Category Archives: อาหาร

ตะกั่ว​ใน​แค​รอ​ท

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/489233

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 27 มี.ค. 2558 05:01

แค​รอ​ทเป็น​พืช​รับประทาน​หัว​ที่​อยู่​ใต้ดิน ตระกูล​เดียว​กับ​หัว​ไชเท้า มี​ถิ่น​กำเนิด​อยู่​แถบ​เอเชีย​กลาง​จนถึง​ทาง​ตะวันออก​จน​แพร่​เข้าไป​ใน​ยุโรป จีน และ​มา​ถึง​ไทย

แค​รอ​ทเป็น​พืช​ที่​อุดม​ไป​ด้วย​สาร​เบต้า​แค​โร​ที​น โดยเฉพาะบริเวณ​ส่วน​ของ​เปลือก​แก่ นอกจาก​นี้ ​ยัง​มี​วิตามิน​บี บี 1 บี 2 และ​วิตามิน​เอ ​ที่​ช่วย​ให้​ร่างกายมี​ภูมิ​ต้านทาน​โรค​หวัด ป้องกัน​มะเร็ง ป้องกัน​อาการ​ผิด​ปกติใน​กระดูก โรคผิวหนัง และ​รักษา​สายตา

แม้​แค​รอ​ท​จะ​มี​ประโยชน์​มาก​ขนาด​นี้ แต่​ต้อง​ระวัง​โลหะ​หนัก เช่น ตะกั่ว ที่​อาจ​ปน​เปื้อน​มา​จากสภาพ​แวดล้อม​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ดินและ​น้ำ​ที่​ใช้​เพาะ​ปลูก โลหะ​หนัก​เหล่า​นี้​มา​จาก​การ​ปล่อย​น้ำ​เสีย​จาก​การ​ผลิต​ของโรง​งาน​อุตสาหกรรม​หนัก เช่น หมึก​พิมพ์ กระป๋อง แก้ว ลง​สู่​แหล่ง​น้ำ​จนถึง​แปลง​ผัก​ของเกษตรกร ทำให้​ตะกั่ว​อาจ​ปน​เปื้อน​อยู่​ใน​พืช​ผัก และ​แค​รอ​ท​ได้

เมื่อ​เรา​รับประทาน​แค​รอ​ท​ที่​ปน​เปื้อน​ตะกั่ว​เข้าไป​อาจ​ทำให้​เกิด​อันตราย โดย​ตะกั่ว​จะ​เข้าไป​สะสม​ใน​ร่างกาย​จนถึง​ระยะ​เวลา​หนึ่ง หรือ​อาจ​นาน​เป็น​ปี​จึง​แสดง​อาการ ตะกั่ว​จะ​ถูก​ดูด​ซึมเข้า​สู่​ระบบ​ไหล​เวียน​โลหิต​ไป​จับ​กับ​เม็ด​เลือด​แดง​ทำให้​เกิด​อาการ​โลหิต​จาง และ​มี​ผล​ให้​ปริมาณ​เหล็กใน​น้ำเหลือง​เพิ่ม​ขึ้น​ผิด​ปกติ ตะกั่ว​บาง​ส่วน​จะ​เข้าไป​สะสม​ใน​กระดูก​ทำให้​มี​อาการ​ปวด​ตามข้อ กระดูก​ผุ​และ​หัก​ง่าย

อาการ​พิษ​ทาง​ประสาท​และ​สมอง​ทำให้​ทรง​ตัว​ไม่​อยู่ ประสาทหลอน ซึม ไม่​รู้สึก​ตัว มือ​และ​เท้า​ตกเป็น​อัมพาต​ได้

เพื่อ​คลาย​ความ​วิตก​กังวล วัน​นี้สถาบัน​อาหารได้​ทำ​การ​สุ่มเก็บตัว​อย่าง​แค​รอ​ท 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่าน​การ​ค้า​ใน​กรุงเทพฯ และ​ต่าง​จังหวัด​เพื่อ​นำ​มา​วิเคราะห์​การ​ปน​เปื้อน​ของ​ตะกั่ว ปรากฏ​ว่า​ทุก​ตัวอย่าง​ไม่​พบ​ตะกั่ว​ปน​เปื้อน

ผู้​บริโภค​ที่​ชอบ​ทาน​แค​รอ​ท วัน​นี้​รับประทาน​ได้​อย่าง​สบายใจ ทาง​ที่​ดี​ควร​ทาน​อาหาร​ให้​หลากหลาย ไม่​ทาน​อาหาร​เดิม​ซ้ำๆ เพื่อ​ความ​ปลอดภัย.

 

สาคูเปียก ซอสเสาวรส

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/489057

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 มี.ค. 2558 05:30

 

ของหวานกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน ยิ่งได้มีการครีเอทีฟให้ดูเก๋ไก๋ ยิ่งเชิญชวนให้น่ารับประทานยิ่งนัก พลอยทำให้หลายๆคนขอเก็บความกังวลเรื่องน้ำหนักเอาไว้ก่อน นี่จึงเป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ คุณหมอขวัญ–แพทย์หญิงขวัญทิชา วงศ์วิชิตกุล แพทย์ผู้บริหาร “เอเวอร์กรีน รีจูวีเนชั่น” ย่านถนนรามคำแหง ต้องดัดแปลงเมนู สาคูเปียกซอสเสาวรส เพื่อไว้แนะนำ สาวๆ สาวกของหวาน แต่อดห่วงรูปร่างไม่ได้ เริ่มจากการสรรหาวัตถุดิบแหล่งคาร์โบไฮเดรตจากธรรมชาติ จึงมาลงตัวที่แป้งสาคู ที่ราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย


สาคูเปียก ซอสเสาวรส

แป้งสาคู เป็นคาร์โบไฮเดรตบริสุทธิ์ที่สุดจากธรรมชาติ และมีความเหนียวสูงสุด อีกทั้งเป็นแป้งที่ย่อยง่ายมาก วงการแพทย์จึงมีคำแนะนำให้ผู้ป่วยโรคลำไส้รับประทาน ด้วยว่าเมนูนี้ จะไม่เน้นเรื่องความหวาน มัน คุณหมอจึงต้องใช้ผลไม้สด มาช่วยเพิ่มกลิ่นและรสชาติ โดยเน้นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์มากมาย อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหารสูง อันได้แก่ ผลเสาวรส หรือลูกกะทกรก ตามภาษาชาวบ้านนี่แหละ รสชาติของเสาวรสนั้นชวนน้ำลายสอ เพราะเปรี้ยวอมหวาน และกลิ่นหอมพาความสดชื่นมาให้ร่างกาย คุณหมอขวัญเองก็ใช้ผลไม้ชนิดนี้ช่วยดูแลตนเอง ด้วยว่าทั้งชีวิตของคุณหมอนั้น รักการเรียน ขยันแสวงหาความรู้อยู่ตลอด หลังจบจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เรียนต่อสาขารังสีวิทยา จบเพิ่มเติมด้านความงามชะลอวัย ที่สถาบันโรคผิวหนัง แถมยังเรียนด้านการฝังเข็มอีก ปัจจุบันก็ยังคงแสวงหาความรู้ใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง


คุณหมอขวัญ–แพทย์หญิงขวัญทิชา วงศ์วิชิตกุล

ส่วนผสมสาคูเปียก : สาคูเม็ดเล็กสีขาว 1 ถ้วย/น้ำ 2 ถ้วย/น้ำตาลทราย ½ ถ้วย/หัวกะทิ ½ ถ้วย/เกลือป่นเล็กน้อย

ส่วนผสมซอสเสาวรส : เสาวรสสด 2 ถ้วย/นมจืดเล็กน้อย/น้ำเชื่อมตามชอบ/เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ 1) ต้มน้ำให้เดือด ใส่เม็ดสาคูที่ล้างแล้วลงต้มจนสุก หมั่นคนให้เข้ากัน เติมน้ำตาลทราย 2) นำหัวกะทิตั้งไฟอ่อน เติมเกลือป่น พอให้ร้อนเท่านั้นอย่าให้แตกมัน พักไว้ 3) ตั้งหม้อไฟอ่อนๆ ใส่เนื้อเสาวรส น้ำเชื่อม และเกลือ ชิมรสตามชอบ คนพอเข้ากันเป็นอันเสร็จพิธี หากต้องการความมันเพิ่มขึ้นให้เติมนมจืดแล้วเคี่ยวต่อ เวลาทาน ตักสาคูใส่ภาชนะแล้วราดซอสปริมาณตามชอบ ตามด้วยหัวกะทิ หรือจะไม่ราดก็ยังได้ เพื่อลดปริมาณแคลอรี่นั่นเอง


เมนูแนะนำสาวๆ สาวกของหวาน ที่ยังห่วงรูปร่าง

เคล็ดลับ : เสาวรสมีเมล็ดสีดำ หากต้องการความสวยงามให้กรองออก แต่แนะนำว่า ทานไปพร้อมกัน ช่วยเพิ่มใยอาหาร ดีต่อสุขภาพมากกว่า.

 

Little Cook Café ช้าหน่อย อร่อยแน่

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/486529

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2558 16:05

Little Cook Café เดิมเปิดอยู่ในย่านฮิปอย่างนิมมานฯ เมื่อ 4 ปีก่อน แต่ด้วยข้อจำกัดบางอย่าง ทำให้ คุณกบ-พิชัย บุญคุ้มอยู่ และ คุณเอ้อร์-วรินธร ชูวัฒนกุล ตกลงใจย้ายมายังที่อยู่ปัจจุบัน ความน่ารักน่าหยิกของร้านนี้ อยู่ที่เวลาอันจำกัดที่เปิดขายเพียงวันละ 3 ชั่วโมง ไม่ใช่ว่าทำเอาสนุก แต่ด้วยข้อจำกัดของการช่วยกันทำร้านเพียง 2 คน ทำให้พวกเขาเลือกทำให้ดีที่สุดในเวลาที่จำกัด นอกจากนี้ ด้วยลูกมือส่วนใหญ่เป็นสาวๆ ที่นี่จึงมีกฎเหล็กว่าไม่ขายเหล้าและสูบบุหรี่


เจ้าของร้านสุดน่ารัก

เรานั่งฟังคุณกบเล่าเกี่ยวกับอาหารของร้านแล้วก็เคลิ้ม เขาเล่าว่าต้องออกไปชิม ไปหาวัตถุดิบ จนได้ออกมาเป็นร้านนี้ พวกเราไม่ใช่เชฟ แต่เป็นพ่อครัวแม่ครัว ซึ่งเลือกวัตถุดิบที่ชอบเข้ามาใช้ในร้าน อย่างที่เห็นก็มีแตงกวาดองของอะเมซิ่งแซนด์วิช ซอสอร่ามภิญโญ และสเต๊กซอสของเพชรรัตน์ ซึ่งล้วนผลิตในเมืองเชียงใหม่ เราเลือกใช้วัตถุดิบดี แต่ขายในราคาประหยัด ปรุงอาหารโฮมคุกกิงแบบจานต่อจาน อาหารเราอาจจะช้าหน่อย แต่อร่อยแน่

ระหว่างรอชิมอาหาร คุณกบแนะนำให้ลองม็อกเทลของร้านที่เรามองว่าทดแทนเหล้าได้ดีทีเดียว เพียวโมฮิโตโซดา รสสดชื่นของมินต์กับส้มคัมควอท หรือสตรอเบอร์รี่โซดา สตรอเบอร์รีเชียงใหม่เท่านั้น ถึงจะสดและอร่อย ก่อนอาหารออกมาแนะนำให้แวบไปดูครัวเปิด รับรองว่าเพลินกับการจัดจานของพ่อครัวแม่ครัว ท่ามกลางผักสดมากมาย


สปาเกตตีเบคอนพริกแห้ง

อาหารที่นี่รสชาติค่อนข้างแมนๆ ไม่ปรุงแต่งอะไรมาก จานเด่นห้ามพลาดเป็นสปาเกตตีเบคอนพริกแห้ง ขายดีที่สุด ง่ายแต่รสชาติจัดจ้าน เบอร์เกอร์เนื้อ อร่อยที่ขนมปังสูตรโตเกียว ซึ่งผสมน้ำเต้าหู้ลงไปในแป้งทำให้เนื้อนุ่มเนียนไม่ฝืดคอ ส่วนเนื้อเบอร์เกอร์ใช้เนื้อสันใน สันนอก และเติมมันบดผสมกันให้เนื้อนุ่มฉ่ำ ตัดเลี่ยนด้วยแตงโม หรือเมลอน


ทีโบนสเต๊ก

ปิดท้ายที่จานยักษ์ ทีโบนสเต๊ก เนื้อออสเตรเลียนย่างบนกระทะ ปรุงรสเพียงเกลือและพริกไทย อาศัยรสชาติของกระเทียม ส้ม สตรอเบอ์รี่ แอปเปิลจิ๋ว ทับทิม ส้มคัมควอท และฟิกซ์ เน้นรสธรรมชาติของเนื้อวัว แต่ก็มีเกรวีเห็ดเสิร์ฟมาด้วย แนะนำให้เหยาะซอสอร่ามภิญโญลงไปหน่อย ด้วยรสเปรี้ยวที่ไม่แหลม แถมเจือกลิ่นซีอิ๊วดำจางๆ ก็ได้สเต๊กรสดีแล้ว

พิกัดความอร่อย : โครงการสหศรีภูมิเพลส 244 ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดบริการ 18.00-21.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)

 

รู้แล้วบอกต่อ…! 7 อาหารบำรุงสุขภาพผมสวย เก๋ได้ไม่ต้องกลัวผมเสีย!

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/488019

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2558 06:05

อยากมี ‘เส้นผม’ แลดูสุขภาพดี เงางามตลอดเส้น สลวยสวยเก๋ตั้งแต่โคนจรดปลายหรอ … ไม่ยาก! เพียงแค่ 7 อาหารเหล่านี้ก็เอาอยู่ เชื่อเถอะว่า คุณจะเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงภายใน 2 สัปดาห์ อย่างน่าอัศจรรย์ แถมยังกล้าเฉิดฉายผมสวยได้อย่างมั่นใจมากขึ้น!

1. ปลาแซลมอน

นึกไม่ถึงล่ะสิว่า ไฟเบอร์ และโปรตีนมากมายในปลาแซลมอน จะเป็นกุญแจไขผมเสียของคุณให้เป็นผมสวย หากคุณทานปลาแซลมอนบ่อยๆ มันจะช่วยบำรุงเส้นผมของคุณให้ดูมีน้ำหนักและเงางามมากขึ้น อีกทั้งในปลาแซลมอนยังมีกรดไขมันโอเมกา 3 และวิตามินดี ที่รวมแร่ธาตุต่างๆ อย่างแคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส และเซเรเนียม ไว้ด้วยกัน แหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมสำหรับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และจำเป็นสำหรับสุขภาพของหนังศีรษะ ซึ่งมันจะช่วยบำรุงหนังศีรษะของคุณให้แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม


ปลาแซลมอน …

2. สัตว์ปีกต่างๆ (เป็ด, ไก่)

อาหารที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย จากโปรตีน, สังกะสี, ธาตุเหล็ก และวิตามิน บี 12 ทั้งหมดนั้นจะช่วยทำให้เส้นผมของคุณขึ้นใหม่อย่างเงางาม ไม่ขาดเปราะง่ายเหมือนเคย และที่สำคัญไม่ทำให้เส้นผมแตกปลายจนขาดความมั่นใจ แต่ทว่า ถ้าคุณบริโภคโปรตีนไม่เพียงพอแล้ว เส้นผมของคุณจะอ่อนแอ และเปราะบาง-หักขาดง่ายอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงส่วนของเส้นผมที่ไม่ได้รับโปรตีนนั้น จะเกิดการเปลี่ยนสี กลายเป็น ‘ผมงอก’ ที่คุณกลัวสุดๆ เลยล่ะ … ไม่ได้โม้นะ แต่เชื่อเถอะลองแล้วคุณจะรักเลยอ่ะ!


สัตว์ปีกต่างๆ (ไก่) …

3. ถั่วเลนทิล

หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อนัก… แต่รู้ไหมว่า มันเป็นแหล่งสะสมสารอาหารชั้นยอด ที่อุดมไปด้วยโปรตีน, ธาตุเหล็ก (สูง), สังกะสี และวิตามินบี 7 ‘ไบโอติน’ ซึ่งให้ประโยชน์มากพอๆ กับผักใบเขียวเลยทีเดียว (ถ้าคุณไม่ชอบทานผักใบเขียว เปลี่ยนมาทานเป็นถั่วเลนทิลก็ให้ประโยชน์เหมือนกัน) อีกทั้งยังช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพเส้นผมของคุณให้แข็งแรง เงางาม สะท้อนแสงแดดตั้งแต่รากจรดปลายผม และไม่มีเส้นผมแตกปลาย เปราะขาดง่ายมาให้เห็นด้วย


ถั่วเลนทิล …

4. ไข่ไก่

ไข่ไก่ที่คุณทานทุกเช้า ไม่เพียงจะช่วยให้ร่างกายคุณเฮลตี้ขึ้นเท่านั้น แต่มันยังช่วยบำรุงเส้นผมและเล็บให้แลดูเฮลตี้-แข็งแรงขึ้นตามไปด้วย สารอาหารต่างๆ ที่สำคัญมากมายจากไข่ไก่ อย่างโปรตีน (สูง), เกลือแร่, วิตามินเอ, ไอโอดีน, เซเลเนียม และธาตุเหล็กจำนวนมาก จะเข้าไปช่วยบำรุงเส้นผมของคุณอย่างล้ำลึกทุกอณู เสริมสร้างกล้ามเนื้อหนังศีรษะให้แข็งแรงขึ้น ป้องกันเส้นผมไม่ขาดหลุดร่วงง่าย ส่วนวิตามินบี 7 ‘ไบโอติน’ จะทำให้เส้นผมของคุณขึ้นดกหนา ตัดกังวลเรื่องผมบาง-เส้นเล็ก จนทำให้ศีรษะคุณลีบแบนไปได้เลย รวมถึงซัลเฟอร์ (กำมะถันสูง) และวิตามินบี 12 ยังช่วยเสกผมสั้นของคุณให้ยาวเร็วขึ้น ช่วยให้เส้นผมนุ่มลื่น เรียงพลิ้วสลวยอย่างเป็นธรรมชาติ!


ไข่ไก่ …

5. มันฝรั่งหวาน

อาหารหลากหลายคุณประโยชน์ ที่คุณไม่ควรพลาด แหล่งรวมสารอาหาร ทั้งวิตามินต่างๆ แคลเซียม, แมกนีเซียม, ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม และโดยเฉพาะ เบต้า แครอทีน (สูง…งงงมาก) ที่ร่างกายของคุณจะเปลี่ยนไปเป็น ‘วิตามินเอ’ ซึ่งจะช่วยบำรุง-ฟื้นฟู สภาพเส้นผมของคุณให้มีน้ำหนัก ดูสุขภาพดีตลอดเส้นมากขึ้น รวมทั้งป้องกันหนังศีรษะแห้ง และเส้นผมแตกปลาย หยาบกร้านแบบสุดๆ ที่สำคัญยังช่วยบำรุงสายตาคุณได้ดีทีเดียวล่ะ … จะบอกให้!


มันฝรั่งหวาน …

6. บลูเบอร์รี่

ถ้าคุณอยากได้สารอาหารและประโยชน์ครบครัน โดยเฉพาะเพื่อให้เส้นผมนุ่มสลวยดูสุขภาพดี บลูเบอร์รี่ ก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวนะ แหล่งอุดมวิตามินซีสุดยอดที่มีจำนวนมากกว่าส้มถึง 4 เท่า ช่วยบำรุงสุขภาพผมของคุณให้แข็งแรงขึ้น ดกดำเงางามตั้งแต่โคนจรดปลายผม แถมยังป้องกันผมหงอกก่อนวัยอันควรด้วย (แล้วคุณจะทึ่งกับผลลัพธ์ที่ได้)


บลูเบอร์รี่ …

7. ผักสวิสชาร์ด

ผักหลายสีตระกูลเดียวกับ ‘บีทรูท’ อุดมไปด้วยประโยชน์จากวิตามินซี, วิตามินบี 7 ‘ไบโอติน’, ธาตุเหล็ก และสารต้านอนุมูลอิสระ ‘พอลิฟีนอล’ ถึง 13 ชนิด ซึ่งจะช่วยทำให้เส้นผมของคุณสวยเงางามตลอดเส้น และสารไบโอตินที่มีอยู่สูงนั้น จะช่วยให้เส้นผมแข็งแรง แม้ผ่านการดึง หรือมัด ก็ไม่ทำให้เส้นผมขาดร่วงได้ง่าย แถมยังช่วยกระตุ้นการเจริญของเส้นผม ให้ยาวขึ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว


ผักสวิสชาร์ด …

ที่มา : womenshealthmag

 

“กินขนมจิบน้ำชา” ร้านน้องพลับ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/488231

โดย อาเหม่ง 22 มี.ค. 2558 05:01

ปิดเทอมแล้ว พาลูกหลานไปเที่ยวรับซัมเมอร์ที่ไหนหรือเปล่า? ใครยังไม่มีโปรแกรม แนะนำให้ไปเมืองกาญจน์ หลายคนอาจบ่นว่าเมืองนี้ร้อน! แหม…ช่วงนี้ที่ไหนก็ร้อนหมดเปล่าจ๊ะ ที่แนะนำ จ.กาญจนบุรีเพราะที่นี่เขื่อนเยอะ น้ำมาก ภูเขาก็มี ที่พักก็มีให้เลือกสารพัดแบบ ไปพักผ่อนชิลๆกับครอบครัวริมแม่น้ำหรือเหนือเขื่อน แค่นี้ก็แฮปปี้สุดๆแล้ว


“น้องพลับ” เจ้าของร้านรูปหล่อ.

อาเหม่งไปมาแล้ว ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก!! ตามประสาคนขี้ร้อน พรรค พวกแนะนำให้ไปพักโรงแรมเทวมันตร์ทรา เขาบอกเป็นของน้องพลับ นักร้องเด็กที่ดัง มากเมื่อสิบกว่าปีก่อน “ใครๆก็ไม่รักผม ขนาดพัดลมยังส่ายหน้าเลย” (กรุณาร้องเป็นเพลงออกมาดังๆ) ชื่อรีสอร์ตมีความหมายดีมาก เทวมันตร์ทราแปลว่า “พรของเทวดา” ใครไปพักก็มีความสุขดั่งได้รับพรจากเทวดา เป็นไง…
โดนใจมั้ยล่ะ? ตอนนี้น้องพลับโตเป็นหนุ่มแล้ว อายุ 22 ปี จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา น้องตั้งใจกลับมาดูแลกิจการของครอบครัว น้องพลับไม่ได้ดูแค่ที่พักเท่านั้น ยังดูเรื่องอาหารอีกด้วย “ห้องอาหารเทียร่า” เปิดบริการสำหรับคนทั่วไป ไม่พักก็หม่ำได้ อาหารที่นี่เน้นสไตล์ฝรั่งเศสเบาๆ เหมาะกับช่วงร้อนนี้อย่างยิ่ง


ชุดไฮที จิบเบาลมเย็นๆ สุขที่สุด.

“ปลาคังลวกจิ้ม” สด แซ่บ.

ลองชุดไฮทีสักเซตเป็นไง จะสั่งแยกเป็นอย่างๆก็ได้ แต่อาเหม่งทั้งทีต้องจัดเต็ม เริ่มที่เซตแรก กระทงทองไส้กุ้งหวาน หมูสะเต๊ะ เทมปุระดอกไม้ และคานาเป้ปลาคัง ลองทีละอย่าง “กระทงทองไส้กุ้งหวาน” รสชาตินุ่มนวลกลมกล่อม เชฟใช้กุ้ง ข้าวโพดและแครอท ถั่วลันเตาผัดเข้าด้วยกัน อาหารที่นี่ไม่ใช้ผงชูรส รสชาติที่หม่ำมาจากรสมือของเชฟล้วนๆ ลองหมูสะเต๊ะบ้าง เชฟทำเก๋ด้วยการเสียบตะไคร้แทนไม้ ราดซอสถั่วมาเสร็จสรรพ เคี้ยวมันอร่อยดีจริงๆ ส่วน “เทมปุระดอกไม้” เชฟใช้ดอกไม้กินได้อย่างลั่นทมชุบแป้งทอด จัดใส่แก้วใสที่มีน้ำจิ้มอยู่ด้านล่าง หวานหอมสไตล์น้ำจิ้มบ๊วย หม่ำเรียกน้ำย่อยดีนักเชียว อีกหนึ่งเมนูเด็ดที่อยากให้ลอง “คานาเป้ปลาคัง” อาหารว่างที่ดัดแปลงเอา “ปลาคัง” ปลาน้ำจืดที่มีเยอะในเมืองกาญจน์ ทำให้สุก หั่นเป็นชิ้นพอดีคำวางบนขนมปัง ขนมปังทำเองจากแป้งธัญพืช ซึ่งสั่งมาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไม่น่าเชื่อว่าปลาน้ำจืดบ้านเราจะหม่ำเข้ากับขนมปังได้อย่างลงตัว ไม่มีคาวสักนิด ค่อยๆหม่ำเคล้าบรรยากาศ จิบชาตามสักนิด อื้อหือ… สวรรค์ยามบ่ายแท้ๆ


สโคน–มาการอง พาใจเย็นรับร้อน.

เซตที่ 2 เป็นขนมหวาน สโคนกับมาการอง เชฟบอกว่าเป็นสูตรเฉพาะที่มีเคล็ดลับว่าต้องนวดแป้งไม่นาน และเนยที่ใส่ต้องนิ่มไม่แข็ง ไม่ใช้เนยละลาย ด้วยวิธีการทำแบบนี้ทำให้ได้สโคนเนื้อนุ่ม หม่ำแล้วเนื้อซุยในปาก จะหม่ำกับเนยก็ได้ แต่ถ้าต้องการความเปรี้ยวก็ต้องเฟรชราสเบอรี่ เปรี้ยวสดชื่นถึงใจแน่นอน ส่วนมาการอง เชฟทำได้เด็ดดวงจริงมาก แข็งนิดๆ เนื้อในนุ่มนวลหวานหอมอร่อย เวลาหม่ำความหอมจะฟุ้งเต็มปาก มาการองมีหลายรส แต่ที่ถูกใจอาเหม่งที่สุดคือ “รสชานม” หม่ำเข้ากับน้ำชาที่สุด อันนี้ความชอบส่วนตัว ใครจะชอบแบบอื่นก็ไม่ว่ากัน เวลาหม่ำอาหารพวกนี้ อยากให้ค่อยๆกิน แล้วจิบชาตาม การหม่ำไฮทีเป็น การผ่อนคลายอย่างหนึ่ง ทำให้ชีวิตเราช้าลง นี่คืออีกวิถีหนึ่งของ Slow Life อากาศร้อนก็ร้อนไป เราไม่เห็นต้องร้อนตาม ทำใจร่มๆ มีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แล้วเราจะรู้ว่าชีวิตไม่จำเป็นต้องดิ้นรนอะไรมากก็มีความสุขได้ เซตนี้ทั้งหมด 980 บาท


“สเต๊กแซลมอน” ถ้าไม่หม่ำ ถือว่าพลาด.

หม่ำของเบาๆมาเยอะแล้ว มาลองของหนักที่ดีต่อสุขภาพ “สเต๊กแซลมอน” เสิร์ฟมาชิ้นโตมีน้ำซอสสีดำราดมาด้านบน เชฟบอกว่า นี่คือซอสสูตรพิเศษที่ใช้น้ำส้มบัลซามิกเคี่ยวกับน้ำผึ้งจนเหนียว เป็นซอสที่หม่ำแล้วชุ่มคอ ชื่นใจที่สุด ส่วนปลาแซลมอนย่างด้วยไฟแรงก่อน เพื่อให้ขึ้นสีสวยงาม หลังจากนั้นนำมาอบเพื่อให้สุกถึงข้างใน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำ ให้หนังปลากรอบ อร่อย ไม่ไหม้ เนื้อแน่น และสุกถึงข้างใน ยิ่งหม่ำกับซอสสูตรพิเศษด้วยแล้ว เด็ดดวงที่สุด จานนี้ 400 บาท


เมนูนี้ ชื่อว่า “ซีเคร็ต” ลืมไม่ลงจริงๆ.

ขนมหวาน ที่อยากแนะนำคือ “ซีเคร็ต” สมชื่อจริงๆ สูตรการทำบอกไม่ได้ รู้แต่ว่ามีกล้วยหอมเป็นส่วนผสม มีช็อกโกแลต มีวิปปิ้งครีม หม่ำแล้วมันเลอค่าจริงๆ ทั้งหอมอร่อยและชุ่มคอในคำเดียวกัน บอกตรงๆ ว่าลืมไม่ลง ถ้าไปเมืองกาญจน์อีกครั้งจะกลับไปหม่ำอีกครั้งแน่นอน เมนูนี้ 280 บาท


เมนูนี้เชฟบอกว่าฝรั่งชอบ “หลนปูเค็ม”.

นี่คือในส่วนของห้องอาหารเทียร่า ซึ่งเปิดทุกวัน วันละ 2 รอบ คือ 12.00-14.30 น. กับ 18.00-22.30 น. จะพักหรือไม่พักที่นี่ก็เข้าไปหม่ำได้ แต่ถ้าชอบอาหารไทย ต้องมาช่วงเย็นๆ มีร้านอาหารเป็นแพริมน้ำ บรรยากาศยามเย็นดีมาก มีเมนูเด่นๆหลายอย่าง โดยเฉพาะ “ปลาคัง” จะต้มยำ ผัดฉ่า แกงป่าได้หมด หรือจะลวกจิ้มก็แซ่บเด็ดดวง ปลาสดเนื้อแน่นจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมาก ลวกแล้วหม่ำกับน้ำจิ้มซีฟู้ดแค่นี้ก็อร่อยล้ำที่สุด “ผัดไทยมะละกอกุ้งแม่น้ำ” ก็ถูกใจทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เส้นกรอบอร่อย รสกลมกล่อม อีกเมนูหนึ่งที่เชฟบอกฝรั่งชอบกิน “หลนปูเค็ม” อันนี้อาเหม่งงงเลย กินเป็นด้วยเหรอ แต่เห็นว่าขายดีนักเชียว ชอบแบบไหน สไตล์ไหนก็แวะไปหม่ำกันได้ สะดวกตอนไหนไปตอนนั้น รับรองว่าจะหายร้อนขึ้นเยอะ


แผนที่ร้าน

อาหาร 2 แบบ 2 สไตล์ อยู่ในเทวมันตร์ทรา รีสอร์ต ออกนอกตัวเมืองไปนิดเดียว ถึงแยกแก่งเสี้ยนให้ตรงไปทาง อ.ไทรโยค พอข้ามแม่น้ำแควใหญ่ ให้สังเกตทางแยกเล็กๆซ้ายมือ เลี้ยวไปเลย รีสอร์ตตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่ทางซ้ายมือ หาไม่เจอโทร. 0-3461-5999

ไปหม่ำให้หายร้อน ถ้ายังไม่หายแนะนำให้ไปแช่อ่าง แช่กับภรรยาเท่านั้น คนอื่นห้ามเด็ดขาด เข้าใจตรงกันนะ ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก!!­­

อาเหม่ง

 

คาเฟอีนในกาแฟปรุงสำเร็จชนิดผง

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/487828

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 20 มี.ค. 2558 05:01

บรรยากาศยามเช้าคู่กับกาแฟหอมกรุ่น ทำให้คนวัยทำงานอย่างเราที่อาจยังอ่อนเพลียเมื่อตื่นมาตอนเช้า มีตัวกระตุ้นเข้าไปในร่างกาย ทำให้รู้สึกกระฉับกระเฉงพร้อมรับวันใหม่

กาแฟ เครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมสูง ด้วยความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ รสสัมผัสที่ไม่เหมือนใคร กาแฟแต่ละสายพันธุ์มีกลิ่นหอม รสชาติและปริมาณคาเฟอีนที่แตกต่างกัน

ตัวคาเฟอีนนี้แหละ ที่ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า เพราะคาเฟอีนเป็นสารสื่อประสาทชนิดหนึ่งในสมอง มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ร่างกายเกิดความตื่นตัวและลดความง่วง

กาแฟนับเป็นแหล่งของคาเฟอีนตามธรรมชาติ ซึ่งสายพันธุ์และกรรมวิธีการผลิตเมล็ดกาแฟคั่วและอบ จะมีผลต่อปริมาณคาเฟอีน เพราะคาเฟอีนสลายตัวได้ระหว่างการให้ความร้อน

ส่วนฤทธิ์ของคาเฟอีนที่มีผลต่อระบบส่วนกลางของสมองจะขึ้นอยู่กับปริมาณของคาเฟอีนที่ได้รับ

ถ้าร่างกายได้รับ 50-200 มิลลิกรัม จะไปกระตุ้นทำให้ไม่ง่วง มีความตื่นตัวและกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ถ้าได้รับขนาด 200- 500 มิลลิกรัม อาจทำให้ปวดศีรษะ เครียด กระวนกระวาย มือสั่น นอนไม่หลับ

แต่หากได้รับขนาด 1,000 มิลลิกรัม จะเริ่มทำให้เกิดพิษของคาเฟอีนที่เรียกว่า Caffeinism มีอาการกระสับกระส่ายอยู่นิ่งไม่ได้ หัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้ เบื่ออาหาร และปัสสาวะบ่อย

อาการข้างต้นเป็นผลเฉียบพลันที่เกิดกับผู้ที่ไม่ได้รับคาเฟอีนเป็นประจำ อาการจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความต้านทานฤทธิ์คาเฟอีนของแต่ละคน
ผู้ที่ได้รับคาเฟอีนเป็นประจำ ฤทธิ์เหล่านี้จะลดลงเนื่องจากร่างกายเริ่มทนต่อฤทธิ์ของคาเฟอีนได้

วันนี้ สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างกาแฟปรุงสำเร็จชนิดผงหรือกาแฟ 3 in 1 จำนวน 5 ยี่ห้อ เพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณคาเฟอีน

ผลวิเคราะห์พบว่าใน 1 ซองมีคาเฟอีนอยู่ในช่วง 83-122.48 มิลลิกรัม

วันนี้ผู้บริโภคที่ชื่นชอบกาแฟสามารถเลือกดื่มกันได้ตามความชอบ แต่ขอแนะว่าต้องคำนึงถึงปริมาณที่ร่างกายของเราสามารถทนทานต่อฤทธิ์ของคาเฟอีนได้ด้วยเพื่อความปลอดภัย.

 

ข้าวผัดเกลือ แกงเหลือง

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/487665

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 มี.ค. 2558 05:15

เมนูแกงเหลืองที่นำขึ้นสำรับวันนี้ หน้าตาดูต่างจากแกงเหลืองตำรับชาวใต้ทั่วๆไป ที่จะมียอดมะพร้าวหรือไม่ก็หน่อไม้ผสมด้วย แต่สูตรของ คุณโต้ง–สุรนาท เลิศคุณากรณ์ เจ้าของบูทีคโฮเต็ล “เดอะ เฮน” ริมชายหาดหัวหิน บนถนนแนบเคหาสน์ ที่นำเสนอในวันนี้ จะมีแต่เนื้อปลากระพงล้วนๆ ไม่มีผักหญ้าปนเลย

คุณโต้งเล่าถึงสูตรแกงเหลืองของเธอว่า เป็นสูตรเฉพาะของคุณพ่อนิวัตร์ นายหัวเมืองนคร (นครศรีธรรมราช) ทุกครั้งที่เลี้ยงแขก ไม่ว่าจะเลี้ยงโต๊ะจีนหรือเลี้ยงอาหารชาติไหนก็ตาม จะต้องตบท้ายด้วยสำรับ “ข้าวผัดดอกเกลือ กับแกงเหลืองปลากระพง และไข่เจียวฝอย” ไม่ใช่ว่าคุณพ่อจะกลัวแขกไม่อิ่มนะครับ แต่เหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของบ้านเรา ที่จะต้องมีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์เสิร์ฟปิดท้ายด้วย


คุณโต้ง–สุรนาท เลิศคุณากรณ์

คุณโต้งยังเล่าด้วยว่า เคยถามคุณพ่อว่า ทำไมแกงเหลืองของคุณพ่อถึงมีแต่เนื้อปลาล้วนๆ คุณพ่อตอบแบบติดตลกแกมประชดหน่อยๆว่า คนรวยไม่กินผัก เพราะคุณพ่อเคยเป็นเด็กวัดมาก่อน คงลิ้มรสชาติของอาหารผักมาจนเบื่อก็ได้ สำหรับในเรื่องของการครัวนั้น คุณโต้งบอกว่า ซึมซับมาจากคุณยาย เพราะเป็นหลานคนเดียวที่อยู่กับคุณยายตลอด จึงรู้หมดว่า สูตรอาหารของคุณยายมีอะไรบ้าง และมักจะชอบนำมาทดลองทำ แต่ส่วนใหญ่จะให้พี่เลี้ยงทำให้ทานอยู่เสมอ ซึ่งมีอาทิ (น้ำ) บูดู ที่บ้านจะต้องนำมาทรงเครื่องก่อน โดยใส่เนื้อกุ้งหั่นชิ้นเล็กๆ พร้อมด้วยพริกหยวกซอย ตะไคร้ซอย และยังมีอีกเมนูที่หัดทำไม่สำเร็จสักทีคือ ปลาทูยัดไส้ สูตรคุณยาย ที่จะเอาก้างออก และเอาเนื้อมาคลุกกับเครื่องแกง แล้วค่อยยัดใส่เข้าไปในตัวปลาทู และนำไปทอดก่อนรับประทาน แต่วันนี้เป็นสำรับ “ข้าวผัด (ดอก) เกลือ กับแกงเหลืองปลากระพง และไข่เจียวฝอย” ที่เอาสูตรมาจากคุณพ่อ


ส่วนผสมต่างๆ

ส่วนผสมเครื่องแกง : ขมิ้น 1 ½ ข้อนิ้วมือ/กะปิ 3 ชต.พูน/กระเทียมกลีบใหญ่ 10 กลีบ/พริกแดงจินดา 60 เม็ด/พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด

เครื่องปรุงแกงเหลือง : ปลากระพง/ เครื่องแกง/น้ำตาล/น้ำปลา/น้ำมะขามเปียก/ มะนาว…….วิธีทำ 1) ตั้งน้ำ 1 ส่วน 4 ของหม้อ รอจนน้ำเดือด 2)ใส่เครื่องแกงที่ปั่นหรือโขลกจนละเอียดลงในหม้อและคนให้ละลาย 3) ใส่เนื้อปลากระพง หั่นชิ้นใหญ่ ลงในหม้อ โดยแล่เอาแต่เนื้อล้วนๆ ไม่มีหนังและก้างปนเลย เมื่อใส่ปลาลงไปห้ามคนเด็ดขาด เพราะจะทำให้มีกลิ่นคาวปลา รอจนเดือด 4) ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก สัก 5-6 ทัพพี และน้ำปลา น้ำตาล ให้ได้รสตามชอบ ส่วนน้ำมะนาว ให้เติมหลังจากปิดแก๊สแล้ว หรือเติมก่อนเสิร์ฟ อย่าเติมตอนปรุงรสจะทำให้มีรสขม เสิร์ฟกับไข่เจียวฝอยเป็นเครื่องแนม

วิธีทำข้าวผัดเกลือ ใช้ข้าวที่หุงสุกแล้วและแช่ตู้เย็นค้างคืน นำมาผัดกับน้ำมันหมู จะได้กลิ่นหอม และใส่ดอกเกลือให้มีรสชาติ.

 

หยุดความคิดผิดๆ … สต็อป 5 อาหารมื้อดึก ทำร้ายสุขภาพแย่ !

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/487179

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มี.ค. 2558 06:05

เวลาหิวคุณสามารถทานสารพัดอาหารที่อยู่ตรงหน้าได้ ไม่เว้นแม้แต่สแน็กขบเคี้ยว หรือของหวานทานเล่น อย่างช็อกโกแลต ที่ช่วยเพิ่มน้ำตาลในเลือดให้คุณไม่รู้สึกเป็นลม/หน้ามืด หากแต่บางทีคุณอาจคิดผิดแล้วล่ะที่ทานมัน โดยเฉพาะทานแก้หิวก่อนนอน (ที่ชอบทานเป็นประจำ) เพราะอาหารบางอย่างก็ทำร้ายสุขภาพของคุณให้แย่ลงไม่รู้ตัว อย่างเช่น โรคกรดไหลย้อน ที่คุณจะรู้สึกอาหารไม่ย่อย และพะอืดพะอมขณะนอนหลับ จนทำให้คุณหลับไม่สนิทเต็มที่ …

1. แอลกอฮอล์ 


คุณอาจรู้สึกว่าแอลกอฮอล์ช่วยปลดปล่อยอารมณ์คุณ ให้รู้สึกสบายตัว โล่งสมองมากขึ้น ปล่อยวันหนักๆ ให้เบาลงได้ และถ้าคุณดื่มก่อนนอน ก็จะช่วยทำให้คุณนอนหลับสบาย-ลึกดีขึ้นตลอดคืน เหมือนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จริงๆ ซึ่งนั่นมันก็จริง … หากแต่พอคุณตื่นขึ้นมา มันจะส่งผลเอฟเฟกต์กับคุณทันที อาทิ คุณจะรู้สึกปวดหัว-มึน ปวดท้อง และร่างกายของคุณจะไม่รู้สึกอยากอาหาร/ไม่ตอบสนองเท่าที่ควร ฉะนั้นทางที่ดีคุณควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนนอน เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณในตอนเช้า … จะโอเคกว่านะ !


แอลกอฮอล์ 
…

2. โซดา 


โซดา … ก็ต้องมาควบคู่กับแอลกอฮอล์เป็นแน่แท้ ! เมื่อแอลกอฮอล์ให้โทษ โซดาก็คงไม่ต่างกัน (แต่ไม่ถึงขนาดให้อันตรายรุนแรง) เพราะในโซดามีส่วนประกอบที่เป็น ‘กรด’ และ ‘แก๊ส’ อยู่มากกว่าทุกๆ สิ่งที่พบในธรรมชาติ ซึ่งกรดและแก๊สนี่แหละ จะเข้าไปทำร้ายระบบภายในต่างๆ ของร่างกายคุณ บางทีคุณอาจจะรู้สึกท้องอืด, มีกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น นั่นส่งผลให้กระเพาะอักเสบ หรือเกิดแผลในกระเพาะง่ายขึ้น …

3. ช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตมีประโยชน์ก็จริง แต่นั่นก็เป็นของทานเล่นที่ให้ความอ้วนไม่น้อย รวมทั้งมันยังมีส่วนผสมของคาเฟอีน สารกระตุ้นที่ทำให้คุณรู้สึกตื่นตัว และไม่ง่วงนอนแต่อย่างใด (หลายคนอาจจะยังไม่รู้ และคิดว่ามีแต่กาแฟเท่านั้นที่ช่วยคลายความง่วงให้คุณได้) ยิ่งถ้าคุณหยิบมาทานก่อนนอน แล้วหลับไปเลยภายใน 1-2 ชั่วโมงนั้น มันจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้คุณเห็นผลลัพธ์ความอ้วนเร็วขึ้น (เมื่อคุณตื่นขึ้นมา) รับรองได้ว่า อาการหน้าบวม-หน้าท้องพองขยายใหญ่ในตอนเช้า ไม่ได้เกิดจากที่คุณนอนหลับเต็มอิ่มมากไปแน่นอน แต่เกิดจากช็อกโกแลตที่เมื่อคืนคุณทานไปเมื่อคืนซะมากกว่าน่ะสิ !!


ช็อกโกแลต …

4. ชีส(สุดเลี่ยน)


อาหารที่เต็มไปด้วยไขมันที่คุณควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด (ถึงบางคนจะบอกอร่อย และชอบมันมากมายก็เถอะ !) อย่าทานตามใจปากโดยเฉพาะมื้อค่ำและก่อนนอน ถึงแม้คุณจะหิวมากแค่ไหนก็ตาม หากในมื้อค่ำคุณเลี่ยงที่จะทานไม่ได้ เราแนะนำให้คุณทานเป็น ‘พามิซาน ชีส’ และ ‘สวิส ชีส’ ที่เป็นเนยแข็ง (แต่ในปริมาณที่พอดีเท่านั้นนะ) เพราะมันจะส่งผลต่ออาการ ‘การไหลย้อน’ เมื่อคุณนอนหลับ น้อยกว่าเนยที่มีความนิ่มกว่า จำพวกเช่น ‘เฟตา ชีส’ ที่ทำมาจากนมแพะ/นมแกะ และ ‘มอสซาเรลลา ชีส’ เนยเนื้อสัมผัสนุ่ม ที่ผลิตจากน้ำนมควาย/น้ำนมวัว


ชีส(สุดเลี่ยน)
 …

5. ถั่วต่างๆ

จะดีกว่าไหม …? หากคุณหลีกเลี่ยงการทานจำพวกถั่ว เช่น ถั่วพีนัท, มะม่วงหิมพานต์,  วอลนัท, พีนัท และแมคาเดเมีย ในตอนดึก มาเป็นอาหารทานเล่นยามบ่าย แก้หิวระหว่างวันแทน เพราะไม่เพียงมันจะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มท้องไปเกือบตลอดวัน (อาหารลดอ้วน) แต่มันยังมีเวลาให้กระเพาะฯ คุณได้ย่อยอย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าคุณเลือกทานตอนดึก เพื่อระงับความหิวก่อนนอน โดยที่มันไม่ได้มีการย่อยอย่างเต็มที่ (ทานก่อนเข้านอน 1-2 ชั่วโมง) แน่ล่ะว่ามันต้องเกิดผลเอฟเฟกต์ในทางลบตามมา อย่างเช่น กรดไหลย้อนระหว่างคุณนอนหลับ หรือไขมันสะสม หนึ่งสาเหตุที่ทำให้คุณตื่นมาแล้วมีอาการตัวบวม หน้าท้องบวมนั่นเอง !

อย่างไรก็ตาม หากคุณอยากทานอาหารเบาๆ จำพวกถั่วก่อนนอน ‘ถั่วพิสตาชิโอ’ และ ‘อัลมอนด์’ ก็เป็นทางเลือกที่ไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก แต่คุณก็ควรบริโภคก่อนเข้านอนอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง !


ถั่วต่างๆ …

ปล. อาหารทุกข้อที่กล่าวมานั้น ควรทานเป็นอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ก่อนนอน …

ที่มา : womenshealthmag

 

ยั่วตายั่วใจ! สวรรค์ของคนรักขนม

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/487208

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 มี.ค. 2558 05:30

ตระการตากับขนมนานาชนิดในงาน “The Mall Sweets Fiesta” ซึ่ง เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดใหญ่ จัดเต็มต้อนรับซัมเมอร์ด้วยการรวบรวมร้านขนมอร่อยกว่า 70 ร้านดัง มาไว้ที่อีเวนต์ ฮอลล์ และไลฟ์สไตล์ อเวนิว ชั้น G เดอะมอลล์ บางกะปิ จนถึงวันที่ 1 เม.ย. โดยงานนี้ สุทธิพงษ์ อัมพุช ผู้บริหารเดอะ มอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่และโมเดิร์นแฟมิลี่ที่เปลี่ยนไป โดยคนยุคใหม่จะใช้ เวลาส่วนใหญ่ร่วมกันนอกบ้าน งานนี้ถือเป็นกิจกรรมครอบครัว ที่จะได้มาลิ้มลองขนมดังจากต่างประเทศ โดยไม่ต้องบินไปไกล นอกจากนี้ ยังคัดสรรขนมและไอศกรีมเป็นไฮไลต์ 5 เมนู ในคอนเซปต์ “The Blossom Summer” ครั้งแรกในไทยอีกด้วย


สุทธิพงษ์ อัมพุช และพริมา จักรพันธุ์ หวั่งหลี ชวนลิ้มลองขนมนานาชนิด.

สำหรับบรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจากขนมนานาชนิด และยังได้ชม Pop-Up Cafe สไตล์เก๋ จากร้านดัง อาทิ ร้าน Ya Kun Kaya Toast ร้านกาแฟ และขนมปังสัญชาติสิงคโปร์ ที่ก่อตั้งมากว่า 70 ปี, Snaffle’s ชีสเค้ก ออแกนิกจากฮอกไกโด ที่มีรสสัมผัสนุ่มราวปุยเมฆ, i-Seki ร้านซอฟต์ครีมภูเขาไฟเจ้าแรกในไทย และ Croissant Taiyaki ขนมรูปปลาทำจากแป้งครัวซองต์ สูตรพิเศษที่มีความหนาถึง 24 ชั้น

ส่วนไฮไลต์ 5 เมนู ได้แก่ ไอศกรีมสกาเล็ตโรส ไอศกรีมกลิ่นกุหลาบแดงสด, จัสมิน เอแคลร์ จากฝรั่งเศส ที่ดัดแปลงให้เข้ากับรสชาติและกลิ่นดอกมะลิ, ไวท์โรส มาการอง มาการองกลิ่นหอมจากกุหลาบขาว, ลาเวนเดอร์ ช็อกโกแลต ช็อกโกแลตที่นำรสชาติของลาเวนเดอร์และบลูเบอร์รี่มาอยู่ในชิ้นเดียวกัน และซากุระโรลเค้ก ทำจากมิลค์สปอนจ์สไตล์ญี่ปุ่น มีกลิ่นของซากุระลิเคียวร์บางๆ.

 

อร่อยลึกลับ “ลุงเคน” อาหารญี่ปุ่น

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/486844

โดย อาเหม่ง 15 มี.ค. 2558 05:01

“สเต๊กเนื้อน่องลาย” ถูกและดี 65 บาท.

ที่เขาว่ากันว่า อะไรที่ได้มายากๆ มักจะดีและเก็บรักษาไว้ได้นาน สงสัยจะจริง เพราะกว่าจะได้มาต้องแลกด้วยความลำบากเลือดตาแทบกระเด็น เราก็รักและหวงมากกว่าอย่างอื่น อย่างคนใกล้ตัว อื้อหือ…กว่าจะยอมเป็นแฟนใช้เวลาอยู่หลายปี ตอนนี้ก็เลยรักที่สุดแทบถวายหัวให้ อยากได้อะไรขอให้บอก จะรีบจัดให้เดี๋ยวนั้นเลย ไม่ใช่อะไร เสียงบ่นจะได้หายไปสักที!!

ร้านนี้ก็เหมือนกัน กว่าจะได้ หม่ำต้องดั้นด้น สืบเสาะตามหายังกับลายแทงสมบัติ! เพราะเจ้าของร้านได้ย้ายจากร้านเดิมแถวหอการค้า มาขายที่บ้านตัวเอง ซึ่งอยู่หลังวัดกำแพง นนทบุรี รถเข้าไม่ถึง จอดรถที่วัดแล้วเดินเท้าเลียบคลองไปเรื่อย มีป้ายบอกทางเป็นระยะประมาณ 5 นาทีก็เจอจุดหมาย ที่นี่ร้าน “ลุงเคน อาหารญี่ปุ่น” บอกเลยว่าคุ้มค่ากับการเสาะหาเป็นอย่างยิ่ง!


เดินตามป้ายนี้เรื่อยๆ ของอร่อยรออยู่.

ไม่ต้องกลัวหลงเขามีป้ายบอกทางเป็นระยะ (จากในวัดนะ ไม่ใช่ปากซอย) เดินตามป้ายน้อยๆ ไปเรื่อยๆ รับรองไม่มีหลง อาจเหมือนเดินตามลายแทง ที่ค่อยๆเดินไปที่ละจุด แล้วสุดท้ายความอร่อยเลิศล้ำรออยู่ ลุงเคนใช้บ้านตัวเองเป็นร้านอาหาร มีโต๊ะอยู่ 5-6 โต๊ะ ทำกัน 2 คน ผัวเมีย ผัวปรุง-เมียเสิร์ฟ ลุงเคนเคยไปเป็นเชฟอยู่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่นมา 18 ปี วันหนึ่งอิ่มตัวจึงกลับมาเปิดร้านอาหารเล็กๆที่เมืองไทย ขายทั้งอาหารญี่ปุ่น ฝรั่ง อิตาเลียน และอาหารไทย ลุงเคนทำอาหารทุกจานเหมือนทำให้ลูกหลานกิน อาเหม่งรู้สึกเหมือนนั่งกินอยู่บ้านญาติ อบอุ่นที่สุด


“สปาเกตตีคาโบนาร่า” ลูกค้าปลื้มขายดีมาก.

เริ่มต้นเมนูแรก “สปาเกตตีคาโบนาร่า” เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี ผัดเข้ากับนมเนยที่สุด ลุงเคนใช้ครีม ไข่แดง และชีส ตีเข้าด้วยกัน แล้วลงไปผัดกับเส้นสปาเกตตี เบคอนผัดจนแห้งเอามาผัดรวมกัน จานนี้ดูลุงเคนทำเหมือนง่ายนิดเดียว ลองเอามาทำกินเองที่บ้านแล้ว ไม่อร่อย เหมือนลุงทำเลย ฝีมือลุงสุดยอดจริงๆ จานนี้เด็กๆชอบหม่ำนัก ลุงเคนขายราคามิตรภาพ จานละ 79 บาทเท่านั้น


“ข้าวหมูทอดไข่ออนเซ็น” เซตนี้ 75 บาทเท่านั้น.

มาลองอาหารญี่ปุ่นกันบ้าง “ทงคัตสึด้ง” หรือ “ข้าวหมูทอดไข่ออนเซ็น” ลุงเคนใช้หมูชิ้นโตเนื้อแน่นทุบเบาๆ แล้วทอดแบบไม่ต้องสุกมาก พักไว้ก่อน มาทำน้ำซุปโดยใช้กระทะทองเหลืองใบเล็กที่หอบหิ้วมาจากญี่ปุ่น เอาน้ำซุปใส่ตามด้วยโซยุ พอน้ำเดือดเอาหมูทอดใส่ลงไป นี่คือเหตุว่าทำไมถึงให้ทอดแบบไม่ต้องสุกมาก เพราะต้องการให้หมูมาสุกในน้ำซุปมากกว่า น้ำซุปจะซึมเข้า เนื้อหมูทำให้หมูมีความหอม นุ่ม อร่อย ถึงเนื้อใน พอทุกอย่างสุกได้ที่ ตอกไข่ใส่ลง ไป แล้วเทราดบนข้าว หอมมะลิร้อนๆ น้ำซอส เข้มข้นครบรสทั้งเค็มหวานซึมซาบเข้าเนื้อหมูกำลังดี ไข่ที่ตอก ด้านบนสมกับที่เรียกไข่ออนเซ็น เพราะไม่สุกเกินไปและไม่ดิบเกินไป โออิชิจริงๆ เมนูนี้คุ้มค่าที่สุด เพราะลุงเคนขายเพียง 75 บาทเท่านั้น


“ลุงเคน” อยู่ญี่ปุ่นมา 18 ปีแล้วกลับมาเปิดร้านที่บ้านในสวนเมืองนนท์.

มาอาหารจานสเต๊กกันบ้าง “สเต๊กเนื้อน่องลาย” ลุงเคนเลือกเนื้อน่องลายอย่างดีหมักกับเกลือและพริกไทยเท่านั้น หมักแป๊บเดียวไม่ถึง 10 นาที แล้วเอาลง กระทะร้อนๆ ใส่ซอสพริกไทยที่ทำเอง โรยออริกาโน่และใส่กระเทียมเพิ่ม ลุงเคนฝีมือดีมาก สเต๊กลุงมาแบบข้างนอกสุกกำลังดี ไม่ไหม้ ข้างในนุ่มฉ่ำน้ำ เนื้อรสชาติกลมกล่อม หอมและเผ็ดพริกไทยนิดๆ ใครกินเนื้อไม่อยากให้พลาดเมนูนี้เลย จานนี้ 65 บาท


“ข้าวผัดกิมจิ ปลาดอลลี่ทอด” อร่อยคุ้ม 89 บาท.

“ข้าวผัดกิมจิ ปลาดอลลี่ทอด” จานนี้มาแบบอลังการ ลุงเคนขาย 89 บาทเท่านั้น ปลาดอลลี่ชุบแป้งทอดชิ้นโต เสิร์ฟพร้อมกับข้าวผัดกินจิ ที่ลุงเคนทำเอง ผัดได้รสมาก เปรี้ยวเค็มตัดกันอยู่ในคำเดียว ปลากรอบนอกนุ่มใน ราดน้ำซอสสูตรเด็ดเข้มข้น จานนี้ลืมไม่ลงจริงๆ อีกหนึ่งเมนูที่ลุงเคนคิดสร้างสรรค์จากอาหารเหลือของเมีย “ไก่ผัดโก๋อ่อน” หรือไก่ผัดปาท่องโก๋นั่นเอง เมียกินปาท่องโก๋เหลือทุกวัน ลุงเห็นแล้วมันขัดลูกตา เอามาทำอาหารซะเลย ปาท่องโก๋ทอดใหม่จนกรอบ ผัดกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์และไก่ ใส่พริกเผาลงไป ใบโหระพาตบท้าย จริงๆจานนี้เหมาะเป็นกับแกล้มมาก ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก!! ลุงใช้ไก่ติดหนังมาผัดทำให้ได้ความกรอบและหนึบในคำเดียว ยิ่งเคี้ยวเจอปาท่องโก๋ เคี้ยวกร้วมๆ ถูกใจจริงๆ เป็นเมนูสุดแสนครีเอตที่อาเหม่งให้ไปเลย 5 ดาว จานนี้เพียง 70 บาทเท่านั้น


ไก่ผัดปาท่องโก๋ ลุงเคนคิดสูตรเอง.

ลูกค้าประจำเรียกลุงเคนๆ แต่จริงๆ แล้วลุงเคนชื่อ “เฉลิมพล” ตอนไปญี่ปุ่นใหม่ๆ คนญี่ปุ่นบอกว่าชื่อนี้เรียกยากเกินไป ขอเรียก “เคนซัง” ก็แล้วกัน นี่คือที่มาของชื่อ “ลุงเคน” ลุงเคนน่ารัก ไม่หวงสูตร ลุงเคนทำครัวเล็กๆยื่นออกมาจากตัวบ้าน ลูกค้าก็ไปยืนดูลุงทำตามสะดวก อยากได้เคล็ดลับอะไรก็ถามลุง แล้วเอาไปทำ กินที่บ้านกันเอง แต่จะบอกให้ ทำที่บ้านไม่อร่อยเท่ามากินที่บ้านลุงเคนหรอก คนใกล้ตัวอาเหม่งลองทำแล้ว ไม่อยากจะเซ่ด ไม่ได้ครึ่งของลุงเคนเลย อุ๊ปส์!! ถ้ามาอ่านเจอ อาเหม่งเดี้ยงแน่!


บ้านในสวนเมืองนนท์

ร้านลุงเคนอยู่ซอยวัดกำแพง หรือซอยพิบูลสงคราม 22 จ.นนทบุรี เข้าซอยไปไม่ไกล เจอวัดกำแพงซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปหาที่จอดรถเลย หาป้ายร้านลุงเคนให้เจอ แล้วเดินตามไปเรื่อยๆ จะเจอความอร่อยที่ทั้งถูกและดีรออยู่ ลุงเคนเปิดขายตั้งแต่เที่ยงวันจนถึง 3 ทุ่ม หยุดทุกวันจันทร์เด้อ…ย้ำว่าพรุ่งนี้ร้านไม่ขาย ถ้าจะไปหม่ำ ไปซะวันนี้ โทร.ไปก่อนที่ 08-8185-6752

หรือใครจะสั่งอาหารทางไลน์ ลุงเคนก็จัดให้ ID Line คือ 08-9144-9921 ไลน์นี้เขาเอาไว้สั่งอาหาร อย่าคิดไปจีบลุงเคนเขานา…เขามีเมียแล้ว ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก!!­­


แผนที่

อาเหม่ง

 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,215 other followers

%d bloggers like this: