กิน-เที่ยว

All posts in the กิน-เที่ยว category

Travel Update

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 พฤศจิกายน 2558 เวลา 10:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/402155

Travel Update

โดย…กาญจนา

พักสบาย วันหยุดที่ อมารี หัวหิน

เที่ยววันหยุดสุดสบายที่ อมารี หัวหิน กับแพ็กเกจ หัวหิน เอสคาเปด เข้าพักในห้องดีลักซ์ ราคาเริ่มต้นที่ 2,850 บาท++ ต่อคืน ประกอบด้วย บริการอมารีโฮสต์ อัพเกรดห้องพักฟรี เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ ส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่ม 20% ส่วนลดทรีตเมนต์ที่บรีซ สปา 20% สำหรับการเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2558 เป็นต้นไป จองทันทีที่ www.amari.com/huahin/hotelpackage

 

อีสตินที่ภูเก็ตพร้อมใจลดราคาช่วงไฮซีซั่น

ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึงนี้ โรงแรมอีสตินทั้งสองแห่งในภูเก็ตมอบส่วนลดห้องพัก 30% ได้แก่ โรงแรมอีสติน ยามา ภูเก็ต ราคา 1,412 บาทถ้วน และโรงแรมอีสติน อีซี ป่าตอง ราคา 1,080 บาทถ้วน รวมอาหารเช้า 2 ท่าน สำหรับการเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2558-30 เม.ย. 2559 สำรองห้องพักล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนการเดินทาง โรงแรมอีสติน ยามา ภูเก็ต โทร. 076-303-456 และโรงแรมอีสติน อีซี ป่าตอง โทร. 076-349-781

 

อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ได้รับรางวัลสุดยอด โรงแรมธุรกิจ

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ได้รับคัดเลือกให้เป็นสุดยอดโรงแรมชั้นนำสำหรับประเทศไทย (Thailand’s Leading Business Hotel) ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 จากการสำรวจความคิดเห็นโดย World Travel Awards ด้วยสถานที่ตั้งใจกลางเมือง การให้บริการด้านห้องพัก รวมถึงสถานที่จัดประชุม ทำให้โรงแรมได้รับการคัดเลือกให้เป็นสุดยอดโรงแรมธุรกิจชั้นนำที่ดีที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเปรียบเสมือนรางวัล Oscar สำหรับวงการโรงแรม โรงแรมตั้งอยู่ในย่านธุรกิจติดกับสถานีรถไฟฟ้าชิดลม เว็บไซต์ www.ihg.com/intercontinental

 

ชามา สุขุมวิท กรุงเทพฯมอบส่วนลดช็อปปิ้ง

เพลิดเพลินกับการพักผ่อนในกรุงเทพฯ และการช็อปปิ้งในช่วงสิ้นปีที่ ชามา สุขุมวิท กรุงเทพฯ กับแพ็กเกจ ซิตี้ เบรก แพ็กเกจ สำหรับการเข้าพัก 3 คืน ในห้องพักแบบอพาร์ตเมนต์ 1 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นที่ 13,080 บาท ตั้งแต่วันนี้-31 ธ.ค. 2558 ประกอบด้วยอาหารเช้า รถรับส่งสนามบินโดยมินิแวนส่วนตัว บัตรโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสประเภท 1 วัน บัตรกำนัลมูลค่า 1,000 บาท สำหรับช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าเครือเซ็นทรัล และเช็กเอาต์ได้ถึงเวลา 16.00 น. สอบถามและสำรองห้องพักโทร. 02-105-6000 เว็บไซต์ www.shama.com/sukhumvit

 

ยู สุขุมวิท กรุงเทพฯ มอบความสุขส่งท้ายปี

ในช่วงเวลาแห่งความสุขปลายปี2558 โรงแรมยู สุขุมวิท กรุงเทพฯ เสนอแพ็กเกจห้องพักพร้อมมื้อค่ำได้แก่ แพ็กเกจฉลองคริสต์มาสคืนละ3,999 บาท เมื่อเข้าพักตั้งแต่ 2 คืนขึ้นไปรวมอาหารเช้า ชุดอาหารค่ำ และรถรับ-ส่งสนามบิน เข้าพักระหว่างวันที่ 22-27 ธ.ค. 2558 และแพ็กเกจต้อนรับปีใหม่คืนละ 5,000 บาท เมื่อเข้าพักตั้งแต่ 3 คืนขึ้นไปรวมอาหารเช้า บุฟเฟ่ต์ในคืนส่งท้ายปีเก่า บัตรเข้างานเคาต์ดาวน์บน Rooftop Bar และรถรับ-ส่งสนามบิน สอบถามและจองห้องพักโทร. 02-651-3355 เว็บไซต์ www.usukhumvitbangkok.com

 

โรงแรมเครือเซ็นทารา มอบบริการพรีเมียมฟรี

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราเปิดบริการอยู่เกือบทุกจุดหมายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น มัลดีฟส์ บาหลี ศรีลังกา และเวียดนาม ทุกโรงแรมยินดีมอบบริการพรีเมียมเมื่อจองห้องพักตั้งแต่ 2 คืนขึ้นไปก่อนวันที่ 24 ธ.ค. 2558 สำหรับการเข้าพักวันที่ 1 ม.ค.-24 ธ.ค. 2559 ลูกค้าจะได้รับบริการระดับพรีเมียมฟรี 1 รายการ หรือเมื่อจอง 7 คืนขึ้นไปจะได้รับบริการเพิ่มเป็น 2 รายการ เช่น สปาร์คลิงไวน์และของว่างริมชายหาด สปาทรีตเมนต์จากสปาเซ็นวารี บริการเสิร์ฟมื้อเช้าถึงเตียง บริการพี่เลี้ยงเด็ก เรียนโยคะหรือออกกำลังกายโดยมีเทรนเนอร์ส่วนตัว เป็นต้น ตรวจสอบโรงแรมที่ร่วมรายการได้ที่เว็บไซต์ www.centarahotelsresorts.com โทร. 02-101-1234 ต่อ 1

 

เทศกาลดอกไม้ วังน้ำเขียว ฟลอร่า พาร์ค เริ่มแล้ว

สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดงาน วังน้ำเขียว ฟลอร่า พาร์ค เริ่มตั้งแต่วันนี้-28 ก.พ. 2559 ณ แยกวัดโพธิ์เฉลิมพระเกียรติ (ทางหลวงหมายเลข 3052 วังน้ำเขียว-เขาแผงม้า กิโลเมตรที่ 9) อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พบกับดอกไม้กว่าล้านดอกและพันธุ์ดอกไม้หายาก แบ่งเป็นโซน ได้แก่ กุหลาบสายพันธุ์อังกฤษ 2,000 ต้น สวนจิตรกรรมธรรมชาติเทคนิคสวนแนวตั้ง เขาวงกตจากดอกไม้ 2 แสนกระถาง จุดชมวิวมุมสูง แปลงสาธิตปลูกผักออร์แกนิก ตลาดนัดฟาร์มเมอร์มาร์เก็ต ไร่กาแฟ 2 สายพันธุ์ และไข่ไก่โอเมก้า สอบถามโทร. 08-9812-8851 เฟซบุ๊ก www.facebook.com/FloraparkWNK

 

I’m OopAib สองขาพาส่องโลก

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 พฤศจิกายน 2558 เวลา 09:57 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/402153

I’m OopAib สองขาพาส่องโลก

โดย…รอนแรม ภาพ… ภคณีย์ บุรุษภักดี

คนที่เคยเก็บตัวอยู่ในห้องกลับเปลี่ยนเป็นคนไม่อยู่ติดบ้านตั้งแต่เธอเริ่ม “วิ่ง”

อุ๊บอิ๊บ-ภคณีย์ บุรุษภักดี สาวนักวิ่งมาราธอนและนักวิ่งเทรลวัย 30 ปี ค้นพบความสวยงามบนโลกเมื่อเธอวิ่ง ชีวิตมีเป้าหมายชัดเจนเพราะการวิ่ง และมีเพื่อนมากมายจากสังคมวิ่ง

มาราธอน

อุ๊บอิ๊บหรืออิ๊บเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งครั้งแรกเมื่อปี 2555 ซึ่งตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่เคยนับว่าแข่งวิ่งมากี่ครั้ง เพราะมันมากเหลือเกิน

 

“อิ๊บวิ่งก่อนเทรนด์วิ่งมาราธอนบูม” ช่วงที่คนนิยมวิ่งมาราธอนมากๆ น่าจะหลังกระแสภาพยนตร์เรื่องรักเจ็ดปีดีเจ็ดหนที่มีตัวเอกชนะใจตัวเองด้วยการวิ่งมาราธอน เธอกล่าวว่า “ชีวิตเปลี่ยนไปมากพอออกวิ่งตามงาน เพราะมันมีแรงกระตุ้นบางอย่าง อย่างถ้าวิ่งคนเดียว วิ่งได้เท่าไรก็เท่านั้น การเปลี่ยนแปลงก็แค่น้ำหนักลดลง สุขภาพเราดีขึ้น แต่สังคมเราเปลี่ยนไปเลยไหม มันก็ไม่ เพราะเรายังใช้ชีวิตเหมือนเดิม แค่เรามีความสุขขึ้น มีกิจกรรมทำมากขึ้นเท่านั้น”

เดิมทีอิ๊บเป็นคนไม่เดินทาง ไม่ออกจากห้องพักโดยไม่จำเป็น เหมือนเป็นตัวละครลับที่คนอื่นมองไม่เห็น “อิ๊บรู้สึกว่าการอยู่นอกห้องมันไม่ปลอดภัย มันเป็นความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยน กลายเป็นว่าการได้ออกไปข้างนอกคือประสบการณ์ คือการได้ใช้ชีวิตจริงๆ ทัศนคติเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่ออกไปวิ่งงาน”

 

เธอเริ่มเล่าเรื่องราวในเฟซบุ๊ก ทำให้มีคนเข้ามาแนะนำเทคนิคการวิ่ง เข้ามาให้กำลังใจ กลายเป็นคนชอบเข้าสังคม จากวิ่งคนเดียวในยิมก็เปลี่ยนไปวิ่งที่สวนลุม อยู่ในสังคมที่ชอบการวิ่งเหมือนกัน คุยภาษาเดียวกัน เข้าใจซึ่งกันและกัน และเมื่อได้วิ่งไปเรื่อยๆ มันเหมือนสารเสพติดที่ต้องทำทุกวัน

“คนวิ่งจะติดความสุขหลังการวิ่ง ที่จริงแล้วเวลาวิ่งเราไม่ได้มีความสุขตลอดเวลานะ มันเหนื่อย แต่ความสุขมันอยู่ที่ตอนวิ่งเสร็จแล้วต่างหาก คนเราเสพติดตรงนี้ ไม่ใช่เสพติดความทรมานระหว่างทาง อย่างอิ๊บก็ต้องวิ่งทุกวัน เหมือนเราต้องแปรงฟังทุกเช้า มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว”

 

เทรล

หลังจากวิ่งถนนมาได้สักพักใหญ่ อิ๊บก็เริ่มขยับมาวิ่งเทรลหรือการวิ่งในป่า ซึ่งตอนนี้เธอวิ่งไปถึงระดับอัลตราเทรลระยะ 100 กม. และการวิ่งเทรลนี้เองที่ทำให้เธอต้องออกจากเมืองไปโดยปริยาย เพื่อไปหาป่าเขาตามต่างจังหวัดถึงต่างประเทศ

สถานที่ซ้อมวิ่งเทรลที่เธอชอบไปมากที่สุดคือ เชียงใหม่ โดยจะนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ เย็นวันศุกร์ วิ่งเสาร์-อาทิตย์ บินกลับเย็นวันอาทิตย์ แล้วเข้าออฟฟิศทำงานต่อวันจันทร์ (เธอยังเป็นพนักงานบริษัท)

 

“ตั้งแต่วิ่งเทรลมันทำให้อิ๊บเปิดโลกกว้างมากขึ้นไปอีก เมื่อก่อนวันเสาร์-อาทิตย์ ลูกบิดห้องยังไม่ได้จับเลยค่ะ ตื่นมาอยู่แต่ในห้อง เล่นคอมพ์ กินของในตู้เย็น ไม่ได้เดินออกไปไหนเลย แต่เดี๋ยวนี้เสาร์-อาทิตย์ที่อยู่กรุงเทพฯ จะรู้สึกแปลก ไม่รู้ว่าอยู่เฉยๆ ต้องทำยังไง”

อิ๊บชอบไปซ้อมวิ่งที่เชียงใหม่ เพราะมีภูเขาที่ชันต่อเนื่องมากพอ อย่าง ดอยสุเทพ ดอยปุย ดอยหลวงเชียงดาว “อิ๊บเคยวิ่งสตาร์ทจากหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คนทั่วไปจะไม่รู้ว่าด้านหลัง มช. มีทางขึ้นดอยสุเทพระยะ 5 กม. จากนั้นมีทางเทรลต่ออีกประมาณ 14 กม. ถึงบ้านขุนช้างเคี่ยน และอีก 3 กม. ขึ้นไปถึงยอดดอยปุย อิ๊บต้องวิ่งเลาะสันเขาขึ้นๆ ลงๆ ไปเจอผากลอง ซึ่งสวยมาก แล้วไปเรื่อยๆ จนโผล่แม่สา ไปพักที่ม้งลอดจ์ จากนั้นจะมีทางไปต่อถึงบ้านแม่กำเปียง เป็นหมู่บ้านชาวเขา มีโฮมสเตย์ให้นอน แล้วก็วิ่งต่อเรื่อยๆ ไปถึงถนนเส้นที่จะไปปาย ตัดข้ามถนนเส้นนั้นเข้าป่าไปอีก ไปโผล่ที่บ้านสบก๋าย จากนั้นไม่ไกลจะมีน้ำตกชื่อน้ำตกตาดหมอกใน อ.แม่แตง แล้วก็ขึ้นเขาไปอีกจนถึงบ้านกุ๊บกั๊บ เรานอนที่หมู่บ้านนั้นได้เหมือนกัน แล้ววิ่งขึ้นเขาต่อไปจนถึงเขาสามเหลี่ยม มันเหมือนพีระมิดจริงๆ พอถึงจุดนั้นก็วิ่งลงเขาเพื่อขึ้นเขาอีกลูกจนเห็นดอยหลวงเชียงดาวไกลๆ อิ๊บวิ่งเลาะด้านหลังภูเขาจนเลยดอยหลวงเชียงดาว (หัวเราะ) แล้วก็ไปจบที่บ้านนาเลาใหม่ ได้เห็นวิวดอยหลวงเชียงดาวในมุมที่ไม่เหมือนใคร”

 

เส้นทางทั้งหมดใช้เวลา 3 วัน ซึ่งแต่ละครั้งที่ออกวิ่งต้องวางแผนให้ดี โดยเฉพาะเรื่องสถานที่ดื่มน้ำ แต่ถ้าใกล้กรุงเทพฯ เธอแนะนำ เขาไม้แก้ว จ.ชลบุรี เทือกเขาตะนาวศรี จ.ราชบุรี และภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

อย่างไรก็ตาม ถ้าอยู่ในการแข่งขันเธอแทบไม่มองธรรมชาติ เพราะต้องทำเวลาจนเธอรู้สึกเสียดาย “บางทีเราอยากหยุดมองตรงนี้นานๆ แต่เราทำไม่ได้ เพราะเราต้องไปจุดหมายให้ทันเวลา ทำให้เวลาที่อิ๊บไปซ้อมเองจะมีความสุขมากกว่า มันสวรรค์กว่าเยอะเลยค่ะ ได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ มันต้องหยุดมอง และตั้งแต่วิ่งเทรลมันทำให้อิ๊บหวงธรรมชาติ”

ประเด็นวิ่งเทรลรบกวนธรรมชาติหรือไม่ ในทัศนะของเธอมองว่าแล้วแต่จิตสำนึกของคน เพราะทางเทรลคือทางเดิมที่ชาวบ้านใช้เดินอยู่แล้ว ไม่ใช่ทางใหม่ที่นักวิ่งไปทำเอง แต่ที่น่าเป็นห่วงคือระหว่างวิ่งอย่าทิ้งขยะ อย่าออกนอกลู่ทาง “ไม่ใช่แค่นักวิ่งเทรล แต่มันคือทุกคนที่เข้าป่าก็มีโอกาสทำลายธรรมชาติ ดังนั้น มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกล้วนๆ อย่างอิ๊บกินอะไรก็จะเก็บ เสื้ออิ๊บเลอะซองขนม แต่พอซักมันก็สะอาด”

อิ๊บเล่าว่าบางประเทศอย่างญี่ปุ่นเปิดป่าให้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย เพื่อให้คนเข้าไปอยู่ในธรรมชาติ ทำให้เกิดความหวงแหน และคนได้รับประโยชน์จากอากาศบริสุทธิ์ที่ป่ามอบให้ แต่นั่นก็เพราะคนมีวินัยและใจอนุรักษ์ หรืออย่างงานวิ่งเทรลก็มีกฎเคร่งครัด โดยเฉพาะการทิ้งขยะหรือการปล่อยสิ่งปฏิกูลระหว่างทาง และกฎห้ามใช้ไม้โพล (Trail Running Pole) เพื่อป้องกันการทำลายต้นไม้เล็กๆ ข้างทาง

โลกของอุ๊บอิ๊บ

ถ้ามีโลกของตัวเองหนึ่งใบ เธออยากให้โลกใบนั้นไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรเลย “อิ๊บอยากให้คนได้ใช้กำลังของตนเองอย่างเต็มที่ ได้มีความสุขกับการใช้ร่างกาย มนุษย์เกิดมาเพื่อวิ่ง มนุษย์เกิดมาเพื่อเดินทางด้วยการวิ่ง แต่เพราะเรามีสมองเราถึงทำรถยนต์ เครื่องบิน เราถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวก แต่จริงๆ คนเราทุกคนพร้อมที่จะวิ่งได้อยู่แล้ว เราแค่ติดกับความสบายจึงไม่ทำ ไม่รู้ว่าร่างกายมันมีค่าแค่ไหน เราไม่ค้นหาสิ่งที่เรามีในตัวเรา แต่เราไปค้นหาสิ่งที่ยังไม่มี

อิ๊บไม่เคยรู้ว่าอิ๊บจะวิ่งได้ถึง 100 กม. ไม่รู้ว่าตัวเองจะวิ่งได้เร็วแค่ไหนถ้าอิ๊บไม่ออกไปวิ่ง ดังนั้นโลกที่อยากจะได้ไม่ต้องสปอยล์เราหรอก อิ๊บอยากให้ในโลกมีป่าเขียวๆ มีสิ่งที่เป็นธรรมชาติจริงๆ ร่างกายเราก็เป็นธรรมชาติ ป่าก็เป็นธรรมชาติ คนกับป่าสามารถอยู่ด้วยกันได้ มีความสุขแน่ๆ ถ้าพึ่งพากัน”

ติดตามเรื่องวิ่งและการเดินทางของอุ๊บอิ๊บได้ในหนังสือ Happy Running เฟซบุ๊ก I’m OopAib และอินสตาแกรม @oop_aib

 

โฮจิมินห์ ฟิวชั่น

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 พฤศจิกายน 2558 เวลา 09:50 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/402150

โฮจิมินห์ ฟิวชั่น

โดย…กาญจน์ อายุ

วิธีเสพวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ง่ายที่สุดคือ กิน เพราะอาหารไม่เพียงให้รสชาติแต่ยังบอกประวัติศาสตร์ สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ รวมไปถึงนิสัยใจคอของคนปรุง การไปโฮจิมินห์คราวนี้จึงมุ่งหน้าเฝ้าแต่กินจนพบว่า โฮจิมินห์ 2015 กลายเป็นเมืองฮิปๆ ไปแล้ว

กาแฟดริป

คนเวียดนามมีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่เข้มแข็งมากถึงขนาดมีวิธีดื่มกาแฟของตัวเอง วิธีไม่ต่างจากการดริปกาแฟที่คนไทยกำลังนิยม แต่ไม่ได้หมายความว่าคนเวียดนามใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์และเป็นฮิปสเตอร์มาตั้งแต่อดีต แต่เพราะมันคือการดื่มกาแฟที่เรียบง่ายที่สุด และเหตุที่คนทั้งประเทศชอบดื่มกาแฟเพราะเขาปลูกกาแฟเอง โดยเฉพาะเมืองดาลัดทางตอนกลางของประเทศขึ้นชื่อเรื่องเมล็ดกาแฟอราบิกา ปลูกในความสูงที่เหมาะสมและสภาพอากาศที่พอเหมาะ มันจึงถูกตั้งราคาสูงตามคุณภาพและถูกส่งขายไปทั่วโลก

เทคนิคชงกาแฟแปลกๆ ในร้านเวิร์คช็อป

 

นครโฮจิมินห์ก็เช่นเดียวกัน ทุกถนนจะมีร้านกาแฟทั้งแบบดั้งเดิมลักษณะเป็นร้านห้องแถวมีแค่เก้าอี้นั่งยอง (เก้าอี้ซักผ้า) กับโต๊ะเตี้ยๆ หน้าร้าน ถ้าร้านไหนมีต้นไม้ก็จะผูกเปลญวนให้เป็นบริการเสริม ที่น่าสนใจคือให้สังเกตบนพื้นจะเห็นเปลือกเม็ดแตงโมเกลื่อน นั่นคือร่องรอยวัฒนธรรมการกินของจริง พวกเขาไม่ได้สกปรกแต่เป็นการปฏิบัติของคนที่นั่นที่จะทิ้งเปลือกหรือทิชชู่ลงพื้นแล้วทางร้านค่อยกวาดทิ้งทีเดียว กลับกันการวางทิ้งไว้บนโต๊ะต่างหากถือว่าสกปรก

ส่วนร้านสมัยใหม่มีลักษณะไม่ต่างจากคาเฟ่ในกรุงเทพฯ ติดแอร์ เปิดเพลง โชว์ทำกาแฟให้ลูกค้าเห็นกระบวนการ และมีโต๊ะนั่งพร้อมปลั๊กไฟให้นั่งนานๆ ร้านที่วัยรุ่นนิยมกันมากตอนนี้ชื่อ เดอะ เวิร์คช็อป (The Workshop Specialty Coffee) อยู่ในเขต 1 ร้านตั้งอยู่บนชั้น 3 ไม่มีหน้าร้าน คนที่รู้จักเท่านั้นถึงรู้ว่าร้านอยู่ตรงไหนถือว่าเป็น Hidden Gem ของคนรักกาแฟ

บาริสต้า อาชีพของคนรุ่นใหม่

 

ความพิเศษคือมีการทำกาแฟแบบต่างๆ และมีเมล็ดกาแฟจากทั่วโลก แน่นอนว่ามีเมล็ดกาแฟอราบิกาจากเมืองดาลัดเป็นตัวเด่น แถมเด็ดดวงตรงที่ในร้านมีเครื่องอบกาแฟทำให้กาแฟทุกแก้วยังหอมกรุ่น นอกจากนี้ชื่อร้านเวิร์คช็อปแสดงว่าต้องมีการสาธิตการชงกาแฟ ตามปกติลูกค้าสามารถมองเห็นวิธีการทำด้วยตัวเองอยู่แล้ว แต่ถ้าใครสนใจสั่งกาแฟด้วยเทคนิคพิเศษ เช่น กาแฟไซฟอน (Syphon) บาริสต้าก็จะอธิบายวิธีทำให้ฟังด้วย

บรรยากาศในร้านแสดงให้เห็นชัดว่า ค่านิยมทำงานในร้านกาแฟมันลามมาถึงเมืองไซ่ง่อน ทุกคนที่นั่งอยู่เป็นวัยทำงานหรือไม่ก็ฝรั่งกางแมคบุ๊กคนละเครื่องพร้อมแก้วกาแฟเกาะคราบบ่งบอกว่านั่งมาพักใหญ่ ที่สำคัญคือสัญญาณไว-ไฟ ทางร้านเปิดให้ใช้ไม่จำกัดชั่วโมงและแรงทันใจแบบดูยูทูบไม่ขัด ซึ่งถ้าจะจัดให้เวิร์คช็อปเป็นร้านที่ฮิปที่สุดในเมืองตอนนี้ก็คงไม่มีใครเถียง

เปาะเปี๊ยะเวียดนาม

 

แต่อย่างไรก็ตาม กลิ่นกาแฟหอมคาราเมลอ่อนๆ ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟเวียดนาม ซึ่งคงไม่มีร้านไหนชงอร่อยเท่าร้านข้างทาง และคงไม่มีอะไรกินอร่อยเท่าเม็ดแตงโม

ขนมปังฝรั่งเศส

อาหารฟาสต์ฟู้ดของชาวเวียดนามได้รับอิทธิพลโดยตรงจากชาวฝรั่งเศสที่เคยปกครอง ถ้าสืบสาวเรื่องราวทางประวัติศาสตร์จากขนมปังก้อนเดียวสามารถย้อนกลับไปสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2

มองผ่านครัว

 

ฝรั่งเศสเลือกเดินเรือเข้าประชิดโฮจิมินห์ แทนที่จะบุกนครเว้ซึ่งเป็นเมืองหลวง เพราะโฮจิมินห์ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติแต่มีร่องน้ำลึกพอให้เรือรบเข้าเทียบท่า ในตอนนั้นลุงโฮหรือโฮจิมินห์ยังไม่เป็นวีรบุรุษ ชื่อเมืองยังเป็นไซ่ง่อน เขาเกิดในครอบครัวยากจน พ่อแม่เสียชีวิต ไม่มีโอกาสเรียนหนังสือแต่ด้วยความใฝ่รู้จึงไปแอบนั่งอยู่ริมหน้าต่างห้องเรียน ฟังสิ่งที่ครูสอน และใช้พื้นทรายเป็นกระดาษหัดเขียน วันหนึ่งมีครูมาเห็นพอถามคำถามอะไรเขาก็ตอบได้ ครูจึงกรุณาขอมาเลี้ยง เมื่อโตขึ้นได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่นครเว้และรับราชการเป็นครูในเวลาต่อมา เวลาเดียวกับฝรั่งเศสปกครองเวียดนามเขาจึงมีความคิดต่อสู้ ซึ่งวิธีที่เขาทำคือหาหนทางไปประเทศฝรั่งเศสตามตำรา รู้เขารู้เรา

โฮจิมินห์สมัครเป็นคนล้างจานบนเรือสินค้าที่จะล่องไปฝรั่งเศสจนในที่สุดเขาก็เห็นฝรั่งเศสกับตา ทำให้รู้ว่าเมืองศิวิไลซ์ก็มีคนขอทาน เงินที่ได้มาให้แต่ขุนนางส่วนคนรากหญ้ายังยากจน ดังนั้นศัตรูที่แท้จริงคือเหล่าขุนนางกลุ่มเดียวไม่ใช่ประชาชนทั้งประเทศ เมื่อทราบดังนั้นเขาก็กล้าสู้ฝรั่งเศส แต่ขากลับไม่ได้กลับไปไซ่ง่อนทันที ทว่าไปอยู่ที่นครพนม ประเทศไทย เพื่อรวบรวมคน

บาแก็ตไส้หมูกรอบ

 

ในตอนนั้นเกิดกลุ่มอินโดจีนแล้ว โดยมี 3 ใน 5 ประเทศ คือ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส แต่ละประเทศมีกลุ่มต่อต้านฝรั่งเศสแต่ยังไม่สามารถรวมตัวกันได้ ทว่าโฮจิมินห์ทำสำเร็จ สุดท้ายเวียดนามกับฝรั่งเศสประกาศสงครามที่เดียนเบียนฟู ชาวเวียดนามชนะสงครามและปลดแอกจากฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการหลังทำสนธิสัญญาเจนีวา

ขณะนั้นทั่วโลกอยู่ในภาวะสงครามเย็น พันธมิตรที่คอยช่วยเหลือเวียดนามมาตลอดอย่างสหรัฐอเมริกากลับให้ข้อหาคอมมิวนิสต์เพื่อเข้ามา ปกครองประเทศ และแบ่งเวียดนามเป็นเหนือกับใต้ โดยสหรัฐหนุนฝั่งใต้อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย และจีนกับรัสเซียหนุนฝั่งเหนือถือว่าเป็นคอมมิวนิสต์ คราวนี้เป็นสงครามในประเทศ คนเวียดนามต้องสู้รบกันเองจนเกิดเป็นสงครามเวียดนาม แต่สุดท้ายโฮจิมินห์ก็สามารถรวมประเทศได้ เขาจึงถูกยกย่องให้เป็นวีรบุรุษแห่งการต่อสู้เพื่อประเทศชาติ และเป็นตัวอย่างของผู้มีคุณธรรม

ห่อหมกกุ้งสไตล์เวียดนาม

 

กลับมามองที่ขนมปังฝรั่งเศสหรือบาแก็ต (Baguette) มันเหมือนแฮมเบอร์เกอร์ของชาวอเมริกัน ด้านในมีเนื้อ ผัก เหยาะซอส กินไม่กี่คำก็หมด ปัจจุบันชาวเวียดนามยังคงกินในชีวิตประจำวันจนน่าจะเรียกว่าขนมปังเวียดนามได้แล้วร้านในโฮจิมินห์ที่ขายบาแก็ตมากที่สุดคือ ร้าน Nhu Lan ขายสารพัดขนมปังและทำบาแก็ตขายไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยชิ้น งานหลังร้านจึงยุ่งเป็นมือระวิงทั้งแผนกทาเนย ใส่ผัก ใส่เนื้อ แพ็กใส่ห่อ เป็นขั้นเป็นตอน ดังนั้นใครที่กินในร้านไม่ต้องถามหาการบริการ แค่สั่งแล้วนั่งรอ หยิบน้ำได้เองจากตู้แช่เย็น แล้วไปจ่ายเงินที่คุณยายเจ้าของร้าน และกฎสำคัญคือ ห้ามถ่ายรูปพนักงานขณะทำ การกดชัตเตอร์ไม่ได้ทำให้รสชาติเปลี่ยนแต่คงไปรบกวนการทำงานทำให้ผลิตบาแก็ตได้ช้าลง

ร้าน Nhu Lan ตั้งอยู่ใกล้ตึกไบเทกซ์โก (Bitexco) ตึกที่สูงสุดในโฮจิมินห์ รูปร่างโฉบเฉี่ยวด้านบนมีจุดชมวิวที่ต้องซื้อตั๋วขึ้นไป ด้านในเป็นห้างขายสินค้าแบรนด์เนม ร้านฟาสต์ฟู้ด ร้านกาแฟแบรนด์ดัง รวมถึงโคเวิร์กกิ้งสเปซก็มีแล้ว แต่บรรยากาศในห้างกับนอกห้างช่างแตกต่างเพราะภายในดูโหรงเหรงแทบไม่มีคน แต่คนกลับเดินขวักไขว่อยู่แถวริมแม่น้ำไซ่ง่อนหรือในร้านบาแก็ตบ้านๆ ก็ยังมีคนต่อคิว เหมือนกับว่าค่านิยมเอะอะเดินห้างยังไม่นิยมในเมืองค้าขายแห่งนี้

ร้านขายบาแก็ต Nhu Lan

 

อาหารฟิวชั่น

ขนมปังบาแก็ตเป็นตัวแทนของฝั่งฝรั่งเศสไปแล้ว เฝอก็น่าจะเป็นตัวแทนจากฝั่งจีน จีนเป็นชนชาติที่เข้ามาค้าขายทางเรือพร้อมภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาที่ชาวเวียดนามไม่รู้จัก รวมถึงตัวอักษรจีนก็เคยนำมาแปลงเป็นภาษาของคนเวียดนามในยุคหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นตัวอักษรละติน และมีสัญลักษณ์คล้ายอั๊กซอง (Accent) ในภาษาฝรั่งเศส

อาหารเวียดนามดั้งเดิมจึงเป็นการผสมผสานเรื่องราวในอดีต ในโฮจิมินห์มีร้านอาหารเวียดนามขึ้นชื่อจากคำการันตีว่าอร่อย อย่างร้านอัน Quan An Vietnamese Bistro และร้านงอน Nha Hang Ngon ทั้งสองแห่งปรับบ้านเก่าแบบเฟรนช์โคโรเนียลเป็นร้านอาหาร และจัดเต็มไปด้วยอาหารเวียดนามทั้งจากเขตเหนือฮานอยที่จะเน้นแป้งและชุ่มน้ำมันเพราะอากาศหนาวเย็น เขตภาคกลางจากเว้ที่ได้รับอิทธิพลจากจีนมากที่สุด และเขตใต้นครโฮจิมินห์ที่มีอาหารทะเลเป็นส่วนประกอบ

พิพิธภัณธ์เมืองโฮจิมินห์

 

แต่หากอยากรับประทานและซื้อวัตถุดิบกลับไปต้องไปที่ ตลาดเบนถั่น ขายตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะถูกสร้างโดยชาวฝรั่งเศสเมื่อ 145 ที่แล้ว ตัวอาคารมีนาฬิกาหอคอยทรงสี่เหลี่ยมอยู่ทั้ง 4 ทิศโดยตั้งใจสร้างให้เป็นตลาดใหญ่ที่สุดในไซง่อนสมัยนั้น เพราะที่ตั้งของเมืองอยู่ปากอ่าวจึงมีทั้งคนจีนและคนอาหรับเข้ามาค้าขาย รวมถึงเป็นแหล่งพักสินค้าจากเมืองต่างๆ ในเวียดนามก่อนขนส่งไปทางเรือ กระทั่งปัจจุบันโฮจิมินห์ก็ยังเป็นศูนย์เศรษฐกิจทางตอนใต้ มีท่าเรือขนส่งสินค้ามากมาย และเป็นฮับสายการบินแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ตาม การกินอาหารอย่างเข้าใจความหมายและที่มาที่ไปต้องมีข้อมูล ในร้านอาหารไม่มีประวัติศาสตร์ให้อ่านแต่ในพิพิธภัณฑ์มีมากมาย

พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์แสดงชีวประวัติลุงโฮ

 

พิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจและสมควรไปหลายแห่ง เช่น ถ้าอยากทราบความเป็นมาตั้งแต่เป็นเมืองไซ่ง่อนและเรื่องราวการต่อสู้เพื่ออิสรภาพจากฝรั่งเศสและอเมริกาต้องไปที่ พิพิธภัณฑ์เมืองโฮจิมินห์ (Museum of Ho Chi Minh City) แต่ถ้าอยากทราบชีวประวัติของวีรบุรุษลุงโฮตั้งแต่เกิดจนตายต้องมุ่งหน้าสู่พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Museum) และอีกแห่งคือ พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ (Fine Arts Museum) กลุ่มอาคารแบบเฟรนช์โคโรเนียลที่เหลือเพียงไม่กี่แห่งในโฮจิมินห์นำทำเป็นพิพิธภัณฑ์และเปิดให้คนทั่วไปเข้าชม ภายในจัดแสดงทั้งงานศิลปะสมัยใหม่และโบราณวัตถุยุคอาณาจักรจามปาที่หาชมได้เพียงที่นี่เท่านั้น

อาจเป็นไปได้ว่าความอร่อยของอาหารไม่ใช่รสชาติที่ปลายลิ้น แต่คืออรรถรสหรือรสแห่งถ้อยคำที่อาหารเล่าออกมาและคนกินก็เข้าใจตามต่างหากคือรสชาติที่แท้จริง

สายการบินนกแอร์เปิดเส้นทางบินสู่เมืองโฮจิมินห์ประเทศเวียดนาม โดยตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไปจะให้บริการบินทุกวัน ด้วยเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737-800 พร้อมบริการน้ำหนักกระเป๋า30 กิโลกรัม อาหารว่างบนเครื่อง และเลือกที่นั่งได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้ผ่านเว็บไซต์ www.nokair.com หรือโทร. 1318

ตึกไบเทกซ์โกสูงและทันสมัยที่สุดในโฮจิมินห์

 

ธรรมชาติสวย แดนสวิส

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 พฤศจิกายน 2558 เวลา 12:27 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/401051

ธรรมชาติสวย แดนสวิส

โดย…อ.ตากวาง ภาพ Kometh Tantijindaporn

ฝากภาพที่ไปเที่ยวมาครับ

Kometh Tantijindaporn

คอลัมน์ ลู้ปส์ ส่งกันมาได้ที่เดิมเลยครับ สำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพจากแอพมือถือเท่ๆ หรือถ่ายภาพสวยๆ แนวๆ อาร์ตๆฮิปๆ พอสวยๆ สัก 5-10 รูปฝากเขียนชื่อตรง Subject นิดนึงว่า Loops ส่งมาอวดกันได้ที่อีเมลอาจารย์เลยนะครับ(bambi5789@gmail.com)ถ้าได้อะไรที่มันฮิปๆ แบบBike Diary ยิ่งดีเลยครับอย่าลืมส่งรูปมาอวดกันล่ะ…เฝ้ารออยู่นะฮะ

 

 

 

 

 

 

เดิน ชม ชิมอินโมนาโก

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 พฤศจิกายน 2558 เวลา 11:02 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/401026

เดิน ชม ชิมอินโมนาโก

โดย…อณุสรา  ทองอุไร ภาพ กัณฑรัตน์  เจิมจิตรผ่อง

กัณฑรัตน์  เจิมจิตรผ่อง ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บัตรเครดิตกรุงไทย ด้วยหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางอยู่บ่อยๆ อีกทั้งเธอเองก็ยังมักจะให้รางวัลตัวเองด้วยการเดินทางเปิดโลกทัศน์อีกด้วย ในแต่ละปีเธอมักจะเดินทางไปต่างประเทศปีละ 2-3 ครั้ง ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานอยู่เสมอ

ทริปล่าสุดที่เดินทางไปพักผ่อนก็คือการไปเยือนประเทศโมนาโกเป็นเวลา 5 วัน  โดยเธอเดินทางไปกับสายการบินเอมิเรตส์ ตอนตี 2 เครื่องไปลงที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส ประมาณบ่ายๆ เมืองนีซเป็นเมืองชายทะเลของฝรั่งเศส แล้วจึงนั่งรถจากนีซไปยังเมืองมอนติคาร์โล เมืองหลวงของโมนาโก ใช้เวลาประมาณ 40 นาที โดยนอนค้างที่นี่ 1 คืน ถึงแม้จะเป็นเมืองหลวงแต่ก็เป็นเมืองเล็กๆ เมืองเขาจะหลวมๆ คนน้อย เดินเล่นสบายๆ อากาศกำลังดี

 

“ตอนที่ไปประมาณปลายเดือน ส.ค ถึงต้นเดือน ก.ย. อากาศกำลังดี เย็นๆ ไม่หนาวมาก ตอนที่ไปเขากำลังมีงานโชว์เรือยอชต์ เป็นเทศกาลที่จะมีเรือยอชต์หรูมาโชว์ มีเศรษฐีจากประเทศต่างๆ ในยุโรปและจากทั่วโลกมาชมมาซื้อมาจับจองเป็นงานเอ็กซิบิชั่นใหญ่ของเขา เรานั่งอยู่ตามร้านกาแฟร้านอาหารก็จะเห็นเศรษฐียุโรปแต่งตัวดีๆ ลงจากรถคันยาวโก้ ลงจากรถเดินเข้าโรงแรมเหมือนในหนังยังไงยังงั้นเลย ดูหรูหราไฮโซมากๆ จะหน้าตาสวยหล่อ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนม แค่เรานั่งมองเขาเดินไปเดินมา เราก็เพลินแล้ว (หัวเราะ)” เธอกล่าวอย่างอารมณ์ดี

กิจกรรมวันแรกที่เมืองมอนติคาร์โลก็คือเดินชมบ้านชมเมือง ดูสถาปัตยกรรม ดูตึกเก่าที่ยังสวยงามและคลาสสิก เดินขึ้นเนินเขาไปรอบๆ เมือง ดูร้านค้าร้านเก่าๆ ตามซอกตามซอย ในเมืองนี้ก็จะมีพระราชวังเก่า ไปชมพระราชวังที่ฝังพระศพของเจ้าหญิงเกรซ เคลลี่ วังนี้อยู่บนหน้าผา พระราชวังสวยงดงามมาก แต่ก็เข้าไปดูข้างในไม่ได้ ชมได้แต่ด้านนอก เดินลัดเลาะไปเรื่อยๆ จะเห็นอาคารบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บนริมอ่าว เป็นตึกรูปแบบสมัยโบราณ บ้านเมืองจะมีสีสันสวยงาม โทนสีหวานๆ อย่างสีชมพูอ่อน ส้มอ่อน เดินไปเรื่อยๆ เฉื่อยๆ มีต้นไม้ดอกไม้ริมทาง เห็นทะเลสีฟ้าอมเขียว เวลาเดินไปก็เพลินๆ อากาศเย็นๆ สบายๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เดินกลับลงมาไม่เหนื่อย พอร่างกายอุ่นๆ ไม่มีเหงื่อไหลเลยด้วยซ้ำ

 

กัณฑรัตน์ เล่าว่า คนที่ไปเที่ยวโมนาโกเขามักจะไปนั่งเล่นแฮงเอาต์กันอยู่หน้ากาสิโน คอยชมวิถีชีวิตและการแต่งตัวของเศรษฐีจากยุโรปที่จะมาเล่นการพนันที่กาสิโนกัน เนื่องจากจะมีพวกอภิมหาเศรษฐีขับรถหรูหราพวกซูเปอร์คาร์มาจอดหน้ากาสิโน หรือขับเรือยอชต์มาจอดที่เมืองท่าสำคัญๆ ของเมือง โรงแรมที่ดังที่สุดของเมืองก็คือ โรงแรม เดอ ปาร์คลี่ ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของมหาเศรษฐีคนหนุ่มคนสาวหน้าตาสวยหล่อ แต่งตัวดูดีหรูหราเหมือนออกมาจากแมกกาซีนหรือรันเวย์แฟชั่นโชว์เลย เขาจะเอารถซูเปอร์คาร์มาจอดเรียงหน้าโรงแรม คนธรรมดาทั่วไปก็เฝ้าดูชีวิตเขาไปเพลินๆ พอกลางคืนก็ออกไปเดินเล่นตากลมชมเมืองกัน มีสวนสาธารณะเล็กๆ ใจกลางเมือง เดินเล่นเลาะชายทะเล ชมเรือยอชต์ที่มาจอดเปิดไฟสวยๆ เป็นอาหารตาที่ดีมาก มันจะเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตของคนธรรมดาๆ ที่ได้มาชม

หน้าโรงแรมก็จะมีร้านกาแฟ นั่งเอาต์ดอร์ มีร้านช็อปปิ้งหรูหราแบรนด์เนมรอบๆ โรงแรม เมืองนี้เหมือนเขาสร้างมาเพื่อให้พวกเศรษฐีในยุโรปมาใช้ชีวิตอย่างหรูหรากัน เป็นเมืองท่าสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง เหมือนชีวิตในหนังหรูหรายุค 80s

 

“มาที่นี่ต้องชิมอาหารของเขาที่ได้กลิ่นอายของอาหารอิตาลี แต่จะดูดีกว่า เพราะเน้นอาหารทะเลเน้นกุ้ง ปลา ผักสลัดสดๆ อร่อยแล้วตกแต่งของมาสวยงาม ได้ทั้งอาหารปากและอาหารตา เรียกว่าได้ครบเลย อาหารอร่อยคล้ายๆ อาหารฝรั่งเศส บางทีก็ดูคล้ายอาหารอิตาลี บ้านเมืองสวยงาม อากาศดี มาดูชีวิตหรูหรามากที่เราไม่คุ้นเคย มาเสพอาหารตา ก็เพลินมีความสุขดีเมื่อได้มา”

เมื่อค้างที่มอนติคาร์โล 1 คืน วันรุ่งขึ้นก็นั่งรถต่อไปยังเมืองแชงพอล เดอะวองซ์ เป็นเมืองเล็กๆ  โดยนั่งรถไปประมาณ 40 นาที เมืองโบราณยุคกลางอยู่บนเขาที่มีป้อมทางเดินหน้าเมืองเป็นหิน เมืองนี้ถือว่าเป็นเมืองอาร์ต เพราะแทบทั้งเมืองจะเป็นแกลเลอรี่ศิลปะเต็มไปหมดเลย แม้ว่าจะเดินเล่นไปตามซอกตึกก็จะเห็นว่าระหว่างทางจะมีงานศิลปะวางขาย มีงานประติมากรรม รูปปั้นงานอาร์ตขนาดใหญ่วางขายอยู่ทั่วบริเวณ มีทั้งงานอาร์ตแบบเก่าและอาร์ตแบบใหม่ สมัยก่อนเล่ากันว่าเมืองนี้จะมีนักเขียนบท ผู้กำกับภาพยนตร์มาพักที่เมืองนี้บ่อยๆ เพื่อมาหาแรงบันดาลใจในการทำงาน เพราะเมืองสวยแลนด์สเคปเมืองจะมีทางเนินเล็กๆ ไปตามถนนต่างๆ เยอะไปหมด มีทั้งทะเล ต้นไม้ ภูเขา

 

วันต่อมาเดินทางไปยังเมืองเอซ นี่ก็เป็นเมืองโบราณอีกเมืองที่ตั้งอยู่บนหน้าผาที่ต้องเดินไต่บันไดขึ้นไป จุดเด่นของเมืองนี้ก็คือมีร้านอาหารหลายร้านที่ได้มิชลินสตาร์ รสชาติอาหารอร่อยเลิศเลอระดับ 5 ดาว ร้านส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนหน้าผา ได้เห็นวิวแบบ 180 องศา บางร้านจะเป็นอาหารอิตาลีผสมสไตล์ฝรั่งเศส บางร้านจะเป็นสไตล์โมนาโกผสมอิตาลี เพราะโมนาโกใกล้อิตาลีมีเพียงแม่น้ำคั่นกลาง ซึ่งรสชาติอาหารอร่อยถูกปากคนไทยอย่างมาก ขนมปังอร่อยมาก เรียกว่านั่งกินไปชมวิวไป คณะของเธอนั่งกินอาหารและชมวิวที่นี่นานถึง 3 ชั่วโมง เรียกว่าเพลินมากจนเวลาผ่านไปแบบไม่รู้ตัว หลังจากนั้นก็เดินชมเมืองย่อยอาหาร เพราะเป็นอีกหนึ่งเมืองโบราณที่มีความสวยงาม มีทั้งหน้าผา มีทั้งป้อมปราการ ที่เป็นแผ่นหิน เสาหิน ขนาดใหญ่มากๆ เหมือนกับอยู่ในฉากภาพยนตร์เรื่องแกลดิเอเตอร์ เดินชมเมืองผ่านตรอกซอกซอยไปเรื่อยๆ

“เราอยู่ที่โมนาโก 3 คืน เพราะเมืองเล็กมาก ได้ไปชมการแข่งเอฟวันที่มอนติคาร์โลด้วย ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องนี้ เขาจะมีงานใหญ่เพื่อแข่งกันปีละครั้ง แข่งบนถนนวิ่งไปรอบๆ หน้าผา เรียกว่ามอนติคาร์โลเซอร์กิต มีร้านขายของที่ระลึกเกี่ยวกับการแข่งเอฟวัน โชคดีที่เรามาเจองานแฟร์เรือยอชต์ เจอแข่งรถ ก็เลยมีกิจกรรมให้ทำเยอะ”

 

อีก 3 วันที่เหลือก็ข้ามไปอิตาลีกัน ไปเมืองปอร์โตฟิโน่ ซึ่งเป็นเมืองทางเหนือของอิตาลีที่ใกล้กับโมนาโก เป็นเมืองประมงสมัยอดีต ปัจจุบันเป็นเมืองท่าที่ถือว่าไฮโซของอิตาลีมากๆ พวกเศรษฐีเขาจะมาจอดเรือยอชต์ มีอ่าวเล็กๆ เมืองก็จะมีสีสันมาก ตึกต่างๆ จะมีสีสนุกอย่างส้ม เหลือง เขียว เรือยอชต์ลำใหญ่ๆ ก็จะจอดอยู่รอบอ่าว ได้เห็นเรือยอชต์หรูๆ แบบใกล้ชิด ร้านนาฬิกาแบรนด์เนมดังๆ มีอยู่รอบๆ อ่าว ระหว่างเดินชมเมืองจะเห็นวิลล่าของพวกเศรษฐีอยู่หลายหลังเลย สวยๆ ทั้งนั้นตลอดทาง

“ส่วนพวกเราก็เดินเล่นนั่งกินกาแฟ ที่นี่จะมีร้านขายช็อกโกแลตร้อนร้านหนึ่งอร่อยมาก เข้มข้นมากๆ เหนียวๆ อุ่นๆ เหมือนฟองดูเลย เหมาะกับอากาศตอนกลางคืนที่เริ่มเย็นมากขึ้น ทริปนี้เราเน้นเดินชมเมืองเก่ากับการชิมอาหาร ทั้งพื้นเมืองและร้านอาหารที่ขึ้นชื่อในย่านนั้นๆ ไม่เน้นช็อปปิ้ง”

 

เมืองนี้ก็จะมีโบสถ์ มีปราสาทโบราณเล็กๆ บนเนินเขาของเศรษฐียุคเก่าที่ซื้อมา ส่วนใหญ่จะเน้นเดิน เพราะอากาศเริ่มเย็นสบาย เดินไม่เหนื่อย ถ้าไกลมากก็นั่งรถรางบ้าง บางเมืองก็ใช้วิธีการนั่งเรือข้ามมา แต่ตอนที่ไปมีพายุเข้าก็เลยไม่ได้นั่งเรือมากนัก เกรงว่าจะอันตราย

“วันสุดท้ายได้ไปชมเมืองเจนัว ซึ่งเป็นอีกเมืองท่าที่สำคัญของอิตาลี เชื่อว่าเป็นบ้านเกิดของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส บ้านของเขาใหญ่โต เป็นคนมีฐานะในยุคนั้น มีร่องรอยความใหญ่โตของบ้าน มีเสาหิน ห้องนอน เมืองนี้ในอดีตนั้นรุ่งเรืองมาก แต่ปัจจุบันจะดูน่ากลัวไปนิด เพราะเป็นเมืองที่ผู้อพยพมาอาศัยอยู่เยอะ เห็นได้ถึงความแตกต่าง ที่ไหนที่เป็นเมืองที่คนอิตาลีอยู่เองจะดูสดใส สะอาด แต่เมืองนี้จะมืดๆ มัวๆ ดูอึมครึมๆ เป็นอีกมุมมองที่แตกต่างออกไป ตรงท่าเรือเขาจำลองอะควอเรียมเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ไม่ใหญ่มาก เล็กๆ แต่ก็น่าชม”

สุดท้ายเธอบอกว่าไปทริปนี้ชมเมืองกับชิมอาหารก็อิ่มอร่อยมีความสุขมากสำหรับ 5-6 วัน เป็นทริปสั้นๆ ที่ได้ชีวิตช้าๆ เดินๆๆๆ กินอาหารที่ดีกับสุขภาพ เหมือนได้ไปใช้ชีวิตช้าๆ ไม่เร่งรีบ

 

 

 

 

เกาหลีใต้สนุกสดใส ภายใต้ใบไม้หลากสี

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 พฤศจิกายน 2558 เวลา 10:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/400898

เกาหลีใต้สนุกสดใส ภายใต้ใบไม้หลากสี

โดย…ทีงานโลก 360 องศา keb_toke@plat360.com

ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ มีการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามามากในทุกๆ ปี ดังนั้นจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ทำให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของเกาหลีใต้ พยายามคิดค้นและสร้างสรรค์รูปแบบการท่องเที่ยวให้มีความน่าสนใจอยู่เสมอ

นักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่เดินทางเข้ามายังประเทศนี้ เพราะวัฒนธรรมและภาษาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวเกาหลีอาจทำให้ไม่ได้รับความสะดวกสบาย หากจะต้องเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองจึงจำเป็นจะต้องซื้อแพ็กเกจทัวร์เพื่อให้ได้รับการอำนวยความสะดวกจากไกด์ท้องถิ่น แต่ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การพัฒนาระบบขนส่งมวลชน ตลอดจนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศนี้ นอกจากจะส่งผลต่อการพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศในด้านต่างๆ แล้ว ยังส่งผลด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอีกด้วย

ใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศดีๆ ที่เกาหลีใต้

 

เช่น การจัดทำคู่มือการท่องเที่ยวอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอพพลิเคชั่นทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถดาวน์โหลดเพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นVisit Korea ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ หรือจะเป็นแอพพลิเคชั่น Seoul Walking Tour ที่จะช่วยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว 16 แห่งใจกลางกรุงโซลที่สามารถเดินถึงกันได้ หรือจะเป็นแอพพลิเคชั่นของรถไฟฟ้าใต้ดินเมืองต่างๆ ไปจนถึงแอพพลิเคชั่นรถบัส ก็สามารถอำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลได้อย่างสะดวก

ด้วยเหตุนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ด้วยตัวเอง จึงมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราเรียกนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ว่า “FIT” หรือ Free Independent Travelers คือนักท่องเที่ยวที่มีการวางแผนและออกแบบการเดินทางด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามการเดินทางท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นการซื้อแพ็กเกจทัวร์ หรือไปเที่ยวแบบ FIT นั้นก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป เช่น การซื้อแพ็กเกจทัวร์ก็จะได้รับความสะดวกครบทุกด้าน ส่วนการไปท่องเที่ยวแบบ FIT จะต้องศึกษาเส้นทางด้วยตัวเอง จองโรงแรมด้วยตัวเอง ไม่มีรถรับส่ง จะเลือกไปแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน แต่สำหรับประเทศเกาหลีใต้จากประสบการณ์ของเราแนะนำเลยว่า ใครที่อยากจะเริ่มต้นท่องเที่ยวแบบ FIT ประเทศนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ใบไม้เปลี่ยนสีที่เขานัมซาน

 

บัตร T Money เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองในประเทศเกาหลีใต้ เพราะสามารถใช้แทนเงินสดได้ในการชำระค่าบริการต่างๆ ที่มีสัญลักษณ์T Money ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ค่าโดยสารรถเมล์ หรือรถแท็กซี่ ไปจนถึงรถไฟฟ้า สามารถซื้อและเติมเงินได้ตามร้านสะดวกซื้อที่มีสัญลักษณ์ T Money ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนในประเทศนี้ ป้ายบอกทางหรือแผนที่สถานีรถไฟต่างๆ ก็ล้วนมีภาษาอังกฤษกำกับ จึงเข้าใจง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

จังหวัดเกียงกิ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมต่างๆ จนกลายมาเป็นอีกหนึ่งปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะด้วยความที่จังหวัดนี้อยู่ติดกับกรุงโซล อีกทั้งยังมีระบบขนส่งมวลชนหลายประเภทที่สามารถเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้ ทำให้นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยือนกรุงโซลแล้ว ก็ไม่พลาดที่จะมาเยือนจังหวัดเกียงกิเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นที่ป้อมปราการซูวอน KBS Suwon Center สวนสนุก One Mount หรือสวนสนุก Everland ซึ่งสถานที่ดังกล่าวนี้ สามารถเดินทางไปได้ไม่ยากด้วยรถไฟฟ้า หรือหากต้องการจะเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวนอกเมืองหรือจังหวัดใกล้เคียง ก็สามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นๆ ได้อย่างสะดวกสบาย เช่น รถบัส ไม่ว่าจะไปที่หมู่บ้านฝรั่งเศส La Petite France ยองเพียงเรลไบค์ หรือที่วัดยงมุน อีกหนึ่งวัดที่เป็นที่ศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวเกาหลีใต้

สนุกกับคอร์สเรียนรู้การเล่นสกีที่ยองเพียง

 

ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ เพราะมีธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในการไปดูใบไม้เปลี่ยนสีนั่นก็คือที่เกาะนามิ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่คนไทยรู้จักกันดีและเดินทางไปได้ไม่ยากจากกรุงโซล ว่ากันว่าในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนั้นเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่เกาะนามิมีความสวยงามมากที่สุด และก็มีมุมสวยงามควรค่าแก่การไปสัมผัสประสบการณ์อยู่หลายๆ จุด ไม่ว่าจะเป็นถนนสายต้นสนเกาหลี ถนนสายกิงโกะ และถนนสายเมเปิ้ล

และอีกหนึ่งสถานที่ไม่ควรพลาดไปชมบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี นั่นก็คือที่อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน ตั้งอยู่ที่เมืองซอกโชในจังหวัดกังวอน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งอุทยานแห่งนี้ได้รับฉายาว่า“ภูเขา 4 ฤดู” เนื่องจากมีความสวยงามที่แตกต่างกันไปทั้ง 4 ฤดู

เมื่อสิ้นสุดฤดูใบไม้เปลี่ยนสีทั่วทั้งประเทศเกาหลีใต้ ก็จะเข้าสู่ฤดูหนาวเต็มตัว จังหวัดที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศส่วนมากจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ดังนั้นในฤดูนี้ก็จะมีรูปแบบการท่องเที่ยวที่พิเศษกว่าฤดูกาลอื่นๆ แน่นอนว่าช่วงเวลาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะแบบนี้ กิจกรรมการเล่นสกีถือได้ว่าเป็นกิจกรรมยอดนิยมของชาวเกาหลีและชาวต่างชาติ ที่พากันหลั่งไหลไปยังสกีรีสอร์ทที่มีอยู่มากกว่าสิบแห่งทั่วทั้งประเทศ

ฤดูหนาวที่จะถึงนี้ ลองมาสัมผัสหิมะที่เกาหลีใต้

 

หากใครที่สนใจอยากจะไปท่องเที่ยวสัมผัสหิมะในฤดูหนาวที่เกาหลีใต้ โลก 360 องศาขอแนะนำอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยม นั่นก็คือที่เมืองยองเพียง ในจังหวัดกังวอนสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ขึ้นไปทางตอนเหนือของกรุงโซลได้อย่างสะดวกสบาย จุดเด่นของเมืองนี้คือมีที่ลาดเชิงเขา ซึ่งมีองศาและระยะทางยาวเหมาะสมสำหรับการทำลานสกี อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยโรงแรมรีสอร์ทและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มากไปกว่านั้นทุกๆ ปีเมืองนี้จะเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาล Fun Ski and Snow Festival

ภายในงานก็จะมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกและมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวที่ซื้อแพ็กเกจเรียนรู้การเล่นสกีเบื้องต้น ตั้งแต่การฝึกการทรงตัว การเบรก รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มสีสันและความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมกิจกรรม ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียง 4 วันก็สามารถเล่นสกีได้

เกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งปลายทางท่องเที่ยวที่ถูกพูดถึงบ่อยในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากเป็นประเทศที่มีความสวยงามทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ซึ่งก็มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายแห่งที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมชมชอบสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย แต่ในความเป็นจริงทุกๆ เมืองทุกๆ จังหวัดของประเทศนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอีกมากมายและยังไม่เป็นที่รู้จัก

ณ เวลานี้ ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่เอื้อให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายได้ง่ายขึ้นอีกทั้งระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกสบายและผู้คนที่สามารถสื่อสารภาษาสากลได้มากขึ้นก็มากเพียงพอแล้ว สำหรับใครที่สนใจจะออกเดินทางไปค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ในประเทศนี้ ลองดูไม่ยากอย่างที่คิด

 

Travel Update

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 พฤศจิกายน 2558 เวลา 10:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/400896

Travel Update

ททท.แพร่ ชวนเที่ยวงานลอยกระทงเมืองเหนือ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ชวนนักท่องเที่ยวร่วมงานประเพณีลอยกระทง จุดผางปะตี๊ปตี๋นก๋า ปูจาแม่ก๋าเผือก2558 ระหว่างวันที่ 23–25 พ.ย. 2558 ณ กาดสามวัยและสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร.9 อ.เมือง จ.แพร่ กิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น พิธีสืบชะตาแม่น้ำยมท่าน้ำเชตวัน ขบวนแห่ธรรมหลวงถวายเทศน์มหาชาติ เทศกาลอาหารพื้นเมือง การประกวดนางนพมาศ การประกวดโคมลอย การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน วิทูรย์ ใจพรหมและไม้เมือง สอบถาม ททท.สำนักงานแพร่ โทร. 054-521-127

 

จองห้องพักวันลอยกระทงลด 50% จาก Hotels.com

Hotels.com ตามรอยประเพณีลอยกระทงด้วยส่วนลดห้องพักสูงสุด 50% ทั้งงานประเพณียี่เป็ง จ.เชียงใหม่ งานกระทงสาย จ.ตาก งานไหลเรือไฟ จ.นครพนม และงานลอยกระทงริมทะเลที่ภูเก็ต พัทยา หัวหิน และกระบี่โดยเปิดให้สำรองห้องพักตั้งแต่วันนี้-4 ธ.ค. 2558 เข้าพักได้ทันทีถึง 31 มี.ค. 2559 ทาง http://th.hotels.com/ ข้อเสนอของโรงแรม

 

อาบน้ำเพ็ญคืนลอยกระทงที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถจัดงานลอยกระทงตามประทีปภายใต้คอนเซ็ปต์ วิจิตรธาราเลอค่าอัตลักษณ์ไทย ระหว่างวันที่ 21-25 พ.ย. 2558ณ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร โดยไฮไลต์อยู่ในคืนวันลอยกระทง วันพุธที่25 พ.ย. มีการประกวดนางนพมาศ มหกรรมคอนเสิร์ต การแสดงบนเวทีใหญ่ตั้งแต่ 17.00-24.00 น. และพิธีอาบน้ำเพ็ญโดยได้นิมนต์พระสงฆ์ร่วมประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่เวลา 23.30 น. สอบถามประชาสัมพันธ์ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร โทร. 035-366-252-4

 

ฉลองปีใหม่สุดหรูที่ไฮแอทรีเจนซี่ หัวหิน

โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ หัวหินมอบแพ็กเกจห้องพัก New Year’s Eve Break ฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับครอบครัวและเพื่อนๆ แพ็กเกจประกอบด้วย ห้องพัก ไฮแอท เกสต์รูม 3 คืน อาหารเช้า และงานเลี้ยงอาหารค่ำในคืนวันส่งท้ายปี ในราคาเริ่มต้น 48,500 บาท++ สำรองห้องพักตั้งแต่วันนี้-30 พ.ย. 2558 และเข้าพักได้ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 2558-3 ม.ค. 2559 ข้อเสนอนี้สำหรับคนไทยเท่านั้น โทร. 032-521-234 เว็บไซต์ huahin.regency.hyatt.com

 

ยู อินจันทรี ชวนเที่ยวสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว กาญจนบุรี

โรงแรม ยู อินจันทรี กาญจนบุรี ชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว 58 ชมการแสดงแสงสีเสียง ณ บริเวณสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแคว ระหว่างวันที่ 28 พ.ย.–7 ธ.ค. 2558 โรงแรมจึงขอเสนอห้องพักราคาพิเศษ คืนละ 2,799 บาทถ้วน สำหรับห้องสุพีเรียร์ รวมอาหารเช้าในช่วงเวลาดังกล่าว สอบถามและสำรองห้องพัก โทร. 034-521-584 และ 08-6368-7014 เว็บไซต์ www.ukanchanaburi.com

 

6 บริการพิเศษจากอินดิโก้ เพิร์ล ภูเก็ต

อินดิโก้ เพิร์ล ภูเก็ต เปิดบริการวีว่า ลาส์ วิลล่าส์ (VIVA LAS VILLAS) กับ 6 บริการพิเศษ ได้แก่ คอร์สเสริมความรู้ (คอร์สทำอาหาร ผสมเครื่องดื่ม วาดภาพ จัดดอกไม้ โยคะ และว่ายน้ำ) บริการรังสรรค์อาหารในวิลล่าส่วนตัวโดยเชฟระดับห้าดาว บริการเนรมิตวิลล่าให้เป็นสวรรค์แห่งดอกไม้ โดย Michael Pritchard นักจัดดอกไม้มืออาชีพ บริการบาร์เทนเดอร์ส่วนตัวในปาร์ตี้พูลวิลล่า บริการสปาภายในวิลล่าส่วนตัว และบริการผู้ช่วยส่วนตัวที่จะคอยดูแลทุกเรื่องนับตั้งแต่ก้าวแรกในรีสอร์ท ราคาเริ่มต้นที่ 12,516 บาท++ สำหรับห้องพักแบบพูลพาวิลเลียน พร้อมอาหารเช้า โทร. 076-327-006 หรือ www.indigo-pearl.com

 

นกแอร์เปิดบริการConnecting Flight

สายการบินนกแอร์เปิดตัวบริการใหม่ Connecting Flight ผู้โดยสารสามารถสำรองตั๋วโดยสารจากเส้นทางหนึ่งเชื่อมไปยังอีกเส้นทางหนึ่งได้ในการจองเพียงครั้งเดียว จุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สนามบินดอนเมือง โดยไม่จำเป็นต้องเช็กอินอีกครั้ง และรับกระเป๋าสัมภาระที่สนามบินปลายทางได้เลยค่าธรรมเนียมครั้งละ 50 บาทต่อการต่อเครื่อง 1 ครั้ง ให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปสำหรับเส้นทางภายในประเทศ วางแผนการเดินทางได้ที่ www.nokair.com หรือโทร. 1318

 

พระเอก สถาปนิก นักเดินทาง ณัฏฐ์ กิจจริต

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 พฤศจิกายน 2558 เวลา 10:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/400895

พระเอก สถาปนิก นักเดินทาง ณัฏฐ์ กิจจริต

โดย…รอนแรม ภาพ… ณัฏฐ์ กิจจริต

สืบทราบมาว่าพระเอกหน้าใหม่ฉายา หมูตุ๋น แห่งช่องเวิร์คพอยท์ ณัฏฐ์ กิจจริต เป็นเด็กสถาปัตย์ผลงานดีเด่น แถมยังชอบเดินทางเสพตึกรามบ้านช่องจึงขอเวลาหลังทำโปรเจกต์มาไถ่ถามว่าในมุมมองสถาปนิกเขาเที่ยวอย่างไร

สถาปนิก

ณัฏฐ์ ย้อนให้ฟังว่าความฝันที่อยากเป็นสถาปนิกเริ่มมาจากชอบวาดการ์ตูน ตั้งแต่ยังเด็กพออ่านการ์ตูนแล้วไม่จบอย่างที่คิดก็จะวาดตอนจบเองเสียเลย จนกระทั่งช่วงมัธยมปลายเขาได้ไปเรียนที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย จำเป็นต้องเลือกวิชาหลักเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้รู้ตัวเองว่าอยากเรียนต่อคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จึงแน่วแน่มาในสายนี้ แต่เพราะหลายเหตุผลทำให้ ณัฏฐ์ ต้องกลับมาเรียนต่อชั้นอุดมศึกษาที่ประเทศไทย โดยในขณะนี้เรียนอยู่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเอแบค

ล่าสุด ณัฏฐ์ และเพื่อนในทีมผ่านเข้ารอบการประกวดในเทศกาลเพื่อนแม่น้ำ โครงการที่มหาวิทยาลัย 10 แห่ง จัดการแข่งขันให้นิสิตนักศึกษาออกแบบโครงการพัฒนาชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างที่รัฐบาลกำลังจะพัฒนาอยู่ในตอนนี้ ปรากฏว่ากลุ่มของณัฏฐ์ผ่านเข้ารอบแล้วได้ไปจัดแสดงอยู่ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ชื่อโครงการว่า แม่น้ำ (Morphosis)

“คอนเซ็ปต์เราแค่จะบอกว่าในระยะทาง 14 กิโลเมตรริมแม่น้ำเจ้าพระยา มันมีทั้งชุมชน วัด ดังนั้นในทุกๆ 1 กิโลเมตร หรือน้อยกว่านั้นเราต้องดูบริบทก่อน เช่น เราจะทำสถานปฏิบัติธรรมในบริเวณที่มีวัดอยู่แล้ว เราจะทำแกลเลอรี่แถวๆ วังสุโขทัย มันคือการนำบริบทเดิมมาพัฒนาเท่านั้นเอง”

 

นักเดินทาง

ถ้าพูดถึงไลฟ์สไตล์ ณัฏฐ์ ชอบเที่ยวย่านเมืองเก่าอย่างสี่แยกเฉลิมกรุง ที่แม้จะดูธรรมดา บางคนขับรถผ่านทุกวัน แต่ตึกเหล่านั้นมันคือมรดกความเป็นไทย แต่หากให้แนะนำสถานที่ในกรุงเทพฯ ที่มีสถาปัตยกรรมสวยๆ แห่งแรกที่เขาพูดถึงคือ วัดพระแก้ว

“ย่านนั้นไม่ได้มีแค่วัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวังแต่ยังเป็นย่านเก่าที่เราเรียกกันว่าเกาะรัตนโกสินทร์ ทำให้บ้านแถวนั้นอย่างท่าเตียนยังเป็นตึกเก่าที่แตกต่างจากตึกแถวปัจจุบัน”

โดยส่วนตัวเวลาณัฏฐ์ไปเที่ยวไหน ไม่ได้มุ่งไปแลนด์มาร์คของเมืองนั้น แต่จะไปตลาดที่ยังคงเป็นตลาด ไม่ใช่พลาซ่าหรือถนนคนเดินตามแหล่งท่องเที่ยว

 

“อย่างตอนที่ผมอยู่ซิดนีย์ ทุกอย่างมันจะเป็นร้านค้าหมดถ้าอยากกินปลาก็ไปร้านขายปลา อยากกินหมูก็ไปร้านขายเนื้อหมู จะไม่มีตลาดสดที่ขายทุกอย่างไว้ที่เดียวกันเหมือนในประเทศเรา”

เขายังกล่าวถึงเมืองซิดนีย์ต่อว่า เมืองหลวงแห่งนี้เคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ดังนั้นการวางผังเมืองจะเหมือนกันคือเป็นตารางหมากรุก ทำให้บ้านเมืองเป็นระเบียบและง่ายต่อการสัญจร แต่สิ่งที่เขาชอบมากที่สุดคือการอนุรักษ์ตึกเก่าๆ ไว้ในเขตชานเมือง

ณัฏฐ์ เปรียบเทียบกับประเทศไทยว่า “เราวางแผนที่จะพัฒนาไปข้างหน้า เราต้องการตึกสูง เราต้องการตึกที่สร้างยาก แต่เมื่อเราไปคุยกับคนอื่นสิ่งที่เขาจำเราได้กลับเป็นสิ่งที่เราเรียกว่าโบราณ เหมือนกับว่าเรากำลังจะหนีจากสิ่งที่คนอื่นกำลังจะจำ” เขาวรรคคำพูดชั่วอึดใจ “เราต้องทำการอนุรักษ์ให้เป็นกิจจะลักษณะเช่นว่าที่ซิดนีย์ เพราะผมคุ้นเคยมากที่สุด เขาจะมีชนเผ่าพื้นเมืองอาศัยอยู่ ก็สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ จัดอีเวนต์ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมการแสดง ชมวิถีชีวิต ซึ่งพวกเขาได้เงินเยอะมาก ได้รับเกียรติ คือมันเป็นอาชีพที่เขาอยากจะเป็น ในทางกลับกันครูสอนรำไทย สอนโขนบ้านเรากลับมีรายได้น้อย แต่คนรวยกลับเป็นนักธุรกิจ มันน่าจะเปลี่ยนกัน อย่างแรกเลยเราน่าจะเปลี่ยนการให้ค่ากับระดับแล้วมันจะดีเอง เช่น คนที่รำไทยแล้วรู้ว่าเขาทำงานที่มีคุณค่าและได้เงินเลี้ยงตัวเองได้ด้วย ถ้าเป็นแบบนี้เป็นใครก็อยากทำ” ณัฏฐ์ แสดงทัศนะ

การเสพความงามเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัว ดังนั้นณัฏฐ์ก็เที่ยวตามรสนิยมของตัวเอง

 

“ผมชอบบ้านเมืองที่ตึกยังเตี้ยๆ อย่างนิวซีแลนด์ นิวซีแลนด์ไม่มีอะไรเลยนะแต่ว่าสวย สวยเพราะบ้านเมืองยังไม่มีตึกสูง แต่ละบ้านไม่มีรั้ว ไม่มีขอบเขตชัดเจน มันเป็นเสน่ห์ที่ครั้งหนึ่งบ้านเราเคยเป็น แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ตอนนี้ทุกบ้านต้องมีรั้วเพราะกลัวขโมยขึ้น แต่ผมชอบอะไรที่มันเรียบง่าย”

ทริปล่าสุดเขาเปิดประสบการณ์ไปแบกเป้เที่ยวเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย โดยเจาะเที่ยวที่จอร์จทาวน์ “ผมดูรายการของพี่เรย์ แมคโดนัลด์ มานานก็เลยอยากลองแบ็กแพ็กเองสักครั้ง” ณัฏฐ์ เริ่มเล่าประสบการณ์ “ตอนนั้นตั้งงบไว้ที่ 7,000 บาท ไปกับเพื่อนอีก 1 คน เราเริ่มต้นโดยการไปขึ้นรถไฟที่หัวลำโพง ซื้อตั๋วไปสถานีบัตเตอร์เวิร์ธ ในตั๋วเขียนว่าใช้เวลาเดินทางแค่ 8-10 ชั่วโมง แต่พอตื่นขึ้นมานึกว่าจะถึงแล้วแต่ไม่ใช่ สรุปมันใช้เวลาไป 18 ชั่วโมง กลายเป็นสนิทกับคนไปทั้งโบกี้”

พอไปถึงจอร์จทาวน์ สิ่งแรกที่ณัฏฐ์พกติดมือคือแผนที่ตามหางานศิลปะบนผนัง เขาบอกว่ามันเหมือนเกมตามล่าสมบัติที่ต้องเดินหาให้ครบทุกจุด “บ้านเมืองที่จอร์จทาวน์มันผสมหลายอย่าง ทั้งสีจัดจ้าน อิทธิพลของจีน อิสลาม รวมเข้ากันเป็นเอกลักษณ์ของเมือง”

 

การเป็นแบ็กแพ็กเกอร์ครั้งแรกใช้เวลา 4 วัน 3 คืน ทำให้ได้เที่ยวแบบไร้แผนเปลี่ยนโฮสเทลไปเรื่อยๆ พกกางเกงไปตัวเดียว (อยากเหมือนพี่เรย์)และที่ลืมไม่ลงคือ ตกรถไฟไม่ได้กลับกรุงเทพฯ จึงตัดสินใจเหมารถตู้จากหาดใหญ่ขึ้นกรุงเทพฯ เพื่อมาเรียนให้ทันเป็นสาเหตุทำให้งบบานปลาย และไม่จบทริปแบบแบ็กแพ็กเกอร์เท่าไรนัก

สำหรับทริปในฝัน ณัฏฐ์ อยากไปทะเลสาบวานากา (Lake Wanaka) เมืองวานากาประเทศนิวซีแลนด์ เขาเล่าว่ามันคือภาพต้นไม้ต้นเดียวกลางน้ำที่คนชอบใช้เป็นวอลเปเปอร์คอมพิวเตอร์ เขาไปสรรหาว่าภาพนั้นคือที่ไหน และอยากไปให้เห็นด้วย
ตัวเองสักครั้ง

โลกของณัฏฐ์

ถ้ามีโลกของตัวเองหนึ่งใบ ณัฏฐ์อยากให้โลกใบนั้นเป็นอย่างในโลกปัจจุบัน แต่อยากให้ตัวเองเกิดเร็วกว่านี้สัก 50 ปี ก่อนที่ทุกอย่างจะพัง

“โลกมันก็ดีด้วยตัวของมันแต่ผมอยากสัมผัสและเข้าใจคำบางคำที่ผู้ใหญ่พูดอย่างคำว่าติดโทรศัพท์ทำไม รวมถึงสภาพบ้านเมืองสังคมรอบตัวเรา อยากรู้ว่าก่อนหน้านี้มันเป็นยังไง”

ตอนนี้ณัฏฐ์เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ซึ่งแม้ว่าจะมีโปรเจกต์เป็นการบ้านที่ต้องทุ่มเท เขาก็ยังไม่ทิ้งงานวงการบันเทิง แต่ไม่ใช่เพราะอยากดังหรืออย่างไร เขาอยากทำงานเพราะไม่อยากขอเงินพ่อแม่ จึงยินดีที่จะเหนื่อยกว่าคนอื่นแล้วทำทั้งสองอย่างให้มันดีที่สุด

ถามว่าในอนาคตณัฏฐ์อยากเป็นดาราหรือสถาปนิก เขาก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ ขึ้นอยู่กับโอกาสที่จะเข้ามา ซึ่งใจจริงไม่อยากเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่จะพยายามรักษาทั้งสองอย่างไว้เหมือนที่ทำอยู่ทุกวันนี้

ติดตามการเดินทางของณัฏฐ์ได้ที่อินสตาแกรม natkitcharit และซีรี่ส์เรื่องแม่จ๋าอย่าหักโหม ทางช่องเวิร์คพอยท์

 

แคชเมียร์-เลห์ ลาดักห์ การเดินทางแห่งความทรงจำ

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 พฤศจิกายน 2558 เวลา 17:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/399843

แคชเมียร์-เลห์ ลาดักห์ การเดินทางแห่งความทรงจำ

โดย…พาแลง ภาพ วิสุทธิพันธุ์ ศิวสัตตพร

การไปเยือนอินเดียครั้งแรกของวิสุทธิพันธุ์ ศิวสัตตพร หรือเนม เลขาฯ ผู้บริหาร เธอเตรียมตัวดีมากคือเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงไว้ทุกอย่าง เพราะกิตติศัพท์ที่เลื่องลือของประเทศนี้ทำให้ไว้ใจอะไรไม่ได้ แต่การเดินทางไปจุดหมายที่แคชเมียร์-เลห์ ลาดักห์ ทำให้เธอพบว่าที่จริงแล้วอินเดียในอีกมุมหนึ่งก็มีความน่ารักกว่าสิ่งที่เคยได้ยิน แม้จะมีเหตุการณ์ให้แก้ไขเฉพาะหน้าทุกวันก็ตาม

“เราเดินทางไปอินเดียประมาณเดือน พ.ค.ที่หิมะที่แคชเมียร์กำลังละลาย แต่ทริปนี้เราเจอทั้งร้อนและหนาวหมดเลย เริ่มต้นจากตั้งธงว่าจะไปลาดักห์ แต่เพื่อนในทริป 8 คนบอกว่าไหนๆ จะไปแล้ว ก็ไปให้ครบไปเลย ทริปก็เลยเริ่มจากกรุงเทพฯ-เดลี เดลี-แคชเมียร์ จากแคชเมียร์ไปลาดักห์เราจะขับรถขึ้นไป แล้วเราจะกลับลาดักห์-เดลี แล้วจึงจะกลับกรุงเทพฯ นั่นคือสิ่งที่เราวางแผน แต่ก็ไม่ได้เป็นตามแผนทั้งหมด”

เนม เล่าถึงทริป 12 วันของพวกเธอว่า เริ่มจากภูมิประเทศที่ร้อนสุดคือกรุงนิวเดลี ประมาณ 40 องศา ทุกอย่างจัดการไปจากเมืองไทยคือจองรถ จองโรงแรม จากนั้นก็เริ่มเที่ยวจากพระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท ใช้เวลาครึ่งวันเพราะโปรแกรมค่อนข้างแน่น “ถ้ามีเวลาควรไปฝังตัวอยู่ที่นั่นหนึ่งวัน เพราะที่นั่นสวยมาก จากนั้นกลุ่มเราก็ออกจากราชสถานไปอากราไปถึงก็ดึก วันต่อมาต้องตื่นไปทัชมาฮาลตั้งแต่เช้า แล้วก็ต้องรีบขึ้นเครื่องไปแคชเมียร์ เรียกว่าชีวิตเราถูกจำกัดด้วยเวลา”

อากาศที่แคชเมียร์ แม้จะเป็นช่วงเดือนที่หิมะละลายไปบ้าง และเตรียมสู่หน้าร้อนแล้วที่อากาศก็ยังคงหนาวอยู่ เลขาฯ สาว บอกว่า “วันแรกที่ไปถึงแคชเมียร์เราไปพักที่เมืองพาฮาลแกม (Pahalgam) ซึ่งที่นี่จะถูกเรียกว่าหุบแกะ เพราะเขาเลี้ยงแกะและอยู่ติดกับหิมาลัยมองไปก็เห็นเป็นภูเขาที่มีหิมะโอบล้อมและมีแม่น้ำไหลผ่านซึ่งสวยมากอีกนั่นแหละค่ะ ดูแล้วไม่เหมือนอินเดียเลย

 

เราขี่ม้าขึ้นภูเขาไปเพื่อดูหุบแกะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน หวาดเสียวเล็กๆ มีเหงื่อซึมหลังหน่อยๆ แต่พอได้เห็นวิวด้านบนก็ลืมหมดทุกอย่าง พอลงมาจากเขาแล้วเราก็เดินทางต่อไปที่ศรีนาคา (Srinagar) เมืองหลวงของแคชเมียร์ ผ่านทุ่งดอกมัสตาร์ด ไปทะเลสาบดาล แต่พวกเราไปนอนบนเรือในทะเลสาบนากิ้น ซึ่งเรือบ้านนี้ได้อิทธิพลมาตั้งแต่เป็นอาณานิคมของอังกฤษ ทุกอย่างสะดวกสบายและตกแต่งแบบอังกฤษขนานแท้”

ถ้าตามตารางแล้ววันรุ่งขึ้นกลุ่มเพื่อนทั้งแปดคนจะต้องออกเดินทางจากศรีนาคาเพื่อไปยังลาดักห์ แต่ว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะว่าถนนที่เราจะไปลาดักห์ รถวิ่งไม่ได้ ถนนปิดเพราะมีพายุหิมะ “พวกเราเครียดมาก ทริปนี้ค่อนข้างเครียดและมีปัญหาให้แก้ตลอดเวลา เจ้าของบ้านที่เราไปพักแนะนำว่าให้เราเปลี่ยนแผนเที่ยวในแคชเมียร์แทน แต่จุดมุ่งหมายของเราคือลาดักห์ ยังไงก็ต้องไปให้ได้ ต่อให้เหลือเวลาแค่สามวันก็ต้องไป สุดท้ายพวกเราตัดสินใจว่าจะบินจากศรีนาคาเพื่อไปตั้งหลักที่เดลี แล้วบินจากเดลีไปที่ลาดักห์ แต่ปัญหาคือตั๋วเครื่องบินที่จะไปเดลีต้องรออีก 2 วัน เท่ากับเราต้องอยู่ในศรีนาคาต่อ”

 

สองวันที่ศรีนาคา เพื่อนกลุ่มนี้ตะลุยเที่ยวที่กุลมาร์ค (Gulmarg) เพราะอยากไปเห็นฉากที่ถ่ายทำหนังอินเดีย ซึ่งกุลมาร์คมีทั้งหมด 3 ชั้นต้องนั่งกระเช้าขึ้นไป แต่กว่าจะไปถึงทางขึ้นก็คือเดินผ่านโคลนของหิมะที่ละลายแล้วค่อนข้างแอดเวนเจอร์เล็กน้อย

“เราไปถึงแค่ชั้นสอง การไปค่อนข้างลำบากเพราะหนึ่งคิวยาวต้องแย่งชิงซื้อตั๋ว แต่พอไปถึงก็ต้องตะลึงเพราะวิวมันสวยจริงตามคำร่ำลือ วันต่อมาเราไปที่โซนามาร์ค (Sonamarg) ซึ่งไม่ต้องขึ้นกระเช้าแต่วิวก็สวยเหมือนกัน กลับจากโซนามาร์คพวกเราก็มาเที่ยวในเมืองศรีนาคา เดินตลาดสด ชมสวนพฤกษชาติ รอเวลาบินกลับไปเริ่มต้นที่เดลี”

 

หนึ่งคืนในเดลี เลขาฯ สาวและเพื่อนๆ เลือกที่พักใกล้สนามบิน เพื่อเตรียมตัวไปจุดหมายสุดท้ายในอินเดีย “ทุกคนเฮตั้งแต่เครื่องออกจากสนามบิน และพอเข้าเขตลาดักห์ทุกคนจะฮือฮาตลอดทางเพราะมันสวยมาก (เน้นเสียง) เครื่องลงจอดทุกคนบนเครื่องปรบมือดีใจเกรียวกราว เรากรุ๊ปคนไทยไม่ทำเพราะมัวแต่ตะลึงกับความสวย

พอถึงลาดักห์พวกก็ไปเจอปัญหาใหม่ที่นั่น เพราะว่าเหลือเวลาสำหรับที่นี่แค่ 3 วัน จากแต่เดิม 5 วัน โปรแกรมของเราก็เลยต้องร่นลงมา และต้องตัดโปรแกรมเที่ยวไปหลายที่ และปัญหาต่อมาก็คืออากาศที่เบาบางและอยู่บนที่สูง เนมก็เลยมีอาการแพ้ความสูง ต้องเข้าโรงพยาบาลที่นั่น อาการคือเวียนหัว อาเจียน ท้องเสีย กินอะไรไม่ได้ ซึ่งอาการทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากเราไปเที่ยวมาแล้วหนึ่งที่คือวัดธิคเซย์ (Thiksey Gompa) เป็นอารามเก่าแก่อายุ 600 ปี เราไปไหว้พระศรีอริยเมตไตรยองค์ใหญ่ ความสูง 15 เมตร หรือประมาณอาคาร 2 ชั้น เป็นองค์พระที่ใหญ่ที่สุดและเป็นงานศิลป์ชิ้นเอกในหุบเขาลาดักห์ เป็นความงามที่เรียบง่ายมาก ต่อมาไปที่พระราชวังเชย์ (Shey Palace) และสุดท้ายที่สันติสตูปา (Shanti Stupa) แล้วอาการแพ้ความสูงก็รุนแรงขึ้น เพราะว่าตอนนั้นเริ่มอาเจียนแล้ว

 

ไม่เฉพาะเนมเท่านั้น ทุกคนในทริปจะเหนื่อยง่ายเพราะอากาศน้อย เมื่อเธอป่วยจึงต้องนอนพักนิ่งๆ หนึ่งวัน วันที่สองเพื่อนๆ ออกไปเที่ยวแม่น้ำสองสี “เจ้าของที่พักเป็นคนที่น่ารักที่สุดในโลกคนหนึ่ง นอกจากจะพาเราไปหาหมอที่โรงพยาบาล จ่ายค่ายาให้แล้ว ยังอยู่ดูแลเราจนร่างกายดีขึ้น และยังให้คำแนะนำว่าในเวลาที่จำกัดนั้นเราควรไปที่ไหนบ้าง”

วันต่อมาของเราที่ลาดักห์ เนมและเพื่อนๆ มีจุดหมายที่ทะเลสาบแปงกอง (Pangong Lake) ทะเลสาบสีเทอร์ควอยส์ในอ้อมกอดของหุบเขาหลายสีตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของเขตลาดักห์ เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก เส้นที่ไปแปงกองต้องผ่าน Chang la Pass ซึ่งเป็นเส้นทางที่สูงที่สุดอันดับสามของโลกสูง 5,360 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นเส้นทางที่สวยและคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ต้องไม่พลาดไปขี่บนถนนนี้

“วันสุดท้ายเราไปที่บ้านฮุนเดอร์ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในหุบเขาเล็กๆ ได้ขี่อูฐโบราณมีสองหนอก เราเดินผ่านเนินทะเลทรายขาวละเอียด เป็นทิวทัศน์แปลกตาที่ไม่เคยเห็นในทะเลทรายที่ไหน ที่นี่ยังถือว่าเป็นเส้นทางสายไหมสมัยโบราณด้วย นอกจากความสวยของสถานที่ก็คือผู้คนน่ารักที่สุดในโลก เราเจอทั้งคนและสถานที่ที่แตกต่างกันสุดขั้วในอินเดีย ในเมืองอย่างเดลี อากาศร้อน ผู้คนก็วุ่นวาย พอขึ้นไปแคชเมียร์คนก็เริ่มน่ารักขึ้นมา และที่น่ารักที่สุดก็คือคนในลาดักห์ แม้จะมีปัญหามากมายแต่ก็ยากจะลืมทริปนี้ได้ลง ถามว่าถ้ามีโอกาสจะต้องไปอีกแน่นอน”

เนมแนะนำว่า สำหรับคนที่อยากไปแคชเมียร์-เลห์ ลาดักห์ สิ่งสำคัญคือต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรง เพราะว่าเราอาจจะเจอเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงได้เสมอ ต้องเตรียมถุงมือ แว่นตา หน้ากากอนามัย และยาประจำตัวไว้ เพราะว่าฝุ่นค่อนข้างเยอะ และที่สำคัญต้องเตรียมออกซิเจนกระป๋องไปด้วย ถ้ามีเวลาสำหรับเลห์ ลาดักห์ น่าจะมีเวลาสัก 1 อาทิตย์น่าจะดื่มด่ำกับลาดักห์ได้เต็มที่

 

เที่ยวสนุกรับลมหนาวที่เกาหลีใต้

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 พฤศจิกายน 2558 เวลา 11:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/399707

เที่ยวสนุกรับลมหนาวที่เกาหลีใต้

โดย…ทีมงานโลก 360 องศา keb_toke@plat360.com

ไม่เพียงแค่กระแสดนตรีและแฟชั่นของ Korean Wave เท่านั้น ที่ทำให้ประเทศเกาหลีใต้มีผู้คนหลั่งไหลเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศนี้เป็นจำนวนมาก แต่ธรรมชาติที่สวยงามของทั้ง 4 ฤดูกาลในหนึ่งปีนั้น ก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อีกเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีไปจนถึงฤดูหนาว

ประเทศเกาหลีใต้ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรจึงทำให้มีภูมิอากาศอบอุ่นจนถึงหนาวจัด จึงทำให้ประเทศนี้มีฤดูกาลที่แตกต่างกัน 4 ฤดูกาล คือ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิฤดูร้อน และฤดูใบไม้เปลี่ยนสี  ที่ช่วยสร้างสรรค์ให้วิถีชีวิตของผู้คนในประเทศนี้ต้องปรับเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศของแต่ละฤดูกาล ซึ่งก็ทำให้เกิดเป็นรูปแบบของประเพณีและวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีเสน่ห์น่าค้นหา

เมื่อสิ้นสุดฤดูที่ทั้งร้อนอบอ้าวสลับไปกับฝนแล้ว ประเทศเกาหลีใต้ก็จะเข้าสู่ฤดูไบไม้เปลี่ยนสี อากาศในช่วงนี้ก็จะเริ่มเย็นและแห้ง ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป ถือเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศนี้ ซึ่งกรุงโซลคือจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุดในการมาท่องเที่ยวเพื่อชมธรรมชาติที่สวยงามของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะมีความสะดวกสบายทั้งในเรื่องของที่พักที่มีให้เลือกหลากหลายระดับราคา อีกทั้งการเดินทางก็แสนจะสะดวกสบาย ด้วยการเลือกใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ดังนั้นในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเลือกที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศนี้ ในรูปแบบของ FIT (Free Independent Travellers) หรือนักท่องเที่ยวแบบอิสระกันมากขึ้น

บรรยากาศสกีรีสอร์ทในช่วงที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ

 

ในปัจจุบันด้วยความที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ขยายตัวมากขึ้น ดังนั้นองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ และพร้อมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำคู่มือการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง หรือจะเป็นคูปองส่วนลดค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ดังนั้นใครที่สนใจจะเดินทางท่องเที่ยวเกาหลีใต้ด้วยตัวเอง ก็จะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งรอบๆ กรุงโซลก็จะมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่หลากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นที่ภูเขานัมซาน พระราชวังคย็องบกถนนซัมซองดง พระราชวังถ็อกซูกุง ถนนชินซาดง โกโรซู และที่สวนป่ากรุงโซล

ฤดูหนาวคือช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้เป็นจำนวนมากที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีอากาศหนาวเหน็บในระดับอุณหภูมิติดลบก็ตาม แต่ความสวยงามของธรรมชาติที่ถูกสร้างสรรค์ด้วยหิมะ อีกทั้งยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยเฉพาะการเล่นสกีหิมะก็เลยทำให้มีผู้คนจากประเทศเขตร้อนเลือกที่จะใช้วันหยุดพักผ่อนกันที่นี่

ในประเทศเกาหลีใต้มีสกีรีสอร์ทอยู่หลายสิบแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีกิจกรรมที่แตกต่างกันไป แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกที่จะมาเข้าคอร์สเรียนสกีกัน เพราะถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สามารถสัมผัสได้ไม่กี่ประเทศในภูมิภาคนี้ ใครที่สนใจก็สามารถซื้อเป็นแพ็กเกจการท่องเที่ยวได้ ซึ่งก็จะประกอบไปด้วยที่พักพร้อมคอร์สเรียนสกีพื้นฐาน ใช้ระยะเวลาประมาณ 4 วัน ก็สามารถเล่นสกีเป็นอย่างแน่นอน นอกจากกิจกรรมการเล่นสกีแล้ว ฤดูหนาวของเกาหลีใต้ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ นั่นก็คือเทศกาลตกปลาน้ำแข็งที่มีชื่อเสียง ซึ่งจะถูกจัดขึ้นที่ 2 เมือง นั่นก็คือเมืองอินเจ (Inje) และที่เมืองฮวาชอน (Hwacheon)

วิถีประมงคราดหอยเจช็อปของชาวฮาดง

 

เทศกาลตกปลาน้ำแข็งที่เมืองอินเจ ใช้ชื่อว่า Inje Ice Fishing Festival เมืองนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดคังวอน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงโซล เทศกาลนี้จะจัดขึ้นตั้งแต่ประมาณเดือน ม.ค.ไปจนถึง ก.พ.ของทุกๆ ปี บนพื้นที่ของทะเลสาบซอยังโฮ (Soyangho lake) ซึ่งอุณหภูมิติดลบจนกลายเป็นน้ำแข็ง ชาวเมืองอินเจก็จะมีการเจาะน้ำแข็งเป็นรู ให้นักท่องเที่ยวเช่าเบ็ดตกปลาอันเล็กๆ เพื่อไปตกปลาบิงงอ (Bingeo fish) ซึ่งเป็นปลาตัวเล็กๆ ที่ชาวเกาหลีนิยมรับประทานสดๆ จิ้มกับซอสโคชูจัง

ส่วนเทศกาลตกปลาน้ำแข็งที่เมืองฮวาชอนก็น่าสนใจไม่แพ้เช่นเดียวกัน เพราะถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลฤดูหนาวที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ซึ่งในทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวนับแสนคนเดินทางมาตกปลาเทราต์ตัวโตๆ จากนั้นก็สามารถนำเอาไปให้ร้านปิ้งย่างปรุงกันสดๆได้เลย

และสำหรับใครที่อยากจะลองไปสัมผัสกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและช้าๆ ของชาวเกาหลีในช่วงอากาศเย็นสบายๆ โลก 360 องศาก็ขอแนะนำอีกเมืองหนึ่งที่มีความน่าสนใจ นั่นก็คือเมืองที่มีชื่อว่า “ฮาดง” (Hadong) ในจังหวัดเกียงซังนัม ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งที่เมืองนี้มีอาหารที่ขึ้นชื่อ นั่นก็คือหอยเจช็อป (Jaecheop) ชาวเกาหลีเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการบำรุงตับและช่วยแก้อาการเมาค้าง ทุกๆ ปีมียอดสั่งซื้อเป็นจำนวนมากจากประเทศญี่ปุ่น จึงถือเป็นอีกหนึ่งของดีของประเทศเกาหลีใต้ แต่หอยเจช็อปนั้นสามารถหารับประทานได้แค่เฉพาะฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้น

อยากทานอาหารทะเลสดๆ ต้องลองมาชิมที่เมืองม็กโป

 

ส่วนใครที่อยากจะรับประทานอาหารทะเลที่มีคุณภาพดีที่สุดและอร่อยที่สุด ก็ต้องไปที่จังหวัดชอลลานัม  เพราะเป็นเพียงจังหวัดเดียวของประเทศที่มีพื้นที่ราบลุ่มมากที่สุดและมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านดังนั้นตะกอนแร่ธาตุอาหารต่างๆ จำนวนมากถูกพัดมากับแม่น้ำและไหลมาลงอ่าวที่นี่ ซึ่งเมืองม็กโป (Mokpo) เป็นอีกหนึ่งเมืองอุตสาหกรรมประมงที่สำคัญของจังหวัลลาลานัมทุกๆ วันจะมีอาหารทะเลจำนวนมากถูกจับมาขึ้นฝั่งที่นี่

ดังนั้น ใครที่ได้มีโอกาสแวะเวียนมาก็ต้องไม่พลาดมาทานอาหารทะลกันที่ตลาดปลาม็กโป ที่มีความพิเศษคือ ใครที่อยากจะรับประทานอาหารทะเลกันสดๆ ก็สามารถเลือกร้านที่ถูกใจ แล้วก็ชี้ได้เลยว่าจะเลือกปลาตัวไหน หอยแบบใดเอาไปปรุงเป็นเมนูอะไร จากนั้นทางร้านก็จะให้เลขที่นั่งของโต๊ะ แล้วขึ้นไปนั่งรอชั้นบนสุดของตลาดที่มีห้องอาหารไว้บริการอีกด้วย

โลกทุกวันนี้ถ้าหากว่าอยากจะเห็นอะไรอยากรู้อะไรง่ายนิดเดียวเพียงดูได้จากจากอินเทอร์เน็ต ก็จะได้ข้อมูลทุกอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่อินเทอร์เน็ตให้ไม่ได้ เราเรียกสิ่งนั้นว่าประสบการณ์จริง ถ้าหากว่าอยากจะได้ประสบการณ์จริงก็ต้องออกเดินทาง ถึงแม้ว่าประสบการณ์เหล่านั้นอาจจะไม่ได้ดีเลิศเหมือนกับที่มีเขียนไว้บนอินเทอร์เน็ต แต่อย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์จริงและเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากที่สุดในชีวิต ซึ่งการท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีทุกวันนี้ก็มีความสะดวกสบายมากขึ้น จะเลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์ก็มีให้เลือกมากมาย หรือจะเป็นการท่องเที่ยวด้วยตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องยากหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้ลองดูสักครั้งหนึ่งในชีวิตกับประสบการณ์เที่ยวสนุกรับลมหนาวที่เกาหลีใต้

 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 5,717 other followers

%d bloggers like this: