กรมพัฒนาที่ดิน

All posts tagged กรมพัฒนาที่ดิน

นโยบายการวิจัยและผลงานของกรมพัฒนาที่ดิน

Published กุมภาพันธ์ 16, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000481&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ชื่อเรื่อง: นโยบายการวิจัยและผลงานของกรมพัฒนาที่ดิน
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 5 สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ และสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2-4 กุมภาพันธ์ 2509
Source title : Proceedings of national conference on Agricultural Science fifth session: Plant and Biological Science, Animal Science and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2509
หน้า: หน้า 64-72
จำนวนหน้า: 754 หน้า
ภาษา: ไทย
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2509)
หมวดหลัก: A50-Agricultural research
หมวดรอง: P30-Soil science and management
ดรรชนี-ไทย: กรมพัฒนาที่ดิน, การวิจัย, นโยบาย, ผลงานวิจัย
หมายเลข: 000481 KC0501014
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง:
โฆษณา

ติวเข้มเกษตรกร4.5แสนราย เน้นใช้สารอินทรีย์ลดใช้เคมี

Published กรกฎาคม 16, 2011 by SoClaimon

14 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

ติวเข้มเกษตรกร4.5แสนราย เน้นใช้สารอินทรีย์ลดใช้เคมี.

Pic_186036

นายจรูญ ยกถาวร รองอธิบดีด้านวิชาการ กรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ตามที่กรมได้มีการดำเนินงานส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์เพื่อลดใช้สารเคมีทางการเกษตรทั่วทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนั้น เป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง โดยสามารถผลิตและใช้สารอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร เป็นการลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนในการผลิตพืชผลทางการเกษตร ซึ่งจะทำให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยในปี 2554 นั้น กรมได้ดำเนินงานจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรไปแล้วจำนวน 9,000 กลุ่ม รวม 450,000 ราย เนื้อที่ 9 ล้านไร่ ทั้งนี้ กรมได้จัดฝึกอบรมเตรียมความพร้อมวิทยากรระดับพื้นที่ไปแล้ว และได้มอบหมายให้วิทยากรระดับพื้นที่ของกรมเป็นวิทยากรดำเนินการให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้เข้าอบรม.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 14 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

พัฒนาที่ดินวางแผนรับภัยแล้ง ป้องกันดินแปรสภาพ ทะเลทราย

Published มกราคม 4, 2011 by SoClaimon

30 ธันวาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทางพัฒนาที่ดินวางแผนรับภัยแล้ง ป้องกันดินแปรสภาพ ทะเลทราย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

EyWwB5WU57MYnKOvIV9gszo0SVKWZOyAJNUdRXRX1uQUeGnaqsGKNw

 

นายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ซึ่งสาเหตุเกิดจากความ เสื่อมโทรมของสภาพดิน รวมถึงพื้นที่ป่าลดลงอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดปัญหาการชะล้างพังทลายของดินค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยของการขยายตัวของพื้นที่ดินเค็ม ประกอบกับปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าเกณฑ์ ปกติ จากสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ปัญหาความแห้งแล้งและดินเสื่อมโทรมทวีความรุนแรงมากขึ้น

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์และติดตามพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้งของกรมพัฒนาที่ดิน พบว่าพื้นที่เสี่ยง ภัยแล้งมีประมาณ 44 จังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรมนั้นสามารถแบ่งออกเป็นในภาวะแห้งแล้งปกติมีพื้นที่ประมาณ 28.5 ล้านไร่ และในภาวะแห้งแล้งผิดปกติมีพื้นที่ประมาณ 38.5 ล้านไร่ ซึ่งถือเป็นปริมาณพื้นที่ที่มากพอสมควร และถ้าไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนก็จะส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรอย่างแน่นอน

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าว กรม ได้มีแผนที่จะดำเนินกิจกรรมต่อต้านการแปรสภาพเป็น ทะเลทรายตลอดจนกิจกรรมรองรับการเปลี่ยนแปลงภูมิ อากาศและลดโลกร้อน อาทิ รณรงค์ปลูกไม้ยืนต้นโตเร็ว การพัฒนาพื้นที่ดินเค็มแบบบูรณาการ โดยเฉพาะในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีปัญหาดินเค็มมากที่สุด เพื่อลดการแพร่กระจายของคราบเกลือ สาเหตุของปัญหาดินเค็ม

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าปรับปรุงแผนที่แล้งซ้ำซาก เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนพัฒนาพื้นที่เสี่ยง ภัยแล้งให้ทันต่อสภาวการณ์ปัจจุบัน อธิบดีกรมพัฒนา ที่ดินกล่าว.

หมอดินใช้ พด.7 ไล่แมลงดำเนินสะดวกขานรับแทนเคมี

Published ธันวาคม 29, 2010 by SoClaimon

9 ธันวาคม 2553, 05:15 น.

ผ่านทางหมอดินใช้ พด.7 ไล่แมลงดำเนินสะดวกขานรับแทนเคมี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_132684

 

นายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เผยว่า กรมสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าสู่การเกษตรแบบอินทรีย์โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและในครัวเรือนมาผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง ควบคู่กับการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างวิถีชีวิตที่มั่นคง  ซึ่งได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ผ่านเครือข่ายหมอดินอาสา  เพื่อเป็นแบบอย่างให้เพื่อนเกษตรกรในละแวกใกล้เคียงได้ทำตาม  ในการเลิกพึ่งพาสารเคมีหันมาใช้สารอินทรีย์ในการปรับปรุงบำรุงดิน ที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าผลผลิตและสร้างสุขภาพที่ดีให้กับตนเอง

นายชูชัย นาคเขียว หมอดินอาสาประจำอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เผยว่า ในอดีตอำเภอดำเนินสะดวกมีแปลงปลูกพริก หอม กระเทียมจำนวนมาก ต้องฉีดยาฆ่าแมลงศัตรูพืชตามแปลงต่างๆทุกวัน สารพิษจึงสะสมในร่างกายและเจ็บป่วยบ่อย  จึงเริ่มศึกษาเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรทดแทนสารเคมีทางการเกษตร โดยสมัครเป็นหมอดินอาสาซึ่งได้รับการอบรมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ การผลิตปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักจากสารเร่ง พด. นอกจากนี้ ยังได้รับความรู้เกี่ยวกับการผลิตน้ำหมักสมุนไพรขับไล่แมลง

ด้วยสารเร่งซุปเปอร์ พด.7 ได้นำความรู้ที่ได้มาต่อยอดในการผลิตสมุนไพรขับไล่แมลงโดยสกัดเป็นฮอร์โมนพืชไว้ใช้เอง และถ่ายทอดสู่กลุ่มเกษตรกร สามารถสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงขึ้น.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 9 ธันวาคม 2553, 05:15 น.

 

พด.เร่งคิดค้นเทคโนโลยีชีวภาพ ขยายผลความสำเร็จจุลินทรีย์ดิน สร้างนวัตกรรมใหม่ช่วยเกษตรกร

Published ตุลาคม 29, 2010 by SoClaimon

วันที่ 29/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

กรมหมอดินขยายผลความสำเร็จผลิตภัณฑ์ จุลินทรีย์ดิน เร่งคิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ เน้นตอบสนองความต้องการของเกษตรกรและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

นายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า การคิดค้นและพัฒนาจุลินทรีย์ทางการเกษตรหรือ สารเร่ง พ.ด. ให้มีประสิทธิภาพในการสร้างธาตุอาหารพืชในดิน คือหนึ่งในแนวทางการแก้ไขปัญหาคุณภาพดินในพื้นที่ทำการเกษตรที่กรมพัฒนา ที่ดินได้ขยายผลไปสู่เกษตรกรมาตั้งแต่ปี 2529 จนกระทั่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สารเร่ง พด.อยู่ด้วยกัน 12 ชนิด สามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการผลิตปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ สารป้องกันแมลงศัตรูพืช ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ซึ่งผลสำเร็จจากการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ผลิตภัณฑ์ของกรมพัฒนาที่ดิน คือช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดรายจ่ายได้ 15-20% เพิ่มรายได้ ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% ที่สำคัญคือช่วยในการฟื้นฟูทรัพยากรดินให้สามารถใช้ประโยชน์อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จ กรมพัฒนาที่ดินมีเป้าหมายในการวิจัยโดยมุ่งเน้นที่จะ พัฒนากลุ่มจุลินทรีย์ที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งคิดค้นจุลินทรีย์ตัวใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ให้เกษตรกรในทุกกลุ่มมาก ขึ้น เนื่องจากปัจจุบันสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมถึงโรคและแมลงศัตรูพืชที่ทวีความรุนแรง และปัญหาปุ๋ยเคมี สารเคมีทางการเกษตรราคาแพงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรได้ กรมฯ จึงจำเป็นต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์และเทคโนโลยีชีวภาพในการปรับปรุง บำรุงดินให้เข้ากับสถานการณ์

“การพัฒนานวัตกรรม พ.ด. ของกรมพัฒนาที่ดินในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยพลิกฟื้นสร้างมูลค่าใหม่ให้เกิดขึ้นกับที่ดินทำกินของเกษตรกร เท่านั้น หากแต่ยังเป็นการสร้างรากฐานความมั่นคงให้เกิดขึ้นกับสังคมเกษตรได้อย่าง ยั่งยืน เกษตรกรที่สนใจสามารถรับผลิตภัณฑ์สารเร่ง พ.ด. ฟรีได้ที่จุดบริการเบ็ดเสร็จ สำนักเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน กรมพัฒนาที่ดิน หรือที่สำนักงานพัฒนาที่ดินเขตและสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดทั่วประเทศ” อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าว

เดินหน้าสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ กรมหมอดินเทงบฯ28ล้านวางเป้าดำเนินการ7,380ราย

Published ตุลาคม 28, 2010 by SoClaimon

วันที่ 28/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า จากภาวะประชากรในภาคเกษตรลดจำนวนลงเหลือเพียงร้อยละ 40 ของประชากรทั้งประเทศ ขณะเดียวกันอายุเฉลี่ยของเกษตรกรก็เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2552 สร้างโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ โดยการจัดกิจกรรมปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่สถาบันอาชีวศึกษาที่เข้า ร่วมโครงการและในพื้นที่แปลงเกษตรกร เพื่อใช้เป็นศูนย์เรียนรู้

นอกจากนี้ ยังดำเนินการจัดรูปและพัฒนาที่ดินทำกินรายแปลงของเกษตรกร ควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้ด้านทรัพยากรดินเพื่อเพิ่มผลผลิตพืช แบ่งตามกลุ่มเป้าหมาย 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ หลักสูตรการพัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืน และหลักสูตรเฉพาะ ปวส. อย่างไรก็ดี กรมพัฒนาที่ดินยังมีหน้าที่ในการสำรวจความเหมาะสมของดินในพื้นที่เป้าหมาย ตลอดจนให้คำแนะนำการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินและปัจจัยการผลิตต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งที่ดินทำกินที่เหมาะสม นำไปสู่ความสำเร็จในการประกอบอาชีพต่อไป

“ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน สามารถสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ได้แล้วกว่า 13,000 ราย ซึ่งถือว่ายังไม่เพียงพอ อีกทั้งยังมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2554 กรมพัฒนาที่ดินเตรียงงบจำนวน 28.11 ล้านบาท เพื่อสานต่อโครงการดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเกษตรกรจำนวน 7,380 ราย ในพื้นที่ 76 จังหวัด ทั้งนี้ มีความเชื่อมั่นว่าการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ในครั้งนี้ จะสามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรไทย และเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารในอนาคตได้เป็นอย่างดี” อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าว

เปิดศูนย์เรียนรู้พัฒนาดิน-น้ำ-พืช “หมอดิน”สุพรรณสร้างจุดเรียนรู้ครบวงจร

Published ตุลาคม 28, 2010 by SoClaimon

วันที่ 27/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

หมอดินเมืองสุพรรณเปิดศูนย์เรียนรู้การพัฒนาดิน น้ำ พืช เกษตรอินทรีย์วิถีชุมชน เพื่อเป็นจุดเรียนรู้เรื่องดินอย่างครบวงจร

นายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาดิน น้ำ พืช เกษตรอินทรีย์วิถีชุมชน ของนายมนัส พุ่มมะปราง หมอดินอาสาตำบลหัวเขา อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ในด้านการพัฒนาที่ดิน น้ำ พืช และการทำเกษตรอินทรีย์ ส่งเสริมความรู้ด้านการทำเกษตรอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการด้านการพัฒนา ที่ดิน ลดการใช้สารเคมีในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรแก่เกษตรกรในชุมชนและบุคคลทั่ว ไป ให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรดินได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพในการเพาะปลูก และยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางดำเนินชีวิต

ภายในศูนย์ฯ มีการดำเนินกิจกรรมหลายอย่างที่ล้วนเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างดี อาทิ การทำปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยหมักชีวภาพคุณภาพสูงจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.1, 2, 3, 9 และพด.12 การผลิตน้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 การทำสารบำบัดน้ำเสียจากสารเร่ง พด.6 การทำสารสกัดจากสะเดาป้องกันและขับไล่แมลงโดยใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.7 การเผาถ่านไม้และผลิตน้ำส้มควันไม้คุณภาพสูง จุดเรียนรู้การผลิตมะละกออินทรีย์ จุดเรียนรู้การเพาะเห็ดฟางขนาดใหญ่เท่าไข่ไก่ จุดเรียนรู้ด้านพืชอินทรีย์ การจัดทำแปลงอนุรักษ์ดินและน้ำโดยใช้หญ้าแฝก นอกจากนี้ ยังมีการรวมกลุ่มเกษตรกรจัดทำแปลงสาธิตการทำนาข้าวอินทรีย์ต้นทุนต่ำ ส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพกรมพัฒนาที่ดิน สารเร่ง พด.ต่างๆ ในการปรับปรุงบำรุงดิน และการใช้พืชปุ๋ยสดในการปรับโครงสร้างของดิน รวมทั้งมีห้องสมุดซึ่งมีหนังสือเกี่ยวกับความรู้ด้านการพัฒนาที่ดินอย่างครบ วงจร

สำหรับผู้ที่สนใจการทำเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร ตลอดจนนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป สามารถเข้าเยี่ยมชมศูนย์ฯ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมอดินมนัส พุ่มมะปราง โทร. 081-8586542 , 081-3415775 หรือ สถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี โทร.035-545081

ปรับโปรแกรมดินไทย พด.ขยายผลให้ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจเพิ่ม/หลังนำร่อง13ชนิดได้ผลดี

Published ตุลาคม 25, 2010 by SoClaimon

วันที่ 25/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ตามที่กรมพัฒนาที่ดินได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว และกรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำโปรแกรมดินไทยและธาตุอาหารพืช เพื่อเป็นเครื่องมือใช้ในการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการให้คำแนะนำการใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินในการปลูกพืชได้อย่างเหมาะสม เป็นการลดรายจ่ายค่าปุ๋ยเคมีที่เกินความจำเป็น ที่ผ่านมากรมฯ ได้จัดทำโปรแกรมคำแนะนำการใช้ปุ๋ยสำหรับพืชเศรษฐกิจที่สำคัญรวม 13 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ถั่ว สับปะรด ลิ้นจี ลำไย ทุเรียน เงาะ และผัก

แต่ด้วยสภาพของทรัพยากรดิน และการใช้ประโยชน์ที่ดินมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กรมพัฒนาที่ดินจึงมีแผนปรับปรุงโปรแกรมดินไทยและธาตุอาหารพืช โดยให้สอดคล้องกับแผนที่ดิน มาตราส่วน 1:25,000 และแผนที่ภาพถ่ายออร์โธสีของแต่ละจังหวัดที่จัดทำแผนที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้จะพัฒนาปรับปรุงข้อมูลค่าวิเคราะห์ดินตามโครงการ 1 จุด 1 ตำบลทั่วประเทศ และทำการปรับปรุงคำแนะนำการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ ดินสำหรับพืชเพิ่มเติมจาก 13 ชนิดข้างต้น ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกรให้ครอบคลุมมากขึ้น

สำหรับโปรแกรมดินไทยฯ ได้ติดตั้งไว้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศ และติดตั้งข้อมูลจากโปรแกรมดินไทยฯ ในรูปแผนที่และรายงานไว้ที่ศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอ เพียง ประจำอำเภอ 800 ศูนย์ โรงปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพชุมชน 500 แห่ง รวมทั้งบ้านหมอดินอาสาประจำตำบลของกรมพัฒนาที่ดินในพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อขอรับบริการได้อย่างทั่วถึง

ทุ่ม209ล.อนุรักษ์ดิน-น้ำ พด.เดินหน้าวางระบบ-ตั้งเป้าขยายครอบคลุม1.26แสนไร่

Published ตุลาคม 19, 2010 by SoClaimon

วันที่ 18/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 209.58 ล้านบาท สำหรับทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นที่ลุ่ม พื้นที่ดอนและพื้นที่สูง เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ป้องกันการบุกรุกทำลายป่า และเพื่อให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ที่ดินในการเพาะปลูกพืชผลอย่างยั่งยืนถาวร

โดยกรมฯ ได้แบ่งการดำเนินงานจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำออกเป็น 2 ด้านหลักๆ ได้แก่ การจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นที่ลุ่ม-ที่ดอนในพื้นที่เกษตรกรรม เป้าหมายดำเนินการ 126,000 ไร่ โดยจะดำเนินการทุกลุ่มน้ำในพื้นที่ที่ได้กำหนดให้เป็นพื้นที่เขตพัฒนาที่ดิน และมีปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน โดยจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ดอน ส่วนที่ลุ่มเน้นการปรับรูปแปลงนาเพื่อปรับพื้นที่นาให้เหมาะสม ควบคู่กับจัดทำพื้นที่รับน้ำรอบคันนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการกัก เก็บน้ำรักษาความชุ่มชื้นในดิน พร้อมกันนี้จะส่งเสริมการปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้นเศรษฐกิจ ทำบ่อดักตะกอนดิน และก่อสร้างทางลำเลียงในไร่นาเพื่อความสะดวกในการขนส่งผลผลิต

ส่วนการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นที่สูง เป้าหมาย 14,000 ไร่ ซึ่งจะแบ่งเป็นการดำเนินงานออกเป็นโครงการย่อย ประกอบด้วย โครงการพัฒนาที่ดินชุมชนบนพื้นที่สูง 6,500 ไร่ โครงการพัฒนาที่ดินเกษตรที่สูง 4,000 ไร่ โครงการขยายผลโครงการหลวง 3,500 ไร่ โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้โครงการและพัฒนาศักยภาพชุมชนบนพื้นที่สูง และโครงการขยายผลโครงการหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่นอย่างยั่งยืน ซึ่งแต่ละโครงการจะใช้วิธีดำเนินการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำโดยใช้แรงงานคน และเครื่องจักรในพื้นที่ลาดชันเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันปัญหาการบุกรุกทำลายป่า นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตและส่งเสริมการทำและใช้ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ และส่งเสริมปลูกไม้ผล พืชอาหารและพืชเศรษฐกิจทดแทนการปลูกฝิ่น

พด.ลุยกำหนดเขตใช้ที่ดิน สางเป้าหมายเพิ่ม9จังหวัด500ตำบล/วางแนวทางใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม

Published ตุลาคม 18, 2010 by SoClaimon

วันที่ 11/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้นำแผนที่ภาพถ่ายออร์โธสีมาตราส่วน 1:4,000 ซึ่งเป็นแผนที่ที่มีความละเอียดสูงสุดในขณะนี้มาใช้ประโยชน์ในด้านการสำรวจ ดินและสำรวจสภาพการใช้ที่ดินในพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้ได้ข้อมูลที่มีความถูกต้องแม่นยำ สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลในการศึกษาความเหมาะสมของการใช้ประโยชน์ในทรัพยากร ดินกับกิจกรรมต่างๆ เพื่อนำมากำหนดเขตการใช้ที่ดินระดับตำบล โดยมีเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 7,125 ตำบลทั่วประเทศ และที่ผ่านมาได้ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 4,000 ตำบล คงเหลือ 3,125 ตำบล กระจายอยู่ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ดำเนินการครบทุกจังหวัดแล้ว

ดังนั้นในปีงบประมาณ 2554 กรมฯ มีเป้าหมายดำเนินการเพิ่มเติมอีก 500 ตำบล ในพื้นที่ 9 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี นครนายก ตราด แม่ฮ่องสอน เชียงราย พิษณุโลก สุโขทัย กระบี่ และสตูล ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าการกำหนดเขตการใช้ที่ดินระดับตำบล จะเป็นแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างถูกต้อง เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาการเกษตรระดับ ตำบล เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร พร้อมทั้งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรูปแบบการดำเนินการกำหนดเขตการใช้ที่ดินระดับตำบล นอกจากการใช้ข้อมูลจากแผนที่ภาพถ่ายออร์โธสีแล้ว ยังมีการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น เขตป่าไม้ เขตปฏิรูปที่ดิน เขตชลประทาน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำการเกษตรทั้งหมด แล้วนำมาวิเคราะห์ตามหลักวิชาการทางด้านภูมิศาสตร์การจัดทำแผนที่ พิจารณาถึงความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ ทั้งด้านกายภาพ เศรษฐกิจ และสังคมเพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายการบริหารจัดการการใช้ที่ดินของภาครัฐ

%d bloggers like this: