ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ดัชนีเศรษฐกิจ 07/08/58 สิงหาคม 12, 2015

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/516654

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ส.ค. 2558 05:01

 

 

 

ลุ้นเด้งคืน!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/516663

โดย อินเด็กซ์ 51 7 ส.ค. 2558 05:01

 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 6 ส.ค.58 ปิดที่ 1,430.58 จุด ลดลง 5.78 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 30,448.56 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 1,394.75 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด ADVANC ปิด 240 บาท ลบ 4 บาท, PK ปิด 7.05 บาท บวก 1.25 บาท, PTT ปิด 316 บาท ลบ 3 บาท, AJD ปิด 1.28 บาท บวก 0.18 บาท และ ASEFA ปิด 5.40 บาท ลบ 0.55 บาท

บล.เคทีซีมิโก้ คาดหุ้นไทยรีบาวด์ทางเทคนิค มีประเด็นผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยประกาศออกมา ซึ่งจะมีผลต่อหุ้นรายตัว ขณะที่ต่างชาติที่ยังเดินหน้าขายหุ้นไทยกดดันตลาด ท่ามกลางความกังวลธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จ่อปรับขึ้นดอกเบี้ยและการปรับลดคาดการณ์การโตของเศรษฐกิจไทย แนะกลยุทธ์ระยะสั้นขึ้นขาย-ลงซื้อ ด้านเทคนิคให้แนวรับ 1,420-1,400 จุด แนวต้าน 1,442-1,460 จุด

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน คาดหุ้นไทยแกว่งแดนลบ ให้แนวรับ 1,420 ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,440 จุด จากราคาน้ำมันที่ลงต่อเนื่อง และความกังวลเฟดเตรียมขึ้นดอกเบี้ยหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาแข็งแกร่ง แนะเลือกลงทุนหุ้นรายตัว ที่ผลประกอบการโดดเด่น เช่น NUSA ให้ราคาเป้าหมาย 1.30 บาท, EFORL เป้า 2 บาท, SVI เป้า 5.40 บาท, PTTGC เป้าหมาย 76 บาท

“ชเนศวร์ แสงอารยะกุล” เอ็มดี PYLON ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก (เสาเข็มเจาะ) ระดับแนวหน้าของประเทศ เผยหลัง PYLON ย้ายเข้าซื้อขายในตลาดใหญ่ (SET) ว่าเพื่อเปิดโอกาสให้กองทุนเข้ามาลงทุนใน PYLON ได้มากขึ้น ที่ผ่านมามีหลายกองทุนสนใจเข้าลงทุน

มองภาพรวมธุรกิจปี 58 คงเป้ากำไรโต 15-20% จากปี 57 ปัจจุบันมี Backlog 900 ล้านบาทจะทยอยรับรู้รายได้เกือบทั้งหมดปีนี้ นอกจากนี้ยังได้ยื่นประมูลงานใหม่เพิ่มอีก 1,000 ล้านบาทคาดจะได้งานราว 30%

“ภาพรวมอุตสาหกรรมงานฐานรากปี 58 มีแนวโน้มโตดีจากการขับเคลื่อนโครงการภาครัฐ รถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งเริ่มสร้างไตรมาส 3 และรถไฟฟ้าอีก 3 สาย คาดว่าจะเปิดประมูลครึ่งปีหลัง รวมถึงส่วนต่อขยายสุวรรณภูมิ และมอเตอร์เวย์สายต่างๆ รวมทั้งงานรถไฟรางคู่ที่จะทยอยออกมา และงานภาคเอกชน ซึ่งจะหนุนรายได้ปี 58 โตต่อเนื่องถึงปี 59 ซึ่งจะเป็นปีที่อุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ”

ปิดท้าย “สันติ กีระนันทน์” รองผู้จัดการตลาดหุ้น เผยมี 145 บจ.ร่วมนำเสนอข้อมูลในกิจกรรม Opportunity Day ไตรมาส 2 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มีมาร์เก็ตแคปรวมกว่า 5 ล้านล้านบาท เริ่ม 10 ส.ค.- 17 ก.ย.นี้ ชวนผู้ลงทุนติดตามกิจกรรม Opp Day ใน SET App ซึ่งเป็นศูนย์รวมข้อมูลเพื่อการลงทุน!!

อินเด็กซ์ 51

 

 

คนไทยฝืดร้านอาหารเหงื่อตก ครึ่งปีแรกรายได้หายวูบ 40%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/516666

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ส.ค. 2558 05:01

 

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ธุรกิจร้านอาหารครึ่งปีแรกมีรายได้ลดลง 30-40% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจมีผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคคนไทยมาก โดยเฉลี่ยลดลงจาก 300 บาทต่อมื้อ เหลือ 150-200 บาทต่อมื้อ ขณะที่จำนวนครั้งในการรับประทานอาหารนอกบ้านเหลือ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ จากที่เคยมากถึง 4 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงวันธรรมดา เพราะคนลดการสังสรรค์ช่วงเย็นหลังเลิกงานลง ส่วนการรับประทานอาหารกับครอบครัวช่วงสุดสัปดาห์ก็ลดลงเหลือ 2 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น

ดังนั้น ในช่วงครึ่งปีหลังสถานการณ์อาจยังไม่ดีขึ้น ดูจากการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันยังไม่ดีขึ้น เพราะมีปัจจัยภายนอกอย่างเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบด้วย ดังนั้น สมาคมฯ จึงได้รับการเรียกร้องจากสมาชิกร้านอาหารกว่า 30,000 ราย ทั่วประเทศมากขึ้น ให้ช่วยปรับกลยุทธ์ 2 เรื่องหลัก โดยเรื่องแรก เพิ่มทักษะภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาในช่วงหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพิ่มขึ้น, เรื่องสอง เน้นเพิ่มช่องทางการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลเน็ตเวิร์ก) เพื่อให้เข้าถึงตลาดอาเซียนมากขึ้น

นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า แม้สถานการณ์ครึ่งปีหลัง การท่องเที่ยวจะมีแนวโน้มเติบโตในเชิงปริมาณนักท่องเที่ยวที่ดี นำโดยตลาดจีนที่มีการเติบโตในช่วง 6 เดือนแรกถึง 111.64% เป็น 4 ล้านคน ทำให้ปีนี้โรงแรมไม่มีช่วงโลว์ซีซัน เพราะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงราว 70-80% ในแหล่งท่องเที่ยวหลัก ขณะที่อัตราเข้าพักเฉลี่ยนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเติบโต 15-20% แต่ปัญหาอยู่ที่ราคาห้องพักเฉลี่ยลดลง 10% และตลอดปีนี้ยังคงมีแนวโน้มดังกล่าวต่อเนื่อง ประกอบกับเจอปัญหามีห้องพักที่ไม่ดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายทยอยเข้าสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้นด้วย.

 

 

การบินไทย ยกเลิกเที่ยวบินไป-กลับ เดนปาซาร์ เหตุภูเขาไฟราอุงปะทุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/516622

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ส.ค. 2558 18:55

 

การบินไทย แจ้ง ยกเลิกเที่ยวบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เดนปาซาร์ จากเหตุปะทุของภูเขาไฟราอุง บนเกาะชวา ส่งผลให้เกิดเขม่าควันฟุ้งกระจายเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเปิดบริการ 7 ส.ค. ตามปกติ …

วันที่ 6 สิงหาคม 2558 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งยกเลิก เที่ยวบินกรุงเทพฯ-เดนปาซาร์ เกาะบาหลี เนื่องจาก การปะทุของภูเขาไฟ ราอุง บนเกาะชวา ส่งผลให้เกิดเขม่าควันฟุ้งกระจายเป็นจำนวนมากปกคลุมน่านฟ้า จนเป็นเหตุให้ท่าอากาศยานเดนปาซาร์ บนเกาะบาหลี ต้องประกาศปิดสนามบิน และให้ทุกสายการบิน งดทำการบินผ่านและขึ้นลง เพื่อความปลอดภัยในการทำการบิน ในวันที่ 6 สิงหาคม 2558 โดยประกาศปิดจนถึงเวลา 12.00-18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินของบริษัทฯ ทำให้บริษัทฯ มีความจำเป็น ต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินทีจี 431 เส้นทางกรุงเทพฯ-เดนปาซาร์ และเที่ยวบินทีจี 432 เส้นทางเดนปาซาร์-กรุงเทพฯ ของวันที่ 6 สิงหาคม 2558 ทั้งนี้ ท่าอากาศยานเดนปาซาร์ จะประกาศเปิดให้บริการในวันที่ 7 สิงหาคม 2558 และบริษัทฯ จะทำการบินในเส้นทางไป-กลับกรุงเทพฯ-เดนปาซาร์ ตามปกติ

โดยทาง บริษัทฯ ทำการบินไป-กลับ ในเส้นทางกรุงเทพฯ-เดนปาซาร์ เกาะบาหลี ทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน โดยมีเที่ยวบินไป ทีจี 431 ออกจาก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 09.20 น. ถึงท่าอากาศยานเดนปาซาร์ เวลา 14.40 น. (เวลาท้องถิ่น) และเที่ยวกลับ ทีจี 432 ออกจากท่าอากาศยานเดนปาซาร์ เวลา 16.05 น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 19.15 น.

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอความกรุณาผู้โดยสารที่จะเดินทางในเที่ยวบินตามประกาศของบริษัทฯ ให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หรือตรวจสอบตารางการบินได้ที่เว็บไซต์ http://www.thaiairways.com หรือ THAI Contact Center โทร. 0 2356 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

หุ้นไทยปิดตลาดติดลบ 5.78 จุด ที่ระดับ 1,430.58 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/516608

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ส.ค. 2558 17:20

 

หุ้นไทยวันที่ 6 ส.ค.2558 ปิดตลาดติดลบ 5.78 จุด ที่ระดับ 1,430.58 จุด มูลค่าซื้อขาย 30,448.56 ล้านบาท…

วันที่ 6 ส.ค. 58 มีรายงานว่า ดัชนีหุ้นไทยปิดการซื้อขายติดลบ 5.78 จุด ที่ระดับ 1,430.58 จุด หรือคิดเป็น 0.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 30,448.56 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน).

 

 

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ค. ต่ำสุดรอบ 14 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/516573

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ส.ค. 2558 15:50

 

ม.หอการค้าไทย เผย ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกรายการลดลงเป็นเดือนที่ 7 โดยดัชนีเชื่อมั่น ก.ค. 58 ต่ำสุดในรอบ 14 เดือน หลังผู้บริโภคเห็นเศรษฐกิจไทยแย่สุดในรอบ 43 เดือน นับจากน้ำท่วมใหญ่ปี 54 คาดความเชื่อมั่นใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว ส่วนวันแม่ปีนี้เงินสะพัด 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เหตุราคาสินค้าแพงขึ้น

วันที่ 6 ส.ค. 58 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ค. 58 ที่สำรวจจากประชาชนทั่วประเทศ 2,245 คนว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 โดยในเดือน ก.ค. 58 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 73.4 ลดจาก 74.4 ในเดือน มิ.ย. 58 ต่ำสุดในรอบ 14 เดือน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ 54.8 ลดจาก 55.9 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตอยู่ที่ 80.5 ลดจาก 81.5 ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 62.6 ลดจาก 63.8 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานอยู่ที่ 68.6 ลดจาก 69.4 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 88.8 ลดจาก 90.0

สำหรับปัจจัยลบที่ทำให้ดัชนีทุกรายการลดลง ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับลดคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ลงเหลือ 3.0% จากเดิมคาดโต 3.7%, ราคาพืชผลทางการเกษตรต่ำเมื่อเทียบกับปีก่อน รวมถึงภัยแล้ง ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง และรายได้เกษตรกรลดลง จนกำลังซื้อในต่างจังหวัดขยายตัวไม่มากนัก ขณะเดียวกัน ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ของประเทศกรีซ ที่ยังป่วนตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลก หากยืดเยื้อจะก่อให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจโลกรอบใหม่ได้, มูลค่าการส่งออกในเดือน ก.ค. 58 ลดลง 7.87%, ค่าเงินบาทอ่อนค่า สะท้อนถึงมีเงินตราต่างประเทศไหลออกสุทธิ, ผู้บริโภคกังวลค่าครองชีพและราคาสินค้าสูง และรู้สึกว่ารายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น

“จากการสำรวจประชาชนมากกว่า 50% มองว่าเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค. 58 แย่สุดในรอบ 43 เดือนนับตั้งแต่ไทยเกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 54 ประกอบกับ ช่วงที่ผ่านมา ไทยมีปัญหาภัยแล้งและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ รายได้เข้ากระเป๋าน้อยลง จึงไม่แปลกที่ประชาชนมองว่าค่าครองชีพสูง ทั้งๆ ที่ร้านค้าพยายามจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม แต่เมื่อไม่มีเงิน ก็ทำให้ประชาชนมองว่าสินค้ายังแพงอยู่ดี” นายธนวรรธน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสัญญาณความเชื่อมั่นผู้บริโภคใกล้จุดต่ำสุดแล้ว และที่สำคัญรัฐบาลเริ่มมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 6 มาตรการ ซึ่งคาดว่าจะมีเงินเข้าสู่ในระบบประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยดึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคได้ และจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเกิน 3% จากปัจจุบันที่ศูนย์ฯ ประเมินเศรษฐกิจขยายตัว 2.5-2.9%

นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึง การสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงวันแม่ปีนี้ว่า คาดจะมีมูลค่าการใช้จ่ายอยู่ที่ 12,245.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.61% จากปีก่อน เพราะราคาสินค้าแพงและค่าครองชีพสูง ทำให้การใช้จ่ายสูงขึ้น โดยการใช้จ่ายส่วนใหญ่ เช่น พาแม่ไปทานข้าว เฉลี่ยอยู่ที่ 1,651.83 บาท พาลูก/ครอบครัวไปทานข้าว 2,388.24 บาท ทำกิจกรรมร่วมกัน 1,356.69 บาท พาแม่ไปทำบุญ 1,684.07 บาท พาแม่ไปทำกิจกรรมอื่นนอกบ้าน 1,171.48 บาท พาแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ 83,590 บาท เป็นต้น

ส่วนเมื่อถามถึงการติดตามข่าวกิจกรรม “ไบค์ ฟอร์ มัม หรือปั่นเพื่อแม่” พบว่า ประชาชนกว่า 70% ให้ความสนใจมากที่สุดถึงปานกลาง และมีประชาชน 45.1% จะเข้าร่วมขี่จักรยาน ส่วนการใช้จ่ายในการร่วมกิจกรรมนั้นพบว่า ประชาชน 68% จะมีการใช้จ่ายในการซื้อเสื้อไบค์ ฟอร์ มัม รองลงมาเป็นเป็นการซื้ออุปกรณ์ขี่จักรยาน, ซื้อรองเท้ากีฬาคู่ใหม่ และ ซื้อจักรยานคันใหม่ เป็นต้น

 

 

พาณิชย์ หั่นเป้าส่งออกปีนี้ติดลบ 3% เหตุ ศก.โลกไม่ฟื้นตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/516582

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ส.ค. 2558 15:35

 

กระทรวงพาณิชย์ หั่นเป้าส่งออกปีนี้เป็นติดลบ 3% จากปีก่อน จากเป้าเดิมที่ตั้งไว้ขยายตัว 1.2% เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เผย เสี่ยงติดลบเพิ่มขึ้น หากส่งออกได้ไม่ถึงเดือนละ 19,000 ล้านเหรียญฯ

นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้พิจารณาปรับลดประมาณการ มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในปี 58 ใหม่เป็นขยายตัวติดลบ 3% มูลค่า 220,698 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากเป้าเดิมที่ตั้งไว้ขยายตัว 1.2% มูลค่า 230,304 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายใต้สมมติฐาน ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเฉลี่ย 60 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ค่าเงินบาท 35 บาทต่อเหรียญฯ และราคาสินค้าเกษตรยังไม่ปรับตัวดีขึ้น โดยการปรับลดเป้าหมายการส่งออกดังกล่าว ทำให้มูลค่าการส่งออกหายไป 6,826 ล้านเหรียญฯ จากปี 57 ที่ได้ 227,519 ล้านเหรียญฯ และน่าจะเป็นการตั้งเป้าประมาณการส่งออกติดลบเป็นครั้งแรกของไทย

“ถ้าจะทำให้มูลค่าการส่งออกไทย ขยายตัวลดลง 3% ตามเป้าหมาย ในช่วง 6 เดือนหลังของปีนี้ ต้องผลักดันให้มีมูลค่าเฉลี่ยเดือนละ 19,000 ล้านเหรียญฯ แต่ถ้าได้มากกว่านี้ จะติดลบน้อยลง หรือถ้าได้มูลค่าน้อยกว่านี้ ก็จะติดลบเพิ่มขึ้น แต่กระทรวงฯ เชื่อว่าตัวเลขที่ประเมินนี้ น่าจะใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุดแล้ว แต่ยังดีที่แม้มูลค่าส่งออกเราลดลง แต่ส่วนแบ่งตลาดในบางตลาดเรายังรักษาไว้ได้ แต่เมื่อไรที่เศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าฟื้นตัวดีแล้ว เราจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในตลาดต่างๆ ให้มากขึ้นได้อีกแน่นอน”

สำหรับปัจจัยที่ทำให้กระทรวงพาณิชย์ ต้องปรับลดประมาณการเป้าหมายการส่งออกใหม่ เพราะเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจคู่ค้า ไม่ได้ฟื้นตัวเร็วอย่างที่คาดการณ์ไว้ ทำให้หลายประเทศมีการนำเข้าที่ลดลง ประกอบกับราคาน้ำมันในช่วงครึ่งปีแรกเฉลี่ย 57 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล หรือลดลงครึ่งหนึ่งจากปีก่อน คาดจะยังคงทรงตัวในระดับนี้ไปจนถึงสิ้นปี ขณะที่ราคาสินค้าเกษตร ทรงตัวในระดับต่ำ นอกจากนี้ สินค้าในกลุ่มยานยนต์และส่วนประกอบ ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 11% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด มีมูลค่าการส่งออกลดลงจากการปรับเปลี่ยนรุ่นของการผลิต โดยเฉพาะรถกระบะ ทำให้มูลค่าการส่งออกหายไปมากในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา และคาดว่าน่าจะกลับมาเป็นบวกได้ในอีก 2-3 เดือน

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามแผนผลักดันการส่งออกที่กำหนดไว้ ทั้งแผนยุทธศาสตร์หลัก และแผนยุทธศาสตร์เสริม เพื่อผลักดันยอดการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังให้กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยจะเน้นการเดินทางไปทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น เน้นตลาดสหรัฐฯ ยุโรป เอเชีย และเร็วๆ นี้จะเดินทางไปปากีสถาน และจีน เพื่อเจรจาขยายการค้าและผลักดันการส่งออกสินค้าไทย

นายสมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาอยู่ในระดับกว่า 35 บาทต่อเหรียญฯ มีผลดีต่อการส่งออกแน่นอน แต่ไม่ได้เกิดขึ้นในทันที บางสินค้าอาจจะเริ่มเห็นผลในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า คาดว่าเงินบาท จากนี้ไปเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 35 บาทต่อเหรียญฯ และจะทำให้สินค้าไทยแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ดีขึ้น

 

 

หุ้นไทยปิดตลาดเช้าติดลบ 1.21 จุด มูลค่าซื้อขาย 1.4 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/516545

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ส.ค. 2558 12:58

 

หุ้นไทยปิดตลาดเช้าติดลบ 1.21 จุด ที่ระดับ 1,435.15 จุด มูลค่าซื้อขาย 14,381.56 ล้านบาท…

วันที่ 6 ก.ค. 58 มีรายงานว่า ดัชนีหุ้นไทยปิดการซื้อขายภาคเช้า ติดลบ 1.21 จุด ที่ระดับ 1,435.15 จุด หรือคิดเป็น 0.08% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 14,381.56 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

 

 

นองเลือดอีก! ‘โบโก ฮาราม’ บึมตลาดไนจีเรีย ดับ 47 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/517754

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ส.ค. 2558 05:30

 

(ภาพ: AFP PHOTO / YOUTUBE – BOKO HARAM)

เกิดเหตุระเบิดที่ตลาดในเมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไนจีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 47 ราย และบาดเจ็บตำรวจมาก โดยคาดว่าเป็นฝีมือกลุ่มติดอาวุธ โบโก ฮาราม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นกลางตลาดปศุสัตว์ ‘เจโบ’ ในเมือง ซาบอน การี ในรัฐบอร์โน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไนจีเรีย เมื่อวันอังคาร (11 ส.ค.) เวลาประมาณ 13:30น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งกำลังมีประชาชนมาใช้จ่ายหนาแน่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 47 ราย และบาดเจ็บอีก 52 คน

ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่ากลุ่มใดอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดครั้งนี้ แต่เจ้าหน้าที่สงสัยว่าเป็นฝีมือกลุ่มติดอาวุธ โบโก ฮาราม ซึ่งสังหารประชาชนในรัฐบอร์โนไปแล้วหลายร้อนคน ขณะที่เหตุระเบิดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเพียงไม่นานหลังจากประธานาธิบดี มูฮัมมาดู บูฮารี แห่งไนจีเรีย ประกาศจะบดขยี้กลุ่มโบโก ฮาราม

 

 

ความหวังใหม่ของอียิปต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/517548

โดย อานุภาพ เงินกระแชง 12 ส.ค. 2558 05:01

 

…อียิปต์คือของขวัญจากแม่น้ำไนล์–Egypt is the Gift of the Nile ประโยคพูดของนักประวัติศาสตร์กรีกโบราณกล่าวถึงดินแดนอียิปต์…

วันพฤหัสบดี 6 ส.ค.ปี 2558 “อับเดล ฟัตตาห์ อัล–ซีซี” ประธานาธิบดีอียิปต์ กล่าวประโยค “คลองสุเอซคือของขวัญจากอียิปต์มอบสู่โลก”–Suez Canal, is Egypt’s gift to the world ระหว่างพิธีเปิดเส้นทางเดินเรือสายใหม่และขยายพื้นที่คลองสุเอซ หรือเส้นทางลัดของการเดินเรือขนส่งสินค้าจากทวีปเอเชียผ่านทางทะเลแดงไปสู่ทวีปยุโรปผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ช่วยลดระยะ ทางอ้อมทวีปแอฟริกาได้มากเกือบ 7,000 กม.

โครงการขุดคลองสุเอซสายใหม่ระยะทาง 35 กม.กับขุดขยายและเพิ่มความลึกอีก 37 กม. ของแนวคลองขุด ระยะทางทั้งหมด 193.30 กม. กว้างเฉลี่ย 200 เมตร ลึก 24 เมตร พร้อมสร้างอุโมงค์ลอดคลองอีก 6 แห่ง ใช้งบประมาณเกือบ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เร่งดำเนินการเสร็จภายในหนึ่งปี จากกำหนดการเดิมตั้งเป้าไว้ 5 ปี บีบลดเหลือ 3 ปี และสุดท้ายเหลือแค่ปีเดียว…

ผลจากโครงการนี้ทำให้อียิปต์มีพื้นที่บนฝั่งคลองขุดใช้เป็นสถานที่จัดเก็บลำเลียงตู้สินค้าเพิ่มอีกกว่า 76,000 ตารางกิโลเมตร เพิ่มศักยภาพรองรับเรือสินค้าผ่านคลองสุเอซ จากวันละ 49 เป็น 97 ลำ เพราะเรือแล่นไปมาได้โดยใช้คนละช่องทาง ช่วยลดเวลารอคอยใช้เส้นทางผ่านคลองจากเฉลี่ย 11 เหลือแค่ 3 ชั่วโมง

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่พ้นตกเป็นของประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี อดีตนายพลตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ลาออกจากราชการมาลงสมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอียิปต์เมื่อปีที่แล้ว หลังโค่นยึดอำนาจอดีตประธานาธิบดีโมฮัมหมัด มอร์ซี เมื่อช่วงปี 2556 ระหว่างเกิดความวุ่นวาย “ปฏิวัติโลกอาหรับ” กระทั่งชนะเลือกตั้งได้ขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีอียิปต์คนที่ 6 เมื่อ 8 มิ.ย.ปีที่แล้ว

ผู้นำอดีตนายทหารตั้งความหวังให้ความ ขมขื่นของประเทศชาติตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี จะผ่านไปสู่หน้าประวัติศาสตร์ใหม่แห่งเสถียรภาพและความมั่งคั่งแก่ประชาชนชาวอียิปต์มากกว่า 80 ล้านคน

โลกความจริงอาจไม่สวยหรูดั่งใจหวังของประธานาธิบดีอัล-ซีซี เพราะไม่ง่ายถ้าผู้นำอียิปต์หวังให้คลองสุเอซเป็นแหล่งทำเงินจากการเดินเรือใช้ทางผ่านขนส่งสินค้าลัดไปมาจากยุโรปสู่เอเชีย หวังดึงดูดเหล่านักลงทุนและนักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากขึ้น เนื่องจากเงื่อนไขอุปสรรคขวากหนามยังขวางกั้นอยู่ไม่น้อย

ไล่จากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศยังคุกรุ่น ฝ่ายต่อต้านคือกลุ่มภราดรภาพมุสลิมที่ถูกห้ามมีส่วนร่วมทางการเมืองเพราะ แนวทางแข็งกร้าว ยังพยายามกัดเซาะฐานอำนาจรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ปัญหาก่อการร้ายคุกคามจากกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) อีกปัญหาเศรษฐกิจยุโรปยังแย่และการขนส่งน้ำมันเคยเฟื่องฟูจากตะวันออกกลางไปสู่ยุโรป บัดนี้ เส้นทางขนส่งน้ำมันส่วนใหญ่เปลี่ยนจากตะวันออกกลางมาตะวันออกสู่เอเชียไม่จำเป็นต้องผ่านคลองสุเอซ…

อานุภาพ เงินกระแชง

 

 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,328 other followers

%d bloggers like this: