กรมการค้าภายใน

All posts tagged กรมการค้าภายใน

อ้างมั่วหมูอนามัย ขายแพงหูฉี่ พาณิชย์เพิ่งตื่น

Published สิงหาคม 16, 2011 by SoClaimon

15 สิงหาคม 2554, 21:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/194242.

Pic_194242

ห้างค้าปลีกเมินพาณิชย์ ไม่ติดป้ายราคา ใบอนุญาตตามกำหนด แถมหมูแพ็คถาด แพงหูฉี่ กก. 250 บาท อ้างมั่วหมูอนามัย ด้านพาณิชย์เพิ่งตื่น ตรวจห้างแทน…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่า ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อหลายแห่งในกรุงเทพ ยังจำหน่ายเนื้อหมูแพ็คใส่ถาดราคาสูง และไม่มีการติดป้ายแสดงรายละเอียดตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ จนทำให้ประชาชนเกิดความสับสนอย่างมาก

โดยบางแห่งราคาเนื้อหมูสะโพกแพ็คใส่ถาดน้ำหนัก 3 ขีด ขาย 75 บาท ซึ่งหากเทียบปริมาณ 1 กก.จะสูงถึง 250 บาท จากราคาควบคุมที่กก.ละ 152 บาท ที่สำคัญไม่มีการแสดงใบอนุญาตว่าเป็นหมูอนามัยจากกรมปศุสัตว์ด้วย

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ให้เจ้าหน้าที่ตรวจตราราคาเนื้อหมูอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้พบว่าตลาดสดทั่วประเทศ ขายหมูสะโพกและไหล่ ตามที่กำหนดแล้ว กก.ละ 152-162 บาท

ส่วนกรณีที่ประชาชนร้องเรียนว่าห้างค้าปลีก และร้านสะดวกขายเกินราคา และไม่ปิดป้ายแสดงราคา ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจถี่ขึ้น โดยหากขายหมูเนื้อแดงทั่วไป จะต้องปิดป้าย แสดงราคาแยกกับต้นทุนเนื้อหมูชัดเจน เช่น เนื้อหมูเท่าไร ค่าแพ็คเกจเท่าไร แต่หากเป็นเนื้อหมูอนามัย ทุกร้านจะต้องมีใบประกาศจากกรมปศุสัตว์ติดแสดงให้ผู้บริโภครับทราบ หากไม่มีห้ามร้านใดมั่วนิ่ม ขายเกินราคาและอ้างเป็นหมูอนามัยเด็ดขาด

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 สิงหาคม 2554, 21:00 น.

กันชาวนาโดนโกง พาณิชย์จัดอบรมใช้เครื่องวัดความชื้น

Published สิงหาคม 15, 2011 by SoClaimon

26 พฤศจิกายน 2553, 14:21 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/129850.

Pic_129850

“พาณิชย์” หวั่นชาวนาถูกโรงสีโกงความชื้น เตรียมจัดอบรมการใช้เครื่องวัดความชื้นที่ถูกต้อง 27 พ.ย.นี้ ที่จ.ขอนแก่น ป้องกันถูกเอาเปรียบ กดราคารับซื้อ…

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้กรมการค้าภายในสร้างความเป็นธรรม และความเชื่อมั่นในการซื้อขายข้าวเปลือก ระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อเป็นการดูแลไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบจากปัญหาความชื้น และการหักลดน้ำหนักข้าวเปลือกที่นำมาจำหน่าย เพราะปัจจุบันเกษตรกรมักจะถูกโรงสีกดราคารับซื้อข้าวเปลือกโดยอ้างความชื้นสูงเกิน

ด้านนางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ กรมจะจัดอบรมให้กับเกษตรกรผู้ประกอบการรับซื้อข้าว และโรงสี ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จ.ขอนแก่น เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องวัดความชื้นข้าวที่ถูกต้อง เพราะปัจจุบันการซื้อขายข้าวเปลือกได้คิดคำนวณราคาโดยการชั่งน้ำหนัก และค่าเปอร์เซ็นต์ความชื้นของข้าวเปลือก ทำให้ความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อราคาของข้าวเปลือก ซึ่งหากความชื้นสูงราคาซื้อขายจะลดลงไปตามสัดส่วน และมีผลต่อน้ำหนักของข้าวเปลือก ขณะทำการซื้อขายและคุณภาพของข้าวเปลือกในการเก็บรักษา

“การอบรมครั้งนี้จะทำให้เกษตรกร ผู้ประกอบการรับซื้อข้าว และโรงสีมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เครื่องวัดความชื้นข้าวที่ถูก ต้องมากขึ้น สามารถลดการเอารัดเอาเปรียบจากการใช้เครื่องวัดความชื้นข้าวที่ไมถูกต้อง ทำให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขายข้าว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น” นางวัชรี  กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 พฤศจิกายน 2553, 14:21 น.

มันมาอีกแล้ว! น้ำตาลขาดตลาด

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

22 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128702.

Pic_128702

ชาวบ้านร้องเซ็งแซ่ “พาณิชย์” กวักมือเรียกค้าปลีกขอความร่วมมือเป็นกรณีพิเศษ ให้ห้างค้าปลีกลดค่าธรรมเนียมแรกเข้ากับสินค้าน้ำตาลในระยะสั้น เพื่อให้ปัญหาตึงตัวคลี่คลายลง

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ต้นสัปดาห์นี้กรมจะเชิญผู้ประกอบการห้างค้าปลีก (โมเดิร์นเทรด) ทุกราย มาหารือถึงสถานการณ์น้ำตาลทรายตึงตัว หาซื้อได้ยากตามนโยบายของ รมว.พาณิชย์ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าถูกจำกัดการซื้อน้ำตาลทรายบรรจุถุง 1 กก.ต่อรายภายในห้างค้าปลีก ว่าเป็นเพราะเหตุใด และจะหามาตรการแก้ไขปัญหาให้ หากเป็นเพราะผู้ผลิตน้ำตาลทรายบรรจุถุงลดการผลิตเพราะขาดทุนจากต้นทุนถุงมีราคาแพงและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า (เอ็นทรานซ์ ฟี) ของห้างค้าปลีกสูงเกินไป ก็อาจขอความร่วมมือเป็นกรณีพิเศษ ให้ห้างค้าปลีกลดค่าธรรมเนียมแรกเข้ากับสินค้าน้ำตาลในระยะสั้น เพื่อให้ปัญหาตึงตัวคลี่คลายลง

“สถานการณ์น้ำตาลทรายที่กลับมาตึงตัวและราคาแพง เพราะราคาน้ำตาลตลาดโลกพุ่งขึ้นอีกครั้ง ดังนั้น อาจขอความร่วมมือกับห้างให้ลดค่าเอ็นทรานซ์ ฟี ในช่วงที่สถานการณ์ไม่ปกติ แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงก็ให้กลับไปใช้ค่าเอ็นทรานซ์ ฟี เดิม”

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประสานความร่วมมือไปยังกรมศุลกากร ตรวจสอบการลักลอบส่งออกน้ำตาลทรายตามตะเข็บชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากที่ราคาน้ำตาลทรายในประเทศเพื่อนบ้านสูงกว่าราคาน้ำตาลทรายของไทย รวมทั้งกรมจะใช้มาตรการทางกฎหมายตรวจสอบเส้นทางการจำหน่ายน้ำตาลย้อนหลังจากรายใหญ่ไปยังรายย่อย ว่าผู้ซื้อมีตัวตนจริงหรือไม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการกักตุนทำกำไร และลงไปตรวจสอบจังหวัดที่ยังไม่มีการประกาศราคาแนะนำขายปลีกด้วย

ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เร็วๆนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เพื่อขอจัดสรรโควตาน้ำตาลทรายที่เหลือเกือบ 400,000 กระสอบ จากที่ได้รับการจัดสรร 1 ล้านกระสอบ แต่ได้รับการอนุมัติจริง 800,000 กระสอบ และกระจายไปแล้วกว่า 600,000 กระสอบ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาตึงตัว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

ชาวบ้านร้องหาซื้อน้ำตาลทรายยาก-ราคาแพง

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

18 พฤศจิกายน 2553, 19:33 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128017.

Pic_128017

ชาวบ้านร้องหาซื้อน้ำตาลยาก-ราคาแพง “พรทิวา” สั่งกรมการค้าภายในตรวจสอบด่วน พร้อมปูดมีการลักลอบออกขายประเทศเพื่อนบ้านแน่ หลังราคาตลาดโลกพุ่งสูง…

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน และผู้ค้ารายย่อย เช่น ร้านขายขนม ร้านขายชา กาแฟ ว่า ขณะนี้หาซื้อน้ำตาลทรายได้ยาก ในบางพื้นที่แทบหาซื้อไม่ได้เลย และมีราคาสูงเกินกว่าก.ก.ละ 23.50 บาท ซึ่งเป็นราคาเพดานขายปลีกที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ส่งผลให้นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ สั่งการให้กรมการค้าภายใน เร่งตรวจสอบสถานการณ์น้ำตาลทราย ที่เกิดปัญหาตึงตัวอีกครั้งในรอบปีนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาด่วน

ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาตึงตัวอาจเกิดจากการลักลอบส่งออกน้ำตาลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะขณะนี้ราคาน้ำตาลตลาดโลกสูงขึ้นอีกครั้ง โดยราคาน้ำตาลประเทศเพื่อนบ้านก.ก.ละ 35-37 บาท แต่น้ำตาลไทย ก.ก.ละ 24-27 บาท อย่างไรก็ตาม กระทรวงจะพยายามแก้ปัญหาการขาดแคลนด้วยการจัดสรรโควตาน้ำตาลที่ได้รับจากคณะ กรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) 1 ล้านกระสอบ แต่ได้รับการอนุมัติจริงแค่ 800,000 กระสอบ ซึ่งขณะนี้จัดสรรไปเกือบหมดแล้ว เหลือค้างกระดานเพียง 200,000 กระสอบ โดยน้ำตาลทราย 200,000 กระสอบดังกล่าวอยู่ระหว่างการจัดสรรให้กับยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว นอกเครือข่ายโรงงานน้ำตาล คาดว่า ภายในสิ้นปีนี้จะกระจายออกได้ครบตามจำนวน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 พฤศจิกายน 2553, 19:33 น.

จับพ่อค้าหมูขายเกินราคา ดำเนินคดีเพิ่มอีก4ราย

Published สิงหาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 สิงหาคม 2554, 17:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193293.

Pic_193293

กรมการค้าภายใน จับคนขายหมูเกินราคาเพิ่มได้อีก 4 รายที่ตลาดประชานิเวศน์ ส่งจำรวจดำเนินคดีแล้ว ระบุ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงการส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบราคาขายปลีกจำหน่ายเนื้อหมูใน กรุงเทพฯและปริมณฑลตั้งแต่วันที่ 10-11 ส.ค.ว่า ได้ดำเนินคดีกับผู้ขายเนื้อหมูส่วนไหล่และสะโพกเกินราคากำหนดแล้ว 5 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ค้าหมูในตลาดประชานิเวศน์ 4 ราย จำหน่ายกก. 160-165 บาท จากราคาควบคุมกก.ละ 152 บาท ซึ่งได้ส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจประชาชื่น ดำเนินคดีแล้ว และอีก 1 ราย เป็นเขียงหมูย่านตลาดวังหิน ซึ่งจับกุมตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา และได้ส่งให้สถานีตำรวจโชคชัยดำเนินการสอบสวน โดยผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“กรมขอเตือนให้ผู้ค้าหมูมีชีวิต ผู้ค้าหมูชำแหละ (หมูซีก) ผู้ค้าส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) ผู้ขายปลีกหมูเนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) ต้องขายในราคาที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด หากประชาชนพบเห็นการขายหมูเกินราคาที่กำหนดแจ้งที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่หน่วยเคลื่อนที่เร็วไปทำการตรวจสอบ และดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” นางวัชรี กล่าว

สำหรับราคาควบคุมเนื้อหมูเฉพาะส่วนไหล่ และสะโพกทั่วประเทศไม่เกินกก.ละ 152-162 บาท ส่วนหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มทั่วประเทศ กก.ละ 81-87 บาท และหมูซีกกก.ละ 93-99 บาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 สิงหาคม 2554, 17:00 น.

ประเดิมงานแรก นายกฯสั่ง “กิตติรัตน์” ตามปัญหาหมูแพง

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 สิงหาคม 2554, 19:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193058.

Pic_193058

รมว.พาณิชย์ เผย นายกฯสั่งเข้าดูสถานการณ์หมูอย่างใกล้ชิด หวั่นกระทบประชาชน ส่วนการที่ ส.อ.ท.และสภาหอการค้าไทย ไม่มั่นใจการทำงานของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล เชื่อ ทำความเข้าใจกันได้

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์เนื้อหมูที่มีราคาแพงในปัจจุบันนั้นล่าสุดนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ตนเข้าไปดูแลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีความ เป็นห่วงว่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดของราคาที่เหมาะสมซึ่งปัญหาดังกล่าวในเบื้องต้นได้ รับทราบรายงานของกระทรวงพาณิชย์ว่ามีสาเหตุมาจากการเกิดโรคระบาดจนทำให้ราคา เนื้อหมูมีราคาแพงขึ้น แต่กรมการค้าภายในก็ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอยู่แล้วจึงคาดว่าไม่น่าจะ มีปัญหา แม้ว่าในข่วงเทศกาลสารทจีนที่จะถึงนี้อาจทำให้ราคาหมูปรับเพิ่มสูงขึ้นแต่ หลังจากผ่านช่วงดังกล่าวไปราคาก็คงปรับลดลง

“คุณยิ่งลักษณ์ ก็แสดงความเป็นห่วงซึ่งคงต้องไปดูกันอีกที แต่ตอนนี้ก็มี โมเดิร์นเทรดเข้าไปช่วยอยู่แล้วและคงไม่น่าจะมีปัญหา และจากนี้จะไปหารือกับกระทรวงพาณิชย์ก่อน ว่ามีการดูแลอย่างไรบ้างและนอกจาก เรื่องของเนื้อหมูแล้ว ยังมีเรื่องของการกำหนดราคาสินค้าก็เป็นอีกเรื่องที่จะเข้าไปดูด้วย”

ทั้งนี้ เรื่องของค่าครองชีพประชาชนนั้นเป็นเรื่องหลักที่รัฐบาลจะเข้าไปดูแล อย่างใกล้ชิดกับประชาชนอยู่แล้วโดยเฉพาะการหาวิธีทำอย่างไรให้ประชาชนมีความ เชื่อมั่น และเกิดกำลังซื้อให้มากขึ้น ส่วนกรณีที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าไทยออกมาให้ความเห็นว่าไม่มั่นใจการทำงานของทีมเศรษฐกิจ รัฐบาลนั้นเรื่องดังกล่าวคงไม่เป็นปัญหาและทำความเข้าใจกันได้ เพราะทั้งสองก็เป็นคนคุ้นเคยกันอยู่แล้วขณะที่การทำงานกับธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั้นจะทำงานร่วมกันได้และไม่มีปัญหาเพราะคุณธีรชัย มีความรู้ความสามารถใน เรื่องเศรษฐกิจอยู่แล้ว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 สิงหาคม 2554, 19:00 น.

“พาณิชย์” ชงเผือกร้อนรอ “กิตติรัตน์” แก้ปัญหาปากท้อง

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 สิงหาคม 2554, 18:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193055.

Pic_193055

“พาณิชย์” ชงเผือกร้อนรอ “กิตติรัตน์” แก้ไขปัญหาปากท้อง จำนำข้าว และดันการส่งออก ด้านข้าราชการพาณิชย์ เชื่อมือดันการค้าโตได้ ขณะที่นักวิชาการ ให้คะแนน ครม.ปู 1 ที่ 7 เต็ม 10

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ที่กระทรวงพาณิชย์ มีเรื่องสำคัญรอให้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.พาณิชย์คนใหม่ เข้ามาแก้ไขปัญหาหลายเรื่อง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ การเตรียมความพร้อมในการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าตันละ 15,000 บาท และข้าวเปลือกหอมมะลิ 20,000 บาท และส่งเสริมการส่งออกให้ขยายตัวท่ามกลางความเปราะบางของวิกฤตเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาทแข็งค่า และการแข่งขันกับชาติอาเซียน

ด้านนางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึง รมว.พาณิชย์คนใหม่ว่า ถือเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะด้านการเงิน ซึ่งจะทำให้เข้าใจ เรื่องการค้า ระบบเศรษฐกิจเชิงลึก และสามารถดูแลงานได้อย่างไม่มีปัญหา โดยกรม ได้เตรียมเสนอโครงสร้างราคาสินค้าทั้งระบบและผลกระทบให้รัฐมนตรีคนใหม่ พิจารณา เพื่อใช้ในการพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนลดค่าครองชีพอย่างเร่งด่วน

ส่วน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลับหอการค้าไทย กล่าวว่า โฉมหน้า ครม.ของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีภาพลักษณ์ที่สังคมรับได้ แต่ไม่โดดเด่น โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ ที่ยังไม่มีมือเศรษฐกิจด้านมหภาคเข้ามาดูแล โดยในส่วนของ รมว.คลัง มีความโดดเด่นด้านการเงิน เข้ามาในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อจัดการการเคลื่อนไหวของเงินทุนเข้ามาในประเทศ ขณะที่ รมว.พาณิชย์ ยังไม่มีประสบการณ์ในด้านเศรษฐกิจมหภาคเช่นเดียวกัน แต่เชื่อว่าจะสามารถผลักดันการส่งออกให้เจริญเติบโตได้ อย่างไรก็ตาม ให้คะแนนครม.ชุดนี้ที่ 7 จากเต็ม 10 คะแนน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 สิงหาคม 2554, 18:30 น.

พาณิชย์โยนอุตสาหกรรม แก้ปัญหาน้ำตาลขาดตลาด

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

17 พฤศจิกายน 2553, 18:59 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127748.

Pic_127748

“พาณิชย์” โยนอุตสาหกรรมแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำตาลทราย อ้างคุมแค่ราคาปลายทางเท่านั้น ระบุ หากพื้นที่ใดขายเกินราคาแจ้งได้ที่สายด่วน 1569…

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำตาลทราย ที่ในบางพื้นที่ผู้ใช้รายย่อย เช่น ผู้ผลิตขนม ไม่สามารถหาซื้อในตลาดได้ หรือต้องซื้อราคาสูงกว่า ก.ก.ละ 23.50 บาทตามราคาเพดานที่กรมกำหนดว่า กรมเป็นผู้ดูแลราคาปลายทาง ที่ผ่านมาได้ออกประกาศราคาแนะนำได้แล้ว 48 จังหวัด เพื่อให้ผู้ค้าขายตามราคาแนะนำ หากพื้นที่ใดขายเกินราคาก็สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ และจัดการตามกฎหมาย ส่วนปัญหาด้านปริมาณเป็นหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่จะต้องกำหนดปริมาณน้ำตาลให้ออกสู่ตลาดอย่างเพียงพอ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤศจิกายน 2553, 18:59 น.

พรทิวาสั่งตั้งศูนย์เฝ้าระวังผักขึ้นราคา ซ้ำเติมเหยื่อน้ำท่วม

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

17 พฤศจิกายน 2553, 18:11 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127726.

Pic_127726

“พาณิชย์” ตั้งศูนย์เฝ้าระวังราคาผัก หลังน้ำท่วม ผักเสียหาย ดันราคาพุ่ง หวังเชื่อมโยงแหล่งผลิตกับผู้ซื้อ ให้ซื้อได้ในราคาถูกลง…

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ราคาผักขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลราคาและสถานการณ์ผัก ที่มีการบริหารจัดการเชื่อมโยงระบบตลาดสินค้าเกษตร จากจุดรวบรวมในแหล่งผลิต ไปยังจุดกระจาย ทั้งในระดับค้าส่ง และระดับค้าปลีกอย่างเบ็ดเสร็จ รวมถึงติดตามภาวะราคาและสถานการณ์การค้าผักจากตลาดกลางสินค้าเกษตรที่เป็นแหล่งรวบรวมและกระจายผักในแหล่งผลิต และตลาดสด รายงานราคาซื้อขายและสถานการณ์การค้าทั้งในระดับค้าส่งและค้าปลีกเป็นประจำทุกวัน และหากราคาและปริมาณมีความผิดปกติ ศูนย์จะประสาน เชื่อมโยง จัดการอุปสงค์และอุปทานในระบบตลาด

“ในช่วงน้ำท่วม ทำให้พื้นที่เพาะปลูกผักเสียหายหลายแห่ง ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ราคาสูงมาก จนกระทบผู้บริโภค จึงได้สั่งการให้ตั้งศูนย์เฝ้าระวังราคาทุกวัน ซึ่งในวิกฤตของราคาผักที่ผ่านมา ศูนย์ฯได้ประสานเชื่อมโยงสินค้าผักเป้าหมายจากเกษตรกร กลุ่มเกษตรผู้ปลูกผักและจุดรวบรวมในแหล่งผลิต (ตลาดกลาง) ไปจำหน่ายโดยตรงยังจุดกระจาย ณ ตลาดสดที่มีผู้บริโภคไปจับจ่ายสินค้า ส่งผลให้ราคาผักโดยทั่วไปลดต่ำลงเกือบทุกชนิด” นางพรทิวา  กล่าว

ทั้งนี้ ราคาผักปัจจุบันเมื่อเทียบกับช่วงเดือน ต.ค. 53 เช่น ถั่วฝักยาว ลดลง 23-25% ผักชี ลดลง 70% ต้นหอม ลดลง 42-50% นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือผู้ค้าในตลาดสดสีฟ้าและตลาดสดดีเด่นในความส่งเสริมของกรม การค้าภายใน จำหน่ายผักในราคายุติธรรม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการบริโภคผักสดจากแหล่งผลิตในราคายุติธรรม.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤศจิกายน 2553, 18:11 น.

พาณิชย์จ่อปล่อยผีขึ้นราคาสินค้าปีหน้า

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

17 พฤศจิกายน 2553, 17:49 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127722.

Pic_127722

“พาณิชย์” จ่อปล่อยผีสินค้าขึ้นราคาปีหน้า ทั้งเหล็ก ปูนซีเมนต์ ปุ๋ย หลังต้นทุนนำเข้าพุ่ง พร้อมกล่อมเหล็กทำกระป๋องลดราคาช่วยผู้ส่งออกตันละ 6,500 บาท…

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวโน้มราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในปีหน้า ว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในพิจารณาการปรับขึ้นราคาของสินค้าในปีหน้า ตามต้นทุนที่เป็นจริง โดยสินค้าที่อาจอนุมัติให้ปรับขึ้นราคาได้ในปีหน้า ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่มีต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศสูงขึ้นตามราคา ตลาดโลก เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ ปุ๋ยเคมี ทั้งนี้ มาตรการดูแลราคาสินค้า หลังปีใหม่ อาจมีบางรายการขอปรับราคาเข้ามา ซึ่งก็ต้องพิจารณาให้ตามความเป็นจริง และดูโครงสร้างต้นทุนทั้งหมด เช่น ราคาน้ำมันดิบ ราคาวัตถุดิบตลาดโลก อัตราแลกเปลี่ยน ถ้ารายการไหนยังตรึงราคาได้ก็ขอให้ตรึงไว้ก่อน แต่ถ้าตรึงไม่ได้จริง และจำเป็นต้องปรับราคาก็จะพิจารณาให้ เพราะกระทรวงต้องดูแลผู้ผลิตสินค้าที่ถือเป็นประชาชนคนหนึ่งเช่นกัน

สำหรับปีนี้จะไม่มีสินค้าใดปรับขึ้นราคา เพราะกระทรวงใช้มาตรการขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าถึงสิ้นปี ซึ่งล่าสุด ผู้ผลิตทินเพลต (เหล็กที่ใช้ทำกระป๋อง) ให้ความร่วมมือปรับลดราคาจำหน่ายลงตันละ 6,500 บาท จากตันละ 59,160 บาท เหลือตันละ 52,660 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตผัก ผลไม้ และอาหารสำเร็จรูปบรรจุกระป๋องเพื่อส่งออก มีผลตั้งแต่เดือนพ.ย.-ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ กรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือ บริษัท สังกะสีไทย จำกัด ลดราคาสังกะสีจากราคาปกติ 15% มีผลตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนธ.ค.นี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ส่วนผู้ผลิตปัจจัยการเกษตร เช่น ปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืช ร่วมบริจาคสินค้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 24 ตัน รวม 4 ล้านบาท และจะจำหน่ายปุ๋ยธงฟ้าราคาพิเศษถูกกว่าตลาด 5-10% ให้แก่เกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤศจิกายน 2553, 17:49 น.
%d bloggers like this: