ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ความเป็นเลิศ สไตล์เชฟมิชลินสามดาว มกราคม 28, 2015

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/473767

โดย ทีมข่าวหน้าสตรี 10 ม.ค. 2558 05:30

ต้อนรับศักราชใหม่ด้วยความประทับใจ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เอาใจนักชิมรสนิยมหรู ด้วยการเชื้อเชิญเชฟมิชลินสามดาวระดับท็อปของฝรั่งเศส “เชฟเอริค พราส์” แห่งห้องอาหาร “เมซง ลาเมอลัวส์” หนึ่งในห้องอาหารชั้นนำเก่าแก่ของโลก จากเมืองเบอร์กันดี ประเทศฝรั่งเศส บินตรงมาปรุงอาหารให้ชิมเป็นครั้งแรก ท่ามกลางบรรยากาศโก้หรูของห้องเลอ นอร์มังดี ระหว่างวันที่ 12-17 ม.ค.นี้

ในมุมมองของ “เชฟเอริค พราส์” นิยามของการทำอาหารคือ การพัฒนาอาหารอย่างไม่หยุดยั้งโดยใช้จินตนาการให้สอดคล้องกับรสชาติ และประเพณีดั้งเดิมของฝรั่งเศส เขาเคยคว้ารางวัลระดับชาติ Meileur Ouvrier de France จากรัฐบาลฝรั่งเศส เมื่อปี 2004 นอกจากนี้ ยังมีประสบการณ์การทำอาหารในร้านอาหารชื่อดังของฝรั่งเศสมาแล้วหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น เมซง ทรัวส์โกร, แบร์นาร์ ลัวโซ, ปิแยร์ กานแยร์, อองตวน เวสเตอร์แมน, ลา เบล โอเทลโล และเรจิส มาร์กง กระทั่งในปี 2008 จึงได้เข้าร่วมทำงานกับห้องอาหาร “เมซง ลาเมอลัวส์” ซึ่งมีชื่อเสียงในวงการอาหารฝรั่งเศสมากว่า 3 ทศวรรษ โดยห้องอาหารแห่งนี้ได้รับมิชลินดวงแรกเมื่อปี 1926 ต่อเนื่องจนครบสามดาวเมื่อปี 2007

นักชิมหัวใจสุนทรีย์ไม่ควรพลาดชิมความเป็นเลิศของเมนูมิชลินระดับสามดาวในไสตล์ฝรั่งเศสแท้ๆ มีทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ สำหรับมื้อกลางวัน ราคา 5,061.10 บาท และมื้อค่ำ ราคา 9,298.30 บาท พิเศษสุดคือมื้อค่ำคืนปิดท้ายไวน์ดินเนอร์ วันเสาร์ที่ 17 ม.ค.นี้ ราคา 12,947 บาท (รวมภาษีและบริการ) สำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.0-2659-9000 ต่อห้องเลอ นอร์มังดี.

 

เห็นแล้วอ๋อควรพิจารณาอายุ..? ชวนย้อนวันวาน 10 ความอร่อยขนมวัยเยาว์

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/473492

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ม.ค. 2558 10:20

ไม่รู้ว่าเด็กสมัยนี้จะรู้จัก ‘ขนมไม้’ ‘ขนมเป๊าะแป๊ะ’ หรือ ‘หมากฝรั่งนกแก้ว’ กันรึป่าว แต่สำหรับหนุ่มสาววัยทำงานที่อายุอานามเกินเลข 3 รับประกันได้เลยว่า ทั้งรู้จักดีและเคยกินขนมเหล่านี้มาแล้วทั้งนั้น เชื่อดิ!

ในห้วงบรรยากาศของเทศกาลวันเด็กในปีนี้ ช่างอบอวลไปด้วยความสดใส สนุกสนาน และกลิ่นขนม อย่ากระนั้นเลย ‘ไทยรัฐออนไลน์’ ขอพาผู้ใหญ่ (ที่หัวใจไม่แก่ตามเลขอายุ) ไปย้อนระลึกความฟินกับขนมกันบ้าง แต่เป็นขนมโบราณรสชาติเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีขนมชาติใดในโลกจะลอกเลียนแบบได้ แถมแพ็กเกจก็เก๋ไก๋สะดุดตา ไปดูกันว่าคุณยังจำรสชาติของขนมเมื่อครั้งวัยเยาว์ได้อยู่หรือเปล่า จะมีอะไรบ้างตามมาดูได้เลย


ขนมไข่ไดโนเสาร์ที่กินแล้วต้องปากขาวกันทุกคน

1. ไข่ไดโนเสาร์เต่าล้านปี

ขนมรูปทรงไข่สีขาว มีแต้มกระสีน้ำตาลอยู่บนผิวขนม เป็นลูกอมรสหวานๆ อมเปรี้ยว เวลากินแป้งที่เคลือบผิวลูกอมจะละลายติดปากเป็นสีขาว มันมีเสน่ห์ตรงที่ต้องอมอย่างเดียวเพราะเคี้ยวไม่ค่อยได้


บ๊วยแผ่น หวานซ่อนเปรี้ยวเคี้ยวเพลิน

2. บ๊วยแผ่นเค็มกินแล้วเป็นซูเปอร์แมน

เป็นขนมอมตะนิรันดร์กาล ที่หลายคนเห็นที่ไหนเป็นต้องซื้อ ปัจจุบันมีวางขายตั้งแต่ร้านโชว์ห่วยยันบนห้าง รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ เค็มนิดๆ แบบบ๊วยจีน คุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก คนเป็นรุ่นเดียวกันแต่ไม่เคยกินเจ้านี่ ถือว่าเชยระเบิด


หมากฝรั่งนกแก้วหวานเจี๊ยบ

หมากฝรั่งรูปทรงบุหรี่ ตราแมวดำ

3. หมากฝรั่งนกแก้ว VS หมากฝรั่งแมวดำ เคี้ยวได้อารมณ์มันเท่

ทั้งสองยี่ห้อนี้เป็นหมากฝรั่งยอดฮิตทีเดียวสำหรับเด็กสมัยก่อน หมากฝรั่งนกแก้วมีรสหวานมาก แต่พิเศษตรงที่เคี้ยวแล้วเป่าลูกโป่งได้ขนาดใหญ่ ในขณะที่หมากฝรั่งแมวดำมีรสหอมเย็นสดชื่นด้วยกลิ่นมิ้นต์และนม ห่อด้วยกระดาษสีขาวบางๆ แต่เนื้อหมากฝรั่งไม่เหนียวเหมือนหมากฝรั่งปัจจุบัน ความพิเศษอยู่ที่รูปทรงที่เหมือนบุหรี่นั่นเอง


เป๊าะแป๊ะ เกล็ดน้ำตาลที่กินแล้วแตกเป๊าะแป๊ะในปาก

4. เป๊าะแป๊ะ ระเบิดโครมครามในปาก

ถ้าเรียกให้เท่ขึ้นอีกหน่อย มันคือขนม Pop Rocks ลักษณะเป็นเกล็ดน้ำตาล สำหรับเด็กบางคนมันเป็นได้ทั้งขนมและของเล่นไปในตัว ก็เวลากินจะรู้สึกซ่าๆ และแตกเป๊าะแป๊ะในปาก กินไปฟินไป เรียกว่าซองเดียวไม่เคยพอ


ผลไม้เทสตี้ มะนาวแช่อิ่มตากแห้ง

5. ผลไม้เทสตี้ เปรี้ยว หวาน อยู่ในกล่องเดียว

เป็นมะนาวแช่อิ่มตากแห้งซึ่งบรรจุมาในกล่องที่มีลายผลมะนาว มีรสเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด ชวนน้ำลายสอ เป็นขนมคลาสสิกอีกอย่างที่หลายคนโปรดปราน และยังคงนึกถึงเสมอ


เม็ดอมวิตามินซีรูปหัวใจ

6. เม็ดอมวิตามินซี กินแล้วรู้สึกถึงสุขภาพดี (ซึ่งจริงๆ มีแต่น้ำตาล)

เม็ดอมรูปหัวใจรสส้ม ตราโรสเซล่า เป็นลูกอมสุดคลาสสิกอีกอย่างหนึ่งที่เชื่อว่าหลายคนเคยกิน มันคือน้ำตาลอัดเม็ดกลิ่นส้มที่อมแล้วก็หวานๆ หอมๆ กลิ่นส้มดีเหมือนกัน


ลูกอมละครสัตว์ มีรสนมและรสช็อคโกแลตในแท่งเดียว

7. ลูกอมละครสัตว์ หวานๆ เหนียวๆ แพ็กเกจจิ้งน่ากิน

มันคือลูกอมที่พอแกะห่อออกมาแล้วจะเห็นเป็นสองสี คือ สีขาวสลับกับสีช็อกโกแลต หวานและหอมกลิ่นนม ได้ใจเด็กไทยไปเต็มๆ


จอลลี่ สติ๊ก ลูกอมเคี้ยวหนึบหวานหอม

8. จอลลี่ สติ๊ก อมๆ แล้วเท่ชะมัดยาด

เป็นลูกอมเคี้ยวเพลินหนุบหนับรสผลไม้นานาชนิด รสชาติหวาน หอมกลิ่นผลไม้ ให้อารมณ์เหมือนกินซูกัส แต่คลาสสิกกว่ามาก ขอบอก!


ลูกอมโกโก้ หวานและหอมกลิ่นโกโก้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

9. หัวโตลูกอมโกโก้ หวานซึ้งไปถึงหัวใจ

เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Lucky cocoa ball ถ้าใครชอบกินขนมรสโกโก้ละก็ รับรองว่าต้องเคยลิ้มรสเจ้านี่มาก่อนแน่นอน สมัยเด็กบางคนซื้อพกติดตัวไปกินที่โรงเรียนทุกวันด้วยซ้ำ จริงหรือเปล่า??


ขนมไม้กรอบร่วนหอมกลิ่นน้ำตาลอ้อย

10. ขนมไม้ หรือ ตังเมกรอบ อร่อยอารมณ์ย้อนยุค

เป็นขนมโบราณที่ปัจจุบันหาได้ยากพอสมควร ถิ่นดั้งเดิมอยู่ที่จังหวัดตราด ตังเมกรอบทำจากน้ำตาลทรายหรือน้ำอ้อยผสมกับกะทิและแบะแซ ลักษณะเหมือนแท่งไม้สั้นๆ มีรสชาติหวานจัด หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้ ไม่เหนียวแต่กรอบร่วนเคี้ยวเพลิน

แล้วคุณล่ะ 10 ชิ้นที่ว่ามา ทันขนมชิ้นไหน?.

 

ขนมจีบหมู…กับเชื้อก่อโรค

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/473488

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย9 ม.ค. 2558 05:01

ความเร่งรีบของชีวิตคนเมืองหรือวัยทำงาน ทำให้หลายท่านต้องพึ่งอาหารจากร้านสะดวกซื้อ

ทั้งอาหารว่างระหว่างวัน และอาหารมื้อหลักหรือซื้อของทานเล่นระหว่างเดินทาง เช่น ขนมจีบ ซาลาเปา ไส้กรอก

ขนมจีบ เป็นอาหารที่ทำไม่ยาก เพียงนำแผ่นเกี๊ยวหรือแผ่นแป้ง มาห่อไส้ที่ทำจากเนื้อหมูบดหยาบผสมกับมันหมู เนื้อกุ้ง หรือเนื้อปูแล้วปรุงรส จากนั้นนำไปนึ่งให้สุกก็สามารถทานได้

ขนมจีบ เป็นอาหารรสชาติดีที่ถูกปากคนไทย แต่ทว่าหากผู้ขายใช้วัตถุดิบที่ไม่สะอาด หรือหากผู้ปรุง ผู้ขายไม่รักษาความสะอาดส่วนบุคคลโดยเฉพาะมือ หรือไม่รักษาสุขลักษณะสถานที่ปรุงและบริเวณหน้าร้านที่ขายให้ดีเพียงพอ และที่สำคัญไม่อุ่นให้ร้อนก่อนขายให้ผู้ซื้อ

ขนมจีบก็อาจมีของแถมที่ผู้ซื้อไม่ต้องการติดไปด้วยได้ ของแถมที่ว่า คือเชื้อก่อโรคบาซิลลัส ซีเรียส

เชื้อชนิดนี้พบทั่วไปในธรรมชาติ ดิน ฝุ่นละออง และอาหารที่ทำจากข้าว ธัญพืช แป้ง ผลิตภัณฑ์จากแป้ง บาซิลลัส ซีเรียส เป็นเชื้อที่สร้างสปอร์และขับสารพิษออกมาขณะปนเปื้อนอยู่ในอาหาร

เมื่อได้รับสารพิษจากเชื้อนี้เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เกิดอาการ 2 ลักษณะคือ อาเจียน และท้องเสีย มีอาการปวดท้อง และถ่ายอุจจาระเหลว โดยทั่วไปอาการจะทรงอยู่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง แล้วจะทุเลาลง

วันนี้สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างขนมจีบหมู 5 ตัวอย่าง จาก ร้านตามริมบาทวิถี และร้านสะดวกซื้อ ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของเชื้อบาซิลลัส ซีเรียส

ปรากฏว่าทุกตัวอย่างไม่พบเชื้อบาซิลลัส ซีเรียส ปนเปื้อนเลย

แม้วันนี้จะปลอดภัย แต่ไม่ควรชะล่าใจกันนัก ขอเตือนว่าก่อนทานขนมจีบทุกครั้งควรอุ่นให้ร้อนอีกครั้ง

หากซื้อมาแล้วไม่ทานทันที ควรเก็บไว้ในตู้เย็นหรือที่อุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส ไม่ควรทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกิน 2 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยและสบายท้อง.

 

Lamb Korma

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/473291

โดย ทีมข่าวหน้าสตรี 8 ม.ค. 2558 05:01

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารที่ปรุงจากเครื่องเทศ วันนี้ขอแนะนำแกง Korma ซึ่งเป็นอาหารดั้งเดิมของชาวตุรกีช โดยรากเดิมของอาหารจานนี้มาจาก Mughlai Cuisine เป็นอาหารจานพิเศษที่ไม่ใช่ทำกินในมื้ออาหารประจำวัน แต่จะทำเฉพาะในเทศกาลและโอกาสพิเศษเท่านั้น เช่น ทำบุญบ้าน งานแต่งงาน เป็นต้น สามารถใช้เนื้อสัตว์หลายๆชนิด ทั้ง แกะ ไก่ เนื้อ บางแห่งใช้ผักโขม และหัวผักกาด เป็นเครื่องปรุงหลัก


เครื่องปรุงทั้งหมด

เชฟอีริค เบริโกด์ เชฟใหญ่ชาวฝรั่งเศส หรือ Executive Chef ประจำโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ซึ่งไม่เพียงแต่ถนัดอาหารฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ยังมีประสบการณ์การทำอาหารนานาชาติ อีกด้วย โดยจะดูแลรับผิดชอบการสร้างสรรค์เมนูอาหาร และควบคุมคุณภาพรวมถึงรสชาติอาหารทุกห้องของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ให้ได้มาตรฐานระดับสากล และวันนี้เชฟอีริค ยังได้ลงมือปรุงเมนู “Lamb Korma” ซึ่งจะเป็นหนึ่งในเมนูเด็ดของเทศกาลอาหารอินเดีย ที่ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติจตุจักรคาเฟ่ ตลอดเดือนมกราคม 2558 นี้ด้วย


เมนู “Lamb Korma” ซึ่งจะเป็นหนึ่งในเมนูเด็ดของเทศกาลอาหารอินเดีย ที่ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติจตุจักรคาเฟ่ ตลอดเดือนมกราคม 2558

เครื่องปรุง Lamb Korma : เนื้อแกะช่วงไหล่ 1 กก. / โยเกิร์ต 250 มล. / น้ำมันเนย 60 กรัม / หอมใหญ่หั่นหยาบ 3 หัว / กระวานบดหยาบ 4 ฝัก / ก้านอบเชย 1 ก้าน / กานพลู 6 ก้าน / ยี่หร่า 2 กรัม / กระเทียมบดหยาบ 2 หัว / ขิงสดขูดละเอียด 6 กรัม / เมล็ดผักชี 3 กรัม / ผงพริก 2 กรัม / ผงพริกปาปริกา 6 กรัม / มะเขือเทศสุกหั่น 3 ผล /น้ำ 500 มล. ……


เชฟใหญ่ชาวฝรั่งเศสกำลังปรุงเมนูพิเศษ

วิธีทำ 1) นำส่วนผสมเครื่องเทศทั้งหมดมาบดหยาบในครกจนรวมเป็นส่วนผสมเดียวกัน 2) นำกระทะตั้งไฟปานกลางอุ่นน้ำมันเนยจนร้อน แล้วนำหอมใหญ่ลงไปผัดจนกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน จากนั้นนำเครื่องเทศที่ผสมกันในข้อ 1 ลงไปผัดจนมีกลิ่นหอม จึงใส่มะเขือเทศ แล้วผัดต่ออีก 5 นาที 3) หั่นแกะเป็นชิ้นลูกเต๋าหมักในน้ำซอสที่ปรุงไว้ (ในข้อ 2) ต่ออีก 2 ชั่วโมง หรือทิ้งไว้ข้ามคืนยิ่งดี แล้วนำไปใส่กระทะและเติมน้ำ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 1 ชั่วโมง โดยคนเนื้อแกะในกระทะไปด้วย เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันได้ดีจนกระทั่งน้ำซอสข้นและเนื้อแกะนุ่ม พร้อมเสิร์ฟได้เลย โดยเสิร์ฟคู่ไปกับแป้งนานสุดท้ายนี้ เชฟอีริค ได้บอกเคล็ดลับการทำเนื้อแกะไม่ให้มีกลิ่นสาบด้วยว่า ต้องเลือกผลิตภัณฑ์เนื้อที่ดีมีคุณภาพ และการใช้เครื่องเทศในการหมักก็จะช่วยกลบกลิ่นสาบได้ ยิ่งหมักไว้นานข้ามวัน นอกจากรสชาติของเครื่องเทศจะซึมเข้าเนื้อแล้ว ยังจะช่วยกลบกลิ่นสาบได้ดียิ่งขึ้นด้วย.


เชฟอีริค เบริโกด์ กับเมนู Lamb Korma
 

เช็ดน้ำลายแป๊บ! อาหารอิตาเลียนโฮมเมดที่…’Attico’

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/473015

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 7 ม.ค. 2558 11:35

Attico ห้องอาหารอิตาเลียนในกลิ่นอายของบ้านแถบแคว้นทัสคานี ต้อนรับเราด้วยห้องที่จำลองโรงเก็บไวน์ที่เรียงรายด้วยถังไม้โอ๊ก ภายในตกแต่งเป็นกำแพงอิฐประดับด้วยรูปภาพ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ให้อารมณ์แบบโฮมมี่ โดยเฉพาะมุมครัวเปิด เคาน์เตอร์ไม้ปูหินอ่อนกับชั้นวางไม้สูงจรดเพดาน…

นอกจากกลิ่นอายทัสคานี แอทติโก้ยังชวนเชฟลูกครึ่งไทย-อิตาเลียน ดาริโอ บุสเนลลี (Dario Busnelli) มาดูแลความอร่อย แม้ว่าเชฟจะเป็นชาวโคโม่โดยกำเนิด แต่นำเอาประสบการณ์จากการทำงานในร้านอาหารมิชลินสตาร์ในอิตาลีมาปรุงอาหารพิเศษจากเมืองต่างๆ ในแคว้นทัสคานี อาทิ ปิซา ฟลอเรนซ์ และเซียน่า


บรรยากาศร้าน น่านั่งสุดๆ

เชฟดาริโอเสิร์ฟอาหารจานใหญ่แบบแบ่งกันกินได้ เริ่มที่ขนมปังฟอกาเซียโฮมเมด สูตรของเชฟ เนื้อเบานุ่มเนียน กินกับอาร์ติโชกเพลสและมะกอกดอง ตามด้วยโคลด์คัต Degustazione di Salumi Della Casa นำเข้าทั้งหมด อาทิ ปาร์มาแฮม มอร์ตาเดลลาผสมพิสตาชิโอ มอร์ตาเดลลาผสมทรัฟเฟิล สโมกสเปกเทือกเขาแอลป์ แพนเชตตา คอปปา ซาลามีมิลาโน และสไปซี่ซาลามี


น้ำลายไหล

จานเด่นต้องยกให้ Burrata ชีสสดที่ผลิตในกรุงเทพฯ จากนมวัวผสมนมควาย เชฟบอกว่าชอบเนื้อสัมผัสมากกว่าชีสจากอิตาลี รสชาติเปรี้ยวเล็กน้อยและครีมมี่มาก กินกับสลัดมะเขือเทศเชอรีและร็อกเก็ต คลุกเคล้ากับบัลซามิก จานต่อมาอาจจะมีกลิ่นอายของฝรั่งเศสหน่อยๆ Bouchot หอยบูโชออร์แกนิกอบกับไวน์ขาวและล็อบสเตอร์บิส คล้ายกินซุปล็อบสเตอร์บิสใส่หอย แต่ข้นและรสอ่อนกว่า

ส่วนพาสตาแนะนำเป็น Ravioli Con Porcini ราวิโอลีไส้เห็ดพอร์ชินีและครีมซอสทรัฟเฟิล Tagliatelle Alla Bolognese พาสตาโฮมเมดกับซอสโบโลญเนสแบบดั้งเดิมที่ใช้ไส้กรอกอิตาเลียน รสออกครีมมี่หน่อย และ Spaghetti Mix Clam คล้ายวองโกเล แต่ใช้หอยบูโชและหอยกาบแทน


พาสต้า น่ากินอ่ะ

จานหลักห้ามพลาด Tomahawk Wagyu เนื้อวากิวหมักกับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตราเวอร์จิน กระเทียม และไวน์แดงก่อนย่างแล้วอบอีกครั้ง ชิ้นใหญ่เนื้อนุ่ม กินกับซอสเรดไวน์และเกลือ 3 ชนิด ถ้าไม่กินเนื้อวัวก็มีปลา Branzino al Cartoccio ปลากะพงหมักไวน์ขาวและสมุนไพรเมดิเตอร์เรเนียน ห่อกระดาษแล้วอบให้ฉ่ำ


เนื้อวากิว เด็ดสุดๆ

ได้ทั้งกลิ่นและรสเต็มปากเต็มคำ


น่าอร่อย

พิกัดความอร่อย : ชั้น 28 Radisson Blu Plaza Bangkok ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เปิดบริการ 18.00-23.00 น. โทร. 0-2302-3333

ข้อมูล : กูร์เมต์แอนด์คูซีน

ภาพบางส่วน : Radisson Blu Plaza Bangkok

 

รสเด็ด! ใน ‘ดงยาง’

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/472513

โดย อาเหม่ง 4 ม.ค. 2558 05:01

“ผัดเผ็ดปลากราย” จัดจ้านได้ใจ.

สวัสดีปีใหม่!! เป็นเยี่ยงไรกันบ้างกับปีนี้ อยากให้ทุกท่านรับปีใหม่ด้วยรอยยิ้มและความสุข อย่าให้สิ่งไม่ดีและความทุกข์มีอิทธิพลเหนือเรา ชีวิตจะยากหรือง่ายอยู่ที่เราเลือก! เพราะฉะนั้นเลือกรับสิ่งดี อะไรร้ายๆก็ปล่อยไปเนอะ

สำหรับของอร่อยอย่าปล่อยให้ลอยนวล ต้องตามไปหม่ำให้ถึงที่ แม้จะอยู่ลึก อยู่ไกลแค่ไหน ต้องฝ่าฟันไปให้ถึง ล่าสุดมีเพื่อนพ้องน้องพี่เล่าขานถึงร้านอร่อยในดงยาง แถวบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ร้านเขาอยู่ในดงยางจริงๆ “ดงยาง” เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีต้นยางนับร้อยต้น ต้นยางเหล่านี้อายุเป็นร้อยปี บางต้นสูงใหญ่ขนาด 6-7 คนโอบ คนในชุมชนช่วยกันอนุรักษ์และดูแลอย่างดี ใครอาจหาญมาโค่นทำลาย รับรองเจอดีแน่


ร้านอยู่ติด “ดงยาง” นับร้อยต้น.

เพราะอยู่ในดงยาง ร้านจึงชื่อว่า “ดงยาง” ร้านนี้ดังแบบปากต่อปาก คนเคยมาแล้วก็มาอีก ป้ายทางเข้าไม่มี คนมาครั้งแรกรับรองหลง! แต่ถึงไปยากยังไง สำหรับนักหม่ำอย่างเราหาเจอจนได้ เรื่องกินบอกเลย เก่งที่สุด ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก! เสาร์-อาทิตย์ รถทะเบียนกรุงเทพฯ จอดแน่นร้าน อาหารขึ้นชื่อร้านดงยางคือเมนูปลาน้ำจืดที่เจ้าของร้าน “เจ๊แหม่ม” คัดสรรมาอย่างดี ใช้ปลาแม่น้ำจากธรรมชาติเท่านั้น ไม่ใช่ปลาเลี้ยงเด็ดขาด ที่ไม่ใช้ปลาเลี้ยงเพราะเจ๊แหม่มไม่กินปลาเลี้ยงจ้า เป็นไง? เจ้าของร้านกินแบบไหน ลูกค้าต้องได้หม่ำแบบนั้น ด้วยสาเหตุที่ปลามาจากธรรมชาติ จึงทำให้บางวันมีขาย บางวันก็ไม่มี ลูกค้าหม่ำอย่างอื่นแทนนะจ๊ะ ขอให้เข้าใจตรงกัน


“ปลากรายผัดพริกสด” ปลาหนึบเคี้ยวจมเขี้ยว.

เด่นที่ปลาก็หม่ำปลา เริ่มที่ “ปลากรายผัดพริกสด” ปลากรายเจ๊แหม่มขูดเอง ตีเองจนเหนียวหนึบ เมนูนี้ไม่เผ็ด ผัดออกมาคล้ายผัดน้ำมันหอย พริกสดที่ว่าเป็นพริกเม็ดใหญ่หรือพริกชี้ฟ้าสีเขียว เวลาหม่ำราดน้ำปลาพริกนิดหนึ่ง รับรองอร่อยจนฉุดไม่อยู่ ปลากรายก้อนใหญ่กัดแล้วจมเขี้ยวดีนักแล จานนี้ 150 บาท ต่อกันที่เมนู “ผัดเผ็ดปลากราย” อันนี้เผ็ดจัดจ้านได้ดั่งใจ หอมเครื่องแกงเผ็ดขึ้นจมูก เจ๊แหม่มบอกว่าเครื่องแกงทำเอง ไม่เคยซื้อจากตลาดเลย ทำเองควบคุมคุณภาพได้ดีกว่า สดสะอาด อร่อย เครื่องแกงสีสวยผัดกับปลากรายก้อนโต คลุกกับข้าวสวยร้อนๆ มันโดนใจที่สุด ปลากรายเหนียวหนึบเคี้ยวหยุ่นในปาก กัดแล้วเด้งได้ รสเผ็ดลึกซึมเข้าเนื้อปลาทุกส่วนสัด หม่ำแล้วต้องมีเป่าปาก เมนูจัดจ้านจานนี้ 150 บาท


“ปลาทอด” กรอบเคี้ยวเป็นผง.

แก้เผ็ดด้วย “ปลาทอด” เจ๊แหม่มใช้ปลาสร้อยตัวเล็กตัวน้อยทอดในน้ำมันร้อนๆ ปลากรอบมาก กรอบจนนึกว่าเคี้ยวมันฝรั่ง ดังกร๊อบๆอย่างนั้นเลย เคี้ยวไม่ต้องมากปลาก็ละเอียดเป็นผงในปาก ไม่รู้ทอดยังไงไม่อมน้ำมันสักนิด ได้รสเค็มหน่อยๆ เคี้ยวเพลินเกินห้ามใจ หมดจานไม่รู้ตัว เมนูนี้คุณผู้หญิงควรหม่ำอย่างยิ่ง เพราะเคี้ยวได้ทั้งก้าง ช่วยเพิ่มแคลเซียมเสริมสร้างกระดูก โรคกระดูกพรุนจะได้ไม่ถามหา ที่บอกนี่เพราะเป็นห่วงไม่ได้แช่ง ไปสั่งกินกันได้จานละ 180 บาท


“ปลาม้าจู้ขิง” ปลาสดจากแม่น้ำแม่กลอง.

“ปลาม้าจู้ขิง” ย้ำว่าเป็นปลาม้าธรรมชาติจากแม่น้ำแม่กลอง ไม่ใช่ปลาเลี้ยงแต่อย่างใด ปลาธรรมชาติจะไม่มีกลิ่นสาบดิน เนื้อแน่นหวาน เจ๊แหม่มแล่ปลาเป็นชิ้นเอาไปทอดก่อน แล้วนำมาต้มคล้ายแกงจืดใส่เต้าเจี้ยวนิดหน่อย มีความเผ็ดร้อนเบาๆเพราะใส่ขิง เรียกวิธีการทำแบบนี้ว่า “จู้ขิง” (เป็นการทำอาหารสไตล์จีนที่ต้องคั่วหรือทอดก่อนแล้วนำมาต้ม) บางที่เวลาทอดปลาจะใส่เหล้าเซี่ยงชุนไปด้วยเพื่อดับคาว ปลาม้าจู้ขิงร้านนี้กลมกล่อม ปลาม้าชิ้นโต ทอดจนเหลือง เนื้อนุ่มหวานแบบธรรมชาติ ซดกับน้ำจู้ขิงเผ็ดร้อนเบา ขิงหอมขึ้นจมูก เป็นเมนูอร่อยที่ดีต่อสุขภาพด้วย ช่วงหนาวๆแบบนี้คนจีนสมัยก่อนมักทำให้ลูก–หลานกิน เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น จมูกโล่ง แก้ภูมิแพ้ได้ เมนูนี้มาเป็นหม้อไฟ 250 บาท


“ยำกุ้งแชบ๊วย” กุ้งสดตัวเบ้ง.

“ยำกุ้งแชบ๊วย” เมนูนี้ขายเป็นกิโล จะสั่งเป็นกิโลหรือครึ่งกิโลก็ได้ เจ๊แหม่มคัดกุ้งสดตัวใหญ่ที่หาได้จากทะเลเท่านั้นมาขาย (ย้ำว่าเจ๊แหม่มไม่นิยมกินของเลี้ยง) ลวกกำลังดี ไม่ลวกนานเพราะกุ้งจะแข็ง ราดด้วยน้ำยำที่ใช้พริกสด พริกแห้งคั่วป่น มะนาว หอมแดง น้ำปลา น้ำตาลนิดหน่อย มะเขือเทศ น้ำยำร้านนี้จัดจ้านมาก หม่ำแล้วจี๊ดโดนใจ ก่อนเสิร์ฟโรยหน้ามะม่วงหิมพานต์ กุ้งตัวใหญ่เนื้อแน่นเจอน้ำยำรสเด็ดเข้าไป ความเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวานทุกอย่างมาเต็มครบรส ที่สำคัญได้กลิ่นหอมพริกแห้งคั่วทำให้อาหารจานนี้อร่อยขึ้นอีกระดับ จานนี้กุ้ง 1 กิโล เจ๊แหม่มขาย 960 บาท นอกจากมีกุ้งแชบ๊วยแล้ว กุ้งแม่น้ำก็มี จะเผาย่าง ยำ พล่า เด็ดทุกเมนู กุ้งแม่น้ำขายกิโลละ 1,200 บาท


“ไอศกรีมลูกลาน” ขนมเด็ดประจำร้าน.

ของหวานหน่อยมั้ย ร้านนี้มีทีเด็ดที่ “ลูกลาน” ลูกลานได้ชื่อว่าเป็น “ต้นลูกฆ่าแม่” เพราะเมื่อใดที่ลูกลานออกมา หลังจากนั้น 1 ปีต้นไม้ก็จะตาย นั่นแสดงว่าลูกลานมีให้หม่ำต้นละแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เจ๊แหม่มเชื่อมเอง จะหม่ำแบบเชื่อมหรือจะราดกับไอศกรีมกะทิก็อร่อยเด็ดพอกัน ลูกลานไม่ได้มีให้หม่ำทั้งปี ถ้าลูกลาน


“เจ๊แหม่ม” เจ้าของร้าน ควบคุมการผลิตทุกเมนู.

ไม่มีก็เป็นลูกตาลแทน ถ้าไม่อยากพลาดลูกลานโทร.ไปเช็กก่อนได้ที่ 08–1269– 3079 ร้านเขาเปิดตั้งแต่ 11 โมงถึง 3 ทุ่ม ร้านอยู่บ้านดงยาง ต.สวนกล้วย อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ถ้าไปจากนครปฐม วิ่งบนถนนเพชรเกษม ไม่ต้องขึ้นสะพานเข้าตัวเมืองบ้านโป่ง แต่ตรงไปทางใช้ถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าจังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดนครปฐม ตรงไปจนถึงแยกไปกาญจนบุรี ไม่ต้องขึ้นสะพาน แต่ตรงไปที่โรงงานไทยคิวพี หรือ อสร.เก่า ยึดรั้วโรงงานเป็นหลักและเลี้ยวเข้าซอยด้านหลังโรงงานตรงไปตามซอยเรื่อยๆ ประมาณ 200 เมตร จะเห็นร้านอาหารดงยางอยู่ขวามือ ฝั่งตรงกันข้ามกับโรงเรียนค่ายลูกเสือบ้านโป่ง หาไม่เจอจอดรถถามคนแถวนั้นได้ รับรองรู้จักทุกคน

เรื่องกินไม่ต้องกลัวหลง เพราะทางอยู่กับปาก อาเหม่งพูดถูกมั้ย? ฮ่า ฮ่า เอิ๊ก!!­­­­

อาเหม่ง

 

สร้างสรรค์สุดพลัง! 10 อันดับ ‘Trend can do’ ที่สุดแห่งปี 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/470064

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ม.ค. 2558 05:30

เป็นประจำทุกสิ้นปีแบบนี้ที่คอลัมน์ Trend can do ได้มาเจอกับผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ทุกวันศุกร์ ซึ่งที่ผ่านมาทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับงานไอเดีย ทั้งการประดิษฐ์ และการทำอาหารที่สามารถสร้างสรรค์เรื่องที่ว่ายากให้ง่ายขึ้นไปแล้ว วันนี้เลยขอจัดอันดับ 10 เรื่องจาก Trend can do มาให้อ่านกันอีกรอบ เผื่อใครที่พลาดไปในบางสัปดาห์

อันดับ 10 อรุณสวัสดิ์ เช้านี้! เพิ่มพลังอย่างแรง จับไข่ใส่ขนมปัง! 

เป็นการทำอาหารเช้าง่ายๆ นำขนมปังมาอบเบคอนใส่ไข่ ขั้นตอนการทำสุดแสนจะง่ายดาย เราเชื่อว่าทุกคนต้องทำได้อย่างแน่นอน

อันดับ 9 ดื่มสนุก สุดสยดสยอง! ‘ค็อกเทล แวมไพร์’…วันปล่อยผี 

ครั้งนั้นอยู่ในช่วงเทศกาลฮาโลวีน ถึงแม้จะไม่ได้เป็นเทศกาลของคนไทยแต่เราก็ขออินกับกระแสวันปล่อยผีพาไปทำค็อกเทล แวมไพร์

อันดับ 8 ‘คุกกี้ช็อต’…ครีเอทง่ายๆ ไม่ทำไม่ได้แล้ว! 

เอาใจคนชอบคุกกี้แต่เราจะไม่ทำคุกกี้แบบธรรมดาอย่างแน่นอน เราจะทำคุกกี้ช็อต (Cookie Shots) ซึ่งจะมีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง ห้ามพลาดกับวิธีทำที่แสนง่ายดาย

อันดับ 7. เปลี่ยนรองเท้าเก่า…เป็นเพื่อนคู่ใจใหม่

เอาใจคนที่กำลังมองหารองเท้าคู่ใหม่แต่ดันงบไม่พอ เราไปหาวิธี DIY เปลี่ยนรองเท้าคู่เก่าของคุณให้ดูเปรี้ยวเฉี่ยวกว่าเดิมได้ง่ายๆ 

อันดับ 6. เก่าไปใหม่มา ! ที่นั่งสุดชิค ทำเองเก๋ไม่ยาก DIY จากล้อรถยนต์ 

ดีไอวายล้อรถยนต์เก่าๆ ที่ทิ้งไว้เฉยๆ แล้วไม่เกิดประโยชน์ เราจะนำล้อรถยนต์เก่าที่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์มาประดิษฐ์ใหม่ให้เช้งวับ เป็นเฟอร์นิเจอร์ เก๋ ชิค ที่เราสามารถทำเองได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน!

อันดับ 5.สุดฮอต สายชาร์จสมาร์ทโฟน DIY

หยิบจับสิ่งใกล้ตัวมาตกแต่งสายชาร์จสมาร์ทโฟน เนรมิตให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง ด้วยเม็ดบีทสีสันสดใส นำมาเคลือบสายชาร์จสมาร์ทโฟน แต่งแต้มสีสัน และตกแต่งด้วยเครื่องประดับเล็กๆ ทำให้ดูมีคุณค่ามีราคา และสร้างอารมณ์แปลกใหม่ในการใช้งานได้อย่างดีทีเดียว

อันดับ 4 ‘ฟองดองคัพเค้ก’ เค้กที่ไม่ซ้ำแบบใคร 

เมื่อถึงวันสำคัญหรือเทศกาลพิเศษๆ นอกจากของขวัญแล้ว เค้ก ก็ยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มักจะเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลเฉลิมฉลองต่างๆ ไม่แต่ถ้าหากคุณเบื่อเค้กปอนด์แล้ว เราขอแนะนำเค้กพิเศษๆ ที่ไม่เหมือนใคร “ฟองดองคัพเค้ก”

อันดับ 3 กู๊ด มอร์นิ่ง! ชวนคุณมาเจาะไข่แดงมื้อเช้า! 

ตอนเช้าหลายคนคงวุ่นวายอยู่กับการเตรียมตัวไปโรงเรียน ไปทำงาน ไหนจะต้องมาพะวงกับการหาอาหารเช้าทานอีก เราจะทำอาหารเช้าที่แสนง่ายดายมีเพียงไม่กี่ขั้นตอน แค่นี้คุณก็จะได้อิ่มอร่อยกันแล้ว

อันดับ 2 กระดกง่ายสบายก้น! ดีท็อกซ์ร่างกายด้วยน้ำหมักผลไม้ 

เทรนด์เฮลธ์ตี้มาแรงเหลือเกิน เราจะพาไปทำ “น้ำหมักผลไม้” ที่สามารถดีท็อกซ์ร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนธาตุหนัก หรือท้องผูกควรที่จะดื่มเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อคุณตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วกระดกดื่มมันทันที คุณจะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าไปตลอดทั้งวันเลยทีเดียว

อันดับ 1 อร่อย ง่าย ! ราวกับนั่งกินไก่กับผู้พันแซนเดอร์ส 

เรารู้ว่ามีหลายคนชอบกินไก่เคเอฟซีอย่างแน่นอน เราจะพาทุกคนไปทำไก่ทอดที่เหมือนนั่งกินในร้านเคเอฟซี จะยากง่าย อร่อยฟินสักแค่ไหน ต้องอ่านกัน

ผ่านไปแล้วกับ 10 อันดับของคอลัมน์ Trend can do ในปี 2557 ปีหน้าจะมีอะไรมาให้ลองไปทำกันอีก ห้ามพลาด ทุกวันศุกร์เหมือนเดิมนะจ๊ะ

 

ชุ่มฉ่ำราวกับละลายในปาก! เนื้อชั้นดีเกรดพรีเมี่ยม ฟินสุดๆ ที่…’ซุมิเต’

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/470799

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 30 ธ.ค. 2557 12:30

เมื่อลมหนาวมาเยือนแบบนี้ ถ้าได้นั่งหน้าเตาไฟย่างเนื้อชั้นดีเกรด A5 จากถ่านไม้ร้อนๆ จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด คงจะฟินไม่ใช่เล่น ไทยรัฐออนไลน์ พาไปหาร้านเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น นั่งกินให้คลายหนาว ลิ้มลองเนื้อวากิวเกรดพรีเมี่ยม จากร้านเนื้อย่างเตาถ่านสไตล์ญี่ปุ่น ซุมิเต (SUMI TEI) เรียกได้ว่า เป็นสวรรค์ดีๆ ของคนรักการกินเนื้อนี่เอง…

SUMI TEI YAKINIKU ร้านนี้เกิดขึ้นได้จากผู้ที่ชื่นชอบในการกินเนื้อปิ้งย่าง “โต๊ก จิรัฐ ประเทืองวงศ์” ผู้อยู่ในวงการโลจิสติกส์ ส่งสินค้าแช่เย็น กับเพื่อนและหุ้นส่วนธุรกิจอีก 3 ราย เกิดจากการรวมพลังทางธุรกิจของบริษัทไทยและบริษัทญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น บริษัท OMI ที่เป็น Beef Wholesaler 1 ใน 15 เจ้าใหญ่ที่มีใบอนุญาตส่งออกเนื้อ และเป็น 1 ใน 3 Wholesaler ที่ได้รับเลือกให้จัดหาเนื้อวากิวนำเสิร์ฟพระจักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์เสวย ทั้งยังมีบริษัท Konoike-Sotus (โคโนอิเกะ-โซตัส) ที่ดูแลเรื่องโลจิสติกส์ และการนำเข้า-ส่งออกมายังประเทศไทย ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างคงที่ จากตลาดประมูลเนื้อที่ญี่ปุ่นจนถึงครัวของ Sumi Tei นอกจากนี้ยังมี ร้านอาหารญี่ปุ่น Chounan ที่ดูแลการบริหารจัดการภายในร้านอาหารเพื่อมอบความประทับใจให้กับลูกค้า และเชฟคำปุ่น ผู้มีส่วนร่วมในการเริ่มต้นของร้านเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่นเจ้าแรกในประเทศไทย กับประสบการณ์บริหารร้านเนื้อย่างชั้นนำมากมายในไทยมากว่า 30 ปี พร้อมแล้วที่จะนำเสิร์ฟเนื้อวากิวเกรดเดียวกับนำเสิร์ฟพระราชวังให้คนไทยได้ลิ้มลอง


หน้าร้าน

เนื้อย่างสุดพรีเมี่ยม

ความพิเศษของ Sumi Tei

เนื้อวากิวจากญี่ปุ่น ที่นำเสิร์ฟที่ร้าน Sumi Tei นั้น นำเข้าโดยตรงจากตลาดประมูลค้าส่งกลางประจำกรุงโตเกียว (ลักษณะเดียวกันกับตลาดปลา Tsukiji) ซึ่งเป็นตลาดเนื้อที่จะอนุญาตเฉพาะผู้มีใบอนุญาตร่วมประมูล ไม่มีการเปิดสาธารณะให้กับบุคคลทั่วไป ด้วย “สายตาที่เฉียบคม” ในการมองขาดถึงคุณภาพชั้นเยี่ยมของเนื้อวากิว ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ แบรนด์ ไขมัน น้ำหนักและขนาดของวัว รวมไปถึงคุณภาพของเนื้อวัวแต่ละตัว คัดสรรเฉพาะวากิวคุณภาพชั้นเลิศและแปรรูปนำส่งไปยังร้านอาหารชื่อดังและโรงแรมห้าดาวหลายแห่ง อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 3 Wholesaler ที่ได้รับเลือกจากพระราชวังให้คัดสรรเนื้อวากิว นำถวายพระจักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์เสวย และนั่นเป็นที่มาของชื่อ “Imperial Wagyu” คุณภาพชั้นเยี่ยม


ห้องส่วนตัวก็มี

ภายในร้าน

Design Concept “Modern Luxury”

ทดสอบความอร่อย


imperial set

เมนูแรก : Imperial set (3,780 บาท++)

ทดสอบ : เมนูนี้เป็นเซตที่เราอยากแนะนำ เป็นเมนูรวมสุดยอดเนื้อเกรดดีที่สุดจากญี่ปุ่นไว้ด้วยกัน เสิร์ฟมาพร้อมกับใบรับรองคุณภาพเนื้อ บอกทั้งที่มาของเนื้อวัวจานนี้ว่ามาจากที่ไหน จัดจำหน่ายที่ใด ใครเป็นผู้เลี้ยง และบอกว่าเนื้อจานนี้เป็นเนื้อวากิวระดับ A5 เป็นเนื้อที่ดีที่สุด ภายในจานมีเนื้อถึง 4 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อส่วนซี่โครง, เนื้อสันนอก, เนื้อสันคอพิเศษ, เนื้อส่วนท้อง หลายคนอาจไม่รู้ว่าเนื้อวัวสามารถจัดเกรดเป็น 12 ระดับ เช่น A5 A4 B5 B4 เป็นต้น ซึ่งระดับที่สูงที่สุด คือ ระดับ A5 และจะมีอยู่เพียง 15% ของเนื้อวัวทั้งหมดเท่านั้น นอกจากนี้ เนื้อวัวระดับ A5 เป็นระดับเดียวกับที่นำไปถวายพระจักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์ญี่ปุ่นด้วย เรียกได้ว่า เป็นเนื้อพรีเมี่ยมสุดๆ เซตนี้กินได้ 3-4 คน ขอบอกว่ากินแล้วแทบไม่อยากจะหยุด เหมือนเนื้อจะละลายในปากได้ กินเปล่าๆ ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มก็ฟินแล้ว


imperial sea food set

เมนูที่ 2 : Imperial Seafood Set (3,380 บาท++)

ทดสอบ : เซตนี้เป็นเมนูรวมสุดยอดซีฟู้ดที่ดีที่สุด เช่น ปูทาราบะ นำเข้าจากฮอกไกโด, หอยเชลล์ฮอกไกโด, หอยแมลงภู่, กุ้งกุลาดำ ขอบอกว่าของเขาดีจริงๆ สดสุดๆ เนื้อเน้นๆ เต็มปากเต็มคำ ฟินทุกครั้งที่เข้าปาก เป็นอีกเมนูที่คนรักอาหารทะเลไม่ควรพลาดอีกเช่นกัน


sumi tei uni imperial wagyu

เมนูที่ 3 : Sumi Tei Uni Imperial Wagyu (880 บาท++)

ทดสอบ : เนื้อย่างเกรดดีที่สุดโรยหน้าด้วยไข่หอยเม่น เมนูนี้ไม่ต้องย่างเอง เพราะเชฟจะย่างมาให้แค่พ่นไฟพอสุกแล้ว นำมาเสิร์ฟทันทีเป็นอีกหนึ่งเมนูที่คุณควรสั่งมาลองด้วย


tokusen karubi

เมนูที่ 4 : Tokusen karubi (780 บาท++)

ทดสอบ : เมนูนี้เป็นเนื้อร่องกระดูกซี่โครงจากญี่ปุ่น เนื้อส่วนที่คนไทยไม่ค่อยรู้จักนัก เป็นอีกเมนูที่ต้องลองอีกเหมือนกัน เด็ดอย่าบอกใครเชียวแหละ!


tontoro spicy sauce

เมนูที่ 5 : Tontoro Spicy Sauce (280 บาท++)

ทดสอบ : หากใครไม่ทานเนื้อ ก็มี คอหมูย่างหมักซอสสไปซี่ มีมันแทรกอยู่แสนอร่อย รสชาติเข้มข้น เผ็ดกำลังดี หมักด้วยซอสสูตรลับของทางร้านให้ลิ้มลอง ขอบอกว่าเด็ดจริงๆ

พิกัดร้าน : Sumi Tei Yakiniku (ซุมิเต ยากินิคุ), 9:53 community mall ชั้น 3 สุขุมวิท 53 หรือสุขุมวิท 55 ทองหล่อซอย 9 เปิดเวลา 17.00 – 23.00 น. โทร.026625817-8

Facebook : http://www.facebook.com/sumiteiyakiniku

Instagram : SumiTeiYakiniku

Website : www.sumiteiyakiniku.com


แผนที่
 

M Card พาชิมอาหารร้านดังแดนปลาดิบ ธันวาคม 30, 2014

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/471853

โดย ทีมข่าวหน้าสตรี 30 ธ.ค. 2557 05:45

M Card บัตรสมาชิกของเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ฉลองครบรอบ 5 ปีอย่างยิ่งใหญ่ มอบประสบการณ์แก่สมาชิกด้วยกิจกรรม ช็อป กิน เที่ยว แบบไม่ซ้ำใครไกลถึงประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ได้สัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อ และลิ้มรสอาหารร้านดังระดับมิชลิน สตาร์ โดยมีผู้บริหาร M Card นงลักษณ์ โลหะมาณพ นำขบวนพาตระเวนชิมของอร่อยแดนปลาดิบด้วยตัวเอง


นงลักษณ์ โลหะมาณพ นำผู้โชคดีบัตรเอ็มการ์ด กินเที่ยวญี่ปุ่นแบบเอ็กซ์คลูซีฟ.

เริ่มจากร้านโซบะที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น “ร้านฮอนเกะ โอวาริยะ” (Honke Owariya) ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1465 ปัจจุบันอายุ 549 ปี ทางร้านจะทำเส้นโซบะจากดอกโซบะแท้ๆ แบบดั้งเดิมทุกวัน ทำให้มีความอร่อยโดดเด่นจนได้รับเกียรติให้ถวายแด่องค์จักรพรรดิและพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ ตั้งแต่สมัยเอโดะถึงปัจจุบัน เมนูเด่นของร้าน คือ โฮไร โซบะ (Horai Soba) เป็นโซบะ 5 ชั้นเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง อาทิ งา สาหร่าย เทมปุระ ไข่เส้น หัวไชเท้าบด ต้นหอมซอย ฯลฯ ต่อด้วย “ข้าวหมูทอดซอสมิโสะ” ชื่อดังของนาโกยา “ร้านยาบาตง” (Yabaton) ร้านดังที่ก่อตั้งมาเมื่อ 60 ปีก่อน มีความโดดเด่นที่ใช้ซอสมิโสะแดง ต้นกำเนิดจากเมืองนาโกยา เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่กรรมวิธีการหมักมิโสะแบบดั้งเดิม ซึ่งจะหมักในถังไม้และวางทับด้วยหิน ทำให้ได้มิโสะที่เข้มข้นและมีกลิ่นหอมหวาน


สัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแท้ๆ

เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ คือการได้ร่วมเปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบ “ไคเซคิ” ซึ่งเป็นศาสตร์ในการทำอาหารชั้นสูงของญี่ปุ่น ที่สมัยก่อนจะเสิร์ฟให้เฉพาะโชกุน หรือพระจักรพรรดิเท่านั้น เป็นร้านที่มีชื่อเสียงในโตเกียว คือ “ร้านซึจิโทเมะ” (Tsujitome) ซึ่งได้รับรางวัล Michelin Star ต่อเนื่องกันหลายปี ต้องใช้เวลาจองนานนับเดือนทีเดียว และความพิเศษของอาหารแบบไคเซคิ เริ่มตั้งแต่การคัดสรรสุดยอดวัตถุดิบตามฤดูกาล และละเมียดละไมในการปรุงแต่งรสชาติ รวมถึงการตกแต่งจาน อาหารจะค่อยๆเสิร์ฟทีละจานจนครบคอร์ส เพื่อให้ได้ดื่มดำกับรสชาติของอาหาร และศิลปะชั้นสูงอย่างถ่องแท้ มีทั้งหมด 11 เมนู ได้แก่ ไข่ปลาแซลมอนหมักโชยุ, ซาซิมิปลากุจิ, ลูกชิ้นกุ้งล็อบสเตอร์ในน้ำซุปเห็ดหอม, มันญี่ปุ่นบดคลุกกับไข่นกกระทา, ปลาซาวาร่าย่างมิโสะ, Yuba Ake หรือฟองเต้าหู้ทอดในซอสปรุงรส, ข้าวปรุงรส, เนื้อปูผัดผักโขม ปิดท้ายความอร่อยด้วยเยลลี่ที่ทำจากเนื้อเกรฟฟรุต ขนมหวานญี่ปุ่นรูปดอกไม้สีสันสวยงาม.


มอบประสบการณ์แก่สมาชิกด้วยกิจกรรม ช็อป กิน เที่ยว แบบไม่ซ้ำใคร

นงลักษณ์ โลหะมาณพ นำขบวนพาตระเวนชิมของอร่อยแดนปลาดิบด้วยตัวเอง

ลิ้มรสอาหารร้านดังระดับมิชลิน สตา
 

รังนก อาหารบำรุงสุขภาพและความงาม

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/471850

โดย ทีมข่าวหน้าสตรี 30 ธ.ค. 2557 05:15

พญ.สิริยา อารีเจริญเลิศ, ดร.นฎาประไพ สุจริตกุล และชุมศรี อาร์โนลด์ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การดูแลสุขภาพ.

ผู้หญิงยุคใหม่ใส่ใจดูแลสุขภาพให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก ด้วยเหตุนี้ รังนกซึ่งถือเป็นอาหารบำรุงสุขภาพจึงได้รับความนิยม ซึ่งตำราแพทย์จีนได้บันทึกสรรพคุณไว้ว่า เป็นสิ่งที่บำรุงสุขภาพและเป็นยารักษาโรค และจากการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า รังนกมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่เรียกว่า “ไกลโคโปรตีน” ที่เข้าไปช่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกายในระดับเซลล์ที่มีบทบาทหลักในการรักษาสมดุลของร่างกาย ช่วยกระตุ้นเซลล์ เสริมสร้างคอลลาเจน และเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย โดย 3 สาวสมวัยมาร่วมแบ่งปันเคล็ดลับเรื่องสุขภาพและความงาม หลังจากที่ได้ทดลอง ผลิตภัณฑ์รังนกแท้และครีมบำรุงผิวรังนก พรีมาเนสท์ (PrimaNest) และ พรีมาเพียว (PrimaPure)


รังนกมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่เรียกว่า “ไกลโคโปรตีน” ที่เข้าไปช่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย

พญ.สิริยา อารีเจริญเลิศ แพทย์ผิวหนัง กล่าวว่า ด้วยความที่ชอบว่ายน้ำ ทำให้ผิวหน้าแห้งกร้าน แต่พอได้ลองพรีมาเพียวทั้งเซรั่มและครีม รู้สึกว่าผิวกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้น โดยผลการวิจัยในแล็บฝรั่งเศสพบว่า ในรังนกมีสารกระตุ้น อิพิเดอร์มัลโกรท แฟ็กเตอร์ ซึ่งช่วยในการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ส่วน ดร.นฎาประไพ สุจริตกุล กล่าวว่า ที่บ้านรับประทานรังนกตุ๋นเป็นประจำ คนส่วนใหญ่มักนำรังนกไปเยี่ยมคนป่วย เพราะเชื่อว่าจะทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่อันที่จริงการบำรุงสุขภาพที่ดีนั้นไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดอาการเจ็บป่วย ควรบำรุงสุขภาพกันตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะผู้ที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน สามารถดูแลสุขภาพได้ง่ายๆด้วยการรับประทานรังนกเป็นประจำทุกวัน สุดท้าย ชุมศรี อาร์โนลด์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ชอบรับประทานรังนก เพราะมีความรู้สึกว่า มีแต่ส่วนผสมของน้ำตาล แต่พอมาได้รับประทานรังนก พรีมาเนสท์ ที่เป็นรังนก เข้มข้น ปราศจากส่วนผสมของน้ำตาลต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง รู้สึกว่าสุขภาพแข็งแรงขึ้น ไม่อ่อนเพลียง่ายเหมือนแต่ก่อน


ผลิตภัณฑ์รังนกแท้และครีมบำรุงผิวรังนก พรีมาเนสท์ (PrimaNest) และ พรีมาเพียว (PrimaPure)
 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,100 other followers

%d bloggers like this: