เกษตร

All posts in the เกษตร category

ชวนสวนยางนัด12มค. รวมพลที่ตรัง วอนรมว.เกษตรมาฟัง

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196683

วันอาทิตย์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ชวนสวนยางนัด12มค.

รวมพลที่ตรัง

วอน รมว.เกษตรมาฟัง

บอกเดือดร้อนจริงๆ

ขยับ3บาทแล้วนิ่ง

ไก่อูวอนอย่ากดดัน

รัฐต้องช่วยทุกกลุ่ม

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มกราคม ที่สวนอาหารอันดามันเกตเวย์ อุทยานแห่งชาติเขาปู่ เขาย่า ต.ละมอ อ.นาโยง จ.ตรัง ทางเครือข่ายชาวสวนยางพาราภาคใต้ ประกอบด้วย นายประทบ สุขสนาน ประธานเครือข่ายชาวสวนยางพาราภาคใต้ นายไพรัช เจ้ยชุม รองประธานชุมนุมชาวสวนยางแห่งประเทศไทย นายถนอมเกียรติ ยิ่งฉ้วน เลขานุการเครือข่ายชาวสวนยางพาราภาคใต้ นายวิรัตน์ อันตรัตน์ กรรมการเครือข่ายฯ และนายมนัส หมวดเมือง เครือข่ายชาวสวนยาง อ.รัษฎา จ.ตรัง ร่วมแถลงข่าวการจัดประชุมเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลงมาแก้ปัญหาและช่วยเหลือเกษตกรชาวสวนยางที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากราคายางพาราตกต่ำและสู่จุดวิกฤติ

ยันจัดประชุมใหญ่12ธค

นายประทบ สุขสนาน ประธานเครือข่ายชาวสวนยางพาราภาคใต้ กล่าวว่า ในนามเครือข่ายชาวสวนยางพาราภาคใต้ วันนี้ขอแถลงข่าวการประชุมเครือข่ายที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12 มกราคม ที่สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย จังวัดตรัง (สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดตรัง) อย่างแน่นอน และได้รับการขานรับจากแนวร่วมทุกจังหวัดแล้ว โดยการประชุมนั้นที่มีข่าวว่าจะเป็นการประท้วงนั้น ไม่ใช่ เนื่องจากทางเครือข่ายฯได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานความมั่นคงจังหวัดตรังเรียบร้อยแล้ว

เสนอ4มาตราการให้ช่วย

สำหรับประเด็นต่างๆทางเครือข่ายได้นำเสนอใน 4 หัวข้อหลักส่วนประเด็นที่จะมีการเพิ่มเติมจะได้รวบรวมจากความเห็นของเกษตรกรที่เข้าร่วมประชุมอีกครั้ง ซึ่งปัญหาราคายางถือว่าอยู่ในขั้นที่วิกฤตสุดๆแม้ว่าจะเกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจโลก แต่ว่าจริงๆแล้ว ราคายางน่าจะดีกว่านี้ ทางเครือข่ายฯจึงเปิดประเด็นจัดให้มีการประชุมขึ้น เพื่อที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ ในเรื่องที่เครือข่ายฯเสนอ ผ่านเกษตรกรตัวจริงนำเสนอ จากนั้นทางเครือข่ายฯจะได้สรุปนำเสนอไปยังรัฐบาล และจะจัดให้มีกิจกรรมรวมตัวหลังจากที่ยื่นหนังสือให้รัฐบาล

ชี้นายกฯทำเสียความรู้สึก

นายไพรัช เจ้ยชุม รองประธานชุมนุมชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ที่มาให้สัมภาษณ์ทางสื่อมวลชนในเรื่องขอปัญหาราคายางพารา โดยที่เครือข่ายหลายๆจังหวัดได้รับทราบ ได้รับข้อมูลว่า การที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดผ่านสื่อนั้น ได้สร้างความไม่สบายใจให้กับเกษตรกรชาวสวนยางเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุผลที่ว่า นายกรัฐมนตรีใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม ในฐานะผู้นำระดับประเทศ ทำให้เกษตรกรเสียความรู้สึกในตัวของนายกรัฐมนตรีเอง

“ผมจึงฝากผ่านสื่อเลยว่า ขณะนี้เกษตรกรมีความเดือดร้อนจริงๆ และขอร้องให้นายกรัฐมนตรีให้กำลังใจเกษตรกรด้วย ไม่ใช่มาซ้ำเติมหรือข่มขู่เกษตรกรที่ออกมาเรียกร้อง ผมขอวิงวอนถึงนายกรัฐมนตรี ให้รัฐบาลลงมาแก้ไขปัญหายางพาราอย่างเร่งด่วนด้วย” นายไพรัช กล่าว

นายถนอมเกรียติ ยิ่งฉ้วน เลขานุการเครือข่ายชาวสวนยางพาราภาคใต้ กล่าวว่าการประชุมหนนี้อยากวิงวอนให้ นายกฯหรือรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ หรือ รมว.เกษตร มารับฟัง จะได้ทราบถึงข้อเท็จจริง

ยางขยับม็อบไม่สะดุ้ง

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 มกราคม ตลาดกลางยางพาราทั่วภาคใต้ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร และสงขลา ได้ขยับราคาพาราแล้ว โดยพุ่งขึ้นเฉลี่ย 3 บาท ต่อกิโลกรัม(กก.)

โดยราคาน้ำยางดิบหน้าโรงงาน ประกาศรับซื้อที่ 30 บาท/กก. จากที่ก่อนหน้านี้ อยู่ที่ 27 บาท/กก ราคายางแผ่นดิบที่ 35 บาท/กก. จากที่ก่อนหน้านี้อยู่ที่ 31-33บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ในแต่ละโรงงานจะประกาศราคาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับทำเล การขนส่ง และปริมาณรับซื้อ อย่างไรก็ตามราคายางในวันที่ 9 มกราคม ซึ่งตรงกับวันเด็กไม่ได้ขยับตัวขึ้น ยังคงมีราคาเท่ากับวันที่ 8 มกราคม

การปรับขึ้นของราคายางในครั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตุว่าอาจเกิดจากสาเหตุที่ บิ๊กฉัตร-พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ ส่งการด่วนให้นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพาราครบวงจร เรียกประชุมตัวแทนชาวสวนยาง สมาคมผู้ประกอบการยางพารา ผู้ส่งออกยางพารา เมื่อเย็นวันที่ 7 มกราคม พร้อมกับขอร้องให้ผู้ประกอบการ ให้ขยับราคารับซื้อยางพาราจากเกษตรกรชาวสวนยางให้สูงกว่าเดิมอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางลืมตาอ้าปากได้บ้าง อย่างน้อยๆ ยางแผ่นดิบต้องไม่ต่ำกว่า33บาท/กก.

การหารือครั้งนั้นมีนางจินตนา ชัยยวรรณการ ผู้ช่วย รมว.เกษตร กล่าวสำทับในที่ประชุมว่า จะติดตามราคายางพาราอย่างต่อเนื่อง หากใน 1 สัปดาห์ ราคายางยังไม่เป็นไปตามความเหมาะสมให้อยู่ได้กันทุกฝ่าย ก็อาจจะต้องใช้อำนาจกฎหมาย พ.ร.บ ควบคุมยาง พุทธศักราช 2542 หรือ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ มาบังคับใช้กับผู้ประกอบการทั้งหลาย

อย่างไรก็ตาม แม้ราคายางจะพุ่งขึ้นเล็กน้อยแต่ชาวสวนยางยังไม่พอใจ เพราะเห็นว่าปรับราคาน้อยเกินไป อีกทั้งปรับราคาขึ้นแค่วันที่ 8 มกราคมวันเดียว ต้องปรับราคาให้มากกว่านี้โดยมีนัดจะประชุมในหลายพื้นที่

ถาวรจ่อยื่นหนังสือถึงนายกฯ

ด้าน นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำกปปส. กล่าวถึงนแนวทางแก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำนั้น ในขณะนี้ว่า อาจต้องทำจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เพื่อให้รับรู้ปัญหาและข้อเท็จจริง ไม่ใช่ฟังข้อมูลจากข้าราชการด้านเดียว เช่นที่บอกว่า ราคายางอยู่ที่ 48 หรือ36 บาทต่อกิโลกรัมนั้น เป็นราคายางแผ่นดิบรมควันชั้นหนึ่งที่พร้อมส่งออก

แต่ราคาน้ำยางสดหรือยางแผ่นที่ซื้อขายในพื้นที่จริง กลับมีราคาอยู่ที่ 23-25 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น ที่สำคัญรัฐบาลควรรับฟังปัญหา และตั้งคณะกรรมการมาแก้ไข ไม่ใช่บอกว่า ทำมาแล้ว หมดหนทางแล้ว ไม่ใช่วิสัยของนักปกครอง ในเมื่อรัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบก็ต้องพร้อมแก้ปัญหา หรือแสดงความจริงใจว่าพยายามแก้ไขให้คนที่กำลังเดือดร้อนมีกำลังใจ หากยังนิ่งเฉย แก้ไม่ถูกทางเช่นนี้ พอถึงฤดูเปิดกรีดยาง ก็จะมียางออกมาอีกมากจะยิ่งซ้ำปัญหายิ่งขึ้น ส่วนการที่แนะนำให้ปลูกพืชอื่นเป็นรายได้เสริมนั้น ชาวสวนยางทำมาหมดแล้ว แต่รายได้หลักคือ การปลูกยาง ที่ตกต่ำในรอบ100ปีก็ว่าได้

ยันบิ๊กตู่ตามข่าวต่อเนื่อง

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีเกษตรกรชาวสวนยางเรียกร้องให้รัฐบาลชดเชยราคายางให้กิโลกรัมละ 50-60 บาทว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง และรู้สึกไม่สบายใจหากพี่น้องเกษตรกรจะออกมาชุมนุมกดดันรัฐบาล เพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และไม่ใช่หนทางที่แก้ปัญหาได้จริง รัฐบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอในการจ่ายเงินชดเชยตามที่ร้องขอ เพราะเมื่อคิดเป็นมูลค่ารวมแล้วอาจต้องใช้เงินถึง 140,000 ล้านบาท

นอกจากนั้นยังเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุวนเวียนไม่รู้จบ รัฐบาลยังมีภาระที่ต้องดูแลเกษตรกรกลุ่มอื่น ๆ ทั้งชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ อีกกว่า 70 ล้านคน จึงขอให้พี่น้องเกษตรกรเปิดใจรับฟังและแก้ไขปัญหาร่วมกัน นายกฯ ขอความร่วมมือพี่น้องชาวสวนยาง ไม่ออกมาเคลื่อนไหว เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยยืนยันว่าจะเร่งบรรเทาความเดือดร้อน

กวก.ปล่อยคาราวานสารวัตรกษ. ออกตรวจ’ร้านค้า-รง.ผลิตปัจจัย’

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196699

วันอาทิตย์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559, 09.43 น.
10 ม.ค.59 นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร (กวก.) เป็นประธานปล่อยขบวนรถสารวัตรเกษตร จำนวน 70 คัน พร้อมเครือข่ายสารวัตรเกษตร 400 นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบและควบคุมแหล่งผลิตและร้านค้าจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตรทั่วประเทศ 43,000 กว่าแห่ง เพื่อควบคุมปัจจัยการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐาน

โดยในปีนี้ตั้งเป้าจะตรวจสอบให้ได้ไม่ต่ำกว่า 24,000 ร้านค้า และผู้ผลิตปัจจัยการเกษตร 1,500 ราย  โดยได้กำชับให้สารวัตรเกษตร ตรวจสอบอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนนี้ จนกว่าจะเข้าฤดูเพาะปลูก เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่เกษตรกรต้องหาปัจจัยการผลิตเตรียมไว้เพาะปลูก โดยเน้นพื้นที่ที่มีปัญหาและได้รับการร้องเรียนเข้ามาใน 7 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด พร้อมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกร และประชาชน หากพบเบาะแสร้านค้าหรือโรงงานผลิตและบรรจุ กระทำผิด ให้แจ้งสารวัตรเกษตรให้ตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายทันที

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ปุ๋ย , พ.ร.บ.วัตถุอันตราย และ พ.ร.บ.พันธุ์พืช ทั้งสิ้น 48 ราย อายัดของกลางได้ 8,070 ตัน คิดเป็นมูลค่าเสียหายกว่า 300 ล้านบาท และในปีนี้ตั้งเป้าจะกวาดล้างให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เกษตรกรตกเป็นเหยื่อเพราะถือว่าเป็นการสร้างปัญหาให้กับเกษตรกร

เติมน้ำช่วยโคราช ป้องกันขาดแคลน ชลประทานต่อท่อ

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196676

วันอาทิตย์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
เติมน้ำช่วยโคราช

ป้องกันขาดแคลน

ชลประทานต่อท่อ

สูบจากลำตะคอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ได้สั่งการให้การประปาฯทุกแห่งทั้ง 10 แห่งของ จ.นครราชสีมา เร่งดำเนินการสูบน้ำดิบเข้าแหล่งกักเก็บน้ำให้เต็มอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ในเรื่องของน้ำอุปโภคบริโภค หลังจากที่สถานการณ์ภัยแล้งเริ่มทวีความรุนแรง ทำให้ต้องมีพื้นที่ที่ประก็เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้วแล้วทั้งสิ้น 8 อำเภอ มีประชากรเดือดร้อนกว่า 5 หมื่นครัวเรือน ตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุดเมื่อช่วงสายวันที่ 9 ม.ค. นายชิดชนก สมประเสริฐ ผอ.สำนักชลประทานที่ 8 ได้ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่ 8 ได้ทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว ที่มีกำลังในการสูบน้ำ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที ที่ได้นำมาติดตั้งไว้ที่บริเวณฝายน้ำล้นบ้านเดื่อ หมู่ที่ 8 ต.โคกกรวด อ.เมืองฯ ภายหลังจากที่ปริมาณน้ำที่ทางเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้วฯ ได้จัดส่งน้ำมานั้น แต่ไม่สามารถที่จะไหลผ่านฝายน้ำล้นของฝายบ้านเดื่อ ได้

ทั้งนี้ก็เพื่อเร่งจัดส่งปริมาณน้ำจากพื้นที่สูงให้ไหลลงสู่พื้นที่ต่ำ ที่แหล่งน้ำดิบโรงผลิตน้ำประปาบ้านมะขามเฒ่า ต.บ้านใหม่ อำเภอเมืองนครราชสีมา และที่โรงสูบน้ำอัษฏางค์ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาที่ใช้ในการหล่อเลี้ยงการประปาในพื้นที่อื่นๆได้อย่างรวดเร็วและมีปริมาณน้ำดิบที่เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 1 แสน 2 หมื่นลูกบาศก์เมตร

นายสุทธิโรจน์ กองแก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง เปิดเผยว่า จากตัวเขื่อนลำตะคอง จนมาถึงตัวเมืองนครราชสีมา นั้นมีระยะทางยาวกว่า 100 กิโลเมตร โดยตลอดลำน้ำลำคะตองนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว ไปทำการติดตั้ง เพื่อทำการผลักดันน้ำจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำทั้งสิ้น 3 จุด ประกอบด้วยบริเวณ ฝายน้ำล้นสหกรณ์ อำเภอสูงเนิน , ฝายน้ำล้นโคกกรวด ตำบลโคกกรวด อำเภอเมืองนครราชสีมา และที่บริเวณฝายน้ำล้นบ้านเดื่อ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งสาเหตุที่ต้องนำไปติดตั้งนั้นเนื่องจากปริมาณน้ำที่ได้มีการจัดส่งออกมาจากเขื่อนลำตะคองนั้น เฉลี่ยอยู่ที่ 1 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 8 หมื่น 6 พันลูกบาศก์เมตร นั้นไม่สามารถที่จะไหลผ่านฝายน้ำล้นดังกล่าวได้ ดังนั้นเครื่องสูบน้ำเหล่านี้จะเป็นตัวที่ช่วยสูบน้ำข้ามฝายน้ำล้น เพื่อให้น้ำไหลเข้าสู่แหล่งกักเก็บน้ำของโรงผลิตน้ำประปาในทุกๆพื้นที่ได้ นายสุทธิโรจน์ฯกล่าว

เกษตรฯจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ปลูกฝังคุณค่าอาชีพเกษตรกรรม

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196658

วันเสาร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2559, 18.09 น.
9 ม.ค. 59 พลเอก ประสาท สุขเกษตร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2559 ว่า เด็กและเยาวชนถือเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญของประเทศชาติ เนื่องจากต้องเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ กระทรวงเกษตรฯ จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งด้านสติปัญญา ความรู้ และการสร้างทัศนคติที่ดี นอกจากนี้ ด้วยเหตุที่อาชีพเกษตรกรรม เป็นอาชีพหลักของประชาชนส่วนใหญ่ของคนไทย ซึ่งเป็นผู้ทำให้เรามีอาหารบริโภคอย่างอุดมสมบูรณ์ และยังสามารถส่งออกผลผลิตไปหล่อเลี้ยงเป็นอาหารให้กับชาวโลก จนไทยก้าวขึ้นมาสู่ความเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรลำดับต้นๆ รวมทั้งถูกขนานนามว่าเป็น “ครัวของโลก” อาชีพเกษตรกรรมจึงเป็นอาชีพที่สำคัญและน่าภาคภูมิใจไม่น้อยกว่าอาชีพอื่น  ดังนั้น เนื่องในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” กระทรวงเกษตรฯ จึงได้จัดกิจกรรมวันเด็ก ภายใต้ชื่อ “เด็กไทยหัวใจเกษตร” เพื่อส่งมอบความสุขและองค์ความรู้ด้านการเกษตรกรรมให้แก่เด็กๆ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547 โดยในปีนี้ถือเป็นปีที่13 ของการจัดงาน กระทรวงเกษตรฯ จึงได้เตรียมกิจกรรม “เด็กไทยหัวใจเกษตร 13” ซึ่งในปีนี้ได้กำหนดจัดงานในวันเสาร์ที่ 9 มกราคม ตั้งแต่เวลา 08.00–15.00 น. ณ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดปทุมธานี อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี  ภายใต้แนวคิด “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบความสุขเด็กไทยหัวใจเกษตร13″

“การจัดงานเด็กไทยหัวใจเกษตร 13 ในปีนี้ หวังว่าเด็ก ๆ ทุกคนจะได้รับความสุข ความรู้  ความสนุกสนานอย่างเต็มที่ตรงตามความมุ่งหวังของทุกหน่วยงาน และขอให้เด็กทุกคนนำคำขวัญวันเด็ก ประจำปี2559 ที่ว่า “เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคต” ของนายกรัฐมนตรี ไปเป็นข้อปฏิบัติประจำตัว เพื่อสร้างอนาคตที่ดีของตนเองต่อไป และฝากถึงผู้ใหญ่ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยชี้นำให้การเลี้ยงดู อบรม สั่งสอนและกล่อมเกลาจิตใจลูกๆ หลานๆ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เจริญเติบโตอย่างแข็งแรงทั้งร่างกาย จิตใจ และปัญญา ซึ่งเชื่อมั่นว่าเด็กและเยาวชนของไทยยุคใหม่จะมีทั้งความรู้และคุณธรรม ความเฉลียวฉลาด ความแจ่มใสเบิกบาน พร้อมที่จะเติบโตขึ้นเป็นอนาคตที่มีคุณภาพของสังคม นำความเจริญมั่นคงมาสู่ประเทศไทยในภายหน้า”  พลเอก ประสาท กล่าว​

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงรูปแบบการจัดงานวันเด็กในปีนี้ ว่า ได้มุ่งเน้นการสร้างความสุข สนุกสนาน รื่นเริง แต่แฝงด้วยสาระความรู้ด้านการเกษตร ผ่านกระบวนการละเล่นและนิทรรศการรูปแบบต่างๆ ที่เด็กเข้าถึงได้ง่าย เป็นการเสริมสร้างทักษะและปลูกฝังคุณค่าอาชีพเกษตรกรรมทางอ้อมให้แก่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการรับรู้และความรู้สึกดีๆ ต่อการเกษตรตั้งแต่เยาว์วัย  ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดเตรียมกิจกรรมหลากหลายให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วม ประกอบด้วย การประกวดและการแข่งขันเล่นเกมชิงรางวัล การจับรางวัลเครื่องบินบังคับวิทยุ รถยนต์บังคับวิทยุ รถจักรยาน อุปกรณ์การกีฬา และของเล่นอื่นๆ การให้เด็กทดลองสาวไหม การสาธิตทำสิ่งประดิษฐ์จากรังไหม การแสดงบนเวที การโชว์สัตว์แปลก เช่น ม้าแคระ แพะ แกะ และสุนัขดมกลิ่น การจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ การแสดงแบบจำลองกังหันน้ำชัยพัฒนา นิทรรศการให้ความรู้เรื่องบัญชีโดยเน้นแนวคิด“บัญชีเยาวชน”การจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดและสัตว์น้ำชายฝั่ง นิทรรศการ“เด็กไทยกับยางพาราสู่อาเซียน”กิจกรรมเรียนรู้เสริมทักษะ “น้องถั่ว…กินน้ำน้อย”โดยให้ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์พืชใช้น้ำน้อยทดแทนการปลูกข้าว มุมให้ความรู้เกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจที่สำคัญในภาคต่างๆของไทย นอกจากนี้ ยังมีการเล่นเครื่องเล่นต่างๆ และการให้บริการอาหาร ขนม และเครื่องดื่มแก่ทุกคนที่เข้าร่วมงานในวันนี้ด้วย

ตามดู’ประชุมฟาร์ม’หมูปลอดสาร ในฟาร์มรักษ์สิ่งแวดล้อมแปดริ้ว

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196620

วันเสาร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2559, 15.19 น.
ผู้บริโภคปัจจุบันให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารปลอดภัย และยังต้องมีกระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกัน ทำให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะด้านการเลี้ยงสัตว์ หันมาเอาจริงเอาจังกับการเลี้ยงสัตว์ด้วยกระบวนการที่ปลอดภัย ปลอดสาร ภายใต้กระบวนการที่ต้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ดังเช่น “ประชุมฟาร์ม” ตำบลบ้านซ่อง  อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ของสองสามีภรรยาที่สู่ชีวิตไม่ย่อท้อกับอุปสรรคอย่าง “ประชุม-อรพิน โกสินทร์” ที่เคยล้มมาแล้วจากการเลี้ยงหมูแบบอิสระเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

โดยแรกเริ่มนั้นสองสามีภรรยา ทำฟาร์มพ่อแม่พันธุ์เพื่อเพาะลูกหมูขาย ครั้งแรกเลี้ยง 20 แม่ ต่อมาขยายเป็น 200 แม่ ส่วนการตลาดนั้นเขาทำเอง ซึ่งช่วงแรกเขาถือว่าการเลี้ยงหมูเป็นอาชีพที่ดีมากเพราะราคาหมูค่อนข้างดี จนกระทั่งช่วงที่เกิดโรคระบาดในพื้นที่ และด้วยการที่เลี้ยงหมูในโรงเรือนเปิด จึงโดนหางเลขไปด้วย ช่วงนี้เองที่การตลาดเริ่มยากขึ้นเพราะเกษตรกรเลี้ยงหมูขุนทยอยเลิกเลี้ยงไป เพราะขาดทุนจากภาวะโรคระบาด ลูกหมูที่ประชุมผลิตได้ก็ขายไม่ออก จึงจำเป็นต้องเลิกกิจการเลี้ยงหมูไปในที่สุด

“เมื่อต้องเจอกับปัญหาทั้งเรื่องโรคระบาด และที่สำคัญคือปัญหาเรื่องตลาด ยอมรับเลยว่า คนเลี้ยงรายย่อยก็อยู่ยาก เพราะต้องรับความเสี่ยงทั้งหมด ตอนที่เลี้ยงอิสระเราก็ซื้อหมูแม่พันธุ์ และอาหารหมูจากซีพี เพราะมั่นใจในคุณภาพ พอมีปัญหาเรื่องโรคกับตลาดก็เลยคุยกับทีมงานของซีพีเอฟ เขาจึงเสนอแนวทางว่ามาร่วมโครงการกับบริษัท พอได้ศึกษาข้อมูลโครงการอย่างละเอียดพบว่า ระบบนี้ไม่เสี่ยงเหมือนตอนที่เลี้ยงอิสระ จากนั้น จึงตัดสินใจเข้ามาเลี้ยงหมูขุนกับซีพีเอฟเมื่อ ปี 2551”
ประชุม บอกถึงที่มาของการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกรขุนแก่เกษตรกรรายย่อย หรือโครงการฝากเลี้ยงกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ

ประชุม กล่าวอีกว่า ที่ฟาร์มเลี้ยงหมูขุน 1,700 ตัวใน 3 โรงเรือน โดยการเลี้ยงหมูที่นี่จะเน้นการเลี้ยงให้หมู อยู่สบาย และคอยดูแลหมูอย่างใกล้ชิด จึงสังเกตเห็นหมูที่เริ่มป่วยได้เร็ว ทำให้สามารถแยกหมูมาดูแลเป็นพิเศษได้ และยังเปิดเผยเคล็ดลับการเลี้ยงหมูให้โตเร็วว่า

“การเลี้ยงหมูต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลหมูในทุกๆช่วง เรียกง่ายๆ ว่าเลี้ยงดูเหมือนลูก หมูเล็กๆ ก็เหมือนเด็กเล็กๆ ที่ต้องประคบประหงมให้ดี แล้วเราไม่ต้องห่วงเรื่องพันธุ์หมูเพราะบริษัทพัฒนาพันธุ์มาดีแล้ว ทำให้หมูเราเติบโตได้ดี เมื่อประกอบกับการได้รับอาหารที่มีโภชนาการตามความต้องการของหมูแต่ละอายุ และเลี้ยงหมูในโรงเรือนปิดที่ปรับอากาศได้ รวมถึงการเลี้ยงที่มีการดูแลทุกขั้นตอนอย่างดี มีการควบคุมโรคเข้มงวด ทั้งหมดนี้ ทำให้หมูขุนที่เลี้ยงเติบโตได้ดีโดยที่ไม่ต้องอาศัยสารเร่งเนื้อแดงหรือยาปฏิชีวนะ เพราะทุกอย่างช่วยเสริมกันเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ตลอดการเลี้ยงก็สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ด้วยว่า มีขั้นตอนอย่างไร ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ในมาตรฐานของหมูที่เราผลิตได้” ประชุม บอก

ด้าน อรพิน เสริมว่า เนื่องจากเริ่มต้นจากเลี้ยงหมูกันเองก่อนมาตั้งแต่แรก ทำให้รู้ว่าหมูช่วงไหน ต้องการอุณหภูมิเท่าไหร่ กินอาหารเท่าไหร่ถึงจะโตดี เราดูแลเอาใจใส่เหมือนกับเลี้ยงลูก อย่างช่วงที่บริษัทส่งลูกหมูเข้าเล้าใหม่ๆตอน 1-2 สัปดาห์แรก ถือว่า เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดเนื่องจากลูกหมูเพิ่งหย่านมก็จะไม่ค่อยกินอาหาร เราก็ทำอาหารหมูผสมน้ำ หรืออาหารโจ๊ก เพื่อกระตุ้นให้ลูกหมูได้กินอาหารเป็นเร็วที่สุด ถึงแม้ตอนนี้จะมีลูกจ้างเพิ่มขึ้นเพราะเลี้ยงหมูมากขึ้น แต่ตนเองก็ยังเข้ามาดูแลเล้าวันละ 4-5 รอบ ตอนเช้าอรพินก็ชอบเข้าเล้าไปเปิดไฟเพื่อกระตุ้นให้หมูลุกขึ้นมากินอาหาร และก็สอนให้ลูกน้องทำแบบนี้เหมือนกัน

นอกจากนี้ อรพิน บอกว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูมีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในแง่ของรูปแบบการเลี้ยงที่เปลี่ยนจากโรงเรือนแบบเปิดมาเป็นโรงเรือนระบบปิด หรืออีแวป รวมถึงการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน ด้วยการจัดทำระบบบำบัดของเสียภายในฟาร์มด้วยไบโอแก๊ส รูปแบบที่เปลี่ยนไปนี้ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานฟาร์มหมู ที่ทั้งช่วยลดปัญหา กลิ่นและแมลงวันรบกวน ตลอดจนช่วยให้ฟาร์มหมูอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

การให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวทำให้ประชุมฟาร์ม ไม่เพียงประสบความสำเร็จในอาชีพการเลี้ยงหมูขุนมาร่วม 10 ปีเท่านั้น ที่นี่ยังถือเป็นฟาร์มตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่มีต่อ สิ่งแวดล้อมและชุมชน จนได้รับคัดเลือกให้เป็นฟาร์มรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับ 4 ดาว ประจำปี 2556 ในโครงการฟาร์มรักษ์สิ่งแวดล้อม ของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

“แม้ฟาร์มหมูจของเราจะเลี้ยงหมูขุนมากถึง 17,000 ตัวก็ตาม แต่ที่ฟาร์มก็ให้ความสำคัญกับการจัดการฟาร์มให้ได้ตามมาตรฐานที่กรมปศุสัตว์กำหนด ที่สำคัญคือการปรับปรุงฟาร์มให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การเลี้ยงหมูในระบบปิด การทำระบบไบโอแก๊ส มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ดี และยังนำน้ำจากบ่อบำบัดบ่อสุดท้ายที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดมาใช้ประโยชน์ด้วยการใช้รดน้ำต้นไม้ ที่ปลูกไว้จนเต็มพื้นที่ว่างภายในฟาร์ม ร่วมกับ การวางผังฟาร์มที่ดีด้วยการแยกส่วนการเลี้ยง และบ้านพักพนักงานออกจากกัน มีการป้องกัน และควบคุมโรคอย่างเข้มงวดตามที่สัตวแพทย์และสัตวบาลแนะนำ” อรพิน บอก

สำหรับข้อดีของการเลี้ยงหมูกับโครงการของบริษัทนั้น อรพิน บอกว่า ตนเองรับผิดชอบลงทุนในส่วนของโรงเรือน ที่ได้มาตรฐาน ค่าไฟ ค่าน้ำ และค่าแรงงาน ส่วนลูกหมู วัตถุดิบ อาหาร และวัคซีนป้องกันโรค บริษัทเป็นผู้จัดหามาให้ โดยจะมีสัตวแพทย์และสัตวบาลมาคอยดูแล รวมถึงเป็นตลาดรองรับผลผลิตทั้งหมดให้ สำหรับสิ่งที่เกษตรกรต้องทำคือ การเลี้ยงหมูให้ดีที่สุด เพื่อให้หมูแข็งแรง ปลอดจากโรค ที่สำคัญสิ่งที่ป้าอรพินยึดถือมาตลอดคือ ต้องมีความซื่อสัตย์ซึ่งกันและกัน ดูแลหมูในฟาร์มทุกอย่างเหมือนเป็นของตัวเองแม้ว่าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตจะเป็นของบริษัท ก็ต้องดูแลเอาใจใส่อย่างเต็มที่ เพราะเธอเชื่อว่าคนที่ ไม่ประสบความสำเร็จ คือคนที่จัดการไม่ดี ไม่เสมอต้นเสมอปลาย

อรพิน เชื่อว่า การเลือกทางเดินอาชีพใหม่ของเธอและสามีในวันนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะก่อนหน้าที่จะมาเลี้ยงหมู พวกเขาได้ทำอาชีพอื่นๆมานับไม่ถ้วน ทั้งค้าขาย ทำไร่ทำนา เลี้ยงไก่ แต่ก็ไม่สำเร็จอย่างที่คิดไว้ จนเมื่อมาเลี้ยงหมูกับบริษัทและได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงหมู รวมถึงเทคนิควิชาการใหม่ๆอยู่เสมอ จึงประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้ ด้วยรายได้หลังหัก ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1 ล้านบาทต่อปี

“การเข้าร่วมโครงการคอนแทรคฟาร์มกับซีพีเอฟ ทำให้ป้าสามารถส่งลูกๆให้เรียนสูงๆอย่างที่พวกเขาหวัง ความเป็นอยู่และฐานะทางบ้านก็ดีขึ้น  ทุกครั้งที่ได้เงินจากการเลี้ยงหมู ป้าจะเอาใบเสร็จรับเงินมาให้ลูกทั้งสองดู  ทำให้ลูกๆ เห็นและรับรู้มาตลอดว่าเป็นอาชีพที่มั่นคง และได้เงินมากกว่าเป็นลูกจ้าง  ปัจจุบันลูกสาวคนแรกมาช่วยดูแลกิจการของป้า และกำลังขยายโรงเรือนอีก 3 หลัง เลี้ยงหมูขุนเพิ่มอีก 2,100 ตัว เพื่อให้ลูกชายคนที่สองที่จบปริญญาตรี มาได้ 2 ปีแล้ว และกำลังทำงานหาประสบการณ์อยู่กับบริษัทเอกชนในกรุงเทพ จะได้กลับมาช่วยสืบต่ออาชีพที่เราวางรากฐานไว้ต่อไป” อรพิน กล่าวทิ้งท้าย

บิ๊กฉัตรทุบพ่อค้าอยู่หมัด ยางพุ่งทันที3บ. ภาคใต้ยิ้ม/อีสานรอก่อน

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196564

วันเสาร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
บิ๊กฉัตรทุบพ่อค้าอยู่หมัด

ยางพุ่งทันที3บ.

ภาคใต้ยิ้ม/อีสานรอก่อน

ดาบ2จ่อยึดโควตาส่งออก

เร่งมือตั้งบอร์ดกยท.ทำงาน

‘ประวิตร’ลั่นชุมนุมเจอคดี

ม็อบจี้DSIสอบคนทุบราคา

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 8 มกราคม ว่า ตลาดกลางยางพาราทั่วภาคใต้ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร และสงขลา ได้ขยับราคาพาราแล้ว โดยพุ่งขึ้นเฉลี่ย 3 บาทต่อกิโลกรัม(กก.)โดยราคาน้ำยางดิบหน้าโรงงาน ประกาศรับซื้อที่ 30 บาท/กก. จากที่ก่อนหน้านี้ อยู่ที่ 27 บาทกก. ราคายางแผ่นดิบที่ 35 บาท/กก. จากที่ก่อนหน้านี้อยู่ที่ 31-33 บาท/กก. ทั้งนี้ในแต่ละโรงงานจะประกาศราคาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับทำเล การขนส่ง และปริมาณรับซื้อ

กษ.ขู่ใช้พรบ.ควบคุมยางเล่นงาน

การปรับขึ้นของราคายางในครั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตุว่า อาจเกิดจากสาเหตุที่พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์(กษ.)สั่งการด่วนให้นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพาราครบวงจร เรียกประชุมตัวแทนชาวสวนยาง สมาคมผู้ประกอบการยางพารา ผู้ส่งออกยางพารา เมื่อเย็นวันที่ 7 มกราคม พร้อมกับขอร้องให้ผู้ประกอบการ ให้ขยับราคารับซื้อยางพาราจากเกษตรกรชาวสวนยางให้สูงกว่าเดิมอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางลืมตาอ้าปากได้บ้าง อย่างน้อยๆ ยางแผ่นดิบต้องไม่ต่ำกว่า33บาท/กก.

การหารือครั้งนั้นมีนางจินตนา ชัยยวรรณการ ผู้ช่วย รมว.เกษตร กล่าวสำทับในที่ประชุมว่า จะติดตามราคายางพาราอย่างต่อเนื่อง หากใน 1 สัปดาห์ ราคายางยังไม่เป็นไปตามความเหมาะสมให้อยู่ได้กันทุกฝ่าย ก็อาจจะต้องใช้อำนาจกฎหมาย พ.ร.บ ควบคุมยาง พุทธศักราช 2542 หรือ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ มาบังคับใช้กับผู้ประกอบการทั้งหลาย

แฉผู้ประกอบการมีกำไรเพียบ

มีรายงานว่า สถานการณ์ราคายางพาราในปัจจุบันถือเป็นยุคทองของผู้ประกอบการเนื่องจากได้ เซ็นสัญญาส่งออกยางล่วงหน้าที่ประมาณ 45-50 บาท/กก.แต่รับซื้อในราคาที่ต่ำ อีกทั้งค่าเงินบาทอ่อนตัว เมื่อส่งออกถือว่าได้กำไร2เด้ง เฉลี่ยร่วมกิโลกรัมละ 10 บาท จึงได้มีการขอร้องให้ผู้ประกอบการยอมลดกำไรลงบ้าง

ราคายางพุ่งยังไม่ถึงอีสาน

อย่างไรก็ตามการขยับราคายางดังกล่าว ยังคงเป็นแค่ภาคใต้ ยังไปไม่ถึงในภาคอีสาน โดยจากการสำรวจ ที่ตลาดกลางราคายางพาราหนองคาย ยางถ้วยก้อน ราคาท้องถิ่นยังนิ่งอยู่ที่ 13.5 บาท/กก.ราคาประมูลที่ 15 บาท/กก.และมีแนวโน้มจะปรับราคาขึ้นวันจันทร์

ด้านตลาดราคายางพารานครพนม ยางก้อนถ้วยอยู่ที่ 12-13 บาท สร้างผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนอย่างอย่างรุนแรงทั้งเจ้าของสวนและผู้รับจ้างกรีดยาง

นางพิศ งอยภูธร วัย 40 ปี ชาวบ้านน้อยลวงมอง ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน เปิดเผยว่าครอบครัวตนและสามีเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างกรีดยาง เมื่อช่วงยางราคาดีขายยางรอบหนึ่งตนจะมีรายได้ 7 พันบาทเดือนหนึ่งก็เกือบหมื่นบาท ตอนนี้ราคายางตกต่ำมาก รายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว ส่งผลกระทบต่อลูกที่ไปโรงเรียน ที่สำคัญ ขณะนี้ยางตกลงมากิโลกรัมล่ะ 13 บาทเจ้าของสวนสั่งปิดหน้ายางงดกรีดแล้วเพราะไม่คุ้มค่า

ไม่มีคนมาประมูลยาง

นายทัยฮง พ่อสาร อายุ 57 ปี ประธานสหกรณ์ชาวสวนยางตำบลพุ่มแกจำกัด อ.นาแก เปิดเผยว่า ปกติ ปัจจุบันราคายางก้นถ้วย อยู่ที่ประมาณแค่ 13 บาท ส่วนราคายางแผ่น ประมาณ กิโลกรัมละ 25 บาท ส่งผลให้เกษตรกรสวนยางในพื้นที่ เดือดร้อนหนัก อีกทั้งไม่มียางออกมาจำหน่าย เมื่อก่อน สหกรณ์เคยใช้เงินรับซื้อวันละกว่าล้านบาท แต่ตอนนี้เหลือแค่วันละประมาณ1แสนบาท เพราะส่วนใหญ่งดกรีดยางมาขาย อีกทั้งไม่มีพ่อค้าคนกลางมาประมูลรับซื้อ ชาวบ้านต้องเดือดร้อนแบกภาระหนี้สิน และต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางช่วยเหลือแก้ไขเร่งด่วน

สภาเกษตรกรตรังถกปัญหายางตก

เช้าวันเดียวกัน ที่สภาเกษตรกรจังหวัดตรัง นายสมคิด สังขมณี ประธานสภาฯเรียกประชุมสมาชิก เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือชาวสวนยางพาราที่ประสบปัญหาความราคาตกต่ำ

หลังประชุม เรียกร้องให้ภาครัฐปล่อยเงินกู้ให้เกษตรกรรายย่อยครอบครัวละ1แสนบาทเพื่อไปทำอาชีพเสริมอื่น รวมทั้งให้รัฐบาลเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินสนับสนุน ไร่ละ 1,500 บาทครัวละไม่เกิน 15ไร่ให้ครบ และเราจะไม่มีการประท้วง แต่จะเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป

ด้านเดชรัฐ สิมศิริ ผวจ.ตรัง กล่าวว่า ได้ส่งการให้ตำรวจ ฝ่ายปกครองจับตาการชุมนุมของชาวสวนยางอย่างใกล้ชิด และเชื่อว่าคงไม่วุ่นวายอะไรเพราะเป็นการพูดด้วยเหตุผล และเคยประชุมร่วมกันหลายหน ส่วนเงินอุดหนุนชาวสวนยางไร่ละ 1500 บาท ตอนนี้ในจังหวัดตรังจ่ายไปแล้วประมาณ300 ล้านบาท ที่เหลืออยู่ในระหว่างตรวจสอบเอกสาร

ยันราคาควรอยู่ที่60บาท/กก.

ในขณะที่ นายศักดิ์สฤษดิ์ ศรีประศาสตร์ แกนนำเครือข่ายชาวสวนยางรายย่อยจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคายางปัจจุบันควรจะอยู่ที่ 50-60 บาท ซึ่งเชื่อว่าจากปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากกลไกของรัฐบาล โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูงในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ทำงาน องค์กรที่อ้างว่าเป็นองค์กรเกษตรกรชาวสวนยาง ยังมีความขัดแย้งกันเอง ตนยังเชื่อว่าปัญหาราคายางตกต่ำ นายกฯประยุทธ์จะต้องลงมาดูแลด้วยตนเอง

จี้DSIสอบไอ้โม่งทุบราคายาง

ที่สำนักงาน นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรค ปชป. อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายปรีชา สุขเกษม ประธานเครือข่ายสภาเกษตรกร จ.สงขลา ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางพารา จ.สงขลา เข้าพบ นายถาวร เพื่อปรึกษาหารือปัญหาราคายางพาราตกต่ำติดต่อกันหลายเดือน

นายปรีชา เปิดเผยว่า ขอให้รัฐบาลมอบหมายให้หน่วยงานเฉพาะกิจมี ดีเอสไอ ตำรวจกองปราบปราม สตง. ป.ป.ช. ปปง. เข้าไปตรวจสอบกลไกการตลาดที่แท้จริงของราคายางพารา เพราะเกษตรกรไม่เชื่อว่า ราคายางพาราตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 20-30 บาทจริง อาจจะมีไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังบิดเบือนกลไกลการตลาดราคายางพาราอยู่

“ตู่”สวนนายกฯให้ปลูกกล้วย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง กล่าวว่า ที่นายกฯแนะให้เกษตรกรปลูกกล้วยหอมทอง หรือ และสตรอว์เบอร์รีแทรกในสวนยางนั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำได้ เพราะกล้วยหอมทองปลูกได้เฉพาะแปลงยางที่ปลูกใหม่ หรือยังกรีดไม่ได้ ซึ่งจะทำให้แสงแดดส่องมาถึง รวมทั้งยางปลูกใหม่ไม่เดือดร้อนกับราคา และไม่ได้เรียกร้องในขณะนี้ เนื่องจากยางยังไม่ได้กรีด จึงเป็นคนละปัญหากับราคายางตกต่ำเป็น 4 กิโลกรัมต่อร้อยบาทแล้ว ทำให้หลายครอบครัวเดือดร้อน ลูกต้องหยุดเรียนหนังสือ

โวยุคยิ่งลักษณ์กก.ละ80บาท

ส่วนแกนนำชาวสวนยางประกาศจะชุมนุมนั้น นายจตุพร กล่าวว่า แกนนำเหล่านี้เคลื่อนไหวและสนิทสนมกับกลุ่ม กปปส. พวกเขาเรียกร้องเสมอเมื่อราคายางพาราลดลง ในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ราคาอยู่ที่ 80 บาท/กก. ยังไม่เอา แต่เคลื่อนไหวกดดันจะเอา 120 บาทต่อกิโลกรัม แต่เมื่อราคาตกลง รมว.เกษตรแก้ไขปัญหาไม่ได้ แม้ราคาที่ชาวสวนยางพออยู่ได้ที่ราคา 35 บาทต่อกิโลกรัมยังไม่สามารถรักษาเอาไว้ได้เลย เมื่อราคาตกต่ำไปเป็น 4 กิโลกรัมต่อร้อยบาท จึงต้องเดือดร้อนแสนสาหัสยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องแก้ไขต่อไป

“บิ๊กป้อม”งัดพรบ.ชุมนุมขู่ม็อบยาง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางพาราเต็มที่แล้ว ร ในเมื่อราคาน้ำมันลงขนาดนี้ จะให้ราคายางสูงขึ้นได้อย่างไร

เมื่อถามว่า เป็นห่วงที่จะมีผู้ชุมนุมหลายกลุ่มเข้ามาทั้ง สสส.และสวนยาง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมไม่ห่วง เขาไม่เข้ามาหรอก เข้ามาแล้วจะได้อะไร มาก็ไม่ได้อะไร ผิดกฎหมายด้วย เพรา มีพ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ แต่ถ้ารัฐบาลไม่สนใจน่าจะต้องมา นี่รัฐบาลสนใจทำงานหามรุ่งหามค่ำถ้าจะมากดดัน แค่นี้ก็กดดันจะตายอยู่แล้ว”

“บิ๊กตู่”ยันไม่บิดเบือนกลไกลตลาด

เที่ยงวันเดียวกันม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ร่วมงานเลี้ยงฉลองวันปีใหม่ 2559 ที่จัดโดยสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งถึงราคาราคายางว่า ถ้าขึ้นราคาให้ใครจะเป็นคนจ่ายเงิน ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ตอนนี้ ตอนนี้กำลังลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ส่วนข้อเสนอที่ให้นำยางไปทำถนนและพยุงราคายางและข้อเสนอของเกษตรกรที่ให้อยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท นายกฯ ระบุว่า รัฐบาลทำอยู่นำไปทำถนน แต่ตอนนี้ราคาถนนสูงขึ้น 15 % ถ้าอุดหนุนราคายางให้ได้ 60 บาท จะกลายเป็นอัดยายซื้อขนมยาย ค่ายางและค่าถนนจะแพงขึ้น เสียทั้ง 2 อย่าง ตอนนี้ไม่ขอบอกว่าตอนนี้กำลังทำอะไร ขอให้เป็นไปตามระบบ และใช้งบประมาณไปมากแล้ว ตนไม่อยากให้กลไกตลากบิดเบือน แต่กำลังสร้างกลไกเพื่อนำไปสู่การผลิตให้ได้

อย่ามาข่มขู่-ฮึ่มถ้าประท้วงเจอแน่

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ในอดีตเคยสั่งให้มีการลดพื้นที่การปลูกแต่ก็ไม่สำเร็จ เกษตรกร ไปเชื่อนักการเมืองท้องถิ่น และมีการส่งเสริมการปลูกยาง บุกรุกป่าเพื่อปลูกยางบนเขา เมื่อรัฐบาลชองตนสั่งโค่นทิ้งหาว่าทำร้ายคนจน

ส่วนการชุมนุมประท้วง ตนสั่งการผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว จะมาข่มขู่ตนไม่ได้ ไปประท้วงบนถนนก็โดนคดี ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย อย่าหาว่ารังแกคนจน

ในขณะที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่าได้สั่งการให้ภาค8-9 ดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะเรื่องการชุมนุมของชาวสวนยาง หากมีชุมนุมเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็ต้องดำเนินคดี จึงขอแจ้งว่า อย่าฝ่าฝืน

“บิ๊กฉัตร”ย้ำตรึงราคาห้ามต่ำกว่า33บ.

เย็นวันเดียวกัน.พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษารมว.เกษตรฯ นางจินตนา ชัยยวรรณการ ผู้ช่วยรมว.เกษตรฯ เปิดแถลงข่าวด่วน ถึงมาตรการพยุงราคายางไม่ให้ตกต่ำกว่าราคาในปัจจุบัน โดยให้เอกชนตรึงราคารับซื้อในตลาดไว้ที่ราคายางแผ่นดิบไม่ต่ำกว่า 33 บาทต่อกก. ตามที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาราคายางพาราทั้งระบบ ได้มีมติให้ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันดำเนินการ

พล.อ.ฉัตรชัย ย้ำว่า หลังจากที่มีมาตรการตรึงราคา ทำให้ราคายางแผ่นดิบขยับ 33-34 บาท/กก. ส่วนน้ำยางข้นขยับชึ้นมาจาก 28 บาทเป็น 28.50 บาท/กก.ทันที ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเพื่อหยุดยั้งไม่ให้ราคายางตกทุกวัน ก่อนจะถึงฤดูเปิดกรีดยางในเดือน เม.ย.

บอก60บาท/กก.เป็นไปไม่ได้

อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นยังไม่มีมาตรการรับซื้อยางในราคานำตลาด หรือราคาที่เกษตรกรเรียกร้อง 50-60 บาทต่อกก. ดังนั้นช่วงนี้ตนได้เร่งวางกลไกรองรับปัญหาทุกด้านโดยให้ การยางแห่งประเทศไทย(กยท.)สามารถขับเคลื่อนได้เต็มที่ตามกฎหมาย พ.ร.บ.การยางแห่งชาติ ในการช่วยเหลือเกษตรกรสวนยางทั้งระบบ

ซึ่งสัปดาห์หน้าหลังจากวันที่ 14 ม.ค.นี้ ที่ตนเสนอรายชื่อคณะกรรมการบริหารการยางแห่งประเทศไทย(บอร์ดกทย.)เข้าผ่านความเห็นชอบจากครม.แล้วจะทำให้การขับเคลื่อนคณะกรรมการยาง มีกฎหมายรองรับ ในการช่วยเหลือเกษตรกรด้านราคา สวัสดิการ และค่าครองชีพ รวมทั้งการระบายางในสต๊อกไปสร้างมูลค่าเพิ่มทำถนน หรืออื่น ๆ

ส่งทีมงานลงพื้นที่10มกราฯนี้

รวมทั้งได้มอบให้นาง จินตนา นำทีมลงพื้นที่รับรู้ปัญหาจริงจากเกษตรกรภาคใต้ ที่จ.นครศรีธรรมราช วันที่10 ม.ค. และวันที่11 ม.ค.ตนจะเรียกประชุมคณะกรรมการร่วมพัฒนายางพาราครบวงจร โดย มีแกนนำกลุ่มเกษตรกรแทบทุกกลุ่มเข้าร่วม จะหารือกันเพื่อหาทางออกอีกครั้งไม่ให้ราคาไหลลงไปกว่านี้ในช่วงเปิดกรีดและจะเดินหน้าต่ออย่างไร

“นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงปัญหาราคายางพาราตกต่ำอย่างมาก โทรศัพท์มาสั่งการกับผมวันละ 3 เวลาย้ำว่ามาตการต่างๆต้องให้ถึงมือเกษตรกรโดยเฉพาะรายย่อย ที่เดือนร้อนจริง”รมว.เกษตร กล่าว

จวกปัญหาสะสมจากการเมืองห่วย

และว่าถ้าใครไม่พอใจจะมาเรียกร้องให้ออก มาได้เลย ตนก็ออกกลับบ้าน เพราะเหนื่อยมากและไม่ได้อยากเป็น แต่พอเงยหน้าขึ้นไปดูท่านนายกฯเหนื่อยกว่าตนมาก ตนก็ต้องสู้ และคนเป็นทหารออกมาแล้วถอยไม่ได้ ขนาดตายยังเอาดาบยันหลังไว้ และรู้ว่าการเมืองไม่ทำแบบนี้ ไม่เคยวางรากฐานสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร มาทีก็จ่ายเงินกันที เชื่อว่าสิ่งตนทำไว้ให้เกษตรกร ผลงานไม่เกิดในสมัยตน

“จินตานา”จ่อใช้กม.บังคับเอกชน

ด้านนางจินตนา กล่าวว่ามติการตรึงราคายาง 33 บาท จะติดตามผลต่อเนื่องหากไมเป็นตามราคาที่ตกลงจะใช้ข้อบังคับทางกฎหมายกับภาคเอกชนเพื่อป้องกันพ่อค้ารับซื้อกดราคา

นอกจากนี้ได้ให้คณะกรรมการบริหารจัดการด้านราคา โดยมีกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน ไปดูโครงสร้างราคาขึ้นด้วย ในฤดูกาลเปิดกรีดช่วง3 เดือน จะมีประมาณ 6-8 แสนตัน เริ่มเดือนมี.ค.เปิดกรีดการผลิตวันละ 9 พันตันออกสู่ตลาด ทั้งนี้ขอปฎิเสธการเซ็นสัญญาขายยางให้กับจีบ ไม่ได้เป็นการชี้นนำราคาตลาดซึ่งเราส่งให้จีนเดือนละ 1.7 หมื่นตันไม่ได้ทำให้ราคาลงอย่างแน่นอน

“อำนวย”ชี้ต้องรีบตั้งบอร์ด”กยท.”

ขณะที่นายอำนวย กล่าวว่าการตรึงราคาเป็นมาตรหยุดยั้งการไหลลงของราคาช่วงแรก ต่อไปจะมีมาตรการดึงราคาสูงขึ้น ทำพร้อมกับมาตรการตลาด โดยมีกลไกใหม่ใช้ในปี59 โดยผ่าน บอร์ดกยท.มีระบบถาวร มีผู้แทนเกษตรกร5 คนคัดสรรมาจาก4 ภาค ในบอร์ดมีทั้งหมด15 คน และคณะกรรมการผู้ทรงวุฒิ ซึ่งจะมีการแต่งตั้งประธานบอร์ด ครบชุดไปขับเคลื่อนได้ โดยมีกองทุนพัฒนายางพารา เป็นกองทุนระยะยาว ที่มีเงินหมุนเวียนปีละ 5-7 พันล้านบาท โดยใช้บริหาร 5% ปลูกยางใหม่แทนยางเก่าร้อยละ 35 % ดูแลปัญหาราคา 3% ดูการพัฒนาเกษตรกร 7% ให้สวัสดิการเกษตรกร 5% วิจัยพัฒนา 5%

และตอนนี้ครม.ให้ความเห็นชอบ งบพัฒนาเกษตรกรเพิ่มอีก จะมีการเติมเข้าไปบริหารสวัสดิการ เหล่านี้ ดูแลครองชีพ ค่าใช้จ่าย จัดสรรประจำปี 3%ทำให้องค์กรเกษตรกรเข้มแข็งนับว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์และพลิกโฉมหน้าเกษตรกรสวนยางจะได้อานิสงค์จากพรบ.การยาง เริ่มคิดออฟ ตั้งแต่ 14 ม.ค. โดยมีตัวแทนเกษตรกรมามีส่วนในการบริหารเต็มที่

“สมคิด”ย้ำไม่ทิ้งชาวสวนยาง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ชาวสวนยางต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ในระดับต้นๆ ทุกฝ่ายกำลังดูแลอย่างเต็มที่

นายสมคิด ยังเปิดเผยถึงกรณีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แต่งชุดดำเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านคำพูดของนายสมคิด ที่ระบุ ถ้าทำไม่ได้จะยุบทิ้งไป ว่า ได้รับทราบเรื่องแล้ว และยืนยันว่า ไม่คิดว่าจะมีปัญหาในการทำงานร่วมกันหลังจากนี้

‘บิ๊กฉัตร’โวยม๊อบยางอย่าชุมนุมกดดัน ชี้ไม่มีนโยบายรับซื้อ50-60บาท/กก.

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196501

วันศุกร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559, 17.57 น.
8 ม.ค. 58 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดแถลงข่าวด่วนร่วมกับนายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  นางจินตนา ชัยยวรรณการ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงมาตรการพยุงราคายางไม่ให้ตกต่ำกว่าราคาในปัจจุบัน โดยตรึงราคารับซื้อในตลาดไว้ที่ราคายางแผ่นดิบ 33 บาทต่อกก. ตามที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาราคายางพาราทั้งระบบ ได้มีมติให้ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันดำเนินการ

โดยรมว.เกษตรฯ กล่าวชี้แจงว่า หลังจากที่มีมาตรการตรึงราคา ทำให้ราคายางแผ่นดิบขยับ 33-34 บาท ส่วนน้ำยางข้นขยับชึ้นมาจาก 28 บาทเป็น 28.50 สตางค์ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเพื่อหยุดยั้งไม่ให้ราคายางตกทุกวัน  ก่อนจะถึงฤดูเปิดกรีดยางในเดือน เม.ย. อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นยังไม่มีมาตรการรับซื้อยางในราคานำตลาด หรือราคาที่เกษตรกรเรียกร้อง 50-60 บาทต่อกก.  ดังนั้นช่วงนี้ตนได้เร่งวางกลไกรองรับปัญหาทุกด้านโดยให้ การยางแห่งประเทศไทย(กยท.)สามารถขับเคลื่อนได้เต็มที่ตามกฎหมาย พ.ร.บ.การยางแห่งชาติ ในการช่วยเหลือเกษตรกรสวนยางทั้งระบบ ซึ่งสัปดาห์หน้าหลังจากวันที่ 14 ม.ค.นี้ ที่ตนเสนอรายชื่อคณะกรรมการบริหารการยางแห่งประเทศไทย(บอร์ดกทย.)เข้าผ่านความเห็นชอบจากครม.แล้วจะทำให้การขับเคลื่อนคณะกรรมการยาง มีกฎหมายรองรับ ในการช่วยเหลือเกษตรกรด้านราคา สวัสดิการ และค่าครองชีพ รวมทั้งได้มอบให้นาง จินตนา นำทีมลงพื้นที่รับรู้ปัญหาจริงจากเกษตรกรภาคใต้ ที่จ.นครศรีธรรมราช วันที่10 ม.ค. และวันที่11 ม.ค.ตนจะเรียกประชุมคณะกรรมการร่วมพัฒนายางพาราครบวงจร โดย มีแกนนำกลุ่มเกษตรกรแทบทุกกลุ่มเข้าร่วม จะหารือกันเพื่อหาทางออกอีกครั้งไม่ให้ราคาไหลลงไปกว่านี้ในช่วงเปิดกรีดและจะเดินหน้าต่ออย่างไร

“นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงปัญหาราคายางพาราตกต่ำอย่างมาก โทรศัพท์มาสั่งการกับผมวันละ 3 เวลาย้ำว่ามาตการต่างๆต้องให้ถึงมือเกษตรกรโดยเฉพาะรายย่อย ที่เดือนร้อนจริง และเร่งให้จ่ายเงินช่วยรายได้ไร่ละ1,500 บาทให้จบภายในเดือนนี้ ทั้งนี้ท่านายกฯได้กังวลถึงเกษตรกรสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ จะไม่ได้รับเงินชดเชย ที่มีจำนวนมาก ได้ให้นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการกองทุนหมู่บ้าน ให้มาช่วยดูแลเกษตรกรเหล่านี้ อาจเพิ่มเงินกู้ในเรื่องค่าเล่าเรียนบุตร โดยจะมาหารือกับผมวันจันทร์ ที่ 11 ม.ค. “รมว.เกษตรฯกล่าวและว่าสิ่งที่ตนทำวันนี้คือการวางรากฐานให้เกษตรกรทุกอาชีพ ตนรู้ว่าถ้าจ่ายเงินให้เกษตรกร ให้ชาวสวนยางได้คะแนนเสียงทันที ก็ขอให้ทุกฝ่ายอดทนร่วมมือกันจริงๆก็แก้ปัญหาไปได้ ตนมีเป้าหมายระบายใหม่ไปสามประเทศ จีน รัสเซีย อินเดีย อย่างน้อยทำให้ราคาดีขึ้น ไม่เลวร้ายกว่านี้ และอย่าชุมนุมหรือใช้วิธีกดดันไม่ใช่ทางออกที่ดี แต่ก็มองว่าอาจมีเรื่องการเมืองด้วย ที่อยากมีบทบาทนำใกล้เลือกตั้ง

“ส่วนใครไม่พอใจจะมาเรียกร้องให้ออก มาได้เลย ผมก็ออกกลับบ้าน เพราะเหนื่อยมากและไม่ได้อยากเป็น แต่พอเงยหน้าขึ้นไปดูท่านนายกฯเหนื่อยกว่าผมมาก ผมก็ต้องสู้ และคนเป็นทหารออกมาแล้วถอยไม่ได้ ขนาดตายยังเอาดาบยันหลังไว้ และรู้ว่าการเมืองไม่ทำแบบนี้ ไม่เคยวางรากฐานสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร มาทีก็จ่ายเงินกันที  เชื่อว่าสิ่งผมทำไว้ให้เกษตรกร ผลงานไม่เกิดในสมัยผม”รมว.เกษตรฯ กล่าว

รมว.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า มาตรการแก้ปัญหายางพาราต้องทำทั้งระบบให้เกิดความยั่งยืน ตามพระราชดำรัสในหลวง ที่ทรงตรัสว่าจะให้เบ็ดตกปลาหรือให้ปลา  ซึ่งปัญหายางได้ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันตกต่ำมาก และจีนผู้บริโภครายใหญ่ประสบปัญหาเช่นกำลังการผลิตลดลง  นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม นำยางไปทำถนนนให้ได้2 หมื่นตันในปีนี้ ซึ่งนโยบายนี้ได้รับคำชมจากประเทศไตรภาคียาง เช่นมาเลเซีย ว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และไทยสามารถทำได้เร็วกว่า โดยมาเลเซียเอง ตั้งเป้าเอายางทำถนนถึง 2 แสนตัน เพราะจะพึ่งตลาดโลกต้องใช้ภายในประเทศให้มากขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นทำสนามฟุตซอล ทำทางเดินผู้สูงอายุ ทำตัวหนอน โดยนายกฯได้สั่งให้ อบต. อปท. เอาไปทำถนนในชุมชนด้วย ซึ่งรัฐบาล จะเพิ่มเติมงบให้ด้วย

“เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินคือการวางรากฐานโครงสร้างในอนาคตด้วยไม่คาดหวังราคาอย่างเดียว โดยรัฐบาล ให้มีอาชีพเสริมในสวนยาง ให้กู้ราย 1 แสนบาท โดยที่ผ่านมาได้มีเกษตรกร 159,270 รายเข้าโครงการ ได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว จริงๆมาสมัครมากกว่านี้แต่ไม่ผ่านคุณสมบัติ ซึ่งได้รับเงินกู้ 96,963 ราย ที่เหลือกำลังพิจาณา โดยครม.อนุมัติมีงบไปให้ 1 หมื่นล้านบาท และอนุมัติเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ขยายวงเงินเพิ่มอีก 5 พันล้านบาท ในขณะนี้ได้สั่งการให้ขยายโครงการรับสมัครจำนวนสมาชิกเข้ามารับเงินกู้ได้อีดเพราะยังมีเงินเหลือ มี2,861 ล้านบาทได้เปิดโครงการเมื่อวันที่ 5 ม.ค.”รมว.เกษตรฯกล่าวและว่าจากการติดตามไปพบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ร้อย61% สนใจด้านปศุสัตว์ ร้อยละ13 ไม้ผลยืนต้น พืชผักสมุนไพร ไม้ประดับ และร้อยละ10 พืชไร่ ร้อยละ9 ด้านประมง  ซึ่งยืนยันว่าเกษตรกส่วนใหญ่ให้ความสนใจ จะเห็นปลายปีที่แล้วนายกฯลงไปพบกับเกษตรกประสบความสำเร็จ เราทำให้เกิดความยั่งยืนไปพร้อมๆกันแก้เฉพาะหน้า

ด้านนางจินตนา กล่าวว่ามติการตรึงราคายาง 33 บาท จะติดตามผลต่อเนื่องหากไมเป็นตามราคาที่ตกลงจะใช้ข้อบังคับทางกฎหมายกับภาคเอกชนเพื่อป้องกันพ่อค้ารับซื้อกดราคา นอกจากนี้ได้ให้คณะกรรมการบริหารจัดการด้านราคา โดยมีกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน ไปดูโครงสร้างราคาขึ้นด้วย ในฤดูกาลเปิดกรีดช่วง3 เดือน จะมีประมาณ 6-8 แสนตัน เริ่มเดือนมี.ค.เปิดกรีดการผลิตวันละ 9 พันตันออกสู่ตลาด ทั้งนี้ขอปฎิเสธการเซ็นสัญญาขายยางให้กับจีบ ไม่ได้เป็นการชี้นนำราคาตลาดซึ่งเราส่งให้จีนเดือนละ 1.7 หมื่นตันไม่ได้ทำให้ราคาลงอย่างแน่นอน

ขณะที่นายอำนวย กล่าวว่าการตรึงราคาเป็นมาตรหยุดยั้งการไหลลงของราคาช่วงแรก ต่อไปจะมีมาตรการดึงราคาสูงขึ้น ทำพร้อมกับมาตรการตลาด โดยมีกลไกใหม่ใช้ในปี59 โดยผ่านกยท.มีระบบถาวร มีผู้แทนเกษตรกร5 คนคัดสรรมาจาก4 ภาค ในบอร์ดมีทั้งหมด15 คน และคณะกรรมการผู้ทรงวุฒิ ซึ่งจะมีการแต่งตั้งประธานบอร์ด ครบชุดไปขับเคลื่อนได้ โดยมีกองทุนพัฒนายางพารา เป็นกองทุนระยะยาว ที่มีเงินหมุนเวียนปีละ 5-7 พันล้านบาท โดยใช้บริหาร 5% ปลูกยางใหม่แทนยางเก่าร้อยละ 35 % ดูแลปัญหาราคา 3% ดูการพัฒนาเกษตรกร 7% ให้สวัสดิการเกษตรกร 5% วิจัยพัฒนา 5% ตอนนี้ครม.ให้ความเห็นชอบ งบพัฒนาเกษตรกรเพิ่มอีก จะมีการเติมเข้าไปบริหารสวัสดิการ เหล่านี้ ดูแลครองชีพ ค่าใช้จ่าย จัดสรรประจำปี 3%ทำให้องค์กรเกษตรกรเข้มแข็งนับว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์และพลิกโฉมหน้าเกษตรกรสวนยางจะได้อานิสงค์จากพรบ.การยาง เริ่มคิดออฟ ตั้งแต่ 14 ม.ค. โดยมีตัวแทนเกษตรกรมามีส่วนในการบริหารเต็มที่

สวนยางพังงายอมขายขี้ยางถ้วย หลังราคายางตกต่ำต่อเนื่อง

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196477

วันศุกร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559, 16.59 น.
8 ม.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากราคายางพาราทั้งยางแผ่นดิบกิโลกรัมละ 30 บาท และขี้ยางถ้วย กิโลกรัมละ 15-17 บาทต่อกิโลกรัม จนทำให้รายได้ของเกษตรกรชาวสวนยางไม่เพียงพอกับรายจ่าย ส่งผลทำให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า จ.พังงา ต้องเร่งนำผลผลิตขี้ยางถ้วยออกขายกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากช่วงนี้ราคายางตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จนชาวสว​นยางพารากลัวว่าราคาจะตกลงไปอีก จึงจำเป็นต้องนำยางออกมาขายยังตลาดรับซื้อ

ซึ่งขณะนี้ทางเกษตรกรได้มีการปรับเปลี่ยนไม่ได้เน้นกรีดยางเพื่อขายน้ำยาง หรือนำไปทำเป็นยางแผ่น แต่ด้วยราคาตกต่ำลงจึงต้องลดต้นทุนในการผลิตหันมาทำยางถ้วย หรือ ขี้ยางแทน พร้อมวอนให้รัฐแก้ปัญหาราคายางแผ่นดิบจากเดิม 28 บาท เป็น 60 บาท น้ำยางสดจากเดิมกิโลกรัมละ 29 บาท เป็น 65 บาท และ ยางก้อนถ้วยจากเดิม 14-16 บาท เพิ่มเป็น 35 บาท จึงต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาน้ำยางสดให้อยู่ที่ 65 บาทต่อกิโลกรัม และราคายางก้อนถ้วยที่ 35 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อที่เกษตรกรจะสามารถประคองตัวเองให้เลี้ยงครอบครัวอยู่ได้

 

ยางพารานครพนมราคาตก13/กก. เผยชาวบ้านรับกรีดยางตกงานอื้อ

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196443

วันศุกร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559, 14.03 น.
8 ม.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานจากว่า สถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำถึงขั้นวิกฤติไม่เคยเกิดขึ้นที่จังหวัดนครพนม มาก่อนนับตั้งแต่รัฐบาล คสช.เข้ามาบริหารประเทศเป็นเวลานับ 2 ปี ราคายางจะวิ่งอยู่ระหว่างกิโลกรัมล่ะ 17-25 บาทเท่านั้นล่าสุดร่วงลงมากิโลกรัม 12-13 บาท กระทบอย่างหนักชาวสวนยางในหลายอำเภอปิดหน้ายางงดกรีดไม่คุ้มค่าปุ๋ย และส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่หลายครอบครัวที่รับจ้างกรีดยางแบ่งกับเจ้าของสวน 60-40 ต้องตกงานไม่มีรายได้เลี้ยงครอบครัว

นางพิศ งอยภูธร วัย 40 ปี ชาวบ้านน้อยลวงมอง ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน เปิดเผยว่า ครอบครัวตนและสามีไม่มีที่นาต้องซื้อข้าวกินเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างกรีดยางกับเจ้าของสวนยางแบ่งกัน 60-40 โดยจะขายในรูปแบบยางถ้วยแต่ก่อนช่วงยางราคาดีขายยางรอบหนึ่งตนจะมีรายได้ 7 พันบาทเดือนหนึ่งก็เกือบหมื่นบาทต่อมาราคายางก็ตกลงมานับตั้งแต่รัฐบาล คสช.บริหารประเทศราคายางถ้วยอยู่ระหว่าง 17-25 บาท ถึงแม้ราคาไม่ดีก็ยังพอมีรายได้เลี้ยงครอบครัวมีค่าลูกไปโรงเรียนใช้จ่ายเปิดเทอมพอถูไถไปได้ แต่ขณะนี้ยางตกลงมากิโลกรัมล่ะ 13 บาท เจ้าของสวนสั่งปิดหน้ายางงดกรีดเสี่ยหน้ายางไม่คุ้มค่าปุ๋ยทำให้เดือดร้อนมากยังไม่รู้จะไปทำงานอะไรเพราะกรีดยางมากว่า 20 ปีแล้ว

นายทัยฮง พ่อสาร อายุ 57 ปี  ประธานสหกรณ์ชาวสวนยางตำบลพุ่มแกจำกัด อ.นาแก เปิดเผยว่า ผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาราคายางตกต่ำ ในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาหนักจากปัญหาราคายางตกต่ำในรอบ 10 ปี ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  เนื่องจากปัจจุบันราคายางก้นถ้วย อยู่ที่ประมาณแค่ 13 บาท ส่วนราคายางแผ่น ประมาณ กิโลกรัมละ 25 บาท  ส่งผลให้เกษตรกรสวนยางในพื้นที่ เดือดร้อนหนักต้องแบกภาระต้นทุน ค่าปุ๋ย ค่าน้ำมัน ค่าแรงงานกรีดยาง ทำให้บางรายยอมหยุดกรีดยาง ปล่อยทิ้งชั่วคราว เนื่องจากกรีดไปขายแต่ได้ราคาต่ำขาดทุน ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน โดยในพื้นที่ จ.นครพนม  มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่กรีดยางพารา ประมาณ 2.6 แสนไร่  เฉพาะพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม มีประมาณ 90,000 ไร่  เดิมสหกรณ์ชาวสวนยางตำบลพุ่มแกจำกัด อ.นาแก จ.นครพนม จะมียอดรับซื้อประมาณวันละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท  แต่ปัจจุบันมีปัญหาราคาตกต่ำ เหลือยอดรับซื้อแค่วันละประมาณ 1 แสน เพราะส่วนใหญ่งดกรีดยางมาขาย อีกทั้งไม่มีพ่อค้าคนกลางมาประมูลรับซื้อเลย ชาวบ้านต้องเดือดร้อนแบกภาระหนี้สิน  และต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางช่วยเหลือแก้ไขเร่งด่วน

ทั้งนี้อยากฝากถึงรัฐบาลให้หาทางแก้ไขจริงจัง เพราะเป็นความเดือดร้อนของเกษตรกร เพราะบางรายไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้จากทางอื่นนอกจากทำสวนยาง บางคนภาระหนี้สิน ผ่อนรถ ผ่อนธนาคาร  ซื้อปุ๋ยเงินผ่อน  ค่าแรงงานสารพัด  หากช่วยเหลือล่าช้าปัญหาตามมามากมายแน่นอน ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมานานแต่แก้ไขไม่จบ จึงอยากให้ทางรัฐบาลพิจารณาทบทวน หาทางแก้ไขเป็นปัญหาเร่งด่วน  ซึ่งทางออกน่าจะเริ่มจาก  การนำยางพาราไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใช้ในประเทศ ให้มากที่สุด พร้อมหาทางแปรรูปสต็อก เพื่อต่อรองราคากับตลาดยางพาราต่างประเทศ  และหาทางเยียวยาในช่วงที่เกิดปัญหา  เพราะหากแก้ไขล่าช้า เกษตรกรจะต้องมีภาระหนี้สินล้นตัว เนื่องจากแบกภาระต้นทุนมานาน  จึงขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเร่งด่วน ยอมรับว่าท้อมากกับปัญหาราคายางพาราตกต่ำ

 

บิ๊กตู่ฮึ่มปลุกม็อบเจอคดี ว๊ากสวนยาง ยืนกรานไม่ให้ตามคำขอ

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196397

วันศุกร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
บิ๊กตู่ฮึ่มปลุกม็อบเจอคดี

ว๊ากสวนยาง

ยืนกรานไม่ให้ตามคำขอ

ใต้ประกาศชนขั้นแตกหัก

เกษตรดิ้นออดอ้อนพ่อค้า

ตรึงรับซื้อที่กก.ละ33บาท

เล็งใช้พรบ.คุมราคาสินค้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 มกราคม เวลา 11.30 น. โดยเตือนไปยังเกษตรกรชาวสวนยางที่จะออกมาชุมนุมในวันที่ 12 มกราคม เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำในขณะนี้ว่า จะออกมาชุมนุมก็ออกมา หากออกมาก็มีคดี ตนก็ทำของตนไป แต่ปัญหาราคายางตกต่ำ ตนมีการช่วยเหลืออยู่แล้ว และกำลังทำอยู่ซึ่งการจะทำอะไรนั้นต้องใช้เงินหรือไม่ เดี๋ยวตนจะเสียอารมณ์อีก

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ชาวสวนยางบอกว่าราคายางตกต่ำทุกวันนี้ไม่ไหวแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า ไม่ไหวแล้วทำอย่างไร พร้อมกับเสนอแนะให้ปรับปรุง ปฏิรูปตัวเองด้วย หันไปปลูกพืชเสริม และรัฐบาลก็จะช่วย อาทิการปลูกสะตอเบอร์รี่ในสวนยาง ปลูกกล้วยหอมทองแทรก จะปลูกอะไรก็ปลูกกันเพื่อให้เกิดรายได้ ให้อยู่กินทดแทนราคายางที่ตกไปก่อน

“รัฐบาลกำลังทำรับเบอร์ซิตี้ กำลังสร้างโรงงานผลิตใหม่ กำลังแก้ไขในเรื่องของการนำยางไปสู่การทำถนนหนทาง ยางปูพื้น ปูสระ แต่มันจะเกิดวันเดียวได้หรือไม่”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและว่าจะเอาเงินไปชดเชยเป็นแสนล้านให้กลุ่มเดียวก็เป็นเงินภาษีของประชาชน เพราะต้องทำอย่างอื่นอีก ฉะนั้นต้องทำโครงสร้างบรรเทาความเดือดร้อนไป 1,500 บาทต่อไร่ นั่นคือการให้ที่ถูกวิธี เคยแต่ให้ชดเชยไปเรื่อยเปื่อย ใช้เงินแบบทิ้งโครมๆ แล้ววันหลังจะใช้อะไรกัน

ชุมนุมก็ไม่ได้ตามที่ขอมา

เมื่อถามย้ำว่าหากชาวสวนยางจะชุมนุมวันที่ 12 ม.ค. ทางรัฐบาลได้ส่งใครไปคุยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ชุมนุมกันไปสิ ตนไม่คุย ซึ่งเขามีเจ้าหน้าที่ที่จะคุยอยู่แล้ว แต่ตนบอกอย่างเดียว ชุมนุมไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะคงไม่ให้ตามนั้นอยู่แล้ว แต่จะช่วยในแบบวิธีการที่ยั่งยืน เขาก็ต้องร่วมมือกับตนด้วย

เมื่อถามถึงสคส.จากเด็กที่เขียนถึงนายกฯ โดยขอให้ช่วยเหลือเรื่องราคายาง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนได้อ่านแล้ว ก็ทำอยู่ทุกวันนี้ เมื่อถามต่อว่าชอบสคส.ฉบับใดที่เด็กเขียนมาเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ชอบในความจริงใจของเด็กๆ เพราะเด็กๆไม่มีมารยาสาไถ ไม่มีดัดจริต

ฉัตรชัยอ้างเศรษฐกิจหดตัว

ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาราคายางที่ตกต่ำในขณะนี้ โดยคณะกรรมการมาจากทุกภาคส่วน มีทั้งตัวแทนเกษตรกร เอกชนรับซื้อน้ำยางข้น ยางแท่ง มาช่วยกันแก้ไจดูแลเรื่องราคาอย่างเร่งด่วนแล้ว

ซี่งจะต้องมาคุยกันแก้ไขราคาที่เกี่ยวพันตลากโลก รวมทั้งที่ผ่านมาเราผลิตขายยางให้ประเทศจีนซึ่งเป็นรายใหญ่ แต่เมื่อภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวทำให้จีนลดการสั่งซื้อ อีกทั้งปัญหาสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่อง เป็นผลกระทบต่อราคายางอย่างหนัก เพราะมีการนำยางสงเคาระห์มาใช้แทนซี่งมีราคาถูกกว่ายางพารามากจึงทำให้ราคายางตกต่ำทุกวัน

การันตีกก.ละไม่ต่ำกว่า35บาท

รมว.เกษตร กล่ววว่า นี้ในขณะนี้นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม เอายางไปใช้ทำถนน โดยเบื้องต้น จำนวน 2 หมื่นตันในปี59 เพื่อดูดซับยางออกจากตลาด

พล.อ.ฉัตรชัย จะพยายามช่วยชาวสวนยางเต็มที่ ที่ขอให้ประกันราคาหรือชดเชยใน กก.ละ50บาทก็ได้มอบหมายให้กรรมการไปดูแลว่าจะทำอย่างไร ดูทั้งราคาหน้าสวน และราคาตลาด แต่ตรวจสอบแล้วไม่ได้อยู่ 4กิโลกรัม(กก.)/100 บาท ราคาวันนี้ยังอยู่ที่30-40 บาท ซึ่งก็ยอมรับว่าตกทุกวัน ตอนนี้อันดับแรกทำอย่างไรไม่ให้ตกทุกวันต่อเนื่อง และได้สั่งว่าให้หามาตรการต้องทำให้ราคาไม่ให้ต่ำกว่า 35 บาทต่อกก. หากต่ำกว่านี้เกษตรกรจะเดือดร้อนหนักมาก

อ้อนพ่อค้าช่วยตรึงราคา

ในขณะที่นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพาราครบวงจร ซึ่งมีทั้งตัวแทนชาวสวนยาง สมาคมผู้ประกอบการยางพารา และภาครัฐ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการทันที

และเปิดเผยว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปที่จะให้ ผู้ประกอบการเอกชน ตรึงราคารับซื้อผลผลิตยางไว้ ไม่ให้ต่ำกว่ากก.ละ 33 บาท รวมทั้งจะเร่งจัดทำแผนดูแลราคายางใน 3 เดือน ตั้งแต่นี้จนถึงสิ้นเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ก่อนที่จะเข้าฤดูกาลปิดกรีดยางให้เป็นระบบโดยเร็วและจะมีการประเมินราคายางทุก 7 วัน

จ่อใช้พรบ.สินค้าคุมราคม

นอกจากนี้ ยังให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งประเมินข้อมูลปริมาณยางพาราที่คาดว่า จะออกสู่ตลาดใน 3 เดือน จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณ 8 แสนตัน เพื่อวางแผนจัดสรรโควต้าให้เหมาะสมต่อการผลิตยางแต่ละประเภท

ด้าน นางจินตนา ชัยยวรรณการ ผู้ช่วย รมว.เกษตร กล่าวว่าในวันที่ 10 เดือนนี้ จะลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาของชาวสวนยาง ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชอีกครั้ง หากใน 1 สัปดาห์ ราคายางยังไม่เป็นไปตามข้อตกลง ก็อาจจะต้องใช้อำนาจกฎหมาย พ.ร.บ ควบคุมยาง พุทธศักราช 2542 หรือ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ มาบังคับใช้

ชาวสวนยางฮึ่มชนขั้นแตกหัก

วันเดียวกัน นายไพโรจน์ ฤกษ์ดี แกนนำเกษตรกรชาวสวนยาง ได้โพสเฟสบุ๊กส่วนตัวชื่อทนายไพโรจน์ ฤกษ์ดี โดยใช้ชื่อเรื่องว่า เตรียมเคลื่อนไหวเพื่อกดรัฐบาลอย่างแตกหักที่ 1/2559 (7 มกราคม 2559) ชักชวนเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา บ้านส้อง และพันธมิตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล ให้แก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำเป็นลำดับขั้นตอนและเป็นระยะ เนื่องจากนโยบายแก้ปัญหาที่ผ่านมานั้น นอกจากเกาไม่ถูกที่คันแล้ว ยังเป็นการฆ่าพี่น้องประชาชนทางอ้อม จึงขอเรียกร้องพี่น้องให้ออกมายืนกดดันรัฐบาลอย่างแตกหัก ตนและแนวร่วมฯจะกำหนดทิศทาง และรับผิดชอบผลต่างๆ ที่จะตามมาจากการเคลื่อนไหว ทั้งนี้ขอให้ช่วยกันกระจายข่าว และติดตามความเคลื่อนไหวของทางแนวร่วมฯเป็นระยะต่อไป

สุราษฎร์ประกาศพร้อมเคลื่อน

นายธวัช นะมะ อายุ 45 ปี เกษตรกรชาวสวนยาง อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สถานการณ์ราคายางขณะนี้ จะอดตายกันหมดแล้ว แม้แต่พืชที่ปลูกแซม เช่นมันขี้หนูก็ราคาตกเหลือเพียงกิโลกรัมละ 9 บาท จากเดิมกว่า 10 บาท ขณะนี้เกษตรกรชาวสวนยางใน จ.สุราษฎร์ธานี ได้พูดคุยถึงการเคลื่อนไหวเพื่อร้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐร่วมกับชาวสวนยางจังหวัดต่างๆ

แกนนำยันนักถกท่าที12มค.

ด้านนายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ราคายางพาราวันนี้ตกต่ำอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2558 ปัจจุบันราคาน้ำยางสด อยู่ที่ กก.ละ 24-25 บาทเศษยางอยู่ที่ กก.ละ 11-12 บาท ส่วนราคายางพาราแผ่นดิบชั้น 3 อยู่ที่ กก.ละ 34-35 บาท ขณะที่ต้นทุนชาวสวนยางอยู่ที่ 64 บาท 49 สตางค์ต่อกก. ทั้งนี้ในส่วนของเกษตรชาวสวนยาง จะมีการหารืออีกครั้งในวันที่ 12 มกราคม ที่ สกย. จังหวัดตรัง จากนั้นจะสรุปแนวทางเคลื่อนไหวต่อไป

นายยูโซ๊ะ อาเก๊ะ ประธานเครือข่ายสภาเกษตรกร 6 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา สตูล พัทลุง) เปิดเผยว่า ชาวสวนยางทุกอำเภอได้รับผลกระทบต่อราคายางตกต่ำ เดือดร้อนกันไปหมด จนบางครอบครัวไม่มีเงินส่งลูกเรียน ต้องให้หยุดเรียนหลายพื้นที่ แล้ว และเราก็ได้ได้ร่างหนังสือเพื่อยื่นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำไปแล้ว

ตรังตะเพิด รมว.เกษตร

นายศักร์สฤกษ์ ศรีประศาสตร์ แกนนำเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อย จ.ตรัง กล่าวว่าจากการประชุมแกนนำแกนนาวสวนยางรายย่อยช เมื่อวันที่ 6 มกราคม ได้ข้อสรุปข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินกาโดยด่วนทั้งข้อเรียกร้องเดิมๆนั้น แต่ที่มีข้อเรียกร้องใหม่ คือ ต้องการให้เปลี่ยน รมว.เกษตรเพราะเห็นว่า พล.อ.ฉัตรชัย เมื่อเป็น รมว.พานิชน์ มีการนำเข้าน้ำมันปาล์ม ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มลดลงทันทีในขณะนั้น พอมาเป็น รมว.เกษตร ก็ สั่งให้การยางขายยางให้กับประเทศจีน 2 แสนตัน เป็นเหตุให้ราคายางลดลงมาจนถึงขณะนี้เหนือความคาดหมาย

ทั้งนี้ชาวสวนยางจะจัดเสวนาในที่แห่งใดแห่งหนึ่งโดยเริ่มในวันที่10 มกราคม จนจนกว่ารัฐบาลจะให้ความสนใจต่อข้อเรียกร้อง อีกทั้งยังมีมาตรการต่างๆอีกมาก แต่จะไม่มีการชุมนุม และอาจใช้มาตรการอดอาหาร เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสนใจ เพราะที่ผ่านมามีการยื่นหนังสือจนเนื่อยกันแล้ว

ปักป้ายขายสวนยาง

ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ชาวสวนยางพาราในบางพื้นที่เริ่มมีการนำป้ายที่เขียนข้อความ ขายที่ดิน ซึ่งเป็นที่ดินสวนยางพารา โดยเฉพาะที่ บ้านหนำคอก อ.สะเดา ได้มีการปักป้ายขายที่ดิน หลังราคายางพาราตกต่ำ และยังมีบางสวนในพื้นที่ดังกล่าว ได้มีการนำเมล็ดผักต่างๆมาปลูกผักขาย เพื่อหารายได้พิเศษ ในสวนยางที่กำลังลงปลูกยางพาราใหม่ ชาวสวนจึงต้องหารายได้พิเศษ เนื่องจาก ระยะเวลาในการปลูกยางพารา กว่าจะใช้กรีดยางได้ ต้องปลูกยางพารานานถึง 6 – 7 ปี จึงจะสามารถเปิดหน้ายาง หรือ กรีดยางได้ และนำน้ำยางมาขายได้ หรือ มาทำยางแผ่นได้ นำไปชั่งกิโลขายต่อไป

ธ.ก.ส.เตรียมชงช่วยไร่ละ1พัน

รายงานข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธนาคารกำลังรอดูท่าทีจาก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีว่า ต้องการให้ธนาคารเข้าไปช่วยเหลือเกษตรเป็นพิเศษในส่วนไหนอย่างไรบ้าง ซึ่งเบื้องต้นธนาคารได้เตรียมมาตรการไว้ช่วยชาวนาและชาวสวนยาง คือ การพักชำระหนี้ รวมทั้งการจ่ายเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่หรือ 15,000 บาท

%d bloggers like this: