ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ฮากาตะ ราชาราเมงซุปน้ำกระดูก กันยายน 18, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 กันยายน 2557 เวลา 16:53 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1tGephR

ฮากาตะ ราชาราเมงซุปน้ำกระดูก

โดย…สาโรจน์ มีวงษ์สม

ฮากาตะ เมืองที่นักท่องเที่ยวอาจไม่ค่อยพูดถึงนัก แต่ถ้าเป็นสาวกคนรักราเมงแล้วละก็ ต่างยกย่องให้ดินแดนแห่งนี้เป็นสุดยอดแห่งราเมงกันทีเดียว

ฮากาตะเป็นเมืองเล็กๆ หนึ่งในเมืองฟุกุโอกะ แต่ถ้าพูดถึงราเมงชาวญี่ปุ่นยกย่องให้ที่นี่ถือเป็นสุดยอดแห่งราเมง เรียกว่าไม่ว่าจะมุมไหนของเมืองก็จะมีร้านราเมงเปิดขายกันพรึบ ความนิยมของราเมงเลยเถิดไปจนถึงขั้นที่ว่าต้องสร้างราเมงสเตเดี้ยมอันเป็นแหล่งที่รวบรวมเอาร้านราเมงที่มีชื่อจากทั่วประเทศญี่ปุ่นมาให้ลิ้มลองกันในทีเดียว

เหตุที่ฮากาตะขึ้นชื่อในเรื่องของราเมงนั้น ก็เพราะน้ำซุปอันโอชาของราเมงแต่ละจานนั้นเกิดจากการเคี่ยวกระดูกหมูอย่างยาวนานไม่ต่ำกว่า 12-18 ชั่วโมง ทำให้น้ำซุปนั้นแสนเข้มข้น และเจือหวานจากน้ำต้มกระดูกแบบเต็มๆ ด้วยเวลาไม่นานนักราเมงตำรับแดนใต้ หรือตำรับฮากาตะที่เข้มข้นด้วยน้ำซุปกระดูกก็กลายเป็นโลโก้ของดินแดนแห่งนี้ไปในที่สุด

อีกประการเส้นราเมงของฮากาตะจะทำจากข้าวสาลีที่เรียวเล็กเหนียวนุ่ม พอสัมผัสจะได้ความรู้สึกพิเศษในปาก ที่สำคัญการกินราเมงให้อร่อยถึงใจต้องซดน้ำซุปก่อนและรีบกินเส้นทันที เนื่องจากเส้นจะเรียวเล็กถ้าทิ้งไว้นานจะอืดทำให้รสชาติการกินราเมงที่แท้จริงหายไป

ถึงเวลานี้คนรักราเมงคงฝันถึงรสชาติเข้มข้นของน้ำซุปและเส้นเล็กเรียวอันเหนียวนุ่มของราเมงแห่งแดนใต้ ตื่นเถอะครับ เพราะมีร้านราเมงต้นตำรับจากฮากาตะมาเปิดเอาใจคนรักราเมงในบ้านเราให้ได้ลิ้มลองรสชาติกันแบบสำราญกันแล้ว นั่นคือ ร้านฮากาตะ อิปปุโดะ

ย้อนไปไกลสักนิดถึงประวัติเจ้าของตำนานแห่งราเมง ฮากาตะ อิปปุโดะ เปิดตัวครั้งแรกในปี 1985 ในเมืองฮากาตะ ที่ถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงของราเมง โดย ชิกามิ คาวาฮารา ผู้ได้รับสมญานามว่าเป็นราชาแห่งราเมง ในปี 2005 และได้รับการบรรจุชื่อลงในหอแห่งเกียรติยศ หลังจากคว้าชัยชนะในรายการโทรทัศน์การแข่งขันทำราเมงถึง 3 สมัยซ้อน ซึ่งทำให้เขาเป็นผู้กำหนดรสชาติของราเมง ด้วยการสร้างความแตกต่างด้านรสชาติด้วยการใช้สีสันของจานเป็นหลัก

หลังจากนั้น ลูกค้ามากมายต่างเข้าแถวกันอย่างใจเย็น เพื่อที่จะได้ลิ้มลองน้ำซุปกระดูกหมู รสนุ่มละมุนลิ้นอันเลื่องชื่อซึ่งเข้ากันได้ดีกับเส้นราเมงเหนียวนุ่มทำเอง สูตรเฉพาะของอิปปุโดะ ถึงวันนี้อิปปุโดะนั้นมีมากกว่า 80 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น และมากกว่า 40 สาขาทั่วโลกในหลายๆ ประเทศ เช่น นิวยอร์ก ซิดนีย์ ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน โซล เซี่ยงไฮ้ กัวลาลัมเปอร์ กว่างโจ; เสิ่นเจิ้น ปักกิ่ง เฉิงตู และล่าสุดคือประเทศไทยของเรา

มาถึงอาณาจักรอิปปุโดะทั้งที สิ่งที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งก็คือ การได้ลิ้มลองรสชาติของราเมงต้นตำรับของร้าน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ชนิดด้วยกัน ซึ่งแต่ละชนิดจะใช้น้ำซุปกระดูกหมูเหมือนกัน จะแตกต่างกันที่การปรุงซอสที่ให้รสชาติจัดจ้านแตกต่างกันออกไป

คอนเซ็ปต์ของอิปปุโดะคือความมีชีวิตชีวา หรือ “เกงกิ” ในภาษาญี่ปุ่น บริเวณครัวจึงเป็นครัวเปิดที่ค่อนข้างเสียงดัง เพราะพนักงานต้องพูดคุยสื่อสารกัน เพราะเราเห็นว่าร้านอาหารนี้ก็เป็นเหมือนเวทีการแสดง ประสบการณ์การรับประทานอาหารไม่ได้สำคัญที่อาหารเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงองค์ประกอบทุกอย่างในร้านอีกด้วย และในครัวยังแบ่งเป็นโซนทำเส้นราเมงสดๆ กันอย่างพิถีพิถัน และเพิ่มความสนุกสนานในการกินราเมงขึ้นอีกระดับ ด้วยการลวกเส้นที่ใช้เวลาต่างกัน นั่นยิ่งทำให้ราเมงของร้านนี้ยิ่งมีรสชาติที่แตกต่าง ก่อนที่เส้นต้นตำรับจะถูกเรียงรายออกมาให้ลิ้มลอง

มาเริ่มต้นเมนูแรกด้วย ชิโระมารุ โมโตอาจิ หรือจานสีขาว เป็นราเมงในน้ำซุปกระดูกหมูต้นตำรับของอิปปุโดะ มาพร้อมกับเส้นราเมงเส้นเล็กพิเศษ หมูชาชูส่วนไหล่ซึ่งเป็นส่วนที่อุดมไปด้วยเนื้อล้วนๆ ตามมาด้วยท็อปปิ้ง อย่าง ถั่วงอก เห็ดหูหนู และต้นหอม สัมผัสกับรสชาติของน้ำซุปต้มกระดูกแบบเต็มๆ

ต่อมาเป็นจานสีแดง อากามารุ ชินาจิ ราเมงที่ถูกปรับเปลี่ยนให้มีรสชาติทันสมัยมากยิ่งขึ้น ใช้น้ำซุปกระดูกหมูแบบต้นตำรับแต่เพิ่มรสชาติด้วยซอสเต้าเจี้ยวมิโซะสูตรพิเศษและน้ำมันกระเทียมกลิ่นหอม มาพร้อมกับเส้นราเมง หมูชาชูส่วนท้อง ที่ติดมันนิดๆ ให้สัมผัสที่เนียนนุ่ม ต่อด้วยเห็ดหูหนูและต้นหอม

ตบท้ายด้วย คารากาเมน หรือราเมงจานสีแดงดำ ราเมงรสจัดจ้านสูตรพิเศษ ซึ่งเป็นการรวมเอาน้ำซุปกระดูกหมูสูตรต้นตำรับและมิโซะปรุงรสเผ็ด เม็ดมะม่วงหิมพานต์และหมูสับเข้าไว้ด้วยกัน ตามมาด้วยท็อปปิ้งอื่นๆ อย่าง ไข่ออนเซน ถั่วงอก เห็ดหูหนู และหัวหอม จัดจ้านตามประสาญี่ปุ่นแต่รสชาติของน้ำซุปกระดูกหมูไม่เลือนหายไปเลยนะครับ

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่นจะถูกถ่ายทอดไปยังทั่วทุกมุมโลกผ่านทางราเมงชามเล็กๆ เหล่านี้”

ด้วยคำบอกกล่าวของ ชิกามิ คาวาฮารา ราชาแห่งราเมง ก็คงพอการันตีได้เป็นอย่างดีว่า ต้องลองไปสัมผัสเทพแห่งราเมงนี้กันสักครั้งเสียแล้วกระมัง

ร้านอิปปุโดะ ชั้น 3 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.30-22.00 น. โทร. 02-160-5672 แต่ร้านไม่รับโทรไปจองนะครับ ถ้าโชคดีแถวก็คงไม่ยาวมาก แต่รับรองว่า คุ้มแกการรอคอย

 

 

 

ตามไปชิมรสชาติที่คุ้นเคย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 กันยายน 2557 เวลา 16:46 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1wlKL65

ตามไปชิมรสชาติที่คุ้นเคย

โดย…ซิตี้กาย ภาพ กิจจา อภิรจนเรข

แฟนๆ มินิบาร์ โรแยล มีเฮ เมื่อร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสในนิวยอร์กขยายมาเปิดร้านน้องใหม่ มินิบาร์ คาเฟ่ ที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศที่คุ้นเคย แต่ชิลกว่าเดิมด้วยสไตล์คาเฟ่

พรรณพิมล จงประสิทธิผล หนึ่งในหุ้นส่วนร้าน บอกว่า ร้านนี้ยังสานเจตนารมณ์ของร้านเก่าที่อยากให้เป็นแหล่งรวมของเพื่อนฝูง ด้วยบรรยากาศสบายๆ เหมือนมาเที่ยวอพาร์ตเมนต์เพื่อนในวันหยุด มีกลิ่นอาหารหอมฟุ้งจากครัว อาหารของที่นี่ผสมผสานระหว่างไทยกับตะวันตก สไตล์การตกแต่งเน้นแบบโปร่งโล่ง สีสันสดใส

เมนูซิกเนเจอร์คือ ข้าวยำสายบุรี เมนูที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา เพราะรวมสารพัดผักและผลไม้ ทั้ง มะม่วง ดอกดาหลา เกสรชมพู่มะเหมี่ยว ถั่วงอก แครอต ถั่วฟักยาว ส้มโอ แตงกวา และตะไคร้ ให้ได้ชิม เพิ่มความกรุบกรอบและรสชาติด้วย มะพร้าวขูดคั่ว กุ้งแห้ง และปลาแห้งป่น คลุกเคล้าด้วยน้ำยำสูตรทางใต้แท้ๆ ต่อด้วย สตูลิ้นวัว ที่ตุ๋น 3-4 ชม. จนนุ่มลิ้น กรุบกรอบ ไม่แข็งเกินไป สตูของที่ร้านนี้เสิร์ฟในกระทะร้อน ท็อปหน้าด้วยมันบดที่ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ผัดในวิปครีมจนข้นได้รสชาติ

ตามด้วย ตอร์ติซซ่าอิตาเลียนซอสเซจโชริโซ่ พิซซ่าแผ่นบางอบจนได้ที่ เติมด้วยชีสรสอร่อย ตัดความเลี่ยนด้วยไส้กรอกสเปน รสชาติเผ็ดนิดๆ เข้ากันสุดๆ แต่ถ้าชอบปลา ต้องปลาราดพริกขี้หนู เสิร์ฟด้วยปลากะพงขาวชิ้นโตย่างจนได้ที่ เนื้อข้างในปลายังชุ่มน้ำ ราดด้วยซอสพริก รากผักชี เต้าเจี้ยว พร้อมข้าวคีนัว ซึ่งมีความกรุบกรอบต่างจากข้าวสวยทั่วไป

เสร็จจากของคาว เมนูของหวานและเครื่องดื่มที่นี่มีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่โซดาน้ำผึ้งมะตูม ดื่มแล้วสดชื่นไม่ผิดหวัง ต่อด้วยกรานิต้าเฉาก๊วยสูตรใส่นมสามชนิด กินแล้วสดชื่น หวานมั่นด้วยรสของนมและความนุ่มลื่นของเนื้อเฉาก๊วย

ตามมาพิสูจน์ความอร่อยได้ที่ มินิบาร์ คาเฟ่ เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.000-22.00 น. ชั้น 5 เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ โทร. 02-160-5610

 

 

 

 

 

ขึ้นต้นที่ ‘หัวตาล’ ลงท้ายที่ ‘ลูกตาล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 กันยายน 2557 เวลา 16:40 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1tGaPUR

ขึ้นต้นที่ ‘หัวตาล’ ลงท้ายที่ ‘ลูกตาล’

โดย…โจลิฟวิ่ง/ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

ตาลยืนต้นเรียงแถวกันสวยเด่น เป็นระเบียบราวกับจับวาง เวลานั่งรถผ่านดงตาล จ.เพชรบุรี ไม่เคยพลาดที่จะหยิบกล้องมาบันทึกภาพไว้

จ.เพชรบุรี เลื่องชื่อในฐานะเมืองแห่งตาล มากที่สุดก็อยู่ที่นี่ “นิราศเมืองเพชร” ของสุนทรภู่ บ่งชี้ได้ชัด “ทุกประเทศเขตแคว้นแดนพริบพรี เหมือนจะชี้ไปไม่พ้นแต่ต้นตาล”

ที่อื่นๆ มีลดหลั่นกันไป ตามแต่ภูมิประเทศและภูมิอากาศ จำได้ว่าเคยไปเยี่ยมญาติ จ.ร้อยเอ็ด แถว อ.ธวัชบุรี ถนนมุ่งสู่หมู่บ้าน มีตาลยืนต้นบนนาข้าว ไปหน้าฝนสวยบาดใจ ตาลเด่นเป็นพระเอกกลางทุ่งสีเขียว พอถึงหน้าแล้งก็จะอีกอารมณ์ กองฟางสีน้ำตาลเหลืองตัดกับตาลยืนต้นแห้งเหี่ยว

ใกล้ๆ กรุงเทพฯ ออกไปทาง อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ก็มีตาลขึ้นเป็นดง แต่ไม่ใช่ตาลตามธรรมชาติ เจ้าของตั้งใจปลูก เพื่อให้พื้นที่รอบๆ กรุงกวี กอล์ฟ คอร์ส แอนด์ คันทรี คลับ กลายเป็นกรีนสเปซย่อมๆ

เสียดายวันที่เราไปเยือน ฝนพรำทั้งวัน เลยอดไปยลโฉมหน้าเหล่าสมาชิกตาล ทำได้ก็แค่ชะเง้อมอง เห็นลิบๆ ตาลต้นมหึมา ยืนสง่าท้าทายสายตาให้ผู้แวะมาใช้บริการต้องหาจังหวะเหมาะเดินทอดน่องไปชมใกล้ๆ

ว่าด้วยประโยชน์ของตาล ไม่ว่าจะตาลหม้อ ตาลไข่ หรือตาลลูกผสม ล้วนมีมากล้นตั้งแต่หัวจรดราก หนึ่งในนั้นก็ต้องยกให้ “ลูกตาล” กับ “หัวตาล” นำมาทำอาหารจานอร่อยได้ไม่รู้เบื่อ

สยุมพร เหวียนระวี แห่งร้านอาหารไทย “ครัวรังสิต” ภูมิใจนำเสนอเมนูที่ทำจากลูกตาลกับหัวตาล สูตรโบราณแต่ปรับลุคให้แลดูทันสมัย เพิ่มส่วนผสมที่เหมาะแก่คนยุคใหม่ รับประทานง่าย แถมอร่อยจนลืมอิ่ม

 

หัวตาลต้องขอขยายความอีกหน่อยด้วยว่าคนอาจไม่ค่อยรู้จัก จริงแท้ก็คือส่วนหัวของลูกตาลอ่อนนั่นเอง คว้านเอาเฉพาะส่วนหัว นำไปทำอาหารคาว แกง ผัด และอีกสารพัด หัวตาลมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนส่วนอื่นๆ ตรงที่ให้รสขมนิดๆ ความขมนี่ละนำมาซึ่งความอร่อย ติดปลายลิ้น ไม่มากไม่มาย คนชอบขมน่าจะปลื้ม ส่วนคนไม่ชอบขม อยากให้ลองลิ้ม “แกงคั่วหัวตาลปลาแซลมอน” กับ “หัวตาลผัดไข่เบคอน” สูตรเด็ดของครัวรังสิต

“กรรมวิธีมันค่อนข้างยุ่งยากค่ะ ธรรมชาติของหัวตาลจะมีความขม พอได้หัวตาลมาแล้วก็ฝานบางๆ ล้างยางออก โดยใช้น้ำมะขามเปียกแช่ จากนั้นเอามาต้มจนหายขม ค่อยเอามาทำอาหาร ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเมนูที่เหมาะกันคือแกงคั่ว เพราะเครื่องแกงจะช่วยกลบความขมได้ ใส่ปลาแซลมอนให้ดูน่ากินยิ่งขึ้น แต่ไม่ว่าจะยังไง แกงคั่วหัวตาลต้องมีรสขมนิดๆ ค่ะ ถึงจะอร่อย” เจ้าของสูตรบอก

ขณะที่ลูกตาลคงไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย เพราะคนส่วนใหญ่น่าจะคุ้นชิน ลูกตาลใสๆ งัดออกจากลอนตาล เคี้ยวทั้งเปลือก มันๆ หวานๆ ฉ่ำด้วยน้ำที่ซ่อนอยู่ข้างใน ถ้าไม่กินสด ก็มักนิยมนำไปลอยแก้ว เชื่อมก็อร่อย หรือเป็นท็อปปิ้งในขนมหวานและไอศกรีม สำหรับสูตรของครัวรังสิต เจ้าของนำลูกตาลไปทำเป็น “สาคูเปียกลูกตาลกะทิสด” กับ “สมูทตี้ลูกตาลมะพร้าวอ่อน” อร่อยทั้งสองเมนู เครื่องดื่มก็ชื่นใจ ขนมไทยก็อร่อยลิ้น ยิ่งเฉพาะเนื้อลูกตาลที่ใส่มา ได้รสสัมผัสอันน่าหลงใหล

“คุณค่าของอาหารทั้ง 4 จานนี้ ไม่ได้อยู่ที่ความอร่อยอย่างเดียวหรอกค่ะ มากกว่านั้นก็คือภูมิปัญญาคนไทยที่รู้จักคิดค้น รู้จักดัดแปลงนำสิ่งใกล้ตัว ของที่อยู่ตามไร่ปลายนา ของที่หลายคนอาจมองข้ามไป เอามาทำอาหารและอร่อยด้วยนะ มันก็เลยเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากๆ และควรรักษาเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้กินกันต่อ”

ครัวรังสิต อยู่กิโลเมตรที่ 9 ถนนรังสิตนครนายก โทร. 02-577-4141-9

 

 

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ รสเด็ดจากร้านขนมจีนเทวดา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 กันยายน 2557 เวลา 10:28 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1wkTLIP

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ รสเด็ดจากร้านขนมจีนเทวดา

โดย…ลีโอ เคน / ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

ขายดิบขายดีมากว่า 10 ปีแล้วสำหรับขนมจีนเทวดา สูตรจากหล่มสัก ที่เส้นขนมจีนเป็นเส้นสด แถมยังมีแกงให้เลือกอีกเยอแยะ ต่อยอดมาด้วยสเต๊ก ไก่ย่าง ส้มตำ ที่อร่อยทุกอย่าง

ล่าสุดวิฑรูย์ ทายาทคนเก่งเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรเด็ด ที่ได้สูตรมาจากคุณยายและคุณแม่ที่ทำให้กินมาตั้งแต่เป็นเด็ก ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าไม่น้อยหน้าถึงเวลานี้การันตีความอร่อยมาแล้ว 5 ปี มีให้เลือกทั้งต้มยำหมู และต้มยำไก่ รสชาติเด็ดดวงทั้งสองอย่าง ที่สำคัญบรรยากาศที่นั่งนั้นแสนจะสบาย

ถามถึงเคล็ดลับความอร่อย วิฑรูย์เล่าอย่างเสียงใสว่า ก๋วยเตี๋ยวจะให้อร่อยต้องอยู่ที่เครื่องปรุง อย่างพริกป่น และถั่วคั่วของร้านนี้คั่วและตำเองใหม่สดทุกวัน จึงทำให้สัมผัสถึงกลิ่นหอมไร้กลิ่นสาบมากวนใจ ที่น่าสนใจอีกประการเส้นเล็กของที่นี่จะเป็นเส้นจันท์ถ้าสั่งแห้งยำมากินจะให้ความรู้สึกเหมือนผัดไทยแต่รสชาติจัดจ้านกว่า

นอกจากจะได้ความนุ่มของเส้น ความหอมของพริกป่น และถั่วคั่วแล้ว ยังสัมผัสได้ถึงรสชาติของน้ำมะนาวสด เสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคราอีกเพียบ ทั้งหมูบดปรุงรส หนึบหนับสัมผัสได้ถึงรสชาติของเครื่องเทศ ตับชิ้นโต ตบท้ายด้วยไส้ ถ้าสั่งแห้งยังมีมะนาวฝานซีกมาให้ปรุงรส บอกตรงๆ ว่าอร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มกันทีเดียวล่ะครับ

ร้านนี้ตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมัน Susco ติดกับ Home Pro สาขาพระราม 2 เปิดขายทุกวัน (หยุดทุกวันอังคาร และพุธ สุดท้ายของทุกเดือน) ตั้งแต่เวลา 09.00 น.17.00 น. หาไม่เจอ โทร. 081-442-2334

 

 

บิ๊กซีย้ำผักผลไม้ปลอดภัย ตรวจสอบทุกขั้นตอน กันยายน 13, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 สิงหาคม 2557 เวลา 11:42 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vvST3z

บิ๊กซีย้ำผักผลไม้ปลอดภัย ตรวจสอบทุกขั้นตอน

หลังจากมีข่าวสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ที่วางจำหน่ายในท้องตลาด สร้างความตื่นตระหนกและระแวดระวังของผู้ซื้อมากขึ้น บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จึงออกมาตอกย้ำถึงกระบวนการคัดเลือกและตรวจสอบผักและผลไม้ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคถึงความปลอดภัยของสินค้าเกษตร

กุฎาธาร นาควิโรจน์ ที่ปรึกษาบริหาร ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ได้จัดเยี่ยมชมกระบวนการคัดเลือก การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพ และการเก็บรักษา และการขนส่งผักและผลไม้ที่ศูนย์กระจายสินค้าวังน้อย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเสริมความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับความปลอดภัยของผักและผลไม้

“บิ๊กซีดำเนินการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมากว่า 21 ปี ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัย สุขภาพ และความไว้ใจของผู้บริโภค จึงได้ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยทางกายภาพ เคมี และชีวภาพของผักผลไม้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการรับซื้อ การคัดเลือก การตีกลับ ไปจนถึงกระบวนการเก็บรักษา บรรจุภัณฑ์ และสุ่มตรวจที่ศูนย์กระจายสินค้าและสาขาของบิ๊กซีกว่า 400 สาขาทั่วประเทศ”

นอกจากนี้ บิ๊กซียังให้ความสำคัญกับการคัดเลือกเกษตรกรทั้งรายใหญ่และรายย่อยมาเป็นคู่ค้าอย่างรอบคอบ บนพื้นฐานของความปลอดภัยและมาตรฐานการเกษตรที่ดี โดยก่อนที่จะรับผลผลิตเข้ามาจำหน่าย บิ๊กซีจะตรวจสอบสถานที่ผลิต และกำหนดมาตรฐานสินค้าแต่ละรายการอย่างละเอียด รวมทั้งขอให้มีการส่งผลการตรวจสอบคุณภาพสินค้าจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองอยู่เป็นประจำ

จากนั้นผลผลิตที่ถูกนำมาส่งที่ศูนย์กระจายสินค้าจะถูกคัดเลือกและตรวจสอบตามมาตรฐานความปลอดภัยที่รัดกุม กระบวนการทั้งหมดถูกควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางและเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา (FPad) ซึ่งบิ๊กซีเป็นผู้ค้าปลีกรายแรกและรายเดียวที่ใช้เครื่องมือนี้ หากการตรวจสอบพบว่ามีการปนเปื้อนของสารตกค้างที่จะก่อให้เกิดอันตราย ระบบจะตีกลับสินค้าทั้งล็อตทันที ซึ่งระบบนี้ครอบคลุมทั้งสินค้าที่มีและไม่มีตราสัญลักษณ์ Q Mark”

การสุ่มตรวจผลผลิตทั้งที่ศูนย์กระจายสินค้าและที่สาขาจะสุ่มตรวจผลผลิตของคู่ค้าทุกรายเดือนละกว่า 660 รายการ ทำให้การตรวจสอบครอบคลุมสินค้าผักผลไม้ที่บิ๊กซีจำหน่ายกว่า 2,000 รายการอย่างทั่วถึง 100% และเพื่อเสริมความมั่นใจในความปลอดภัย บิ๊กซีได้เพิ่มความละเอียดของชุดตรวจสอบสารเคมี (Test Kit) ขึ้นอีกด้วย”

ที่ผ่านมา บิ๊กซีได้ร่วมกับกลุ่มผู้ผลิตและเกษตรกรดำเนินการผลิตสินค้าสด “วงจรคุณภาพบิ๊กซี” หรือ BQL ที่ควบคุมกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนตั้งแต่ฟาร์มจนถึงมือผู้บริโภค ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การใช้ระบบมาตรฐาน GAP/GMP การรับประกันความปลอดภัยจากการปนเปื้อน การคัดเลือกคุณภาพ การบรรจุหีบห่อและจำหน่าย เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าผลิตผลมีคุณภาพสูง สด สะอาด และปลอดสารพิษยาฆ่าแมลงสารปนเปื้อน 100% และยังสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จนถึงแหล่งผลิตได้ด้วย

 

 

ห้างเซ็นทรัล/เซน จัดรายการ “Beauty Galerie Presents Beauty Bonus” ช็อปสินค้าในบิวตี้ แกเลอรี ตามเงื่อนไข รับฟรีคูปองส่วนลดแทนเงินสด มูลค่าตั้งแต่ 200-5,000 บาท เมื่อช็อปด้วยบัตรเซ็นทรัล เครดิตคาร์ดรับสิทธิผ่อนชำระ 0.8% นานสูงสุด 10 เดือน วันนี้-28 ต.ค. 2557 ที่แผนกบิวตี้ แกเลอรี ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาและเซน

ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดแคมเปญบิ๊กในงาน “MBK Center Big Sale” มหกรรมลดราคาสินค้าครั้งยิ่งใหญ่สูงสุด 80% พร้อมร่วมสนุกกับความคุ้มค่า 3 BIG ได้แก่ BIG ที่ 1 เมื่อซื้อสินค้าภายในศูนย์รวมใบเสร็จครบทุก 2,000 บาท หรือเป็นสมาชิกบัตร MBK Center Card และมีใบเสร็จแค่ 1,000 บาท แลกรับฟรีกระเป๋า I Love MBK จำนวน 1 ใบ BIG ที่ 2 แสดงใบเสร็จมูลค่า 300 บาทขึ้นไป แลกรับบัตรกำนัล Swensen’s มูลค่า 100 บาท และ BIG ที่ 3 ลูกค้าที่มียอดการช็อปปิ้ง 2 หมื่นขึ้นไป ลุ้นรับทองคำหนัก 1 สลึง ตั้งแต่วันนี้-31 ส.ค.นี้

เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ยกขบวนร้านอาหารแบรนด์ดังดึงดูดนักชิมรสนิยมหรูในแคมเปญ “Exclusive Dining Privilege อิ่ม 1,000 รับ 120” พิเศษลูกค้าบัตรเซ็นทรัล เครดิตคาร์ดที่รับประทานอาหารครบ 1,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับเครดิตเงินคืน 120 บาท พร้อมรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 50% จากร้านอาหารที่ร่วมรายการตั้งแต่วันนี้-30 ก.ย. 2557 ทุกร้านอาหารที่ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

 

ซูรูฮะ ซูเปอร์ดรักสโตร์ อัดโปรโมชั่นต้อนรับฤดูฝน นำเสนอสินค้าคุณภาพยอดนิยม VS Sassoon 10in1 อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมแบบมืออาชีพ จากปกติราคา 4,470 เหลือเพียง 1,990 บาท เริ่มตั้งแต่วันนี้-7 ก.ย. 2557 ที่ร้านซูรูฮะ ซูเปอร์ดรักสโตร์ทุกสาขาทั่วประเทศ

 

เพาเวอร์บาย ยกกองทัพเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าไอทีหลากหลายแบรนด์ดัง จัดงาน เพาเวอร์บาย ซูเปอร์ เซลส์ กับโปรโมชั่นสุดคุ้ม พร้อมผ่อน 0% 18 เดือนทุกรุ่น ทั้งงานพิเศษรับคูปองเงินสด+แคชแบ็ก คืนสูงสุดกว่า 5 หมื่นบาท เมื่อซื้อสินค้าครบตามยอดที่กำหนด สมาชิก เดอะวัน การ์ด สุดคุ้มลดเพิ่ม 15% ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.-7 ก.ย. ที่ เพาเวอร์บาย ทุกสาขาทั่วประเทศ

 

บริษัท แอล เอ็ม อี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นและแอกเซสซอรี่สำเร็จรูปมากมาย อาทิ E.S.P.A.D.A Apparel and Accessories, ESP, Ep, F Fashion Apparel and Accessories, FOX, Von Dutch, Rock Express, LTD ฉลองครบรอบ 34 ปี จัดโปรโมชั่นช็อปจุใจ “แอล เอ็ม อี 34 ปี แอนนิเวอร์ซารี่” เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,000 บาท จ่ายเพียง 1,500 บาท และซื้อสินค้าครบ 4,000 บาท จ่ายเพียง 2,800 บาท ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.-7 ก.ย.ศกนี้เท่านั้น

 

โอเรียนทอล พริ้นเซส โซไซตี้ จัดโปรโมชั่นพิเศษแห่งปี เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท เลือกรับฟรี ผลิตภัณฑ์ Cleansing Foam หรือ Cleansing Gel 1 ชิ้น และนำคะแนนในบัตร OPS Gold Card และ OPS White Card มาแลกรับส่วนลดได้ตามเงื่อนไข รวมทั้งซื้อสินค้าครบ 500 บาท มีสิทธิลุ้นรางวัลส่วนลดสูงสุด 50% ถึง 15 ต.ค.นี้เท่านั้น

ศูนย์การค้า SQ1 สยามสแควร์ ชวนเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าโอท็อปในงาน “OTOP PLUS จากล้านนาสู่สยามสแควร์” ภายในงานจะได้พบกับผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาจากภาคเหนือ 17 จังหวัด ที่ผ่านการพัฒนาสู่ระดับประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 4-5 ประกอบไปด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม ผ้าเครื่องแต่งกาย ของใช้ของประดับและของตกแต่ง สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ฯลฯ พร้อมร่วมโหวตกับผลิตภัณฑ์โดนใจ ภายใต้ชื่อ “รางวัลมหาชนให้ไปต่อ” ตั้งแต่วันที่ 28-30 ส.ค.นี้

 

Travel Update

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 สิงหาคม 2557 เวลา 11:18 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1n735aS

โดย…ฤดูกาล

 

ตักบาตรขนมครก จ.สมุทรสงคราม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมุทรสงคราม จัดงานประเพณีทำบุญตักบาตรขนมครกชาวตำบลบางพรม ในวันจันทร์ที่ 1 ก.ย. 2557 เวลา 07.00-14.30 น. ณ วัดแก่นจันทร์เจริญ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม

ประเพณีทำบุญตักบาตรขนมครกจัดต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลากว่า 85 ปีแล้ว มีความเชื่อกันว่า “ขนม ครก” หรือ “ขนม คนรักกัน” นั้น เป็นขนมที่หอมหวานปรุงจากแป้งและกะทิ นำมาวางคว่ำหน้าซ้อนกันเป็นสัญลักษณ์ว่าจะได้ครองรักอยู่คู่กันตลอดไป เป็นการทำบุญอีกทางหนึ่งที่แตกต่างจากการทำบุญรูปแบบอื่นๆ สอบถาม ททท.สมุทรสงคราม โทร.034-752-8478

 

บัญดาราโฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ลดราคาในงานไทยเที่ยวไทย

โรงแรมในเครือบัญดาราโฮเทล แอนด์ รีสอร์ท มอบโปรโมชั่นห้องพักในงานไทยเที่ยวไทย วันที่ 4-7 ก.ย. 2557 ที่บูธ C047 และ C060 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทั้งที่บัญดารา ออน ซี ระยอง ราคาเริ่มต้น 1,800 บาท บัญดารา สวีท สีลม ราคาเริ่มต้น 2,500 บาท บัญดารา รีสอร์ท แอนด์ สปา สมุย 2 คืน ราคา 5,000 บาท และบัญดารา ภูเก็ต เริ่มต้นที่ 2,499 บาท สอบถามโทร.02-266-0505 หรือ www.bandaragroup.com

 

ฟินเว่อร์…เที่ยวท้าฝน แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แพร่ ชวนออกเดินทางท่องเที่ยวในฤดูกับโครงการ “ฟินเว่อร์…เที่ยวท้าฝน @ แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์” ตั้งแต่วันนี้-30 ก.ย. 2557

เส้นทางเที่ยวช่วงฤดูฝนใน จ.แพร่ เช่น บ้านนาตอง ต.ช่อแฮ ที่มีทิวทัศน์สวยงามท่ามกลางหุบเขาและเป็นที่ตั้งของพระธาตุเจดีย์ศรีนาตอง บ้านนาคูหา ต.สวนเขื่อน แหล่งกำเนิดของเตา (สาหร่ายน้ำจืด) และที่ตั้งของพระธาตุอินทร์แขวน มหาโพธิ์สัมฤทธิ์ ใน จ.น่าน เช่น โฮงเจ้าฟองคำ เรือนไม้เก่าอายุกว่า 200 ปี และเฮือนรถถีบ อ.เวียงสา ที่มีรถถีบโบราณนับร้อยคัน และ จ.อุตรดิตถ์ เช่น ทะเลสาบสุริยันจันทราเหนือเขื่อนสิริกิติ์ และหลวงพ่ออกแตกที่วัดบ้านแก่งใต้ สอบถาม ททท.แพร่ โทร.054-521-127 เว็บไซต์ www.easternlanna.org

 

หุบป่าตาด ตามหาสัตว์ประหลาดในป่าดึกดำบรรพ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 สิงหาคม 2557 เวลา 11:12 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1n71qCb

หุบป่าตาด ตามหาสัตว์ประหลาดในป่าดึกดำบรรพ์

โดย…แรมสองค่ำ

ถ้าหลอกว่าโลกนี้มีไดโนเสาร์อยู่ก็เชื่อ เมื่ออยู่ใน “หุบป่าตาด” ป่าดึกดำบรรพ์ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี หุบเขาที่เต็มไปด้วยต้นตาด หรือต๋าว หรือชก หรือคนระนองเรียกกาฉก พืชในตระกูลปาล์มอายุดึกดำบรรพ์

หุบป่าตาดถูกค้นพบโดยพระครูสันติธรรมโกศล เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง ปัจจุบันได้สร้างเส้นทางเดินสำรวจธรรมชาติเจาะทะลุภูเขาเข้าไปยังหุบ โดยแบ่งเป็น 4 โซน ได้แก่ อุโมงค์ถ้ำมืด หุบป่าตาด หินงอกหินย้อย และต้นไม้บนหิน

 

เริ่มจากทางบันไดขึ้นเขา จุดเริ่มต้นของป่าไม้เขียวชอุ่มมีลักษณะเป็นป่าเขตร้อนชื้นขึ้นรกตั้งแต่ขั้นแรกจรดบันไดขั้นสุดท้ายไปสิ้นสุดที่ปากถ้ำ ถ้ำนี้มนุษย์เป็นคนเจาะเข้าไปเพื่อเชื่อมต่อไปยังหุบป่าตาดที่อยู่เบื้องล่าง ภายในมืดสนิทมีฝูงค้างคาวอาศัย ถ้ำมีขนาดใหญ่แต่ไม่ลึก ใช้เวลาเดินไม่ถึงนาทีก็เห็นแสงสว่างที่ปลายทาง เมื่อพ้นออกมาก็จะถึงจุดที่เรียกว่า “หุบป่าตาด” บริเวณที่พืชพันธุ์เปลี่ยนไปเหมือนเราได้เดินย้อนเวลากลับสู่ยุคดึกดำบรรพ์

ต้นตาดใบใหญ่ปกคลุมทั้งหุบจนไม่เห็นทางเดิน ดูคล้ายกับว่าที่นี่ถูกทอดทิ้งจนลืมกาลเวลา ต้นตาดเติบโตได้ดีในสภาวะเช่นนี้ คือมีอากาศเย็นชื้นและแสงแดดน้อย ยกเว้นตอนกลางวันตะวันตรงกบาลแดดจะส่องลงมายังหุบ ถ้าคล้อยบ่ายไปแล้วภูเขาสูงที่ล้อมอยู่นั้นจะไม่อนุญาตให้แสงส่องมา

 

ทางเดินภายในหุบคดเคี้ยวและวนเป็นวงกลม พาไปเจอหินงอกหินย้อนหรืออุโมงค์เขาที่คล้ายประตูผ่านไปยังอีกป่าที่มีต้นไม้บนหินและเลียงผา เป็นอีกเส้นทางที่มีต้นตาดหนาแน่นเช่นกัน จากนั้นขากลับก็ย้อนผ่านอุโมงค์เดิมและอ้อมหุบป่าตาดไปอีกทาง จากนั้นเดินขึ้นบันไดกลับมายังถ้ำ บอกลาค้างคาว และลงเขากลับสู่ปัจจุบัน

นอกจากนี้ อีกหนึ่งภารกิจนอกเหนือจากการเดินสำรวจธรรมชาติคือการตามหา “กิ้งกือมังกรสีชมพู” ลักษณะของมันมีหนามแหลมคล้ายมังกร ทั้งตัวเป็นสีชมพูสด สามารถปล่อยสารพิษจำพวกไซยาไนด์จากต่อมข้างลำตัว แต่ก็มีปริมาณน้อยเกินกว่าที่จะเป็นอันตรายต่อคน กิ้งกือมังกรสีชมพู ถือเป็นกิ้งกือชนิดใหม่ของโลกในปี 2550 โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Desmoxytes Purpurosea พบได้เฉพาะในประเทศไทยและหุบป่าตาดก็เป็นหนึ่งในจุดที่ค้นพบ ซึ่งพบบ่อยในช่วงฤดูฝน

 

นอกจาก อ.ลานสัก จะมีผืนป่าห้วยขาแข้งแล้ว ยังมีหุบป่าตาดเป็นป่าอีกผืนที่แม้จะไม่ยิ่งใหญ่แต่มีเอกลักษณ์และมีความน่าสนใจทางพฤกษวิทยา อีกทั้งเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ลบภาพการเดินป่าแบบขาลากไปหมดสิ้น พิสูจน์มาแล้วกับตัวเองและสองตา ภาพคุณยายจูงหลานเดินป่าช่างเฮฮาเหลือเกิน

หุบป่าตาดอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี

ค่าธรรมเนียม เด็ก นักเรียน นักศึกษา 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ผู้สูงอายุเข้าฟรี ส่วนชาวต่างชาติเก็บ 10 เท่า หรือเด็ก 100 บาท และผู้ใหญ่ 200 บาท

 

 

ที่พัก 2 ทวีป ‘เพ ลา เพลิน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 สิงหาคม 2557 เวลา 11:06 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vvNbPf

ที่พัก 2 ทวีป ‘เพ ลา เพลิน’

โดย…นิทรา ราตรี

กำลังมาแรงกับ “เพ ลา เพลิน” สถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นแห่งใหม่ในบุรีรัมย์ ที่มีทั้งอุทยานไม้ดอก แอดเวนเจอร์แคมป์ และรีสอร์ท แต่จุดที่น่าสนใจสำหรับผู้ค้างแรมน่าจะเป็น “เพ ลา เพลิน บูติก รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ แคมป์” สถานที่พักผ่อนสไตล์ใหม่ที่ได้นำเอกลักษณ์ของ 20 ประเทศ รวมไว้ในแห่งเดียว

รีสอร์ทมีห้องพักทั้งหมด 20 ห้อง แบ่งเป็น 2 โซน คือ ชั้นล่างโซนเอเชีย จำนวน 10 ห้อง แต่ละห้องตกแต่งต่างกัน ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย และอินเดีย และชั้นบนโซนยุโรป จำนวน 10 ห้อง ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน สวีเดน เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก กรีซ เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ เกือบทุกห้องมีขนาดเท่ากัน ยกเว้นบางห้อง อย่างห้องอังกฤษที่ใหญ่กว่าและมีพื้นที่นั่งเล่นอยู่กลางห้อง ส่วนการตกแต่งนั้นจะต่างกัน โดยนำเอกลักษณ์ของประเทศนั้นๆ มาเล่น เช่น ภาพวาดหอเอนปิซาที่อิตาลี โมเดลหอไอเฟลที่ฝรั่งเศส รวมถึงสีผนังห้องก็ต่างกัน ผู้เข้าพักสามารถเลือกได้ว่าต้องการพักห้องสไตล์ใด และทำให้ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อมาพักซ้ำ

บริเวณเดียวกับรีสอร์ทคือส่วนของแอดเวนเจอร์แคมป์ มีฐานกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามัคคี ที่นี่จึงเหมาะกับกลุ่มลูกค้าอีกประเภทอย่างกลุ่มประชุมสัมมนาและกลุ่มนักเรียนสำหรับเข้าค่ายและทัศนศึกษา ซึ่งทางรีสอร์ทมีโรงนอนหรือห้องนอนรวมแบบเตียงสองชั้นให้บริการได้

เพ ลา เพลิน รีสอร์ท เปิดมาได้ราว 2 ปี แต่สร้างสีสันให้บุรีรัมย์ได้ไม่รู้เบื่อ ไม่ว่าจะเป็นอุทยานดอกไม้ที่สลับหมุนเวียนไปตามฤดูกาล กิจกรรมผจญภัย และห้องพัก 20 สไตล์ ที่ชวนให้มาพักสัก 20 ครั้ง ถึงจะเก็บครบทุกประสบการณ์

Price : ห้องพักราคา 1,500 บาท รวมอาหารเช้าและค่าเข้าชมอุทยานดอกไม้ หากเพิ่มกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ราคา 1,750 บาท

Place : เลขที่ 252 ถนนคูเมืองพุทไธสง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ โทร. 087-799-4936, 087-798-1039 เว็บไซต์ www.playlaploen.com

Promotion : –

 

เส้นเรื่องไทยเขมร บนทางปราสาทหิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 สิงหาคม 2557 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vvLSzH

เส้นเรื่องไทยเขมร บนทางปราสาทหิน

โดย…กาญจน์ อายุ

จุดเริ่มต้นของเรื่องอยู่ที่โคราช ลากยาวไปบุรีรัมย์ ผ่านช่องจอมและสะงำ สู่นครวัดกัมพูชา เรื่องราวถูกผูกด้วยถนนสายปราสาทหินระหว่างอีสานใต้จนถึงเขมร เป็นการเดินทางท่ามกลางวัฒนธรรมเขมรโบราณที่สามารถละเลียดได้บนสี่ล้อคู่ใจ

ปราสาทหินพิมาย

ปราสาทหินพิมาย ตั้งอยู่ใน อ.พิมาย ห่างจากตัวนครราชสีมาประมาณ 60 กม. เป็นศาสนสถานในพุทธศาสนานิกายมหายาน มีหลักฐานเป็นรูปเคารพ “กมรเตงชคตเสนาบดีไตรโลกยวิชัย” สมัย พ.ศ. 1651 ที่ทำให้เชื่อว่าปราสาทหินพิมายมีมาตั้งแต่ยุคอาณาจักรเขมรโบราณ

 

ศูนย์กลางปราสาทอยู่ที่ “ปราสาทประธาน” สร้างด้วยหินทรายสีขาวหันหน้าไปทางทิศใต้ ซึ่งแตกต่างจากศาสนสถานขอมอื่นๆ ที่มักหันหน้าไปทางทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าเพื่อให้รับกับเส้นทางที่ตัดมาจากเมืองยโศธรปุระ เมืองหลวงของอาณาจักรเขมร ที่เข้าสู่เมืองพิมายทางทิศใต้ ส่วนของเรือนชั้นซ้อนสร้างขึ้นตามลักษณะอาคารทรงวิมาน ทำให้มีนักวิชาการบางท่านเสนอว่า รูปแบบของเรือนชั้นซ้อนของปราสาทพิมายเป็นแม่แบบให้กับปราสาทนครวัดในประเทศกัมพูชา

ปราสาทเมืองต่ำ

จากโคราชมายังบุรีรัมย์ระยะทาง 124 กม. แต่ยังไม่พ้นเขตอาณาจักรเขมรโบราณ บุรีรัมย์มีปราสาทหินที่สำคัญ 2 แห่ง คือ ปราสาทเมืองต่ำและปราสาทหินพนมรุ้ง

 

ปราสาทเมืองต่ำมีลักษณะเป็นศิลปะขอมบาปวน มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 สร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู โดยสืบจากหลักฐานภาพสลักเทพเจ้าของฮินดูจำนวนมาก ส่วนสำคัญอยู่ที่กลุ่มปราสาทอิฐ 5 องค์ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน ใช้เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพและประกอบพิธีบวงสรวงเทพเจ้า

ส่วนปราสาทหินพนมรุ้ง รูปแบบงานศิลปกรรมส่วนใหญ่สร้างขึ้นในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 17 ตรงกับศิลปะแบบนครวัด สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะเทพเจ้าในศาสนาฮินดู และทุกปีจะมีประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งเพื่อชมพระอาทิตย์ตกลอด 15 ช่องประตู ซึ่งจะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 8-10 ก.ย. 2557

 

ช่องจอม จุดเชื่อมสองแผ่นดิน

เส้นทางสายปราสาทหินจะไม่สิ้นสุดถ้ายังไม่ถึงปราสาทนครวัด เมืองพระนคร จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ซึ่งสามารถเดินทางโดยรถยนต์ผ่านชายแดนไทยได้ 2 ช่อง ได้แก่ ช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ

ด่านชายแดนช่องจอมคึกคักไปด้วยคนกัมพูชาที่เข้ามาค้าขายและคนไทยที่ข้ามแดนไปเสี่ยงโชคในกาสิโน ระยะทางจากด่านไปยังนครวัดประมาณ 170 กม. ตลอดเส้นทางเป็นถนนลาดยางเกือบทั้งหมด หมายความว่าคนไทยสามารถไปเที่ยวนครวัดแบบไปเช้าเย็นกลับได้สบายๆ โดยใช้แค่พาสปอร์ต ไม่ต้องทำวีซ่า และสามารถละเลียดปราสาทหินได้นาน เพราะด่านเปิดให้บริการตั้งแต่ 07.00-22.00 น.

 

เช่นเดียวกับด่านช่องสะงำ ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังนครวัดได้ด้วยระยะทาง 138 กม. นอกจากนี้ไม่ไกลจากด่านสามารถไปเที่ยวผามออีแดง จุดชมปราสาทเขาพระวิหารได้จากฝั่งไทย ชมภาพแกะสลักหินนูนต่ำ และวัดป่ามหาเจดีย์แก้ว หรือวัดล้านขวดแห่งแรกของไทย

เส้นทางสายนี้มี “สตอรี่ไลน์” ชูเกียรติ โพธิโต ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ กล่าวไว้ คือมีจุดเริ่มต้นที่โคราช ร่ายเรื่องผ่านบุรีรัมย์ และไปจบบริบูรณ์ที่กัมพูชา โดยมีปราสาทหินและวัฒนธรรมเขมรเป็นจุดเชื่อมให้เป็นเรื่องเดียวกัน ปะติดปะต่อสองประเทศที่ไม่ใช่เป็นเพียงเพื่อนบ้าน แต่ยังเคยเป็นบ้านเดียวกันมาแต่โบราณ

 

 

 

 

 

 

กล้วยไม้หายากศาลายา บานสะพรั่งกลางศูนย์การค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 สิงหาคม 2557 เวลา 09:40 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1pvPo9W

กล้วยไม้หายากศาลายา บานสะพรั่งกลางศูนย์การค้า

โดย…ปอย ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

“อ.ศาลายา จ.นครปฐม เป็นพื้นที่ปลูกกล้วยไม้ใหญ่ที่สุดในโลกนะครับ!!!…” เกษตรกรเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้ “มานะออร์คิด” เอกณัฏฐ์ คูเจริญชัยมานที บอกในสิ่งที่หลายๆ คนไม่เคยรู้ แล้วความที่เป็นพืชเศรษฐกิจของดีของเด่นที่นี่ ทำให้การมาเยือนของ “เซ็นทรัล พลาซา ศาลายา” จึงเลือกจัดพิธีเปิดยิ่งใหญ่ในธีม Symphony Orchidstra ต้อนรับนักช็อปปิ้งชาวนครปฐมให้ร่วมชื่นชมความสวยงามของดอกกล้วยไม้หลากสายพันธุ์ ด้วยอุโมงค์กล้วยไม้ The Splendid Orchid Tunnel ตั้งแต่ประตูทางเข้าศูนย์การค้าสร้างสรรค์บรรยากาศสวนกล้วยไม้สุดอลังการ ไฮไลต์โชว์ความงาม “หวายกุลนาถ กรีนแซฟไฟน์” กล้วยไม้ลูกผสม 3 สี ใน 1 ดอก เกิดจากการนำกล้วยไม้พันธุ์หวายหลายชนิดมาผสมพันธุ์ให้เกิดสีสันใหม่ โดยจุดเด่นของกล้วยไม้ชนิดนี้คือ สามารถให้สีได้ถึง 3 สีภายในดอกเดียว ได้แก่ เขียว ขาว และม่วง พร้อมพัฒนาสายพันธุ์ให้ดอกมีความทนทาน สามารถบานอยู่บนต้นได้นานถึง 1 เดือน

ส่วนดอกนี้โชว์เปิดตัวครั้งแรกที่นี่! กล้วยไม้หวายทรงฟาแลนด์ “หวายดีวรรณ พิงค์ บัตเตอร์ฟลาย” จุดเด่นของกล้วยไม้ชนิดนี้ เกษตรกรพัฒนาสายพันธุ์หวายพื้นเมืองให้มีลักษณะก้านช่อดอกใหญ่และแข็งแรง ทำให้จัดแต่งช่อดอกได้สวยก้านโค้งได้เหมือนกับกล้วยไม้ฟาแลนนอฟซิส ซึ่งไม่มีกล้วยไม้หวายชนิดใดก้านโน้มสวยได้เช่นนี้ หาชมได้ที่สวนของผู้พัฒนาสายพันธุ์นี้ใน จ.นครปฐม เท่านั้น ที่สำคัญก็ยังไม่ได้ทำการปล่อยออกสู่ตลาด จึงหาชมไม่ได้ทั่วไป

 

ดอกโชว์ความบิ๊กไม่กลัวใคร “หวายศาลายา เรด จัมโบ้” เกิดจากการนำลักษณะเด่นของกล้วยไม้หวายหลายชนิดมาผสมพัฒนาสายพันธุ์กลีบดอกให้สีเข้มจัด จนกลายเป็นหวายดอกยักษ์และมีขนาดใหญ่กว่ากล้วยไม้หวายทั่วไป 3 เท่า หรือกล้วยไม้กลีบหน้าตาแปลกแต่ก็น่ารัก “นางอั้วตีนกบปากฝอย” เป็นกล้วยไม้ดินจุดเด่นอยู่ที่ลักษณะของดอกคล้ายนกกำลังบิน เป็นกล้วยไม้อีกหนึ่งชนิดที่หาชมได้ยากมาก เนื่องจากออกดอกเพียงแค่ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงย่างเข้าฤดูฝน ใครพลาดชมปีนี้ก็ต้องรอลุ้นอีกครั้งในปีหน้า

ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ถึง 1.8 แสน ตร.ม. บนที่ดินกว่า 70 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 3,900 ล้านบาท กับการก้าวออกมาปักหลักตามรอบปริมณฑลที่มีการขยายตัวของเมืองและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง การสร้างสรรค์ศูนย์การค้าแห่งที่ 25 ของซีพีเอ็นในรูปแบบไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์สุดอลังการโครงการนี้ วางตัวเป็นศูนย์การชุมชนเปิดโอกาสให้เกษตรกรเดินเข้าห้างร่วมกันครีเอทพื้นที่ของชาวนครปฐมได้อย่างอลังการงดงาม

 

เกษตรเดินเข้าห้าง

มาเที่ยวห้างใหม่แกะกล่องในวันนี้ ก็เลยได้พบปะแลกเปลี่ยนพูดคุยกับเกษตรกรไทยยุคติดต่อกันด้วยสมาร์ทโฟน เกษตรกรเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้ “มานะออร์คิด” เอกณัฏฐ์ คูเจริญชัยมานที คือเจ้าของสวนกล้วยไม้ 200 ไร่ ผู้วิจัยและเพาะพันธุ์กล้วยไม้ลูกผสม “หวายกุลนาถ กรีนแซฟไฟน์” “หวายศาลายา เรด จัมโบ้” และที่สุดของความภาคภูมิใจกล้วยไม้หวายทรงฟาแลนด์ “หวายดีวรรณ พิงค์ บัตเตอร์ฟลาย”

“อดทนทำ อดทนรอคอย” คือมอตโตของเกษตรกรสวนกล้วยไม้ ผู้เริ่มต้นจากที่ดิน 1 ไร่ในปี 2532 จนกลายเป็นเจ้าของที่ดิน 200 ไร่ ในระยะเวลาเพียง 25 ปี เอกณัฏฐ์ บอกว่า โชคดีที่ได้เรียนรู้งานวิจัยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้กระทรวงเกษตรฯ และพัฒนากล้วยไม้พันธุ์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

“ผมเรียนจบแค่ มศ.5 เรียนรามคำแหงไม่จบ เพราะออกมาทำสวนก่อน ผมเป็นเกษตรกรที่มีจิตวิญญาณคนปลูกต้นไม้ แต่แนวคิดชาวสวนยุคใหม่ก็ต้องเป็นนักธุรกิจด้วย ที่ต้องหาช่องทางขายผลผลิตให้ได้ด้วย จึงจะประสบความสำเร็จนะครับ” เอกณัฏฐ์ เริ่มต้นสนทนาดูมีมาดเสี่ยนักธุรกิจ ซึ่งเมื่อถามถึงรายได้ต่อปีสำหรับเจ้าของฟาร์มขนาด 200 ไร่ รายได้เฉลี่ยปีละ 2030 ล้านบาทคือคำตอบ

เอกณัฏฐ์ อธิบายด้วยภาษากล้วยไม้เกี่ยวกับดอกที่นำมาโชว์คราวนี้ “กล้วยไม้มีปาก มีหู รูปดอกดูแล้วเหมือนใบหน้าคนนะครับ หวายกุลนาถ กรีนแซฟไฟน์ มี 3 สี ผสมจาก 3 สายพันธุ์ หวายสีขาว เขียว ก็จะได้สีใหม่คือดอกสีเขียวอ่อนๆ แล้วจึงนำดอกที่ได้ชุดนี้มาผสมใหม่อีกครั้งกับพันธุ์ปากสีม่วง เราต้องคิดทำในสิ่งที่คนอื่นทำได้ยาก ผมยกตัวอย่างกล้วยไม้หวายดีวรรณ พิงค์ บัตเตอร์ฟลาย เป็นผลงานจากฟาร์มของผมที่ปรับปรุงพันธุ์จากความสวยโดดเด่นของกล้วยไม้ฟาแลนนอฟซิส ที่ช่อก้านโค้งสวยอ่อนหวาน ต้นไม้แต่ละต้นผมก็เปรียบเหมือนคนที่มีบุคลิกแตกต่างกันนะครับ หวายช่อตั้งดูแข็งแรง แต่ก็แพ้ฟาแลนที่ดูอ่อนหวานก้านโค้งเอน จะให้หวายของเราโค้งแบบเขาก็ต้องใช้ลวดดัดก็จะดูไม่สวย โจทย์ใหม่จึงต้องคิดค้นต้นมีก้านโค้งงอโดยธรรมชาติ

“ดอกใหญ่ๆ จัมโบ้ทำยากมาก การหาพันธุ์ไม้มาผสมให้ได้ดอกใหม่ขนาดใหญ่กว่าเดิมยากมากครับ การประสบความสำเร็จเฉลี่ย 1 ในหมื่น หรือดอกที่สวยมากๆ หายากถึง 1 ในแสนก็มีนะครับที่จะผสมได้เกสรดอกกล้วยไม้ดี แต่ไม่ถึงทางตันถ้าเราอยากหา 5 ต้นในหมื่น ในแสนต้นนั้นได้อย่างไร ก็มีความละเอียดในงานและดวงครับ คนต้องมีดวงเฮงด้วยนะครับ” เอกณัฏฐ์ เกษตรกรท้องถิ่น จ.นครปฐม บอกแย้มยิ้มสดชื่นกับผลงานกล้วยไม้หาชมยากที่ได้เข้ามาโชว์ความงามในห้างใหญ่ ให้คนรักกล้วยไม้พากันตื่นเต้นไปตามๆ กัน

 

เกษตรกร (ยังอยู่) นอกห้าง

จากริมถนนตลาดนัดทุกวันจันทร์และวันอังคารที่สนามหลวง 2 ชัยรัตน์ แพทย์จรัส เจ้าของสวนไม้ดอกและไม้มงคล “บ้านสวนอาจารย์ชัยรัตน์” ก็มาเข้าร่วมเปิดร้านค้าชั่วคราวในวันเปิดห้างใหม่โอกาสนี้ด้วย ไม้ดอกไม้ประดับต้นเล็กต้นน้อยทั้งไม้ด่าง ไม้ประดับทั่วไป หน้าวัว แก้วกาญจนา มีให้คนรักต้นไม้เล็กๆ ได้ซื้อหากลับบ้าน และเพื่อนเกษตรกรรุ่นน้องที่ค้าขายกล้วยไม้ทั้งทางหน้าร้านและขายทางออนไลน์ ปรัชญา พุทธิวรพงศ์ ก็มาออกร้านขายกล้วยไม้บานสะพรั่งรอบๆ ห้างเซ็นทรัล ศาลายา

“ผมไม่ใช่ชาวนครปฐม แต่มีที่ดินแค่ 4 ไร่ ผมเป็นครู พอเออร์ลี่รีไทร์ก็มาซื้อที่ดินทำสวนเล็กๆ น้อยๆ ที่ ต.หนองนกไข่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร แต่ก็จัดว่าเป็นคนแถวๆ นี้นะครับ ชาวสวนดอกไม้ที่นี่มีพ่อค้าจีนก็มาสั่งซื้อเหมือนกัน แต่ก็เป็นการค้าขายกันเองแบบบ้านๆ ไม่ได้ผ่านกระทรวงพาณิชย์อะไร เกษตรกรช่วงนี้ไม่รวยหรอกครับ แค่ประคองตัวไปได้ เพราะคู่ค้าประเทศอินโดนีเซีย สิงคโปร์ เริ่มมาค้าขายประปรายและค่อยๆ หายไป คู่แข่งอาเซียนก็เพิ่มขึ้น ทั้งเวียดนาม แล้วตอนที่เพาะเมล็ดอโกลนีมาผลิตไม้ใบที่ชื่อแก้วกาญจนาออกมาได้ใหม่ๆ ได้ราคาต้นละ 3.5 หมื่นบาท แต่พอมีการขยายพันธุ์ด้วยการปั่นเนื้อเยื่อได้ต้นไม้จำนวนมากๆ ดีมานด์ก็ตกไปกับซับพลาย เกษตรกรสมัยนี้ต้องบูรณาการผสมผสานดอกไม้หลากหลายชนิดไว้ให้ได้ในสวนของเรา ใครทำไม่คุ้นทุนก็เลิกราไปหลายรายแล้วครับ” ชัยรัตน์ ข้าราชครูที่เกษียณมาเป็นชาวสวน บอกวันนี้มาค้าขายกับเพื่อนรุ่นน้องเจ้าของสวนกล้วยไม้ “วิทย์ออร์คิด” ปรัชญา บอกว่ามีสวนดอกไม้ 5 ไร่ ที่วัดกลางคูเวียง อ.นครชัยศรี ปลูกขายทั้งทางออนไลน์และส่งออกไปขายถึงเวียดนามที่เป็นตลาดใหญ่กล้วยไม้ไทย

 

“ไทยส่งออกกล้วยไม้อันดับ 1 ไต้หวัน อันดับ 2 และสิงคโปร์ กล้วยไม้ไทยตระกูลหวายเอื้องสาย หวายหูกระต่าย หรือกล้วยไม้มีกลิ่นหอมแบบกุหลาบ ปลูกได้เท่าไรทางเวียดนามก็รับซื้อหมดนะครับ คู่แข่งของเราคือไต้หวันที่คิดค้นฟาแลนสีสันใหม่ๆ สิงคโปร์ ก็มีเทคโนโลยีคิดพันธุ์ใหม่โดยเฉพาะตระกูลหวายเกลียว เขาเก่งมาก เกษตรกรเขาปลูกบนที่ดินแค่ 23 ไร่ แต่ขายแพงเพราะสามารถคิดต้นแม่พันธุ์ใหม่ๆ ขายได้ราคาดีๆ เดือนหนึ่งรายได้เขาเป็นล้านบาท แต่ผมมี 5 ไร่ ได้กำไรเต็มที่ก็เดือนละ 56 หมื่นบาท ผมจึงพยายามคิดพันธุ์ใหม่ของตัวเอง แต่ก็ยังไม่สำเร็จ (บอกพร้อมรอยยิ้ม) ผมฝันอยากทำกล้วยไม้จิ๋วๆ เล็กๆ กล้วยไม้มีหลายสกุลและแตกแขนงข้ามสายพันธุ์ได้ด้วย ความสนุกท้าทายก็อยู่ตรงนี้ครับ” ปรัชญา บอก

เพื่อนรุ่นพี่เจ้าของสวนไม้ประดับแก้วกาญจนา ชัยรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายไว้น่าฟัง “อาชีพเกษตรกรไม่ใช่ของยากเลยนะครับ ยิ่งถ้ามีความรู้ในเรื่องบูรณาการรู้วิธีการลดต้นทุนใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ลดต้นทุนได้ครึ่งต่อครึ่ง ผมคำนวณมีที่ดิน 10 ไร่ ทำนาโดยรัฐบาลประกันราคา 1.5 หมื่นบาท เวลา 4 เดือนเก็บเกี่ยวได้เงินเฉลี่ยแล้วเดือนละ 3 หมื่นกว่าบาท ก็ไม่จำเป็นต้องให้ลูกหลานไปทำงานโรงงานหรอกนะครับ แต่เรายังขาดผู้สนับสนุน เช่น วันนี้ขายได้ทั้งวันได้ร้อยกว่าบาท ไม่มีคนเดินออกไปซื้อดอกไม้นอกห้าง เพราะแดดร้อนมากๆ คนอยู่ในห้างเย็นๆ ไม่มีใครอยากเดินออกไปห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อต้นไม้ที่อยู่ห่างจากประตูห้างกว่า 100 เมตร วันนี้ใครๆ ก็รักต้นไม้ ปลูกไม้ดอกไม้ประดับเล็กๆ ตั้งแต่หลักสิบหลักร้อยไปจนถึงหลักพันก็มีกันทุกบ้าน ถ้าพ่อค้าแม่ขายได้เข้าไปขายในห้างผมเชื่อว่าเกษตรกรไทยจะแฮปปี้ขึ้น ปีหน้าถ้าได้เข้าไปขายในห้างก็มีความสุขร่มเย็นอยู่ในห้องแอร์ทั้งคนซื้อคนขาย ผมอยาก (บ่น) ฝากไว้เป็นประสบการณ์ไว้แก้ไขปัญหากันปีหน้าให้ดีกว่านี้นะครับ” ชัยรัตน์ กล่าวฝากเจ้าของพื้นที่ห้างโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ คราวหน้าเกษตรกรเจ้าถิ่นก็หวังว่าจัดใหม่ให้แฮปปี้กันถ้วนหน้า

 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,100 other followers

%d bloggers like this: