มติ ครม. อนุมัติโยกย้ายคมนาคม กราวรูด 10 ตำแหน่ง

Published กันยายน 19, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/525460

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2558 19:34

 

ครม. มีมติอนุมัติ โยกย้ายข้าราชการระดับสูงกระทรวงคมนาคม กราวรูด 10 ตำแหน่ง จัดทัพใหม่ เด้ง อธิบดีทล-ทช.เข้ากรุ พร้อม แต่งตั้ง “พิศักดิ์” เป็นอธิบดี ทช. ขณะที่  “สนิท” เป็นอธิบดีขนส่ง …

วันที่ 15 ก.ย. 58 นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ครม.ได้มีมติอนุมัติ โยกย้ายข้าราชการระดับสูง ระดับ 10 จำนวน 10 ตำแหน่ง ประกอบด้วย 1. นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงคมนาคม 2. นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน จากผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงชนบท 3. นายสนิท พรหมวงษ์ จากผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม มาดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก 4. นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า มาดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการบินพลเรือน 5. นายชูศักดิ์ เกวี อธิบดีกรมทางหลวง มาดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม 6. นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงคมนาคม 7. นายพงษ์ศักดิ์ สมใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ไปดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงคมนาคม 8. นายวรเดช หาญประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม 9. นายสิรภพ จึงสมาน ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และ 10. นายสมศักดิ์ ห่มม่วง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางน้ำ ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม.

 

หุ้นปิดตลาดร่วง 6.50 จุด มูลค่าซื้อขาย 3.6 หมื่นล้าน

Published กันยายน 19, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/525444

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2558 17:20

 

หุ้นไทย วันที่ 15 ก.ย. 58 ปิดตลาด ลดลง 6.50 จุด ที่ระดับ 1,370.65 จุด มูลค่าซื้อขาย 3.6 หมื่นล้านบาท…

วันที่ 15 ก.ย. 58 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาด ลดลง 6.50 จุด ที่ระดับ 1,370.65 จุด หรือคิดเป็น 0.47% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 36,324.64 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และ 5.  บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน).

 

จองสลากระบบใหม่วันแรก ยอดเช้า 12,000 คน คาด 1 พ.ย. 9 ล.ฉบับ

Published กันยายน 19, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/525417

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2558 16:50

 

เปิดจองสลากกินแบ่งรัฐบาล ระบบใหม่วันแรก ผอ.กองสลากฯ เผย ยอดช่วงเช้าประชาชนลงทะเบียนแล้ว 12,000 คน คาดงวด 1 พ.ย. สั่งล่วงหน้า 9 ล้านฉบับ มูลค่า 3,700 ล้านบาท มอง ระบบนี้ทำยี่ปั๊วหวังขายรายย่อยหายไป

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. เป็นวันแรกที่ธนาคารกรุงไทย เปิดให้ผู้ค้ารายย่อยทั่วไปที่ไม่มีโควตาสลาก สามารถลงทะเบียน ซื้อ-จองสลากกินแบ่งรัฐบาลล่วงหน้าได้ ขั้นต่ำ 5 ฉบับ แต่ไม่เกิน 50 ฉบับ และสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานสลากฯ www.glo.or.th ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.58 เป็นต้นไป ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ ระบุว่า ระบบการจองซื้อสลากแบบใหม่จะทำให้ยี่ปั๊วที่มีโควตาแต่นำไปจำหน่ายให้รายย่อยหายไปจากระบบ เพราะประชาชนสามารถเข้าถึงสลากได้เอง โดยเมื่อเวลา 11.00 น. มีประชาชนลงทะเบียนเกือบ 12,000 คน แบ่งเป็นอินเทอร์เน็ต 4,000 ราย เคาน์เตอร์ธนาคาร 7,000 ราย ซึ่งไม่เกินความคาดหมาย โดยวันแรกจะมีผู้ให้ความสนใจมากและจะทยอยลดลง

อย่างไรก็ตาม คาดว่าในงวดวันที่ 16 ต.ค.นี้ จะมียอดสั่งจองครบ 10,000 เล่ม และงวดวันที่ 1 พ.ย. คาดว่าจะสั่งจองล่วงหน้าประมาณ 9 ล้านฉบับ หรือประมาณ 3,700 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเปิดเผยรายชื่อผู้ที่จองสลากแต่จะไม่เปิดเผยยอดจอง เพื่อความโปร่งใส.

 

หอการค้าไทย จับมือ พณ. ลดค่าครองชีพ ผุดร้าน ‘หนูณิชย์พาชิม’

Published กันยายน 19, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/525410

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2558 16:20

 

หอการค้าไทย จับมือ ‘พาณิชย์’ ผลักดันเปิดร้าน ‘หนูณิชย์พาชิม’ ทั่วไทย ตั้งเป้าให้ได้ 1 หมื่นร้านภายในปี 59 มั่นใจช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ช่วยเพิ่มรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก…

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2558 นายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยได้ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์และหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ ขับเคลื่อนโครงการ “ร้านอาหารหนูณิชย์พาชิม”ไปยังส่วนภูมิภาค เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ เพิ่มรายได้ และเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้ประชาชน และผู้ประกอบการร้านอาหาร เชื่อว่า หากมีการขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวพร้อมกันทั่วประเทศ จะกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ และช่วยบรรเทาภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวได้อีกทางหนึ่ง

ด้านนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ขณะนี้มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกับกระทรวงพาณิชย์แล้วจำนวนหนึ่ง โดยเป็นร้านในกรุงเทพฯ 1,193 ราย ปริมณฑล 367 ราย รวมเป็น 1,560 ราย และในส่วนภูมิภาค เข้าร่วมโครงการแล้ว 70 จังหวัด จำนวน 1,600 ราย อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจเมื่อวันที่ 9 ส.ค.-11 ก.ย. 58 พบว่า การดำเนินโครงการผ่านร้านอาหารในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถลดค่าครองชีพให้กับประชาชนได้วันละ 1,333,800 บาท มียอดลดภาระค่าครองชีพสะสม 451.14 ล้านบาท และทั่วประเทศ สามารถลดภาระ ได้วันละ 2,765,925 บาท ยอดลดภาระสะสม 717.80 ล้านบาท

สำหรับการดำเนินงานโครงการ ได้ประสานกับธนาคารของรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทย พิจารณาสนับสนุนให้สินเชื่อดอกเบี้ยอัตราพิเศษกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนประกอบธุรกิจ และสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ เช่น ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ ป้ายสัญลักษณ์แสดงการรับรองคุณภาพ ผ้ากันเปื้อนพร้อมหมวก และประสานให้นำสินค้าโอทอปมาจำหน่ายในร้านที่เข้าร่วมโครงการด้วย

ขณะที่นายยง รุ่งเรืองธัญญา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า โครงการนี้จะช่วยลดค่าครองชีพ ทำให้ประชาชนมีทางเลือกบริโภคอาหารในราคาประหยัด ขณะที่ร้านอาหารสามารถลดต้นทุนวัตถุดิบ เพราะสามารถซื้อจากเครือข่ายได้ในราคาถูกกว่า ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับร้านอาหาร โดยจะจัดพื้นที่ให้นำสินค้าโอทอปมาจำหน่าย และช่วยเสริมเศรษฐกิจฐานราก ทำให้เศรษฐกิจมีความเข้มแข็ง มีการพึ่งพากันเป็นห่วงโซ่ ทำให้เกิดการหมุนเวียนของการกระจายเม็ดเงินในพื้นที่

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนจะใช้ “บุรีรัมย์โมเดล” เป็นต้นแบบ ในการขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพราะจังหวัดบุรีรัมย์เป็นจังหวัดแรกที่ได้เริ่มต้นโครงการ และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากจะมีร้านขายอาหารเข้าร่วมโครงการแล้ว ยังมีร้านค้าปลีก ค้าส่ง เข้าร่วมด้วย โดยตั้งเป้าหมายให้มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 10,000 รายทั่วประเทศ ภายในปี 59 มีจังหวัดนำร่อง 32 จังหวัด เช่น พิษณุโลก เชียงราย ลำปาง อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ น่าน บุรีรัมย์ สกลนคร เลย อุดรธานี ปทุมธานี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว กระบี่ พังงา ตรัง สุราษฎร์ธานี เป็นต้น

ด้านนางเสียงรัตน์ กีรติมาศ ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า หอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ได้ร่วมมือกับ พาณิชย์จังหวัด เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จนเกิดเป็น“บุรีรัมย์โมเดล” ขึ้นมา ซึ่งจะเป็นแบบอย่างให้หอการค้าจังหวัดต่างๆ นำไปเป็นต้นแบบในการดำเนินการ โดยขณะนี้มีร้านอาหารในจังหวัดบุรีรัมย์เข้าร่วมโครงการแล้ว 92 ราย ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง และในอนาคตจะขยายโครงการออกไปทั่วทั้งจังหวัด เพราะมีผู้ประกอบการสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก และมีร้านจำหน่ายวัตถุดิบเข้าร่วม 5 ราย รวมถึงชมรมโรงสีข้าว และชมรมร้านอาหาร โดยจะเริ่มจากคัดเลือกร้านอาหาร และผู้จำหน่ายสินค้าวัตถุดิบราคาถูกให้กับร้านค้า, จัดทำบัตรให้ร้านอาหาร เพื่อใช้ซื้อวัตถุดิบกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ, จัดทำป้ายร้าน “หนูณิชย์ พาชิม” ให้ร้านอาหาร, ประชาสัมพันธ์ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการผ่านสื่อต่างๆ และติดตาม ตรวจสอบ และประเมินร้านอาหาร และร้านขายสินค้าวัตถุดิบ เพื่อให้ได้มาตรฐาน

นายภัสพลภ์ ชัยสุริยาทวิกุล ประธานหอการค้าจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า หอการค้าจังหวัดปทุมธานี มีความพร้อมที่ให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยล่าสุดได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกร้านค้าตามหลักเกณฑ์ “ถูก สะอาด ดี อร่อย” โดยได้มีการจัดมอบไปแล้ว จำนวน 94 ร้านค้า แบ่งเป็นอำเภอเมืองปทุมธานี จำนวน 43 ร้าน อำเภอคลองหลวง 13 ร้าน อำเภอธัญบุรี 14 ร้าน อำเภอลำลูกกา 19 ร้าน อำเภอลาดหลุมแก้ว 3 ร้าน และอำเภอสามโคก 2 ร้าน.

 

ทางหลวงตื่น! เพิ่มเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง รับมือท่วมมอเตอร์เวย์

Published กันยายน 19, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/525401

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2558 15:50

 

กรมทางหลวง สั่งจนท.เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก เพิ่มเครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่อีก 2 ตัว รวม 4 ตัว หวั่นเกิดน้ำท่วมขังเหมือนถนนมอเตอร์เวย์ ชลบุรี หวังระบบน้ำ-จราจรไม่ให้เกิดปัญหา…

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2558 นายสมบัติ ประภพรัตนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบำรุงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ที่ 2 กรมทางหลวง เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและข่าวน้ำท่วมบนถนนมอเตอร์เวย์ จังหวัดชลบุรี จนทำให้รถที่สัญจรบนถนนจมน้ำ ตกถนนได้รับความเสียหาย ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวยอมรับว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวาน (14 ก.ย.) จนถึงเวลา 03.00 น. ของวันที่ 15 ก.ย. ได้เกิดฝนตกหนักมากที่จังหวัดชลบุรี จนทำให้ถนนมอเตอร์เวย์ 2 จุด เกิดน้ำท่วมขังอย่างหนัก ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน คือ บริเวณ กม.98-200 บริเวณก่อนถึงต่างระดับหนองคาม ชลบุรี มีน้ำท่วมขังสูง 5-10 เซนติเมตร และจุดที่ 2 คือ กม.116 บริเวณก่อนถึงด่านโปร่ง ชลบุรี น้ำท่วมขังสูงกว่า 80 เซนติเมตร โดยเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงได้เข้าพื้นที่ เอาเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำออกจากถนน ขณะนี้ถนนแห้งแล้ว ใช้เวลาระบายน้ำกว่า 3-4 ชม. จึงแห้ง ขณะนี้ถนนมอเตอร์เวย์ใช้งานได้ตามปกติ

ผู้อำนวยการสำนักงานบำรุงทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองที่ 2 กรมทางหลวง กล่าวต่อว่า สำหรับสาเหตุนอกจากฝนตกหนักแล้ว ขณะนี้มีปัญหา คือ ลำคลองสาธารณะริมถนนมอเตอร์เวย์ ได้ถูกประชาชนเข้ามาถมที่ เพื่อก่อสร้างอาคารที่พัก ตึกแถว จนทำให้ขวางทางน้ำไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน โดยการแก้ไขปัญหาระยะสั้นได้เตรียมเครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 2 ตัว จากเดิมมี 2 ตัวรวมเป็น 4 ตัว เพื่อเตรียมสูบน้ำกรณีที่มีฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมขัง เพื่อเปิดทางให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ส่วนระยะยาวจะมีการขุดวางท่อ รวมถึงขุดทางน้ำให้สะดวกกับการระบายน้ำ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนเพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือต่อไป.

 

กสทช. ชี้แจงผู้ประกอบการทีวีแบบบอกรับสมาชิก ห้ามโฆษณาเกินกว่ากำหนด

Published กันยายน 19, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/525360

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2558 15:20

 

กสทช. เชิญผู้ประกอบการเคเบิล ทีวีดาวเทียม และทีวีดิจิตอล ชี้แจงการปฏิบัติตามเงื่อนไขการเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก ในเรื่องการให้โฆษณาที่ห้ามเกินเวลาที่กำหนด ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างเคร่งครัดเดือนหน้า…

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2558 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เชิญผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายดาวเทียม เคเบิลทีวี และผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิตอล เข้าร่วมรับฟังการชี้แจงการปฏิบัติตามเงื่อนไขการเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. มีมติเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ผู้ประกอบการทุกแพลตฟอร์มจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ตามประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2555 ในการโฆษณาผ่านช่องรายการ โดยช่องหมายเลข 1 ถึง 36 ตามประกาศมัสต์แครี่ จะสามารถโฆษณาได้ไม่เกิน 12 นาที ต่อชั่วโมง ส่วนเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียมโฆษณาได้ไม่เกิน 6 นาทีต่อชั่วโมง แต่หากเป็นฟรีทีวี จะได้รับการยกเว้นให้โฆษณาได้ไม่เกิน 12 นาทีต่อชั่วโมง

หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข จะมีโทษปรับทางปกครอง โดยเคเบิลทีวี มีโทษปรับ 750,000 บาท และปรับอีกวันละ 20,000 บาท ทีวีดาวเทียม และทีวีดิจิตอล ปรับ 1 ล้านบาท และปรับอีก วันละ 5 หมื่น โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้อย่างเคร่งครัดต้นเดือนตุลาคมนี้ โดยวันพรุ่งนี้ (16 กันยายน) ที่ประชุม กสทช. จะพิจารณาให้ผู้ประกอบการเคเบิล ทีวีและทีวีดาวเทียม เรียงเลขช่องตามกฎมัสต์แครี่ ซึ่งหมายความว่า หากมีผลบังคับใช้ จะทำให้ทุกช่องมีเลขช่องตรงกันทั้งหมดในทุกแพลตฟอร์ม.

 

ททท. ดึง หมีเซียะ-เยิ่นต๊ะหัว ไหว้ศาลพระพรหม 22 ก.ย. เรียกเชื่อมั่น นทท.

Published กันยายน 19, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/525351

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2558 13:25

 

ททท.ดึงหมีเซียะ-เยิ่นต๊ะหัว 2 ดาราดังฮ่องกงร่วมสมัย บินมาไทยไหว้ศาลพระพรหม 22 ก.ย. นี้ เรียกเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวกลับ หลังเกิดเหตุบึม…

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยการประสาน 2 ดาราดังฮ่องกง หมีเซียะ และเยิ่นต๊ะหัว มาสักการะศาลท้าวมหาพรหมในวันที่ 22 ก.ย. นี้ ว่าเพื่อเรียกความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวประเทศไทยกลับมา ซึ่งเป็นแผนของกระทรวงการท่องเที่ยวร่วมกับ ททท. เนื่องจากดาราทั้ง 2 เป็นดาราที่เชื่อมสมัยเก่ากับสมัยใหม่ได้ดี มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักและชื่นชอบ ทั้งในประเทศไทยและฮ่องกง โดยช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม จึงได้มีการทาบทาม

“หมีเซียะเคยพูดในคลิปหลังเกิดเหตุระเบิดว่า เมืองไทยสู้ๆ และถ้ามีโอกาสมาเมืองไทยก็จะมาอีก ทั้งยังแสดงความมีน้ำใจ โดยไม่เรียกร้องค่าตอบแทน แต่เราจะดูแลต้อนรับเป็นอย่างดี ทั้งจะเชิญสื่อมวลชนมาทำข่าวและเผยแพร่กลับไปทางฮ่องกง จะเป็นภาพที่ดีและนำความเชื่อมั่นกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง”

 

หุ้นเช้าปิดบวก 1.94 จุด มูลค่าซื้อขาย 1.7 หมื่นล้าน

Published กันยายน 19, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/525353

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2558 12:56

 

หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า ปรับเพิ่ม 1.94 จุด ที่ระดับ 1,379.09 จุด ค่าซื้อขาย 1.79 หมื่นล้านบาท…

วันที่ 15 ก.ย. 58 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดเช้า ปรับเพิ่ม 1.94 จุด ที่ระดับ 1,379.09 จุด หรือคิดเป็น 0.14% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 17,958.10 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

 

ไล่ไปซื้อที่ดาวอังคาร!! ชาวสวนรับไม่ได้ ปาล์มราคา 3.20 บาท

Published กันยายน 19, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/525312

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2558 11:50

 

เกษตรกรชาวสวนปาล์ม จ.กระบี่ บุกสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ขึงป้ายไม่ยอมรับราคาปาล์มที่ประกาศซื้อที่ 3.20 บาท บอกรับไม่ได้ เพราะเป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ไล่ให้ไปประกาศบนดาวอังคาร ก่อนพากันไปร่วมชุมนุมใหญ่ที่นครศรีธรรมราช…

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 15 ก.ย.58 ที่หน้าสำนักงานศูนย์ราชการ พาณิชย์ จ.กระบี่ นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ แกนนำเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.กระบี่ พร้อมชาวบ้าน ร่วมกันติดป้ายที่หน้าสำนักงาน ข้อความว่า ‘ประกาศมาได้ไง ปาล์ม 17% ให้ราคา 3.20 บาท เอาไว้ประกาศใช้ที่ดาวอังคารนู้น เราชาวเกษตรกรจังหวัดกระบี่ รับไม่ได้’

จากนั้นกลุ่มเกษตรกร ได้ยื่นหนังสือเข้ายื่นหนังสือคัดค้านต่อนายอรุณ ไม้ทิพย์ พาณิชย์จังหวัดกระบี่ เพื่อเสนอไปยังกระทรวงพาณิชย์ และคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า ให้ยกเลิกประกาศดังกล่าว และให้ช่วยเหลือเกษตรกร โดยขอราคาผลปาล์มดิบที่ 5 บาท ต่อ กก.ตามที่ได้มีการรับปากว่าจะดำเนินการ ก่อนที่จะเดินทางไปที่จ.นครศรีธรรมราช ร่วมชุมนุมกับเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันอีกหลายจังหวัด เพื่อเรียกร้องราคาปาล์มน้ำมันต่อไป

นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ แกนนำเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.กระบี่ กล่าวว่า เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ไม่สามารถรับได้กับประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการที่ออกมากำหนดให้โรงงานสกัดรับซื้อผลปาล์มน้ำมันโดยคิดอัตราผลปาล์มน้ำมัน 17% ที่ราคา 3.20 บาท เพราะเป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต และปัจจุบันทุกโรงงาน จะคิดอัตรา 17% อยู่แล้ว โดยไม่มีเครื่องมือวัดเปอร์เซ็นต์ ประกอบกับประกาศดังกล่าวจะทำให้ราคาผลปาล์มลดลง ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรเดือดร้อนมากขึ้น.

 

ทองไทยร่วง 50 รูปพรรณขายบาทละ 19,300 สวนตลาดนิวยอร์กพุ่ง 4.4 ดอลล์

Published กันยายน 19, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/525304

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2558 10:05

 

ทองไทยเปิดตลาดร่วง 50 ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 18,800 ขายออกบาทละ 18,900 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,525.52 ขายออกบาทละ 19,300 ขณะที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ ทองปิดพุ่ง 4.4 ดอลลาร์ ที่ระดับ 1,107.70 ดอลลาร์/ออนซ์…

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 ร่วงลง 50 บาท ส่งผลให้ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 18,800 ขายออกบาทละ 18,900 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,525.52 ขายออกบาทละ 19,300

ขณะที่สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (14 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลง ก่อนการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะมีขึ้นในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้ ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ โดยวอลล์สตรีท เจอร์นัล คาดว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีในการประชุมครั้งนี้ โดยสัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือน ธ.ค.เพิ่มขึ้น 4.4 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ระดับ 1,107.70 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 5,723 other followers

%d bloggers like this: