กรมป่าไม้

All posts tagged กรมป่าไม้

การวิจัยด้านป่าไม้ของกรมป่าไม้

Published กุมภาพันธ์ 16, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000482&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ชื่อเรื่อง: การวิจัยด้านป่าไม้ของกรมป่าไม้
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 5 สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ และสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2-4 กุมภาพันธ์ 2509
Source title : Proceedings of national conference on Agricultural Science fifth session: Plant and Biological Science, Animal Science and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2509
หน้า: หน้า 72-83
จำนวนหน้า: 754 หน้า
ภาษา: ไทย
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2509)
หมวดหลัก: A50-Agricultural research
หมวดรอง: K01-Forestry – General aspects
ดรรชนี-ไทย: กรมป่าไม้, ป่าไม้, การวิจัย, นโยบาย, ผลงานวิจัย
หมายเลข: 000482 KC0501015
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง:

สรุปกิจกรรมด้านวิชาการของกรมป่าไม้ในรอบปีนี้

Published กุมภาพันธ์ 15, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000402&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: กฤติ สามะพุทธิ
ชื่อเรื่อง: สรุปกิจกรรมด้านวิชาการของกรมป่าไม้ในรอบปีนี้
Article title: Conclusion progress report of the Royal Department of Forestry
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์และชีววิทยา ครั้งที่ 4 สาขาพืชและชีววิทยา กับสาขาสัตว์ 27-29 มกราคม 2508
Source title : Proceeding of the 4th national conference on Agriculture and Biology Plant and Biological Science, and Animal Science section
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2508
หน้า: หน้า 199-203
จำนวนหน้า: 518 หน้า
ภาษา: ไทย
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2508)
หมวดหลัก: K01-Forestry – General aspects
ดรรชนี-ไทย: กรมป่าไม้, วิชาการ, แนวการดำเนินงาน, กองวิชาการ
หมายเลข: 000402 KC0401063
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

“สุวิทย์” ยันไม้สาละวินไม่ใช่ของเก่า

Published ธันวาคม 29, 2010 by SoClaimon

4 ธันวาคม 2553, 05:15 น.

ผ่านทาง\”สุวิทย์\” ยันไม้สาละวินไม่ใช่ของเก่า – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_131588

 

อธิบดีกรมป่าไม้ ยันไม้สาละวินไม่ใช่ของเก่า หลัง ‘สุวิทย์ คุณกิตติ’ แถลงยึดไม้แปรรูปของบริษัทอันตน ย้ำถ้าเป็นไม้ที่ถูกตรวจยึดแล้ว ต้องถูกขนออกจากพื้นที่ทั้งหมด …

นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยกรณีที่หลายฝ่ายเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อตรวจไม้ของกลางที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ แถลงเรื่องการเข้ายึดไม้แปรรูปของบริษัทอันตน ที่บริเวณด่านน้ำเพียงดิน อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยอ้างว่าเป็นไม้จากประเทศพม่า และไม้ที่จับได้อาจจะมาจากการลักลอบตัดที่อุทยานแห่งชาติสาละวินด้วย ก่อนที่จะมีการตรวจสอบแล้วกลับพบว่าไม้ที่จับได้นั้นเป็นไม้เก่าหรือไม้ของกลางที่อยู่ ระหว่างการดำเนินคดีว่า ยอมรับว่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสาละวินนั้น มีไม้เก่าที่ถูกลักลอบตัดก่อนหน้านี้ด้วย  แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ไม้เก่าที่ถูกดำเนินคดีไปแล้วอย่างแน่นอน ตามกฎหมายแล้วหากเจ้าหน้าที่คนใดปล่อยของกลางเอาไว้แล้วมีการเข้ามายึดหรือจับซ้ำ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบของกลางจะต้องได้รับโทษทางวินัย กรณีที่ป่าสาละวินก็เหมือนกัน ยืนยันว่าไม่ใช่ไม้ที่เคยถูกยึดหรือเป็นคดีความมาก่อนแน่ๆ ถ้าไม้ที่เป็นคดีมาแล้วต้องถูกขนออกจากพื้นที่ทั้งหมด.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการศึกษา
  • 4 ธันวาคม 2553, 05:15 น.

 

กรมป่าไม้จัดกิจกรรม วันรักต้นไม้ประจำปี น้อมถวาย”สมเด็จย่า”

Published ตุลาคม 22, 2010 by SoClaimon

วันที่ 21/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมีด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะฟื้นฟูป่าของประเทศที่กำลังเสื่อมโทรม ให้มีความสมบูรณ์ขึ้น นอกจากทรงปลูกป่าอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเสด็จไปบำรุงรักษา พรวนดิน และให้ปุ๋ยด้วยพระองค์เอง และเป็นที่มาของการกำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ร่วมแรงร่วมใจบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามสถาน ที่ต่างๆ ถวายแก่สมเด็จย่า

โดย ในปีนี้กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เตรียมจัดกิจกรรมเนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติขึ้นที่พุทธอุทยาน โลก ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำตกเขาอี้โต้ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี โดยมีกิจกรรมบำรุงรักษาต้นไม้ ด้วยการใส่ปุ๋ย พรวนดิน กำจัดวัชพืชที่โคนต้นไม้ภายในอุทยาน รวมทั้งประสานทุกจังหวัดให้ร่วมจัดกิจกรรมบำรุกรักษาต้นไม้ในพื้นที่ตัวเอง

นาย สุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว ในบริเวณงานได้จัดแสดงนิทรรศการ และเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแรงร่วมใจในการปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ในบริเวณ บ้านและสถานที่ต่างๆ กรมป่าไม้ได้นำกล้าไม้สักมงคลสายพันธุ์เสาชิงช้า จำนวน 1,000 ต้น แจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมงานด้วย

“ใน วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ที่ 21 ตุลาคมนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ในพื้นที่บ้านเรือน หรือสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญู กตเวทิตา แด่สมเด็จย่าที่เป็นที่รักยิ่งของคนไทย” นายสุวิทย์ กล่าว

กรมป่าไม้ร่วมจัดงาน รำลึกครบรอบ100ปี รัชกาลที่5สวรรคต

Published ตุลาคม 22, 2010 by SoClaimon

วันที่ 19/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเล็งเห็นถึงคุณค่าอเนกอนันต์ของทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งเป็นเครื่องมือในการสร้างความมั่นคงทางการเมืองและความมั่งคั่งทาง เศรษฐกิจ ควรสงวนรักษาไว้เพื่อมรดกแก่คนรุ่นหลัง พระองค์จึงทรงพระกรุราโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2439 (ร.ศ. 115) เพื่อดำเนินการควบคุมการทำป่าไม้ให้เป็นไปด้วยความถูกต้องตามหลักวิชาการ และแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมในการอนุญาตให้ทำป่าไม้ ตลอดจนเพื่อให้การจัดการป่าไม้ของประเทศมีเสถียรภาพอันมั่นคง

ทั้งนี้ในวันที่ 23 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันครบรอบ 100 ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมป่าไม้จึงได้กำหนดจัดพิธีวางพวงมาลา ในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บริเวณหน้าอาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์

นอกจากพิธีวางพวงมาลาแล้ว กรมป่าไม้ได้ร่วมจัดนิทรรศการในงาน “100 ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ Centenary of the Demise of King Rama V ซึ่งรัฐบาลจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคม ที่บริเวณลานพระราชวังดุสิต เพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ที่ทำให้สยามประเทศดำรงความเป็นเอกราช ความวัฒนาสถาพร และปวงประชาชนชาวไทยมีสิทธิเสรีสืบมาจนปัจจุบันด้วย” นายสุวิทย์ กล่าว

กรมป่าไม้จัดกิจกรรม วันรักต้นไม้ประจำปี ปลุกบำรุงรักษาต้นไม้ น้อมถวาย”สมเด็จย่า”

Published ตุลาคม 18, 2010 by SoClaimon

วันที่ 13/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายดำรงค์ พิเดช รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี องค์สมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย ทรงมีพระปณิธานแน่วแน่ที่จะฟื้นฟูป่าของประเทศไทย ซึ่งกำลังเสื่อมโทรมให้มีความสมบูรณ์ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยตลอดไป โดยทรงปลูกและบำรุงต้นไม้ด้วยพระองค์มาโดยตลอด ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อพระองค์ คณะรัฐมนตรีจึงกำหนดให้วันพระราชสมภพของพระองค์คือ วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ร่วมแรงร่วมใจบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามสถาน ที่ต่างๆ เพื่อถวายราชสักการะแด่องค์สมเด็จย่า

นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ในปีนี้กรมป่าไม้ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กำหนดจัดกิจกรรมวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม ที่พุทธอุทยานโลก บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่าน้ำตกเขาอี้โต้ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี โดยกิจกรรมในงานประกอบด้วย พิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กิจกรรมการบำรุงรักษาต้นไม้ ด้วยการใส่ปุ๋ย พรวนดิน กำจัดวัชพืชที่โคนต้นไม้ ที่ได้ปลูกไว้ตั้งแต่วันต้นไม้ประจำปีของชาติ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้ประสานหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทุกจังหวัดทั่วประเทศร่วม จัดกิจกรรมบำรุงรักษาต้นไม้ในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมพลังสามัคคีในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่พุทธอุทยานโลก บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่าน้ำตกเขาอี้โต้ จังหวัดปราจีนบุรี ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้

ทส.เข้มปราบขรก.ขี้ฉ้อ “สุวิทย์”เตือนหยุดใช้เก้าอี้หาประโยชน์/เจอมอดไม้ที่ไหน-เด้งผู้บริหารก่อน

Published ตุลาคม 8, 2010 by SoClaimon

วันที่ 8/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวในการเป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) ครบรอบ 8 ปี ก้าวสู่ปีที่ 9 ว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีภารกิจหลักด้านการอนุรักษ์ คุ้มครอง และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ โดยการคุ้มครอง ป้องกันพื้นป่าอนุรักษ์เดิมที่มีอยู่ และฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมให้สมบูรณ์ด้วยกลยุทธ์การส่งเสริม กระตุ้น และปลุกจิตสำนึกให้ชุมชนมีความสำนึกห่วงแหน แต่จนถึงปีนี้ยังมีการบุกรุก การตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์คุ้มครองอยู่ แสดงว่าเราทำงานยังไม่ประสบความสำเร็จ

“ต่อจากนี้ไปให้ทุกคนตั้งแต่ผู้บริหารสำนัก หัวหน้าอุทยานต่างๆกลับอยู่ในพื้นที่ทำงานให้เต็มที่ไม่ต้องมาติดตามนาย วิ่งเต้นโยกย้ายตำแหน่ง หยุดหาผลประโยชน์ที่มิชอบ หากมีการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า มีการลักลอบล่าสัตว์ในพื้นที่อุทยานที่ไหน หัวหน้าอุทยานนั้นต้องรับผิดชอบ หากท่านไม่สามารถหยุดสิ่งพวกนี้ หรือหยุดหาผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ ผมจะเป็นคนหยุดพวกท่านเอง “นายสุวิทย์ กล่าว

นายสุนันท์ อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่าอส. มีพื้นที่รับผิดชอบป่าอนุรักษ์ทั้งหมด 61 ล้านไร่ แบ่งเป็นอุทยานแห่งชาติ 148 แห่ง วนอุทยาน 113 แห่งเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า 87 แห่ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่า 60 แห่ง สวนพฤกษศาสสตร์ 8 สวน สวนรุกขชาติ 55 สวน สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี 4 สวน และสวนรวมพรรณไม้ป่า 60 พรรษามหาราชินี จำนวน 4 สวน ในปี2543 อส.ได้ดำเนินโครงการที่สำคัญหลายโครงการ อาทิ โครงการ 60 ปี อุทยานแห่งชาติได้ร่มพระบารมี 60 ปี แห่งการบรมราชาภิเษก โครงการปลูกยางนา จากป่าสู่วัง จากวังสู่เมือง การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการอนุรักษ์เสือโคร่ง การค้นพบพรรณไม้ใหม่ของโลก การณรงค์ต่อต้านการค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืชป่าที่ผิดกฎหมาย การณรงค์ต่อต้านการค้างาช้างที่ผิดกฎหมาย การประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อแก้ปัญหาการลักลอบค้านกกรงหัวจุก การจัดตั้งคลีนิกสัตว์ป่า โครงการคืนสัตว์ป่าให้พงไพร เทิดไท้มหาราชา การเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายไข้หวัดนกในนกธรรมชาติ เป็นต้น

พัฒนาท่องเที่ยวมอหินขาว กรมป่าไม้จับมือกรมอุทยานและจ.ชัยภูมิฟื้นป่า”ภูแลนคา”

Published ตุลาคม 1, 2010 by SoClaimon

วันที่ 1/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จังหวัดชัยภูมิ กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวมอหินขาว ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูแลนคาด้านทิศเหนือ จ.ชัยภูมิ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันดำเนินการพัฒนา พื้นที่ป่าไม้ในลักษณะของการบูรณาการ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่

การลงนามครั้งนี้สืบเนื่องจาก จ.ชัยภูมิ ได้เสนอโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวมอหินขาว ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูแลนคาด้านทิศเหนือ ให้กรมป่าไม้พิจารณาดำเนินการ โดยโครงการที่เสนอนั้นจะมีการสร้างสิ่งก่อสร้างและทางเดิน 6 รายการ วงเงิน 4,350,000 บาท ในพื้นที่ดำเนินการ 4,500 ไร่ ขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีหนังสือด่วนที่สุดแจ้งให้กรมป่าไม้ทราบว่า ขออนุญาตปรับปรุงพัฒนาและก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในบริเวณแหล่งท่อง เที่ยวมอหินขาว พื้นที่เตรียมการผนวกเป็นอุทยานแห่งชาติภูแลนคา โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และจังหวัดชัยภูมิ จะสนับสนุนงบประมาณเพื่อปรับปรุงถนนดินลูกรังในแหล่งท่องเที่ยวมอหินขาว พื้นที่เตรียมการผนวกเป็นอุทยานแห่งชาติภูแลนคา จำนวน 3 สาย รวมระยะทาง 6.2 กิโลเมตร และปรับปรุงพื้นที่เพื่อรองรับการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่อง เที่ยวมอหินขาว จำนวน 7 รายการ พร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยมีวงเงินทั้งสิ้น 7,177,635 บาท รวมพื้นที่ที่จะทำการปรับปรุงประมาณ 24 ไร่

สำหรับการดำเนินการ กรมป่าไม้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาโครงการ มี นายชลธิศ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานคณะกรรมการ โดยในขั้นแรกกำหนดให้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันระหว่าง 3 หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาพื้นที่ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมภายใต้หลักการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ในทรัพยากร ธรรมชาติอย่างยั่งยืน สร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่น และพัฒนาพื้นที่ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมโดยการให้ประชาชนมีส่วนร่วม สนองนโยบายของรัฐบาลด้านการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการ ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของประเทศ

ป่าไม้ติวเข้มหลักสูตรคุมฝูงชน เตรียมพร้อมรับเหตุเผชิญหน้า

Published กันยายน 30, 2010 by SoClaimon

วันที่ 30/9/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กล่าวในการเป็นประธานเปิดการอบรม หลักสูตรเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญและควบคุมฝูงชนว่า การบุกรุกพื้นที่ป่าในหลายพื้นที่เป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งในสังคม ระหว่างกลุ่มผู้บุกรุก และเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากปัญหาต่างๆ ไม่ได้รับการแก้ไขความขัดแย้ง อาจจะพัฒนาไปสู่ความแตกแยกของคนในชาติได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในด้านกำลังพลที่จะรองรับสถานการณ์ร้ายแรงที่ อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต กรมป่าไม้จึงได้จัดการฝึกอบรม หลักสูตรการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญและควบคุมฝูงชนขึ้น

ทั้งนี้โดยได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เป็นวิทยากรในการฝึกอบรม ซึ่งได้ดำเนินการครั้งแรกที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชย.3 (ภูเขียว) ตำบลบ้านยาง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ โดยมีข้าราชการ พนักงานพิทักษ์ป่า พนักงานราชการ และพนักงานจ้างเหมาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ต้องปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ จังหวัดชัยภูมิ หน่วยงานละ 5 คน มาเข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับ วิธีการ และขั้นตอนในการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ การควบคุมฝูงชน การใช้อาวุธปืน การต่อสู้ป้องกันตัว การตรวจค้นอาคารสถานที่ การตรวจค้นยานพาหนะ การร่วมจับกุมผู้กระทำความผิด ที่สำคัญก็คือการเจรจาต่อรอง และการหาข่าวในเชิงลึก

“กรมป่าไม้หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ที่เข้าฝึกอบรมทุกท่านจะได้รับความรู้จากวิทยากร/ครูฝึก เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติในหน่วยงานของท่านให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในการปกป้องดูแลทรัพยากรป่าไม้และรักษาทรัพยากรป่าไม้ให้มีอยู่อย่างยั่งยืน ตลอดไป” นายวิฑูรย์ กล่าว

114 ปีกรมป่าไม้ “สืบพระราชปณิธาน สานประโยชน์คนและป่า” (รายงานพิเศษ)

Published กันยายน 30, 2010 by SoClaimon

วันที่ 28/9/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

ป่าไม้นั้นเป็นของขวัญจากธรรมชาติ เป็นสมบัติอันล้ำค่า ที่ทำประโยชน์แก่ผืนถิ่นประเทศที่ไม้นั้นๆ หยั่งรากลง ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเรื่อยมาจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ การค้าไม้และของป่านำมาซึ่งผลประโยชน์ทางการค้าและความมั่นคั่งแห่งรัฐ รวมทั้งความเสี่ยงในการตกเป็นอาณานิคมของประเทศมหาอำนาจ ที่ต้องการประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาตินี้ แต่ด้วยพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ไทย สยามจึงรอดพ้นจากวิกฤตได้อย่าสง่างาม และสามารถก่อตั้ง กรมป่าไม้ เพื่อบริหารจัดการกิจการป่าไม้ของสยามได้อย่างเป็นระบบและยุติธรรม ตามความในพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฉบับที่ 62/385 เมื่อวันที่ 18 กันยายน ร.ศ. 115 หรือ พ.ศ. 2439 ที่มีถึงเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น จึงกำหนดให้วันที่ 18 กันยายนของทุกปีเป็น

วันคล้ายวันสถาปนากรมป่าไม้ต่อเนื่องมา และครบรอบ 114 ปีในปีนี้

นายสมชัย เพียรสถาพร อธิบดีกรมป่าไม้ ได้กล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสครบรอบ 114 ปีของการสถาปนากรมป่าไม้ และครบรอบ 100 ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงสถาปนากรม ว่าการที่ประเทศไทยยังมีพื้นป่าอันเขียวขจี ทั้งยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเฉกเช่นทุกวันนี้ได้ ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรง สถาปนากรมป่าไม้ขึ้นเพื่อดูแลรักษาและบริหารงานป่าไม้ให้เป็นของหลวง ทั้งยังส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์และการปลูกทดแทน เพื่อให้มีไม้ใช้อย่างเพียงพอในอนาคต ซึ่งในสมัยต่อๆมา พระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ก็ได้สืบต่อพระราชปณิธานและพัฒนากิจการกรมป่าไม้ อย่างต่อเนื่อง

และที่สำคัญ คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ได้พระราชทานพระราชดำริด้านการป่าไม้ไว้มากมาย ด้วยทรงเห็นว่าพื้นที่ป่าของประเทศลดลงอย่างมาก อีกทั้งภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทยที่เคยอุดมสมบูรณ์กลับแห้งแล้ง ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยปัญหาความแห้งแล้งซึ่งส่งผลกระทบต่อ ความเป็นอยู่ของพสกนิกรและระบบนิเวศ จึงได้พระราชทานพระราชดำริเพื่อการฟื้นฟูป่าไม้ การปลูกทดแทน รวมถึงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์แหล่งต้นน้ำลำธาร แต่ละโครงการพระราชดำริล้วนเรียบง่ายแต่ได้ผล ซึ่งกรมป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ได้น้อมนำมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปรากฏว่าพื้นที่ป่าในประเทศไทยค่อยๆ เพิ่มขึ้น ทำให้ความชุ่มชื้นกลับคืนสู่ผืนดินที่เคยแห้งแล้งอีกครั้ง

เนื่องในโอกาสที่สำคัญนี้ กรมป่าไม้จึงได้จัดงาน “114 ปี กรมป่าไม้ สืบพระราชปณิธาน สานประโยชน์คนและป่า” ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ได้พระราชทานกำเนิดกรมป่าไม้ขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2439 (ร.ศ 115) เพื่อทำหน้าที่ดูแลกิจการด้านป่าไม้ของประเทศไทย โดยกรมป่าไม้ได้จัดงานวันสถาปนากรมป่าไม้ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อรณรงค์ให้เยาวชน และประชาชนทั่วไป ตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้และมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้จาก ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์และผลกระทบโดยตรงจากทรัพยากรป่าไม้ โดยมีนายภิมุข สิมะโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานพิธี ประกอบด้วยพิธีบูชาท้าวมหาพรหมกรมป่าไม้ บูชาพระพุทธไตรสสตวรรษานุสรน์ ถวายเครื่องราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของข้าราชการและพนักงานกรมป่าไม้ พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 115 รูป สดุดีวีรชนป่าไม้และถวายพวงมาลา มอบรางวัลโล่ ใบประกาศเกียรติคุณ และหนังสือชมเชยแก่ผู้ที่ทำคุณความดีช่วยเหลือราชการกรมป่าไม้ เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพปลูกสวนป่า ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ผู้เกษียณอายุราชการ หน่วยงานที่ชนะเลิศการประกวดพวงมาลาในวันปิยะมหาราช ปี2552

“ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี แห่งวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงสถาปนากรมป่าไม้ กรมป่าไม้จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณพระ บรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ด้านหน้าอาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้ ในวันที่ 17 กันยายน 2553 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดกรมป่าไม้”

นายสมชัย ยังได้กล่าวว่าในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 115 ของกรมป่าไม้ ในฐานะหน่วยงานหลักของประเทศในการดูแลรักษาและบริหารจัดการผืนป่าทั่วประเทศ จึงมีภารกิจที่สำคัญ คือ การป้องกัน รักษาสภาพพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่เหลืออยู่ และการฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรมให้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์โดยเร็ว เพื่อสืบพระราชปณิธานที่จะสานประโยชน์ให้คนและป่าอยู่ร่วมกันได้อย่าง ยั่งยืน โดยการสร้างความเข้าใจและเข้าถึงประชาชน ชุมชน องค์การต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อเปลี่ยนความขัดแย้ง เป็นความร่วมมือ เปลี่ยนผู้บุกรุกพื้นที่ป่า เป็นผู้พิทักษ์ป่า ปรับภาพลักษณ์จากผู้รักษากฎระเบียบ เป็นผู้ให้ความรู้ ให้การสนับสนุน และส่งเสริมเรื่องการป่าไม้ ในทุกระดับและทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด “ประชาชนคือหัวใจสำคัญของการรักษาป่าไม้อย่างยั่งยืน” พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อตัดสินปัญหาการบุกรุกพื้นที่อย่างเป็น ธรรม โดยยึดหลัก ธรรมาภิบาล

“เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกัน เอาใจใส่ดูแลและหวงแหนต้นไม้ทุกต้น ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ในบ้าน หรือต้นไม้ในที่สาธารณะเสมือนสมบัติอันล้ำค่า เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยจะมีผืนป่าเขียวขจี กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ สร้างความชุ่มชื้นแก่ผืนดิน นำพาความอุดมสมบูรณ์กลับคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิตได้อยู่อาศัยและพึ่งพิงกันและกันอย่างยั่งยืนตลอดไป”

%d bloggers like this: