ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 มีนาคม 2557 เวลา 08:55 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1pf5baY

โซเชียลเน็ตเวิร์กเดือดไลน์ในไทยไล่บี้เฟซบุ๊ก

โซเชียลเน็ตเวิร์กที่คนไทยใช้มากสุด 24 ล้านราย อย่างเฟซบุ๊กกำลังโดนท้าทายจากไลน์ ซึ่งช่วงกว่า 3 ปีที่เข้ามาเมืองไทย มียอดผู้ใช้เพิ่มจนเกือบแซงเฟซบุ๊กแล้ว

นายจินวูลี ผู้อำนวยการ ไลน์ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า การเปิดสำนักงานในไทย เพื่อตอกย้ำการทำธุรกิจในไทย โดยถือเป็นตลาดสำคัญอันดับ 2 มีผู้ใช้งานกว่า24 ล้านราย จากปีที่ผ่านมามีผู้ใช้ 18 ล้านราย ถือว่ามีอัตราการเติบโตสูงเป็นรองเพียงญี่ปุ่นประเทศเดียวที่มีผู้ใช้กว่า 50 ล้านราย

สำหรับกลยุทธ์และแผนการทำตลาดในปีนี้ ไลน์จะมุ่งทำตลาดเกม โดยมีแผนเปิดตัวเกมใหม่ๆเฉลี่ย 3 เกมต่อเดือน จากปัจจุบันมีให้บริการอยู่ 53 เกม อีกทั้งจะเน้นการพัฒนาคอนเทนต์ใหม่ๆ ร่วมกับนักพัฒนาในไทย รวมถึงมีการใช้ภาษาไทย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น มั่นใจว่าปีนี้เกมจากไลน์จะสร้างรายได้เสริมรายได้หลักจากสติกเกอร์มากยิ่งขึ้น

ขณะที่เกมคุกกี้รันมียอดดาวน์โหลด 10 ล้าน เป็นอันดับ 1 จากทั่วโลกที่ยอดดาวน์โหลดทั้งหมด 18 ล้าน จากนี้ไลน์จะร่วมกับพันธมิตรพัฒนาคุกกี้รันให้มีฟีเจอร์ใหม่ ตัวการ์ตูนคาแรกเตอร์ใหม่ และเพิ่มด่านใหม่ๆ ส่วนสินค้ายังไม่มีขายคาดว่าจะมีการพัฒนาในอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มีนาคม 2557 เวลา 22:29 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1o4oHdc

เอซุสโฟนแพด7พร้อม2ซิม

เอซุสแนะนำ”โฟนแพด7 ดูอัล ซิม” แท็บเล็ตเพื่อความบันเทิงพร้อมหน้าจอเอชดีขนาด7นิ้ว

โฟนแพด 7 ดูอัล ซิม จากเอซุส แท็บเล็ตเน้นความบันเทิง หน้าจอ 7 นิ้ว ความละเอียด 1280×800 พิกเซล คมชัดระดับ HD และเทคโนโลยี IPS พร้อมมุมมองกว้าง 170 องศา รองรับมัลติทัช 10 จุด

เลือกใช้หน่วยประมวลผล Intel Atom Z2520 1.2GHz processor ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 4.3 Jelly Bean แรม 1GB ความจุ 8GB สามารถเพิ่มได้สูงสุด 64GB พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลบน ASUS Webstorage ขนาด 16GB นาน 1 ปี กล้องหน้า 1.2 เมกะพิกเซล ถ่ายภาพต่อเนื่อง 10 ภาพ ใช้เวลาเพียงครึ่งวินาที (ถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุด 100 ภาพ)

มี SonicMaster ให้คุณภาพเสียงประทับใจ บันทึกเรื่องราวได้ง่ายๆ ด้วยแอพพลิเคชั่น Supernote สนทนาผ่านระบบ 3G ได้นานถึง 30 ชม. และเล่นวิดีโอต่อเนื่องได้นานสูงสุด 10 ชม.

มีให้เลือก 2 สี ขาวและเทา ราคา 5,900 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มีนาคม 2557 เวลา 18:52 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1o3LW73

ซอฟต์แวร์เถื่อน!ภัยไม่เงียบในโลกไซเบอร์

โดย…พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

ความเคยชินของผู้บริโภคไทยคือ มีความรู้สึกว่าซอฟต์แวร์โดยเฉพาะที่มาจากการดาวน์โหลดเป็นของฟรี ถ้าต้องจ่ายเงิน อาจจะไม่รู้ว่าต้องจ่ายอย่างไร หรืออาจจะรู้สึกไม่คุ้มค่าเพราะเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้

ดังนั้น ผู้บริโภคที่ใช้งานคอมพิวเตอร์จำนวนไม่น้อยจึงตกเป็นเหยื่อให้กับอาชญากรไซเบอร์โดยไม่รู้ตัว และหลายครั้งที่เรื่องนี้ไม่เป็นที่กล่าวถึง เนื่องจากอาจเป็นเรื่องน่าอาย หรือเป็นเรื่องที่ดูเล็กน้อยไม่ต่างจากขโมยขึ้นบ้าน ทั้งที่ความจริงนี่คือเรื่องของเสถียรภาพในข้อมูลส่วนบุคคล

ไมโครซอฟท์ และไอดีซี บริษัทวิจัยการตลาดไอที ได้ร่วมกันสำรวจเกี่ยวกับมูลค่าความเสียหาย และภัยร้ายที่เกิดจากการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดช่องโหว่ที่ภัยไซเบอร์สามารถเจาะเข้ามาถึงตัวผู้ใช้ หรือองค์กรต่างๆ และก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น

แมทเทียว มิลล์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ บริษัท ไมโครซอฟท์ ภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิก เปิดเผยว่า ผลการศึกษาจาก 11 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย พบว่ามีมัลแวร์ ไวรัสชนิดหนึ่งที่ฝังตัวเองมากับซอฟต์แวร์เถื่อน เมื่อผู้ใช้ติดตั้งแล้วมัลแวร์จะทำหน้าที่ดักเก็บข้อมูลที่ต้องการของผู้ใช้ เช่น พาสเวิร์ด เลขที่บัตรเครดิต อีเมล ข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ และส่งออกไปให้กับผู้ประสงค์ร้ายนำไปใช้ประโยชน์ โดยรวมแล้วมี 61% ของคอมพิวเตอร์ที่ติดมัลแวร์ และหากเจาะลงเฉพาะคอมพิวเตอร์ในไทย มีมัลแวร์อยู่ 84% นี่คือกลุ่มเสี่ยง

แน่นอนว่ามัลแวร์อาจมาจากการใช้อินเทอร์เน็ตก็ได้ การสำรวจต่อไประบุว่า 68% ของผู้ใช้ไทยบอกว่า ปัญหาซอฟต์แวร์ที่พบเจอจากการใช้งาน มาจากซอฟต์แวร์ที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต นั่นแสดงว่าอาจมีการฝังมัลแวร์มาด้วยก็เป็นไปได้ ซึ่งผู้ใช้งาน 76% ของผู้ใช้ชาวไทย ระบุว่า ปัญหาที่น่ากลัวที่สุด คือ การเสียข้อมูลส่วนตัวไป ยิ่งหากเป็นข้อมูลองค์กร อาจเกิดความเสียหายมหาศาลทางธุรกิจ รองไปคือ การลักลอบทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ต การถูกลอบเข้าสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ หากเจาะจงลงไปว่าภัยร้ายอื่นๆ ที่อาจเจอได้จากการใช้งานซอฟต์แวร์เถื่อน ผู้ใช้อาจกำลังถูกแอบดูการใช้งาน นั่นคือมีการฝังตัวติดตามไว้ เพื่อตรวจสอบข้อมูลของผู้ใช้ในเครื่องว่าใช้งานอะไรบ้าง ซึ่งหลายคนคงไม่ชอบ และภัยต่อมาคือ ข้อมูลอาจถูกทำลาย หรือส่งออกไป หรือถูกห้ามไม่ให้เข้าใช้งานโดยไวรัสที่มาพร้อมกับซอฟต์แวร์เถื่อน ทั้งหมดนี้ล้วนก่อให้เกิดความเสียหายได้ทั้งสิ้น

ส่วนต่อมาคือ ผู้ใช้กำลังถูกขโมยเงิน อาจจะมาจากการดาวน์โหลดฟรีแต่ใช้งานไม่ได้ หรือซื้อซอฟต์แวร์เถื่อนในราคาถูกกว่าซอฟต์แวร์แท้ แต่ต้องไม่ลืมว่า ของฟรีไม่มี ของดีไม่ถูก แต่ในซอฟต์แวร์เถื่อนอาจได้ของแถมเป็นภัยไซเบอร์ฟรีๆ

ยิ่งกว่านั้นคือ การใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน ยังเปิดโอกาสให้ถูกโจมตีโดยไวรัสได้ง่าย อีกทั้งยังอาจทำให้เสียสิทธิการรับประกัน เพราะความเสียหายนั้นเกิดจากการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง และสุดท้าย ผู้ใช้เหล่านี้อาจกลายเป็นตัวการในการแพร่ไวรัสต่อไปยังผู้ใช้คนอื่นๆ ได้อีกด้วย

สำหรับการป้องกันสามารถทำได้โดยการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์ ใช้ซอฟต์แวร์ซีเคียวริตี้ และสำหรับคนที่ใช้วินโดวส์ เอกซ์พี อยู่ วันที่ 8 เม.ย.นี้ คือวันสุดท้ายที่ไมโครซอฟท์ จะดูแลปัญหาที่เกิดขึ้น

นั่นหมายความว่าหากไม่ขยับไปใช้วินโดวส์รุ่นใหม่ขึ้น ก็อาจเผชิญหน้ากับภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว ผู้ใช้ทั่วไปต้องระวังแล้ว องค์กรต่างๆ ยิ่งต้องระวังมากขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มีนาคม 2557 เวลา 16:58 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1o3u24h

คาดปี'57เดสก์ท้อป-โน้ตบุ๊กดันไอทีโต

อินเทลชี้ทิศทางอุตสาหกรรมไอที ปีนี้จะโตด้วยคอมพิวเตอร์เดสก์ท้อป-โน้ตบุ๊กรูปแบบใหม่ๆ

นายสนธิญา หนูจีนเส้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ทิศทางทางการตลาดของอุตสาหกรรมไอทีในประเทศไทยว่า คอมพิวเตอร์ทั้งเดสก์ท้อปและโน้ตบุ๊กรูปแบบใหม่ๆ จะเป็นแรงผลักให้เกิดกำลังการซื้อ ทั้งจากผู้ที่ซื้อเป็นครั้งแรก (First time buyers) หรือการเปลี่ยนเครื่องใหม่  (PC refresh)

สำหรับในประเทศไทย โดยในปีนี้อินเทลจะมีผลิตภัณฑ์ ครบทุกประเภททั้งคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โมบายล์ต่างๆ โดยสมาร์ทโฟนแลแท็บเล็ตที่มีประสิทธิภาพและราคาไม่สูงจะเป็นที่นิยมมาก ซึ่งอินเทลจะมีทูอินวันและแท็บเบล็ตที่รองรับทุกระบบปฏิบัติการ ระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการติดตั้งไว้ในเครื่องฟรี รวมทั้งซอฟท์แวร์และแอพพลิเคชั่นที่ผลักดันให้เกิดรูปแบบการใช้งานใหม่ๆ

ทั้งนี้ ไฮไลท์ในปีนี้แบ่งออกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้ดังนี้

1. คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป ได้แก่ มินิพีซี และเดสก์ท็อปแบบออลอินวัน (AIOs)  โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2556 ยอดขายเดสก์ท็อปของอินเทล เพิ่มขึ้น 71% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว

2. อุปกรณ์โมบายล์ อุปกรณ์ทูอินวัน (2in1) นวัตกรรมของคอมพิวเตอร์แบบพกพาแนวใหม่ที่หลีกหนีความจำเจ มีดีไซน์ล้ำยุค มีเทคโนโลยีล่าสุด

3. แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน…ตัวเล็กแต่ยังมาแรง โดยในปี 2557 คาดการณ์ว่าตลาดอุปกรณ์โมบายล์ เช่น แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนจะเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ โดยอินเทลจะก้าวเข้าไปมีบทบาทให้มากยิ่งขึ้น และอินเทลเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการเติบโตของตลาดแท็บเล็ต ซึ่งเมื่อรวมกับสถาปัตยกรรมระดับไมโครอย่างซิลเวอร์มอนท์ ที่มีการเปิดตัวไปแล้ว จะทำให้ตลาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสถาปัตยกรรมดังกล่าวให้ประสิทธิภาพ การประมวลผลสูงกว่ารุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบันถึงประมาณ 3 เท่า หรือประหยัดพลังงานถึงประมาณ 5 เท่าเมื่อใช้งานในระดับการประมวลที่เท่ากัน

ในปีนี้ อินเทลได้เปิดตัว SoC ขนาด 64 บิต ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานและการทำงานที่ทรงพลังมากขึ้นกว่าเท่าตัว และจะมีการเปิดตัว อะตอม โปรเซสเซอร์ใหม่ ชื่อรหัส “SoFia” โดยผู้ผลิตหลายรายที่เป็นพันธมิตรกับอินเทลจะทยอยเปิดตัวแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนที่ได้รับการพัฒนาและมาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ การเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตอย่างรวดเร็วและไม่สะดุดในยุค Internet of Things เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม จึงถือเป็นสิ่งที่น่าจับตามองในวงการไอที โดยในปีนี้จะอุปกรณ์โมบายล์จากหลากหลายแบรนด์รวมทั้ง ASUS*, Acer*, Samsung*, Dell*, Lenovo* และอื่นๆ

4. Mobile Specialty Retail หรือ MSR อินเทลได้เข้าสู่ตลาดแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนอย่างเต็มรูปแบบและได้วางกลยุทธ์เพื่อเจาะตลาดแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนอย่างเต็มที่ ผ่านช่องทางของร้านค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อยที่จำหน่ายอุปกรณ์โมบายล์ที่เรียกว่า Mobile Specialist Retail หรือ MSR ซึ่งจะเพิ่มความเชื่อมั่นในการซื้ออุปกรณ์โมบายล์ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังของอินเทล และจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตามมาอีกมากมายในปีนี้

5. ดาต้า เซ็นเตอร์ และ บิ๊กดาต้า โดยอินเทล® ซีออน™E7 v2 โปรเซสเซอร์ ช่วยยกระดับการประมวลผลสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ ตั้งแต่ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจด้านสุขภาพ การธนาคาร ไปจนถึงธุรกิจการขนส่งและเดินทาง ซึ่งอินเทล® ซีออน™ E7 v2 โปรเซสเซอร์นี้มีความสามารถในการวิเคราะห์และประมวลผลที่สูงขึ้น รวมถึงสามารถจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาลและหลากหลายได้ เพื่อทลายขีดจำกัดต่างๆ ของการวิเคราะห์ข้อมูลที่หลายธุรกิจประสบอยู่ก่อนหน้านี้

6. บิ๊กดาต้า เปิดทางให้นวัตกรรมใหม่ๆได้แจ้งเกิด โดยอินเทลเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่อุปกรณ์จำนวนกว่า 1.5 หมื่นล้านเครื่องจะสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้ไอทีเข้ามาจัดการข้อมูลดิบเหล่านี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มีนาคม 2557 เวลา 15:28 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1panJcx

กสิกรไทยแจงข้อความส่งต่อในสื่อออนไลน์เรื่องตู้เอทีเอ็มเป็นเรื่องเก่า และติดตั้งระบบป้องกันแล้ว เผยยังไม่พบแอพพลิเคชั่นปลอมของธนาคาร

นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีข้อความส่งต่ออย่างแพร่หลายบนสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับตู้เอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทย ที่ระบุว่า “งดใช้ตู้เอทีเอ็มกสิกรทุกตู้ ที่ไม่มีไฟกระพริบตรงที่เสียบบัตร โดนแฮ็คข้อมูลไปที่ประเทศยูเครน แจ้งความที่สน.ลุมพินี 20รายแล้ว เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุสวนลุมยืนยันว่า จริง **ย้ำ**ใช้ได้เฉพาะตู้ที่มีไฟกระพริบเท่านั้น”

ธนาคารฯ ขอชี้แจงว่า การแฮ็คข้อมูลบัตรกรณีที่กล่าวอ้างในข้อความดังกล่าว เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วง ต.ค.-พ.ย.2556 และไม่ใช่เครื่องเอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทย โดยมีกลุ่มคนร้ายได้ติดตั้งเครื่องคัดลอกข้อมูล (Skimmer) ในเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งบริเวณถนนวิทยุ ส่งผลให้ลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยจำนวนหนึ่งที่ไปทำธุรกรรมเครื่องเอทีเอ็มต่างธนาคารเครื่องดังกล่าวได้รับผลกระทบและเกิดความเข้าใจผิดว่าสาเหตุมาจากตู้เอทีเอ็มกสิกรไทย แต่อย่างไรก็ตาม ธนาคารฯได้แก้ปัญหาให้แก่ลูกค้าทุกรายเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ธนาคารขอยืนยันว่า ปัจจุบันตู้เอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทยได้ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการคัดลอกข้อมูลบัตรแล้วทุกตู้ ส่วนไฟกระพริบที่กล่าวถึงในข้อความดังกล่าว ไม่มีความเกี่ยวข้องกับระบบอุปกรณ์ป้องกันการคัดลอกข้อมูลบัตรที่ติดตั้งบนเครื่องเอทีเอ็มแต่อย่างใด  เป็นสัญลักษณ์เพียงเพื่อบอกตำแหน่งในการใส่บัตรให้ผู้ใช้งานทราบ อีกทั้ง เครื่องเอทีเอ็มบางรุ่นจะไม่มีไฟกระพริบบอกตำแหน่งช่องใส่บัตรดังกล่าว ซึ่งไม่ถือเป็นความผิดปกติแต่อย่างใด

ธนาคารกสิกรไทยยืนยันว่าลูกค้าสามารถใช้บริการเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารฯ ได้ตามปกติอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ทุกธนาคารให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยมาตลอด และสำหรับกรณีที่เกิดความเสียหายทางการเงินในลักษณะดังกล่าว ธนาคารเจ้าของบัตรจะเป็นผู้รับผิดชอบให้ทั้งหมด

นอกจากนี้ ล่าสุด ตามที่มีกระแสข่าวเรื่องแอพพลิเคชั่นปลอมในช่วงนี้นั้น ขอแจ้งว่า ยังไม่พบแอพพลิเคชั่นปลอมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารกสิกรไทย และที่ผ่านมา ธนาคารฯ มีทีมงานที่คอยตรวจหาและดำเนินการกำจัดแอพพลิเคชั่นปลอมเหล่านี้โดยเฉพาะ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังมาโดยตลอดอยู่แล้วเช่นกัน นอกจากนี้ ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ลูกค้าผู้ใช้งานว่า ข้อสังเกตแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับธนาคารกสิกรไทย คือ ชื่อของผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น (Developer) จะต้องปรากฏเป็นชื่อธนาคาร คือ KASIKORNBANK PCL เท่านั้น จึงจะเป็นแอพพลิเคชั่นที่ถูกต้องจากธนาคารฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มีนาคม 2557 เวลา 14:01 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1o38TqV

"เอไอเอส"ทุ่ม4จีหมื่นล้าน

เอไอเอส เล็งลงทุนเพิ่ม 1 หมื่นล้านบาท รับ 4จี พรัอมเร่งปรับตัวรับตลาดชะลอตัว

นายสมประสงค์ บุญยะชัย รองประธานกรรมการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า การประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จะจัดช่วงปลายปี เอไอเอสจะเตรียมงบประมาณเพิ่มเติมเบื้องต้นกว่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อลงทุนโครงข่าย 4จี ใหม่ ยังไม่รวมเงินประมูลที่ต้องรอ กสทช.กำหนดหลักเกณฑ์ก่อน จึงจะเสนอบอร์ดพิจารณาอีกครั้ง

ทั้งนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มี.ค. มีการประชุมบอร์ดเอไอเอส ที่คาดว่าจะมีการพิจารณาเรื่องปรับโครงสร้างภายในและพิจารณาหาประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ แทน นายวิเชียร เมฆตระการ ที่จะเกษียณอายุงานปีนี้ แต่ล่าสุดไม่มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว

สำหรับการดำเนินงานในไตรมาส 2 ยอมรับว่าเอไอเอสได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับธุรกิจอื่น เช่น ท่องเที่ยว โรงแรม จากปัญหาการเมืองและการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ดังนั้นเอไอเอสจะเร่งทำตลาดมากขึ้น พร้อมจะเสนอราคาเครื่องมือถือที่ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อเครื่อง รวมทั้งเสนอแพ็กเกจให้บริการที่จูงใจ และพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจใช้ง่ายขึ้นให้ลูกค้า พร้อมทั้งเจาะตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น เพื่อให้รายได้เติบโต 6-8% ตามเป้าหมาย

ขณะที่การทำตลาดเอไอเอส 3จี 2100 ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนลูกค้าให้มีสัดส่วน 75% ของฐานลูกค้า หรือมากกว่า 30 ล้านเลขหมาย จากปีที่ผ่านมามีสัดส่วน 40% จากลูกค้าทั้งหมด 41 ล้านเลขหมาย และเตรียมขยายโครงข่าย 3จี 2100 ให้ครบ 2 หมื่นสถานีฐาน รวมถึงติดตั้งสถานีฐานย่อย โดยใช้เงินลงทุน 3-4 หมื่นล้านบาทปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 มีนาคม 2557 เวลา 21:39 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1p6090n

เตือนระวังแอพฯธนาคารปลอมเกลื่อน

ธนาคารพาณิชย์เตือนแอพฯอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งเกลื่อน “กูเกิลเพลย์สโตร์” แนะก่อนดาวน์โหลดต้องสังเกตชื่อผู้พัฒนาต้องเป็นชื่อธนาคารเท่านั้น

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.เฟซบุ๊กธนาคารไทยพาณิชย์ SCB Thailand ได้โพสต์ข้อความแจ้งเตือนประชาชนว่า ขณะนี้มีแอพพลิเคชั่นอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งปลอมของหลายธนาคารอยู่บนกูเกิลเพลย์สโตร์ โดยแอพฯดังกล่าวไม่ได้ถูกออกโดยธนาคารจริง

เฟซบุ๊กของธนาคารไทยพาณิชย์แนะนำว่า ผู้ที่จะดาวน์โหลดแอพฯของธนาคารให้สังเกตชื่อของผู้พัฒนา หรือ “Developer” โดยจะต้องเป็นชื่อธนาคารเจ้าของแอพฯเท่านั้น ซึ่งในกรณีของธนาคารไทยพาณิชย์ต้องเป็นชื่อ Siam Commercial Bank PCL. เท่านั้น

ขณะที่ธนาคารกรุงไทยได้เตือนผู้ใช้บริการผ่านไลน์ว่า หากต้องการดาวน์โหลดหรือทำธุรกรรมผ่านแอพฯของธนาคารให้สังเกตชื่อผู้พัฒนาแอพฯว่าต้องเป็น Krung Thai Bank PCL.เท่านั้น และหากพบแอพฯต้องสงสัยอย่าดาวน์โหลดหรือติดตั้งเด็ดขาด

จากการตรวจสอบกูเกิลเพลย์สโตร์พบว่ามีผู้พัฒนาที่ใช้ชื่อว่า “SCIENTIFIKA MEDIA” ได้อัพโหลดแอพพลิเคชั่นเลียนแบบธนาคารต่างๆทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก อาทิ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารธนชาต โดยมีการใช้โลโก้เลียนแบบธนาคารต่างๆ

แอพฯธนาคารปลอมที่พบบนเพลย์สโตร์


หมวดหมู่