ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

กลุ่ม ปตท. มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเนปาล

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/496565

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ค. 2558 18:21

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2558 ที่ผ่านมา ณ ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับมอบเงินจาก นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จำนวน 5,000,0000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล โดยมีนางสาวดวงกมล เศรษฐธนัง รองกรรมการผู้จัดกรรมใหญ่บัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (ไออาร์พีซี) และนางวราวรรณ ทิพพาวนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานกิจการองค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (พีทีทีจีซี) ร่วมถ่ายภาพ นอกจากนี้ บริษัทในกลุ่ม ปตท.ประกอบด้วย บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไออาร์พีซี และ บริษัท พีทีทีจีซี ยังได้ร่วมบริจาคเงินและสิ่งของจำนวนรวม 4,000,000 บาท ผ่านสภากาชาดไทย กองทัพอากาศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้กลุ่ม ปตท.มอบความช่วยเหลือในเบื้องต้นรวม 9,000,000 บาท ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท.ยังอยู่ระหว่างรวบรวมเงินและสิ่งจำเป็นจากหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยมุ่งหวังให้พี่น้องชาวเนปาลที่ประสบภัยในครั้งนี้ได้รับความช่วยเหลืออย่างครบวงจรต่อไป

 

พฤษภาคม 4, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

ทองลง 250 ทองรูปพรรณขายออก บาทละ 18,950

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/496463

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ค. 2558 10:12

ทองลง 250 บาท โดยราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 18,450 บาท ขายออกบาทละ 18,550 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 18,176.84 บาท ขายออกบาทละ 18,950 บาท

วันที่ 2 พ.ค. 58 สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง เมื่อเวลา 09.18 (ครั้งที่ 1) ราคาทองลดลง 250 บาท โดยราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 18,450 บาท ขายออกบาทละ 18,550 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 18,176.84 บาท ขายออกบาทละ 18,950 บาท

 

พฤษภาคม 4, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

เฟ้อ เม.ย.ทุบสถิติติดลบ 4 เดือน

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/496418

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 พ.ค. 2558 06:15

“ธปท.-พาณิชย์”ประสานเสียงยัน“ไม่ใช่เงินฝืด”

เงินเฟ้อเดือน เม.ย.ติดลบต่อเป็นเดือนที่ 4 รูดลงอีก 1.04% แถมคาด พ.ค.ยังลบต่ออีกเดือน พาณิชย์-ธปท.ประสานเสียง “เงินยังไม่ฝืด” เชื่อ กนง.ลดดอกเบี้ยช่วยประคองได้ ขณะที่กรมสรรพากรตามจี้ผู้ประกอบการขนาดเล็กรีดภาษีมูลค่าเพิ่ม

นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน เม.ย.58 ว่า เท่ากับ 106.35 ลดลง 1.04% เมื่อเทียบกับเดือน เม.ย.57 ซึ่งเป็นการติดลบต่อเนื่อง 4 เดือนในรอบปีนี้ และยังทำสถิติติดลบสูงสุดในรอบ 5 ปี 7 เดือน ส่วนเมื่อเทียบกับเดือน มี.ค.58 สูงขึ้น 0.02% ขณะที่ดัชนีเฉลี่ย 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) 58 ลดลง 0.65%

“สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อติดลบเป็นผลจากดัชนีหมวดอื่นๆไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มลดลง 1.93% สินค้าที่ราคาลดลงมาก คือ น้ำมันเชื้อเพลิงลด 22.69% ส่วนสินค้าอื่นๆ ยังราคาสูงขึ้น เช่น ค่าเช่าบ้าน-หอพักเพิ่ม 1.38% ค่ารักษาพยาบาลเพิ่ม 1.02% เหล้า-บุหรี่เพิ่ม 2.38% หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.6% เช่น อาหารปรุงสำเร็จเพิ่ม 2.08% อาหารบริโภคในบ้านเพิ่ม 0.89% เครื่องประกอบอาหารเพิ่ม 1.54% โดยถ้าแยกสินค้าที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อ 450 รายการ พบว่าราคาสูงขึ้น 148 รายการ ลดลง 103 รายการ ไม่เปลี่ยนแปลง 199 รายการ”

นายสมเกียรติกล่าวต่อว่า กระทรวงยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั้งปี 58 อยู่ที่ขยายตัว 0.6-1.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ภายใต้สมมติฐานคือเศรษฐกิจไทยขยายตัว 3-4% ราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบเฉลี่ย 50-60 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน 32-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งขณะนี้ปัจจัยเหล่านี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก จึงยังคงเป้าหมายเงินเฟ้อเหมือนเดิม โดยคาดว่าเดือน พ.ค.58 อัตราเงินเฟ้อจะยังติดลบต่อเนื่อง

ทั้งนี้ แม้ว่าเงินเฟ้อจะติดลบต่อเนื่องมา 4 เดือน แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ภาวะเงินฝืด เพราะหากดูจากสินค้าที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อ พบว่า ยังมีราคาปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าลดลง อีกทั้งไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีความต้องการสินค้าสูง แต่ขณะนี้คนอาจจะระมัดระวังการใช้จ่ายเพื่อรอดูภาวะเศรษฐกิจไปอีกระยะ ดังนั้น จึงไม่อยากให้มองว่าตัวเลขเงินเฟ้อติดลบ 3 เดือน 6 เดือน และจะกลายเป็นภาวะเงินฝืด เพราะเงินเฟ้อที่ลดลงมาก มาจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง แต่เชื่อว่าทิศทางราคาน้ำมันดิบจะเริ่มขยับขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ของปีนี้ที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นตาม

ขณะที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลงอีก 0.25% เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคได้ดีขึ้น และทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ซึ่งจะทำให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศปรับสูงขึ้น และส่งผลต่อเนื่องให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ราคาสินค้าสูงขึ้น และเงินเฟ้อสูงขึ้นได้

ด้านนายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดในเดือน เม.ย.ว่า ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปที่ติดลบมากขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฐานของเงินเฟ้อในระยะเดียวกันปีก่อนอยู่ในระดับสูง ดังนั้น ในภาพรวมอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในไตรมาสที่สอง เราอาจจะเห็นการติดลบมากกว่าในไตรมาสแรก เนื่องจากผลของฐานที่สูง ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ชะลอลงต่ำลงสะท้อนว่าเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอ และต้องใช้เวลาในการปรับตัว ทั้งนี้ การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งล่าสุด ส่วนหนึ่งเพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะเงินฝืด

ขณะเดียวกัน กรมสรรพากร โดยนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ได้คาดการณ์การจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณนี้พบว่า อาจจะต่ำกว่าเป้าหมายเพียง 100,000 ล้านบาท หรือ 5-6% จากเป้าหมาย 1.965 ล้านล้านบาท ซึ่งดีกว่าที่เคยคาดการณ์เดิมที่จะต่ำกว่าเป้าหมายราว 160,000-200,000 ล้านบาท หรือต่ำกว่าเป้า 8-10% ทั้งนี้ ผลการจัดเก็บรายได้ของกรมล่าสุดในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณนี้ (ต.ค.57-เม.ย.58) กรมจัดเก็บได้ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วประมาณ 10,000 ล้านบาท แต่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 50,000 ล้านบาท โดยเริ่มเห็นสัญญาณการจัดเก็บรายได้ที่ดีขึ้นในพื้นที่ต่างจังหวัด ยกเว้นในเขตกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทจดทะเบียน

“ขณะนี้ได้เร่งการแก้ไขปัญหาการหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เคยประเมินว่า ไทยมีช่องว่างในการสูญเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 10-14% กรมจึงต้องเร่งปรับปรุง เช่น กรณีผู้ประกอบการที่มีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 1.8 ล้านบาทขึ้นไปตามกฎหมายระบุว่า ต้องยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ผู้ประกอบการบางรายแม้มีรายได้ต่อปีเกินกว่า 1.8 ล้านบาท แต่อาจออกใบกำกับภาษีไม่ครบถ้วน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของกรมออกสำรวจตลาดสด หรือตลาดนัดต่างๆ เพื่อนำผู้ประกอบการที่มีรายได้ และอยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษีเข้าระบบภาษีด้วย”.

 

พฤษภาคม 4, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

รัฐเร่งทำคลอดเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/496417

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 พ.ค. 2558 06:01

จัดหนักสิทธิพิเศษยั่วใจนักลงทุน “บิ๊กป้อม”ลั่นเดือน ก.ย.ต้องเห็นผล

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษว่า ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงข้อจำกัดและปัญหาในการขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งเรื่องที่ดิน ข้อกฎหมาย และการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆโดยคาดว่าจะสามารถส่งเสริมให้พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และเขตเศรษฐกิจพิเศษใน จ.สระแก้ว ให้เกิดขึ้นให้ได้ก่อน เนื่องจากมีความพร้อมมากกว่าพื้นที่อื่น ซึ่งรัฐบาลต้องการเห็นการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษและการลงทุนของภาคเอกชนในพื้นที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมภายในเดือน ก.ย. 2558

ส่วนปัญหาที่นักลงทุนต้องไปสอบถามข้อมูลถามความเข้าใจในเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น ได้สั่งการให้ไปตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ หรือวันสต็อปเซอร์วิสขึ้นมารองรับ โดยในส่วนปัญหาของภาครัฐต้องเร่งแก้ในเดือน มิ.ย.นี้ให้เรียบร้อย เพื่อให้เอกชนมีความมั่นใจในการมาลงทุน

“รัฐบาลจะทยอยลงทุนโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การลงทุนระบบรางลงไปในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในอนาคต และจะเร่งรัดให้กำหนดการส่งเสริมการผลิตสินค้าต่างๆในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและจูงใจเอกชนลงทุนมากขึ้น”

สำหรับข้อร้องเรียนของเอกชนเกี่ยวกับการจัดหาที่ดินนั้น ขณะนี้ได้มีการแก้ปัญหาไปแล้วโดยการประกาศให้นำพื้นที่ที่อยู่ในการดูแลของหน่วยราชการมารวบรวมเพื่อจัดสรรใหม่ โดยไม่ต้องใช้กฎหมายมาตรา 44 ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประวิตรได้สอบถามถึงสิทธิประโยชน์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ ที่จะให้กับภาคเอกชนว่ามีความจูงใจในการดึงให้เอกชนมาลงทุนเพียงพอหรือไม่ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้รายงานว่า สิทธิประโยชน์ที่ให้กับภาคเอกชนที่จะลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้นอยู่ในระดับสูงสุดตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้กับภาคเอกชนได้ตามกฎหมายของบีโอไอ รวมทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านก็ถือว่าเป็นการให้สิทธิประโยชน์ในการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่สูงกว่า ซึ่งน่าจะเพียงพอในการจูงใจให้เอกชนมาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรสั่งการให้สร้างความชัดเจนในประเภทกิจการที่จะส่งเสริมในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งชี้แจงให้เอกชนรับทราบด้วย.

 

พฤษภาคม 4, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

ไม่รีบทำใบขับขี่เจออบรม 15 ชม.

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/496416

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 พ.ค. 2558 05:45

นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมกำลังศึกษาและจัดทำเนื้อหาวิชาหลักสูตรการอบรมภาคทฤษฎีสำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ (ใบขับขี่) รายใหม่ ให้มีความรู้ด้านกฎหมายจราจรและการขับรถที่ปลอดภัยเข้มข้นขึ้น โดยเพิ่มจาก 3 หัวข้อ เป็น 15 หัวข้อ และเพิ่มเวลาการอบรมจาก 4 ชั่วโมง เป็น 15 ชั่วโมง โดยเนื้อหาใหม่จะช่วยปลูกฝังให้เกิดวินัยการขับขี่อย่างปลอดภัย และลดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เข้ามาขอทำใบขับขี่ในช่วงนี้ ยังใช้กรอบเวลาอบรมและเนื้อหาเดิมอยู่ แต่หากการปรับปรุงเนื้อหาใหม่เสร็จ ขนส่งทางบกจะประกาศเป็นทางการ โดยขนส่งทางบกตั้งใจปรับปรุงเนื้อหาทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ ตลอดจนสมรรถภาพร่างกายและจิตใจให้เข้มข้นขึ้น เพื่อให้พร้อมตามหลักสากลก่อนเข้าทดสอบ รวมทั้งหลังจากนี้จะมีแนวปฏิบัติสำหรับกำกับดูแลพฤติกรรมหลังได้รับใบขับขี่เพิ่มอีกด้วย

สำหรับเนื้อหาการอบรม 15 หัวข้อ ประกอบด้วย ความสำคัญและประโยชน์ของการมีใบอนุญาตขับรถและการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพ, กฎหมายข้อห้าม พ.ร.บ.จราจร เกี่ยวกับป้ายสัญลักษณ์ พ.ร.บ.ขนส่งทางถนน, คำเตือนมารยาทในการขับรถ, ข้อแนะนำกับมารยาทในการใช้ทาง, คุณสมบัติของผู้ขับรถที่ดี โรค ภาวะ ข้อจำกัดด้านร่างกายมนุษย์กับการจราจร, ประสาทการรับรู้, สมรรถภาพของรถ ถนน และสิ่งแวดล้อม, การรับรู้และแก้ไขข้อผิดพลาด, พฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน, ข้อผิดพลาดตามกฎหมายจราจรและการใช้ทาง, สุขภาพที่มีผลต่อการขับรถ

นอกจากนี้ยังได้จัดทำเนื้อหาอบรมสำหรับผู้ขอต่อใบอนุญาตขับรถ เนื้อหาอบรมเพื่อฟื้นฟูพฤติกรรมสำหรับผู้ขับรถที่กระทำผิดบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม หากขนส่งทางบกจัดทำหลักสูตรได้เสร็จ จะเปิดให้ประชาชนเรียนรู้หรือเข้ารับการอบรมผ่านช่องทางอื่นได้ โดยไม่ต้องเข้ารับการอบรมกับกรมการขนส่งทางบกเพียงแห่งเดียว เพื่อแก้ปัญหารอคิวนาน

ปัจจุบันแนวทางปฏิบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ยังคงดำเนินการอบรมตามหลักสูตรปกติ โดยผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ต้องผ่านทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และอบรมหลักสูตร 4 ชั่วโมง ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย 2 ชั่วโมง การขับรถอย่างปลอดภัย 1 ชั่วโมง และมารยาทการขับรถ 1 ชั่วโมง เป็นต้น.

 

พฤษภาคม 4, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

ชงอุดช่องโหว่อนุญาตบิน คิว ทอท.โดนตรวจข้อสอบ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/496415

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 พ.ค. 2558 05:30

นายสมชาย พิพุธวัฒน์ อธิบดีกรมการบินพลเรือน เปิดเผยว่า ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ พ.ศ… (เอโอแอล) รวม 2 ครั้ง และเตรียมเสนอ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม พิจารณาในเดือน พ.ค.นี้ โดยเสนอ 2 ทางเลือก คือ ออกเป็น พ.ร.บ.การประกอบการขนส่งทางอากาศ ซึ่งต้องเสนอให้ ครม.และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา หรือออกประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 ซึ่งมีอำนาจดำเนินการได้ทันที ทั้งนี้การเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงการออกเอโอแอล เพื่อให้ทั้งผู้ขออนุญาตและผู้พิจารณาให้ใบอนุญาตเข้าใจตรงกันและอุดช่องโหว่การประกอบธุรกิจการบินตั้งแต่เริ่มต้น

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม กล่าวว่า กรมอยู่ระหว่างสรุปผลการรับฟังความเห็นหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการออกเอโอแอลให้รัดกุมมากขึ้น และที่ผ่านมาตั้งแต่ที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ได้เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานการบินในไทยได้ระงับการออกใบอนุญาตการบินแล้ว ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมากระบวนการขอเอโอแอลยังขาดความรัดกุมมาก ดังนั้น ต่อไปนี้ผู้ที่ยื่นขอจะถูกตรวจสอบทั้งเอกสาร และต้องแสดงหลักฐานด้านเงินลงทุน ทั้งนี้ผู้ยื่นขอจะแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ผู้ขออนุญาตเป็นสายการบินประจำ ผู้ขอใบรับอนุญาตแบบไม่ประจำ (เช่าเหมาลำ) ผู้ขอใบรับอนุญาตกิจการบินพาณิชย์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ว่า จากการที่บอร์ด ทอท.ได้มีมติแต่งตั้งนายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญระดับ 11 ทอท. เป็นผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) แทนนายประพนธ์ ปัทมกิจสกุล ที่ถูกโยกไปเป็นผู้เชี่ยวชาญ 11 นั้น ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์ภายใน ทอท.ว่าอาจสร้างปัญหากระทำผิดหลักเกณฑ์มาตรฐานสนามบินที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมการบินพลเรือน (บพ.) ได้ เพราะนายศิโรตม์ยังไม่มีใบอนุญาตการเป็นผู้จัดการสนามบินมาก่อน จนอาจเป็นเหตุให้ขัดหลักเกณฑ์ไอซีเอโอได้.

 

พฤษภาคม 4, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

“ปตท.” ระดมกำลังช่วยเนปาล

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/496414

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 พ.ค. 2558 05:15

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2558 ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบเงินบริจาคจากกลุ่ม ปตท. ประกอบด้วย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เพื่อช่วยเหลือชาวเนปาลที่ประสบภัยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

สำหรับการมอบเงินช่วยเหลือครั้งนี้มีนายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ ปตท. เป็นตัวแทนมอบเงินผ่านรัฐบาล จำนวน 5,000,000 บาท และกลุ่ม ปตท.จะมอบเงิน 2,000,000 บาท ผ่านสภากาชาดไทย มอบเชื้อเพลิงเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท ผ่านกองทัพอากาศ เพื่อเดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย สนับสนุนการจัดทำถุงยังชีพอีก 1,000,000 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 9,000,000 บาท

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท. กล่าวว่า ปตท.ขอเชิญสมาชิกพีทีทีบลูการ์ดร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเนปาล โดยการใช้คะแนน Blue Point ของท่าน ทุก 100 คะแนน นั้น ปตท. จะส่งมอบเงินเป็นจำนวน 20 บาทให้กับมูลนิธิพลังที่ยั่งยืน เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป.

 

พฤษภาคม 4, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

งานคือเงิน 02/05/58

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/496310

โดย หมึกเขียว 2 พ.ค. 2558 05:01

คนโง่วิ่งหนีอุปสรรคและปัญหา แต่คนฉลาดจะมองทุกอุปสรรคและปัญหาคือความท้าทายและพร้อมจะใช้ความสามารถฟันฝ่าเพื่อไปถึงเส้นชัยของชีวิต

ตำแหน่งงานดีๆ มีให้จับจองกันเสมอที่ งานคือเงิน

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ รับ อาจารย์ 1 อัตรา ประจำสาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน วุฒิ ปริญญาโท สาขา สถาปัตยกรรมที่สถาปนิกรับรอง ต้องมีวุฒิปริญญาตรี/ปริญญาโท อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นคุณวุฒิด้านสถาปัตยกรรมภายในหรือมัณฑนศิลป์ สมัครที่ ห้องงานบุคคลและสื่อสารองค์กร อาคารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ชั้น 3 มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โทร.0-2986-9605, 0-2986-9434 ต่อ 3011,3012 ถึง 8 พ.ค.นี้

คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน รับ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 1 อัตรา สังกัดสำนักงานเลขานุการ (เลขานุการคณบดี) วุฒิ ปริญญาตรีทุกสาขา มีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดศึกษา กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ มีความสามารถในการศึกษาหาข้อมูล วิเคราะห์ปัญหา และสรุปเหตุผลได้ มีความรู้ ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ Software โปรแกรม Microsoft Office ได้แก่ Word, Excel, Power Point, Access รวมถึง Internet สามารถใช้ภาษาอังกฤษอย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่ มีความประพฤติเรียบร้อย ซื่อสัตย์ สุจริต มีความตั้งใจและอุทิศตนในการทำงาน สามารถติดต่อประสานงาน มนุษยสัมพันธ์ดี ปฏิบัติงานล่วงเวลาได้ สมัครที่ อาคารจุฬาภรณ์พิศาลศิลป์ ห้อง 306 ชั้น 3 สำนักงานเลขานุการ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน โทร.0-2579-5566 (-8) ต่อ 4352 ถึง 8 พ.ค.นี้

คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับ อาจารย์ 1 อัตรา ภาควิชาพัฒนาการชุมชน วุฒิ ปริญญาเอก ด้าน นโยบายสังคม นโยบายสาธารณะ นโยบายการพัฒนา การพัฒนาชุมชน การพัฒนาสังคม การพัฒนามนุษย์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง สมัครที่ งานบริหารและธุรการ สำนักงานเลขานุการคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โทร.0-2696-5502 ถึง 8 พ.ค.นี้

กรมธนารักษ์ รับ พนักงานสำรวจข้อมูล 1 อัตรา ปฏิบัติงานที่ สมุทรปราการ วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่าใน สาขาวิชาหรือที่ทางส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติ/ประกาศนียบัตร หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่ ก.พ. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติสำหรับตำแหน่งนี้ได้ ระยะเวลาการจ้าง ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งจ้าง ถึง 30 ก.ย.2558 สมัครที่ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการ เลขที่ 1/1 ถนนศรีสมุทร ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ถึง 8 พ.ค.นี้

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รับ นิติกร 2 อัตรา กลุ่มงานบริหารทั่วไป วุฒิ ปริญญาตรี/ปริญญาโท หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน สาขาวิชา นิติศาสตร์ ที่ ก.พ.รับรอง มีความรู้ทั่วไปและความสามารถด้านภาษาไทย มีความสามารถและทักษะด้านคอมพิวเตอร์ มีความรับผิดชอบ อดทน เสียสละมีมนุษยสัมพันธ์ สามารถปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานอื่นได้ดี มีความคิดริเริ่มและปฏิภาณไหวพริบ, เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 3 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในทุกสาขาวิชาที่ ก.พ. รับรอง มีความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง และมีความรู้ความเข้าใจในหลักภาษาไทย หลักการใช้ภาษาไทย สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง โดยสามารถจัดทำสรุปใจความ หรือจับประเด็นสำคัญของบทความได้ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง กฎหมายมหาชน กฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ.2548 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 รวมทั้ง นโยบายรัฐบาลปัจจุบัน ทั้ง สามารถวิเคราะห์เพื่อนำมาใช้เกี่ยวกับงานที่ปฏิบัติได้ มีความเข้าใจในกระบวนการและขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม Microsoft Word และ Microsoft Excel สามารถจัดทำและประยุกต์การใช้งานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละเอียดรอบคอบ ทั้งพยายามปรับปรุงการปฏิบัติหน้าที่ให้ดียิ่งขึ้น มีความอดทน เสียสละ มีมนุษยสัมพันธ์ สามารถปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานอื่นได้ดี มีความคิดริเริ่มและปฏิภาณไหวพริบ ทุกตำแหน่งมีระยะเวลาการจ้าง 1 ปี สมัครที่ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โทร.0-2280-9000 ต่อ 109-110 ถึง 8 พ.ค.นี้

วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขยายเวลารับ อาจารย์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาเอก สาขาวิชา รัฐศาสตร์ (เน้นการเมืองการปกครองทฤษฎีการเมืองหรือการเมืองเปรียบเทียบ) หรือคาดว่าจะสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี (นับจากวันปิดรับสมัคร) สนใจสอบถามและสมัครที่ วิทยาลัยสหวิทยาการ อาคารอเนกประสงค์ 1 ชั้น 5 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โทร.0-2613-2857, 0-2613-2855 ถึง 8 พ.ค.นี้

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รับ ลูกจ้างประจำเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา (สำนักทะเบียนและวัดผล) 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่าทุกสาขาวิชา มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาเว็บด้วยภาษา ASP ไม่น้อยกว่า 1 ปี ไม่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, พนักงานการเงินและบัญชี (กองคลัง) 1 อัตรา วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า ทาง บัญชี การเงินและการธนาคาร การจัดการทั่วไป บริหารธุรกิจ หรือ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ มีความรู้ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม Microsoft Word และ Microsoft Excel เหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่ มีประสบการณ์ในการทำงานด้านการเงินและบัญชีมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี, นายช่างอิเล็กทรอนิกส์ (สำนักเทคโนโลยีการศึกษา) 1 อัตรา วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า ทาง ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม เทคนิคคอมพิวเตอร์ และรับ ลูกจ้างประจำลักษณะพิเศษ ตำแหน่ง ช่างวางรูปแบบพิมพ์ (สำนักพิมพ์) 1 อัตรา วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า ทางด้าน คอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือ การพิมพ์ มีประสบการณ์ทางด้านงานวางรูปแบบฟิล์ม หรือแม่พิมพ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่าทุกสาขาวิชา และ มีประสบการณ์ทางด้านงานวางรูปแบบฟิล์ม หรือแม่พิมพ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี สมัครที่ กองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานอธิการบดี อาคารบริการ 1 ชั้น 2 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สอบถาม โทร.0-2504-7133 ถึง 12 พ.ค.นี้

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 1 อัตรา ประจำหน่วยบัณฑิตศึกษา สังกัดงานบริการการศึกษา ปฏิบัติงานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต หรือศูนย์พัทยา วุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า มีความรู้ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์งานได้อย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่ โดยเฉพาะโปรแกรมในกลุ่ม Microsoft Office อย่างดี สามารถปฏิบัติงานด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน มีความรู้ด้านการดูแลเว็บไซต์ของหน่วยงานและงานด้านประชาสัมพันธ์ มีความรู้ทางด้านการให้บริการทางด้านการศึกษาและงานประกันคุณภาพการศึกษา สามารถจัดอบรมและสัมมนาทางวิชาการ สามารถปฏิบัติราชการได้ทั้งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี, ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ และศูนย์พัทยา จ.ชลบุรี ทั้งปฏิบัติงานในวันหยุดราชการ และเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างจังหวัดได้ หากเป็นเพศชายต้องได้รับการยกเว้นการเกณฑ์ทหาร หรือผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว (หากมีความรู้ ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ พูด อ่าน เขียน ในเกณฑ์ดีจะพิจารณาเป็นพิเศษ) สมัครที่ หน่วยการเจ้าหน้าที่ งานบริหารและธุรการ สำนักงานเลขานุการคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้น 2 มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โทร.0-2564-3001 (-9) ต่อ 3242,3240,3010 ถึง 12 พ.ค.นี้

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับ อาจารย์ 1 อัตรา สังกัดภาควิชาพื้นฐานและการพัฒนาการศึกษา (สาขาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว) อายุไม่เกิน 35 ปี วุฒิ ปริญญาโท สาขาวิชา จิต-วิทยาการศึกษาและการแนะแนว (มีแผนการเรียนที่มีกระบวนการวิชาพร้อมวิทยานิพนธ์) ต้องมีวุฒิปริญญาตรีสาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษา จิตวิทยา จิตวิทยาการแนะแนว จากมหาวิทยาลัยที่สภาวิชาการให้การรับรอง และมีเกรดเฉลี่ยระดับปริญญาโทไม่ต่ำกว่า 3.5 ขึ้นไป มีความสามารถทางภาษาอังกฤษ โดยมีผลทดสอบ TOEFL (paperbased) ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน หรือ (computer–based) ไม่ต่ำกว่า 196 คะแนนหรือ (internet–based) ไม่ต่ำกว่า 80 คะแนน หรือ IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.0 ขึ้นไป ต้องไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก หรือเทียบเท่าภายในระยะเวลา 3 ปี สนใจสอบถามและสมัครที่ หน่วยบุคคล งานบริหารทั่วไป สำนักงานคณะศึกษาศาสตร์ชั้น 1 อาคาร 2 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 239 ถนนห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 โทร.0-5394-4210 ถึง 15 พ.ค.นี้

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รับ อาจารย์ 1 อัตรา สังกัดภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ วุฒิ ปริญญาเอก หรือเทียบเท่า ภายในประเทศ/ต่างประเทศ สาขา สุขศึกษา ส่งเสริมสุขภาพพฤติกรรมศาสตร์ จิตวิทยา สื่อสารสุขภาพ เทคโนโลยีการศึกษา (หากมีพื้นฐานสาธารณสุข/พยาบาลศาสตร์จะพิจารณาเป็นพิเศษ) สมัครที่ งานบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานคณบดี อาคารสาธารณสุขวิศิษฎ์ ชั้น 5 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนราชวิถี แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ โทร.0-2354-8545 (-9) ต่อ 1103 ถึง 31 พ.ค.นี้

หมึกเขียว

 

พฤษภาคม 4, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

“ฮาบิโตะ” คอมมูนิตี้ รีเทล แนวคิดใหม่

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/496313

โดย วานิชหนุ่ม 2 พ.ค. 2558 05:01

กระแสการเดินหน้าขยายธุรกิจของบริษัทยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย เพื่อดำเนินธุรกิจในประเภทอื่นๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น หรือเป็นธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับธุรกิจเดิมที่ดำเนินการอยู่ กำลังเป็นกระแสที่หลายบริษัทเล็งปักหมุดขยายอาณาจักรกันอย่างไม่มีใครยอมน้อยหน้ากัน

โดยหนึ่งในนั้นคือบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “แสนสิริ” ที่มาวันนี้ได้รุกแตกไลน์ธุรกิจมาเปิด “คอมมูนิตี้ รีเทล” ภายใต้แนวคิด “The Heart of Good Living” ในแบบฉบับเฉพาะตัวของแสนสิริ มั่นใจผงาดศูนย์กลางการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตที่ดี ใจกลางกรุง

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท ได้ขยายไลน์เปิดตัวธุรกิจประเภท “คอมมูนิตี้ รีเทล” ภายใต้ชื่อ “ฮาบิโตะ” (Habito) มูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจใหม่ต่อเนื่องจากการเปิดตัวธุรกิจโรงแรมเมื่อปีที่ผ่านมา เพราะบริษัทมองว่าจะช่วยส่งเสริมธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทได้เป็นอย่างดี

โครงการ “ฮาบิโตะ” ประกอบด้วยพื้นที่ขนาด 10,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 4 ไร่ของทำเลสุขุมวิท 77 หรือ ที 77 สามารถเดินทางเข้าออกได้โดยสะดวกทั้งทางสุขุมวิท 71 และสุขุมวิท 77 โดยในโครงการฮาบิโตะจะประกอบด้วยร้านค้าจำนวน 32 ร้าน ซึ่งมีขนาดร้านค้าตั้งแต่ 35 ตร.ม.จนถึง 700 ตร.ม. เพื่อให้เหมาะสมกับประเภท อาทิ ธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ เสริมความงาม ร้านขายยา co-working space เป็นต้น ทั้งนี้ โครงการฮาบิโตะมีกำหนดแล้วเสร็จ และพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือน พ.ย.2558

“จุดเด่นของฮาบิโตะ คือ จะเป็นสถานที่ที่ผู้อาศัยในที77 และชุมชนใกล้เคียงสามารถใช้เวลาได้ตั้งแต่เช้าจดเย็นเพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะกับแต่ละช่วงเวลา และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการอย่างครบครัน ตลอดจนยังเป็นศูนย์กลางด้านไลฟ์สไตล์ของครอบครัวแสนสิริในที 77 เพื่อให้เกิดเป็นอีกชุมชนเล็กๆที่อบอุ่นและแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่”

สำหรับด้านรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ในฮาบิโตะ จะคิดอัตรา 750-1,500 บาทต่อ ตร.ม. หรือประมาณ 40 ล้านบาทต่อปีเมื่อเทียบกับรายได้รวมของบริษัทแล้วถือว่าน้อยกว่า 0.15% แต่สิ่งที่บริษัทจะได้กลับมามีมูลค่ามากกว่านั้น คือการส่งมอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ดีแก่ครอบครัวแสนสิริด้วยการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการของแสนสิริทำเลสุขุมวิท 77 ตลอดจนเป็นการเพิ่มความน่าสนใจในการซื้อและลงทุนในโครงการของแสนสิริ อันจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าของที่ดินในโซนนั้นในอนาคต

นายอภิชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันกรุงเทพฯ เริ่มจะมีลักษณะคล้ายเมือง ใหญ่ทั่วโลก คือจะแบ่งเป็นโซนที่อยู่อาศัยย่อยๆ ในเมืองใหญ่อีกที เช่น โซนสีลม โซนรามคำแหง โซนลาดพร้าว โซนปิ่นเกล้า และโซนอ่อนนุช เป็นต้น ความเจริญไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เพลินจิตหรือปทุมวันเหมือนในอดีต แต่จะกระจายตัวออกไปบริเวณชุมชนรอบกรุงเทพฯ หรือเกาะตามแนวสถานีรถไฟฟ้ามากขึ้น ดังนั้นการเลือกย่านที่อยู่อาศัย ที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่สำคัญทั้งในด้านการใช้ชีวิตและในด้านการลงทุน

ทั้งนี้ บริษัทเล็งเห็นว่าทำเลอ่อนนุช หรือสุขุมวิท 77 เป็นทำเลศักยภาพที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เนื่องจากเดินทางสะดวกด้วยถนนสุขุมวิท รถไฟฟ้า และทางด่วน รวมทั้งตั้งอยู่ในทำเลที่พักอาศัยที่แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เดินทางเข้าเมืองสู่ย่านธุรกิจได้ง่าย ทำให้ทำเลนี้ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก

โดยสังเกตได้จากยอดขายของโครงการของบริษัทในโซนนี้ที่มีมูลค่าแตะ 6,800 ล้านบาทแล้วจากการขาย 5 โครงการ อาทิ บลอคส์ สุขุมวิท 77, เดอะ เบส สุขุมวิท 77 และการ์เด้น สแควร์ สุขุมวิท 77 นอกจากนั้น บริษัทยังวางแผนที่จะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไลฟ์ (Low-rise) 7 ชั้น ภายใต้ชื่อ “hasu HAUS” อย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งเมื่อรวมทุกโครงการของแสนสิริแล้ว จะทำให้ทำเลนี้มีมูลค่าที่อยู่อาศัยถึง 8,700 ล้านบาทและจะทำให้มีผู้อยู่อาศัยถึง 5,000 ครอบครัว

ก็ต้องจับตามองกันว่า “คอมมูนิตี้ รีเทล” ฮาบิโตะแห่งนี้จะมาสร้างสีสัน และเติมเต็มความครบครันให้การดำเนินชีวิตใจกลางกรุงอย่างย่านสุขุมวิทได้อย่างลงตัวมากน้อยแค่ไหน ช่วงปลายปีนี้รู้กัน!!!

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

 

พฤษภาคม 4, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

เลือกหุ้นปันผลสูง–ผันผวนต่ำ!!

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/496404

โดย อินเด็กซ์ 51 2 พ.ค. 2558 05:01

มีบทวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัสที่น่าสนใจ โดยมองการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ กนง. ทําให้ผลตอบแทนตราสารหนี้และดอกเบี้ยเงินฝากลดตํ่าลง เม็ดเงินจึงต้องวิ่งหาสินทรัพย์ลงทุนที่สร้างผลตอบแทนสูงกว่า

เอเซียพลัสระบุว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% มาสู่ 1.50% ในการประชุมเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา นับเป็นเรื่องที่ผิดจากความคาดหมายและส่งผลทําให้ Bond Yield อายุ 1 ปี ปรับลดทันทีมาอยู่ที่ 1.58%

ขณะที่ในช่วงกว่า 2 เดือนครึ่งที่ผ่านมา ดัชนีได้ปรับฐานลงมาราว 6% สถานการณ์ดังกล่าวทําให้ Market Earning Yield Gap ซึ่งคํานวนจาก Market Earning Yield (EPS/SET Index) ลบด้วย Bond Yield 1 ปี ขยายกว้างขึ้นจากระดับที่ต่ำกว่า 3% มาอยู่ที่เหนือ 4% ใกล้เคียงระดับปกติที่อยู่ในช่วง 4-5% องค์ประกอบดังกล่าวน่าจะทำให้เริ่มเห็นแรงซื้อบางส่วนเข้ามาจากกลุ่มนักลงทุนระยะยาว ที่หวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นหลังจาก Investment Asset ต่างๆ ให้ผลตอบแทนที่ต่ำมากเกินไป โดยหุ้นที่น่าสนใจจะให้นํ้าหนักไปกลุ่มที่มี Dividend Yield สูงกว่า 4% มีความผันผวนของราคาตํ่า (Beta ไม่เกิน 1 เท่า)

ซึ่งหากไม่นับรวม Property Fund อย่าง POPF, CPNRF, SPF และ TFUND หุ้นเด่นได้แก่ KGI, TVO, ASK, MBKET, TMT, BTS และ INTUCH ซึ่งภายใต้สถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลงเลือก ASK เป็น Top Pick ให้มูลค่าพื้นฐาน 30.10 บาท

เอเซียพลัสยังระบุว่า เงินบาทที่อ่อนค่าลงถือว่าดีต่อการส่งออกแต่อาจเร่งเงินทุนไหลออก โดยนับตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นรวมกว่า 7.8 พันล้านเหรียญ โดยกระแสเงินไหลจากตลาดหุ้นอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เข้าสู่ตลาดหุ้น ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ และจีน ซึ่งมีค่า current PER เพียง 11-14 เท่า

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเองก็เริ่มเห็นแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน หลังหลายฝ่ายมีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยเชิงลบมากขึ้น แม้ล่าสุด กนง. จะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่ายังต้องใช้ระยะเวลาอีกพอสมควรกว่าจะเห็นผล นอกจากนี้ การที่เงินบาทอ่อนค่า แม้เป็นผลดีต่อภาคส่งออก แต่อาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการไหลออกของเงินทุน

จึงน่าเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดปรับขึ้นไปอย่างจำกัด!!

อินเด็กซ์51

 

พฤษภาคม 4, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,170 other followers

%d bloggers like this: