ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Archive for the ‘ไทยรัฐออนไลน์’ Category

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/oversea/409109

  • 11 มีนาคม 2557, 11:00 น.

Pic_409109

ญี่ปุ่นจัดพิธีรำลึกครบรอบ 3 ปี ภัยพิบัติแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในปี 2011 ขณะที่ยังมีผู้ประสบภัยกว่า 270,000 คน ที่ยังไม่มีบ้านอยู่ เนื่องจากกระบวนการสร้างบ้านใหม่ของรัฐบาลล่าช้า…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ว่า ชาวญี่ปุ่นจัดพิธีรำลึกครบรอบ 3 ปี ภัยพิบัติแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนกว่า 18,000 ราย และทำลายบ้านเรือนแถบชายฝั่งตะวันออกจำนวนมาก รวมถึงทำให้เกิดวิกฤตการณ์กัมมันตภาพรังสีรั่วไหลที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ‘ฟูกูชิมา ไดอิจิ’ จนญี่ปุ่นต้องคิดใหม่เรื่องการใช้พลังงานปรมาณู

พิธีรำลึกจะจัดขึ้นในหลายเมืองรอบพื้นที่ภัยพิบัติในจังหวัดฟูกูชิมา และที่กรุงโตเกียว ซึ่งจักรพรรดิอากิฮิโกะ และจักรพรรดินีมาจิโกะ จะทรงเป็นผู้นำทำพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิต ขณะเดียวกัน รัฐบาลท้องถิ่นบางส่วนจะเปิดสัญญาณเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิในเวลา 14:46 น. (12:46 น. ตามเวลาไทย) ซึ่งตรงกับเวลาที่เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลระดับ 9.0 เมื่อ 11 มี.ค. 2011

แผ่นดินไหวลูกนี้ก่อให้เกิดสึนามิสูงหลายสิบฟุตซัดเข้าหาฝั่งด้วยความเร็วเท่าเครื่องบินไอพ่น เพียงไม่กี่นาที บ้านเรือนแถบชายฝั่งก็กลายเป็นเพียงซากไม้ ครอบครัวจำนวนมากถูกกลืนหายไปกับคลื่นยักษ์ สึนามิยังทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิมา ไดอิจิ ได้รับความเสียหาย เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เกิดการหลอมละลาย และเกิดระเบิด จนกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล กลายเป็นวิกฤตการณ์นิวเคลียร์ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก

ทุกวันนี้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิมา ไดอิจิ ยังคงมีสภาพไม่มั่นคง และผู้เชี่ยวชาญระบุว่า กระบวนการกำจัดกัมมันตภาพรังสีต้องใช้เวลาหลายทศวรรษ อุบัติเหตุครั้งนี้ยังกระตุ้นให้เกิดความวิตกกังวลถึงผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวอันเกิดจากกัมมันตภาพรังสีที่รั่วไหล ทำให้ประชาชนหลายแสนคนในพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้านี้ต้องอพยพออกจากพื้นที่

ทั้งนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัติสึนามิที่ได้รับการยืนยันอยู่ที่ 15,884 ราย ขณะที่อีก 2,636 คนยังคงสูญหาย และแม้ไม่มีผู้เสียชีวิตโดยตรงจากอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมา แต่มีประชาชนราว 1,650 คน เสียชีวิตจากเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับความเครียด และปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้น

ขณะเดียวกัน ความหวังจะได้บ้านใหม่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิเริ่มเลือนรางแม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือในการสร้างบ้านในพื้นที่ภัยพิบัติ แต่กระบวนการเป็นไปอย่างล่าช้า ผู้อพยพกว่า 270,000 คน ยังคงต้องอาศัยอยู่ในบ้านพักชั่วคราว, สถานที่หลบภัยในต่างจังหวัด หรือตามบ้านของญาติ

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังสร้างบ้านใหม่ตามที่สัญญาไว้กับผู้ได้รับผลกระทบจากสึนามิในจังหวัดอิวาเตะ และมิยางิเสร็จเพียง 3.5% เท่านั้น ทำให้ประชาชนเกิดความกังขาในความเอาจริงเอาจังของรัฐบาล โดยผลสำรวจของสำนักข่าวเกียวโดในเดือนนี้ระบุว่า ประชาชน 77% คิดว่า กระบวนการสร้างบ้านใหม่ทำได้ล่าช้ากว่าที่คาดหวังไว้

เมื่อวันจันทร์ (10 มี.ค.) นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผู้ชนะเลือกตั้งในปี 2012 กล่าวต่อรัฐสภาว่า เขาตั้งใจจะเร่งความเร็วในการฟื้นฟู และจะไม่ยอมให้ภัยพิบัติครั้งนี้เลือนหายไปจากความทรงจำ การคืนชีพของญี่ปุ่นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการฟื้นฟูพื้นที่ภัยพิบัติ

ชินโซ อาเบะชินโซ อาเบะ

แทงก์เก็บน้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิมาแทงก์เก็บน้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิมา

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 11 มีนาคม 2557, 11:00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/oversea/409028

  • 11 มีนาคม 2557, 05:15 น.

Pic_409028

คณะกรรมาธิการสาธารณสุขและการวางแผนครอบครัวแห่งชาติจีน แถลงผลสรุปผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสไข้หวัดนก สายพันธุ์เอช 7 เอ็น 9 ประจำปี 2557 เมื่อ 10 มี.ค. ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตช่วงเดือน ม.ค. -ก.พ. 41 ราย ทำให้สถิติผู้เสียชีวิตทั่วประเทศเพิ่มเป็น 72 ราย และผู้ติดเชื้ออีก 226 ราย แต่ยืนยันว่าเป็นเรื่องปกติที่สถิติผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เพราะเป็นช่วงฤดูหนาวของจีน ขณะที่ผู้ป่วยด้วยโรคหวัดธรรมดามีสถิติเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน แต่องค์การอนามัยโลก (ฮู) ยืนยันว่าไวรัสเอช 7 เอ็น 9 ไม่ติดต่อจากคนสู่คน ขณะที่รัฐบาลเขตบริหารพิเศษเกาะฮ่องกงพบผู้ติดเชื้อเอช 7 เอ็น 9 รายที่ 6 เมื่อสัปดาห์ก่อน จึงสั่งห้ามนำเข้าสัตว์ปีกที่ยังมีชีวิตจากจีนแผ่นดินใหญ่ชั่วคราว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวต่างประเทศ
  • 11 มีนาคม 2557, 05:15 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/410944

  • 19 มีนาคม 2557, 14:16 น.

Pic_410944

สธ.จัดโซนนิ่งดูแลสุขภาพประชาชนจากมลพิษฝุ่นควันจากไฟไหม้บ่อขยะ เน้นเฝ้าระวังใน 3 กลุ่ม ก่อนตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง แนะกลุ่มเสี่ยง หญิงตั้งครรภ์ เด็กแรกเกิด ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ควรย้ายไปอยู่ในที่ปลอดภัยชั่วคราว…

เมื่อวันที่ 19 มี.ค.57 นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (วธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์การดำเนินการเฝ้าระวัง ด้านสุขภาพประชาชน จากมลพิษไฟไหม้บ่อขยะที่ สำนักงานสาธารณสุข จ.สมุทรปราการ ร่วมกับนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ จากกรมวิชาการ และผู้บริหาร พบว่า สถานการณ์ควันไฟวันนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ควันไฟเริ่มเบาบาง กระทรวงสาธารณสุข ได้วางแผน ดำเนินงาน 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ การจัดบริการทางการแพทย์ การเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพ และการให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันสุขภาพจากฝุ่นละอองควันไฟ โดยสำหรับการจัดบริการทางแพทย์ ยังคงหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ประจำที่ อบต.แพรกษา ตลอด 24 ชั่วโมง และจัดหน่วยแพทย์เพิ่มเติมที่วัดแพรกษา ดูแลประชาชนที่ศูนย์อพยพ ที่ อบต.แพรกษา ซึ่งขณะนี้มีประชาชนเหลืออยู่ประมาณ 20 คน และให้การรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

“ส่วนมาตรการการเฝ้าระวังโรคได้แบ่งดูแลประชาชนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มสัมผัสรุนแรง ได้แก่ นักผจญเพลิง นักข่าว วินมอเตอร์ไซค์ ประชาชนอาศัยใกล้จุดเกิดเพลิงไหม้ในรัศมี 200 เมตร โดยจะตรวจเลือด ปัสสาวะ เอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจสมรรถภาพปอดอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ 2.กลุ่มเสี่ยงปานกลาง คือประชาชนในรัศมี 201-1,000 เมตร จะตรวจสุขภาพเบื้องต้นตรวจเลือด และปัสสาวะในโรงพยาบาลในพื้นที่  และ 3.กลุ่มเสี่ยงน้อย ในรัศมี 1,000 เมตรขึ้นไป เจ้าหน้าที่จะทำการคัดกรองตามแบบสอบถามที่หน่วยบริการในพื้นที่ จากนั้นจะประมวลผลและติดตามต่อเนื่อง” นายแพทย์ณรงค์ กล่าว

นอกจากนี้ สำหรับการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงสัมผัสมลพิษในอากาศ กระทรวงสาธารณสุขได้แจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชนที่สัมผัสฝุ่นควัน หากมีปริมาณหมอกควันเพิ่มขึ้นอีก ขอแนะนำให้ประชาชน 4 กลุ่มต่อไปนี้ ให้ย้ายออกนอกพื้นที่ที่ปลอดภัยเป็นการชั่วคราว ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันอันตรายต่อเด็กในครรภ์ 2.เด็กแรกเกิด เนื่องจากระบบทางเดินทางหายใจยังไม่สมบูรณ์  3.ผู้สูงอายุ เพราะส่วนใหญ่จะมีโรคประจำตัว และ 4.ผู้ป่วยโรคหอบหืด จะไวต่อการรับสารพิษ และอาการจะรุนแรงกว่าคนทั่วไป ขอให้ย้ายไปอยู่ในที่ปลอดภัยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ประชาชนทั่วไปควรงดทำกิจกรรมกลางแจ้งนอกบ้าน ในรอบ 3 วันหลังเหตุไฟไหม้ขยะ พบผู้ป่วย 15 ราย ส่วนใหญ่แสบตา ตาแดง แสบจมูก ยังไม่พบรายใดอาการรุนแรง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 มีนาคม 2557, 14:16 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/410941

  • 19 มีนาคม 2557, 12:48 น.

Pic_410941

อย.จัดกิจกรรม Road Show ยิ่งใหญ่ รณรงค์ให้ผู้บริโภค “อ่านฉลาก อย่างฉลาด” นำร่องในตลาดและแหล่งชุมชน หวังติดอาวุธทางปัญญาให้ผู้บริโภค คัดกรองผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานด้วยตนเอง…

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 57 ณ บริเวณด้านหน้าตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการ อย. เปิดเผยต่อสื่อมวลชนภายหลังเป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถ Road Show เปิดตัวโครงการ Good Health Starts Here สุขภาพดีเริ่มต้นที่นี่…ที่ตัวคุณ ว่า จากการที่สำนักงาน อย. ดำเนินงานโครงการดังกล่าว ตามนโยบายสุขภาพดี เริ่มต้นที่นี่ (Good Health Starts Here) ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยยึดหลักแนวคิด “สุขภาพดีเริ่มต้นที่นี่…ที่ตัวคุณ” เพื่อเน้นให้ผู้บริโภคได้ตระหนักถึงความสำคัญของตัวเอง ซึ่งเป็นได้ทั้งต้นเหตุและสาเหตุของการมีสุขภาพที่ดี

ดังนั้น จึงได้มีการจัดกิจกรรม Road Show รณรงค์ให้ผู้บริโภค “อ่านฉลาก อย่างฉลาด” โดยจะนำขบวนรถ Mini truck จำนวน 5 คัน เดินสายให้ความรู้ผู้บริโภคในการจำแนกสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ อย. กำหนดบนฉลากผลิตภัณฑ์สุขภาพแต่ละประเภท ซึ่งสัญลักษณ์ของแต่ละผลิตภัณฑ์ มีความแตกต่างกัน ดังนี้ ฉลากอาหาร แสดงในรูปแบบเลขสารบบอาหาร 13 หลัก อยู่ในกรอบเครื่องหมาย อย., ฉลากยา ไม่มีเครื่องหมาย อย. บนฉลาก แต่จะต้องแสดง “เลขทะเบียนตำรับยา”, ฉลากเครื่องสำอาง ไม่มีเครื่องหมาย อย. บนฉลาก แต่ต้องแสดง “เลขที่ใบรับแจ้ง” เป็นเลข 10 หลัก และมีข้อความอันจำเป็นครบถ้วน สำหรับเครื่องมือแพทย์ ฉลากที่ต้องมีเครื่องหมาย อย. ได้แก่ คอนแทคเลนส์ ถุงยางอนามัย ถุงมือ

สำหรับการศัลยกรรม และชุดตรวจที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเอชไอวี ส่วนผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน ฉลากที่ต้องมีเครื่องหมาย อย. เช่น ผลิตภัณฑ์ กำจัดแมลง ผลิตภัณฑ์กำจัดหนู ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิวประเภทกรด-ด่าง ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่ใช้ในบ้านเรือน ผลิตภัณฑ์ลบคำผิด เป็นต้น ทั้งนี้ จะระบุข้อความประชาสัมพันธ์เหล่านี้ข้างรถ เพื่อให้ผู้บริโภคได้อ่านและเข้าใจการแสดงฉลากของผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยขบวนรถจะวิ่งประชาสัมพันธ์ พร้อมจัดกิจกรรมตามตลาดและแหล่งชุมชนต่างๆ ใน กทม. และปริมณฑลพร้อมกัน จึงขอเชิญชวนผู้บริโภคร่วมงาน

เลขาธิการ อย. กล่าวอีกว่า การจัดกิจกรรม Road Show สุขภาพดีเริ่มต้นที่นี่…ที่ตัวคุณ ครั้งนี้ นอกจากผู้บริโภคจะสามารถแยกแยะสัญลักษณ์บนฉลากผลิตภัณฑ์สุขภาพได้แล้ว อย.ยังหวังให้ผู้บริโภคไม่ถูกหลอกจากโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง หรือโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณรักษาสารพัดโรค เช่น หากพบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โฆษณาเชิงบำบัด รักษา หรือบรรเทาโรค แต่ไม่พบ “เลขทะเบียนตำรับยา” บนฉลาก พบแต่เลขสารบบอาหาร 13 หลัก ก็สามารถระบุได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นคือ อาหาร ไม่มีผลในการรักษาโรคแต่อย่างใด ซึ่ง อย.จะจัดโครงการดีๆ เพื่อผู้บริโภคต่อไป ขอให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นการดำเนินงานของ อย. ในการคุ้มครองความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค หากพบปัญหา หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ แจ้งได้ที่สายด่วน อย.1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 มีนาคม 2557, 12:48 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/410923

  • 19 มีนาคม 2557, 11:22 น.

Pic_410923

อธิบดีกรมการแพทย์ เผยโครงการรากฟันเทียมไทยเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ ให้บริการผู้ป่วยไปแล้ว 2,242 ราย ตั้งเป้าหมายจับมือกับหน่วยงานในสังกัด พัฒนาการบริการกลุ่มผู้ป่วยให้ครอบคลุมทั่วประเทศ…

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 57 ที่ศูนย์ประชุมอิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมวิชาการเครือข่ายรากฟันเทียมไทยเฉลิมพระเกียรติ ว่า กระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผลิตและให้บริการฝังรากฟันเทียมให้แก่ผู้ป่วย โดยสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ ดำเนินการพัฒนาระบบบริการรากฟันเทียม ในสถานบริการของกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างเครือข่ายบริการ พัฒนาคุณภาพบริการ ซึ่งขณะนี้โครงการมีหน่วยงานบริการกระจายอยู่ 77 จังหวัด โดยแบ่งเป็นหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 183 แห่ง คณะทันตแพทย์ในมหาวิทยาลัย 5 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม และโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งจากการดำเนินงานในปี 2555 ถึงปัจจุบัน ได้มีการฝึกอบรมทันตบุคลากรเพื่อให้มีความรู้และมีทักษะในการบริการผู้ป่วยไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 837 คน ประกอบด้วย ทันตแพทย์ จำนวน 579 คน และผู้ช่วยทันตแพทย์ จำนวน 258 คน นอกจากนี้ ได้มีการจัดส่งเครื่องมือให้หน่วยบริการไปแล้ว จำนวน 134 ชุด และจัดส่งชุดรากฟันเทียมไปแล้ว จำนวน 7,000 ชุด ที่ผ่านมาได้ให้บริการผู้ป่วยไปแล้วรวมทั้งสิ้น 2,242 ราย โดยโครงการฯ มีเป้าหมายให้บริการรากฟันเทียม 8,400 รายทั่วประเทศ แบ่งออกเป็นปี พ.ศ. 2555-2556 จำนวน 2,000 ราย ปี พ.ศ.2557 จำนวน 2,800 ราย และปี พ.ศ.2558 จำนวน 3,600 ราย

ด้านทันตแพทย์หญิงฉวีวรรณ ภักดีธนากุล ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการดำเนินงาน พบว่าการฝังรากฟันเทียมในผู้ป่วย จะเพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการนี้จะต้องมีคุณสมบัติ คือ ผู้ไม่มีฟันธรรมชาติเหลืออยู่เลยและใส่ฟันเทียมทั้งปากชนิดถอดได้ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือดที่ควบคุมไม่ได้ ไม่สูบบุหรี่จัด ไม่เคยได้รับการฉายรังสีรักษาบริเวณกระดูกขากรรไกรและลำคอ สามารถรับการรักษาและติดตามผลได้ตามนัดอย่างน้อย 6-7 ครั้ง และสำหรับผู้ที่ใส่รากฟันเทียมต้องดูแลตนเอง ดังนี้ แปรงฟันให้สะอาด ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน บางกรณีต้องใช้แปรงซอกฟัน หรือแปรงชนิดจุกเดี่ยว ก่อนนอนให้ถอดฟันเทียมแช่น้ำไว้ ไม่ควรใช้ไม้จิ้มฟันหรือเครื่องมือใดๆ แคะ หรืองัดที่รากฟันเทียม ไม่ควรกัดแทะอาหารกับรากฟันเทียมโดยตรง ที่สำคัญควรไปพบทันตแพทย์ตามนัดหมาย เพื่อตรวจเช็กสภาพและทำความสะอาดขูดหินปูนที่อาจเกิดสะสมอยู่บนรากฟันเทียม ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการรากฟันเทียมไทยเฉลิมพระเกียรติ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 0-2588-4005-8 ต่อ 1410,1413

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 มีนาคม 2557, 11:22 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/410843

  • 19 มีนาคม 2557, 08:32 น.

Pic_410843

ไฟที่โหมลุกไหม้บ่อขยะแพรกษา จ.สมุทรปราการ บนพื้นที่กว่า 150 ไร่ ยังไม่มีท่าทีจะดับลง และมีกลุ่มควันหนาแน่น พัดไกลไปตามกระแสลม ไกลกว่า 10 กิโลเมตร ส่งผลกระทบรุนแรงต่อประชาชนที่อาศัยในบริเวณนั้น

การตรวจด้วยเครื่องตรวจวัดความเข้มไอระเหยสารเคมี ของเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ พบกลุ่มควันที่สารพิษมากถึง 5 ชนิด  ในปริมาณที่สูงเกินค่ามาตรฐาน โดยสารที่พบประกอบไปด้วย คาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อสูดเข้าร่างกาย จะทำให้หายใจเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็ว หากได้รับปริมาณมาก จะมีผลกดสมอง มึนงง สับสน สารฟอร์มาดีไฮด์ ทำให้ระคายเคืองเนื้อเยื่อทางเดินหายใจในระยะยาว ทำให้เกิดโรคต่อถุงลมปอด สำหรับผลในระยะเฉียบพลัน คือ มีอาการแสบตา

คาร์บอนมอนออกไซด์ มีผลทำให้ออกซิเจนไม่สามารถรวมตัวกับเฮโมโกลบินในเลือดได้ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ทำให้ชีพจรเต้นถี่ แน่นหน้าอก และสารอินทรีย์ระเหยง่าย VOC ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งร้ายแรงชนิดหนึ่ง โดยสารพิษทั้งหมดหากได้รับในปริมาณเข้มข้นสูง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

กลุ่มเสี่ยง 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ซึ่งจัดเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิด และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่สัมผัสละอองควันไฟ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้

จากการลงพื้นที่ของทีมข่าวพบว่า มีประชาชนบริเวณโดยรอบบ่อขยะกว่า 200 คน อพยพออกนอกพื้นที่ไปยังศูนย์อพยพที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลแพรกษาได้จัดเตรียมไว้ ในขณะที่บางส่วนยังไม่ยอมอพยพออกมา เนื่องจากเป็นห่วงบ้านเรือนและทรัพย์สิน

โดยนายสาธิต เงินฉาย ชาวบ้าน ตำบลแพรกษา ซึ่งอาศัยอยู่ติดกับบ่อขยะที่เกิดเพลิงไหม้ กล่าวว่า เป็นห่วงบ้านและทรัพย์สิน กลัวไฟจะลุกลามมาไหม้บ้าน จึงขอนอนเฝ้าบ้านและทรัพย์สิน แต่ได้ให้ภรรยาและลูกสาววัย 9 ขวบ อพยพออกไปยังสถานที่อพยพที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลแพรกษาได้จัดเตรียมไว้ให้

จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงในบ่อขยะได้ และยังพบว่ามีกลุ่มควันซึ่งปนเปื้อน ด้วยสารพิษปกคลุมพื้นที่ 7 เขตของกรุงเทพมหานคร และหลายพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการ ประชาชนในบริเวณดังกล่าวควรใส่แว่นและหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นควันที่ส่งผลต่อสุขภาพหรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้.

<video_embed id=”id”>

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 19 มีนาคม 2557, 08:32 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/410705

  • 19 มีนาคม 2557, 08:00 น.

Pic_410705

โรงเรียนสุขศาสตร์และโรค เมืองร้อนลอนดอนของอังกฤษ ศึกษาพบว่า ผู้ที่ออกกำลังอย่างหนักหน่วง อาทิตย์หนึ่งรวมกันไม่ต่ำกว่า 2 ชม.ครึ่ง จะสามารถป้องกันไม่ให้เป็นหวัดได้ แต่การออกกำลังหนักเพียงปานกลาง จะไม่ได้ผลเท่า

การออกกำลังขนาดหนัก ได้แก่ การวิ่ง ขี่จักรยานอย่างเร็วและการเล่นแข่งรักบี้ จนเหงื่อท่วมหรือหายใจหอบ

คณะนักวิจัยกล่าวว่า การออกกำลังอย่างหนัก ส่อเค้าว่าจะป้องกันคนจำนวน 1,000 คน ให้ปลอดภัยจากหวัดได้สัก 100 คน

ดร.อัลมา แอดเลอร์ ได้บอกเตือนไว้ก่อนว่า อย่าเพิ่งวางใจนัก เพราะเป็นเพียงรายงานผลการศึกษาชั้นต้น แต่ก็มีรายงานผลการค้นพบแสดงให้เห็นคุณประโยชน์ของการออกกำลังที่มีต่อสุขภาพมาอย่างต่อเนื่องอยู่เหมือนกัน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 มีนาคม 2557, 08:00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/region/410878

  • 19 มีนาคม 2557, 07:51 น.

Pic_410878

ควันไฟบ่อขยะจากสมุทรปราการยังฟุ้ง รัศมีลามไกลเข้า กทม. กินพื้นที่หลายเขต โดยย่านถนนรามคำแหง เขตสะพานสูงถึงขั้นแสบตาและจมูกจากฝุ่นและกลิ่น…

สืบเนื่องจากกรณีเกิดไฟไหม้บ่อขยะเอกชน หมู่ 4 ซอยแพรกษา 8 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ควันฟุ้งกระจายสร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชนใกล้เคียง รวมทั้งพื้นที่กรุงเทพฯ บางส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมดับอย่างต่อเนื่อง แต่ไฟยังไม่ดับสนิท คุณภาพอากาศและกลิ่นเลวร้าย มีผู้ป่วยจำนวนมากนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 มี.ค. มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ยังคงระดมฉีดน้ำหล่อเลี้ยงบ่อขยะอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ส่วนควันยังมีพวยพุ่งออกมา

ขณะเดียวกันยังพบว่า ควันไฟจากบ่อขยะดังกล่าว ยังฟุ้งกระจายและส่งผลต่อสุขภาพประชาชนไปไกลรัศมีกินลึกพื้นที่กรุงเทพฯ ถึงเขตบางนา สะพานสูง บึงกุ่ม บางกะปิ และมีนบุรี โดยเฉพาะพื้นที่เขตบึงกุ่ม บริเวณชุมนุม ร้านค้า ศูนย์การค้า สถานพยาบาลและสถานศึกษา แนวถนนรามคำแหง ปรากฏว่า ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ปริมาณฝุ่นละอองในอากาศมากขึ้นจนมองเห็นได้ชัดเจน พร้อมกลิ่นเหม็น และฉุนคล้ายการเผาไหม้สารเคมีจนแสบตาและจมูก ก่อนสภาวะดังกล่าวจะคลี่คลายในช่วงกลางดึก แต่ปัญหาฝุ่นและกลิ่นจะกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกในช่วงเช้ามืดวันที่ 19 มี.ค. โดยยังไม่มีหน่วยงานเกี่ยวข้องด้านสาธารณสุขเข้ามาแจ้งข้อมูลหรือวิธีการป้องกันแก่ประชาชนแต่อย่างใด

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 มีนาคม 2557, 07:51 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/410774

  • 19 มีนาคม 2557, 06:30 น.

Pic_410774

จากกรณีเพลิงไหม้บริเวณบ่อขยะจากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้บ่อขยะขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ ตั้งอยู่ภายในซอยแพรกษา 8 นิคมอุตสาหกรรมบางปู หมู่ 4 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 57 ทำให้เกิดข้อกังวลถึงมลพิษที่อาจเกิดขึ้นที่เกิดจากขยะที่ทับถมกันสูงหลายเมตร และถูกสั่งปิดมานานหลายปี โดยเฉพาะ “สารพิษ” และ “กลุ่มเสี่ยง” ตามคำเตือนของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว…

ตามที่ “ไทยรัฐออนไลน์” ได้ขอคำแนะนำเพิ่มเติมไปยังกรมควบคุมโรคถึงข้อควรระมัดระวัง “4 สารพิษจากบ่อขยะ” ที่จะมาพร้อมกับเปลวควันจำนวนมหาศาล หากประชาชน ชาวบ้านตาดำๆ ยังอาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าว รวมถึง สุนัข แมว นก สัตว์เลี้ยงต่างๆ  อาจได้รับสารพิษ ดังต่อไปนี้


1. คาร์บอนไดออกไซด์
 เมื่อสูดเข้าร่างกายจะทำให้หายใจเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็ว หากได้รับปริมาณมาก จะมีผลกดสมอง มึนงง สับสน อาจหมดสติ เสียชีวิตได้

2. สารฟอร์มาดีไฮด์ ทำให้ระคายเคืองเนื้อเยื่อทางเดินหายใจ ในระยะยาวทำให้เกิดโรคต่อถุงลมปอด ส่วนพิษในระยะเฉียบพลันคือแสบตา ระคายเคืองทางเดินหายใจ แน่นหน้าอก หายใจหอบ หากสูดดมไอระเหยเข้มข้นสูงมากตั้งแต่ 100 พีพีเอ็ม อาจทำให้เสียชีวิตได้

3. คาร์บอนมอนออกไซด์ มีผลทำให้ “ออกซิเจน” ไม่สามารถรวมตัวกับ “เฮโมโกบิน” ในเลือดได้ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้อาเจียน ถึงขั้นหมดสติและเสียชีวิตได้

4. สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ทำให้ชีพจรเต้นถี่ แน่นหน้าอก หากได้รับในปริมาณเข้มข้นสูง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มอ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยโรคหอบหืด ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด และผู้สูงอายุ

นอกจากจะเรียนรู้ถึงสารพิษที่มาพร้อมกับมลพิษกองขยะแล้ว เรายังพบว่า มี “4 กลุ่มเสี่ยง” ที่จะเสี่ยงอันตรายได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่นมากกว่าปกติ โดยบุคคลที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ!!!

1. เด็กเล็ก เป็นกลุ่มที่ระบบทางเดินหายใจยังเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ อาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยง่ายกว่าผู้ใหญ่

2. ผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มต่อมาที่ระบบต่างๆ ของร่างกาย ไม่สามารถทำงานได้ปกติ เช่น คนหนุ่มสาว เพราะมีความเสื่อมสภาพลงในทุกระบบตามการเวลา เมื่อเกิดการติดเชื้อ หรือระคายเคืองจากสารพิษ ย่อมเกิดอาการที่รุนแรงได้ไม่แพ้กัน

3. หญิงตั้งครรภ์ ไม่ต้องสงสัยที่จะระมัดระวังสุขภาพเป็นพิเศษอยู่แล้ว เพื่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ที่แข็งแรงและเป็นปกติ นั่นคือการเริ่มต้นดูแลร่างกายตนเอง เมื่อเจอมลพิษในปริมาณสูง ย่อมส่งผลอันตรายกับสุขภาพหญิงตั้งครรภ์และทารกได้ง่ายขึ้นแน่นอน

4. ผู้ป่วยโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ เป็นกลุ่มของบุคคลที่สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงเป็นปกติ โรคประจำตัวดังกล่าวเมื่อได้รับการกระตุ้นของเชื้อโรค สามารถทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนของโรคตามมา และอาจส่งผลต่ออาการที่รุนแรงตามมาได้

นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคร่วมกับกรมอนามัย ได้ออกคำเตือนเพิ่มเติม โดยจัดทำมาตรฐานทางวิชาการในการประเมินและเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพประชาชน โดยแยกตามกลุ่มเสี่ยง 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ซึ่งจัดเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิด และกลุ่มประชาชนทั่วไป ที่สัมผัสละอองควันไฟ และมีความเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ ในเบื้องต้นได้วางแผนขึ้นทะเบียนผู้สัมผัสทั้งหมดเพื่อติดตามในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ควรจำกัดการอยู่นอกอาคารบ้านพัก ผู้ที่เจ็บป่วยหากมีอาการไอ หายใจลำบาก แน่นหรือเจ็บหน้าอก หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ คลื่นไส้ เหนื่อยง่ายกว่าปกติ หรือปวดมึนศีรษะ ขอให้พบแพทย์ ควรเตรียมหน้ากากอนามัยไว้ให้พร้อมต่อการใช้งานหากเกิดภาวะฉุกเฉิน

สิ่งที่สำคัญสำหรับประชาชนในบริเวณดังกล่าว คือ การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และระวังสังเกตอาการของตนเอง และคนในครอบครัว สวมหน้ากากอนามัย หรือออกจากพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว น่าจะปลอดภัยสูงสุดแล้ว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 มีนาคม 2557, 06:30 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/410505

  • 17 มีนาคม 2557, 20:00 น. 

Pic_410505

รัฐบาลพม่าเบรก ‘สมาคมจิตพรรณ’ ขุดสถูปพระเจ้าอุทุมพรแล้ว พร้อมส่งกรมโบราณคดีดูแลแทน ขณะที่กรมศิลป์ ส่ง ผชช.ภาษาพม่าขอคัดลอกหนังสือบุด ที่เก็บไว้ในหอสมุดอังกฤษ มาศึกษาข้อมูลเชิงลึก…

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.57 นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงกรณีการขุุดค้นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สถูปบรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 (สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร) กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ณ สุสานลินซินกง เมืองอมรปุระ ประเทศเมียนมาร์ ว่าได้รับรายงานจากคณะทำงานกรมศิลปากร ว่า ขณะนี้คณะกรรมการพัฒนาเมืองมัณฑะเลย์ ได้สั่งระงับโครงการขุดค้นสถูปพระเจ้าอุทุมพร รวมถึงโครงการอนุสรณ์สถานมหาเถระพระเจ้าอุทุมพร ณ สุลานลินซินกง ซึ่งดำเนินการโดยสมาคมจิตรพรรณทีี่ได้จดทะเบียนเป็นสมาคมมิตรภาพไทย-สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์แล้ว

ทั้งนี้ กรมศิลปากร ได้นำคณะทำงาน รวมถึงสื่อมวลชน เข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสมาคมจิตรพรรณ พบว่า หลักฐานที่ค้นพบที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นสถูป และพระบรมอัฐิของพระเจ้าอุทุมพรจริง จึงควรจะมีการศึกษาและพิสูจน์ให้แน่ชัดเสียก่อน โดยอ้างอิงหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ซึ่งจะมีการศึกษาตามหลักวิชาการร่วมกันระหว่างกรมศิลปากร และกรมโบราณคดีฯ ของเมียนมาร์

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการพัฒนาเมืองมัณฑะเลย์ ยังระบุว่า ทางสมาคมจิตรพรรณ ไม่เคยส่งหลักฐานที่เฉพาะเจาะจง หรือ ปรึกษาหน่วยงานที่รับผิดชอบของเมียนมาร์ ดังนั้น รัฐบาลภูมิภาคมัณฑะเลย์ และกรมโบราณคดีฯ กระทรวงวัฒนธรรมเมียนมาร์ จะเข้าดำเนินการในโครงการดังกล่าวต่อไปแทน และสั่งระงับการดำเนินงานของสมาคมจิตรพรรณ ทั้งนี้ ในส่วนกรมศิลปากร จะมีการจัดส่งคณะทำงาน ร่วมศึกษาหลักฐานคนไทยในเมียนมาร์ เพื่อให้ได้ข้อมูลในเชิงลึก รวมทั้ง ส่งผู้เชี่ยวชาญภาษาพม่าจากประเทศไทย ไปแปล หนังสือ “พาราไบก์ (parabike)” หรือหนังสือบุดของพม่า ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญให้ชัดเจนอีกรอบ ซึ่งขณะนี้หนังสือบุดถูกเก็บไว้ที่หอสมุดแห่งชาติประเทศอังกฤษ (British Library) ดังนั้น กรมศิลปากรจะประสานงานขอคัดลอกหนังสือดังกล่าวมาศึกษาอย่างละเอียดต่อไป

นอกจากนี้ มีรายงานข่าวจาก สำนักข่าวอิระวดี ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งได้มีคำสัมภาษณ์ของนายมิคกี้ ฮาร์ท นักประวัติศาสตร์ไทย และทีมงานผู้ขุดค้นสถูปพระเจ้าอุทุมพร ว่า ทีมงานได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการพัฒนาเมืองมัณฑะเลย์ ให้ยกเลิกโครงการที่อยู่โดยรอบพื้นที่การขุดค้นสุสานพระเจ้าอุทุมพร โดยหนังสือดังกล่าวให้ล้มเลิกการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่เมืองอมรปุระ ได้แจ้งว่า จะต้องยกเลิกการขุดค้นด้วย ดังนั้น เป็นไปได้ว่าอาจจะไม่สามารถดำเนินโครงการดังกล่าวต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม นายฮาร์ท และทางทีมงาน จะพยายามหาหนทางที่จะรักษาบทบาทโครงการนี้ให้อยู่ต่อไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 17 มีนาคม 2557, 20:00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/410495

  • 17 มีนาคม 2557, 19:25 น.

Pic_410495

กรมศาสนาหนุนตั้งศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์อยู่ทั่วประเทศ 4, 100 แห่ง สนับสนุนความรู้ให้คนไทยอ่านออก-เขียนได้เพิ่ม…

นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กล่าวว่า ศน.ได้รวบรวมข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เกี่ยวกับการสำรวจการรู้หนังสือและความต้องการทางการศึกษาของประชากรไทยและเยาวชนอายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่ามีคนไทยที่ไม่รู้หนังสือทั้งเด็กเยาวชน วัยรุ่น ผู้ใหญ่ รวมถึงผู้สูงอายุมีจำนวนกว่า 5 แสนคน จากปัญหาดังกล่าวจึงเห็นว่าในปัจจุบัน ศน.มีศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) อยู่ทั่วประเทศ ประมาณ 4,100 แห่ง ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับสอนและเติมเต็มความรู้ให้คนอ่านออก เขียนได้เพิ่มมากขึ้น พร้อมๆ ไปกับการเรียนรู้วิชาพระพุทธศาสนาตามหลักสูตรธรรมศึกษาชั้นตรี ชั้นโท และชั้นเอก ตลอดจนวิชาเสริมที่สอดคล้องเหมาะสมกับผู้เรียน เช่น วิชานาฏศิลป์ ดนตรี คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาไทย การงานพื้นฐานอาชีพที่สอดคล้องกับชุมชนนั้นๆ

ขณะนี้ได้มีการเปิดสอนในวัดทุกวันหยุดเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้ควบคู่กับคุณธรรม ที่สำคัญส่งเสริมให้ประชาชนผู้ไม่รู้หนังสือได้อ่านออกเขียนได้ นอกจากการจัดการเรียนการสอนตามปกติของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ในปีนี้ ศน.สั่งยกระดับบทบาทของศูนย์ ศพอ. ใหม่ โดยเพิ่ม 2 บทบาท ได้แก่ 1.จัดให้มีกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อการอ่านออก เขียนได้ รองรับกลุ่มผู้ไม่รู้หนังสือ และ 2.ให้บูรณาการความรู้ในมิติศาสนากับความรู้พื้นฐานต่อการดำรงชีวิตโดยน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้พัฒนาเยาวชนและเน้นให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลานได้เรียน

โดยให้ ศพอ. จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ถ่ายทอดภูมิปัญญาเสริมรายได้ มีการบรรยายธรรมหรือจัดเทศนาธรรม เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้เรียนและผู้ปกครองทั้งครอบครัว มีความเพียรความอดทน มีคุณธรรมจริยธรรมตามหลักธรรมของศาสนา ตลอดจนเรียนรู้วิถีพอเพียง รู้จักพึ่งพาตนเองได้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 17 มีนาคม 2557, 19:25 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/410400

  • 17 มีนาคม 2557, 10:55 น.

Pic_410400

สถานทูตอินเดียประจำประเทศไทยจัดงาน ‘วัชรยานบูชา’ ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช พร้อมเชิญชวนประชาชนเข้าชมพุทธมณฑลทราย และเครื่องบูชาสักการะเนย ขณะวันที่ 19 มี.ค.57 เตรียมทำพิธีการรำบูชาวัชรยานถวายพระศพ 3 ชุด…

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.57 สถานทูตอินเดียประจำประเทศไทย คณะพระลามะ นิกายวัชรยานจากอินเดีย ร่วมกับวัดบวรนิเวศวิหารจัดงานวัชรยานบูชา ซึ่งเป็นการบำเพ็ญกุศลพระศพทางพระพุทธศาสนานิกายวัชรยาน เพื่อน้อมถวายสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ด้านหน้าพระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร เริ่มพิธีการสร้าง “พุทธมณฑลทราย” (Sand Mandala) และการปั้น “เครื่องบูชาสักการะเนย” (Butter Sculpture) ทั้งนี้ เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ตลอดทั้งวันจนถึงวันที่ 25 มี.ค.57 จึงจะทำพิธีลบพุทธมณฑลทราย

ส่วนกิจกรรมช่วงเย็นวันที่ 19 มี.ค.57 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. จะมีพิธีอัญเชิญเครื่องสักการะเนยไปประดิษฐานหน้าพระโกศสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ภายในตำหนักเพ็ชร จากนั้นเวลา 19.00 น. เริ่มสวดแบบวัชรยาน โดยพระลามะ 10 รูป เริ่มสวดมนต์อัญเชิญพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ พร้อมพระโพธิสัตว์ (Nyensen: Invocation of Enlightened Forces) และสวดภาวนาน้อมถวายพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (Offering and supplication to the Supreme Patriarch) จากนั้นเวลา 19.50 น. จะเริ่มพิธีการรำบูชาวัชรยานถวายพระศพ 3 ชุด ที่ลานด้านหน้าตำหนักเพ็ชร ดังนี้

ชุดที่ 1 การรำบูชาเพื่อเปิดมณฑลพิธีบวงสรวงตามแนวพิธีวัชรยาน KhadroGarcham หรือรำบูชาของเทวทูตจากสรวงสวรรค์ (Dance of Celestial Travellers)
ชุดที่ 2 การรำบูชาขจัดความหลง และก่อให้เกิดปัญญาในอนิจจธรรม Lang Dang Phag-cham หรือรำบูชาของเทพดาวัวและหมู (Ox and Boars dance with masks)
ชุดที่ 3 การรำเพื่อบูชาแจ้งอนิจจธรรม Durdak Garcham หรือรำบูชาธรรมบาลแห่งยมโลก (Dance of the Skeleton Lords)

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 17 มีนาคม 2557, 10:55 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/410334

  • 17 มีนาคม 2557, 05:45 น.

Pic_410334

นายเขมชาติ เทพไชย ผอ.สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กล่าวว่า จากที่ตนได้พาคณะศิลปินไทยเข้าร่วมงานแสดงนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติแห่งเอเชีย ครั้งที่ 28 ที่ประเทศไต้หวัน พบว่า กลุ่มสมาชิกทั้งที่เป็นประเทศและเมืองสำคัญ ได้แก่ อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, มองโกเลีย, ออสเตรเลีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, เกาหลี, เวียดนาม, จีน, ฮ่องกง, มาเก๊า และไทย ส่งผลงานมาจัดแสดงนิทรรศการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก แสดงถึงความร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาวงการศิลปะร่วมสมัย ทั้งได้ส่งศิลปินมาแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันด้วย ซึ่งในส่วนของ สศร.ได้หารือกับสถาบันด้านศิลปะร่วมสมัยในไต้หวันจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นักวิชาการ การเรียนการสอนศิลปะร่วมสมัยด้วย ทั้งนี้ตนคิดว่าการจัดนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติแห่งเอเชีย จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ประเทศ ซึ่งจะนำมาเป็นต้นแบบในการส่งเสริมสร้างสรรค์เมืองศิลปะในประเทศไทยให้มีเมืองด้านศิลปะเพิ่มขึ้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการศึกษา
  • 17 มีนาคม 2557, 05:45 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/409420

  • 12 มีนาคม 2557, 15:45 น.

Pic_409420

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองหน้าด่าน 32 แห่ง รองรับเปิดอาเซียน พร้อมเผย 3 แนวทางระยะสั้น ศึกษาผลกระทบต่อชุมนุม ทำเวทีประชาพิจารณ์ และจัดกิจกรรมนำร่อง…

นายปรีชา กันธิยะ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ( วธ.) กล่าวว่า จากการที่ วธ. ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเมืองหน้าด่านวัฒนธรรม เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของประชาคมอาเซียนในส่วนของเสาหลักด้านสังคมและวัฒนธรรม เพืิ่อรองรับการหลั่งไหลของประชากรประเทศอาเซียนที่มีความแตกต่างและความหลาก หลายทางวัฒนธรรม โดย วธ. มีนโยบายพัฒนาเมืองหน้าด่านทั้ง 32 ด่านทั่วประเทศ เบื้องต้นมอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจัดกิจกรรมนำร่อง 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ตาก สระแก้ว และสงขลา ด้วยการจัดสรรงบประมาณให้จังหวัดละ 1 ล้านบาท รวม 4 ล้านบาท

ปลัด วธ. กล่าวต่อว่า ในระยะเริ่มแรก วธ. มีแนวทางยุทธศาสตร์การดำเนินงาน 3 แนวทาง 1. ศึกษาวิจัยผลกระทบทางด้านชุมชนและวัฒนธรรมในการพัฒนาเมืองหน้าด่านวัฒนธรรม โดยจะขอความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่นดำเนินการ 2. จัดทำประชาพิจารณ์หรือจัดเวทีประชาคมวัฒนธรรม เพื่อให้ทราบถึงความต้องการของชุมชน และข้อเสนอแนะในการดำเนินกิจกรรมตามโครงการเมืองหน้าด่านวัฒนธรรม 3. การจัดกิจกรรมนำร่องด้านศิลปวัฒนธรรม การประชุมสัมมนาทางวิชาการ การประชุมเชิงปฏิบัติการในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดให้บุคลากรศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่นและประเทศพม่าที่เป็นเมืองต้นแบบในการบริหารจัดการเมืองหน้าด่านวัฒนธรรมในต่างประเทศ

“ส่วนโครงการระยะยาว ซึ่งมีความสอดคล้องกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมใน 3 เสาหลัก ได้แก่ 1.ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เนื่องจากเมืองหน้าด่านเปรียบเสมือนประตูต้อนรับแขก ทำให้เกิดสังคมต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ วธ. จะต้องเข้าไปจัดกิจกรรมอย่างไรให้เป็นสังคมวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม 2. ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน ทำแผนงานแก้ปัญหาต่างๆ ในอนาคต ทั้งความขัดแย้ง หรือภัยข้ามชาติในรูปแบบต่างๆ และ 3.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ตรงตามยุทธศาสตร์หลักของ วธ.ในการสร้างรายได้โดยใช้เมืองหน้าด่านเป็นช่องทาง อาทิ การจัดกิจกรรมนำเสนอสินค้าโอทอปวัฒนธรรม เพื่อเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ของไทยให้ชาวต่างชาติรับรู้ถึงความเป็นมา หรือภูมิหลังทางวัฒนธรรมที่เป็นของแท้ดั้งเดิม เป็นต้น” นายปรีชา กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 12 มีนาคม 2557, 15:45 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/edu/409244

  • 12 มีนาคม 2557, 00:09 น.

Pic_409244

คนแห่ขอเลขเด็ด “พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์” ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก นำมาจัดแสดงให้สักการะ ชาวบ้านเมืองปทุมเผย เล็งเลขทะเบียนโบราณวัตถุ หวังรวยเสี่ยงโชคงวดหน้า กรมศิลป์เผยจัดแสดงถึงสงกรานต์ พร้อมเปิดให้เข้าชมคลังพิพิธภัณฑ์เก็บโบราณวัตถุครั้งแรก เตรียมหารือ ขสมก. จัดรถบริการประชาชน…

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมศิลปากรเปิดนิทรรศการ “พุทธประติมา : สัญลักษณ์แห่งความเชื่อ ความศรัทธาในสังคมกลุ่มชาติพันธุ์ตระกูลไท” เพื่อให้ประชาชนสักการะพระพุทธรูปโบราณ 9 องค์ ที่เก็บรักษาอยู่ที่คลังศูนย์ข้อมูลโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ (คลังกลาง) ณ บริเวณโถงกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก เป็นวันแรก โดยมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ เดินทางมาเฝ้ารอสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ ซึ่งประตูพิพิธภัณฑ์ยังไม่เปิด และจากการสอบถามพบว่า หลายคนเดินทางมาจากต่างจังหวัด

นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรได้จัดแสดงพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่อัญเชิญมาจากภายในคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก จำนวน 9 องค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปไม้ศิลปะพื้นถิ่นไทลาว พม่า ล้านนา ภาคเหนือ และรัตนโกสินทร์ เพื่อให้ประชาชนสักการะ โดยเพียงวันแรกก็พบว่า มีผู้ให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม ถึงขนาดเหมารถแท็กซี่มากันทั้งครอบครัว จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้ประชาชน ได้มีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และยังจะได้ศึกษาเรียนรู้ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับชาติพันธุ์ของโบราณ วัตถุชิ้นต่างๆ

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อไปว่า กรมศิลปากรได้กำหนดระเบียบวิธีปฏิบัติในการสักการะพระพุทธรูปทั้ง 9 องค์ เนื่องจากได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุที่สำคัญของชาติไว้แล้ว โดยประชาชนที่มาสักการะจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ให้เจ้าหน้าที่บันทึกหมายเลขบัตร เพื่อจดสถิติผู้เข้าชม และยังเป็นวิธีรักษาความปลอดภัยกับโบราณวัตถุ ขณะเดียวกัน ทางพิพิธภัณฑ์ได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบบริเวณพื้นที่จัดแสดง และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลอย่างเข้มงวด ที่สำคัญให้นำเพียงพวงมาลัยมาสักการะเท่านั้น ห้ามจุดธูปเทียน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุกับโบราณวัตถุและคลังพิพิธภัณฑ์

อกจากนี้ ตนได้สั่งการให้เปิดพื้นที่บางส่วนของคลังพิพิธภัณฑ์ ให้ประชาชนเข้าชมโบราณวัตถุผ่านกระจก ในส่วนบริเวณด้านนอกห้องเป็นครั้งแรกอีกด้วย ทั้งนี้ได้กำหนดการจัดแสดงนิทรรศการพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ จนถึงช่วงสงกรานต์ ขณะเดียวกันจะมีการพิจารณาจำนวนผู้เข้าชม ซึ่งหากมีจำนวนมาก ก็จะขยายเวลาออกไปอีกพร้อมกันนี้ จะมีการหมุนเวียนโบราณวัตถุที่เก็บภายในคลังกลางของพิพิธภัณฑ์ มาจัดแสดงให้ประชาชนได้ชมอย่างต่อเนื่อง

“เนื่องจากมีประชาชนโทรศัพท์มาสอบถามเข้ามาที่กรมศิลปากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเรียกร้องขอให้ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ผมจึงมีแนวคิดที่จะประสานงานกับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อขอให้มีการอำนวยความสะดวกขนส่งประชาชนมาสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ โดยมีต้นทางจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มายังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก คลองห้า ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ โดยหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบทันที” นายเอนก กล่าว

ด้านนายธีรศักดิ์ อิ่มประยูรณ์ อายุ 60 ปี ชาวบ้านใน ต.คลองสาม จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ตนเห็นข่าวจากโทรทัศน์ ก็ตั้งใจมากราบพระศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะพระพุทธรูปศิลปะพม่าที่ทำจากไม้ และให้โชคกับผู้มากราบไหว้ไปหลายรายแล้ว ก็อยากจะได้รับโชคกับเค้าบ้าง โดยครั้งนี้ได้ขอพรให้ถูกหวย มีโชคมีลาภ โดยดูจากหมายเลขทะเบียนโบราณวัตถุ รวมทั้งขอให้อยู่เย็นเป็นสุข และคิดว่าจะหาโอกาสพาครอบครัวมาสักการะอีกครั้ง

ส่วนนางบุณรดา แสนมาตย์ ชาวบ้านใน จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ได้อ่านข่าวจากในหนังสือพิมพ์ จึงทราบว่า พระพุทธรูปมีความศักดิ์สิทธิ์มาก จึงเกิดความศรัทธา และตั้งใจมากราบขอพรพระพุทธรูปทั้ง 9 องค์ เพื่อขอเลขเด็ด ขอโชคให้ถูกรางวัล ได้เงินก้อนหนึ่งไปใช้จัดงานบวชให้ลูกชาย และขอให้การดำเนินงานราบรื่น ไร้อุปสรรค.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 12 มีนาคม 2557, 00:09 น.


  • Arlene: I was thinking about if you have a linkedin page. Cheers for the astonishing blog post.
  • Lou: Heya, this really is such an incredible topic to learn about.
  • Anti Aging: What's up, just wanted to mention, I enjoyed this article. It was funny. Keep on posting!

หมวดหมู่