ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

เชียงใหม่หวั่นลำไยล้นตลาด เฝ้าติดตามใกล้ชิด กรกฎาคม 16, 2013

http://www.thairath.co.th/content/edu/356912

  • 13 กรกฎาคม 2556, 12:52 น.

Pic_356912

หวั่นลำไยล้นตลาดเชียงใหม่ เตรียมความพร้อมหาแนวทางแก้ไข ช่วยเหลือชาวเกษตรกร สั่งการทุกอำเภอติดตามความเคลื่อนไหว…

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ จ.เชียงใหม่ นายสุรพล สัตยารักษ์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับฤดูกาลเก็บเกี่ยวลำไย ปี 2556 เพื่อหาแนวทางในการป้องกัน แก้ไขปัญหา และช่วยเหลือเกษตรกรที่อาจประสบปัญหาผลผลิตลำไยล้นตลาด จึงมีแนวทางการกระจายผลผลิตลำไย ซึ่งมีกระบวนการ ได้แก่ 1. การสำรวจข้อมูลผลิตลำไย 2.กำหนดคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาโดยการสำรวจแหล่งรับซื้อ และเจรจาให้แหล่งรับลำไยในราคาที่ยุติธรรม 3.การประสานแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงิน อาทิ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารกรุงไทย SME การค้ำประกันจากบรรษัทสินเชื่อ 4.ประสานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทุกแห่ง เข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือรับซื้อผลผลิตลำไย เพื่อบริโภค และหรือส่งจำหน่ายเพื่อกระจายลำไยไปสู่ผู้บริโภคอย่างทั่วถึง

5.ประสานศูนย์ประสานการกระจายผลผลิตด้านการเกษตรสู่ผู้บริโภค (Distribution Center) 6.ดำเนินการประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกร 7.แต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาลำไย 8.ให้ทุกหน่วยงานดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งจะเริ่มเก็บเกี่ยวประมาณปลายเดือน ก.ค.นี้ โดยได้สั่งการให้ทุกอำเภอติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และรายงานให้จังหวัดทราบ

นายสุรพล ยังกล่าวถึงสถานการณ์การผลผลิตลำไยจังหวัดเชียงใหม่ ปีการผลิต 2555/56 ว่า มีพื้นที่ปลูกลำไยทั้งสิ้น 316,143 ไร่ เป็นพื้นที่ให้ผล 300,716 ไร่ โดยแยกเป็นพื้นที่ให้ผลในฤดูการผลิต จำนวน 230,486 ไร่ และพื้นที่ให้ผลนอกฤดูการผลิต จำนวน 70,230 ไร่ พื้นที่เพาะปลูกที่สำคัญ คือ อ.จอมทอง อ.พร้าว อ.สันป่าตอง อ.สารภี และ อ.ดอยหล่อ เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ให้ผล ปีการผลิต 2554/55 ซึ่งมีจำนวน 308,074 ไร่ พบว่ามีปริมาณลดลงร้อยละ 2.40 ประมาณการ ผลผลิตลำไยโดยรวมปี 2556 แยกเป็น ภาคเหนือ 8 จังหวัด ผลผลิตประมาณ 642,630 ตัน จังหวัดเชียงใหม่ ผลผลิต 297,420 ตัน ปัจจุบันการผลิตลำไยมีทั้งในฤดูการผลิตและนอกฤดูการผลิต ในฤดูการผลิต จะเริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือน มิ.ย. และสิ้นสุดในเดือน ก.ย. โดยผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากระหว่างเดือน ก.ค.– ส.ค. (มากที่สุดช่วงวันที่ 20 ก.ค.–15 ส.ค.) สำหรับระยะแทงช่อดอกถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตใช้เวลาประมาณ 6 เดือน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวภูมิภาค
  • 13 กรกฎาคม 2556, 12:52 น.
 

ดินเค็มอีสานเหลือ 11.5 ล้านไร่ แก้ได้เร็วถ้าไม่เจียดงบกินเปอร์เซ็นต์

http://www.thairath.co.th/content/edu/356542

  • 12 กรกฎาคม 2556, 05:00 น.

Pic_356542

สภาพเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

“นา 8 ไร่ ปลูกข้าวนาปี อย่างเก่งได้แค่ 3 ตัน แต่พอได้ไปเรียนวิธีแก้ปัญหาดินเค็มที่ ต.เมืองเพีย จ.ขอนแก่น แล้วนำมาใช้ ขุดสระเก็บน้ำฝนไว้เลี้ยงปลา ปลูกหญ้าแฝก หญ้าดิกซี่ กระถินณรงค์ และยูคาลิปตัส รอบแปลงนา ผ่านไปแค่ปีเดียว ได้ข้าวเพิ่มมาเป็น 5 ตัน มันช่วยให้ดินจืดลงได้จริง ปีหน้าน่าจะได้ข้าวเพิ่มอีก”

นายบรรทม จันขุนทด หมอดินอาสาประจำ ต.หัวนาคำ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พูดถึงการนำวิธีการแก้ปัญหาดินเค็มของกรมพัฒนาที่ดิน จับมือกับบริษัท สยามฟอเรสทรี จำกัด ในเครือเอสซีจี เปเปอร์ ดำเนินโครงการลงพื้นที่ดินเค็มภาคอีสาน โดยการแจกต้นยูคาลิปตัส สายพันธุ์ H4 พัฒนาโดยศูนย์วิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ให้ทนดินเค็มได้ระดับหนึ่ง มาทดลองปลูกบนคันนารอบพื้นที่นา…ดินเค็มได้เจือจางลง

เป็นตัวอย่างเล็กๆของความสำเร็จในการแก้ปัญหาดินเค็มในพื้นที่เกษตรกรรมของภาคอีสาน 107 ล้านไร่ แต่มีดินเค็ม 18 ล้านไร่ เลยเป็นเหตุผลหนึ่งทำให้คนอีสานมีรายได้น้อยและยากจน

สภาพปัจจุบันสภาพปัจจุบัน

นายอนุสรณ์ จันทรโรจน์ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน บอกว่า จากการลงพื้นที่ถ่ายทอดความรู้หลายๆด้าน ทั้งวิธีการวิศวกรรม ขุดบ่อ ขุดสระ สร้างคูคลองรอบพื้นที่ เพื่อให้น้ำไปละลายเกลือบนผิวดินและกดทับเกลือใต้ดินไม่ให้ขึ้นมากระจายตัวบนพื้นดิน วิธีทางชีววิทยา ปลูกป่า ปลูกไม้ยืนต้นโตเร็วที่ทนเค็ม เพื่อหยุดการแพร่กระจายของดินเค็ม เนื่องจากพืชเหล่านี้มีรากลึกสามารถดูดความเค็มให้เจือจางจนสามารถปลูกพืชได้

“10 ปีที่ผ่านมา เราได้ช่วยลดพื้นที่ดินเค็มในอีสานจาก 18 ล้านไร่ เหลือ 11.5 ล้านไร่ และจากการฟื้นฟูพัฒนาพื้นที่ดินเค็มในลุ่มน้ำโขง ชี มูล มาตั้งแต่ปี 2543 ผ่านมาถึงวันนี้ 13 ปี ความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่งช่วยให้เกษตรกรปลูกพืชได้มากขึ้น แต่การทำนาเรื่องน้ำเป็นสิ่งสำคัญ ภาคอีสานยังขาดแคลนน้ำต้องอาศัยฝน จะแก้ปัญหานี้ได้ ต้องใช้เทค-โนโลยีการผันน้ำจากแม่น้ำต่างๆมาแก้ปัญหา ดินเค็มถึงจะหมดไปอย่างยั่งยืน”

นายพิสุทธิ์ ศาลากิจ ผอ.สำนักพัฒนาที่ดินเขต 5 บอกว่า จากประสบการณ์ 20 ปี ที่ได้แก้ปัญหาความแห้งแล้งของทุ่งกุลาร้องไห้ ในพื้นที่ 5 จังหวัด จนประสบความสำเร็จให้มีความอุดมสมบูรณ์ในปัจจุบัน หมดงบประมาณไปร่วมหมื่นล้านบาท และหากนำแผนเดียวกันนี้มาแก้ปัญหาดินเค็มอีก 11.5 ล้านไร่ เชื่อว่าจะแก้ได้ในเวลาและงบประมาณที่เท่ากัน

วันนี้เกษตรกรอีสานได้แต่หวังว่า กรมพัฒนาที่ดินจะยังคงเดินหน้าแก้ดินเค็มให้หมดไปในเร็ววัน

และถ้าระดับนโยบายไม่ต้องเจียดงบไปให้บริษัทจัดงาน “อีเวนต์” หัก 30% เข้ากระเป๋าไปอย่างไร้ประโยชน์…สิ่งที่พี่น้องอีสานฝัน จะเป็นจริงได้เร็วขึ้น.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 12 กรกฎาคม 2556, 05:00 น.
 

‘วราเทพ’ ปิ๊งไอเดียดึงชาวนาเพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวขาย

http://www.thairath.co.th/content/eco/356525

  • 11 กรกฎาคม 2556, 13:56 น.

Pic_356525

“วราเทพ” มอบนโยบายกรมการข้าว กำชับหนุนชาวนาลดต้นทุนเพาะปลูก เสนอไอเดียดึงชาวนารายใหญ่เพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวขายแทนการปลูกข้าวเข้าโครงการรับจำนำ…

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลัง ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงานแก่กรมการข้าว ว่า ได้กำชับให้กรมการข้าวสนับสนุนเกษตรกรในการลดต้นทุนการปลูกข้าวอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะการดำเนินงานของกรมการข้าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตข้าวทั้งหมด แต่ขณะนี้มีปัญหาต้นทุนการผลิตสูง

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้กรมการข้าวจัดทำดัชนีชี้วัดขั้นตอนแต่ละแผนงาน รวมทั้งระยะเวลาการดำเนินงานในขั้นตอนของการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและการส่งเสริมพัฒนาข้าวไทยให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมทั้งให้แนวทางกรมการข้าวทำงานอย่างบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น เพื่อประหยัดงบประมาณและภาระความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการจัดทำโซนนิ่งพื้นที่เกษตร ซึ่งจะนำไปหารือในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)

รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวอยู่ที่ 1.2 ล้านตันต่อปี แต่กรมการข้าวผลิตเมล็ดพันธุ์ได้เพียง 6 แสนตันต่อปีเท่านั้น ดังนั้น เพื่อให้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้คุณภาพและเพียงพอกับความต้องการ กรมการข้าวควรดำเนินการ โดยร่วมกับเกษตรกรผลิตเมล็ดพันธุ์และจูงใจให้เกษตรกรรายใหญ่ที่มีรายได้จากการขายข้าวเกิน 5 แสนบาทต่อฤดูกาลผลิต จำนวน 50,000 ราย หันมาเพาะพันธุ์ข้าว ซึ่งมีกำไรมากกว่าการปลูกข้าวเพื่อนำผลผลิตเข้าโครงการรับจำนำข้าว 10-20%​ จากราคาขายเมล็ดพันธุ์ข้าวประมาณ 22 บาทต่อกิโลกรัม หากสามารถทำได้จะทำให้เมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้น และเงินที่ต้องใช้รับจำนำข้าวลดลง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 11 กรกฎาคม 2556, 13:56 น.
 

ปั้นอาสาเกษตรหมู่บ้าน ขึ้นชั้น “Smart Farmer”

http://www.thairath.co.th/content/edu/356331

  • 11 กรกฎาคม 2556, 05:15 น.

Pic_356331

นายสุรพล จารุพงศ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญต่อกระบวนการส่งเสริมและพัฒนาอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน เนื่องจากเป็นกลุ่มบุคคลจิตอาสา ที่มีบทบาทสำคัญต่อการนำข้อมูลข่าวสาร เผยแพร่ความรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเป็นเครือข่ายให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกร และที่ผ่านมากรมส่งเสริมการเกษตรได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการดำเนินงานอาสาสมัครเกษตร เพื่อนำข้อคิดเห็นต่างๆ ที่ได้รับจากการสัมมนาวิชาการมาสังเคราะห์เพื่อวางแผนงานการพัฒนาอาสาสมัครเกษตรสู่การเป็น  Smart  Farmer อย่างเป็นรูปธรรมและให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถขับเคลื่อนแผนงานดังกล่าวได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยผ่านคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรระดับต่างๆ ได้ในเร็วๆนี้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการศึกษา
  • 11 กรกฎาคม 2556, 05:15 น.
 

แก้ไขพ.ร.บ.จัดรูปที่ดิน ให้ ‘ผู้ว่าฯ’ แทน ‘รมว.’

http://www.thairath.co.th/content/edu/356328

  • 11 กรกฎาคม 2556, 05:00 น.

Pic_356328

นายเอกจิต ไตรภาควาสิน ผอ.สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทาน เผยถึงความคืบหน้าการร่างแก้ไขพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ…. ว่า ได้ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจทานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนนำเสนอให้รัฐสภาพิจารณาต่อไป

โดยร่างแก้ไข พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินฯ เป็นการนำเอากฎหมาย 2 ฉบับ มาพิจารณารวมกัน คือ พ.ร.บ.คันและคูน้ำ พ.ศ.2505 และ พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินฯ พ.ศ.2517 ซึ่งเดิมมีสภาพต่างคนต่างทำ กรมชลประทานดูแลคันคูน้ำจึงสามารถขยายพื้นที่คันคูน้ำได้มาก ขณะที่สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่อาจทำได้รวดเร็วเพราะงบประมาณได้รับจัดสรรน้อยและไม่มีกำลังคนที่เชี่ยวชาญ เมื่อโอนสำนักงานจัดรูปที่ดินกลางมาสังกัดกรมชลประทาน จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดรูปที่ดินมากขึ้น การประกาศเขตจัดรูปที่ดินทำได้สะดวก รวดเร็ว  ตรงพื้นที่เป้าหมาย

นายเอกจิต กล่าวอีกว่า ในส่วนของการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ที่ดินในพื้นที่จัดรูปที่ดิน เดิมทีกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน ซึ่งกว่าเรื่องจะได้รับการพิจารณาก็ต้องใช้เวลานาน แต่ร่างกฎหมายใหม่ จะมอบอำนาจให้คณะอนุกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานมีอำนาจพิจารณาอนุมัติได้เลย ทำให้พิจารณาได้รวดเร็ว รวมทั้งประธานอยู่ในพื้นที่ด้วยทำให้ตรวจสอบเองได้ทันที เพราะ พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินฯ ไม่อนุญาตให้เกษตรกรผู้ถือครองที่ดิน ซื้อขายหรือโอนที่ดินเพื่อไปทำอย่างอื่น ยกเว้นเพื่อการเกษตรกรรมอย่างเดียว เพื่ออนุรักษ์พื้นที่เกษตร ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะตกไปอยู่กับนายทุนซื้อไปทำรีสอร์ต บ้านจัดสรร และโรงงานอุตสาหกรรม.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการศึกษา
  • 11 กรกฎาคม 2556, 05:00 น.
 

ปลูกมะเขือเทศ GAP ทำดีขายได้วันละแสน

http://www.thairath.co.th/content/edu/356153

  • 10 กรกฎาคม 2556, 05:00 น.

Pic_356153

ชาวสวน ต.วัดละมุด อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เมื่อก่อนปลูกกระเจี๊ยบเขียว แต่เก็บผลผลิตขายทีไรมีแต่ปัญหา ขายได้กำไรไม่มาก หลายบ้านจึงหันมาปลูกมะเขือเทศพันธุ์ราชินี เพราะราคาดีดูแลไม่ยาก ปลูกได้ทุกฤดู ปลูกได้ทั้งปี…จากหมู่บ้านขยายเป็นตำบล ปลูกซ้ำๆในพื้นที่เดิม ทำให้ขนาดลูกผลรูปทรงเล็กลงไม่สวย ผลผลิตมีมาก ราคาตก แถมบางวันตลาดยังไม่รับซื้อ

นายประยงค์ วงษ์สกุล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลดอนตูม (กลุ่มแม่ฉุย) บอกว่า ปัญหา หลายอย่างที่เกิดขึ้น สาเหตุจริงๆ มาจากชาวบ้านขาดความรู้ “หลงตัวเอง คิดว่าเป็นมือหนึ่ง” แต่เอาเข้าจริงมันไม่ใช่ คิดผิดๆว่า ถ้าต้องการให้ผลผลิตได้เยอะ ไม่มีโรคแมลง ต้องใช้ยาใช้ปุ๋ยหนักๆ แต่การส่งสินค้าขายให้กับผู้บริโภคทั้งตลาดในประเทศ ต่างประเทศ…ถ้าไม่มีความปลอดภัย ไม่ได้มาตรฐาน ขายไม่ออก

เดี๋ยวนี้คนกินเลือกใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ชาวบ้านเลยเปลี่ยนแนวการทำสวนกันใหม่ ผลิตสินค้าตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสมสำหรับพืชอาหาร (GAP) ให้ผลผลิตมีความปลอดภัย ตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กับสำนักงานเกษตรจังหวัดเข้ามาแนะนำ

“ที่ผ่านมาเรามองกันแค่ปลูกมะเขือเทศปลอดภัยจะทำได้หรือ เพราะใจมันไม่ยอมรับ ยิ่งสภาพอากาศร้อน โรคเปลี่ยนไป มะเขือเทศเป็นพืชที่อ่อนไหว ไม่สามารถทนต่อโรคแมลงได้ ถ้าเปลี่ยนมาปลูกอินทรีย์อยู่ไม่ได้แน่นอน ต้องเคมีอย่างเดียว เลยพากันไปอบรม กลับมาปรับเปลี่ยน ตอนแรกกล้าๆ กลัวๆ จะสู้โรคแมลงไม่ได้ แต่ใจสู้เพราะถ้าทำได้จริง จะได้ราคาดีกว่าที่รับซื้อทั่วไปกิโลละ 2-5 บาท

ปรับสภาพพื้นที่ใหม่หมด หลังเก็บมะเขือเทศ 1 รอบการปลูก รู้เลยว่า จริงๆแล้วการทำเกษตรที่ดีและเหมาะสม ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงแต่เราต้องทำให้ถูกต้อง ปุ๋ยเคมีใช้ได้ แต่ต้องอยู่ในระยะเวลากำหนด ทำให้ดิน น้ำ ผลผลิตมีความปลอดภัยไม่มีเคมีตกค้าง ทำความเข้าใจโรคแมลง การเก็บเกี่ยว การขนส่ง ระบบการตลาด ซึ่งมันเป็นหัวใจหลักของการทำเกษตรที่ดี และเหมาะสม”

เมื่อปฏิบัติตามมาตรฐาน ตลาดก็เกิดความมั่นใจ เพราะผลผลิตมีคุณภาพ มีเท่าไรส่งเข้ากลุ่มขายได้ราคาดี ตลาดรับซื้อทั้งหมด ผลสด 90% ส่งขายห้างสรรพสินค้า ตลาดไทย ปากคลองตลาด ตลาดปฐมมงคล ตลาดน้ำลำพญา ที่เหลืออีก 10% เป็นผลผลิตที่ไม่ได้ขนาด มีตำหนิ เอามาแปรรูปเป็นมะเขือเทศราชินีเชื่อม อบแห้งสามรส

จากการปลูกได้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม ส่งผลให้วันนี้มะเขือเทศกลุ่มแม่ฉุย สามารถวางขายได้วันละ 2,000 กก. คิดเป็นเงิน ก็แค่วันละ 100,000 บาท

ในขณะที่เมื่อก่อน ได้วันละ 45,000 บาท หรือไม่ก็ต้องขนกลับเพราะตลาดไม่รับซื้อ.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 10 กรกฎาคม 2556, 05:00 น.
 

สภาเกษตรฯชงจำนำ+ประกัน ลดเหลื่อมล้ำอุ้มชาวนา

http://www.thairath.co.th/content/edu/355882

  • 9 กรกฎาคม 2556, 05:00 น.

Pic_355882

โครงการรับจำนำข้าวจะขาดทุนแค่ไหน มีทุจริตทุกขั้นตอนจริงหรือเปล่า ช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้เพิ่มจริงหรือไม่ ยากที่จะได้ข้อสรุปที่แท้จริงจากฝ่ายการเมือง นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลทุ่มเงินกว่า 6 แสนล้านบาท อานิสงส์ส่วนใหญ่ตกอยู่กับชาวนาภาคกลาง เพราะเป็นกลุ่มที่สามารถทำนาได้ปีละหลายครั้ง เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ชลประทานเต็มพื้นที่

“เงินจำนำ 70-80% จึงไหลสู่ชาวนาในภาคกลางมากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวนาฐานะขนาดกลางและขนาดใหญ่ ชาวนาภาคเหนือ อีสาน ส่วนใหญ่เป็นชาวนารายย่อย ขนาดเล็ก ทำนาได้ปีละครั้ง เพื่อไว้กิน และขายบ้างแต่ไม่มาก จึงได้ประโยชน์น้อยกว่าชาวนาภาคกลาง ที่ผ่านมาชาวนากลุ่มนี้ได้ร้องเรียนมาที่สภาเกษตรกร อยากให้รัฐบาลทำเป็นโครงการผสมผสานระหว่าง รับจำนำ กับประกันรายได้ เพราะพี่น้องชาวนาที่ทำนาเพื่อบริโภค ยังจะได้รับส่วนต่างจากการประกันรายได้บ้าง”

เพื่อไม่เกิดปัญหาปรับลดราคาจำนำแบบโยนถามทาง แล้วกลับลำมาใช้ราคาอีก ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติบอกว่า ชาวนาไทยรู้ดีอยู่แล้ว โครงการรับจำนำข้าวไม่มีความยั่งยืน มีแต่จะเลิกจำนำเร็วหรือช้าเท่านั้น และในอนาคตการรับจำนำราคาเดิมในปีต่อไปคงทำได้ยาก เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพทำนา สภาเกษตรกรขอเสนอรัฐบาลรีบทำโครงการปรับเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยเร็ว เพื่อสนองความต้องการชาวนาบางพื้นที่ ที่ต้องการข้าวหอมมะลิ 105 แต่ไม่มีเมล็ดพันธุ์ ด้วยการสนับสนุนจัดตั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทุกชุมชน ซึ่งกรมการข้าวได้เริ่มเดินหน้าไปบ้างแล้ว เพื่อให้ชาวนาผลิต เก็บ และกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีและเหมาะสมสำหรับไว้ใช้เอง

โดยทำควบคู่ไปกับการลดต้นทุนให้ชาวนา วางมาตรการลดการใช้ปุ๋ย ยาเคมี เพราะวันนี้ชาวนายังใช้กันพร่ำเพรื่อ รัฐบาลต้องไม่ส่งเสริมเรื่องการ ใช้ปุ๋ยใช้ยามากเกินไป อบรมให้ชาวนามีความรู้มากขึ้น ในด้านเทคโนโลยีการเก็บเมล็ดพันธุ์ การปลูกที่เหมาะสม การจัดการที่ดี การเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมเพื่อให้ผลผลิตเข้าสู่ตลาดอย่างมีคุณภาพ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเกษตร
  • 9 กรกฎาคม 2556, 05:00 น.
 

‘ก.เกษตรฯ’ หนุนให้ความรู้เกษตรกรลุ่มเจ้าพระยา

http://www.thairath.co.th/content/edu/355902

  • 8 กรกฎาคม 2556, 15:47 น.

Pic_355902

ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ นำทุกสังกัดร่วมให้ความรู้แก่เกษตรกรภาคกลางภูมิภาคลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่ จ. อ่างทอง…

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานทีมงานสำนึกรักบ้านเกิด เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดอ่างทอง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง หอการค้าจังหวัดอ่างทอง จัดงานเกษตรลุ่มเจ้าพระยาก้าวหน้าสู่อาเซียน ในระหว่างวันที่ 12–21 กรกฎาคม 2556 ที่บริเวณหน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง ต.ป่างิ้ว อ.เมือง จ.อ่างทองนั้น นอกจากเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอ่างทอง ในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตชุมชนเพื่อสร้างรายได้สู่จังหวัดอ่างทอง

นอกจากนั้นทาง รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งระดมทุกหน่วยงานในสังกัดยกมาให้ความรู้ใน ด้านการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ แก่เกษตรกรภาคกลางภูมิภาคลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยการจัดนิทรรศการแสดงองค์ความรู้ภาคเกษตรกรรมเพื่อความพร้อมและการสร้างโอกาสผู้ประกอบการธุรกิจสินค้าเกษตร ให้สามารถก้าวเข้าสู่การเปิดเสรีทางการค้าอาเซียน หรือ AEC นอกจากนี้ผู้เข้าชมงานยังได้ชมการสาธิตและเลือกซื้อสินค้า OTOP ในระดับห้าดาว มาตรฐานสินค้าส่งออกสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลกมากกว่า 100 ร้านค้า รวมทั้งยังเลือกจับจ่ายสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปนานาชนิดจากผู้ผลิตโดยตรง และยังเตรียมของฝาก เช่น ต้นไม้ พืชผัก กลับไปทดลองปลูกที่บ้านฟรี ก่อนเดินทางท่องเที่ยวไหว้พระศักดิ์สิทธิ์ของเมืองอ่างทองเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนกลับบ้านด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 8 กรกฎาคม 2556, 15:47 น.
 

ลุยสร้างหมู่บ้านลดต้นทุนปลูกข้าว รับแข่งขันหลังเปิดเออีซี

http://www.thairath.co.th/content/edu/355927

  • 8 กรกฎาคม 2556, 14:45 น.

Pic_355927

กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมการข้าวร่วมกับจังหวัดอ่างทอง มุ่งเพิ่มศักยภาพการผลิตและสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนา เร่งถ่ายทอดเทคโนโลยีการลดต้นทุนการผลิตข้าว รองรับการเปิดเสรีการค้าอาเซียน…

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า แต่ละปีประเทศไทยสามารถผลิตข้าวได้ประมาณ 32 ล้านตันข้าวเปลือก ใช้เพื่อการบริโภคภายในประเทศเพียงครึ่งหนึ่ง ที่เหลือส่งออกไปขายยังต่างประเทศ และต้องยอมรับว่าการส่งออกข้าวในช่วงที่ผ่านมามีการแข่งขันที่รุนแรง ดังนั้น ไทยเราจำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพการผลิตให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น โดยเฉพาะการลดต้นทุนให้ต่ำลงควบคู่กับการยกระดับผลผลิตและคุณภาพข้าว เพิ่มรายได้สุทธิของเกษตรกรให้สูงขึ้น

“ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 กรมการข้าว ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตร ได้จัดทำโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวและสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนา เพื่อรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียนขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร โดยโครงการดังกล่าวมุ่งพัฒนาการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี ภายใต้รูปแบบศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อให้เกษตรกรมีเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีใช้ปลูกอย่างเพียงพอและทั่วถึง พัฒนาศักยภาพชาวนาและองค์กรชาวนาให้เข้มแข็ง โดยจัดทำเป็นหมู่บ้านชุมชนต้นแบบการลดต้นทุนการผลิตข้าว เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องข้าวอย่างครบวงจร ควบคู่ไปกับการฝึกอบรมความรู้และการสาธิตการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม” นายสมศักดิ์ กล่าว
ด้าน นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า การจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการลดต้นทุนการผลิตข้าว เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวและสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนา  ครั้งนี้ได้คัดเลือกศูนย์ข้าวชุมชนบ้านทองครึม ตำบลมงคลธรรมนิมิต อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง เป็นหมู่บ้านต้นแบบในการลดต้นทุนการผลิตข้าว ที่ใช้มาตรการหลัก 3 ต้องทำ 3 ต้องลด กล่าวคือต้องปลูกข้าวไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ต้องทำบัญชีฟาร์ม และต้องลดอัตราเมล็ดพันธุ์ ต้องลดการใช้ปุ๋ยเคมี ต้องลดการใช้สารเคมี.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 8 กรกฎาคม 2556, 14:45 น.
 

ไทย-โปแลนด์ผนึกกำลังพัฒนาเกษตรกรรม

http://www.thairath.co.th/content/edu/355895

  • 8 กรกฎาคม 2556, 14:00 น.

Pic_355895

ก.เกษตรฯ ผนึกโปแลนด์ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตร หวังพัฒนาด้านเกษตรกรรมของทั้ง 2 ประเทศ…

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า  จากการร่วมเดินทางกับคณะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนสาธารณรัฐโปแลนด์อย่างเป็นทางการเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ และหาแนวทางแลกเปลี่ยนด้านการค้าและการลงทุน ในโอกาสนี้ ก.เกษตรฯ ได้ลงนามหนังสือเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือด้านเกษตร กับรัฐบาลโปแลนด์  โดยทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันในการพัฒนาการเกษตรของประเทศให้ก้าวหน้าขึ้น  เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีด้านวิชาการเกษตร การค้า การลงทุน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ อง์ความรู้ด้านเกษตรกรรม และเพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมอาหารระหว่างกัน

นอกจากนี้ที่ประชุมวิภาคีระหว่าง 2 ประเทศ มีความเห็นร่วมกันว่าควรจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างไทยและโปแลนด์ เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือ และพัฒนาไปสูการจัดทำบันทึก MOU เพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติ และขับเคลื่อนประโยชน์ด้านการค้าและการลงทุน

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังเห็นชอบสนับสนุนให้เกิดโครงการศึกษาวิจัยร่วมกันทางด้านเกษตรกรรม  แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการระบบสหกรณ์  ซึ่งต้องพัฒนารูปแบบให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก  ตลอดจนการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการบริหารจัดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว  ซึงไทยจะนำจุดแข็งในด้านดังกล่าวของโปแลนด์มาประยุกต์ใช้ในประเทศ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 8 กรกฎาคม 2556, 14:00 น.
 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,328 other followers

%d bloggers like this: