรายืนยันว่าบริษัทฯ ปฏิบัติตามกฏหมาย และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของไทยทุกประการ รวมทั้งได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ในกระบวนการตรวจสอบ เพื่อให้ความกระจ่างต่อข้อสงสัย”ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค กล่าว

นายจอน กล่าวต่อว่า ดีแทคได้แสดงความมุ่งมั่นตลอดมาต่อลูกค้า คู่ค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของบริษัทฯ โดยตลอด 19 ปีที่ผ่านมา ดีแทคได้ลงทุนในประเทศไทยไปแล้วมากกว่า 1 แสน 3 หมื่นล้านบาท และก่อให้เกิดส่วนแบ่งรายได้ต่อ บมจ. กสท. โทรคมนาคม มากกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมถึงรายได้ในรูปแบบอื่นๆ ต่อหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ในประเทศไทย ดีแทค ยืนยัน และมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลอย่างสูงสุด เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย  ด้วยความร่วมมือจากกระทรวง และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน และปฏิวัติอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยให้ก้าวสู่ระดับแนวหน้า และไม่ล้าหลังประเทศเพื่อนบ้าน

“ดีแทค ขอย้ำว่าการให้ข้อมูลที่ยังไม่มีข้อสรุปหรือยังไม่ครบสมบูรณ์ รวมทั้งคำกล่าวหาบริษัทฯ ในรูปแบบต่างๆ นั้น ทำให้เกิดผลกระทบต่อชื่อเสียงของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้น พนักงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการตรวจสอบนี้ จะให้ความเคารพต่อกระบวนการ และกฏเกณฑ์ในการตรวจสอบ”นายจอน กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 กรกฎาคม 2554, 16:31 น.

‘อลงกรณ์’สั่งเบรกส่งผลสอบดีแทคส่อนอมินีให้ตร.

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

5 กรกฎาคม 2554, 15:31 น.
\’อลงกรณ์\’สั่งเบรกส่งผลสอบดีแทคส่อนอมินีให้ตร. – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_184039

“อลงกรณ์” สั่งเบรกส่งผลสอบดีแทคให้ตำรวจ ส่งไม้ต่อ “สัญญา” สอบซ้ำ ก่อนส่งให้ตัวเองฟันธง อ้างเพิ่งเห็นผลสรุปตอนเช้า ยังไม่รู้รายละเอียด แต่กลับแจงรายละเอียดยิบสาเหตุดีแทคส่อต่างด้าว…

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจ ระงับการส่งผลการตรวจสอบโครงการสร้างการถือหุ้นของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ที่คณะทำงานตรวจสอบโครงการสร้างการถือหุ้นของดีแทค มีนายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธาน ระบุว่ามีหลักฐานควรเชื่อได้ว่าเป็นบริษัทต่างด้าว และมีคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) ไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการสืบสวนสอบสวนในเชิงลึกต่อไป

ทั้งนี้เพราะตนเพิ่งได้รับผลสรุปของคณะทำงานฯเมื่อเช้าวันนี้ (5ก.ค.) จึงยังไม่ทราบรายละเอียด และจำเป็นต้องขอพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบก่อน โดยได้มอบหมายให้นายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษา รมช.พาณิชย์ ตรวจสอบผลสรุปดังกล่าวอีกครั้ง ก่อนที่จะนำผลตรวจสอบที่ได้เสนอให้ตนพิจารณาว่าควรจะฟันธงว่าดีแทคเป็นต่างด้าว แล้วส่งอัยการฟ้องร้อง หรือจะตีธงคือยืนตามข้อสรุปของคณะทำงานฯแล้วส่งเรื่องให้ตำรวจสาวลึกต่อก่อน ส่งอัยการฟ้อง คาดว่า น่าจะใช้เวลาตรวจสอบเพียง 2-3 วันก็จะได้ข้อสรุปและเสนอให้ตนได้

“การให้ตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง ไม่เกี่ยวกับความไม่มั่นใจในผลสรุปของคณะทำงานฯ แต่เป็นเพราะต้องการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นผู้ถือกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ได้ใช้อำนาจที่แท้จริง เมื่อมีหลักฐานชี้ชัดว่าเข้าข่ายเป็นต่างด้าว ก็ต้องฟันธงไปเลย แต่ผลสรุปของคณะทำงานฯยังตีกรรเชียงอยู่ เพราะยังไม่ระบุชัดว่าเป็นต่างด้าวหรือไม่” นายอลงกรณ์  กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตนได้เห็นจากเอกสารทางการเงินในรายงานประจำปี ที่บริษัท เทเลนอร์ เอเชีย ผู้ถือหุ้นใหญ่ในดีแทค ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ในประเทศต่างๆ ว่า ถือหุ้นในดีแทคถึง 66% รวมถึงยังมีอำนาจครอบงำกิจการมากกว่าคนไทย มีการแบ่งผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของดีแทคให้กับผู้ถือหุ้นข้างน้อย ซึ่งเป็นคนต่างด้าว ส่วนนอมินีคนไทยที่ถือหุ้นไขว้กันไปมาในบริษัทต่างๆ ที่ถือหุ้นในดีแทคถึง 5 ชั้น ยังมีถึง 4 ชั้นที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโดยไม่ได้ประกอบกิจการ ถือเป็นการแจ้งข้อมูลเท็จต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วย เพียงแค่นี้ก็เห็นแล้วว่าส่อเป็นนอมินี

“ผมเคยสั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบทั้งทางพฤตินัย และนิตินัยแล้ว ไม่ใช่จะดูแค่การถือหุ้นชั้นเดียว 51/49 เท่านั้น ให้สาวลึกลงไปให้ได้ ถ้าบริษัทถือหุ้นในดีแทคทั้ง 7 ชั้นเป็นต่างด้าว ดีแทคก็ต้องเป็นต่างด้าวด้วย จะปล่อยให้ละเมิดกฎหมายไทย และทำธุรกิจเอาเปรียบคนไทยไม่ได้” นายอลงกรณ์  กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 กรกฎาคม 2554, 15:31 น.
%d bloggers like this: