Category Archives: เกษตร

“ยี่สุ่น” พันธุ์แท้ มีสรรพคุณสวยหอม

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/326392

14 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
Pic_326392

ผู้อ่านไทยรัฐ จำนวนมากอยากทราบว่า “ยี่สุ่น” ชนิดที่เป็นสายพันธุ์แท้ๆ เป็นอย่างไร ซึ่ง “ยี่สุ่น” ก็คือ “กุหลาบแดงจีน” มีชื่อวิทยาศาสตร์เฉพาะว่า  ROSA CHINENSIS JACQ.VAR.SEMPERFLORENS KOEHNE ชื่อสามัญ CRIMSON CHINA ROSE อยู่ในวงศ์ ROSACEAE มีชื่อภาษาไทยอีกชื่อ ได้แก่ “ยี่สุ่นหนู” แต่ไม่ใช่กุหลาบหนู ที่คนมักจะเหมาว่าเป็นต้นเดียวกัน

ยี่สุ่น หรือ “กุหลาบแดงจีน” หรือ “ยี่สุ่นหนู” มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับกุหลาบทั่วไป แต่จะมีหนามน้อยมาก ใบเป็นใบประกอบขนนกปลายคี่ ใบย่อยออกตรงกันข้ามสองคู่ ปลายคี่เป็นรูปรีขอบหยัก ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อ มีกลีบดอกเรียงซ้อนกันหลายชั้น ดอกบานเต็มที่เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว กลีบดอกเป็นสีแดง หรือ ชมพูเข้ม บางครั้งก็เป็นสีแดงกำมะหยี่–มีดอกดกตลอดทั้งปี ดอกมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เวลามีดอกบานพร้อมกันทั้งต้นจะดูสวยงามและส่งกลิ่นหอมเป็นที่ชื่นใจมาก ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง และตอนกิ่ง

ตำรายาจีน ระบุว่า “ยี่สุ่น” พันธุ์แท้ ที่ภาษาจีนเรียกว่า เหม่ยกุยฮัว และ เหม่ย-กุยฟา เอาดอกตากแห้งอบแห้งแล้วหยิบชงเป็นน้ำชาดื่มบ่อยๆ  ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง ช่วยขับเซลล์ผิวหนังที่ตายออกจากร่างกาย ทำให้ผิวพรรณ เปล่งปลั่งสดใส ฟื้นฟูสภาพผิวให้มีน้ำมีนวล ช่วยลดความอ่อนล้า ลดความเครียด สตรีมีประจำเดือน มาไม่ปกติดื่มน้ำชา “ยี่สุ่น” แล้วจะช่วยให้ดีขึ้น ทำให้เลือดเดินสะดวก ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ถือว่า “ยี่สุ่น” เป็นยาอายุวัฒนะสำหรับสตรี ปริมาณชงดื่ม 5 ดอก ต่อครั้ง

ใครต้องการ “ยี่สุ่น” พันธุ์แท้ไปปลูกประดับ หรือ ปลูกเพื่อเก็บดอกใช้ประโยชน์ตามที่กล่าวข้างต้น  มีขายที่งานเกษตรมหัศจรรย์ ที่เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ ระหว่างวันที่ 20–24 ก.พ.56 บริเวณ บูธ เอ 13 ราคาสอบ ถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 14 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

“ม่วงฟิลิปปินส์” สีสวยเข้ม

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/326125

13 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
Pic_326125

ไม้ต้นนี้ พบมีต้นวางขายปลูกในกระถางขนาดกว้าง 1 ฟุต ต้นสูงประมาณ 1 เมตร มีดอกสีสันเข้มข้นสวยงามแปลกตามาก ผู้ขายบอกว่า ต้น “ม่วงฟิลิปปินส์” มีถิ่นกำเนิดจากประเทศฟิลิปปินส์ นำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ขายในประเทศไทยนานกว่า 3-4 ปีแล้ว สีสันของดอกเป็นสีม่วงเข้ม จึงถูกตั้งชื่อตามลักษณะสีของดอกและแหล่งที่มาว่า “ม่วงฟิลิปปินส์” ดังกล่าว ส่วนชื่อเฉพาะทางวิทยาศาสตร์และชื่อวงศ์ผู้ขายจำไม่ได้

ลักษณะทั่วไป ที่ดูจากต้นจริงที่วางขายประกอบกับผู้ขายบอกพอจะระบุได้ว่าต้น “ม่วงฟิลิปปินส์” น่าจะอยู่ในจำพวกเดียวกับต้น “แววตา” และต้น “ช้องนาง” เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ต้นสูงประมาณ 1-1.5 เมตร ลำต้นมีทั้งชนิดที่เป็นเหลี่ยมและกลม ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงกันข้าม ใบเป็นรูปรีกว้าง หรือรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบเว้าหรือมน เส้นใบ 3 เส้นแทงออกจากโคนใบแผ่กระจายทางด้านข้างมองเห็นชัดเจน ใบค่อนข้างใหญ่ สีเขียวสด

ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆตามซอกใบ ดอกโคนเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายบานเป็นรูปปากแตร สีม่วงเข้มหรือสีน้ำเงิน ขอบกลีบที่บานมักเป็นคลื่น แบ่งเป็นหยักหรือกลีบดอก 5 กลีบ ผนังในหลอด ดอกเป็นสีเหลืองทอง ดอกเมื่อบานเต็มที่เส้นผ่าศูนย์ กลางประมาณ 3-5 ซม. เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้น สีของกลีบดอกที่เป็นสีม่วงเข้มหรือสีน้ำเงินจะตัดกับสีเหลืองทองของผนังด้านในของหลอดดอกดูสวยงามมาก ดอกออกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำกิ่งและตอนกิ่ง

ปัจจุบันต้น “ม่วงฟิลิปปินส์” มีขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 2 แผง “ป้าแอ๊ด–คุณขวัญ” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป ชอบแดดจัด ไม่ชอบน้ำท่วมขัง เหมาะจะปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป โดยเฉพาะปลูกเป็นกลุ่มหลายๆต้น เวลามีดอกจะสร้างบรรยากาศให้มีสีสันสวยงามมากครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 13 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

“ทองพุ” ดอกสวยทั้งปี

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/325917

12 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
Pic_325917

ไม้ต้นนี้ พบมีต้นพันธุ์ขายและมีภาพถ่ายของดอกจากต้นจริงแขวนติดโชว์ให้ชมด้วย ซึ่งจากภาพถ่ายสีสันของดอกดูเจิดจ้าและช่อดอกมีขนาดใหญ่สวยงามน่าชมมาก ผู้ขายบอกได้เพียงว่า ต้น “ทองพุ” มีถิ่นกำเนิดจาก ประเทศออสเตรเลีย ถูกนำเข้ามาขยายพันธุ์ปลูกในประเทศไทยนานหลายปีแล้ว ส่วนชื่อ “ทองพุ” เป็นชื่อที่ผู้นำเข้าตั้งไว้เพราะสีสันของดอกเหมือนสีทองนั่นเอง ชื่อวิทยาศาสตร์กับชื่อวงศ์เฉพาะผู้ขายเคยจดไว้แต่ทำหายเลยจำไม่ได้

อย่างไรก็ตาม จากลักษณะของกิ่งพันธุ์และใบพอจะอนุมานได้ว่า ต้น “ทองพุ” น่าจะเป็นไม้อยู่ในตระกูลเดียวกันกับต้น หาง นกยูงไทย ซึ่งลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่ผู้ขายบอกประกอบคือ เป็นไม้พุ่ม ต้นสูงประมาณ 2.5-3 เมตร แตกกิ่งก้านหนาแน่นเป็นพุ่มทรงกลมกว้าง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ออกเรียงสลับ มีใบย่อย 7-11 คู่ เป็นรูปขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ ปลายมนหรือเว้า โคนใบเบี้ยว สีเขียวสด ใบดกน่าชมยิ่งนัก

ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง มีกลีบดอก 5 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน มีเกสรตัวผู้ 10 อัน เป็นฝอยๆชูออกจากใจกลางดอกโผล่พ้นกลีบดอก สีแดง หรือสีเหลืองอมส้ม กลีบดอกเมื่อบานเต็มที่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 ซม. ช่อดอกมีขนาดใหญ่และยาว แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวน มากตามภาพประกอบคอลัมน์ กลีบดอกเป็นสีแดงอมส้ม หรือ สีเหลืองทอง เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้น จะดูเจิดจ้าสวยงามมาก จึงถูกตั้งชื่อ ตามสีสันของดอกว่า “ทองพุ” ดังกล่าว “ผล” เป็นฝักแบนและยาว มีเมล็ดหลายเมล็ด เมื่อผลแก่จะแตกได้ ดอกออกตลอดปี แต่จะมีดอกดกมากในช่วงฤดูร้อน ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

ปัจจุบัน “ทองพุ” มีขายที่ ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวน จตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 11 แผง “คุณหมู” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป เจริญเติบโตเร็ว เหมาะจะปลูกประดับทั่วไป เวลามีดอกจะสวยงามประทับใจมากครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 12 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

“เมล็ดลำไย” แก้เข่าอักเสบเรื้อรังได้

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/325767

11 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
Pic_325767

เมล็ดลำไย

ใคร ที่มีอาการหัวเข่าอักเสบเรื้อรังเนื่องจากเดินมากเกินไปหรือหัวเข่าไปกระแทกกับของแข็งอย่างรุนแรงทำให้เจ็บและปวดหัวเข่าเดินไม่ได้หรือเดินลำบาก แต่ไม่ได้เกิดจากหัวเข่าเสื่อมให้เอา “เมล็ดลำไย” จำนวน 20 เมล็ด ทุบพอแตกแช่กับเหล้าขาว 40 ดีกรี จำนวน 1 ขวด แช่ทิ้งไว้ 7 วันเมื่อครบกำหนด แล้วเอาเฉพาะน้ำทาบริเวณหัวเข่าอักเสบจากสาเหตุที่กล่าวข้างต้นทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ตอนไหนก็ได้ จะทำให้อาการดีขึ้นและหายได้ ที่สำคัญอาการหัวเข่าอักเสบแบบเรื้อรังสามารถทาได้ผลดีอย่างเหลือเชื่อ

ประโยชน์ทางยา บางส่วนของต้นลำไย รากสดหรือแห้ง ต้มกับน้ำดื่มแก้เสมหะและลมดีมาก รากสด ต้มกับน้ำและเติมน้ำตาลทรายกรวดเล็กน้อยดื่มเป็นยากระจายเลือด ลิ่มเลือดเป็นก้อนคั่งค้างอยู่ในร่างกายเนื่องจากหกล้มหรือพลัดตกจากที่สูงทำให้โลหิตตกจากทวารหนักได้ “เมล็ดลำไย” สามารถแช่เหล้าเก็บไว้ใช้ทาหัวเข่าได้ ดังนั้นกินเนื้อแล้วอย่าทิ้งเมล็ด

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 5 ของ “นายเกษตร” พิมพ์จำนวนจำกัดหมดแล้วหมดเลย เหลือไม่ถึงครึ่งแล้ว ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ.48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร ครีมนวดผมตะไคร้ มีส่วนผสมของโปรวิตามิน บี5, น้ำมันงาบริสุทธิ์ ทาผิวหมักผมอม 1 ช้อนก่อนนอนแล้วบ้วนทิ้งดูดสารพิษ, น้ำมันสมุนไพร ทาบรรเทาอาการปวดตามข้อและปวดจากโรครูมาตอยด์, ผงยาโบราณ ทาแก้สิวแผ่นหลัง เม็ดผื่นคันตุ่มหนองใสตามตัว, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อยแก้เกาต์ลดเบาหวาน บำรุงไตบำรุงกำลัง, ครีมโลดทนง รักษาสิวฝ้ารูขุมขนตีบลง, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ทาหน้าช่วยใบหน้ากระชับ, ตรีผลาแคปซูล ลดไขมันเส้นเลือดลดไตรกรีเซอร์ไรด์์, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจ และอื่นๆ โทร.0–2275–2692 ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 11 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

“ระฆังทอง” ดอกสวยหายาก

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/325178

8 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
Pic_325178

ไม้ต้นนี้ มีเขตการกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยาทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไทย ในต่างประเทศพบที่ พม่า ลาว เวียดนาม และในแถบ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนใหญ่จะพบขึ้นตามชายป่าดิบเขาที่ร่มเย็นชุ่มชื้นที่ระดับความสูงตั้งแต่ 400-800 เมตร มีชื่อ วิทยาศาสตร์ว่า PAULDOPIA GHORTA (G.DON) STEENIS อยู่ในวงศ์ BIGNONIACEAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ สูง 4-8 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ

ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกสามถึงสี่ชั้น ใบย่อยเรียงตรงกันข้าม มีใบย่อยจำนวนมากเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ปลายแหลมยาว โคนใบเบี้ยวมน ขอบเรียบ หน้าใบสีเขียวสด หลังใบสีหม่น

ดอก ออกเป็นช่อแบบแตกแขนงตามซอกใบและกิ่งก้าน แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก ดอกห้อยลงเป็นระย้า มีกลีบเลี้ยงเป็นรูปถ้วย กลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดทรงกระบอกยาว ปลายบนเป็นรูปปากแตรแยกเป็น 5 กลีบ กลีบที่บานออกเป็นสีแดงเข้ม หรือ แดงอมชมพู หลอดดอกเป็นสีเหลืองทอง ดอกยาว 3-4.5 ซม.ภายในหลอดดอกมีเกสรตัวผู้ 2 อันติดกับหลอดดอกยาวไม่เท่ากัน เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นจะดูสวยงามเหมือนกับระฆังสีทองห้อยเป็นระย้าน่าชมมาก จึงถูกเรียกอีกชื่อว่า “ระย้าทอง”

ผล เป็นฝัก รูปรียาว ปลายฝักแหลม มีรอยคอดเล็กๆ เป็นช่วงๆ ภายในมีหลายเมล็ด เมื่อฝักแก่จะแตกอ้า เมล็ดค่อนข้างแบนและแข็ง ไม่มีปีก ดอกออกช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

ระฆังทอง จัดเป็นไม้ดอกสวยงามหายากที่ยังไม่พบว่ามีผู้ใดขยายพันธุ์หรือตอนกิ่งออกวางขายที่ไหน ภาพประกอบคอลัมน์ถ่ายในป่าธรรมชาติทางภาคเหนือครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 8 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

“โคลงเคลงขี้นก” คือพันธุ์ทำยาสมุนไพร

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/324914

7 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
Pic_324914

ปัจจุบัน มีต้นโคลงเคลงนำเข้าจากต่างประเทศวางขายกันอย่างแพร่หลาย มีทั้งจากประเทศไต้หวัน ประเทศออสเตรเลียและแอฟริกา ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ที่นำเข้าสีสันของดอกจะเข้มข้นสวยงามมาก แต่ต้นโคลงเคลงชนิดที่สามารถใช้ทำยาสมุนไพรมีอยู่เพียงสายพันธุ์เดียวที่พบขึ้นทั่วไปตามที่โล่งแจ้งกลางทุ่งหรือบนเขาทั่วไปในประเทศไทย มีชื่อเรียกในไทยว่า “โคลงเคลงขี้นก” ทางภาคใต้เรียก เบร์, มะเหร, มังเคร่, มังเร้, สาเร, สำเร ภาคอีสานเรียก เอ็นอ้า หรือ เอ็นอ้าน้ำ

โคลงเคลงขี้นก หรือ MELASTOMA MALABATHRICUM LINN. อยู่ในวงศ์ MELASTOMATACEAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นไม้พุ่มสูง 1.5-2 เมตร กิ่งก้านสีน้ำตาลแดง มีขนละเอียด ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม ปลายและโคนใบแหลม แผ่นใบค่อนข้างแข็ง เส้นใบ 3เส้น ออกจากโคนใบไปบรรจบกันที่ปลายใบ ใบสีเขียวสด เวลาใบดกจะเป็นพุ่มน่าชมยิ่งนัก ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง 3-5 ดอก มีกลีบดอก 5 กลีบเป็นสีม่วงอมชมพู มีเกสรตัวผู้สีเหลือง 5 อัน มีรยางค์สีม่วง

โค้งงอ เมื่อดอกบานเต็มที่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4-5 ซม. เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นจะดูสวยงามมาก “ผล” คล้ายลูกข่าง มีเมล็ดเยอะ ดอกออกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด นอกจากชื่อที่กล่าวข้างต้น ยังมีชื่อเรียกอีกคือ ตะลา, เด๊าะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ซิซะโพะ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) และกะดูคุ, กาดูโด๊ะ (มาเลเซีย-ปัตตานี)

สรรพคุณทางยา ราก ปรุงเป็นยาดับพิษ แก้อาการร้อนในกระหายน้ำ ใบอ่อน กินเป็นอาหารได้ ดอก เป็นยาระงับประสาทและห้ามเลือดในคนที่เป็นริดสีดวงทวาร ผล รสหวานปนฝาดรับประทานได้ มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพันธุ์” ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 7 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

“ขนุนเพชรดำรง” ปลูกแกะเนื้อขายคุ้ม

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/324715

6 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
Pic_324715

ผู้อ่านไทยรัฐ จำนวนมากขอให้แนะนำขนุนพันธุ์ดีๆเพราะต้องการกิ่งพันธุ์ไปปลูก  เพื่อแกะยวงหรือเนื้อสุกขายเพิ่มรายได้บ้าง  แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะปลูกขนุนพันธุ์อะไร เนื่องจากปัจจุบันมีขนุนพันธุ์ใหม่ๆที่เกษตรกรได้พัฒนาพันธุ์ขึ้นมาเยอะ  แต่ละสายพันธุ์จะมีข้อโดดเด่นต่างกันไป อย่างไรก็ตาม ที่เหมาะจะปลูกเพื่อแกะยวงขายตามความต้องการดังกล่าว “นายเกษตร” ขอแนะนำว่า “ขนุนเพชรดำรง” เป็นสายพันธุ์ดีที่สุดในยุคนี้

เนื่องจาก มีข้อดีคือ ยวง หรือเนื้อหุ้มเมล็ดมีความหนาและมีขนาดใหญ่ เมล็ดเล็ก เมื่อผ่าผลสุกแกะเอายวงหรือเนื้อเพียงอย่างเดียวขึ้นชั่งกิโลขายจะมีน้ำหนักโดยเฉลี่ย ประมาณ 5–6 ยวงต่อ 1 กิโลกรัม ให้น้ำหนักดีกว่าและยวงใหญ่กว่าขนุนสายพันธุ์อื่นอย่างชัดเจน ที่สำคัญ ยวงหรือเนื้อของ “ขนุนเพชรดำรง” ไม่เละ รสชาติหวานกรอบและมีกลิ่นหอม เฉพาะตัวรับประทานอร่อยมาก “ผล” โตเต็มที่น้ำหนักประมาณ 10-20 กิโลกรัม ต่อผล ให้ยวงหรือเนื้อปริมาณ 52 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล เปลือกผลบางไม่เป็นสนิมง่าย

ขนุนเพชรดำรง ติดผลดกและผลมีขนาดใหญ่มาก เป็นสายพันธุ์ที่ติดผลได้ปีละ 2 ครั้งหรือนิยมเรียกกันว่าทวายนั่นเอง จึงเป็นขนุนสายพันธุ์ดังและดีที่สุดในเวลานี้ เหมาะจะปลูกเพื่อแกะยวง หรือเนื้อขายได้คุ้มค่ากว่าขนุนสายพันธุ์ใดๆอย่างแน่นอน ซึ่ง “ขนุนเพชรดำรง” เกิดจากการผสมเกสรของขนุนคุณหญิง กับขนุนทองประเสริฐ โดยฝีมือของ ดร.ดำรงศักดิ์ วิรยศิริ นานหลายปีแล้ว ใครต้องการกิ่งพันธุ์ติดต่อ “สวนสมศักดิ์การเกษตร” 86 หมู่ 6 ต.ไม้เด็ด อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี  โทร.08–1948–4916 หรือที่งานเกษตรแห่งชาติ ที่ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. เวลานี้ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.-9 ก.พ.56 โซน H. 40–41 โซน J. 18–19 และที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับสวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ โครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป เติบโตเร็วและติดผลหลังปลูก 3-4 ปี ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 6 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

“มะม่วงแดงนพเกล้า” ดิบสุกสุดอร่อย

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/324494

5 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
Pic_324494

มะม่วงชนิดนี้ เกิดจากการเอาต้นมะม่วงพันธุ์ เอ็ดเวิร์ด ที่มีถิ่นกำเนิดจากรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ปลูกให้ต้นเจริญเติบโตรวมกับ มะม่วงแก้ว พันธุ์ไทยจำนวนหลายสิบต้นจนมีดอก แล้วปล่อยแมลงทำการผสมเกสรโดยธรรมชาติ จนติดผลสุกแล้วนำเอาเมล็ดจากทั้ง 2 ต้น ไปเพาะขยายพันธุ์มีดอกติดผลดกเต็มต้น ซึ่งมีอยู่ต้นหนึ่ง รูปทรงของผลแปลกและมีขนาดใหญ่กว่าทุกต้น สีสันของผลเป็นสีแดงอมม่วงดูสวยงามมาก เมื่อนำเอาผลดิบผ่ารับประทานทดสอบรสชาติ ปรากฏว่ามีความมันปนหวานและเปรี้ยวนิดๆ คล้ายกับผลดิบของมะม่วงแก้ว ผลสุกเนื้อเป็นสีเหลืองอมส้มเหมือนกับสีทองของเนื้อสุกของมะม่วงเอ็ดเวิร์ดมี รสชาติหวานหอม เนื้อละเอียด ไม่มี เสี้ยนอร่อยมาก

เจ้าของ จึงนำเอาเมล็ดจากผลสุกไปปลูกทด สอบสายพันธุ์อีกครั้งหนึ่งจนมั่นใจว่าเป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่แน่นอนแล้ว จึงตั้งชื่อว่า “มะม่วงแดงนพเก้า” พร้อมกับตอนกิ่งขยายพันธุ์ออกวางขายกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน

ลักษณะ ทางพฤกษศาสตร์ทั่วไปของ “มะม่วงแดงนพเก้า” ใบคล้ายกับใบของมะม่วงแก้ว เวลาติดผลจะมีขนาดใหญ่เหมือนกับผลของมะม่วงเอ็ดเวิร์ดและติดผลดกมาก ผลเมื่อโตเต็มที่มีน้ำ-หนักเฉลี่ยระหว่าง  8

ขีดต่อผล ที่สำคัญเปลือกผลค่อนข้างหนา จึงทำให้ “มะม่วงแดงนพเก้า” สามารถเก็บไว้ได้นานกว่ามะม่วงสายพันธุ์อื่น ติดผลปีละครั้ง หรือที่นิยมเรียกกันในหมู่เกษตรว่า มะม่วงปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และเสียบยอด

ใครต้องการกิ่งพันธุ์ไปปลูกติดต่อ “สวนทณศา คุณไก่” โทร. 08–7753–5849 หรือไปซื้อที่ งานเกษตรแห่งชาติ จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. ในช่วงนี้ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.-9 ก.พ.56บริเวณโซน H 156–157 หน้าประตูทางเข้า ประตู 3 ราคาสอบถามกันเอง ปลูก ได้ในดินทั่วไป สามารถติดผลชุดแรกหลังปลูก 3-4 ปี เนื่องจากเป็นกิ่งเสียบยอดและมีรากแก้วดีแล้วครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 5 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

“หมามุ่ย” มีเมล็ดและฝักขาย

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/324332

4 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
Pic_324332

ปัจจุบัน พบว่ามีผู้เก็บเอา ฝักและแกะเมล็ด “หมามุ่ย” บรรจุถุงพลาสติกขาย มีผู้ซื้อกันอย่างแพร่หลาย เพราะเมล็ด ของ “หมามุ่ย” คั่วไฟพอสุกกินก่อนนอนครั้งละ 2-3 เมล็ด ทุกวัน หรือคั่วบดเป็นผงละเอียดผสมน้ำหรือเหล้าขาว 40 ดีกรี ดื่มครั้งละ 1 แก้วเป๊กก่อนนอนทุกวันเช่นกัน จะช่วยทำให้พลังทางเพศแข็งแรง นอกจากนั้นใบสดยังตำคั้นเอาน้ำทาหรือใช้กากพอกรักษาแผลที่ถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้ดีมาก

สารสกัดทั้งต้น มีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างและการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิ ช่วยให้ผู้ที่มีตัวอสุจิน้อยมีโอกาสมีลูกได้มากขึ้น น้ำต้มทั้งต้นมีฤทธิ์ลดการอักเสบของต่อมลูกหมากมนุษย์ สาร L–DOPA ในรากกับเมล็ดใช้ในการรักษาโรค “พาร์กินสัน” มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดในสัตว์ทดลอง ซึ่ง “หมามุ่ย” มีขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 3 แผง “เจ๊ติ่ม” กับโครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพัน”

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 5 ของ “นายเกษตร” พิมพ์จำนวนจำกัดหมดแล้วหมดเลย ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ.48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุน-ไพรเพชรสังฆาตแคปซูล แก้ริดสีดวงทวาร, ผงยาโบราณ ทาแก้สิวแผ่นหลังเม็ดผื่นคันตุ่มหนองใสตามตัว, สบู่ก้อนเปลือกมังคุด ถูได้ทั้งตัวรักษาผื่นคันและสิวได้, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลีแก้ปวดเมื่อยแก้เกาต์ลดเบาหวานบำรุงกำลัง,คอลลาเจนบริสุทธิ์ ทาหน้าประจำช่วยให้ใบหน้ากระชับได้, ตรีผลาแคปซูล ลดไขมันในเส้นเลือด ลดไตรกรีเซอร์ไรด์, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจ, ครีมโลดทนง รักษาสิวฝ้ารูขุมขนตีบลง, ครีมทูอินวัน สำหรับคนเป็นสิวฝ้าน้อยใบหน้าหมองคล้ำ, ขมิ้นพอกหน้า ช่วยให้ใบหน้ากระชับ, ข่อยขัดรักแร้ ดับกลิ่นเต่าช่วยให้รักแร้หายดำคล้ำ โทร.0–2275–2692 ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 4 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

“มะม่วงยู่เหวิน–งาช้างแดง” มีกิ่งตอนรุ่นใหม่ขาย

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/323689

1 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
Pic_323689

ผู้อ่านไทยรัฐ จำนวนมากที่ชอบปลูก มะม่วง อยากทราบว่า ปัจจุบัน “มะม่วงยู่เหวิน” กับ “มะม่วงงาช้างแดง” หาซื้อกิ่งตอนได้ที่ไหน เนื่องจากไปเดินซื้อตามแหล่งที่แนะนำแล้วปรากฏว่าผู้ขายแจ้งว่ากิ่งตอนของมะม่วงทั้ง 2 ชนิด ขายหมด “นายเกษตร” จึงตระเวนสอบถามบรรดาเกษตรกรที่มีอาชีพขยายพันธุ์ตอนกิ่งไม้ผลขายหลายแห่ง และทราบว่าขณะนี้กิ่งตอนของ “มะม่วงยู่เหวิน” กับ “มะม่วงงาช้างแดง” ที่ทำกิ่งเอาไว้จำนวนมากและเป็นกิ่งตอนรุ่นใหม่ได้ติดรากแก้วแข็งแรงดีแล้วพร้อมเริ่มตัดกิ่งออกจำหน่ายอยู่ในเวลานี้ จึงแจ้งให้ผู้นิยมปลูกไม้ผลจำพวกมะม่วงทราบตามระเบียบ

มะม่วงยู่เหวิน เป็นลูกผสมของมะม่วง 2 สายพันธุ์ของประเทศไต้หวันคือ ระหว่าง มะม่วงอ้ายเหวิน กับ มะม่วงจินหวง เมื่อนำต้นไปปลูกจนติดผล ปรากฏว่าติดผลดกมาก ผลมีขนาดใหญ่ สีสันของผลเป็นสีแดงอมม่วงทั้งผล ผลดิบ รสชาติหวานปนเปรี้ยวเล็กน้อย เมื่อผลสุกเนื้อในเป็นสีเหลืองเข้มไม่เละ รสชาติหวานหอมอร่อยมาก ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ตอนกิ่งขายในประเทศไทยนานหลายปีแล้ว แต่กิ่งตอนทำเท่าไหร่ก็ขายหมด และไม่พอขาย

มะม่วงงาช้างแดง นิยมปลูกเก็บผลส่งขายอย่างแพร่หลาย ในประเทศจีน ประเทศไต้หวัน และ ประเทศอียิปต์ เวลาติดผลจะเป็น พวง 3-5 ผลต่อพวง ผลมีขนาดใหญ่และยาวดูคล้ายงาช้าง ผลสุกเป็นสีแดงตลอดทั้งผล สวยงามมาก จึงถูกตั้งชื่อว่า “มะม่วงงาช้างแดง” ผลสุกเนื้อเป็นสีเหลืองอมส้ม รสชาติหวาน 15-18 องศาบริกซ์ รับประทาน อร่อยมาก

ปัจจุบันใครต้องการกิ่งตอน ของมะม่วงทั้ง 2 ชนิด ติดต่อ “สวนณัฐพนธ์ฟาร์ม” โทร. 08–1761– 8210 หรือไปซื้อได้ที่ งานเกษตรแห่ง ชาติ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. วันที่ 31 ม.ค.-9 ก.พ.56 โซน I 31, โซน H 8, โซน H 122 และที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 1 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,190 other followers

%d bloggers like this: