ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

เคสสตัดดี้

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มกราคม 2558 เวลา 17:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/กิน-เที่ยว/340329/เคสสตัดดี้

เคสสตัดดี้

เคสสตัดดี้ (Case Study) คาเฟ่เล็กๆ ที่มีจุดเริ่มต้นจาก 3 หนุ่มกับหนึ่งสาว ที่เป็นเพื่อนสถาปนิกที่เรียนจบมาด้วยกัน และรักกาแฟเหมือนกัน จึงมาร่วมกันลงขันมาเปิดคาเฟ่แห่งนี้

จะว่าไปแล้วคาเฟ่นี้ก็เหมือนเป็นสนามทดลองของพวกเขา แต่ว่าความตั้งใจนั้นเปี่ยมล้นกันทีเดียว เพราะทุกคนต่างไปเรียนรู้เรื่องกาแฟแบบครบทุกขั้นตอนกันทุกคนก่อนจะได้ฤกษ์มาเปิดไม่ถึงปี

จุดเด่นอีกประการนอกจากกาแฟรสเข้มข้น นั่นคือเมนูสไตล์โฮมเมดที่ล้วนมาจากเมนูที่คุณพ่อคุณแม่ของแต่ละบ้านทำให้กินแล้วติดใจ จึงร่วมใจกันมาถ่ายทอดให้กับลูกค้าที่ร้าน

การตกแต่งก็สมเป็นหนุ่มสาวสถาปนิก เพราะทั้งโต๊ะ เก้าอี้ และการจัดวางล้วนลงตัว มีความเท่อยู่ในที โดยรวมเป็นสไตล์โมเดิร์นอินดัสเทรียล โชว์เด่นด้วยเหล็กสีดำ และโชว์งานไม้ สอดรับกับสีเทาของเบาะนั่ง และพนักอิฐแหมช่างลงตัวแบบพอเหมาะพอดีเสมือนนั่งชิลอยู่บ้านเพื่อน

ส่วนใครที่มาเป็นกลุ่ม ขอเชิญบนชั้นลอยแอบมีโต๊ะยาวโชว์หราน่านั่ง และมองเห็นบรรยากาศด้านร้าน และลีลาการชงกาแฟของบาริสต้าแบบเต็มตา

อย่างที่บอกไว้เมนูอาหารที่นี่เป็นสไตล์โฮมเมดที่หากินได้ไม่ง่ายนัก แบบอาหารจานเดียว ทั้งสปาเกตตี แซลมอนสลัด ข้าวหน้าหมูสับพร้อมไข่ต้ม

มื้อนี้เริ่มต้นเบาๆ กับ Smoked Salmon Salad สลัดผัดเดรสซิ่งด้วยฮันนี่บัลซามิก โรยหน้าด้วยไข่กุ้ง และสโมคแซลมอน รสชาติโดดเด่นและกลมกล่อมด้วยด้วยเดรสซิ่งที่เป็นฮันนี่บัลซามิกที่ให้กลิ่นหอม กลายเป็นความอร่อยที่ลงตัว

ต่อด้วย Pan-Seared Salmon Fillet แซลมอนจากนอร์เวย์จี่กระทะสุกแบบพอดี เป็นเมนูคล้ายกับอาหารญี่ปุ่น เสิร์ฟกับผักสลัด และมะเขือเทศย่าง เดรซซิ่งด้วยบัลซามิกเข้มข้น รสชาติค่อนข้างคลีนๆ
ไม่หนักมากเมนูเบาๆ

 

ตบท้ายด้วย Rosted Pork Bones Inmarinated Garlic Sauce ข้าวกระดูกหมูอ่อนหมัก ผัดกับซอสกระเทียม เมนูเด่นของที่บ้านเพื่อน นำหมูติดกระดูกอ่อนหมักซอสแล้วนำไปตุ๋น ก่อนนำมาทอดกับซอสกระเทียม กรอบๆ นุ่มๆ กินได้ทั้งชิ้น เป็นความอร่อยที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

มาถึงเมนูเครื่องดื่มที่นี่มี Espressoman คอยดูแลด้านกาแฟและเครื่องดื่มเรียกความสดชื่นอื่นๆ ให้เรียกหาวันนี้เราได้ Casepresso เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ด้วยการนำเอาไซรัปมาผสมกับกาแฟ ถือเป็นตัวที่ตอบโจทย์ไม่เบาทีเดียว นั่นคือการใช้บัตเตอร์สกอตกับวานิลลามาผสมกับกาแฟ จนได้กลิ่นหอมของเนยบัตเตอร์สกอตและวานิลลาแบบฟุ้งๆ ละมุนๆ

ตบท้ายด้วยเมนูที่เพิ่มเติมลงมาสำหรับคนที่ชอบลิ้มลองของแปลกใหม่ Choco Berry ช็อกโกแลตเข้มข้น เคียงคู่มาด้วยซอสสตรอเบอร์รี่ที่ทางร้านทำเองแล้วนำไปปั่น สัมผัสแรกจะรับรู้ว่าได้กินช็อกโกแลตแท่งที่สอดไส้ด้วยสตรอเบอร์รี่ สดชื่นจนอยากเรียกหาอีกสักแก้ว

เคสสตัดดี้ ตั้งอยู่ที่ ซอยสุขุมวิท 21 (อโศก) ตรงข้ามกับโรงพยาบาลจักษุ รัตนิน เปิดบริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-20.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.30-19.30 น. โทร. 08-6001-7000 และ 08-6002-8000

 

 

 

 

มีนาคม 3, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ดื่มอารมณ์อบอุ่นในสไตล์ ดิ ออฟฟิศคาเฟ่

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มกราคม 2558 เวลา 17:15 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/กิน-เที่ยว/ร้านอาหาร/340327/ดื่มอารมณ์อบอุ่นในสไตล์-ดิ-ออฟฟิศคาเฟ่

ดื่มอารมณ์อบอุ่นในสไตล์ ดิ ออฟฟิศคาเฟ่

โดย…พงศ์ พริบไหว

มันเริ่มมาจากเมื่อสถาปนิกคนหนึ่งได้สบตากับสถานที่แห่งนี้ ก็เกิดหลงเสน่ห์ในฟอร์มของตึกเก่าสมัยรัชกาลที่ 6 อายุอานามเกินกว่า 60 ปี เขาจึงอยากได้ไว้เป็นออฟฟิศและที่เก็บของ โชคดีที่เจ้าของตึกปล่อยเช่าจึงได้เริ่มรีโนเวตออกแบบตกแต่งกันไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าตึกเก่าทรุดโทรมกลับดูสวยเก๋ โอ้แม่เจ้า! เขาอดไม่ได้ที่จะมีไว้เพียงเป็นออฟฟิศและที่เก็บของ เลยต่อยอดให้ออกมาเป็นร้านแฮงเอาต์เสียเลย โดยใช้ชื่อว่า ดิ ออฟฟิศคาเฟ่ (The Office Cafe)

ร้านแห่งนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ โดยมีชั้นบนเป็นออฟฟิศทำงานเกี่ยวกับออร์แกไนเซอร์โฆษณา ส่วนด้านล่างก็เนรมิตแบ่งโซนไว้ทั้งหมด 3 ส่วนเต็มพื้นที่ โดยจะแบ่งเป็นโซนด้านนอกซึ่งเป็นแบบโอเพ่นให้นั่งรับลมชิลๆ ถัดเข้าไปหน่อยจะเป็นส่วนของห้องโถงติดแอร์ที่ตกแต่งด้วยโคมไฟขนาดใหญ่สุดอลังการ โดยจะมีส่วนของบาร์เพิ่มเข้ามาให้คนที่มาลำพังได้นั่งพักความเหงา ส่วนสุดท้ายจะเป็นโซนโอเพ่นเช่นกัน แต่จะอยู่บริเวณด้านหลัง เหมาะกับนั่งเป็นกลุ่มและต้องการความเป็นส่วนตัวซึ่งทุกโซนของร้านจะสามารถมองเห็นกันได้หมด

สไตล์ร้านเน้นตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ต่างวัสดุกัน แล้วนำมาจัดวางรวมกัน เรียกได้ว่า ชอบแบบไหนก็วางไปเรื่อย แต่กลับผสมผสานออกมาดูสวยแปลกตาเป็นสไตล์อินดัสเทรียล เรโทร ที่ดูอบอุ่นด้วยการวางแสงไฟให้อารมณ์เสมือนได้เข้ามานั่งดื่มในบ้านเพื่อน ซึ่งต้องบอกเลยว่า เป็นอีกหนึ่งร้านเก๋ๆ ที่เปิดได้ไม่ถึง 2 เดือน ซึ่งหาที่นั่งพักหัวจิตพักหัวใจฟังเพลงเพราะๆ ได้ไม่บ่อยนักในย่านแจ้งวัฒนะ

นอกจากบรรยากาศร้านที่ดูอบอุ่นน่านั่งดื่มแล้ว ร้านแห่งนี้ยังมีทีเด็ดอยู่ที่อาหารเมนูผสมผสานระหว่างอาหารไทยและอาหารเขมร ที่เน้นรสสุดแซบจัดจ้านเหมาะกับคนชอบอาหารรสเผ็ดอย่างมาก ซึ่งเป็นเมนูที่ได้เชฟพื้นถิ่นจาก จ.สุรินทร์ มาปรุงให้ถึงที่กันเลย ซึ่งเมนูแนะนำของที่นี่ คือ เมนู “ลกละ” เป็นเมนูเอ็กซ์คลูซีฟสไตล์เขมรรสชาติดีไม่เผ็ดจนเกินไปและไม่หวานจนเกินงาม

 

ต่อจากนั้นพลาดไม่ได้เลยกับเมนู“กะเพราต้มยำแห้ง” ที่ต้องบอกเลยว่าห้าดาวจริงๆ เป็นเมนูที่ผสมผสานเครื่องต้มยำสมุนไพรที่นำมาโขกจนละเอียดลงตัว ก่อนนำไปผัดคลุกกับกะเพราและพริกแห้ง รสชาติเกินคำว่าเผ็ดร้อนแต่อร่อยลิ้นกินได้ไม่หยุด ต่อมากับเมนูถึงเครื่องอย่าง “ฉู่ฉ่า” ที่ใช้ปลากะพงทอดมาปรุงรสด้วยวิธีแบบผสมผสานการทำฉู่ฉี่เข้ากับการผัดฉ่า รสชาติอร่อยเหลือร้าย หากได้ข้าวสวยร้อนๆ สักหน่อยฟินเวอร์ ซึ่งส่วนใหญ่เมนูของทางร้านจะเป็นแบบบ้านๆ แต่เน้นรสแซบซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเมนูที่เหมาะรับประทานกับเครื่องดื่ม

ปิดท้ายกันด้วยเมนูเครื่องดื่มบ้าง ทางร้านก็มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเบียร์สัญชาติยุโรปหลายชนิด รวมไปถึงค็อกเทลสูตรต่างๆ แต่ที่ทางร้านแนะนำเลยคือ ค็อกเทลตัวเฉพาะที่ใช้ชื่อว่า The Office Cocktail ซึ่งเป็นการนำไวน์แดงรสเลิศไปหมักกับผลไม้ชนิดต่างๆ อยู่ 2 วันเพื่อให้เข้ารส เป็นค็อกเทลอีกหนึ่งตัวที่รสชาติละมุนลิ้นได้กลิ่นหอมๆ ของผลไม้ขึ้นจมูกตอนดื่ม กินง่ายเหมาะกับสาวๆ เป็นอย่างมาก

ฝากไว้อีกหน่อยว่า นักดนตรีที่นี่ร้องเพลงเพราะมาก ยังไงลองแวะมาสัมผัสด้วยตัวเองได้ เชื่อแน่ว่าจะอิ่มกับบรรยากาศและรสชาติอาหารแน่นอน

สำหรับพิกัดของ ดิ ออฟฟิศคาเฟ่ อยู่บนถนนเส้นแจ้งวัฒนะ ร้านจะอยู่เลยมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครมาไม่ไกล ตรงไปเรื่อยๆ ร้านจะอยู่หน้าปากซอยแจ้งวัฒนะ ซอย 3 พอดิบพอดี โดยจะเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 18.00-02.00 น.โทร. 08-6999-7709

 

 

 

มีนาคม 3, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

เมนูคุณหนู อิ่มอร่อยสู่อนาคต

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มกราคม 2558 เวลา 17:06 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/14ynQsR

เมนูคุณหนู อิ่มอร่อยสู่อนาคต

โดย…ปณิฏา สุวรรณปาล

เป็นพ่อแม่ยุคใหม่จะเลือกเมนูอะไรให้ลูกๆ รับประทานดีหนอ — เมนูอะไรก็ได้ที่เด็กๆ ชอบ (ปล่อยให้เขากินๆ ไป) หรือเมนูดีๆ ที่อร่อยได้ด้วย… ถ้าพูดโดยหลักการแล้วคุณพ่อคุณแม่ก็คงเลือกเมนูดีๆ ที่คุณหนูๆ สามารถกินอร่อยได้โดยไม่ปฏิเสธ แต่ความเป็นจริงนั้นจะทำได้มากมายขนาดไหนกันหนอ

การฝึกลูกตั้งแต่เด็กให้เขารับประทานแต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพ ถือเป็นการวางพื้นฐานที่ดีให้เขาเลือกรับประทานอาหารดีๆ เป็นนิสัยในอนาคต เพราะฉะนั้นลองคัดเมนูอย่าง ไก่ทอด พิซซ่าหนานุ่ม เฟรนช์ฟรายส์ หรือของหวานๆ กับน้ำอัดลมออกไปจากชีวิตของพวกเขาโดยไว หันมาเพิ่มเมนูผักที่หลากหลาย ใส่ใจกับการเลือกเมนูที่อุดมด้วยโปรตีน แคลอรีต่ำ และอุดมด้วยวิตามินกันดีกว่า

อาหารนอกบ้านสมัยนี้เต็มไปด้วยแป้ง แป้ง และแป้ง ต้องหัดให้ลูกๆ รับประทานอาหารประเภทโฮลเกรน ซึ่งมีกากใยสูง (ควรได้รับอย่างน้อย 6 ออนซ์/วัน) รวมทั้งอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม เพื่อที่กระดูกของลูกน้อยจะได้แข็งแรง

เนื่องในสุดสัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ ขอนำเสนอเมนูที่น้องๆ หนูๆ สามารถอิ่มอร่อยได้ แถมดีต่อสุขภาพด้วย มาลุยกันเลย…

สปาเกตตีมีตบอลรสชาติดั้งเดิม (Old-Fashioned Spaghetti & Meatballs) ที่สำคัญต้องใช้เนื้อสัตว์ล้วนๆ แบบไร้ไขมัน ผสมผสานเป็นลูกกลมๆ ด้วยขนมปังโฮลวีตป่น โดยนำไปอบก่อนประกอบร่างกับน้ำซอสที่ทำจากมะเขือเทศสดๆ อย่าไปซื้อน้ำซอสสำเร็จรูปมาปรุงให้ลูกกินล่ะ แน่นอน เส้นสปาเกตตีโฮลวีตก็มีขาย แค่ต้มให้นานขึ้นก็จะนิ่มอร่อยกำลังดีสำหรับเด็กๆ

คุณหนูๆ ชอบกินไก่ทอดใช่มั้ย?… แทนที่จะหาซื้อไก่ทอด (ในน้ำมันทอดซ้ำ) ข้างทาง หรือไก่ทอดยี่ห้อดังทั้งหลายที่ผ่านการดีพฟรายด์ หรือทอดในน้ำมัน (อะไรไม่รู้) ชุ่มๆ ลองทำสูตร อัลมอนด์-
ครัสต์ด ชิกเก้น ฟิงเกอร์ส (Almond-Crusted Chicken Fingers) กินกันเองที่บ้าน เลือกเนื้อไก่ส่วนอก อาจแช่น้ำนมหรือน้ำเกลือทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อให้ได้เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ก่อนผสมครัสต์ดห่อไก่ ด้วยอัลมอนด์ป่นผสมกับแป้งโฮลวีต และแทนที่จะทอดก็อาศัยการอบ เชื่อเถอะ อร่อยแบบกรอบนอกนุ่มในทีเดียว

 

มันฝรั่งอบ ย่อมดู (สุขภาพ) ดีกว่ามันฝรั่งทอดเป็นไหนๆ ไม่ว่าจะทอดมาเป็นอุตสาหกรรมแบบบรรจุห่อขาย หรือเสิร์ฟตามร้านฟาสต์ฟู้ด แน่นอน เมนูมันฝรั่งอบ ย่อมไม่อบเปล่าๆ ให้จืดชืด (เดี๋ยวคุณลูกไม่ปลื้ม) เพราะฉะนั้นต้องใส่ไส้อะไรก็ได้ที่ลูก (จะ) ชอบ เช่น เนื้อสัตว์บด บร็อกโคลี่ทอดกรอบ ซาวร์ครีม แล้วก็เชดดาชีส (2 อย่างหลังสามารถเลือกชนิดแคลอรีต่ำ) เป็นคอมฟอร์ตฟู้ดที่กินไม่เบื่อทีเดียว

แซนด์วิช-ทาโก้-เบอร์เกอร์ โอ๊ย… ของโปรดอันดับต้นๆ ของคุณหนูๆ ทั้งนั้น แซนด์วิชมีทางเลือกเป็นขนมปังโฮลวีต เติมผัก ลดชีส งดมายองเนส เช่นเดียวกับแป้งข้าวโพดห่อทาโก้แสนจะดูดีมีสุขภาพ แต่ถ้าเลือกเพิ่มผัก เพิ่มกัวคาโมเล่ แทนที่จะเพิ่มชีส (อ้วนๆ) ให้คุณหนูๆ ก็จะดูดีมาก

 

สำหรับเบอร์เกอร์ ถ้าคุณลูกไม่เลิฟผัก ไม่มักหัวหอม ก็ลองหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ ละเอียดๆ ใส่เข้าไปทีละนิด เดี๋ยวก็ชิน นอกจากนี้อย่าลืมเปลี่ยนจากการเสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์ เป็นเสิร์ฟกับสลัดผัก ข้ออ้างคือ บ้านเรากินแบบนี้

มาถึงของหวาน พยายามหลีกเลี่ยงขนมที่แป้งเยอะ น้ำตาลแยะ อาจสร้างบรรยากาศช่วยกันทำคุกกี้สุขภาพรับประทานกันในครอบครัว อย่างเช่น โอ๊ตมีลคุกกี้ พีนัทบัตเตอร์บาร์ (สามารถเลือกส่วนผสมแบบโลว์แฟตได้ทุกอย่าง) หรือเลือกรับประทานเป็นโยเกิร์ตแคลอรีต่ำเสิร์ฟกับผลไม้สดๆ ก็ได้

การหัดลูกๆ ให้รับประทานของดีมีประโยชน์ ที่สำคัญ คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องรับประทานเป็นตัวอย่างด้วยนะจ๊ะ

 

มีนาคม 3, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ฟู้ดสต๊อป

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มกราคม 2558 เวลา 16:56 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1KrLwAa

ฟู้ดสต๊อป

โดย…กันย์

ผู้ที่รักในการกินอยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในการรับประทาน เราได้พบกับอาหารที่ทำให้ต้อง “หยุด” เพื่อ “ชิม” โดยเฉพาะใครก็ตามที่ชื่นชอบการกินฮอตด็อกเป็นชีวิตจิตใจแล้วละก็คงจะซึมซับถึงความอร่อยที่ “แตกต่าง” นั่นคือ Danish Hotdog หนึ่งในอาหารประจำชาติของประเทศเดนมาร์ก

ฮอตด็อกสไตล์เดนมาร์กที่ตัวไส้กรอกหนังกรอบ ไม่มันเยิ้ม รสกลมกล่อม พร้อมเครื่องเคียงพิเศษไม่เหมือนใครมีที่เดียวที่ฟู้ดสต๊อป (Food Stop) ที่นำเสนอแบบสตรีทฟู้ดเก๋ๆ ด้วยรถสีเหลืองสะดุดตา ฮอตด็อกแบบนี้ที่เดนมาร์กมีมาเป็นร้อยปีแล้ว ยังได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน ฮอตด็อกสไตล์เดนมาร์กไม่ธรรมดาตรงที่ไส้กรอกกรุบกรอบสุดๆ รสชาติกลมกล่อมหอมกลิ่นเครื่องเทศ

 

นอกจาก เดนิช ฮอตด็อก แล้ว ยังมีเฟรนช์ฮอตด็อกที่มีความโดดเด่นในเรื่องรูปทรงแปลกตา เมื่อได้ชิมแล้วพบว่าไส้กรอกเดนมาร์กที่มีเอกลักษณ์ในรสชาติแตกต่างจากไส้กรอกแบบอเมริกัน ทำจากเนื้อหมูล้วนๆ คลุกเคล้ากับเครื่องเทศ ผลิตแบบโฮมเมด สูตรเฉพาะแบบชาวเดนมาร์ก ที่เรียกชื่อว่า ร็อด โพลแซร์ มีความกรุบกรอบมากกว่า เพียงแค่กัดก็ได้กลิ่นความอร่อย บอกเลยของเดนมาร์กเป็นหนึ่งในฮอตด็อกที่อร่อยที่สุดในโลก

เครื่องเคียงส่งตรงจากเดนมาร์กแล้วยังมีส่วนประกอบต่างจากที่อื่น นอกจากจะใส่ซอสมะเขือเทศ มัสตาร์ดและหอมใหญ่สับบนไส้กรอกหนังกรอบแล้ว ยังมีซอสและส่วนผสมพิเศษที่สั่งตรงมาจากเดนมาร์ก สีเหลืองนวลรสเปรี้ยวอมหวาน และหอมทอดกรอบที่เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของสไตล์เดนมาร์กใช้โรยบนฮอตด็อกจนท่วม เพื่อเพิ่มสัมผัสความกรอบไม่มันเลี่ยน กลิ่นหอมของหอมทอดจางๆ น่ากิน ความกรอบของหอมทอดเจอกับไส้กรอกหนังกรุบกรอบกัดดังกร้วม

 

นอกจากเดนิชฮอตด็อกแล้วยังมีเฟรนช์ฮอตด็อกก็ห้ามพลาด เป็นขนมปังบาแก็ตเจาะรูตรงกลาง ใส่ซอส French Hotdog Dressing ที่มีกลิ่นหอมเครื่องเทศและซอสมะเขือเทศจนเต็ม เมื่อใส่ไส้กรอกลงไปจะได้สัมผัสของความหนึบ กรอบ และอร่อยสุดๆ กับไส้กรอกกลมกล่อม ซอสเข้มข้น ในขนมปังสดใหม่มาพร้อมรูปลักษณ์เตะตาน่าลอง

ใครกลัวจะเลี่ยน ชอบรสเผ็ดร้อนสไตล์ไทยแท้ๆ ต้องลองแจ่วมายองเนสและเผ็ดแบบละตินของฮอตด็อกซัลซ่า บอกเลยแซ่บเว่อร์ ผู้ที่ชอบรสผงกะหรี่ต้องลอง Curry Dog นอกจากนี้ยังมีไส้กรอกย่าง เฟรนช์ฟรายด์พรีเมียมจากอเมริกาเฟรนซ์ฟรายด์เนื้อแน่นอวบอ้วนชิ้นใหญ่

ฟู้ดสต๊อปบรรทุกความอร่อยมาให้ทุกท่านได้ลองชิม ที่เจ อเวนิว ทองหล่อ 15 มีบริการส่งถึงที่ แค่โทร. 06-1402-4484 คิดค่าส่งตามระยะทาง

 

มีนาคม 3, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

คาราตามะ โรบาทายากิ กินอย่างญี่ปุ่น

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มกราคม 2558 เวลา 16:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1KrLQPv

คาราตามะ โรบาทายากิ กินอย่างญี่ปุ่น

โดย…ซิตี้ กาย

ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงความสด หวาน หอมของอาหารทะเล ผักตามฤดูกาลที่ส่งมาไกลจากแดนอาทิตย์อุทัย ที่นำมาปิ้ง ย่าง ผ่านเครื่องปรุงน้อยนิดเพื่อให้ได้รสชาติที่แท้จริงจากวัตถุดิบของร้านคาราตามะ โรบาทายากิ (Karatama Robatayaki) มานาน นอกจากนี้ร้านยังมีเอกลักษณ์เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่จำลองตลาดปลาญี่ปุ่นมาให้นักชิมได้ลิ้มลองและเลือกวัตถุดิบที่วางเรียงรายอยู่ด้านหน้าให้เชฟปรุงให้ได้เห็นกันจะจะ ซึ่งโดดเด่นในสไตล์อาหารโรบาทายากิ

หลังจากเปลี่ยนชื่อร้าน (เดิมคือ Akanoya Robatayaki) ทำให้ราคาของอาหารถูกลงเกือบครึ่งหนึ่ง ตอนนี้เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 1,500-3,000 บาท ส่วนคุณภาพและปริมาณเหมือนเดิม หนำซ้ำยังมีเมนูเพิ่มขึ้นอีกด้วย เช่น เทมปุระ โซบะ สลัด

 

บรรยากาศร้านคึกคักดังตลาดปลาของจริง เพราะเจ้าของร้านเจตนาให้เป็นเช่นนั้น เวลาลูกค้าเลือกเมนูได้แล้วพนักงานในร้านจะส่งเสียงสั่งเป็นภาษาญี่ปุ่น “คาโบฉะ” (ฟักทอง) เสียงดังฟังชัดและพนักงานทั้งร้านก็จะส่งเสียงตอบรับว่า “ไฮ้” เป็นกิมมิกที่ทำเอาลูกค้าอมยิ้มๆ นิดๆ ได้ตลอด

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของร้านก็คือ ที่นั่งเป็นแบบบาร์ชีต นั่งอยู่หน้าผักสด ปลาทะเลสด เชฟปรุงอาหารเสร็จก็ส่งยื่นให้ด้วยไม้พาย ลูกค้าต้องรับเอง ด้านล่างมี 2 บาร์ รวม 36 ที่นั่ง หากต้องการความเป็นส่วนตัวด้านบนจะมีไปรเวตรูม 2 ห้อง รับได้ 14 ที่นั่ง และ 16 ที่นั่ง 2 ห้องนี้สามารถเปิดรวมกันได้ แต่ด้านบนจะไม่มีพนักงานคอยส่งเสียงประสานรับอาหาร

 

วัตถุดิบที่นี่นำเข้าอาทิตย์หนึ่ง 2-3 ครั้ง วันไม่แน่นอน คือ ของหมดสั่งทันที ไม่มีสั่งมาค้างเยอะๆ ให้ของเสียคุณภาพ และไม่ผ่านซัพพลายเออร์ในไทย แต่สั่งตรงจากพ่อค้าในตลาดปลาที่ญี่ปุ่น ผักก็สั่งตรงจากแหล่งที่ดีที่สุดของแต่ละเมืองและนำเข้าตามฤดูกาล เช่น พีชมาจากเมืองยามานาชิ หอยเชลล์มาจากเมืองฮอกไกโด ผักในฤดูหนาว เช่น ต้นหอม มันหวายามะอิโมะ แอบกระซิบกันนิดว่าหมูและไก่ของไทย
เมนูนิยมต้องยกให้ผักทุกชนิด เพราะเสิร์ฟกันไม่ขาดสาย อาทิ ฟักทอง เห็ดเข็มทอง กระเทียม แปะก๊วย เห็ดชิตาเกะ เห็ดไมตาเกะ มันหวาน มันฝรั่ง หัวหอม มะเขือเทศ ส่วนเมนูอาหารทะเล พระเอกของร้าน คือ ปลาคิงกิ เป็นปลาน้ำลึก เนื้อนุ่มเด้งไม่เปื่อยลุ่ย จะย่างเกลือหรือนึ่งซีอิ๊วก็ได้

สำหรับคนที่อยากได้การกินอยู่แบบญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่พลาดมาสักครั้งร้านเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. แนะนำให้โทรจองก่อนที่ 02-662-4237

 

มีนาคม 3, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

อิ่มอร่อยผัดไทย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มกราคม 2558 เวลา 10:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1HwRxwl

อิ่มอร่อยผัดไทย

โดย…เมธี เมืองแก้ว

มา จ.ตรัง ทั้งทีนอกจากแวะรับประทานอาหารหมู่ยางสูตรเด็ดเมืองตรังแล้ว ที่นี่ยังมีร้านอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดมากมายให้เลือก ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ร้านผัดไทยห้วยยอด ตั้งอยู่ในซอยสรรพากร ต.ทับเที่ยง
เขตเทศบาลนครตรัง บริหารงานโดยหนุ่มจบสาขาวิศวะ แต่หันมาเอาดีทำผัดไทยขายและที่สำคัญมีสูตรเฉพาะ ทำให้ลูกค้าติดใจในรสชาติที่แสนอร่อยจนขายดิบขายดีทุกวัน

มรกต อุ่นตระกูล หรือหนุ่มดาว อายุ 42 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 98 ถนนรัชชูปการ ในเขตเทศบาลต.ห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง บอกว่า เนื่องจากแม่ของเขามีอาชีพขายผัดไทยมานานกว่า 40 ปีจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเดิมขายอยู่ที่ตลาดศรีศุภผลในเขตเทศบาลตำบลห้วยยอด มีพี่น้อง 3 คน และเขาเป็นลูกคนโต ขณะที่ครอบครัวก็มีรายได้หลักจากการขายผัดไทย และส่งเสียให้เล่าเรียนจนจบการศึกษาทุกคน แต่เขาเรียนจบคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาวิศวะการโยธา จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตภาคใต้ จ.สงขลา

มรกต เล่าต่อว่า หลังเรียนจบก็มาเป็นครูสอนอยู่ที่วิทยาลัยการอาชีพห้วยยอดได้ 5-6 ปี ก็ลาออกมาเปิดกิจการขายอาหารสัตว์และปุ๋ยทางการเกษตร แต่ประสบปัญหาด้านการบริหารจึงเลิกกิจการ ขณะที่เขาทำงานส่วนตัว ครอบครัวก็ยังมีกิจการสวนยางพาราและเปิดเป็นรีสอร์ทเล็กๆ มีการรับนักท่องเที่ยวอยู่บ้าง เขาก็จะทำหน้าที่เป็นพ่อครัวช่วยดูแลและเตรียมรายการอาหารให้กับลูกค้าเป็นประจำอยู่แล้ว

 

มรกต บอกอีกว่า เนื่องจากครอบครัวยังมีการรับเหมาทำผัดไทยตามงานประเพณีต่างๆ ในท้องถิ่นด้วย ซึ่งเมื่อคนที่มาร่วมงานได้กินแล้วก็ชอบในรสชาติความอร่อย และมีการสอบถามกันว่าขายที่ไหน ทำไมไม่ย้ายมาขายในตัวเมืองตรังบ้าง ซึ่งคิดว่าเป็นการตอบรับที่ดีมาก จึงได้คุยกับครอบครัวว่าน่าจะขยายสาขา 2 มาเปิดในเขตเทศบาลนครตรัง โดยขายมาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว และมีลูกค้าแน่นร้านทุกวัน

ที่ร้านจะเปิดขายตั้งแต่เวลา 10.30-18.00 น.ทุกวัน หากไม่มีงานเลี้ยงพิเศษติดต่อเข้ามา ส่วนเมนูก็จะมีผัดไทยกุ้งแห้ง ผัดไทยกุ้งสด และผัดไทยทะเล ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างปรับปรุงสูตร เพื่อให้ถูกปากลูกค้ามากที่สุด สำหรับยอดขายในแต่ละวันนั้น ก่อนหน้านี้ช่วงเศรษฐกิจดีจะมีรายได้ประมาณวันละ 2,000-3,000 บาท ถือว่าเป็นรายได้ที่ดีมาก แต่ช่วงระยะหลังมานี้ยอดขายซบเซาลงพอสมควร หลังจากราคายางพาราตกต่ำ

มรกต กล่าวทิ้งท้ายว่า เนื่องจากมารดาของเขา คือ คุณแม่รัชนีพร หรือเจ้ตุ๋ย มีอาชีพขายผัดไทยมานาน จึงทำให้เขาผูกพันกับอาชีพนี้มาตั้งแต่เด็ก รู้สึกชอบ และมีความสุขที่ได้ทำอาหารอร่อยๆ ให้ลูกค้ากิน อีกทั้งเขายังตั้งใจที่จะสืบทอดกิจการผัดไทยจากครอบครัวด้วย เนื่องจากแม่อายุมากแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะจบวิศวะแต่ก็ไม่ได้ยึดติด และคิดว่าทำอาชีพใดก็ตามที่สุจริตและมีความสุขกับสิ่งที่ทำ ก็น่าจะเพียงพอสำหรับชีวิตแล้ว

 

มีนาคม 3, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ข้าวอบ ไออุ่น ข้าวอบเผือก

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มกราคม 2558 เวลา 08:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vK5P7B

ข้าวอบ ไออุ่น ข้าวอบเผือก

สำหรับส่วนผสมนี้ รับประทานได้ 6-8 คน

ส่วนผสมสำหรับหมักไก่

เนื้ออกไก่ 175 กรัม

น้ำมันพืช 10 กรัม

ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา

น้ำตาลทรายขาว 1 ส่วน 2 ช้อนชา

พริกไทยขาว 1 ส่วน 4 ช้อนชา

ไข่ขาว 2 ช้อนโต๊ะ หรือประมาณ 20 กรัม

แป้งมัน 1 ช้อนชา หรือประมาณ 5 กรัม

· เคล้าเนื้อไก่ที่หั่นเป็นชิ้นเต๋า ขนาด 2 ซม. กับส่วนผสมทั้งหมด

· ต้มน้ำสะอาดให้เดือด ลวกเนื้อไก่ให้สุก ล้างให้สะอาด

ส่วนผสมสำหรับผัด

น้ำมันพืช 50 กรัม

ต้นหอม ซอยขนาด 1 ซม. 1 ต้น (ใช้ทั้งหมด)

ขิงเเก่ หั่นเเว่น 5-6 เเว่น

กระเทียมไทย สับละเอียด 1 ส่วน 2 ช้อนชา

กุนเชียง หั่นเต๋า 150 กรัม

เผือก หั่นเต๋า 150 กรัม

ข้าวสาร 400 กรัม (ประมาณ 2 ถ้วย)

ข้าวเหนียว 370 กรัม (ประมาณ 2 ถ้วย)

เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วหวาน 1 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วขาว 1 ส่วน 4 ถ้วย

เกลือป่น 1 ส่วน 4 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะพูน

น้ำซุปไก่ หรือน้ำต้มซี่โครงไก่ 6 ถ้วย

ตกแต่งด้วยต้นหอมซอยและผักชี

· ตั้งกระทะให้ร้อน เติมน้ำมันพืชส่วนหนึ่งลงในกระทะ เจียวกุนเชียง เผือก ให้เหลือง ตักขึ้นพักไว้

· ในกระทะใบเดิม เติมน้ำมันพืชลงไป เจียวขิง กระเทียมและต้นหอมให้เหลืองและหอม ต้นหอมอาจจะค่อยๆ ดำไม่ต้องกังวลค่ะ

· ใส่เนื้อไก่ กุนเชียง และเผือกกลับลงในกระทะ ราดด้วยเหล้าจีน ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วหวาน ซีอิ๊วขาว เกลือ และน้ำตาลทราย เติมข้าวทั้งสองชนิดลงไป ผัดให้น้ำมันเคลือบข้าวให้ทั่วที่ไฟเเรง ยกลงจากเตา

· ตักส่วนผสมลงในหม้อหุงข้าว เติมน้ำซุปลงไปทั้ง 6 ถ้วย คนให้เข้ากัน เเล้วชิมรสดู เพื่อปรุงตามความชอบ สามารถเช็กรสชาติคร่าวๆ ได้ในขั้นตอนนี้ จากนั้นกดหม้อหุงข้าวให้ทำงานตามปกติ รอให้ข้าวสุก

· เมื่อข้าวสุกแล้ว ตักรับประทานได้เลย หรืออาจจะพักข้าวไว้ให้เย็นสนิท เมื่อต้องการจะเสิร์ฟ อุ่นชามดินเผาให้ร้อน ราดน้ำมันพืชหรือน้ำมันกระเทียมเจียวลงไปที่ก้นชามดินเผา ตักข้าวลงไป เเล้วปิดฝาตั้งไฟให้ระอุ ประมาณ 5-10 นาที หรือถ้านำข้าวออกจากตู้เย็น จะต้องใช้เวลานานกว่านี้

· เสิร์ฟอย่างระมัดระวัง เพราะหม้อดินเผาจะร้อนจัด

 

มีนาคม 3, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

เยือนดอยอินทนนท์-แม่แจ่ม ต้องแวะชิม!!

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มกราคม 2558 เวลา 12:30 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1HyoWXv

เยือนดอยอินทนนท์-แม่แจ่ม ต้องแวะชิม!!

ยามลมหนาวมาเยือนช่วงปลายเดือน พ.ย.ต่อเนื่องเดือน ก.พ. เชื่อว่าทุกคนอยากเดินทางไปสัมผัสความหนาวบนยอดดอยอย่างแน่นอนและหนาวนี้คงหนีไม่พ้นการเดินทางไปเหยียบยอดดอยอินทนนท์และหากมีเวลาก็อย่าลืมแวะไปเยือนอำเภอเล็กๆ กลางหุบเขาอย่าง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เพราะธรรมชาติที่สงบและงดงามรอกันอยู่

อย่างไรก็ตาม หากไปเยือนและสัมผัสความหนาวก็ขาดซะไม่ได้กับการจะต้องมองหาร้านอาหารที่อร่อยและสะท้อนความเป็นท้องถิ่นและพื้นเมืองนั้นๆ ได้ลิ้มลองกัน เพราะหากในสักมื้อที่ไปเยือนแล้วลิ้นไม่ได้สัมผัสกับรสชาติอาหารพูดได้ว่าเราไปไม่ถึงหรือเข้าไม่ถึงสถานที่ที่ไปนั้นเอง

ไปดอยอินทนนท์-แม่แจ่มปีใหม่รอบนี้ “เจ้าถิ่นกินดื่ม” อยากแนะนำให้แวะชิมอาหารพื้นเมืองใน 2 ร้านด้วยกัน ซึ่งทั้งสองแห่งต้องบอกว่ารสชาติอาหารอร่อยได้ความเป็นอาหารพื้นเมือง ซึ่งร้านแรกขอเริ่มที่ร้านอาหารกลางเมืองแม่แจ่ม ซึ่งเป็นร้านอาหารพื้นเมืองจริงๆ เพราะร้านนี้จะขายอาหารประเภทลาบเมือง แกงอ่อม ไส้อั่ว หมูสามชั้น และกระดูกซี่โครงหมูย่าง

 

การเดินทางสู่ร้านนี้ไม่ยากหากออกจากดอยอินทนนท์มุ่งหน้าแม่แจ่ม ซึ่งเมื่อผ่านเส้นทางเขาคดเคี้ยวไปเรื่อยและจะเป็นหนทางสู่ อ.แม่แจ่ม เมื่อเข้าเมืองก็ยิงตรงอย่างเดียว ร้านจะตั้งอยู่ตรงข้ามธนาคารกสิกรไทยสาขา อ.แม่แจ่ม ซึ่งเปิดขายตั้งแต่เช้ากันเลย และจากการดูร่องรอยของร้านแล้วน่าจะเป็นร้านดั้งเดิมเปิดขายมานาน

รสชาติอาหารขอบอกว่าล้ำแท้ๆ หากใครชอบลาบขม (ร้านนี้ใช้เนื้อควาย) ในการทำลาบขม ขอบอกว่าอร่อยมาก ไส้อั่วรสชาติถึงเครื่องเทศ ใช้วิธีการย่างแทนการทอดแบบทั่วไป หนาวซดแกงอ่อมร้อนๆ ที่ใช้หม้ออุ่นด้วยเตาถ่านตลอดเวลา ส่วนหมูสามชั้นและซี่โครงย่างรสชาติล้ำเลิศเช่นกัน

 

ส่วนร้านที่ 2 ที่อยากแนะนำคือร้านข้าวซอยแก้วน้อย ที่เปิดขายในบ้านเปิดโล่งแบบโบราณ ร้านหาไม่ยากเพราะทันทีที่เราขับรถลงจากดอยอินทนนท์ เมื่อถึงปากทางแยกให้เลี้ยวไปทาง อ.ฮอด ซึ่งร้านจะอยู่ฝั่งเดียวกับเทศบาลจอมทอง ซึ่งร้านนี้มีเมนูเด็ดคือ ข้าวซอย น้ำเงี้ยว และยังมีข้าวหมูแดงและหมูกรอบย่าง ซึ่งเป็นวิธีกรรมดั้งเดิมที่ทำมาจากรุ่นพ่อ ซึ่งร้านแก้วน้อยในทุกวันนี้เป็นการสืบทอดมาในรุ่นที่ 2 แล้ว แต่วิธีการทำยังเป็นแบบดั้งเดิมที่จะย่างด้วยเตา ซึ่งหมูย่างจะนุ่มอร่อย

สำหรับข้าวซอยมีทั้งข้าวซอยหมู ข้าวซอยเนื้อและข้าวซอยไก่ น้ำแกงรสชาติมัน เข้มข้น ยามทานก็ใส่หอมสด พริกคั่ว ผักกาดดอง มะนาวบีบตัดความเลี่ยนและให้รสชาติเปรี้ยว ซึ่งพูดได้คำเดียวว่าอร่อย ส่วนหมูย่างและหมูแดงนุ่มลิ้นทานร่วมกับน้ำจิ้มแจ่วของร้าน ซึ่งยอมรับว่าอร่อยและหายเหนื่อยกันเลยทีเดียว

อย่าลืมหากใครไปเที่ยวดอยปีใหม่นี้เชิญแวะชิมอาหารทั้งสองร้านนี้ได้เลยรับรองไม่ผิดหวัง เพราะนอกจากได้ความหนาวเหน็บจากลมหนาวยังได้ความอร่อยอิ่มท้องด้วย

 

มีนาคม 3, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ก๋วยเตี๋ยวบ้านย่า เมนูเด็ดต้มยำกุ้งสุดแซ่บ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มกราคม 2558 เวลา 18:12 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1zZ9AqP

ก๋วยเตี๋ยวบ้านย่า เมนูเด็ดต้มยำกุ้งสุดแซ่บ

โดย…ชินวัฒน์ สิงหะ

ต้มยำกุ้ง อาหารไทยขึ้นชื่อที่แม้แต่ชาวต่างชาติยังต้องขอลองชิม วันนี้ที่ จ.พิษณุโลก ได้มีสามีภรรยาที่เคยทำงานบริษัทเอกชนแล้วประสบภาวะเศรษฐกิจ จนต้องถูกลอยแพ จำต้องกลับมาทำอาชีพที่บ้านเกิด จ.พิษณุโลก ด้วยการประกอบอาชีพทำร้านก๋วยเตี๋ยว ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับ “ร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านย่า” ที่นี่ไม่ธรรมดา เพราะได้ชูเมนูก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้ง จนกระทั่งลูกค้าติดใจ ขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์แวะมานั่งชิมจนมีลูกค้าขาประจำและลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น

นงลักษณ์ ปานรักษา เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านย่า บอกว่า ช่วงที่กลับมาที่ จ.พิษณุโลก เขาและสามีก็ปรึกษากันว่าจะทำอาชีพอะไร ก็เลือกว่าขายก๋วยเตี๋ยว ช่วงแรกๆ ก็ทำก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น เพราะว่าถนัดและคิดว่าน่าจะขายดี แต่ปรากฏว่าก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น มีเปิดอยู่หลายแห่งทั่วพิษณุโลก ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ทำให้ขายไม่ดีนัก จนกระทั่งได้ดูโทรทัศน์ รายการ SMEs ตีแตก ซึ่งจะเน้นเรื่องการปรับตัวของธุรกิจ SMEs และเห็นวิธีการทำต้มยำกุ้ง

จึงเกิดแนวคิดปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ต้มยำกุ้งกับก๋วยเตี๋ยวเข้ากันได้ จึงพยายามปรับสูตรให้ต้มยำกุ้งรับประทานเป็นก๋วยเตี๋ยว ปรากฏว่าเมื่อเปิดเมนูนี้ลูกค้าชื่นชอบ แม้ว่าราคาต่อชามจะสูงถึง 57 บาท แต่ลูกค้ากับไม่เคยบ่นเรื่องราคาและกลับชมในรสชาติต้มยำอร่อยแซ่บ น้ำต้มยำกลมกล่อมยิ่งซดน้ำร้อนๆ กินแล้วชื่นใจ ยิ่งช่วงสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ ได้รับประทานก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้งที่ครบเครื่องสมุนไพรด้วยแล้ว จะรู้สึกสดชื่น พร้อมทั้งป้องกันและบรรเทาอาการป่วยจากไข้หวัดได้ด้วย

ใครสนใจอยากแวะไปชิม เชิญได้ ร้านอยู่ตรงกันข้ามกับโรงเตา ถนนบึงพระจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หรือสอบถามได้ที่โทร. 08-1735-3274, 09-3290-8821 (ร้านต้นตำรับ) หรือ ไปสาขา 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร้านตั้งบริเวณริมคลองชลประทาน ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก

 

 

 

มีนาคม 3, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

โมโม่ คาเฟ่ โอเอซิสแห่งความอร่อย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มกราคม 2558 เวลา 18:08 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1Hk7tPd

ร้านอาหารบรรยากาศชิลๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในโรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ที่เพิ่งรีโนเวทครั้งใหม่ เปลี่ยนคอนเซ็ปต์ร้าน รวมทั้งเมนูอาหาร

ก้าวแรกที่เข้ามา “โมโม่ คาเฟ่” จะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น สงบ ด้วยโทนสีของร้านที่เน้นเอิร์ทโทน ใช้สีเขียวและเฟอร์นิเจอร์ไม้ มองแล้วสบายตาและรู้สึกผ่อนคลาย เพราะทางร้านต้องการให้ที่นี่เหมือนเป็นโอเอซิสให้ลูกค้าได้พักผ่อน หลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง มานั่งกินอาหารชิลๆ ร้านนี้มีพื้นที่ให้บริการแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนเอาต์ดอร์ ให้รับลมชิลๆ โซนอินดอร์ นั่งพักผ่อนคลาย ตลอดจนโซนที่เป็นบาร์ ให้นั่งจิบกาแฟ ดื่มน้ำผลไม้ดับร้อน เรียกความสดชื่น

คอนเซ็ปต์อาหารของที่นี่ เน้นที่คุณภาพวัตถุดิบ กรรมวิธีการปรุงไม่ซับซ้อน เป็นเมนูกินง่ายๆ แถมยังมีลูกเล่นในเมนูที่เป็นสัญลักษณ์เขียวและส้ม เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับลูกค้าที่อยากได้เมนูแบบมังสวิรัติ และเมนูเพื่อสุขภาพจริงๆ

สำหรับเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน คือ สลัดกุ้งกับอโวคาโด เมนูเพื่อคนรักสุขภาพตัวจริง กิมมิกอยู่ที่สลัดจานนี้มีส้มโอมาเป็นส่วนประกอบ เพิ่มความน่าสนใจ เข้ากันได้ดีกับน้ำสลัดสูตรเฉพาะของทางร้าน ต่อด้วย ยำปลาแซลมอน ถูกใจคนชอบอาหารรสจัด จานนี้รสชาติไม่ได้จัดจ้านจนเกินไป แต่กลมกล่อมถึงเครื่องยำ คลุกเคล้ากับแซลมอนชิ้นหนาที่เซียร์จนได้ที่

เมนูหลักที่มาแล้วอยากให้ลอง คือ ไก่อบโมโม่ครึ่งตัว ความพิเศษของจานนี้ คือ ตัวไก่ที่หนังถูกย่างจนกรอบ หอมได้ที่ แต่ตัวเนื้อนุ่มลิ้น ได้รสชาติ เพราะผ่านการหมักค้างคืน และอบกับซอสสูตรพิเศษจนได้ที่ เสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์และสลัด

อีกจานที่น่าสนใจ คือ สเต๊กปลาแซลมอน ถูกใจคนรักแซลมอน เพราะเนื้อแซลมอนชิ้นใหญ่หนาย่างจนได้ที่ราดด้วยซอสกุ้งรสสุดกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมกับผักและเห็ดออรินจิ แต่ถ้าใครชอบเนื้อแกะ น่าจะติดใจซี่โครงแกะย่าง เสิร์ฟกับซอสไวน์แดง มันบด และหน่อไม้ฝรั่ง

ปิดท้ายด้วยของหวานที่ขึ้นชื่อ คือ กล้วยหอมทอดเสิร์ฟกับไอศกรีมวานิลลาและช็อกโกแลตซอส หรือจะลองเมนูอร่อยง่ายๆ อย่างไอศกรีมกะทิมะพร้าวอ่อนก็น่าสนใจ เพราะเสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียว ขนุน เม็ดมะม่วง สับปะรด เต็มชาม

นอกจากเมนูซิกเนเจอร์ ทุกวันศุกร์ทางร้านยังมีบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด พร้อมดนตรีอะคูสติกให้มาปาร์ตี้กันได้ ในราคา 650 บาท++ ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น.

ร้านโมโม่ คาเฟ่ เปิดทุกวัน เวลา 06.00-01.00 น. โทร. 02-690-1888 การเดินทางมาไม่ยาก อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าราชดำริ เข้าซอยมหาดเล็กหลวงมาไม่ไกล โรงแรมจะตั้งอยู่ขวามือ ส่วนร้านโมโม่ คาเฟ่ อยู่ชั้นเดียวกับล็อบบี้ เข้ามาจะอยู่ด้านซ้ายมือ

 

 

มีนาคม 3, 2015 Posted by | กิน-เที่ยว, ร้านอาหาร, โพสต์ทูเดย์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,264 other followers

%d bloggers like this: