ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

แม่โขง On the Rock

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 ธันวาคม 2557 เวลา 14:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vbMMmG

แม่โขง On the Rock

โดย…กาญจน์ อายุ

แม่โขงไหลผ่าน 8 จังหวัดของไทย เลาะเชียงราย เลียบอีสาน ขึ้นชื่อเรื่องกระแสวารีเชี่ยวกราก ตำนานพญานาคใต้บาดาล และยังเป็นที่ขับขานถึงความสวยงาม “ออน เดอะ ร็อก”

ชาวอีสานผูกพันกับแม่โขงมาช้านาน ทั้งในพื้นที่ จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ซึ่งนอกจากจะเป็นสายน้ำเลี้ยงชีวิต ยังเป็นเส้นทางชม “แก่งหิน” อันน่าอัศจรรย์ เว้า แหว่งแอ่ง โบก เสมือนอีกโลกที่แม่โขงสร้าง

พันโขดแสนไคร้ อ.สังคม จ.หนองคาย

เกาะแก่งกลางแม่น้ำโขงถือเป็นการวัดระดับความสนิทระหว่างนายท้ายเรือกับแม่น้ำ เพราะต้องรู้จักกันขั้นสนิทสนมถึงรู้ทิศทางช่องน้ำให้เรือผ่านไปได้อย่างปลอดภัย เกาะแก่งช่วงอ.สังคม จ.หนองคาย ก็มีมากหลายจนถูกขนานนามว่าเป็นพันโขด แสนไคร้ หมายถึงมีโขดหินนับพันและมีต้นไคร้นับแสน

อ.สังคม เป็นอำเภอเล็กๆ มี 5 ตำบล ไม่มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเป็นหลักเป็นฐานแต่มีจุดให้บริการหลักอยู่ที่ครัวไม้น้ำ ต.บ้านม่วง ร้านอาหารก็ยังขายอาหารไป แต่เรื่องกิจกรรมท่องเที่ยวจัดการ โดย ศิริศักดิ์ เบ้าแก้ว นายก อบต.บ้านม่วง ใครต้องการล่องเรือก็มาติดต่อที่ร้านอาหารนี้ ลงเรือที่นี่ รวมถึงจุดกางเต็นท์ริมโขงก็มีให้บริการ

เรือทุกลำเป็นของชาวบ้านแถวนั้นทั้งหมด ลักษณะเป็นเรือไม้เล็กกว่าเรือหางยาวที่แล่นบนเจ้าพระยา รูปร่างปราดเปรียวเหมาะแก่การลัดเลาะ และจำกัดน้ำหนักไม่เกิน 6 คน เรือจะล่องทวนน้ำขึ้นไปยังเนินทรายที่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ระหว่างทางจะได้ชมทิวทัศน์ทั้งฝั่งไทยและลาว ฝั่งไทยจะดูมีชีวิตชีวามากกว่าเพราะเป็นแหล่งชุมชน ได้เห็นวิถีชีวิตชาวประมงที่ยังจับปลาด้วยแหและไซ และแปลงปลูกผักบนเนินดินกลางแม่น้ำที่ชาวบ้านฉวยโอกาสใช้ประโยชน์จากดินที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ (แต่ถ้าเขื่อนที่ประเทศจีนปล่อยน้ำลงมาก็จบเห่) ส่วนฝั่งลาวยังเป็นป่ารกจะมีแหล่งชุมชนก็ตรงที่เนินทรายดูพระอาทิตย์ตก

จากจุดลงเรือร้านอาหารไม้น้ำถึงเนินทรายใช้เวลาราว 30 นาที สิ่งที่ห้ามพลาด คือ การเฝ้าคอยแสงสีส้มหลังพระอาทิตย์ตก ซึ่งเป็นสีที่จะพบช่วงหน้าหนาวเท่านั้น ถ้าเป็นฤดูกาลอื่นเราจะเรียกช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตกว่า บลู อาว (Blue Hour) หรือชั่วโมงสีฟ้า ที่ท้องฟ้าจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินสด แต่หน้าหนาวจะพิเศษกว่าด้วยสีจากดวงอาทิตย์ ทั้งนี้การขับเรือท่ามกลางความมืดเป็นเรื่องอันตราย คนเรือจึงจะไม่รอให้แสงหมด แต่จะแล่นแหวกสายน้ำสีส้มกลับไปยังครัวไม้น้ำก่อนความมืดจะทวงพื้นที่

สามพันโบก อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี

แม่โขงไหลลงสู่ทิศใต้ผ่านหลายอำเภอ ใน จ.อุบลราชธานี ทั้งที่ อ.เขมราฐ มีจุดที่แม่น้ำโขงพัดพาทรายมาทับถมจนเป็นทะเลทรายขนาดย่อมเรียกว่า หาดทรายสูง ที่นี่ยังไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวแต่เป็นโลเกชั่นที่ดีสำหรับการถ่ายภาพเสมือนว่าอยู่แถวแอฟริกา อ.นาตาลมีเกาะแก่งขนาดใหญ่ที่เรียกว่า แก่งชมดาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนอุบลฯ และจังหวัดใกล้เคียงทราบกัน ทำให้ช่วงกลางวันมีคนมาปิกนิกรับประทานอาหารชมวิวแก่งชมดาวอยู่เนืองๆ

แก่งชมดาวมีลักษณะเป็นแก่งหินรูปร่างต่างกันอันเกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำ บางแก่งมีน้ำขังเหมือนกระจกสะท้อนภาพ บางแก่งแห้งกรังเหลือแต่หินกรวดตัวการกัดกร่อน โดยแต่ละแก่งจะมีส่วนเชื่อมกันทำให้คนดีไซน์เส้นทางได้เอง และชื่อโขดหินก็ไม่มีชื่อทางการขึ้นอยู่กับจินตนาการส่วนบุคคล

นอกจากนี้ แม่โขงยังสร้าง สามพันโบก อ.โขงเจียมซึ่งตอนนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเต็มตัว สามพันโบกชมพระอาทิตย์ขึ้นก็สวย พระอาทิตย์ตกก็งาม เพราะตัวมันเองยูนีก (Unique) หากเป็นยามเช้าพระอาทิตย์จะขึ้นหลังภูเขาฝั่งลาว สาดแสงลงมาฉาบแม่โขงและสามพันโบกเป็นสีเหลืองทอง แต่หากเป็นยามเย็นพระอาทิตย์จะลับลงฝั่งไทย ท้องฟ้าสีบานเย็นจะพาดผ่านลำน้ำโขงจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีถ้าได้มองแม่น้ำเปลี่ยนสีกลางลำน้ำ

ปกตินักท่องเที่ยวจะมุ่งหน้าไปสามพันโบกแล้วค่อยเช่าเรือไปเที่ยวที่ใกล้ๆ แต่ หาดสลึง เป็นจุดลงเรือทางเลือกอีกจุดหนึ่งที่สามารถไปเที่ยวได้ทั้งสามพันโบกและอื่นๆ เรือนำเที่ยวที่หาดสลึงรับได้ประมาณ 20 คน โดยจะล่องทวนน้ำขึ้นไปชม ปากบ่อง หรือส่วนที่แคบที่สุดของแม่น้ำโขงก่อน แล้วค่อยวกกลับไหลตามน้ำผ่านสามพันโบกไปยัง ลานหินสี บริเวณนั้นก้อนหินจะมีความแปลกกว่าจุดอื่นตรงที่มีสีน้ำตาลออกแดงเลือดหมูและผิวสัมผัสมันวาว และตามหา หินแจกัน หินที่มีลักษณะเหมือนใครนำแจกันผ่าครึ่งไปติดไว้

จากนั้นลงเรือแล้วทวนน้ำอีกหนไปยัง หาดหงส์ หาดทรายริมแม่น้ำโขงเนื้อละเอียดเนียนเท้าเหมาะแก่การเล่นสไลเดอร์ทราย ซึ่งลักษณะของเนินทรายจะไม่เหมือนกันเลยสักวันแล้วแต่อารมณ์ของกระแสลมว่าจะพัดพาไปทางใด จากนั้นเรือจะไปสิ้นสุดที่สามพันโบก อยู่ห่างจากหาดหงส์เพียงเลี้ยวโค้ง

สามพันโบกหมายถึงสามพันหลุม หลุมที่เกิดจากกระแสน้ำกัดเซาะทำให้แผ่นหินขนาดมหึมาเกิดหลุมจำนวนมากอุปไมยได้ 3,000 หลุม ซึ่งมีหลุมที่เป็นไฮไลต์ คือ “โบกมิกกีเมาส์” เกิดจากหลุมสามวงเชื่อมกันได้องศาของหนูดิสนีย์และชะง่อนหินรูปหัวสุนัข ที่ชาวบ้านใส่ตำนานว่ามันคือสุนัขผู้ภักดีเฝ้ารอเจ้าของให้กลับมา ทำให้ก้อนหินที่ไร้ความรู้สึกน่าเอ็นดูขึ้นมาทันใด

การผจญภัยบนโขดหินฉบับอีสานเหนือจรดอีสานใต้ให้ความรู้สึกต่างกัน บางช่วงตื่นเต้นชวนหวาดเสียวเกลียวน้ำวนบางช่วงน่ารื่นรมย์น้ำไหลเอื่อยลมพัดเย็น สังคม โขงเจียม จึงเป็นเส้นทางอัศจรรย์ที่สายน้ำทำให้หินอันแข็งแกร่งกลายเป็นแก่งที่อ่อนโยน

 

 

 

 

 

 

 

กุมภาพันธ์ 16, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

1 ตะวัน 5 แห่ง จุดรับแสงแรกของปี

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 ธันวาคม 2557 เวลา 10:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1Dlyxen

1 ตะวัน 5 แห่ง จุดรับแสงแรกของปี

โดย…กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

เช้าวันหนึ่งชีวิตคุณอาจเปลี่ยนไป อย่างน้อยก็แก่ขึ้นอีกปี

คนเรามักมีความตั้งใจใหม่ๆ ในวันขึ้นปีใหม่ เหมือนเป็นวันเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในทางที่ดีขึ้นเสมอ เช้าวันที่ 1 ม.ค.จึงมีความพิเศษ ควรเริ่มต้นด้วยการตื่นไปรับแสงแรกในสถานที่พิเศษทั้ง 5 ที่ ได้แก่ ริมผา ยอดภู บึงบัว ป่าดอกไม้ และชายทะเล 5 บรรยากาศที่จะมอบช่วงเวลาพิเศษต่างกัน

แสงแรกก่อนใคร ผาชะนะได จ.อุบลราชธานี

คุ้นหูกันอยู่ทุกวันว่าพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาชะนะได อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ผาชะนะได อยู่ด้านตะวันออกสุดของประเทศไทย ซึ่งทุกปีนักท่องเที่ยวจะขึ้นไปกางเต็นท์รอรับแสงแรกกันเนืองแน่นแม้ว่าหนทางขึ้นเขาจะไม่ง่ายก็ตาม

เส้นทางต้องอาศัยสมรรถภาพของรถขับเคลื่อน 4 ล้อ และความชำนาญของคนขับเป็นหลัก เพื่อต่อกรกับสภาพถนน 12 กม.สุดท้ายที่เป็นทางหินขรุขระ มีหลุมมีบ่อ และความลาดชันที่รถเก๋งไม่มีสิทธิไปต่อ ระยะทางสั้นๆ แต่ต้องใช้เวลาร่วมชั่วโมงพิสูจน์ความแน่วแน่ได้ดีก่อนที่จะถึงหน่วยบริการนักท่องเที่ยวผาชะนะได นักท่องเที่ยวต้องกางเต็นท์บริเวณนี้ซึ่งสามารถรองรับได้ราว 100 หลัง แต่อย่าเพิ่งคิดว่าตื่นมาแล้วจะได้เห็นแสงแรกจากประตูเต็นท์ ผาชะนะไดของจริงต้องเดินเท้าไปอีก 1 กม. ซึ่งแน่นอนว่าสวยกว่า วิวหน้าเต็นท์แบบไม่ต้องเทียบ

 

ผาชะนะไดมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 450 ม. ตั้งอยู่ในป่าดงนาทาม เขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จากบนผาจะเห็นแม่น้ำโขงอยู่ด้านล่างและด้านหน้าเห็นวิวเทือกเขาซับซ้อนของประเทศลาว ปีก่อนๆ มีการจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่บนผาชะนะได แต่ในปีนี้ไม่มี แล้วย้ายไปจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 2557 บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติผาแต้มแทน สอบถามการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี โทร. 045-243-770, 045-250-714

มาเหนือเมฆ ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย

ริจะดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดภูต้องขึ้นไปให้เหนือที่สุดที่วนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มีเอกลักษณ์ด้วยชะง่อนหินแหลมที่ยื่นออกไปเหมือนมันกำลังชี้ฟ้า และยามที่พระอาทิตย์ลอยขึ้นด้านหลัง มีภูชี้ฟ้าเป็นภาพย้อนแสงอยู่ด้านหน้า ทำให้ที่นี่มีองค์ประกอบ
ไม่เหมือนภูอื่นๆ บนโลก

 

การเดินขึ้นภูปัจจุบันสะดวกกว่าสมัยที่ยังไม่ดังมาก เมื่อก่อนต้องเดินตั้งแต่ตีนดอย หนทางแคบชัน และเต็มไปด้วยดินลูกรังร่วนลื่น แต่ทุกวันนี้รถสามารถขึ้นไปได้ครึ่งทาง แล้วลงเดินเท้าอีก 700 ม. เป็นทางดินกว้างค่อยๆ ไต่ระดับความชันขึ้นไปทำให้ผู้สูงอายุมีแรงขึ้นไหว มีจุด 3 ระดับ จุดล่างเป็นลานดินกว้าง เห็นความสูงของภูชี้ฟ้าได้ทั้งแท่ง จุดกลางอยู่ระหว่างทางขึ้นไป
ยอดภู เป็นจุดที่เห็นเหลี่ยมภูชี้ดวงอาทิตย์พอดิบพอดี และจุดสุดท้าย บนยอดภูชี้ฟ้า ที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,628 ม. เห็นทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศา บริเวณด้านล่างเป็นหุบเขาที่ตั้งหมู่บ้านเชียงตอง ประเทศลาว ซึ่งส่วนใหญ่ในตอนเช้าจะถูกหมอกปกคลุม

ภูชี้ฟ้าเป็นยอดเขาในเทือกเขาดอยผาหม่น อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่งาว ฟ้าทอง ติดชายแดนไทยและลาว นอกจากนี้หากไปในเวลาที่เหมาะสมคืออากาศหนาวมาระยะหนึ่งแล้วจะพบดอกเสี้ยวบาน ทางไปภูชี้ฟ้าจะเป็นถนนสีขาวสวยงาม

ปลุกบัวแดง หนองหานกุมภวาปี จ.อุดรธานี

น่าจะเป็นแห่งเดียวในเมืองไทยที่จะได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลบัวแดง ทะเลบัวแดงอยู่ในพื้นที่หนองหานกุมภวาปี จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนองหานที่มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 22,500 ไร่ หรือ 36 ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอของอุดรธานี ได้แก่ อ.ประจักษ์ศิลปาคม อ.กู่แก้ว และ อ.กุมภวาปี แต่เดิมกระทั่งปัจจุบันหนองหานเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภค เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญของไทย มีระบบนิเวศที่น่าสนใจเพราะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์โดยเฉพาะนกหลากหลายชนิด และทะเลบัวแดงก็ทำให้หนองหานเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอุดรธานี

 

บัวแดงจะเริ่มออกดอกช่วงเดือน ต.ค. บานมากที่สุดช่วง ธ.ค.-ก.พ. และจะเริ่มโรยเดือน มี.ค. เรือลำแรกจะให้บริการตั้งแต่ 6 นาฬิกา ซึ่งแต่ละวันดอกบัวจะบานเมื่อได้รับแสงอาทิตย์ไปจนถึงเวลาประมาณ 11.00 น. เวลาที่พีกที่สุดคือเช้าตรู่ ช่วงพระอาทิตย์ขึ้น เพราะนอกจากจะได้มองตะวันเคลื่อนตัวเหนือทะเลบัว ยังได้มองดอกบัวค่อยๆ ผลิกลีบต้อนรับแสงตะวัน

จำนวนของบัวแดงทำให้สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นยกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและแปลกตามากที่สุดอันดับ 2 ของโลก และทุกเดือน ก.พ.จะมีงานวิวาห์ล้านบัว ให้คู่บ่าวสาวที่เข้าร่วมโครงการมาจัดพิธีวิวาห์บนแพโดยมีดอกบัวนับล้านเป็นสักขีพยาน สนใจติดตามได้ในเฟซบุ๊ก www.facebook.com/RedLotusSea.Org

ดูตะวันกลางดงเสือโคร่ง ภูลมโล จ.เลย

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า รายงานว่า ต้นนางพญาเสือโคร่งบนพื้นที่ 1,200 ไร่ หรือกว่า 1 แสนต้นทั่วภูลมโล สลัดใบทิ้งแล้วและกำลังแทงยอดดอก หากสภาพอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ต่อเนื่อง คาดว่าปลายเดือน ธ.ค. จะได้เห็นดอกบานสะพรั่ง

 

ความหวังที่น่าจะเป็นไปได้ช่วยเพิ่มความอยากไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูลมโล เพราะจะได้เที่ยวครบแบบทรีอินวันคือได้ทั้งพระอาทิตย์ ทะเลหมอก และดอกไม้ แต่ในปีนี้ (2557) ทางอุทยาน ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืนที่ภูลมโล เพราะต้องการรักษาสภาพพื้นที่และดูแลเรื่องความปลอดภัย โดยแนะนำให้ใช้บริการรถนำเที่ยวจากชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนกกสะทอนแทน ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการขึ้น

รถจะไปส่งถึงสันภู จากนั้นต้องอาศัยกำลังขาเดินขึ้นภูไปอีกราว 1 กม. ยอดภูลมโลเป็นชะง่อนหินยื่นออกไปจากหน้าผาซึ่งเป็นจุดวัดใจให้คนออกไปยืนถ่ายภาพ บนนั้นจะเป็นลานหินขนาดไม่ใหญ่แต่จะมีชะง่อนสามถึงสี่จุดทำองศาเหมาะเจาะแก่การชมพระอาทิตย์ขึ้น จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและดงนางพญาเสือโคร่งอยู่คนละจุดกัน ดังนั้นเมื่อรับพลังจากแสงอาทิตย์เต็มเปี่ยมแล้ว ก็ลงภูมารับพลังความอ่อนโยนจากป่าดอกไม้ ให้รู้กันว่าอีสานก็มีนางพญาเสือโคร่งไม่แพ้ภาคเหนือ ติดต่อชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลกกสะทอน โทร. 08-0791-4748, 09-1373-0903

ทะเลสีทอง สัตหีบ จ.ชลบุรี

ท้องทะเลเงียบสงบแต่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ต้องยกให้ทะเลสัตหีบ จ.ชลบุรี หนึ่งเพราะอยู่ในเขตฐานทัพเรือทำให้ทะเลสะอาด ปราศจากบริษัททัวร์ สองเพราะอยู่ไกลจากพัทยา ทำให้คนที่มาเหลือแต่คนที่ต้องการความสงบเท่านั้น

จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นไม่ได้มองจากหาด แต่มองจากสะพานปลา (ตรงข้ามวันหลวงพ่ออี๋ ด้านข้างบ้านสัตหีบชายทะเล) ที่ชาวบ้านใช้เป็นจุดจอดเรือประมงและแหล่งซื้อขายปลา ตะวันจะขึ้นหลังภูเขา ลอยขึ้นเหนือน้ำ และสาดแสงทองให้เห็นทุกเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สงบไม่ต่างจากท้องทะเลไร้เกลียวคลื่น และเป็นภาพคลาสสิกของชุมชนประมงสมัยก่อนที่เป็นสะพานไม้ มีเรือประมงจอดเคว้ง และบางลำก็เพิ่งกลับจากหาปลา ทั้งนี้ในเขตเมืองสัตหีบก็มีหาดดงตาลเป็นหาดสาธารณะ ชาวบ้านและข้าราชการมักใช้เป็นสถานที่พักตากอากาศ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกและชมเรือใบของทหารเรือ

 

กุมภาพันธ์ 16, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

Shopping Mania

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 ธันวาคม 2557 เวลา 11:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1sIjuVX

บริษัท บัตรกรุงไทย (เคทีซี) จับมือบริษัทสยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ ร่วมส่งความสุขให้สมาชิกด้วยแคมเปญ “Festive Celebrations with KTC” ช็อปสนุกรับปีใหม่ได้ 2 ต่อ เพียงสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีใช้จ่ายที่คอมมูนิตี้มอลล์ในเครือสยามฟิวเจอร์ฯทั้ง 9 ศูนย์ฯ รับสิทธิพิเศษต่อที่ 1 รับส่วนลดสูงสุด 50% จากร้านค้าที่ร่วมรายการ

ต่อที่ 2 รับบัตรกำนัลสตาร์บัคส์ 100 บาทเมื่อใช้จ่ายในหมวดร้านอาหารตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป/เซลสลิป และรับบัตรส่วนลดเงินสด 60 บาท สำหรับซื้อบัตรชมภาพยนตร์ 2 ที่นั่ง ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์และอีจีวี เมื่อใช้จ่ายในหมวดร้านค้าอื่นๆ ตั้งแต่ 800 บาทขึ้นไป/เซลสลิป ตั้งแต่วันนี้–31 ม.ค. 2558

ลูกค้าบัตรเครดิต TMB พลาดไม่ได้กับแคมเปญ Can’t Miss Deal !! ที่มอบสิทธิพิเศษช่วงเทศกาลฉลองปีใหม่กับร้านอาหารชั้นนำในเครือ CRG เพียงจ่ายด้วยบัตรเครดิต TMB ที่ร้าน Pepper Lunch,Chabuton, Cold Stone Creamery, The Terrace, Yoshinoya และ Ootoya ภายในเดือน ธ.ค. 2557–ม.ค. 2558 แค่ 500 บาทขึ้นไป/ เซลสลิป รับเงินคืน 100 บาท(1 สิทธิ/บัตร/เดือน) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ TMB Contact Center โทร. 1558 หรือ tmbbank.com

เซ็นทรัลเครดิตคาร์ดมอบสิทธิพิเศษแบบบัตรเดียวช็อปคุ้มสุดประหยัดแก่สมาชิกเซ็นทรัลเครดิตคาร์ดที่ซื้อกระเช้าของขวัญปีใหม่ที่ท็อปส์ หรือเซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ ทั้งรับบัตรของขวัญจากเซ็นทรัลเครดิตคาร์ด พร้อมรับส่วนลดเงินสดหรือบัตรของขวัญเพิ่มเติมจากท็อปส์รวมสูงสุด 29% และเมื่อใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ สามารถแบ่งจ่าย 0% นาน 3 เดือน ทั้งนี้ตั้งแต่วันนี้-13 ม.ค. 2558

บัตรเครดิตสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดและจุ่มแซบฮัทบุฟเฟ่ต์ เปิดตัวโปรโมชั่นสุดคุ้มมา 4 จ่าย 3 ให้คุณอิ่มท้องรับลมหนาว ที่สาขาเซ็นทรัล พระราม 3 เอสพละนาด รัชดาฯ เซ็นทรัลเซ็นเตอร์พัทยา ระหว่างวันนี้-15 ม.ค. 2558 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1595 หรือ ณ จุดขาย

สิทธิพิเศษบัตรเครดิตกสิกรไทย รับเงินคืน รับสิริมงคลปีมะแม ที่ร้านทองทั่วไป ซื้อทองคำด้วยบัตรเครดิตกสิกรไทยทั่วประเทศครบทุก 3 หมื่นบาท/เซลสลิป รับเครดิตเงินคืน1,000 บาท (จำกัดเครดิตเงินคืนสูงสุด 2,000 บาท/ท่านตลอดรายการ) ลงทะเบียนทางเอสเอ็มเอส พิมพ์ GD ตามด้วยเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้ายส่งมาที่ 4545488 (ครั้งละ 3 บาท) เริ่มตั้งแต่วันที่ 10-25 ธ.ค. 2557

กุมภาพันธ์ 16, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

คนไทยเลือกเที่ยวมากกว่าของขวัญ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 ธันวาคม 2557 เวลา 11:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1wwlk1x

คนไทยเลือกเที่ยวมากกว่าของขวัญ

ช็อปมาเนียฉบบับนี้ เลือกผลสำรวจจาก Hotels.com ที่สำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวคนไทยในหัวข้อแผนการเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดคริสต์มาสและปีใหม่ประจำปี 2557 มาลง เพราะผลสำรวจที่ได้พบว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยเลือกที่จะใช้เงินเพื่อออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการท่องเที่ยวมากกว่าการฉลองที่บ้านและแลกเปลี่ยนของขวัญ

ฟังแล้วนักช็อปอย่างเราๆ ก็แปลกใจไม่น้อย เพราะปีใหม่ทั้งที ถือเป็นโอกาสของการช็อปปิ้งเพื่อเลือกสรรของขวัญให้ทั้งคนที่เรารัก ผู้มีพระคุณและตัวเราเอง แต่นึกไปนึกมา การท่องเที่ยวก็ถือเป็นของขวัญอย่างหนึ่งนี่นา งั้นมาดูผลสำรวจในรายละเอียดกันต่อ

 

แบบสำรวจนี้ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจากกว่า 28 ประเทศทั่วโลก รวมไปถึงประเทศในทวีปยุโรป อเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา และเอเชียแปซิฟิก โดยถามถึงความชื่นชอบของนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสิ้นปีนี้ และได้เสียงตอบรับจากนักท่องเที่ยวกว่า 8,700 คนทั่วโลก ซึ่งผลสำรวจจากประเทศไทยเผยว่านักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 90%ต้องการออกไปเดินทางท่องเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศเพื่อสัมผัสอากาศหนาวช่วงสิ้นปี มากกว่าการอยู่บ้านและซื้อของขวัญให้กันและกัน

 

อากาศที่เย็นลงเป็นเหตุผลหลักที่นักท่องเที่ยวชาวไทยต้องการออกไปเที่ยวช่วงวันหยุดสิ้นปีนี้ โดยผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยกว่า 35.7% ต้องการหนีอากาศร้อนไปยังจุดหมายปลายทางที่มีอากาศเย็นกว่า

เมื่อกล่าวถึงช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงการเฉลิมฉลองกับครอบครัวและไฟคริสต์มาสที่ถูกประดับประดาในทุกพื้นที่ แต่จากผลสำรวจของ Hotels.comพบว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยกลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะ 78% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยเลือกที่จะไปท่องเที่ยวและพักที่โรงแรมมากกว่าการไปเยี่ยมเยียนญาติมิตร มากไปกว่านั้นนักท่องเที่ยวชาวไทยถึง 57% มองว่าการตกแต่งและประดับไฟตามบรรยากาศเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองที่กำลังใกล้เข้ามาของโรงแรมไม่ได้เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเลือกที่พักแต่อย่างใด

 

กุมภาพันธ์ 16, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

คิดถึงช้างแต๊หนา

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 ธันวาคม 2557 เวลา 11:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1wwjmy5

คิดถึงช้างแต๊หนา

ลำปางขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองรถม้า เพราะเป็นเพียงจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ยังอนุรักษ์การเดินทางโบราณแบบใช้ม้าต่างรถ แต่หากใครรู้จักลำปางดี จะทราบว่าลำปางยังเป็นแหล่งอนุรักษ์ “ช้าง” ที่สำคัญของประเทศ

ช้าง เป็นสัตว์สูงค่าที่อยู่เคียงคู่กษัตริย์มาแต่โบราณ แต่ปัจจุบันช้างกลับถูกใช้งานอย่างผิดธรรมชาติ จึงต้องมีหน่วยงานอย่างศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยและโรงพยาบาลช้างเกิดขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือช้างเร่ร่อนและช้างบาดเจ็บ รวมถึงเป็นศูนย์กลางให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นความสำคัญของช้างไทยในยุคที่ช้างไม่มีบทบาทอื่นนอกจากเป็นสัตว์ประจำชาติ

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว โรงเรียน โรงพยาบาล และโฮมสเตย์ ในส่วนแรกได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมการแสดงช้าง โดยให้ช้างแสดงความสามารถตามธรรมชาติ เช่น ลากซุง งานที่ครั้งหนึ่งเคยให้ช้างทำในอุตสาหกรรมไม้สมัยก่อน การเดินทรงตัวบนท่อนไม้หากมันต้องเดินในป่า และความสามารถที่มนุษย์เป็นคนสอน เช่น เตะฟุตบอล โยนลูกบอลให้คนรับ วาดภาพ และเล่นอังกะลุง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่ทำให้ช้างบาดเจ็บ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวจะได้นั่งบนหลังช้างชมธรรมชาติ ดูช้างอาบน้ำให้อาหาร หรือเข้าคอร์สเรียนเป็นควาญช้าง โรงเรียนที่ไม่มีทฤษฎีแต่เน้นการปฏิบัติ ให้ใช้ชีวิตอยู่กับช้าง เรียนรู้เทคนิคบังคับ การใช้ภาษาควาญ เพื่อให้เข้าใจความผูกพันระหว่างคนกับช้างที่นับวันก็ยิ่งน้อยลง

 

ประชากรคนมากขึ้นทุกวันทำให้ความต้องการพื้นที่อาศัยและทำการเกษตรมากขึ้นตามไป ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนบุกรุกผืนป่า แย่งถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า เราจึงได้ยินข่าวช้างบุกพื้นที่ทางการเกษตรอยู่เนืองๆ นั่นเพราะคนรุกคืบใกล้แนวป่ามากขึ้นและป่ามีอาหารไม่พอสำหรับพวกมัน นอกจากนี้ประชากรช้างก็ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว เมื่อ 50 ก่อน ช้างไทยมีทั้งหมดกว่า 5 หมื่นเชือก แต่ในปี 2557 มีช้างป่าประมาณ 3,000-3,500 ตัว กระจายในป่าอนุรักษ์ 68 แห่ง และช้างเลี้ยงมีประมาณ 3,200 เชือก สาเหตุหนึ่งเพราะความเชื่อของคนที่ต้องการงาและอวัยวะของช้างเพื่อเสริมบารมีหรือรักษาโรคอะไรก็แล้วแต่ โดยที่ไม่ตระหนักถึงเผ่าพันธุ์ที่อาจจะสูญพันธุ์ในไม่ช้า

ตามธรรมชาติช้างมีอายุขัยประมาณ 60 ปี ถ้าเป็นช้างป่าหากมันแก่จนเชื่องช้า มันจะถูกไล่ออกจากฝูงและปล่อยให้โดดเดี่ยวจนตาย แต่ช้างบ้านมันจะถูกใช้งานจนเมื่อทำต่อไม่ไหวจะถูกนำไปเร่ร่อนขอเงิน แต่ก็มีบางมูลนิธิอย่าง บ้าน ช.ช้างชรา จ.กาญจนบุรี รับเลี้ยงช้างแก่ที่ทำงานไม่ได้ให้มาอยู่รวมกันในที่ที่เหมาะสม แต่ทั้งนี้ก็รับได้ในจำนวนจำกัด หรือที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยก็มีช้างไร้ควาญ เหตุเพราะเป็นช้างของกลางจากควาญที่พามันไปเร่ร่อนอาศัยอยู่เกือบ 30 เชือก

 

เนื่องในเดือน ธ.ค.ทำให้คิดถึงช้าง สัตว์คู่ราชวงศ์กษัตริย์ไทยมาทุกยุคทุกสมัย และในวันที่ 26 ธ.ค.เป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ซึ่งกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับแรก คือ พระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ. 1199 แสดงให้เห็นความสำคัญของช้างไทยไปพร้อมๆ กับปัญหาที่วันนี้ก็ยังมีอยู่ และดูจะเป็นปัญหาช้างของแท้เสียด้วย

 

 

กุมภาพันธ์ 16, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

7 สิ่งพิเศษ ศาลา เขาใหญ่

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 ธันวาคม 2557 เวลา 10:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1BEFAMC

7 สิ่งพิเศษ ศาลา เขาใหญ่

7 สิ่งพิเศษบน “ศาลา เขาใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ สปา” มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มันจะปรากฏออกมาเมื่อใกล้พอ

ความอยากรู้อยากเห็นว่าหน้าตาของศาลา เขาใหญ่ นั้นเป็นอย่างไรมันรบกวนจิตใจขณะเดินขึ้นบันไดไปยังล็อบบี้ จนกระทั่งบันไดขั้นสุดท้ายความลับของที่นี่ก็ปรากฏ “ความว่าง”

 

คำถามแรกในหัวคือ ห้องพักอยู่ที่ไหน เพราะบริเวณที่เรียกว่าล็อบบี้เป็นอาคารโปร่ง หน้าต่างถูกเปิดให้รับลมทุกด้าน ที่อยู่ติดกันเป็นห้องอาหารศาลา ฮิลล์ท็อป มีลูกค้านั่งทุกโต๊ะแต่เสียงเงียบราวกับไม่มีใครอยู่ ส่วนสนามหญ้าด้านหน้ามีโซฟาเบดและสระว่ายน้ำราบไปกับพื้นดิน แล้วห้องพักอยู่ที่ไหน

7 สิ่งพิเศษของศาลา เขาใหญ่ คือห้องพักทั้ง 7 ที่ซ่อนตัวอยู่ในเนินเขา 3 ห้องอยู่ใต้ล็อบบี้ และอีก 4 ห้องลดหลั่นไปตามเนินเขา แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ห้องดีลักซ์และห้องดีลักซ์บัลโคนี สองประเภทนี้อยู่ใต้ล็อบบี้ หันหน้าออกสู่วิวเขาใหญ่ ซึ่งดีลักซ์บัลโคนีจะมีระเบียงเห็นวิว 270 องศา และห้องพักแบบวิลล่าคือ ศาลา พูล วิลล่า และพูล วิลล่า สวีท ขนาด 134 และ 164 ตร.ม. ตามลำดับ มีความเป็นส่วนตัวสูงด้วยอาณาเขตของตัวเองซึ่งมีทุกอย่างครบ ทั้งสระว่ายน้ำ ศาลานั่งเล่น ดาดฟ้าพร้อมเตาผิง และบ้านพักที่แยกสัดส่วนของห้องนอน ห้องนั่งเล่นอ่างอาบน้ำ และห้องน้ำ โดยไม่มีผนังกั้น ประกอบกับหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดเห็นวิวเขาใหญ่เป็นภาพพาโนรามาไม่ว่าอยู่ส่วนใดของบ้าน ทำให้รู้สึกโปร่งสบายและเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

 

ส่วนห้องอาหารศาลา ฮิลล์ท็อป บริการอาหารนานาชาติโดยเฉพาะอาหารไทยรสชาติดั้งเดิม ศาลา ฮิลล์ท็อป บาร์ บริการเครื่องดื่มหลากชนิด มีที่นั่งทั้งในห้องแอร์และด้านนอกท่ามกลางธรรมชาติ ศาลา สปา และห้องสมุด ณ จุดสูงสุดของรีสอร์ท

ศาลา เขาใหญ่ ซ่อนทีเด็ดไว้อย่างมิดชิดแบบที่คนภายนอกไม่ล่วงรู้ มากไปกว่านั้นคือเมื่อได้เห็นแล้วยิ่งน่าประหลาดใจว่ามันซ่อนสายตาไปได้อย่างไรเพราะจากตรงนั้นเห็นวิวรอบตัวได้ชัดเจน เหมือนกับว่ามันเซอร์ไพรส์คนอยู่ได้แบบตะลึงงัน

 

กุมภาพันธ์ 16, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ดอกไม้ป่า สิ่งเล็กน้อย-มหาศาล

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 ธันวาคม 2557 เวลา 10:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1DhAhFb

ดอกไม้ป่า สิ่งเล็กน้อย-มหาศาล

สิ่งที่คาดการณ์ได้ยากที่สุดในการชมดอกไม้ป่าคือ“ดอกไม้ป่า” เพราะวันนี้มี แต่พรุ่งนี้มันอาจแห้งตายไปแล้ว ธรรมชาตินั้นเหนือการควบคุม ดูอย่างฤดูหนาวที่เราเฝ้าคอยจนคิดว่ามันคงไม่มา ก็ยังมาให้พอเพรียกหาความอบอุ่นจากคนข้างๆ

ราววันขึ้น 15 ค่ำแรกของเดือน ธ.ค. ดอกไม้ป่าในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ยังชูช่อดอกอาบแสงจันทร์ (เวลานี้มันอาจล้มตายไปบ้าง เพราะไม่มีน้ำเทวดาเลี้ยง) นิสัยของพวกมันจะขึ้นเกาะกลุ่มกันบนลานหินที่ชุ่มชื้น ที่พบมากคือ กระดุมเงิน หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า หญ้าหัวหงอก เพราะดอกจะเป็นทรงกลมเล็กสีขาว ดุสิตา หรือหญ้าข้าวก่ำน้อย พืชกินแมลงสีม่วงสด ลำต้นตรงมีดอกขึ้นเป็นชั้นสลับตามแนวดิ่ง สร้อยสุวรรณา หรือเหลืองพิศมร ดอกเล็กสีเหลืองกลีบพลิ้วไหวตามแรงลม ทิพเกสร หรือหญ้าสีฝอยเล็ก กลีบดอกสีม่วงรูปทรงคล้ายตัวนก มีจุดสีเหลือง 2 จุดประหนึ่งดวงตา อ้นแดง ดอกสีชมพูบานเย็น เกสรแทงยาวเย้ายวนแมลง หยาดน้ำค้างลำต้นสีแดงแตกแขนงกิ่งก้านหงิกงอ ทั้งต้นมีหยดน้ำเหนียวดักจับแมลง จอกบ่วาย มักขึ้นตามที่ชุ่มน้ำใกล้ดงดอกไม้ป่า ลักษณะเป็นถ้วยกลมแบนติดพื้น สีแดง มีขนและหยดน้ำเล็กๆ ไว้จับแมลง และอีกหลายชนิดที่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เรียกว่า “ดอกหญ้า” แต่ก็มีศักดินาเท่าดอกไม้ป่าเฉกเช่นต้นอื่นๆ

 

ทุ่งดอกหญ้า

วนอุทยานแห่งชาติน้ำตกผาหลวง

ทีแรกที่ได้ยินว่ามีทุ่งดอกไม้ป่าแห่งใหม่ ณ วนอุทยานแห่งชาติน้ำตกผาหลวง อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ก็ตื่นเต้นดีใจ คิดไว้ว่าจะเป็นผู้บุกเบิกเส้นทางให้คนคอเดียวกันมาตามรอย ที่ไหนได้เส้นทางนี้มีคนมาถึงก่อนและดูเหมือนมาถึงนานแล้วเสียด้วย เพราะทางขึ้นเขาถูกทำเป็นขั้นบันไดให้เดินสะดวก และมีการทำป้ายบอกทางไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน ที่นี่น่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวมานานโข แต่ยังไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จัก ทำให้ทุ่งดอกไม้ป่าเป็นที่รู้จักกันในวงเจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ และผองเพื่อน

วนอุทยานแห่งชาติน้ำตกผาหลวง แน่ว่าต้องมีน้ำตกผาหลวงเป็นจุดสำคัญ แต่ในเวลานี้มันถูกเมินเฉย เพราะสายน้ำไหลน้อยเท่าฝักบัว สิ่งดึงดูดใจจึงเปลี่ยนไปที่ดอกไม้บนลานหินด้านบนมากกว่า ทางขึ้นเขาใช้เวลาปีนบันไดหินราวครึ่งชั่วโมง ชันตลอดทาง บนเขาเป็นลานหินกว้าง โดยมีจุดชมทุ่งดอกไม้ป่า 2 จุดใหญ่ จุด 1 อยู่ถัดจากโบกนกยูง เป็นลานหินที่มีแอ่งน้ำเป็นหย่อมๆ ส่วนใหญ่เป็นดอกดุสิตา กระดุมเงิน และสร้อยสุวรรณาตามริมน้ำ จุด 2 ห่างออกไปประมาณ 20 นาที มีป้ายบอกชัดเจนว่าเป็น “ทุ่งดอกหญ้า” เป็นทุ่งกว้างสีม่วงแกมขาวซึ่งเกิดจากดอกดุสิตาสีม่วง และกระดุมเงินสีขาว บางส่วนเป็นเฉดเหลืองจากสร้อยสุวรรณา

 

พวกมันเหมือนพรมปูพื้นขนาดใหญ่ที่เกิดจากเส้นใยเล็กๆ นับแสนถักทอรวมเป็นผืนเดียว เวลาที่สายลมปลิวมามันก็พลิ้วตามอย่างอ่อนโยน อาจกล่าวได้ว่าพวกมันคือสิ่งมีชีวิตที่มีสีสันและมีชีวิตชีวาที่สุดแล้วบนเขาที่มีแต่หินลูกนี้

การชมดอกไม้ต้องมีเจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ พาขึ้น เพราะแม้ว่าจะมีป้ายบอกทางว่าไปทางไหน แต่นั่นก็เป็นป้ายเดียวที่มี หนทางที่เหลือไม่มีป้ายนำทาง และทางบนนั้นมองไปทางไหนก็เป็นลานหินเหมือนกันหมด ที่สำคัญคือ ทางขึ้นและทางลงคนละทางกัน ที่จริงขึ้นและลงทางเดียวได้ แต่จะพลาดชมจุดชมวิวกองหินสูง 304 เมตร และไม่ได้สักการะวัดป่าผาผึ้งภูหลวงที่อยู่ตีนเขาอีกด้านหนึ่งของหมู่บ้านนาเลิน (จุดขึ้น)

 

วนอุทยานแห่งชาติน้ำตกผาหลวงอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูโหล่น มีเนื้อที่ประมาณ 1.1 หมื่นไร่ มีทุ่งดอกไม้ป่าประมาณ 10 ไร่ บานช่วงปลายฝนต้นหนาว และกล้วยไม้ป่าในกลุ่มช้างน้าวและสิงโตที่ระดับความสูง 392 เมตร

ดอกไม้ป่าแปลงที่ 3 อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

ดอกไม้ป่าบนอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ถูกบรรจุเป็น 1 ใน 22 เส้นทางสายดอกไม้ทั่วประเทศไทยภายใต้โครงการดรีม เดสทิเนชั่น 2 ปี 2558 โดยระบุไว้ว่าต้องไปชมในเดือน ต.ค. แต่เรื่องของดอกไม้ยากเกินจะเจาะจงอย่างในปีนี้ที่กว่าฝนจะทิ้งฟ้าก็ล่อเข้าไปเดือน ธ.ค.ดอกไม้ป่าบนผาแต้มจึงเผยโฉมเมื่อปลายเดือน พ.ย. และจะอยู่ไปอีกนานแค่ไหนไม่มีใครรู้

 

ดอกไม้ป่าบนผาแต้มมีหลายแปลง แต่ที่แนะนำในช่วงนี้คือ แปลงที่ 3 ยังมีให้ชื่นชม แม้จะไม่มากเป็นทุ่งกว้างแต่ก็เป็นแปลงใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นดอกดุสิตา หยาดน้ำค้าง สร้อยสุวรรณา กระดุมเงิน จอกบ่วาย มีดาวกระจายและนกกระจิบขึ้นแซมบ้าง ต้องสังเกตให้ดี แต่แขกรับเชิญที่ไม่ต้องสังเกตก็เห็นคือหมู่มวลผึ้งที่บินหึ่งๆ ดอมดอกนู้นทีดอกนี้ที มันจะมาแยะช่วงเช้าก่อนความร้อนจะไล่ให้กลับรัง นักท่องเที่ยวจึงต้องระวังอย่าไปยุ่งเวลาสุนทรีย์ของพวกมัน

นอกจากแปลงดอกไม้ป่า อุทยานแห่งชาติผาแต้ม หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ผต.1 (สร้อยสวรรค์) ยังมีดีที่น้ำตกสร้อยสวรรค์นั้นเอง ภาพของน้ำตกสร้อยสวรรค์ที่ทำเป็นป้ายโฆษณา เป็นม่านน้ำตกไหลปิดผาหินเป็นริ้วสวยงาม แต่เวลานี้เหลือสายเดียวแต่ก็ยังไหลแรง ไม่แล้งไปสักทีเดียว สายน้ำยังหนาแน่นพอให้เห็นรุ้งกินน้ำ และยังมีชั้นน้ำตกลดหลั่นพอให้จินตนาการถึงสร้อยสวรรค์ในโฆษณา

 

ทุ่งกระดุมเงิน วารินชำราบ

โซเชียลเน็ตเวิร์กทำให้ทุ่งดอกกระดุมเงินที่หนองหญ้าม้า อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กลายเป็นสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งไปในเวลาอันรวดเร็ว

หนองหญ้าม้า คือหนองน้ำที่เมื่อไม่มีน้ำก็มีแต่ดอกกระดุมเงินขึ้นพรึ่บ ขนาดพื้นที่ไม่กล้าประมาณจากสายตา แต่สามารถอธิบายได้ว่าสุดลูกหูลูกตาของคนสายตาปกติ กระดุมเงินครองพื้นที่ทั้งหนอง ทำให้เมื่อมองจากไกลๆ แผ่นดินทั้งผืนกลายเป็นสีขาวขุ่นสั่นกระดุกกระดิกตามแรงลม แต่หากเข้ามาใกล้ก็จะเห็นช่องว่างและดินแห้งกรัง และถ้าเข้ามาประกบชิดถึงหัวหงอกจะเห็นแมลงเต่าทองปีกสีส้มเงาวับกำลังแทะกินดอกสีขาวแบบกินทิ้งกินขว้าง

 

สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวแต่มันกำลังจะเป็น เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี ทราบว่ามีสถานที่แห่งนี้ เพราะมีสมาคมช่างภาพเข้ามาถ่ายภาพแล้วนำขึ้นเฟซบุ๊ก จึงเข้ามาสำรวจและนำเสนอเป็นแหล่งชมดอกไม้แหล่งใหม่ใน อ.วารินชำราบ วันที่เข้าไปดูตามคำชวนของ ททท. มีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งยกโขยงครอบครัวมาเที่ยวพอดี จึงได้ถามไถ่ว่าทราบได้อย่างไร เขาตอบ “คนงานที่บ้านบอกมา” คนงานคนนั้นมีบ้านอยู่แถวหนองหญ้าม้า และเห็นมันเป็นเรื่องธรรมดา

ตอนนี้ยังไม่มีป้ายบอกทางใดๆ บ่งชี้ว่าหนองหญ้าม้าอยู่ที่ใด แต่ชาวบ้านแถวนั้นคงกำลังแปลกใจว่าคนต่างถิ่นมาทำอะไรบนทุ่งหญ้าที่ถ้าไปเกิดบนแปลงนาต้องรีบไถกลบพวกนี้

สิ่งเล็กๆ แต่มีมากมายสร้างความสุข เล็กน้อยแต่มหาศาล เหมือนตัวมัน ดอกไม้ป่าหรือจะเป็นดอกหญ้าไม่ใช่ดอกไม้จรจัดแต่อย่างใด ทว่าเป็นดอกไม้ที่มอบความอ่อนโยนและสร้างความละมุนให้จิตใจโดยที่ไม่ต้องจัดช่อหรือลงแจกัน

 

 

 

 

 

 

กุมภาพันธ์ 16, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

บัตรเครดิตกระหน่ำแคมเปญ กระตุ้นยอดใช้จ่ายส่งท้ายปี

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ธันวาคม 2557 เวลา 15:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/16hRtQl

บัตรเครดิตกระหน่ำแคมเปญ กระตุ้นยอดใช้จ่ายส่งท้ายปี

ในโค้งสุดท้ายปีนี้จับตามองธุรกิจบัตรเครดิต แห่ออกแคมเปญกระหน่ำ กระตุ้นยอดใช้จ่ายปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีการแข่งขันสูงสุด และผู้บริโภคมีการจับจ่ายใช้สอยมากที่สุด เพราะเข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เทศกาลคริสต์มาส การซื้อของขวัญ หรือการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการใช้จ่ายเพื่อการออมและการลงทุนผ่านกองทุนรวม หรือประกันเพื่อหักภาษี เป็นต้น ซึ่งเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้มียอดการใช้จ่ายบัตรเครดิต

เริ่มต้นด้วย ค่ายกรุงศรี คอนซูมเมอร์ คาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาส 4 ยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิตจะเติบโตสูงสุด โดยเฉพาะเดือน ธ.ค. ซึ่งยอดใช้จ่ายช่วงปลายปีจะอยู่ที่ประมาณ 30-32% ของยอดใช้จ่ายรวมทั้งปี นอกจากนี้ที่ผ่านมากรุงศรีได้ออกการออกบัตรเครดิตใหม่เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน ยังจะช่วยกระตุ้นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรให้เติบโตด้วย เพราะฐานลูกค้ากลุ่มนี้จะไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2-1.5 หมื่นบาท/บัตร/เดือน แต่ถ้าเป็นกลุ่มระดับบนมากๆ ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ 6-7 หมื่นบาท/บัตร/เดือน

ด้านค่ายกสิกรไทยได้จัดโปรโมชั่น “ล่าแต้มมหาสมบัติรอบโลก Around The World” เพื่อตอบสนองลูกค้าที่ชื่นชอบการช็อปปิ้งที่ต่างประเทศหรือซื้อสินค้าออนไลน์ด้วยสกุลเงินตราต่างประเทศ โดยลูกค้าจะได้รับคะแนนสะสมสูงสุดถึง 5 เท่า โดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรภาพรวมอยู่ที่ประมาณ 3 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 20% ในขณะตลาดเติบโตเพียง 7-8% โดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรต่อเดือนอยู่ที่ 1.7 หมื่นบาท/บัตร/เดือน และคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนฐานบัตรเครดิตภายในสิ้นปีอยู่ที่ 3.5 ล้านใบ คิดเป็นยอดบัตรใหม่กว่า 7 แสนใบ ซึ่งเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 23% ในขณะที่ตลาดเติบโตเพียง 11%

สำหรับกลยุทธ์การตลาดบัตรเครดิตกสิกรไทยในปี 2558 ยังคงเน้นการออกบัตรเครดิตร่วมกับพันธมิตรธุรกิจ (โคแบรนด์) ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าผู้ถือบัตร และลูกค้าใช้บัตรของธนาคารเพิ่ม เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การถือบัตรโคแบรนด์ให้สิทธิประโยชน์มากกว่าถือบัตรเครดิตใบเดียว รวมทั้งมียอดการใช้บัตรเครดิตสูงถึง 1.73 หมื่นบาท/เดือน โดยปีหน้ามีแผนจะร่วมกับพันธมิตรออกบัตรเครดิตโคแบรนด์อีกหลายประเภท

ขณะที่ บริษัท บัตรกรุงไทย (เคทีซี) ระบุว่า ในปีนี้ทั้งปีจะมีการออกแคมเปญประมาณ 700-800 รายการ จากปี 2556 ที่ผ่านมา มีการออกแคมเปญประมาณ 500 รายการ โดยออกแคมเปญให้เหมาะกับลูกค้าทุกๆ เซ็กเมนต์ ทั้งนี้คาดว่าปีนี้มียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต1.3 แสนล้านบาท หรือเติบโต 9% สูงกว่าตลาดที่เติบโต 7.7% เป็นผลจากการที่เคทีซีเริ่มออกโปรโมชั่นที่จับลูกค้ากลุ่มบนมากขึ้น ส่วนในปี 2558 ตั้งเป้าขยายฐานบัตรใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 30% หรือ 4 แสนใบ ปัจจุบันเคทีซีมีฐานบัตรเครดิตการ์ด 1.7 ล้านใบ และสินเชื่อบุคคลกว่า 7 แสนบัตร โดยสัญญาณการใช้จ่ายต่อบัตรนั้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่น 9 เดือนที่ผ่านมายอดใช้จ่ายต่อบัตรอยู่ที่ 6,200 บาท/บัตร/เดือน

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จัดแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี ให้สิทธิพิเศษแก่สมาชิกบัตรเครดิตในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยาครอบคลุมทุกหมวด ทั้งกระเช้า ของขวัญปีใหม่ ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า รวม โทรศัพท์มือถือไอโฟน 6 หวังกระตุ้นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรของปี 2557 ได้ 3.1แสนล้านบาท หรือเติบโต 12% ตามเป้าหมาย

เมื่อซื้อกระเช้าของขวัญที่ท็อปส์และใช้จ่ายผ่านเซ็นทรัลเครดิตคาร์ด รับบัตรของขวัญจากบัตรเครดิตและรับส่วนลดเงินสดหรือบัตรของขวัญเพิ่ม เติมจากท็อปส์รวมสูงสุด 29% และเมื่อใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ สามารถแบ่งจ่าย 0% นาน 3 เดือน ทั้งนี้ถึง 13 ม.ค. 2558

เมื่อซื้อกระเช้าของขวัญที่เทสโก้ โลตัส และใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า รับบัตรของขวัญและเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 30% และเมื่อใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ สามารถแบ่งจ่าย 0% นานสูงสุด 10 เดือน พิเศษรับเพิ่มกระเป๋าเดินทางมูลค่า 2,950 บาท เมื่อมียอดผ่อน 5 หมื่นบาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ทั้งนี้ถึง 7 ม.ค. 2558

เมื่อใช้จ่ายที่ห้างเซ็นทรัลหรือเซนตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับสิทธิแบ่งจ่าย 0% นาน 3 เดือน หรือเมื่อใช้จ่ายที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตั้งแต่ 2 หมื่นบาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับสิทธิ์แบ่งจ่าย 0% นาน 6 เดือน ทั้งนี้ถึง 31 ม.ค. 2558

ผ่อนโทรศัพท์มือถือไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัสผ่านบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ 0% นาน 15 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% หรือผ่อน 0% นาน 10 เดือนพร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18% ทั้งนี้ถึง 7 ม.ค. 2558

บัตรกรุงไทย “เคทีซี” จัดแคมเปญใหญ่ “Magical Celebrations with KTC” เติมเต็มความสุขทุกการพักผ่อนฉลองช่วงเทศกาลปีใหม่ให้แก่สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี รับส่วนลดห้องพักและร้านอาหารสูงสุดถึง 50% กับโรงแรมกว่า 60 แห่งทั่วประเทศ และรับรางวัล “Magical Prizes” เพียงใช้จ่ายผ่านบัตร ในหมวดโรงแรมทั่วไทย สูงที่สุด 9 ท่าน รับแพ็กเกจท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟของโครงการหลวง “กูร์เมต์ทัวร์อ่างขาง” อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารสุดพิเศษจากทีมเชฟชื่อดังรวม 9 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 4.5 แสนบาท นอกจากนี้ผู้ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวดโรงแรมบ่อยครั้งที่สุด รับทันทีบัตรรับประทานอาหารค่ำ สำหรับ 2 ท่าน ณ ร้านอาหารในเครือโรงแรมคอนราด ฮิลตัน หรือ ดับเบิ้ล ทรี พร้อมรับสิทธิสมาชิกบัตรฮิลตัน พรีเมียม คลับ จำนวน 30 รางวัล ตั้งแต่วันนี้-28 ก.พ. 2558

ธนาคารกสิกรไทยจับมือ GrabTaxi รับบัตรเครดิต พร้อมส่วนลด 50 บาท/เที่ยว โดยธนาคารได้ติดตั้งเครื่องรับชำระบัตรบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต K-PowerP@y (mPOS) บนรถแท็กซี่ GrabTaxi และ GrabCar ให้ผู้โดยสารชำระค่าโดยสารด้วยบัตรเครดิตวีซ่าหรือมาสเตอร์การ์ดทุกธนาคาร พิเศษ ลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทยที่ใช้บริการเรียกใช้รถ GrabTaxi หรือ GrabCar แล้วใส่โปรโมชั่นโค้ด KBANK รับส่วนลดเพิ่ม 50 บาท/เที่ยว ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 ก.พ. 2558

 

บัตรกรุงไทย หรือเคทีซี ร่วมกับ บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ออกแคมเปญพิเศษ “KTB TAX FESTIVAL” เอาใจสมาชิกช่วงสิ้นปี พร้อมรับสิทธิในการลดหย่อนภาษี เพียงชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตปีแรกผ่านบัตรเครดิตเคทีซี รับสิทธิลดหย่อนภาษี และไอโฟน 6 พร้อมคะแนนสะสมเพิ่มสูงสุด 50% โดยยอดชำระตั้งแต่ 5 หมื่น-1.5 แสนบาท รับ KTB E-Money Card มูลค่า 700 บาท พร้อมรับคะแนนสะสมเพิ่มขึ้น 20% พิเศษสุด เมื่อชำระค่าเบี้ยตั้งแต่ 1,000,001 บาทขึ้นไป รับไอโฟน 6 พร้อมสร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ และรับคะแนนสะสมเพิ่มขึ้น 50% โดยสามารถชำระด้วยบัตรเครดิตเคทีซีผ่านช่องทางธนาคารกรุงไทยได้ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้-30 ธ.ค. 2557

 

กุมภาพันธ์ 16, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

Travel Update

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ธันวาคม 2557 เวลา 15:16 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/16hQGiD

แบงค็อกสตรีทโชว์ 2014

กรุงเทพมหานคร และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์ และบริษัท เก็ท ไลฟ์ แมเนจเม้นท์จัดงานมหกรรมการแสดงสตรีทโชว์นานาชาติ ในงาน “แบงค็อกสตรีทโชว์ 2014” ชมฟรีตลอดงาน

มีนักแสดงจาก 18 ประเทศเข้าร่วม เช่น อดัม แซ็คส์ ศิลปินนักตัดจากอเมริกา ซอรัส การแสดงจากเนเธอร์แลนด์ที่จะปลุกไดโนเสาร์ให้มีชีวิต ซะโตชิ จากญี่ปุ่น เจ้าของรางวัลแชมป์จั๊กกลิ้งระดับโลก และเบบี้ไมม์ กลุ่มละครใบ้ชาวไทย งานมีวันศุกร์-อาทิตย์ที่ 12-14 ธ.ค. 2557 เวลา 15.00-21.00 น. ณ สวนลุมพินี ติดตามได้ทาง www.bangkokstreetshow.com

เที่ยวเกษตรกรรมที่จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม นครราชสีมา

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เชิญเที่ยวฟาร์มในวันที่ 13 ธ.ค. 2557-11 ม.ค. 2558 ณ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา โดยแบ่งเป็น 6 จุดกิจกรรม คือ จุดที่ 1 ซุ้มจำหน่ายผลผลิต นิทรรศการผักผลไม้และไม้ดอกไม้ประดับ จุดที่ 2 ฟาร์มเห็ดและไม้ดอกเมืองหนาว จุดที่ 3 หมู่บ้านอีสานและหมู่บ้านโคราช จุดที่ 4 ทุ่งทานตะวัน และจุดจำหน่ายฟักทอง จุดที่ 5 จุดชมวิวอ่างเก็บน้ำลำสำลาย และจุดที่ 6 แปลงผักไร้สาร สอบถามได้ที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม โทร. 044-371-167

ชมฝนดาวตกคนคู่บนมอหินขาว ชัยภูมิ

จ.ชัยภูมิ โดยสถานีหางดงเชียงใหม่ กลุ่มคนดูดาว และกลุ่มคนฮักชัยภูมิ ขอเชิญร่วมชมฝนดาวตกคนคู่ ในนครกลางหาว มอหินขาว จ.ชัยภูมิ ระหว่างวันที่ 14-15 ธ.ค. 2557

มอหินขาวจัดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งของชัยภูมิ ซึ่งในช่วงเดือน ธ.ค.จะเกิดปรากฏการณ์ “ฝนดาวตกคนคู่” หรือฝนดาวตกเจมินิดส์(Geminids Meteor Shower) สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และด้วยสภาพที่เหมาะสมมีลักษณะเป็นที่ราบสูง ท้องฟ้าเปิด และเป็นช่วงคืนเดือนมืด ทำให้บนมอหินขาวสามารถมองเห็นปรากฏการณ์นี้ สอบถามได้ที่ www.facebook.com/ThePhayaLaeCity หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา โทร. 044-313-030

 

กุมภาพันธ์ 16, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

ภูห้วยอีสัน วันหมอกสวย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ธันวาคม 2557 เวลา 15:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1DOZs2F

ภูห้วยอีสัน วันหมอกสวย

1 ปีผ่านไปเห็นความเปลี่ยนแปลงของ อ.สังคม จ.หนองคาย จากอำเภอเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงที่น้อยคนจะรู้จัก ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาเที่ยวมากขึ้น ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวอย่าง “ภูห้วยอีสัน” เริ่มเป็นที่โจษจัน โดยเฉพาะ“ทะเลหมอก”  ที่อลังการกว่าที่ใด

ขอเล่าแบบแฟลชแบ็ก ภูห้วยอีสันเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกเหนือแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวต้องขึ้นรถอีแต๊กของชาวบ้านไปยังยอดภู โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ร้านอาหารไม้น้ำ ค่าบริการคนละ 60 บาท รวมทั้งขาไปและกลับ เมื่อปีที่แล้วรถอีแต๊กยังมีไม่กี่คัน นักท่องเที่ยวที่ใช้บริการยังมีไม่กี่คน แล่นแต๊กๆ ขึ้นเขาผ่านสวนยางบนทางลูกรัง ฝุ่นคลุ้งไปทั่วเล่นให้คนนั่งท้ายเป็นฝรั่งผมแดง

 

เมื่อขึ้นไปถึงจุดชมวิวแล้วจะเป็นลานกว้าง หันหน้าสู่แม่น้ำโขง เฝ้ารอเวลาให้หมอกออกและตะวันมา แต่น่าเสียดายที่ในวันนั้นไม่มีหมอกแม้สายเดียว และตะวันก็ไม่ขึ้นเหลื่อมเหลี่ยมเขาแต่กลับหลบอยู่หลังม่านเมฆ โผล่ให้เห็นอีกทีก็สว่างจ้าจนต้องหรี่ตามอง สรุปว่าวันนั้นในปีก่อนยังไม่เห็นกิตติศัพท์ รู้จักแต่เพียงว่าสังคมมีจุดชมทะเลหมอกที่“น่าจะ” สวยชื่อภูห้วยอีสัน

 

กระทั่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีโอกาสกลับไปยังสังคมและขึ้นภูห้วยอีสันอีกครั้ง ในครั้งนี้รถอีแต๊กมารอให้บริการอยู่ที่ร้านไม้น้ำเป็นขบวน ต่อคิวกันตามลำดับให้บริการนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการจำนวนมากในช่วงเช้ามืด เสียงแต๊กๆ ยังคงดังสำเนียงเดิมผ่านสวนยางทางเดิมแต่ฝุ่นไม่คลุ้งโขมงเพราะดินแน่น และน้ำค้างหยดแรงช่วยกลบฝุ่น คราวนี้ด้านบนดูแคบไปถนัดตา แถมมีจุดชมวิวเพิ่มอีก 1 ชั้น เป็นชั้นบนเหนือจุดเดิม ผิดกับเมื่อปีที่แล้วที่มีพื้นที่ให้เลือกถ่ายภาพสบายๆ

 

ในขณะที่รอคอยตะวัน พื้นที่ด้านล่างถูกปกคลุมด้วยทะเลหมอกทั้งหมด กลุ่มไอน้ำหนาแน่นจับกลุ่มกันลอยละล่องเป็นทะเลสีขาวอยู่ในแอ่งขนาดมหึมาที่เป็นผืนป่าและแม่น้ำโขงสายหมอกไหลไปตามแรงลมผ่านยอดเขาไปอย่างนุ่มนวล สีขาวตัดกับสีเขียวเข้มทำให้เห็นหมอกเป็นริ้วๆ ไหลแทรกต้นไม้ และจับตัวกันอยู่นานจนกระทั่งพระอาทิตย์มาไล่ ทะเลหมอกจึงค่อยๆ สลายไปเผยให้เห็นสายน้ำโขงฉาบแสงเหลืองทองของตะวัน

 

ตำนานของภูห้วยสันกลับมามีชีวิตให้เห็นในวันนั้น ไม่เสียคำร่ำลือ และมากกว่าที่คาดไว้เสียด้วย จากประสบการณ์ที่เคยผิดหวังมา ทำให้รู้ว่าวันนั้นมันพิเศษขนาดไหน เพราะใช่ว่าทุกวันจะมี และหากมีก็ใช่ว่าจะสวย คนขับอีแต๊กที่ขึ้นมาแถบทุกวันยังเอ่ยปากว่าวันนี้สวยกว่าทุกวัน นับเป็นวันที่ทะเลหมอกแห่งภูห้วยอีสันช่วยให้คนเคยอกหักได้กระชุ่มกระชวยใจเหมือนได้พบรักใหม่อีกครั้ง

 

กุมภาพันธ์ 16, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

โฮลอินวัน เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ธันวาคม 2557 เวลา 14:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/กิน-เที่ยว/335414/โฮลอินวัน-เลอ-เมอริเดียน-สุวรรณภูมิ

โฮลอินวัน เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ

เปิดประตูสู่วัฒนธรรมร่วมสมัยของเลอ เมอริเดียน ที่กอล์ฟรีสอร์ทแห่งแรกของแบรนด์ “เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา” รีสอร์ท 5 ดาวแห่งแรกที่อยู่ใกล้สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิมากที่สุด

วัฒนธรรมของเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ รับรู้ได้ตั้งแต่ก้าวแรกกับล็อบบี้ที่ถูกตีความใหม่ให้เป็น “เลอ เมอริเดียน ฮับ” สถานที่พบปะทางสังคม และต้อนรับแขกด้วยวัฒนธรรมกาแฟ โดยมี “มาสเตอร์ บาริสต้า” ทูตวัฒนธรรมกาแฟ ผู้ริเริ่มกิจกรรมกาแฟและให้ความรู้เกี่ยวกับเทรนด์กาแฟที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น บริเวณฮับมีบาร์เครื่องดื่มชื่อเก๋ ละติจูด 13 องศา 39 ลิปดา เป็นบาร์แบบทูอินวัน คือแปลงโฉมร้านกาแฟสไตล์ยุโรปในช่วงกลางวันให้เป็นบาร์สำหรับเครื่องดื่มประเภทสปาร์กกลิ้งในช่วงกลางคืน ซึ่งจะมีเครื่องทำกาแฟดริปเย็นที่ไม่เคยพบที่ไหนให้บริการกาแฟเย็นแบบไม่ต้องใส่น้ำแข็งให้ลิ้มลอง

 

รีสอร์ทยังประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 อย่าง ได้แก่ งานศิลปะขนาดใหญ่ในบริเวณสำคัญๆ ซึ่งโครงสร้างอาคารเองก็ถือว่าเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งเป็นลักษณะของเรือสำเภาที่กำลังลอยลำบนน้ำที่ล้อมรอบตัวรีสอร์ท ประสบการณ์น่าประทับใจทั้งในรูปของประติมากรรม เสียง และแสง โปรแกรมอันล็อก อาร์ต ชื่อเรียกการ์ดเข้าห้องพักที่ออกแบบโดยศิลปิน และเพลงประกอบ 24 ชม. ซึ่งรวบรวมโดยวงบอสซาโนวาจากฝรั่งเศส ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ทำให้เลอ เมอริเดียน มีวัฒนธรรมของตัวเอง

 

โรงแรมตั้งอยู่ริมสนามกอล์ฟ 18 หลุม ซัมมิท วินด์มิลล์ กอล์ฟ คลับ ระดับไฮเอนด์ ทำให้มีทัศนียภาพของสนามหญ้าเขียวตลอดปี ทะเลสาบ เนินเขา และสนามทราย โดยห้องพักทั้ง 223 ห้องจะหันหน้าออกสู่สนามกอล์ฟ ห้องพักแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ แกรนด์ ดีลักซ์ห้องพักระดับเริ่มแรกที่มีขนาด 48 ตร.ม. ภายในห้องมีห้องน้ำขนาดใหญ่ อ่างอาบน้ำ ห้องนอน โต๊ะทำงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน แกรนด์ เอ็กเซ็กคิวทีฟ, แกรนด์ สวีท และเพรสซิเดนเทรียล สวีท ที่ใหญ่ถึง 220 ตร.ม. มีห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ และระเบียงกว้างพร้อมสวนหย่อมริมธารน้ำของสนามกอล์ฟ

 

นอกจากนี้ รีสอร์ทยังเน้นไปที่การประชุมสัมมนาด้วยทำเลที่ตั้งกลางเมืองใหม่ที่คึกคักไปด้วยหน่วยงานและบริษัทขนาดใหญ่ รองรับด้วยห้องประชุมในร่ม 7 ห้องซึ่งหากรวมกันจะมีขนาด 740 ตร.ม. และยังมีบริการบิซิเนส เซ็นเตอร์ ที่พร้อมใช้งานตลอด 24 ชม. ส่วนห้องอาหารมีทั้งอาหารอิตาเลียนที่ ฟาโวร่า (Favola) โดยเชฟที่ได้รับรางวัลชาวอิตาลี และอาหารนานาชาติที่ เลตเทสต์ เรสสิพี (Latest Recipe) ให้บริการตลอดวันโดยเน้นไปที่อาหารไทยแบบดั้งเดิมโดยพ่อครัวใหญ่ชาวไทย

สำหรับใครที่กำลังคิดถึงเสียงเครื่องบินอันน่ารำคาญ ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะเลอเมอริเดียน สุวรรณภูมิ อยู่ใกล้สนามบินก็จริง แต่ไม่ได้ยินเสียงเครื่องบินเลยจริงๆ

 

กุมภาพันธ์ 16, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, เที่ยวทั่วไทย, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ความรู้คู่ความอร่อย ไวน์ ไดเจสท์

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มกราคม 2558 เวลา 17:05 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vOZJgB

ความรู้คู่ความอร่อย ไวน์ ไดเจสท์

โดย…ชะลอยนวล

ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านไวน์หรือร้านอาหาร แต่ “ไวน์ ไดเจสท์” ยังเป็นเหมือนแหล่งความรู้เรื่องไวน์ให้ได้ค้นหา โดยเฉพาะไวน์จากอิตาลีที่มีความหลากหลายในเรื่องบุคลิกภาพ

หุ้นส่วนของร้านไวน์ ไดเจสท์ เป็นทั้งผู้นำเข้าไวน์จากต่างประเทศและไวน์เมกเกอร์ พวกเขาอยากทำร้านไวน์ที่ไม่เป็นทางการมาก ขนาดร้านในโรงแรมหรูหรือเป็นไฟน์ไดนิ่งเรสเทอรองต์ แต่ก็ไม่คึกคักพลุกพล่านมากเหมือนไวน์บาร์บางแห่ง อยากสร้างร้านซึ่งเป็นเหมือนสถานที่รวมพลสำหรับคนรักไวน์จริงๆ และเป็นพื้นที่สำหรับรับรองไวน์เลิฟเวอร์หน้าใหม่ผู้อยากเรียนรู้จักกับเครื่องดื่มชนิดนี้อย่างจริงจังมากยิ่งขึ้นนั่นจึงทำให้เกิด ไวน์ ไดเจสท์ ขึ้นมาเมื่อราว 5 เดือนก่อน

ร้านขนาดกะทัดรัดนี้ตกแต่งภายในให้ออกมาอบอุ่น สบายๆ เหมือนนั่งอยู่ในบ้านเพื่อน มุมหนึ่งตกแต่งเหมือนเป็นห้องสมุด (ไวน์) โต๊ะ เก้าอี้ กว้างๆ นุ่มๆ นั่งสบายๆ จัดวางไว้หลวมๆ ไม่เบียดเสียดแออัด พื้นที่แบ่งเป็นอินดอร์และเอาต์ดอร์ให้เลือกนั่งกันตามชอบใจ

ที่นี่ไม่มีไวน์ลิสต์ เพราะอยากให้ลูกค้าเดินเข้าไปชมในไวน์เซลล่าอันกว้างขวางซึ่งมีไวน์ให้เลือกมากมาย ส่วนใหญ่เป็นไวน์โลกเก่า โดยเฉพาะไวน์จากอิตาลีสำหรับเลือกดื่มเพื่อเฉลิมฉลองช่วงวันเวลาดีๆ กับคนรู้ใจ เพราะร้านนี้มีไวน์หลากหลายที่มาและคาแรกเตอร์ ถ้าอยากเลือกไวน์ให้โดนใจต้องรสนิยมก็อาจจะต้องอาศัยตัวช่วยคือ พนักงานที่ร้าน และไม่แน่ว่าคนที่ช่วยคุณเลือกไวน์อยู่นั้นอาจจะเป็นเจ้าของร้านซึ่งเป็น “ผู้ทรงภูมิ” เรื่องไวน์อย่างแท้จริง นอกจาก ไวน์ ไดเจสท์ จะคัดสรรไวน์คุณภาพดีมาเสิร์ฟแล้ว ร้านนี้ยังให้ความสำคัญกับแก้วไวน์ซึ่งต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับไวน์แต่ละชนิดด้วย

ถึงจะมีไวน์เป็นพระเอก แต่อาหารของร้านนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด อาหารที่เสิร์ฟผสมผสานระหว่างอิตาเลียนและไทย ทั้งยังมีญี่ปุ่นมาเสริมอยู่บ้าง เห็นชื่อเมนูแล้วอาจจะรู้สึกว่าเป็นอาหารจานธรรมดาๆ แต่เมื่อเลือกสั่งมาชิมก็จะรู้ว่าอาหารชื่อคุ้นเคยและราคาไม่แพงนั้นอร่อย เพราะเน้นเรื่องการเลือกวัตถุดิบชั้นดี และยังใส่ “ลูกเล่น” ลงไปให้ไม่ธรรมดา

 

อาหารแนะนำ เช่น หมูย่างซอสมะขาม เด่นด้วยซอสที่อร่อยกลมกล่อมเข้าเนื้อกับหมูสุดนุ่ม เคี้ยวกรุบๆ ด้วยข้าวคั่วที่คลุกมาทั่วชิ้นจานนี้เป็นซิกเนเจอร์ของไวน์ ไดเจสท์ ที่อาจจะต้องสั่งเพิ่ม จานต่อไปเป็น ซาชิมิหอยเชลล์ฮอกไกโดกับเส้นแองเจลแฮร์เย็น หอยกับพาสต้าเข้ากันได้รสชาติที่เนียนละมุนลิ้น ตามมาคือ สลัดอกเป็ดราดด้วยเดรสซิ่งแพชชั่นฟรุต-น้ำผึ้ง เนื้อเป็ดไม่มีกลิ่นและนุ่มมาก ขณะที่ผักสดๆ กรอบๆ เพิ่มรสด้วยเดรสซิ่งเปรี้ยวๆ หวานๆ อีกหนึ่งเมนูเด่นของร้านเหมาะสำหรับคนรักอาหารทะเล จานนี้เรียกว่า ซอเต ซีฟู้ด แพลตเตอร์ วิธ บัตเตอร์ การ์ลิค ที่ชวนกันมาพรั่งพร้อมทั้งกุ้งหอยปูปลา ด้วยความสดของวัตถุดิบทำให้จานนี้ต้องลอง ปิดท้ายด้วยของหวานที่ทำให้คนชิมเซอร์ไพรส์เพราะไม่คาดคิดว่าไอศกรีมกับบัลซามิกจะมาผสมผสานกันได้ แถมยังให้รสชาติที่เยี่ยมยอดจนยากจะลืมกับสตรอเบอร์รี่ บัลซามิก คอมโพท กับ วานิลลาไอศกรีม

เพราะว่าไวน์เป็นเครื่องดื่มที่มีชีวิตและมีเรื่องราวที่เล่าขานกันได้ไม่มีวันหมด นั่นทำให้หลายๆ คนไม่หยุดที่จะแสวงหาไวน์และร้านไวน์ที่เหมาะกับรสนิยมของตัวเอง วันนี้ ไวน์ ไดเจสท์ เสนอตัวเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ร้านตั้งอยู่ชั้น 2 ของโครงการเดอะ แมเนอร์ ในซอยสุขุมวิท 39 เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น.ที่นี่จัดงานไวน์เทสติ้งให้คนทั่วไปได้ไปร่วมเสมอๆ สนใจติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ facebook.com/winedigest.sukhumvit39 หรือโทร. 02-662-4072 และ 08-6929-0444

ทุกวันที่ ไวน์ ไดเจสท์ มีความอร่อยและความรู้เรื่องไวน์เสิร์ฟให้ผู้แสวงหาเสมอ

มกราคม 12, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

อร่อยมีเอกลักษณ์ เมนูเนื้อแพะ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มกราคม 2558 เวลา 16:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1yepblK

อร่อยมีเอกลักษณ์ เมนูเนื้อแพะ

โดย…สาโจน์ มีวงษ์สม

“ปีมะแม” หรือที่คนไทยเรียกกันว่า “ปีแพะ” เวียนมาบรรจบอีกครา ในทางโหราศาสตร์เชื่อกันว่าแพะเป็นสัญลักษณ์ของศิลปะ ความอ่อนโยน และความรักสงบ หลายคนจึงหวังว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งสันติภาพ

ความจริงแล้วแพะมีประโยชน์หลายอย่าง นอกจากเราจะเอาทั้งขน นม เนื้อของเจ้าแพะมาใช้ประโยชน์กันแล้ว แพะยังถูกหยิบไปใช้เป็นคำเปรียบเปรยทางสุภาษิต พังเพย อาทิ จับแพะชนแกะ หรือว่าแพะรับบาป ด้วยเหตุนี้แพะจึงเข้ามาเกี่ยวเนื่องกับชีวิตประจำวันของคนเราอย่างแยกไม่ออก

วันนี้เราได้สาว แป้ง-สีวลี ตรีวิศวเวทย์ คอลัมนิสต์ที่มีเสน่ห์ปลายจวักมัดใจใครต่อใคร มาลงมือเสกสรรเมนูเด็ดจากแพะ พร้อมเล่าถึงสิ่งประทับใจที่เกิดจากเนื้อสวรรค์นี้ให้ฟังกันอย่างสนุกสนาน

“จากการที่แป้งอ่านและท่องเที่ยวพบว่าแพะเป็นสัตว์ที่นิยมเลี้ยงในครัวเรือนและใช้เป็นอาหารมาเป็นเวลานานมากๆ ที่เด่นชัดเลยคือ ตั้งเเต่สมัยเจงกิสข่านเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นดินแดนแถบมองโกล เรื่อยมาถึงไซบีเรีย อินเดีย เปอร์เซีย มาถึงตุรกี ที่เป็นเช่นนี้เพราะแพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงได้ง่าย ขนาดไม่ใหญ่ ยิ่งเป็นพวก
ชนเผ่าที่ต้องมีการเคลื่อนที่ ย้ายถิ่นฐาน จะชอบเลี้ยงแพะ เพราะพาเดินทาง (ต้อน) ได้ง่ายกว่าสัตว์ใหญ่

แม้แต่พิธีกรรมทางศาสนา แพะยังถูกนำมามาเป็นเครื่องบูชายัญ เพราะขนาดที่พอเหมาะและมีคุณค่าต่อคนเรา ที่สำคัญ ที่การนิยมบริโภคแพะแพร่หลาย เพราะเป็นสัตว์ที่ไม่มีข้อห้ามใดๆ ทางศาสนา ไม่ว่าจะเป็นอิสลาม คริสต์ ยิว ฮินดู จึงเป็นที่นิยมในย่าน เอเชีย ไมเนอร์ เปอร์เซีย อาหรับ และพวกยิว เราเลยเห็นอาหารทางแถบนี้มีเมนูจากแพะมากมาย”

หลายคนที่ไม่กล้ากินแพะ กินแกะ ก็เพราะกลัวกลิ่นสาบ แต่คอลัมนิสต์ของเราย้ำว่า ถ้าทำให้สะอาดและรู้จักกำจัดกลิ่นสาบ ก็จะกลายเป็นความอร่อยได้อย่างไม่อายเนื้อชนิดอื่นๆ เลยเชียวล่ะครับ

 

“แพะเป็นสัตว์ที่กินได้ทั้งตัวนะคะ มีประโยชน์เกือบทุกส่วน เพราะขนาดตัวเล็ก มัดกล้ามเนื้อเเละกระดูกเล็กจึงหวาน อีกอย่างด้วยขนาดมัดกล้ามเนื้อที่เล็กๆ จึงตุ๋นได้เร็วรสชาติเข้าเนื้อและเปื่อยได้ง่าย ส่วนใหญ่เขาจะนิยมกินแพะที่อายุไม่มากกัน เพราะถ้ามากจะเหม็นสาบ อายุประมาณ 6-9-12 เดือน จึงเหมาะที่จะนำมาปรุงอาหาร ทำให้ได้เนื้อที่ละเอียด ไม่เหนียว ยิ่งพอสับติดกระดูกเเล้วเอามาตุ๋น เนื้อจะร่อน เปื่อย อร่อย ได้เเทะดูดๆ กันอย่างออกรสทีเดียวล่ะ

ส่วนเรื่องของกลิ่นสาบนอกจากจะเลือกแพะเด็กแล้ว ยังเลือกที่จะกินแพะเพศผู้เพราะเนื้อจะอร่อยและไม่ค่อยมีกลิ่นอีกด้วย ยิ่งปัจจุบันแพะเลี้ยงด้วยอาหารสูตร ไม่ใช่ตะลอนแทะหญ้า ดังนั้นเนื้อแพะสมัยนี้จึงไม่ค่อยเหม็นสาบ แต่แน่นอนว่า แพะก็จะมีกลิ่นเฉพาะของเขาเป็นเรื่องปกติ คล้ายคนไม่กินเนื้อวัวก็จะเหม็น คนไม่กินหมูนานๆ ก็จะเหม็นนั่นเอง

บางถิ่นก็จะใช้วิธี French Technique คือ แช่เนื้อแพะในนมสดข้ามคืนในตู้เย็น วิธีนี้ก็จะช่วยให้กลิ่นสาบออกมากับกลิ่นนม ลดได้ประมาณหนึ่ง ส่วนบางที่ก็จะใช้เครื่องเทศเครื่องปรุงนานาชนิดช่วยกลบกลิ่น อย่างเช่นของตำรับเเขกก็จะมีพวกลูกกระวาน อบเชย กานพลู หอม กระเทียม ขิง และผงมาซาล่า รวมไปถึงอีกหลากชนิด สำหรับตำรับจีนก็จะมีเครื่องเทศพวกเครื่องตุ๋นยาจีน”

สาวแป้งเล่าให้ฟังอย่างออกรส พร้อมพกเมนูลับมาเปิดเผย คนที่รักเนื้อแพะเนื้อแกะงานนี้ได้ปลื้มเป็นแน่

 

เมนูแรกเป็น เนื้อแพะเย็น รับประทานเป็นออร์เดิร์ฟเย็น จริงๆ แล้วเป็นแฮมเย็นที่ห่อด้วยหนังแพะ วิธีทำคร่าวๆ คือ เอาหนังแพะมาต้มในน้ำร้อนเคี่ยวไปเรื่อยๆ เอามาราดน้ำเย็น แล้วขูดเอาขนและผิวหนังชั้นนอกออก นำไปต้มอีกครั้งแล้วทำซ้ำเหมือนตอนแรก ทำไปเรื่อยๆ 5-6 ครั้งจนหนังแพะเริ่มนุ่ม

จากนั้นนำมาห่อหมูแฮมที่ตัดไว้เป็นชิ้น วิธีห่อก็ห่อด้วยวิธีคล้ายซูชิ ม้วนหนังแพะให้รอบชิ้นเเฮม จากนั้นนำไปเเช่เย็น ให้หนังแพะกลายเป็นเจลลี่ จากเจลาตินธรรมชาติในหนังแพะ

ก่อนจะตัดเป็นชิ้นๆ บางๆ รับประทานโดยราดน้ำมันงา โรยพริกไทยขาวป่น คู่กับมายองเนสสไตล์จีน ผักที่ใช้กินเคียงมักจะมีมะเขือเทศ ผักกาดหอม กะหล่ำปลีฝอย สับปะรด ขิงดอง เอาไว้แก้เลี่ยน เเต่ที่ขาดไม่ได้คือ ขึ้นฉ่ายทำหน้าที่เป็นหยินหยางให้อาหารจานนี้

เมนูต่อมา แพะตุ๋นยาจีน เมนูนี้ต้องเป็นแพะหนุ่มๆ มันน้อยๆ จากนั้นนำมาตุ๋นเพื่อลดกลิ่นดับคาว วิธีการคือลวกเนื้อแพะติดกระดูกมาในน้ำเดือด แล้วนำไปเคี่ยวกับน้ำซุป ก่อนนำมาตุ๋น หรือจะผัดกับพวกขิง กระเทียม ต้นหอม เเล้วสาดด้วยเหล้าจีนให้หอมถึงชั้นสองของบ้าน

สำหรับเครื่องยาจีน สามารถเลือกใช้เครื่องยาจีนจัดชุดสำหรับเครื่องตุ๋นได้เลย หรืออาจซื้อเป็นเครื่องตุ๋นตระกูลบักกุ๊ดเต๋ ก็จะเหมาะสำหรับเนื้อแพะ เพราะอุดมด้วยเครื่องยาจีนที่เข้มข้นกลบกลิ่นได้

ส่งท้ายด้วยเมนู แกงแพะกับโรตี ไอเดียเมนูนี้ทำขึ้นเองโดยสูตรของ Cookool ด้วยเพราะชอบกินกุรุหม่าแพะ จากร้านประจำคือบังเดช แต่ปัจจุบันไม่ทำเเล้ว และยังเคยกินแกงแพะแถว จ.กระบี่ ที่ร้านมีโรตีทอดใหม่ๆ ไว้ให้จิ้ม เลยเป็นที่มาให้ลองทำแกงแพะกินเอง โดยเอาไอเดียรสชาติของหลายๆ เจ้ามาประกอบกัน รวมทั้งยังมีกลิ่นอายของแกงแพะแบบอินเดียที่เรียกว่า Rogan Josh รสชาติเข้มข้น

สำหรับโรตีก็ไม่ต้องทำเอง แค่ใช้โรตีแช่แข็งมาทอดก่อนกิน ก็ได้โรตีร้อนๆ ไว้กินคู่กับแกงแล้ว

 

รตีแกงแพะ

น้ำมันพืช 30 กรัม

พริกแกงแดง พริกแกงสด 4 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 1 ขีด)

พริกแกงพะแนง พริกแกงผัด 1 ช้อนโต๊ะพูนๆ

ขิงแก่สับละเอียด 30 กรัม (1 ช้อนโต๊ะพูน)

กระเทียมไทย สับละเอียด 30 กรัม

หอมแดง สับละเอียด 30 กรัม

ผงกะหรี่ 20 กรัม (ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ)

ตะไคร้ ทุบพอแตก 5 ท่อน

หอมเจียว 20 กรัม

ลูกกระวานขาว 7-8 เม็ด

แพะสับท่อน 1.5 กิโลกรัม

กะทิกล่องหรือสด 1 กิโลกรัม

แบ่งหัวและหางน้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลปี๊บ 30 กรัม ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะพูนๆ

วิธีทำ

-ในหม้อใบใหญ่ ตั้งน้ำให้เดือด เติมตะไคร้ทุบลงไป 3 ท่อน ใส่เนื้อแพะลงไป รอให้เดือดอีกครั้งแล้วหรี่ไฟลง เคี่ยวต่อไปประมาณ 1 ชั่วโมงที่ไฟอ่อนๆ

-ตั้งหม้อที่ไฟกลาง พอร้อนแล้วเติมน้ำมันพืชลงไปผัดขิงแก่ หอมแดง กระเทียมให้หอม เหลืองนิดๆ เติมพริกแกงทั้งสองชนิดลงไปผัดให้เข้ากัน โรยผงกะหรี่

-เติมหัวกะทิลงไปผัดทีละน้อยๆ จนเริ่มแตกมัน เมื่อหัวกะทิหมดแล้ว เติมหางกะทิลงไป ตามด้วยตะไคร้อีก 2 ท่อน ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ

-ในกระทะใบเล็กๆ อีกใบ คั่วลูกกระวานที่ไฟกลางค่อนไปทางแรงจนเริ่มเหลือง ใส่ลงในหม้อพร้อมหอมเจียว

-ตักเนื้อแพะที่เคี่ยวไว้ลงไป แล้วเคี่ยวต่อไปอีก 20-45 นาทีที่ไฟอ่อนๆ อาจจะเติมน้ำสะอาดลงไปประมาณ 1 ถ้วยตวง เพื่อให้ท่วมชิ้นเนื้อ สังเกตดูว่าเนื้อแพะจะค่อยๆ ล่อนจากกระดูกและนุ่มขึ้น

-เวลาจะเสิร์ฟ ทอดให้โรตีเหลืองกรอบในน้ำมันน้อยๆ พอโรตีเหลือง ตักแกงใส่ถ้วยเสิร์ฟพร้อมโรตี

มกราคม 12, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ก๋วยเตี๋ยวป้าจันทร์ รสอร่อยแห่งเมืองแพร่

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มกราคม 2558 เวลา 16:40 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vOSV2x

ก๋วยเตี๋ยวป้าจันทร์ รสอร่อยแห่งเมืองแพร่

โดย…มะลิจันทร์

วันนี้มะลิจันทร์อยากพาขึ้นเหนือลุยลมหนาวมาหาของอร่อยๆ รับประทานที่ จ.แพร่ เมืองแห่งถิ่นรักพระลอกัน แน่นอนว่า จ.แพร่ นอกจากอาหารเหนือที่ขึ้นชื่อแล้ว อาหารประเภทเส้นๆ ที่นี่ก็มีอร่อยขึ้นชื่อน่าลิ้มลองให้ได้แวะรับประทานอยู่หลายร้าน แต่วันนี้มะลิจันทร์อยากแนะนำให้รู้จักกับ “ร้านก๋วยเตี๋ยวป้าจันทร์”

ร้านที่เลื่องชื่อว่าเป็นร้านเตี๋ยวหมูทีเด็ดเหลือร้ายของจังหวัดก็ว่าได้ เพราะเปิดกันมายาวนานหลายสิบปี เริ่มแรกตั้งสมัยเป็นเพียงร้านเล็กๆ จนขยายร้านเป็นสองคูหาขนาดกว้างขวางที่ยังคงความคลาสสิกแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะทั้งบรรยากาศร้านที่ตั้งอยู่ริมตลาดที่ดูชนบทๆ และรสชาติของเมนูต่างๆถึงตอนนี้สูตรความอร่อยของร้านตกมาถึงรุ่น 2 แล้ว แต่ทว่าความอร่อยในรสมือยังไม่มีตก

ร้านก๋วยเตี๋ยวป้าจันทร์ต้องบอกเลยว่าเป็นร้านที่หาไม่ยาก คนต่างถิ่นหรือนักท่องเที่ยวสามารถแวะรับประทานกันได้ง่ายๆ เพราะอยู่ข้างถนนเส้นหลักก่อนที่จะเข้าตัว อ.เมือง จ.แพร่ ซึ่งจุดสังเกตง่ายที่สุดคือเราจะเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวป้าจันทร์อยู่ตรงข้ามวัดนิวิฐศรัทธารามบริเวณตลาดบ้านร่องกาศ อ.สูงเม่น หากหาเจอแล้วก็สามารถนำรถเข้าไปจอดในซอยข้างร้านได้เลยที่กว้างขวางมาก แต่ขอแนะนำหน่อยว่าถ้าหากมาช่วงเที่ยงคนจะแน่นร้านมาก ฉะนั้นหากไม่อยากรอคิวก็หลบเลี่ยงเวลาดังกล่าวไว้ค่ะ เพราะจากที่มะลิจันทร์เห็น คือคนรอคิวกันแน่นจริงๆ เป็นห่วงว่ามาหิวๆ จะพาอารมณ์เสีย

 

หากจะพูดถึงความอร่อยของทางร้านที่มัดใจชาวแพร่มาอย่างยาวนานคงต้องยกให้เครื่องปรุงที่ชื่อ น้ำพริกแดง สูตรพิเศษที่ทางร้านผสมขึ้นเองซึ่งหารับประทานได้เพียงที่เดียวไม่มีที่ไหนเหมือน รสชาติจะออกหวานๆ เปรี้ยวๆ เผ็ดติดลิ้น เมื่อผสมเข้ากับน้ำซุปที่เคี่ยวด้วยโครงไก่ก็จะเพิ่มรสชาติอีกแบบในชามที่อร่อยแปลกไม่เหมือนที่ไหน โดยทางร้านก็จะมีเส้นให้เลือกตั้งแต่เส้นเล็ก เส้นใหญ่ มาม่า บะหมี่ แต่ที่มะลิจันทร์อยากแนะนำเลยคือ ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำรวมหากชอบเส้นไหนก็สั่งกันไปเลยแบบไม่ต้องเขินอายเจ้าของร้านหนุ่มรูปงามเขายินดีบริการด้วยรอยยิ้ม และอีกเมนูที่พลาดไม่ได้เลยคือก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น เอาใจคนที่ชอบรับประทานแนวนุ่มลิ้นอิ่มสบาย ซึ่งพิเศษตรงที่รสชาติของหมูจะออกหวานๆ และมีกลิ่นหอมขึ้นจมูก

 

ส่วนอีกอย่างเลยที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ ก๋วยเตี๋ยวหมูร้านนี้เขาบ้าพลังมากๆ หมูและเครื่องในแต่ละอย่าง ใส่กันมาให้แบบชิ้นโตๆ หนาๆ ในชามขนาดพอดีที่เห็นแล้วอาจตกใจในความล้นของปริมาณ เรียกได้ว่าสั่งชามเดียวก็อิ่มแล้ว ไม่มีกั๊กเครื่องกั๊กเส้น เห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าขายเข้าไปได้ยังไงราคาเพียงชามละ 35 บาท ซึ่งหารับประทานแบบนี้ได้ไม่บ่อยแล้วในยุคสมัยที่ราคาไข่ใบละ 5 บาท ซึ่งหากใครผ่านไปมาก็ลองเข้าแวะมาชิมความอร่อยแห่งเมืองแพร่กันได้ ร้านนี้เปิดตั้งแต่ 10 โมง เรื่อยไปจนกว่าของจะหมด (ไม่เกิน 4 โมง) สอบถามข้อมูลร้านเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 08-1672-6744

มกราคม 12, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

อร่อยไม่เป็นรองใคร มูเทกิ บาย มูเกนได

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มกราคม 2558 เวลา 16:36 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vOT2eI

อร่อยไม่เป็นรองใคร มูเทกิ บาย มูเกนได

โดย…ซิตี้กาย

ขยับขยายความอร่อยมาจากพี่ใหญ่ “มูเกนได” ที่เข้าไปอยู่ในใจนักกินทั่วแคว้น มาถึงคิวน้องสาวล่าสุด “มูเทกิ บาย มูเกนได” สาวกพันธุ์แท้อาหารญี่ปุ่นก็พร้อมจะยอมละลายคาจานไม่แพ้กัน

ร้านอยู่ชั้นจี ตึกเอ็มไพร์ ถนนสาทร สะดวกสำหรับชาวออฟฟิศที่จะมาฝากท้อง ตึกใกล้เคียงก็ใช้ทางเชื่อม เดินมานิดเดียวก็ถึงแล้ว ที่นี่มีหลายมุมน่านั่ง เคาน์เตอร์บาร์ โต๊ะด้านใน หรือจะโอเพ่นแอร์ เลือกได้ตามชอบ บรรยากาศเรียบเก๋ นั่งสบายอารมณ์

สิ่งที่บ่งบอกความมูเทกิ คือ ไม่เป็นรองใครตามความหมายมูเทกิ เสิร์ฟความอร่อยหลากหลาย ตัวเลือกใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา ชวนลิ้มลองแบบไม่อั้น ไฮไลต์มีหลายอย่าง ตอนเช้าก็ต้องเป็นอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่น แถมด้วยขนมหวาน ไอศกรีม และเครื่องดื่ม

อยากให้ลองก่อนจานอื่น Fluffy Souffle Pancake แพนเค้กแผ่นหนาเนื้อนุ่ม ละลายในปากโดยไม่ต้องเคี้ยว นุ่มมากกกกก เนื้อแพนเค้กเบาเว่อร์  เสิร์ฟคู่ซอสคัสตาร์ดและเนยทรัฟเฟิล ฝีมือการรังสรรค์โดยเชฟหมวยไฟแรง “เชียร์-ปัณฑิตา สุภาพรรณชาติ”

หมวดอาหารเช้ายังมีหลายอย่าง Tokyo Baguette อบร้อนๆ จากเตา ราดด้วยเมเปิ้ลไซรัปกับซอฟต์ครีมรสไม่หนักลิ้น โจ๊กก็มี Kani Zousui โจ๊กปู ชอบเนื้อวางุ ก็ต้องสั่ง Wagyu Zousui โจ๊กหอมกรุ่นอุ่นท้องด้วยเนื้อวางุสไลซ์บาง

 

แวะไปมื้อเที่ยงคนอาจเยอะหน่อย แต่ไม่เสียเวลารอ เพราะความอร่อยอัดแน่นให้ทุกคนได้อิ่มแปล้ พลิกดูเมนูลิสต์ที่ทำคล้ายแมกกาซีนรายสัปดาห์ เก๋ไก๋เข้าท่า ละลานตาด้วยภาพประกอบและรายละเอียดแต่ละเมนู

Lava Roll เอาใจคนรักโรล ง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ขอบอกว่าสด ฉ่ำ คำเดียวไม่เคยพอ แซลมอน อโวคาโด ยัดไส้ในข้าว  ท็อปด้วยแซลมอนสไลซ์ เหยาะมิโซะซอส เป็นอันพร้อมเสิร์ฟ

อีกจานในบรรดาข้าวปั้นที่ควรสั่ง All Star สมชื่อกับที่ตั้งนั่นละ รวมพลดาวเด่น 5 ชิ้น 5 คำ คัดสรรส่วนที่อร่อยและดีที่สุดของวัตถุดิบ โอโทโร่ (เนื้อท้องส่วนหน้าของทูน่า) ปลาฮามาจิ เอนงาวะ (ครีบปลา) แซลมอน และปลามะได

ปิดท้ายด้วย Muteki Cookie Cream ขนมหวานที่ทุกคนชอบ ขนาดว่าคนที่ไม่คิดจะกินขนมหวานยังบอกว่าฟินสุดๆ คำแรกที่ตักเข้าปาก ต้องตามมาติดๆ เนื้อเค้กนุ่มแต่ไม่แน่นเกิน รสชาติหวานพอเหมาะ เข้าขากันดีกับครีมรสเบาๆ

สนใจแวะไปลิ้มลองได้ทุกวัน เปิดตั้งแต่ 10.00-22.00 น. สำรองโต๊ะ โทร. 02-670-2888, 08-5365-2222 แล้วจะรู้ว่าที่นี่อร่อยไม่เป็นรองใครจริงๆ

มกราคม 12, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,023 other followers

%d bloggers like this: