เส้นทางเศรษฐี

All posts in the เส้นทางเศรษฐี category

สารพัดเรื่องรักที่ต้องรู้ ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์

Published กรกฎาคม 6, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07071010258&srcday=2015-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 366

ไอเดียต่างแดน

มิสมิลเลียนแนร์

สารพัดเรื่องรักที่ต้องรู้ ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์

เทศกาลแห่งความรักกำลังจะมาถึงอีกแล้ว หลายคนที่กำลังอยู่ในช่วงรักหวานชนิดน้ำตาลเรียกพี่ก็ตั้งหน้าตั้งตารอเซอร์ไพรส์คนข้างกาย ส่วนอีกหลายคนก็ได้แต่เก็บความอิจฉาตาร้อนไว้ในใจ ตามประสาคนไม่ได้ตั้งใจโสด

มิสมิลเลียนแนร์ ฉบับนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจความรักที่ควรรู้ ไม่ว่าจะมีคู่หรือโสดสุดๆ ก็สามารถเก็บเกี่ยวข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้

หลายคนคงอยากรู้ว่า อะไรเป็นของขวัญที่ผู้คนนิยมซื้อให้กันมากที่สุดในช่วงเทศกาลแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์

และหลายๆ คนคงไม่แปลกใจกับคำตอบที่ว่า ลูกกวาดกับดอกไม้ เป็น 2 สิ่งที่ผู้คนนิยมซื้อให้กันมากที่สุด เพื่อแทนใจและความรู้สึกดีๆ ต่อกัน

แม้บางคนอาจจะไม่ได้ปลื้มกับลูกกวาดและดอกไม้ แต่มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า ลูกกวาดเป็นของขวัญที่คนอเมริกันซื้อให้คนรักในช่วงวาเลนไทน์มากที่สุด โดยเว็บไซต์ MSNBC รายงานว่า ในปี 2557 ผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตและลูกกวาดมียอดขายกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ และเว็บไซต์ Business Insider ก็ระบุว่า ช็อกโกแลตรูปหัวใจสามารถขายได้มากถึง 36 ล้านกล่อง ส่วนลูกกวาดลูกอมรูปหัวใจก็ถูกผลิตขึ้นกว่า 8 พันล้านชิ้น

สำหรับลูกกวาดที่ครองใจมหาชนก็มักจะมีข้อความโดนๆ เพื่อสื่อแทนใจผู้ให้ ไม่ว่าจะเป็น “Mine” “Be True” และ “Kiss Me” รวมถึงวลีเด็ดๆ ที่สุดแสนโรแมนติก ซึ่งในระยะหลังๆ ก็เริ่มมีข้อความที่สะท้อนภาษาของคนสมัยนี้ที่มีชีวิตติดเน็ต ทั้ง “Text Me” “Tweet Me”

ส่วนดอกไม้ที่เป็นของขวัญที่คนอเมริกันนิยมมอบให้คนรักมากสุดเป็นอันดับ 2 เพราะในระยะหลังๆ ไม่ได้มีแค่ผู้ชายที่ซื้อดอกไม้ให้ผู้หญิง แต่สาวเจ้าก็ซื้อดอกไม้มอบให้หนุ่มเช่นกัน

ข้อมูลของซีเอ็นเอ็น ระบุว่า ในปี 2556 อุตสาหกรรมดอกไม้สร้างรายได้ราว 1.9 พันล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะดอกกุหลาบแดงยังคงเป็นแชมป์สุดยอดดอกไม้ที่มีคนซื้อมากสุด ผู้ชายซื้อดอกไม้ให้คนรักมีสัดส่วน 64% ส่วนผู้หญิงที่ซื้อดอกไม้เป็นของขวัญอยู่ที่ 36%

วาเลนไทน์ในปีนี้ ทั้งลูกกวาดและดอกไม้ก็ยังจะเป็นของขวัญคลาสสิกที่คนควักเงินซื้อ แต่สำหรับคนที่เล็งว่าจะซื้อดอกไม้ ปีนี้อาจไม่ต้องจ่ายแพงเท่าปีก่อนๆ แม้ราคาดอกไม้จะแพงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ แต่การที่วันวาเลนไทน์ปีนี้เป็นวันเสาร์ ทำให้ราคาดอกไม้อาจไม่แพงหูฉี่เหมือนปีที่ผ่านๆ มา เนื่องจากหนุ่มๆ จะมีเวลาวางแผนล่วงหน้ามากขึ้น ในขณะที่หากวันวาเลนไทน์เป็นวันทำงาน พวกเขาก็จะไม่มีเวลาเตรียมการอะไรได้มากนัก

แต่หากใครต้องการซื้อช็อกโกแลตให้คนพิเศษในวาเลนไทน์ปีนี้ อาจต้องเตรียมใจแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น เพราะราคาโกโก้ที่ขยับขึ้นตั้งแต่ปี 2557 จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น บวกกับปริมาณโกโก้ที่ตึงตัว ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตลูกกวาดและช็อกโกแลตปรับขึ้นราคาสินค้า เช่น แบรนด์เฮอร์ชีส์ และมาร์ส ที่ปรับขึ้นราคา 8% และ 7% ตามลำดับ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

ปีที่ผ่านมา บรรดาคนอเมริกันที่ตกอยู่ในห้วงรักตั้งงบในการจับจ่ายช่วงเทศกาลวาเลนไทน์อยู่ที่เฉลี่ยคนละ 134 ดอลลาร์ โดยคุณหนุ่มๆ จะต้องเป็นฝ่ายเทกระเป๋ามากกว่าคุณสาวๆ เป็น 2 เท่า

ที่น่าสังเกตคือ พื้นที่ไหนที่มีผู้หญิงน้อยกว่าผู้ชายอย่างเห็นได้ชัด บรรดาคุณผู้ชายจะกลายเป็นพวก “ใจป๋า” ขึ้นมาทันที จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติสหรัฐ พบว่า รัฐที่มีพลเมืองผู้ชายเป็นส่วนใหญ่อย่าง อะแลสกา ในบางพื้นที่ หนุ่มๆ จะมีแรงฮึดให้จับจ่ายเพื่อสาวๆ มากกว่าเมื่อเทียบกับผู้ชายในเมืองอื่นๆ

ผลวิจัยของคาร์ลสัน สกูล ออฟ แมเนจเมนต์ มหาวิทยาลัยมินนิโซตา ระบุสอดคล้องกันว่า พื้นที่ที่จำนวนผู้หญิงค่อนข้างขาดแคลน มีแนวโน้มที่ผู้ชายจะยอมใช้จ่ายมากขึ้นและเก็บออมน้อยกว่า เมื่อเทียบกับผู้ชายที่อยู่ในเมืองที่มีผู้หญิงดาษดื่น ซึ่งผู้หญิงที่อยู่ในเมืองที่ประชากรชายมากกว่าก็คาดหวังให้หนุ่มๆ ยอมเทกระเป๋าในวันวาเลนไทน์เพื่อเธอเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ของขวัญที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ทางเลือกเดียวที่จะกระชับสัมพันธ์รักของคนสองคน เพราะผลการศึกษาพบว่า กิจกรรมที่ทำให้คนทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันและมีความสุขมากขึ้น เป็นสิ่งที่หลายๆ คนปรารถนามากกว่าของขวัญราคาแพงๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูหนังกันสองต่อสอง หรือกินดินเนอร์ด้วยกันเพื่อเพิ่มความสวีต

สำหรับคนโสดที่พยายามจะหารถด่วนขบวนสุดท้ายให้ทันเวลาวาเลนไทน์ ช่วงนี้ก็อาจจะเหลือความหวังริบหรี่ เพราะเวลางวดเข้ามาทุกที

ข้อมูลจากเว็บหาคู่ออนไลน์รายใหญ่ของสหรัฐ ทั้ง Match.com และ Plenty of Fish ระบุสอดคล้องกันว่า ช่วงเวลายอดนิยมสำหรับเหล่าคนโสดที่กำลังมองหาคู่ออนไลน์ คือวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา เพราะมีเวลาจากการพักผ่อนช่วงปีใหม่ ทำให้มีตัวเลือกในการหาคู่จำนวนมาก และลดลงหลังจากนั้นเนื่องจากหน้าที่การงานที่กลับสู่สภาพปกติ แต่ก็ใช่ว่าจะหมดหวัง เพราะเทรนด์หาคู่ออนไลน์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุด ทั้งสำหรับคนที่มีคู่รักแล้ว หรือยังโสดอยู่คือ การรักตัวเอง คนในครอบครัว และเพื่อน ซึ่งอยู่กับเราทั้งในยามสุขและทุกข์ ที่สำคัญคือ คนเหล่านี้เป็นรักแท้ที่ไม่ต้องตามหาให้เหนื่อย

ตึกร้องเพลงได้ในวันฝนตก

Published กรกฎาคม 6, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07078010258&srcday=2015-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 366

BIG IDEA

สุมิตรา จันทร์เงา

ตึกร้องเพลงได้ในวันฝนตก

ถ้าคุณหรือใครก็ตามไปยืนอยู่หน้าตึกหลังนี้ในขณะที่สายฝนกำลังโปรยปราย เชื่อไหมว่า คุณจะได้ยินกำแพงตึกแห่งนี้ส่งเสียง…เป็นเสียงเพลง

ตึกหลังนี้ไม่ใช่ตึกธรรมดา มันเป็นงานศิลปะที่ใครๆ เรียกกันว่า “The Singing Drain Pipe of Kunsthofpassage”

เป็นอาคารเก่าแก่ไม่ใหญ่โตนัก ในย่าน Neustadt ของเมืองเดรสเดน (Dresden) ประเทศเยอรมนี นำมาปรับปรุงใหม่โดยนักศึกษาศิลปะกลุ่มหนึ่ง ร่วมกับเจ้าของตึก ช่วยกันออกแบบไอเดียบรรเจิด จนสุดท้ายกลายเป็นที่กล่าวขานโด่งดังไปทั่วโลก

ตั้งแต่ปรับปรุงแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 2001!

……………

ตึกร้องเพลงหลังนี้ตั้งอยู่ในย่านที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นโซนเมืองใหม่ หรือเมืองมหาวิทยาลัย ซึ่งนักท่องเที่ยวจะไม่มีทางหาพบง่ายๆ ในหนังสือไกด์บุ๊กหรือแผนที่นำเที่ยวทั่วไป เพราะยังเป็นสถานที่ลี้ลับที่ชาวเมืองอยากเก็บรักษาเอาไว้ไม่ให้คนไปวุ่นวายมากนัก

ที่ตั้งตัวตึกอยู่ระหว่างถนน Alaun กับถนน Gorlitzer ซึ่งคนต่างชาติต่างถิ่นอาจลำบากหน่อยถ้าคิดจะไปเที่ยวชมเพราะไม่ใช่จะจิ้มแผนที่แล้วมุ่งหน้าไปได้เลย ถ้าจะให้สะดวกจริงก็ต้องไปเช่ารถขับเสาะหาไปเรื่อย

Kunsthofpassage เป็น 1 ใน 5 ของโปรเจ็กต์นักศึกษาศิลปะในเมืองเดรสเดน ที่ต้องการนำเสนอการออกแบบคอร์ตยาร์ด หรือลานบ้านแบบสร้างสรรค์ขึ้นมา โดยพวกนักศึกษาจะไปเสาะหาตึกเก่า เข้าไปคุยกับเจ้าของตึกว่าสมัครใจจะเข้าร่วมโครงการด้วยกันหรือไม่ เสร็จแล้วก็ออกแบบแนวคิดเอามาตกแต่งปรับปรุงตึกใหม่ ใส่แนวคิดด้านศิลปะแง่มุมต่างๆ เข้าไปเพื่อให้เกิดจุดเด่นน่าสนใจขึ้นมา

โครงการทั้งหมดประกอบด้วยตึก 5 หลัง 5 แนวคิด ได้แก่

The Courtyard of the Element (ตึกร้องเพลง)

The Courtyard of Light

The Courtyard of Animals

The Courtyard of the Mythical Creature

The Courtyard of the Metamorphoses

โครงการนี้เป็นงานศิลปะในชื่อ Ginkgo Project ของเหล่านักศึกษาศิลปะและดีไซเนอร์ พวกเขาตั้งใจเลือกเอาตึกเก่ามาออกแบบใหม่เพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะบนผนังตึกขึ้นมาให้มีรูปแบบเฉพาะของแต่ละอาคาร ทำเสร็จไปในปี ค.ศ. 2001 และตึกที่ได้รับความสนใจมากที่สุดก็คือ The Courtyard of the Element ซึ่งเป็นตึกร้องเพลงได้หลังนี้นี่เอง

ลักษณะพิเศษของตึกร้องเพลง Kunsthofpassage ก็คือ ยามสายฝนตกลงมา น้ำฝนจะนำพาเสียงน้ำไหลจากชายคาที่มีรางน้ำฝนรองรับบังคับให้น้ำไหลผ่านท่อรางน้ำที่ออกแบบติดตั้งไว้ด้านหน้าอาคารหลายรูปแบบเพื่อให้เกิดเสียงไพเราะ จนฟังดูเป็นเสียงเพลง ประหนึ่งว่าตึกทั้งหลังกำลังขับกล่อมดนตรีท่ามกลางสายฝนไม่ต่างจากการบรรเลงของวงซิมโฟนีออเคสตราเลยทีเดียว

ตึกร้องเพลงเป็นศิลปะแนวทดลองของประติมากรชื่อ Annette Paul ร่วมกับ 2 ดีไซเนอร์คือ Christoph Rossner และ Andre Tempel ซึ่งช่วยกันจัดวางท่อให้รองรับเสียงน้ำหลายๆ จังหวะท่วงทำนอง แถมยังสร้างสรรค์ท่อน้ำให้เป็นประติมากรรมในรูปแบบคล้ายคลึงกับเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง เราจะเห็นว่าการออกแบบเส้นสายของท่อ ทำให้รู้สึกว่ามันเป็นเหมือนเครื่องเป่าชนิดหนึ่ง

เมื่อฝนเริ่มตก ท่อรับน้ำฝนเหล่านี้ก็จะส่งต่อหยดน้ำที่ไหลรี่ผ่านลงเป็นสายออกไปตามระบบท่อต่างๆ ที่วางรองรับไว้ กลายเป็นเพลงหยดน้ำ

งานชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแนวคิดที่โด่งดังของ Rube Goldburg นักวาดการ์ตูนและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกันที่สร้างสรรค์ Rube Goldburg Machine ขึ้นมา ซึ่งเครื่องกลนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ประกอบด้วยกลไกย่อยต่างๆ ที่ซับซ้อนในการสร้างเสียงให้เกิดท่วงทำนองแตกต่างกันมากมาย

ใครที่เคยอยู่บ้านหลังคาสังกะสี จะนึกภาพออกว่าเวลาที่ฝนตก เสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีจะเป็นอย่างไร จะดังค่อยหรือดังแรง กระชั้นถี่หรือแผ่วเบา ย่อมขึ้นกับลักษณะการตกของฝนขณะนั้น ซึ่งเสียงเพลงจากสายฝนที่ดังออกมาจากตึกหลังนี้ก็จะคล้ายคลึงกับเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสีนั่นเอง เพียงแต่งานออกแบบท่อรับน้ำทำให้เกิดจังหวะ ท่วงทำนองดนตรีและตัวโน้ตต่างๆ ผสมผสานกันออกมาได้ราวกับซิมโฟนีออเคสตราทั้งวงกำลังบรรเลงอยู่

หลายคนจึงเรียกขานตึกหลังนี้ว่าเป็น “ตึกร้องเพลง” เพียงแต่มันจะส่งเสียงได้ก็เฉพาะตอนฝนตกเท่านั้น คนที่ไปเยี่ยมชมจึงต้องรอคอยการมาถึงของฤดูฝน

Kunsthofpassage เป็นตึกร้องเพลงเพียงแห่งเดียวในเมืองเดรสเดน และเชื่อว่าน่าจะมีเพียงแห่งเดียวในโลกนี้ที่ส่งเสียงได้ในยามฝนตก ถือเป็นความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ที่เสริมส่งให้ประเทศที่เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ ศิลปะ และประวัติศาสตร์อันยาวนานอย่างเยอรมนีน่าสนใจยิ่งขึ้น

สำหรับคอร์ตยาร์ดทั้งหมดในโครงการนี้ ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน เป็นศูนย์รวมของร้านค้าเล็กๆ คาเฟ่ แกลลอรี่ ที่มีบรรยากาศเชิญชวนให้มาเดินเที่ยวเล่น ช็อปปิ้ง และนั่งทอดหุ่ยจิบกาแฟในวันพักผ่อนสบายๆ ตามร้านกาแฟริมทางเดิน ซึ่งมีสตรีตอาร์ตให้ชมเป็นอาหารตามากมาย

เดรสเดน (Dresden) นั้นเป็นเมืองหลวงเก่าของเยอรมนีและเมืองมรดกโลกด้านวัฒนธรรม ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเอลเบ (Elbe) มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปีแล้ว เป็นเมืองที่สถาปนาขึ้นในยุคใกล้เคียงกับกรุงสุโขทัยของเรา ได้ชื่อว่าเป็นเมืองสีเขียว เต็มไปด้วยสวนสาธารณะและป่าเขียวชอุ่มริมแม่น้ำ

กษัตริย์ผู้ทำให้นครเดรสเดนเป็นศูนย์กลางศิลปะระดับแนวหน้าของยุโรปตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 คือ ฟรีดริค ออกุสต์ ที่ 1 (Friedrich August I) หรือเป็นที่รู้จักในนาม August the Strong (ออกุสตัสจอมพลัง) เพราะนอกจากเป็นผู้ครองแคว้นแซ็กโซนี่แล้ว ยังเป็นกษัตริย์ของโปแลนด์อีกด้วย

ปัจจุบัน เดรสเดนเป็นเมืองหลวงของแคว้นแซ็กโซนี่ (Saxony) เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรก (Baroque) และนับเป็นเมืองหนึ่งที่มีทรัพย์สมบัติทางศิลปะอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงโอเปร่าที่มีชื่อเสียง พระราชวังสวิงเงอร์ (Zwinger) ซึ่งแต่เดิมถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นสวนส้ม และพื้นที่สำหรับจัดงานสังสรรค์รื่นเริง และต่อมาได้รับการปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องเคลือบที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ปัจจุบัน พระราชวังสวิงเงอร์กลายเป็นสัญลักษณ์ของนครเดรสเดน เพราะเป็นสถาปัตยกรรมแบบบาโรกที่งดงามที่สุดในประเทศเยอรมนี

อาชีพเสริมของแม่บ้าน

Published กรกฎาคม 6, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07080010258&srcday=2015-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 366

อาชีพที่ไม่เหมือนเรา

ไมตรี ลิมปิชาติ

อาชีพเสริมของแม่บ้าน

ผมเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดกระบี่หลายวัน

นอกจากได้ไปในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของกระบี่แล้ว ผมยังได้ไปที่บ้านแหลมกรวด ตำบลคลองขนาน อำเภอเหนือคลอง

หมู่บ้านแห่งนี้มีอาชีพหลักทำประมง เวลาพ่อบ้านออกเรือไปหาปลา แม่บ้านส่วนใหญ่ก็จะอยู่บ้านเลี้ยงลูกบ้าง ทำงานบ้านบ้าง อยู่เฉยๆ บ้าง

วันหนึ่งมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ท่านหนึ่งได้มาแนะนำให้แม่บ้านทำดอกไม้จากเกล็ดปลา

ตอนแรกก็ไม่อยากเชื่อว่าเกล็ดปลาจะนำมาทำดอกไม้ได้ แต่เวลานี้เชื่อแล้วว่าดอกไม้ทำจากเกล็ดปลาได้จริงๆ แถมยังสวยอีกต่างหาก

อาจารย์ไม่ได้เพียงแนะนำ ยังสอนให้ด้วย โดยใช้เวลาสอนอยู่หลายวัน

สอนจนทำดอกไม้นำมาขายได้ ว่างั้นเถอะ

มีแม่บ้านมาช่วยกันทำดอกไม้จากเกล็ดปลาขาย 20 คน โดยมี พรพิมล อินทร์ชู เป็นหัวหน้ากลุ่ม

ตอนที่ผมไปที่บ้านแหลมกรวดทราบมาว่าเธอเพิ่งนำดอกไม้เกล็ดปลาไปขายในงานที่เมืองทองธานี กรุงเทพฯ

“ขายได้เกือบ 40,000 บาท” เธอบอกด้วยความภูมิใจในฝีมือของเหล่าแม่บ้าน

ปกติจะขายดอกไม้เกล็ดปลาได้ จากนักท่องเที่ยวที่มาลงเรือไปยังเกาะต่างๆ ของกระบี่และมาชมวิถีชีวิตชาวบ้าน

บางคนซื้อดอกไม้เกล็ดปลาไปแล้ว เพียงไม่กี่วันก็โทรศัพท์มาสั่งซื้อใหม่

ถ้าสั่งเพิ่มไม่กี่ดอกก็ส่งได้เลย แต่ถ้าสั่งมากๆ เช่นผู้ซื้อบางรายที่นำไปเป็นของชำร่วยแต่งงานจะสั่งครั้งละหลายร้อยก็ต้องใช้เวลานานหน่อย

เท่าที่ทำดอกไม้เกล็ดปลาไว้จำหน่าย มีทั้งดอกใหญ่สำหรับปักแจกัน กับดอกขนาดกลางสำหรับมอบให้กันและกัน เช่น ในวันวาเลนไทน์ และดอกเล็กๆ ที่ทำเป็นเข็มกลัดบ้าง ตุ้มหูบ้าง

ชนิดของดอกไม้ที่ทำ มีทั้งดอกกุหลาบ ดอกดาวเรือง ดอกดาวกระจาย ดอกที่มีขนาดใหญ่สุดคือ ดอกว่านแสงอาทิตย์

ปกติดอกไม้ตามธรรมชาติจะมีสีสวยอย่างเดียว แต่อยู่ได้เพียงไม่กี่วันก็เหี่ยว

ทว่า ดอกไม้ที่ทำจากเกล็ดปลาบานได้ตลอดทั้งปี โดยไม่เหี่ยว และสียังสดใสเหมือนเดิม

อีกทั้งถ้ากลีบดอกใบสกปรกเปื้อนฝุ่นก็สามารถล้างน้ำให้กลับมาสดใสได้อีก

การทำดอกไม้เกล็ดปลาขายของแม่บ้านยังได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจาก คุณสมศักดิ์ ภูมิสุทธาผล ผู้ใหญ่บ้าน ด้วยการหาตลาดให้

อีกหน่วยงานหนึ่งที่ให้การสนับสนุนแม่บ้านให้ทำดอกไม้เกล็ดปลาขายก็คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

กฟผ. ให้การสนับสนุนทั้งเงินทุน ความรู้ และยังช่วยซื้อผลงานอีก

เวลา กฟผ. จัดงาน มีดอกไม้ประดับแจกัน ก็จะเลี่ยงจากดอกไม้สดมาใช้ดอกไม้เกล็ดปลาแทน

อีก 2 ท่านที่ให้การสนับสนุนแม่บ้านที่เธอขอเอ่ยนามก็คือ คุณทัตธน แซ่ฮ้อ กำนันตำบลคลองขนาน และ คุณประเสริฐ สันหาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองขนาน

ทั้ง 2 ท่านที่ว่านี้ได้ให้คำปรึกษาตลอดจนประสานงานในด้านต่างๆ ให้ด้วย

เมื่อผมถามถึงความเป็นมาของกลุ่ม หัวหน้ากลุ่มแม่บ้านได้อธิบายให้ฟังว่า

เธอได้รวมกลุ่มกันทำดอกไม้จากเกล็ดปลาอย่างจริงจังในปี 2553 ก็เพียงไม่นานมานี้เอง

ส่วนวิธีการทำดอกไม้เกล็ดปลา ผมขอให้หัวหน้ากลุ่มบอกเพียงคร่าวๆ เพื่อนำมาเขียนให้ผู้อ่านได้รับรู้เฉยๆ เพราะเชื่อว่าคงไม่มีแม่บ้านแห่งอื่นๆ อยากทำอาชีพเสริมประเภทนี้มากนัก โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านทางภาคเหนือหรืออีสาน สาเหตุเพราะหาเกล็ดปลาลำบากนั่นเอง

เริ่มแรก กลุ่มแม่บ้านจะไปขอเกล็ดปลากะพงจากพ่อค้าและแม่ค้าขายปลาที่ตลาดสด เพราะเดิมทีคนขายปลาชนิดนี้พอขอดเกล็ดออกก็เอาไปทิ้ง ไม่ได้นำมาทำประโยชน์อะไรเลย

การไปขอเกล็ดปลามาทำดอกไม้ คนขายปลาจึงชอบเพราะไม่ต้องคอยเอาเกล็ดปลาไปทิ้งให้เหนื่อย

ทว่ากลุ่มแม่บ้านได้เกล็ดปลามาฟรีๆ ได้ไม่นาน พอคนขายปลารู้ว่านำมาทำดอกไม้ อีกทั้งยังมีคนอื่นๆ มาขอเกล็ดปลาไปทำดอกไม้เช่นกัน

คนขายปลาจึงเริ่มเห็นคุณค่าของเกล็ดปลาขึ้นมา จึงได้นำมากองขาย

ปัจจุบัน เกล็ดปลามีราคาแพงถึงกิโลกรัมละ 50 บาท แต่ก็คุ้มเพราะสามารถนำมาทำดอกไม้ได้หลายสิบดอก

เมื่อได้เกล็ดปลากะพงมาแล้ว ก็จะนำมาล้างน้ำให้สะอาดด้วยน้ำจืด

นำเกล็ดปลาที่ล้างแล้วผึ่งลมให้แห้งสนิท

สำหรับเรื่องนี้มีเคล็ดลับอยู่ว่า ถ้านำเกล็ดปลาไปผึ่งแดดเกล็ดปลาจะม้วนจนเสียของ จะนำมาประดิษฐ์ดอกไม้ไม่ได้ ต้องตากลมเท่านั้น

เมื่อเกล็ดปลาแห้งสนิทดีแล้ว ก็ให้นำไปย้อมเป็นสีต่างๆ

รอจนสีแห้งจึงนำมาประกอบเป็นดอกไม้ ตามแบบ

เพื่อเป็นการยุติธรรม แม่บ้านคนใดทำงานได้มากก็ได้เงินมาก จึงกำหนดค่าแรงประกอบดอกไม้ให้ชัดเจนไป เช่น

ดอกว่านแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นดอกขนาดใหญ่ จะให้ค่าแรงคนทำดอกละ 70 บาท ซึ่งไม่ถือว่าค่าแรงสูงเพราะดอกไม้ชนิดนี้เป็นดอกใหญ่ ประดิษฐ์ให้สวยยาก ยกเว้นคนที่มีฝีมือจริงๆ เท่านั้น อีกทั้งยังต้องใช้เวลาเป็นวันกว่าจะได้ดอกไม้ชนิดนี้เพียงดอกเดียว

ส่วนกุหลาบประดิษฐ์ง่ายกว่า คนทำจะได้ค่าแรงดอกละ 8 บาท

ดอกชนิดอื่นๆ ก็จะได้ค่าแรงแตกต่างกันไปตามความยากง่าย

รายได้โดยรวมของแม่บ้าน ถึงแม้ไม่มาก แต่สิ่งที่ได้ก็คือได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

อีกทั้งถ้าแม่บ้านไม่มาประดิษฐ์ดอกไม้ นั่งอยู่ที่บ้านหรือจะออกจากบ้านไปธุระที่ไหนก็ตามจะต้องมีรายจ่าย

แต่หากถ้าได้มานั่งประดิษฐ์ดอกไม้ แทบไม่มีรายจ่ายเลย มีแต่รายรับ

ขอย้อนกลับไปเรื่องการขายอีกสักนิด ทราบมาว่าเทศกาลปีใหม่ทุกปี ดอกไม้เกล็ดปลาขายดีมาก โดยเฉพาะทางภาคใต้ของไทย

ความสวยของดอกไม้เกล็ดปลา อีกทั้งยังเป็นดอกไม้ประดิษฐ์ที่คงทนถาวรด้วยแล้ว ผมจึงมั่นใจว่า ในอนาคตดอกไม้ชนิดนี้จะต้องขายดีขึ้นอีก

น่าเป็นห่วงอยู่อย่างเดียวเท่านั้นคือ ถ้าต้องผลิตดอกไม้เกล็ดปลาออกมามากๆ ปัญหาจะเกิดขึ้นทันที คือ จะไม่มีเกล็ดปลาให้มาทำดอกไม้ เพราะปลากะพงในทะเลเหลือน้อยเต็มที

ประเทศไทย กับนโยบายบ้านหลังที่สอง

Published กรกฎาคม 6, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07083010258&srcday=2015-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 366

เศรษฐกิจชาวบ้าน

ภ.พชร อาจารย์พิเศษ ภาควิชาการตลาด คณะการจัดการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยบูรพา

ประเทศไทย กับนโยบายบ้านหลังที่สอง

ในช่วงแห่งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การค้า การเมืองระหว่างประเทศ และความตึงเครียดทางการทหารของประเทศมหาอำนาจ ก่อให้เกิดความตระหนกตกใจไปทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อมีการเตือนภัยจากรัฐบาลหลายประเทศในสหภาพยุโรป เพื่อรับมือกับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแค่การยิงกันเพราะเหยียดสีผิว เหยียดเชื้อชาติ เหยียดศาสนา ระเบิดพลีชีพ คาร์บอมบ์ การลอบสังหาร การซุ่มโจมตี การปะทะกันประปราย การรุกคืบเข้าครอบครองดินแดง สงครามขนาดเล็ก สงครามขนาดใหญ่ สงครามเต็มรูปแบบ หรือแม้แต่สงครามนิวเคลียร์ ชาวยุโรปส่วนใหญ่ ก็เริ่มหวั่นไหวในอนาคตของพวกตน

และถึงแม้นมันจะเป็นเพียงข่าวที่หาข้อมูล หรือข้อเท็จจริงมายืนยันได้ยาก แต่ด้วยความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ มันก็มีอิทธิพลเพียงพอที่จะส่งต่อความกลัวให้ลอยข้ามมหาสมุทรกระจายไปทั่วทวีปอเมริกาเหนือ โดยที่ชนชาวอเมริกันส่วนใหญ่ ก็เพิ่งเริ่มตระหนักถึงภัย อันเกิดจากความไม่แน่นอนนี้ และเริ่มเตรียมตัว สำหรับความปลอดภัยของตนเอง และครอบครัว สำหรับคนที่มีทุนน้อย ก็เริ่มมีการสร้างห้องหลบภัยใต้ดิน เริ่มตุนเสบียงอาหาร น้ำ พลังงาน สิ่งอำนวยความสะดวก และอาวุธ และสำหรับคนที่มีทุนมากหน่อย ก็เริ่มมีการโยกย้าย หาบ้านหลังที่สองสำหรับหลบภัย ในพื้นที่ที่คิดว่าน่าจะปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง

สำหรับประเทศไทย ด้วยลักษณะทางเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ลักษณะนิสัยใจคอ ที่ตั้งและทำเล ความมั่งคั่งทางทรัพยากรธรรมชาติ อาหาร และพลังงาน ความคุ้มค่าด้านการครองชีพ และด้วยชื่อเสียงของการเป็นเมืองที่เปิดต้อนรับ นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ มาตั้งแต่อดีตกาล เคยเป็นที่รองรับผู้อพยพจำนวนมหาศาลนับล้านคน จากประเทศจีน ในช่วงต้นของรัตนโกสินทร์ และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวโลก โดยเฉพาะเรื่องประวัติศาสตร์ของการไม่เคยเป็นพื้นที่การสู้รบในสงครามระดับภูมิภาค กลายเป็นที่สนใจ และเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยว อย่างน้อย 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มผู้เกษียณอายุ และกลุ่มที่สอง คือกลุ่มผู้อพยพ แต่เมื่อมีการประกาศสภาวะสงครามหรือภัยพิบัติขนาดใหญ่ ทุกกลุ่ม จะถูกยุบรวมกลายเป็นกลุ่มผู้อพยพ ไปในทันที และสิ่งเหล่านี้ ก็อาจจะสร้างโอกาสให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศได้อย่างมากมายมหาศาล

ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับนโยบายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็คือ ถ้าประเทศไทยของเรา ขายความปลอดภัย ขายความมั่นใจ ให้กับลูกค้าชาวต่างชาติ ว่าเมื่อเกิดสภาวะสงครามหรือภัยพิบัติขนาดใหญ่ขึ้นมาจริงๆ เรารับประกันว่าลูกค้าของเราจะมีที่อยู่อาศัย มีอาหาร น้ำดื่มให้รับประทาน มียารักษาโรค มีโรงพยาบาลรองรับผู้ป่วย มีความสะดวกสบายตามอัตภาพ ได้ใช้ชีวิตรอด สงบ ปลอดภัย ตลอดจนถึงช่วงสิ้นสุดสภาวะภัยพิบัติ หรืออย่างน้อยก็ตามจำนวนปีที่รับประกัน เป็นเหมือนเรือโนอาห์ เมื่อคราวน้ำท่วมโลก การค่อยๆ ขยายแนวความคิดออกไปทีละเล็กละน้อย ตามงบประมาณ ไม่หวือหวา ให้ตกเป็นเป้า เป็นเหมือน สิทธิพิเศษของบัตรอีลิทการ์ด สำหรับผู้มีฐานะปานกลาง จากทั่วทุกมุมโลก

ประเทศไทย เปรียบเสมือนเป็นครัวของโลก ลองคิดมุมกลับว่า ในช่วงสงครามหรือภัยพิบัติขนาดใหญ่ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะคงสภาพการโลจิสติกส์ทางด้านอาหารการกินได้เหมือนเดิม เพราะอาจจะไม่คุ้มความเสี่ยง แต่สำหรับในสถานที่ ที่ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่า การโลจิสติกส์ตนเองเพื่อมายังดินแดนที่เป็นครัวของโลก ย่อมมีความคุ้มค่ากว่ามาก เราผลิตข้าวเหลือกินเป็นอันดับ 1 ของโลก ช่วงเวลาดังกล่าว ไม่สามารถส่งออกได้ เพราะข้างนอก การเดินทาง และประเทศคู่ค้าเป้าหมาย ไม่ปลอดภัย ก็ต้องหาวิธีให้ลูกค้าเดินทางเข้ามากินถึงในครัว กินเสร็จก็นอนหลับพักผ่อนกันตามสบาย หากเต็มพื้นที่แล้ว ก็เชิญไปที่อื่น

เราส่งออกข้าวเฉลี่ย ปีละ 8 ล้านตัน ถ้าแต่ละคนกินข้าว มื้อละ 100 กรัมข้าวสาร ปีหนึ่ง ก็รับผู้อพยพชั่วคราว เข้าประเทศไทยได้ราวไม่เกิน 73 ล้านคน ต่อปี แต่หากจำนวนตัวเลขนี้ดูมากเกินจะรับไหว เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องพลังงาน ที่มีการใช้งานอยู่ที่ราว 27,000 เมกะวัตต์ มีกำลังผลิตสำรองที่ 5,000 เมกะวัตต์ หรือร้อยละ 18.5 เทียบเป็นจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นก็ราว 12.4 ล้านคน และนี่ก็ควรจะเป็นจำนวนผู้อพยพ ที่เหมาะสมกับความสามารถในการรองรับของประเทศไทย ในการใช้ชีวิต กินอยู่ หลับนอน ทำงาน และทำกิจกรรมอื่นๆ เป็นเวลา 1 ปี กับเงินหมุนเวียนในแทบทุกหน่วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แบบนับไม่ถ้วน

ประเด็นที่ซ่อนแฝงอยู่ คือการทำความไม่แน่นอน ให้กลายเป็นความแน่นอน ในกรณีนี้ สงครามหรือภัยพิบัติขนาดใหญ่ เป็นเรื่องของความไม่แน่นอน ไม่รู้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ทำให้ไม่รู้ว่า แล้วเมื่อไหร่จะได้เงินสักที แต่เรื่องที่แน่นอนก็คือเราสามารถพามาดูได้ ว่าลูกค้าศักยภาพ หรือกลุ่มเป้าหมายของเรา มีพฤติกรรมแบบไหน ชอบที่จะอยู่แถวไหน ชอบแนวทะเล แนวภูเขา แนวเมืองหลวง บ้านหรู อพาร์ตเมนต์ หอพัก ตึกแถว บ้านแถว หรือแบบเต็นท์ชั่วคราว แบบกะหร่างอพยพแถวแม่สอด มีไว้ให้บริการครบทุกระดับรายได้ พูดง่ายๆ ว่า ถ้ามาถึงก็มีที่พักให้ล่ะ รวมทั้งอาจมีการจัดกิจกรรม เตรียมความพร้อม แสดงศักยภาพ ทั้งทางด้านการจัดการ และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เหมือนที่เรามีกับระบบเตือนภัย สึนามิ

ส่วนเรื่องการเตรียมตัวนั้น ทางรัฐบาลก็ต้องมีเจ้าภาพที่ค่อนข้างจะต้องมีวิสัยทัศน์ และจินตนาการ สามารถคาดคะเนสถานการณ์ ความต้องการ และปัญหาต่างๆ ได้ล่วงหน้า มีการประสานงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ มีลักษณะเป็นแบบสำนักงานบริการ (Service bureau) มีการสำรวจ จัดทำระเบียน โรงแรม รีสอร์ต ที่พัก บ้านเช่า ที่หลวง ที่รกร้างเอกชน ในแต่ละจังหวัดว่ามีศักยภาพในการรองรับคนแค่ไหน อย่างไร มีภัตตาคาร ร้านอาหาร ระบบการโลจิสติกส์อาหารภายในประเทศ ให้รองรับกับความต้องการของทั้งประชาชน และผู้อพยพ

ส่วนปัญหาที่ยังคิดไม่ตกก็คือค่าบริการ หรือค่าประกันรายปี ก่อนเกิดสงครามหรือภัยพิบัติขนาดใหญ่ ควรจะคิดราคาเท่าไหร่ จะเก็บเงินกันยังไง มีส่วนลดประวัติดี รึเปล่า หรือให้เป็นบริการแถม หรือแบบพรีเมี่ยม สำหรับผู้เลือกมาฝากเงิน หรือมาลงทุนในประเทศไทย ท่านผู้อ่านลองช่วยกันวิเคราะห์ดูทีครับ…

มีคำถามเรื่องอาชีพ ยินดีตอบทุกประเด็น ฝากคำถามมาได้ที่ อีเมล p.bhachara@gmail.com

LinkedIn เครือข่ายสังคมของมืออาชีพ

Published กรกฎาคม 6, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07086010258&srcday=2015-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 366

ไอทีมาร์เก็ตติ้ง

กิตติ ภูวนิธิธนา twitter@Cheaupa

LinkedIn เครือข่ายสังคมของมืออาชีพ

ที่ผ่านมาถ้าพูดถึงการทำการตลาดออนไลน์หรือการทำการตลาดผ่านสังคมออนไลน์ ส่วนใหญ่แล้วก็จะพูดถึงแต่ Facebook Fanpage ซึ่งเป็นสังคมออนไลน์หลักที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก แน่นอนว่าที่ไหนมีคนอยู่มากๆ ก็ย่อมที่จะเป็นเป้าหมายที่ดีของการทำการตลาด มีโอกาสที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่า

ในปี 2015 Facebook จะยังคงเป็นช่องทางหลักในกลุ่มของสังคมออนไลน์ที่ผู้ประกอบการยังต้องใช้ทำการตลาด แต่ในปีที่มีการคาดการณ์กันว่าดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งจะมีอิทธิพลและความเข้มข้นของการแข่งขันมากขึ้น การอ้างอิงเฉพาะ Facebook เท่านั้นอาจไม่เพียงพอ อีกทั้ง Facebook แม้ว่าจะมีผู้ใช้จำนวนมาก แต่ก็ไม่เสมอไปว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับสินค้าและบริการบางอย่าง

สังคมออนไลน์ที่กำลังเป็นที่สนใจและคาดว่าในปี 2015 จะมีจำนวนผู้ใช้ชาวไทยเพิ่มมากขึ้นอีกก็คือ LinkedIn ถ้าผมเขียนถึง LinkedIn เมื่อสัก 2 ปีที่แล้ว คนส่วนใหญ่อาจสงสัยว่าคืออะไร เป็นสังคมออนไลน์ใหม่หรืออย่างไร แต่ในตอนนี้ LinkedIn เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในกลุ่มผู้ใช้ชาวไทยที่มองหาสังคมออนไลน์ที่มีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์หรือจุดเด่นเป็นของตัวเองที่ชัดเจน

LinkedIn เป็นใครมาจากไหน

LinkedIn เป็นเครือข่ายสังคมที่ให้นิยามตัวเองไว้ว่า Professional Network หรือเครือข่ายสังคมของมืออาชีพ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2002 โดย Reid Hoffman และทีมงานซึ่งประกอบด้วย Allen Blue, Konstantin Guericke, Eric Ly และ Jean-Luc Vaillant

จากการวางตัวเองว่าเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ของมืออาชีพ ทำให้บรรยากาศของสังคมออนไลน์แห่งนี้อาจดูขึงขังสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการพบปะพูดคุยกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน อีกทั้งผู้ใช้ส่วนใหญ่ต่างสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ ทำให้ LinkedIn ไม่ใช่สังคมออนไลน์ในลักษณะที่มีสมาชิกหลากหลายในแง่ของผู้คนและสังคม

สมาชิกส่วนใหญ่ต่างเป็นคนในวัยทำงานที่มองหาโอกาสและความก้าวหน้าในอาชีพ จากข้อมูลของ LinkedIn ระบุว่า สมาชิกในประเทศไทย ณ ตอนนี้มาจากบริษัทและองค์กรต่างๆ กว่า 25,000 แห่ง สมาชิกจำนวนไม่น้อยมาจากองค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียง

ทำไมต้องใช้ LinkedIn

จากคุณสมบัติเกี่ยวกับ LinkedIn ที่กล่าวมา แม้ไม่ใช่กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่ใช้งานเมื่อเทียบสัดส่วนสมาชิกกับ Facebook ซึ่งมีอยู่ประมาณ 15 ล้านคนแล้ว คนไทยที่เป็นสมาชิกกับ LinkedIn ยังถือว่าน้อยกว่ามากหลายเท่า แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นสมาชิกที่ประเมินได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพและไลฟ์สไตล์ที่ชัดเจน

ในมุมของผู้ประกอบการหากต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวนี้ เป็นคนวัยทำงาน เป็นคนรุ่นใหม่ มีความเป็นมืออาชีพ และมีสไตล์ ทันสมัย LinkedIn ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดที่สุดแห่งหนึ่ง

ไม่เพียงในเรื่องของการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการซึ่ง LinkedIn เองมีบริการในส่วน Advertise ไว้รองรับกับสินค้าและบริการต่างๆ เช่นกัน หรือจะสร้างเพจสำหรับแบรนด์สินค้าหรือองค์กรก็สามารถทำได้กับบริการในส่วนของ Company Page หากบริษัทกำลังมองหาทีมงานมืออาชีพที่มีฝีมือในด้านต่างๆ เพื่อเสริมทีมของบริษัทให้มีประสิทธิภาพ ที่ LinkedIn มีบุคลากรให้เลือกจำนวนมาก

ทางด้านสมาชิกผู้ใช้งาน แน่นอนว่า LinkedIn เป็นช่องทางหนึ่งที่มีโอกาสของตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีให้เข้าถึงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโอกาสจากเพื่อนสมาชิกด้วยกันเองที่ทำงานในส่วนของ HR แล้วกำลังมองหาทีมงานให้กับบริษัท หรือการ Post a Job โดยบริษัทต่างๆ เป็นผู้ประกาศโดยตรงก็ตาม

ความพิเศษอย่างหนึ่งของ LinkedIn สำหรับสมาชิกผู้ใช้งานคือ การกรอกข้อมูลส่วนตัวที่ได้รับการออกแบบไว้อย่างดี เพื่อให้สมาชิกกรอกข้อมูลแนะนำตัวเองในลักษณะของ Portfolio ที่ดูน่าเชื่อถือ สามารถส่งข้อมูลจาก LinkedIn เป็น Resume ในการสมัครงานได้เลย ขอเพียงให้สมาชิกเข้าใจวัตถุประสงค์และกรอกข้อมูลอย่างครบถ้วนเท่านั้น

LinkedIn มี Company Page

นอกจากการอัพเดตสเตตัสในไทม์ไลน์เหมือนกับสังคมออนไลน์ทั่วไปหรือ Facebook แล้ว LinkedIn มีบริการการสร้างหน้าเพจเรียกว่า Company Page คล้ายๆ กับ Facebook Fanpage ไว้ให้บริการด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นพื้นที่ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งสมาชิกที่สนใจรับข้อมูลข่าวสารของผู้ผลิตสินค้าและบริการรายใด สามารถที่จะ Follow หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้

นับว่าเป็นสังคมออนไลน์อีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์ในการใช้เป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของสินค้าและบริการบางประเภท

ช็อปโปรแกรมฟรีกันให้สนั่นลั่นเครื่อง

Published กรกฎาคม 6, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07088010258&srcday=2015-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 366

เทคโนโลยีสร้างอาชีพ

สุเทพ โลหณุต

ช็อปโปรแกรมฟรีกันให้สนั่นลั่นเครื่อง

ไม่บ่อยครั้งนักที่จะหาแอพพลิเคชั่น หรือโปรแกรมฟรีที่มีให้เลือกเป็นร้อยในเว็บเดียว พร้อมทั้งจัดทำแพ็กเก็จไฟล์เพื่อใช้สำหรับการติดตั้งเครื่องได้แบบรวดเดียวจบ แล้วแบบนี้คุณจะไม่สนใจติดตั้งไว้ใช้งานที่เครื่องบ้างเชียวเหรอ ระวังพลาดแล้วจะเสียใจ?

สวัสดีครับคุณผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน หนึ่งในปัญหากวนใจสำหรับผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือมือเก๋าก็ตาม ถ้าวันใดวันหนึ่งเครื่องอันเป็นที่รักเกิดติดไวรัสจนป่วนการทำงานของคุณให้ช้าลง รวมถึงเกิดปัญหาจุกจิกกวนใจไม่จบไม่สิ้นจนถึงขั้นที่จะอำลาโปรแกรมชุดเดิมแล้วตัดสินใจล้างข้อมูลและโปรแกรมในเครื่องใหม่ เพื่อคืนความสุขให้กับเครื่องอันเป็นที่รักของคุณด้วยชุดโปรแกรมหรือระบบปฏิบัติการใหม่ๆ อีกครั้ง ถ้าจำเป็นก็คงต้องทำ

เรื่องที่น่าเป็นห่วงและปวดขมับมากที่สุดนอกจากการจัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่ในเครื่องให้เรียบร้อยแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นการติดตั้งโปรแกรม แน่นอนว่าคงไม่ใช่มีเพียง MS-Office หรือโปรแกรมป้องกันไวรัสเพียงอย่างเดียว จริงไหมครับ แต่อาจจะรวมถึงสารพัดสารพันโปรแกรมอรรถประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น โปรแกรมดูหนังฟังเพลง โปรแกรมบีบอัดไฟล์ โปรแกรมดูรูปภาพ หรือโปรแกรมตกแต่งรูปภาพ เป็นต้น เห็นทีงานนี้คงต้องเหนื่อยอีกนาน แถมยังต้องวิ่งเข้าออกอีกหลายเว็บกว่าจะเสร็จ จริงไหมครับ

รวดเดียวจบ ครบทุกโปรแกรม

ปัจจุบันนี้ต้องบอกว่าการค้นหาโปรแกรมฟรี หรือแอพพลิเคชั่นฟรีไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีให้เลือกมากมายหลากหลายเว็บแล้วแต่ความชอบ แต่ปัญหาที่สำคัญก็คือ คุณคงต้องนั่งค้นหากันอีกนานกว่าจะได้ครบทุกตัวตามที่ต้องการ จริงไหม ปัญหานี้แก้ไขได้ไม่ยากเพียงคุณเข้าไปที่เว็บ https://ninite.com/

ความน่าสนใจของเว็บนี้มีบริการพิเศษสำหรับการจัดทำแพ็กเกจของโปรแกรมที่เราสนใจหรือเลือกตามหมวดหมู่ต่างๆ ทำเป็นไฟล์ขนาดเล็กๆ ซึ่งสามารถนำไปติดตั้งเครื่องไหนก็ได้ ทำให้สะดวกในการเรียกใช้งาน คราวนี้มาทำความรู้จักกับหมวดหมู่ที่สำคัญก่อนที่จะลงลึกไปยังการเลือกโปรแกรม หรือแอพพลิเคชั่นเพื่อไปติดตั้งลงเครื่องของคุณ ดังนี้

– Web Browsers รวบรวมเว็บเบราเซอร์ยอดนิยมหลากหลายค่าย

– Utilities รวมโปรแกรมเสริมหรือสารพัดประโยชน์ที่น่าใช้งานอย่าง ชุดโปรแกรมเขียนแผ่นอย่าง ImgBurn, ชุดโปรแกรมที่ช่วยถอนการติดตั้งโปรแกรม หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ที่มาแฝงหรือสิงสถิตเข้ามาป่วนจนเครื่องทำงานช้า คุณต้องไม่พลาดที่จะติดตั้งชุดโปรแกรม Revo เป็นต้น

– Messaging รวมโปรแกรมแชตหรือสนทนาออนไลน์ให้ติดตั้งกันมากมาย เช่น Skype, Google Talk เป็นต้น

– Media รวมโปรแกรมดูหนังฟังเพลง เพื่อความบันเทิงอย่างครบครัน เช่น iTunes, VLC, GOM เป็นต้น

– Runtimes รวมปลั๊กอินที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อหรือเรียกใช้โปรแกรมบางประเภทอย่าง Java8, .NET4.5.2 เป็นต้น

– Compression รวมชุดโปรแกรมบีบอัดข้อมูลอย่าง WinRAR, 7-Zip เป็นต้น

– Imaging รวมโปรแกรมสำหรับการใช้งานเกี่ยวกับรูปภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง ตกแต่งภาพ หรือดูรูปภาพอย่าง GIMP, paint.net, XnView เป็นต้น

– Documents รวมชุดโปรแกรมสำหรับการจัดการเอกสารแบบธรรมดาไปจนถึงการสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์อย่าง PDF เช่น OpenOffice, CutePDF, PDFCreator เป็นต้น

– Security รวมสุดยอดชุดโปรแกรมและเครื่องมือที่จะช่วยคุณรอดพ้นจากภยันตรายของไวรัส สปายแวร์ ด้วยชุดโปรแกรมอย่าง AVG, Spybot2, avast เป็นต้น

– File Sharing โปรแกรมที่ช่วยให้การแบ่งปันไฟล์ หรือการถ่ายโอนข้อมูลต่างๆ เป็นเรื่องง่าย เช่น qBittorrent, eMule

– Other ประเภทอื่นๆ ที่ไม่เข้าหมวดหมู่ใดๆ ที่กล่าวมาก่อนหน้านี้อย่าง EVERNOTE (สมุดจดอิเล็กทรอนิกส์), Google Earth (ตัวช่วยสำหรับการค้นหาแผนที่โลกออนไลน์) เป็นต้น

– Online Storage แหล่งรวบรวมที่จัดเก็บพื้นที่ออนไลน์อย่าง Dropbox, Google Drive, mozy, OneDrive เป็นต้น

– Developer Tools รวมชุดพัฒนาโปรแกรมสำหรับนักสร้างแอพพลิเคชั่นอย่าง python, NotePad++, JDK8 เป็นต้น

คราวนี้ถึงวิธีการใช้งานกันบ้าง ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากอะไร เพียงแค่เลือกหมวดหมู่ที่สนใจแล้วคลิกเครื่องหมายถูก (P) ไปยังรายชื่อโปรแกรมเหล่านั้น จากนั้นก็เพียงคลิกปุ่ม “Get Installer” เพียงเท่านี้ ชุดโปรแกรมต่างๆ ที่ถูกเลือกก็จะถูกติดตั้งในรูปแบบแพ็กเกจ เพื่อนำไปติดตั้งยังเครื่องปลายทางที่คุณต้องการต่อไป ในกรณีที่คุณต้องการจัดเก็บแพ็กเกจให้ทำการคลิกปุ่ม “Save” เพื่อดาวน์โหลดให้เสร็จก่อน แล้วจึงค่อยนำมาติดตั้งลงยังเครื่องอีกครั้ง

บทสรุป “ช็อปโปรแกรมฟรีกันให้สนั่นลั่นเครื่อง”

ถ้าผมจะกล่าวว่า “โปรแกรมเหล่านี้คล้ายยาสามัญประจำเครื่อง” ติดไว้ในเครื่องเถอะครับถึงวันนี้ไม่ได้ใช้งาน แต่ในอนาคตได้ใช้อย่างแน่นอน อย่างที่ใครหลายๆ คนมักชอบพูดว่า “มีเกินไว้?ดีกว่าขาด” เผื่อยามคับขันจะได้มีไว้ใช้งาน จริงไหมครับ

อีกข่าวหนึ่งที่ผมขอฝากทิ้งท้ายไว้ก็คือ ในขณะที่ผมเขียนบทความ “เทคโนโลยีสร้างอาชีพ” ประมาณช่วงปลายเดือนมกราคม 2558 ทางบริษัทไมโครซอฟท์แจ้งมาว่า Microsoft เริ่มหยุดการสนับสนุนระบบปฏิบัติการ Windows 7 ในส่วนของฟีเจอร์ใหม่ๆ แต่จะยังคงสนับสนุนในส่วนของอัพเดตแก้ไขข้อผิดพลาด (Patch) ของระบบปฏิบัติการนี้ต่อไปจนถึงปี 2020 หรือปี 2563 ของบ้านเรา

ถามว่ามีผลกระทบกับผู้ใช้งานบ้างไหม ต้องขอบอกว่า ณ เวลานี้อาจจะยัง แต่ผมอยากให้ผู้ใช้งานเตรียมตัวเตรียมใจต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วย เพราะเมื่อถึงเวลานั้นแล้วการใช้งานระบบต่างๆ จะไม่สะดุดเหมือนสมัยที่ทาง Microsoft ยุติการสนับสนุน Windows XP ครับ

อย่างไรก็ตาม ผมขอแนะนำให้ลองหันมามองหรือทดลองใช้ Windows 8 กันบ้างสำหรับผู้ที่ใช้งานทางฝั่งของ Microsoft เพื่อจะได้ศึกษาถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ และตามโลกเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ

ล้ำค่า…ชื่นใจ มรดกไทย หนังใหญ่วัดขนอน

Published กรกฎาคม 6, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07089010258&srcday=2015-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 366

เก็บตกจาก “แท็กซี่ กูรู”

TAXI MASTER

ล้ำค่า…ชื่นใจ มรดกไทย หนังใหญ่วัดขนอน

ตื่นเต้นกับลมหนาวปลายปีที่แล้วและต้นปีใหม่ได้ไม่กี่วัน หลายคนอาจจะซักเสื้อกันหนาวรอบที่ 2 เพราะรอบแรกซักเพื่อรอใช้เนื่องจากเก็บมาแล้วเป็นปี ซักครั้งที่ 2 รอบนี้เพราะสวมใส่กันหนาวได้ 2-3 วัน มีอุ่นไอร้อนมาคั่นกลางก็รีบซัก แต่รอบ 2 นี่แหละซักตากแห้งดีแล้วจะมีโอกาสสวมกันหนาวอีกครั้งไหม หรือหนาวกี่วัน หรือที่แน่ๆ ก็คืออาจจะต้องหาถุงสวมเก็บเข้าตู้ดังเดิมอีกก็อาจเป็นไปได้เพราะหายหนาว

ข่าวคราวเรื่องราวเกี่ยวข้องกับแท็กซี่มีให้รับทราบทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ด้วยอนุสนธิจากการปรับราคาค่าเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นที่ยอมรับแบบเงียบๆ คือไม่มีเสียงคัดค้านกับผลกระทบ เพราะได้รับความเข้าใจและเห็นใจแม้ว่าจะต้องจ่ายค่าโดยสารแท็กซี่เพิ่มขึ้นทั้งระยะทางและคิดค่าเสียเวลาช่วงรถติด แม้กระทั่งช่วงล้อไม่หมุน ในฐานะคนขับแท็กซี่ยอมรับได้ทุกอย่างตามกติกาสังคม หรือระเบียบกฎข้อบังคับที่จะต้องปฏิบัติ หากแต่ค่าโดยสารที่ได้รับเพิ่มขึ้นทุกวันนี้ก็ไปเฉลี่ยกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่พัฒนาตามสภาวะค่าครองชีพ แต่ก็ยังกังวลกับพฤติกรรมของเพื่อนร่วมอาชีพบางคน

เรื่องโด่งดังตื่นเต้นประจำเดือนต้นปี กลายเป็นเรื่องราวของการคิดค่าบริการค่าใช้โทรศัพท์จะคิดเป็นวินาทีตามใช้จริงซึ่งเป็นเสียงเรียกร้องจากทุกคนที่เรียกหาความยุติธรรมว่าด้วยการซื้อขายแลกเปลี่ยนการให้การบริการ ที่กำลังรอหาข้อสรุปอยู่ จึงชวนให้คิดถึงการจ่ายค่าโดยสารแท็กซี่ เมื่อค่าโดยสารไม่ลงตัวเป็นเลข 0 หรือเลข 5 ซึ่งผมได้เคยปรารภกับเพื่อนร่วมอาชีพหลายๆ คนแล้ว มีทั้งเห็นด้วยและแสดงความคิดเห็นว่า รับจ่ายตามจริงทอนเงินตามจำนวนเลขมิเตอร์ แต่ฝ่ายที่สนับสนุนเห็นว่า ความสะดวกในการทอนเงินจะยุ่งยาก เมื่อค่าโดยสารเป็นเศษบาท เช่น 122 บาท ไม่น่าจะต้องหาเงินทอน 8 บาท ควรจะคิดค่าโดยสารรับเงิน 120 บาทลงตัว แต่ถ้าหากว่าเป็น 128 บาท ก็ขอให้ผู้โดยสารจ่าย 130 บาทลงตัว โดยตั้งกติกาว่าเศษต่ำกว่า 5 บาท แท็กซี่ก็อาจจะไม่ต้องรับ หรือค่าโดยสารเกินเศษ 5 บาท ผู้โดยสารก็ไม่ต้องรอเงินทอน แต่เรื่องนี้เป็นข้อคิดเสนอแนะเฉพาะกลุ่มและขึ้นอยู่กับจิตสำนึกแต่ละคนที่จะยอมรับแต่ละกรณี เพื่อนแท็กซี่บางคนก็เตรียมเศษเงินทอนไว้พร้อม

มีเรื่องใหม่เอี่ยมบนท้องถนนอีกเรื่องที่ผู้ผ่านเส้นทางบางคนที่ไม่ทราบข่าวคิดว่าใครทำสีหกบนพื้นถนน หรือมีคนไร้ฝีมือมาตีเส้นก่อนถึงทางข้ามม้าลายระยะก่อน 15-20 เมตร เพราะอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งผ่านมาผู้ขับขี่ไม่มีข้อสังเกต หรือมีเครื่องหมาย สัญลักษณ์ เครื่องหมายทางกายภาพแจ้งเตือน เส้นยึกยือซิกแซกที่เกิดขึ้นใหม่จึงเป็นข้อสังเกตสำหรับผู้ขับรถตั้งแต่ปีใหม่นี้ไป จะต้องมีสติในการปฏิบัติตามกฎจราจร นอกจากนั้น ตามทางโค้งบนสะพานลอยรถข้ามก็จะพบพื้นผิวมีสีพื้นปูนแห้ง เป็นสีทาพื้นเพิ่มแรงเสียดทานลดความเร็วการขับขี่หลายจุด รวมทั้งบางที่ทาสีขอบทางให้หนาหลอกตาว่าทางแคบเพื่อลดอุบัติเหตุ ก็ถือว่าเป็นนวัตกรรมเพื่อปฏิบัติการเพิ่มความปลอดภัยแก่ชีวิตผู้คน

วันนี้ออกรถแต่เช้าเหมือนเคย ช่วงปลายเดือนผู้โดยสารจะไม่คงตัวตลอดเดือน พวกเราสมาชิกส่งเสริมพฤติกรรมแท็กซี่สร้างความดีแข่งชื่อเสียงยังคงรวมตัวกันที่จะหาความรู้-ประสบการณ์เพื่อเตรียมตัวต้อนรับ AEC เราเริ่มกันที่เตรียมคำศัพท์ ท่องจำจากบทเพลงโดยแต่ละคนหามาเปิดฟัง หมุนเวียนแต่ละนัดตามโอกาส วงรอบวันนี้กลับมาอีกแล้ว โชคดีที่มีความพร้อมในการนำเสนอ โดยเลือกเพลงของ Perry Como ชื่อ And I Love You So ผมซ้อมฟังเนื้อเพลงในรถด้วยความเคลิบเคลิ้ม “And I love you so, the people ask me how. How I”ve lived “till now, I tell them I don”t know. I guess they understand, how lonely life has been. But life began again, the day you took my hand?” ความจริงเพลงนี้มีนักร้องหลายคนหลายสไตล์อารมณ์ และช่วงปีใหม่คงมีคนบอกรักด้วยเพลงนี้จนถึงช่วงวาเลนไทน์ที่จะฮิตสูงสุด

ผมยังอินอารมณ์กับบทเพลงโดยจอดรถแอบเข้าข้างทางแต่พอดีกับมีผู้โดยสารโบกมือเรียกเปิดประตูหน้าบอกว่าไปศูนย์วัฒนธรรม รัชดา (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก) ขึ้นมานั่งคู่คนขับวางแฟ้มไว้บนตัก พูดลอยๆ ว่ารถติดจังน่าจะมีประชุมสัมมนาวันหยุด ผมสังเกตเห็นหน้าปกแฟ้มเขียนตัวโตว่า “หนังใหญ่ไปเล่นตะลุง” รู้สึกสงสัยแต่โดยมารยาทไม่กล้าถาม เลี่ยงนำเสนอว่าไปศูนย์วัฒนธรรมช่วงนี้รถติดมาก ถ้าไปรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จะเร็วกว่าเดี๋ยวจะไปเชิดหนังไม่ทัน เขาหันมายิ้มด้วยไมตรีแต่พูดว่า “ไม่ชอบนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินเพราะรู้สึกอึดอัด ไม่ได้รีบนักติดนานหน่อยก็ทัน จะไปร่วมสัมมนาเรื่องหนังใหญ่วัดขนอน มรดกศิลปะไทย ไม่ใช่ไปเชิดหนังตะลุงหรอก เขียนหน้าแฟ้มให้ตลกไปอย่างนั้นเอง คุณเคยดูหนังใหญ่ตัวใหญ่กว่าคุณไหม” เขาโต้ตอบ ผมตอบว่าเคยเห็นในข่าว ไม่เคยเห็นของจริงอยากรู้จักเรื่องนี้เหมือนกันครับ เขาเปิดแฟ้มให้ดูผ่านๆ บอกว่าจะต้องไปบรรยายตามตัวอย่างภาพหนังใหญ่นี้ แต่ของจริงเขาใช้หนังวัวทั้งตัวมาทำ “คุณสนใจหรือ” ผมพยักหน้าตอบรับขอบคุณ

เขาเริ่มต้นว่า ในบรรดามรดกมหรสพที่เป็นการละเล่นชั้นสูงของไทย มีศิลปวัฒนธรรมล้ำค่ามากมาย “หนังใหญ่” มีอายุเก่าแก่มากที่สืบทอดมาถึงทุกวันนี้ เช่น คณะหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรีแล้ว ยังมีหนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี หนังใหญ่วัดขนอนเชื่อกันว่ามีมานานกว่า 150 ปีแล้ว โดยชาวอำเภอโพธาราม และช่างพ่วงชาวบ้านโป่งช่วยกันเขียนและสลักตัวหนังจากหนังวัว สลักเป็นตัวละครเรื่องรามเกียรติ์ รวมมากกว่า 330 ตัว

กรรมวิธีในการสลักแกะหนังใหญ่วัดขนอน เริ่มด้วยนำหนังวัวมาขูดพังผืดและถอนขนให้เรียบร้อย แล้วนำไปแช่ในน้ำยาต้นลำโพงกาสลัก (เป็นพืชล้มลุกประเภทเดียวกับมะเขือ) ประมาณ 1-2 วัน แล้วนำขึ้นผึ่งโดยขึงด้วยสะดึงให้ตึงพร้อมใช้เขม่าดินหม้อผสมกับน้ำข้าวทาลงบนผืนหนังในส่วนที่ต้องการจะให้เป็นสีดำเมื่อหนังแห้งแล้วจึงวาดภาพ แล้วแกะสลักด้วยเครื่องมือแกะสลักตามลวดลายที่ต้องการลงสีโดยใช้ไม้รวกขูดสีดำที่ทาออกให้ใส แล้วลงสีที่ทำขึ้น ส่วนใหญ่มักใช้สีแดงที่ได้จากแก่นไม้ฝางมาต้มจนเป็นยางเหนียวผสมสารส้มทาลงบนผืนหนัง หรือสีส้ม สีเหลือง ที่ได้จากการใช้น้ำมะนาวทาลงบนสีแดงให้จางลงตามความเข้มที่ต้องการ และสีฟ้า สีเขียว ที่ได้จากจุนสี หรือสนิมทองแดง (Copper sulphate) ผสมน้ำมะนาวทาลงบนผืนหนังที่ทาสีดำไว้ให้จาง เมื่อสีเรียบร้อยแล้ว ก็นำไม้มาขนาบทำเป็นที่จับเรียกว่า “ไม้ตัว” แล้วเรียงเก็บทับกันเป็นตับ เป็นการเก็บรักษาเพื่อเตรียมไว้แสดงต่อไป

เขาเหลือบดูเวลาพูดว่ารถยังติดอีกนานแต่คิดว่าไปทันงานสัมมนา จะทบทวนเรื่องที่จะพูดไปในตัวคือการจำแนกชนิดของตัวหนังมีได้ถึง 9 ชนิด คือ หนังครู หรือ หนังเจ้า (สลักพระฤๅษี พระนารายณ์ พระอิศวร) หนังเหาะ (ตัวละครท่าเหาะ) หนังง่า (ท่าเหาะต่อสู้) หนังสุมพล (ตัวละครหลายตัวต่อสู้) หนังจับ (ตัวละครต่อสู้กันในหนังผืนเดียว) หนังปราสาท (ตัวละครพักอยู่ในพลับพลา) หนังศาลา (สลักศาลา) และหนังเบ็ดเตล็ด (สลักตัวอื่นๆ ทั่วไป) การแสดงหนังใหญ่ ต้องมีสถานที่คือโรงหนัง จอหนัง และแสง ตัวหนัง เครื่องดนตรีประกอบ คนพากย์ และเจรจา คนเชิดหนัง วิธีการเชิดการแสดง ก่อนการแสดงจะต้องมีพิธีไหว้ครู จากนั้นก็แสดงชุดเบิกโรง และต่อด้วยแสดงชุดใหญ่ ซึ่งนิยมแสดงเรื่องรามเกียรติ์

ที่วัดขนอนจะมีการสาธิตการเชิดหนังใหญ่ทุกวันเสาร์ เวลา 10.00 น. “จอดรถที่นี่แหละ ข้างประตูด้านหน้าศูนย์วัฒนธรรม” เขาพูดย้ำให้เห็นคุณค่าในการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกล้ำค่า และสิ่งที่ปลาบปลื้มที่สุดคือ ปัจจุบัน มีโครงการตามพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทางวัดขนอนได้จัดพิพิธภัณฑ์แสดงนิทรรศการหนังใหญ่ เปิดให้ประชาชนเข้าชม พร้อมการสาธิตและการฝึกสืบทอดศิลปะล้ำค่านี้

ข้อมูลวิชาการ มรดกไทย เรื่องจากพริบพราว หน้า 26-27 วารสารสายใจไฟฟ้า มีนาคม 2553

หวุดหวิด

Published กรกฎาคม 6, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07091010258&srcday=2015-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 366

ฎีกาธุรกิจ

โอภาส เพ็งเจริญ o-pas@matichon.co.th

หวุดหวิด

เป็นคนต่างด้าว ซื้อคอนโดมิเนียม จ่ายเงินครบ นำหนังสือมอบอำนาจไปขอจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ เจ้าหน้าที่บอก โอนให้ไม่ได้ ขัดกฎหมาย ถอยกลับมานอนก่ายหน้าผากอยู่หลายปี กระทั่งคอนโดมิเนียมถูกเจ้าหนี้ยึด จะนำออกขายทอดตลาด ทีนี้จะทำอย่างไร

1.

เดือนพฤศจิกายน 2530 คุณโผงไปจอง แล้วทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดใน “สูงเด่น คอนโดมิเนียม” ไว้กับ บริษัท สูงเด่น คอนโดมิเนียม จำกัด

ครั้นพอได้จังหวะ คือ เมื่อเล็งเห็นว่า น่าจะได้กำไรตามคาดแล้ว หรือว่าบอกขายต่อได้กำไรแล้ว คุณโผงจึงปล่อยออกขายต่อ

วันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม 2532 คุณโผงโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายกับบริษัท ให้คุณรามซิงค์เป็นคู่สัญญาแทน

คุณรามซิงค์ หรือที่คุณโผงเรียกขานบอกใครๆ ว่าชื่อ คุณรามสิงห์นั่นละ เป็นผู้ซื้อต่อมา

คุณรามซิงค์ไม่ใช่คนไทย หากเป็นชาวอินเดีย เป็นคนต่างชาติเป็นต่างด้าว

คุณรามซิงค์ทำธุรกิจติดต่อค้าขายระหว่างเมืองไทยกับในอินเดีย—เข้ามาติดต่อค้าขายและอยู่เมืองไทยเป็นคราวๆ เป็นช่วงๆ เป็นพักๆ มานานแล้ว

ไปๆ มาๆ ระหว่างไทยกับอินเดีย และอินเดียกับไทย แต่ว่าอยู่ไทยคราวละนานๆ ถึงจะบินกลับไปอินเดียทีหนึ่ง จึงคิดซื้อคอนโดมิเนียมเป็นของตัวเองเอาไว้ แทนที่จะต้องเช่า

ที่สุดเลยซื้อคอนโดมิเนียมที่คุณโผงจองซื้อไว้แล้วบอกขาย ด้วยเห็นว่า ไม่มากสตางค์ คือเมื่อเทียบกับสตางค์ที่คุณรามซิงค์มี ทำเลดี สะดวกในการมาพักและการเดินทางไปไหนๆ

จากคู่สัญญาจะซื้อจะขายเดิม คือ คุณโผง กับ บริษัท สูงเด่น คอนโดมิเนียม จำกัด

เลยเปลี่ยนมาเป็นคู่สัญญาจะซื้อจะขายคู่ใหม่คือ คุณรามซิงค์ กับ บริษัท สูงเด่น คอนโดมิเนียม จำกัด

คุณรามซิงค์ก็เริ่มทยอยผ่อนชำระราคาห้องชุดไปจนครบจบสิ้น

บริษัทจึงส่งมอบห้องชุดนั้น และมอบหนังสือมอบอำนาจในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แก่คุณรามซิงค์ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เอาเอง

2.

คุณรามซิงค์นำหนังสือมอบอำนาจและเอกสารหลักฐานต่างๆ ไปที่สำนักงานที่ดิน ยื่นเรื่องขอโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดนั่น

พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารแล้วแจ้งแก่คุณรามซิงค์ว่า “โน”

คุณรามซิงค์ถามว่า “โน อาราย ละจ๊ะนาย”

พนักงานเจ้าหน้าที่ว่า “โน จดทะเบียน จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ไม่ได้”

คุณรามซิงค์ข้องใจถามว่า “อีนี้ ทำมาย ละจ๊ะนาย”

พนักงานเจ้าหน้าที่อธิบายทั้งด้วยมือและด้วยปากว่า เพราะคุณรามซิงค์เป็นคนต่างด้าว ตามกฎหมายไม่อาจถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ไม่อาจถือกรรมสิทธิ์ในคอนโดมิเนียมในประเทศไทยได้

“ต้องขออภัยนะจ๊ะบังจ๋า” เจ้าหน้าที่ว่า

คุณรามซิงค์เลยเซ็งกลับออกมา นอนคิดว่าจะทำฉันใดต่อไปดี แต่ยังคิดไม่ออก

คุณเจ้าหน้าที่ก็ว่าไปตามที่คุณเจ้าหน้าที่เข้าใจและรับรู้ ว่ากฎหมาย ห้ามชาวต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินและคอนโดมิเนียมในไทย

ทั้งที่ความจริงไม่ได้ถึงกับห้ามขาดหรอก เพียงแต่คนต่างด้าวที่ต้องการถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินและคอนโดมิเนียมนั้น จะต้องขออนุญาตต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เจ้าหน้าที่อ่านไม่ถึงตรงนี้ จึงบอกคุณรามซิงค์ไปอย่างนั้นและไม่รับจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้

อันที่จริง ถ้าไปขอและได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คนต่างด้าวก็ถือกรรมสิทธิ์ได้

3.

เมื่อรับแจ้งมาดังนั้น คุณรามซิงค์คิดไม่ออกว่า จะทำอย่างไรต่อไปดี ถึงเวลาเดินทางไปอินเดียก็ไป กลับมาจากอินเดียก็มาอยู่พักอาศัยที่ห้องชุดคอนโดมิเนียมแห่งนั้น

คุณรามซิงค์ ไปอินเดีย กลับเมืองไทย กลับเมืองไทย ไปอินเดีย แล้วกลับเมืองไทยไม่รู้กี่รอบแล้ว

เวลาล่วงเลยไปจากวันเป็นเดือน จากเดือนเลื่อนไปเป็นปี จากปีเป็นหลายปี

หลังๆ นี่คุณรามซิงค์ว่าไม่จดทะเบียนโอนมาก็ไม่เดือดร้อนอะไร เพราะยังได้ใช้ห้องชุดเป็นที่อยู่อาศัยได้ตามปกติ ชักลืมๆ เรื่องการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้วด้วยซ้ำไป

เกิดอะไรขึ้นบ้างกับกฎหมายในเมืองไทยที่อนุญาตให้คนต่างด้าวสามารถจดทะเบียนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในคอนโดมิเนียมได้แล้ว แต่คุณรามซิงค์ไม่รู้หรอก

เกิดอะไรขึ้นกับบริษัท สูงเด่น คอนโดมิเนียม จำกัด คุณรามซิงค์ก็ไม่มีโอกาสรับรู้

ปรากฏว่าในปลายปี 2540 บริษัท สูงเด่น คอนโดมิเนียม จำกัด ถูกฟ้องร้องเป็นคดี

เดือนมีนาคม 2541 ศาลพิพากษาให้ บริษัท สูงเด่น คอนโดมิเนียม จำกัด ชำระหนี้ 86 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

แต่บริษัท สูงเด่น คอนโดมิเนียม จำกัด ไม่ชำระ

เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นขอศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดทรัพย์สินของบริษัท สูงเด่น คอนโดมิเนียม จำกัด

เดือนเมษายน 2543 เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำเจ้าพนักงานบังคับคดียึด สูงเด่น คอนโดมิเนียม ที่คุณรามซิงค์นอนอยู่ด้วย เตรียมนำออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา

“เหย็ด-แหม่ ฉิบหาย ตายโหง แล้ว” คุณรามซิงค์สบถเป็นภาษาไทยชัดเจน ด้วยว่าไปๆ มาๆ อยู่ไทยมานานร่วม 10 ปีเข้าให้แล้ว ภาษาไทยแข็งแรงมาก แม้กระทั่ง (หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่ง) ถ้อยคำไม่สุภาพที่คุณรามซิงค์สนใจเป็นพิเศษ

4.

สูงเด่น คอนโดมิเนียม ถูกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึด แน่ละ ยึดรวมห้องชุดของคุณรามซิงค์เข้าไปด้วย

คุณรามซิงค์เดือดร้อนสิ จึงวิ่งหาคุณทนายความ เล่าความอธิบายความให้คุณทนายฟัง

คุณทนายความว่าใจเย็นๆ เดี๋ยวจะจัดการให้

ว่าแล้วคุณทนาย จึงยื่นคำร้องเข้าไปในคดีที่เจ้าหนี้กับบริษัท สูงเด่น คอนโดมิเนียม จำกัด พิพาทกันอยู่ ขอให้กันส่วนห้องชุดของคุณรามซิงค์ออกมา อย่าได้ยึดของคุณรามซิงค์ไปขาย

ศาลชั้นต้นไต่สวนทวนความตามท้องเรื่องแล้วพิพากษาให้เพิกถอนการยึดห้องชุดของคุณรามซิงค์

ทางเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเขาอุทธรณ์คดี

ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ให้กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นให้ยกคำร้องของคุณรามซิงค์ คือให้เดินหน้ายึดออกขายทอดตลาด

คุณทนายความของคุณรามซิงค์ยื่นฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ขณะคุณรามซิงค์เข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายกับ บริษัท สูงเด่น คอนโดมิเนียม จำกัด นั้นคุณรามซิงค์จะเป็นคนต่างด้าว แต่ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 19 บัญญัติไว้ว่า ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดินมาใช้บังคับแก่การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าว อันเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องในขณะนั้นก็ไม่ได้ห้ามเด็ดขาดมิให้ถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด ซึ่งคนต่างด้าวอาจขออนุญาตต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายที่ดิน

ทั้งต่อมามาตรา 19 มีการแก้ไข โดยมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534 ให้สิทธิคนต่างด้าวอาจถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ หากคนต่างด้าวนั้นมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้ สัญญาจะซื้อจะขายระหว่างคุณรามซิงค์กับบริษัท สูงเด่น คอนโดมิเนียม จำกัด จึงไม่เป็นโมฆะ หรือโมฆียะ

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า สัญญาจะซื้อจะขายยังมีผลบังคับ และคุณรามซิงค์ได้ชำระราคาห้องชุดครบถ้วน รวมทั้งเข้าครอบครองใช้ประโยชน์ห้องที่ซื้อนั้นแล้ว คงเหลือแต่การจดทะเบียนสิทธิเพื่อโอนกรรมสิทธิ์เท่านั้น ถือได้ว่า คุณรามซิงค์เป็นบุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อน ตามมาตรา 1300

โดยที่การบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงบุริมสิทธิหรือสิทธิอื่นๆ ซึ่งบุคคลภายนอกอาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์นั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287

ดังนั้น เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงไม่มีสิทธินำยึดห้องชุดของคุณรามซิงค์เพื่อบังคับคดีอันเป็นการกระทบกระทั่งถึงสิทธิของคุณรามซิงค์ตามกฎหมาย

คุณรามซิงค์จึงมีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนการยึดห้องชุดนั้นได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

นั่นคือต้องปล่อยการยึดห้องชุดของคุณรามซิงค์ออกมา

คุณรามซิงค์รับฟ้องคำพิพากษาแล้วร้องว่า “อีนี้ ขอบใจมากนะนายจ๋า”

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1524/2557)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 456 การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้เป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไซร้ ท่านว่าเป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย

สัญญาจะขายหรือจะซื้อ หรือ คำมั่นในการซื้อขายทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ หรือได้วางประจำไว้ หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

บทบัญญัติที่กล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ให้ใช้บังคับถึงสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกลงกันเป็นราคาสองหมื่นบาท หรือกว่านั้นขึ้นไปด้วย

มาตรา 1300 ถ้าได้จดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นทางเสียเปรียบแก่บุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นอาจเรียกให้เพิกถอนการจดทะเบียนนั้นได้ แต่การโอนอันมีค่าตอบแทน ซึ่งผู้รับโอนกระทำการโดยสุจริตนั้น ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ท่านว่าจะเรียกให้เพิกถอนทะเบียนไม่ได้

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 287 ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา 288 และ 289 บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงบุริมสิทธิหรือสิทธิอื่นๆ ซึ่งบุคคลภายนอกอาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินนั้นได้ตามกฎหมาย

พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522

มาตรา 19 คนต่างด้าวและนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว อาจถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ ถ้าเป็นคนต่างด้าวและนิติบุคคลดังต่อไปนี้

(1) คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

(2) คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน

(3) นิติบุคคลตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 97 และมาตรา 98 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย

(4) นิติบุคคลซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 และได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน

(5) คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลที่กฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวซึ่งนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรหรือถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศหรือถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ

ดวงเศรษฐี 12 ราศี กับอาจารย์ณัฐ นรรัตน์

Published กรกฎาคม 6, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07093010258&srcday=2015-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 366

ดวงเศรษฐี 12 ราศี กับอาจารย์ณัฐ นรรัตน์

ราศีเมษ (13 เมษายน-13 พฤษภาคม)

ระยะนี้ต้องอยู่เงียบๆ อย่าออกงานบ่อย ควรระวังการถูกเอารัดเอาเปรียบด้วยเรื่องผลประโยชน์ และที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือเรื่องเอกสารสัญญาทำไว้กับใครควรนำมาปัดฝุ่นดูใหม่ตามเรื่องสักหน่อย เนื่องจากจะมีเหตุให้เสียหาย ด้วยสาเหตุมาจากการไว้วางใจเชื่อใจใครไปกลับสร้างปัญหาตามมาให้คุณต้องเป็นคนแก้ไข เรื่องรายได้ มีการใช้จ่ายไปกับสังคมและเพื่อนฝูงเพิ่มมากขึ้นแต่ก็ยังหามาได้ไม่ขาด ทั้งช่วงนี้คุณจะได้เข้าไปรู้ความลับของคนอื่น บริวารยังพอไหว้วานได้แต่กับคู่ครองคงจะได้แต่ไหว้อย่างเดียว วานคงลำบาก การค้าขาย ให้ระวังของหาย การคิดตัวเลขตกหล่น การทำบัญชีที่ไม่ลงตัวเรื่อยไปจนเรื่องของภาษีที่ไม่น่าไว้วางใจ มุมชะตามีโอกาสถูกตรวจสอบให้ขนลุกขนพองสำหรับท่านที่ทำอะไรไม่ถูกไม่ควร กับครอบครัว ควรให้เวลาต่อกันและกันให้มากๆ จากนี้ไปจะมีใครบางคนในบ้านที่เกิดปัญหาอันเนื่องมาจากตัวคุณไม่มีเวลาดูแลพวกเขา สุขภาพร่างกาย มีแต่เจ็บคอ ไอแค้กๆ ไปหาหมอจะโดนฟันค่ายาหลายตังค์

ราศีพฤษภ (14 พฤษภาคม-13 มิถุนายน)

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จกำลังจะอยู่ที่นั่น แปลว่าสิ่งที่คุณเหน็ดเหนื่อยมานานมีทีท่าว่าจะสำเร็จไม่น่าห่วงกังวลมากจนเกินไป สู้ต่อไปอย่าท้อเป็นอันขาด ตอนนี้สิ่งที่คิดและตั้งใจมีคนเห็นคุณค่าเห็นความพยายามของคุณแล้วที่ต้องดูแลเป็นพิเศษคือเรื่องเงินเงินเงิน สังเกตไหมครับว่ารายรับเข้าไหมก็เข้า รายจ่ายล่ะไม่ต้องคิดเลยฟังแล้วเครียดกว่าเรื่องอื่นๆ ทางแก้มีอยู่ว่า ให้หาทางเก็บเงินอีกที่ จะเป็นฝากคู่ไว้ก่อนหรือบัญชีคนที่ไว้ใจได้จะเป็นใครก็ตามแล้วคุณจะมีเงินเหลือหลังจากผ่านช่วงนี้ไปได้ การค้าขาย ให้ดูแลทุกข์สุขลูกน้องบริวารรอบตัวว่ามีปัญหาเรื่องใดที่คุณสามารถช่วยแก้ไขได้หรือไม่ พยายามอย่ามุ่งแต่ผลประกอบการจนลืมชีวิตส่วนตัวของทีมงานมากจนเกินไป จุดเด่นคือการเสี่ยงโชคเสี่ยงดวง การเจรจาที่หวังผลสำเร็จมีโอกาสได้ผลลัพธ์อย่างที่คุณต้องการ กับลูกหลาน สัตว์เลี้ยง จะมีอาการเจ็บป่วยไม่สบาย ด้านสุขภาพร่างกาย ของคุณนั้นควรระวังอุบัติเหตุจากความประมาท และอาการหวัดแบบฉับพลัน

ราศีเมถุน (14 มิถุนายน-14 กรกฎาคม)

การงาน ที่ทำอยู่ระวังการสั่งงานแบบสายฟ้าแลบคือมาถี่และเร่งให้จบอย่างต่อเนื่อง อย่างหนึ่งที่คุณทำได้คือการรีบสะสางงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ให้เสร็จก่อนกำหนด อย่าไปมองว่ากำหนดเสร็จอีกนานนั้นย่อมไม่ทันแน่ ปัญหาภายในบ้านมีมากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องเวลาที่มีให้กับครอบครัวน้อยลงแต่งานในบ้านมากขึ้น ต้องเข้าไปแก้ปัญหาในบ้านทั้งเรื่องรายจ่าย เรื่องบุตรบริวารและกับคู่ที่ไม่ค่อยจะเข้าใจความทุกข์ส่วนตัวของคุณสักเท่าไหร่ แต่เรื่องเงินทองยังไปได้ อยากซื้อสิ่งใดย่อมมีทางเสมอ ให้คุณยึดคำว่า พอเพียง ให้ขึ้นใจด้วยก็แล้วกันจึงจะรอดพ้นจากภาวะทรัพย์จางช่วงนี้ไปได้ การค้าขายทำกำไร ให้คุณหาอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ เข้ามาขาย มาเป็นตัวเลือกพิเศษให้กับลูกค้าบ้าง อย่านิ่งเฉย ยิ่งช่วงนี้สงครามการตัดราคายิ่งสูงขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ธุรกิจของคุณจึงต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับความเป็นไปของตลาด ส่วนโรคภัย เกิดปัญหาอ่อนเพลียสะสม

ราศีกรกฎ (15 กรกฎาคม-16 สิงหาคม)

ความจริงที่คุณทราบเกี่ยวกับความลับของคนใกล้ตัวต้องระวังเอาไว้ดีๆ สืบเนื่องจากจะมีการข่าวรั่วไหลแล้วผลกระทบอาจกระเด็นมาถึงตัวคุณ ยิ่งช่วงนี้จะมีคนเข้าใจคุณผิดได้ง่ายๆ การติดต่อสื่อสารจะเกิดปัญหาถูกเลื่อนถูกยกเลิก แปลว่าระยะนี้ต้องโทรนัดย้ำอีกฝั่งให้ดี ส่วนคู่แข่งหรือฝั่งตรงข้ามเริ่มมีกำลังมากขึ้นมีการใช้เล่ห์เหลี่ยม ใช้วิชามารจ้องหาทางกำจัดหาโอกาสทำลายคุณอยู่ต้องระวัง ดังนั้น ช่วงนี้คุณต้องพยายามติดต่อผู้ใหญ่คนที่คุณเคารพอย่างต่อเนื่องอย่าให้ขาดช่วงขาดตอน เรื่องเงิน คล่องตัวขึ้นแต่ยังไม่ถึงเป้า การค้าขายทำกำไร จะต้องใช้การกระตุ้นยอดขายด้วยวิธีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จะเป็นการลด แลก แจก หรือแถมก็ต้องยอมสู้ โดยเฉพาะการบริการทุกระดับอย่างน่าประทับใจก็จำเป็นต้องนำมาใช้ให้ทันท่วงที กระแสการเงินถึงแม้จะเหนื่อยยากแต่มันจะไม่ลำบากมากไปกว่านี้แล้ว ขอให้คุณสู้อีกอึดใจแนวโน้มความสำเร็จกำลังจะมา โรคภัย ต้องดูแลเรื่องไขข้อและปวดหลังทำสิ่งใดอย่าให้เสี่ยงต่อสุขภาพจนเกินไปด้วยครับ

ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม-16 กันยายน)

ระวังคนปากน้ำเชื่อมก้นมะนาวให้ดีๆ งานนี้เริ่มแผลงฤทธิ์ มีการใส่ความด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง หนำซ้ำหัวหน้ายังหูเบาเชื่อคนง่ายแบบเจ้าตัวยังงงๆ ส่วนคนในครอบครัวช่วงนี้พึ่งได้ไหว้วานให้ช่วยทำอะไรก็สบายใจ เรื่องเงินเรื่องรายได้ จะใช้ไปกับคนที่มีอายุมากกว่าประเภทเจ้านายและเพื่อนที่มีลักษณะหน้าแก่เกินอายุ ด้านบริวาร จะมีเรื่องเสียหาย มีเรื่องที่คุณต้องปวดเศียร ทั้งนี้ มีเรื่องปิดบังสิ่งใดไว้จะถูกเปิดเผยจากคนใกล้ตัว ถ้าถามถึงโชคลาภ บอกได้ว่าจะมาเป็นสัตว์ 2 เท้า หน้าขาวร่างอวบ ต้องระวังหัวใจตัวเองจะอ่อนง่ายๆ การค้าขายทำกำไร จะต้องใช้วาทศิลป์มากกว่าที่เคย อีกทั้งการแนะนำสินค้า การพูดคุยด้วยความเป็นมิตร จะทำให้เกิดความประทับใจกับลูกค้าจนมียอดซื้อตามมาอย่างน่าชื่นใจ ส่วนท่านที่มีครอบครัวให้ระวังเรื่องเงินทองของใช้ในบ้านจะแตกหักเสียหายจนทำให้ต้องไปซื้อหามาเปลี่ยนใหม่ แต่ดีที่จะมีเงินหมุนเข้ามาให้กินให้ใช้อย่างไม่ต้องกังวลสิ่งใดๆ มากจนเกินไป สุขภาพร่างกาย มีเรื่องความดันที่ต้องรีบดูแล

ราศีกันย์ (17 กันยายน-16 ตุลาคม)

จากคนที่เคยไว้ใจระยะนี้ กลิ่นไม่ดี มีเค้าลางแห่งการเปลี่ยนแปร ระวังการถูกเพื่อนหักหลังเคยช่วยเหลือเกื้อกูลใครมาถึงเวลานี้ยามคุณลำบากยามคุณเดือดร้อนมีทีท่าห่างเหินเฉยเมย ทำใจละกัน เรื่องเงิน นี่สิยามนี้ยังพอมีลู่ทางหาได้ยังไม่อับหนทางถึงแม้สีข้างจะถลอกไปบ้าง โดยที่เรื่องงานยามนี้ให้ชะลอการตัดสินใจในเรื่องใหญ่เอาไว้ก่อนเพราะจะเจ็บตัว ส่วนบริวารนั้นจะได้ข่าวการถูกโยกย้ายมีคนช่วยงานถูกเด้งแบบฟ้าผ่า หายไปซะเฉย แต่ยังดีที่ยังมีผู้ใหญ่หรือคนที่เคยเกื้อกูลหนุนหลังให้คุณเป็นอย่างดี การทำมาค้าขาย จะมีข่าวดี มีเรื่องที่รอคอยมานาน มีโอกาสได้ทำอะไรใหม่ๆ มีลูกค้ารายใหญ่ทำให้ระยะต่อไปจะมีรายได้ที่น่าชื่นอกชื่นใจกลับมา กับความรัก ยังสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่อึดอัดหนักใจลงไปได้ การให้อภัยจะนำพาซึ่งทางออกในทุกๆ ปัญหา การเสี่ยงโชค ยังไม่น่าไว้วางใจ อย่าให้หนักเกินไป เอาแค่พอสนุกหอมปากหอมคอก็พอ ด้านสุขภาพร่างกาย ที่ต้องดูแลคืออาการเจ็บคอ เป็นหวัดเรื้อรัง

ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม-16 พฤศจิกายน)

เห็นทีงานนี้คุณคงต้องลงมือมาดูแลเรื่องงานให้ใกล้ชิดเป็นพิเศษซะแล้ว สืบเนื่องจากงานด้านเอกสาร ส่อเค้าว่าจะมีปัญหาตามมาในระยะนี้ คุณต้องเฝ้าระวังในส่วนของการเซ็นหนังสือการค้ำประกันใครในช่วงนี้ ห้ามโดยเด็ดขาด จะถูกหลอกให้ต้องชดใช้ในภายภาคหน้า ด้านเงินทอง จะมีคนในที่ทำงานมาหยิบยืมแล้วกลับคำไม่ยอมคืน ส่วนลูกน้องในช่วงเวลานี้จะทำให้คุณเสียเครดิต ดังนั้น ณ เวลานี้ประคับประคองตนเองให้ผ่านพ้นช่วงเดือนนี้ไปก่อนจะดีกว่าก้มหน้าก้มตาทำงานเก็บตัวสักเดือนค่อยแผลงฤทธิ์ อีกทั้งสิ่งที่ไม่ควรไว้วางใจคือเรื่องของบัญชีและภาษี หาเวลาตรวจสอบดูให้ละเอียด ถึงแม้จะมีคนช่วยดูก็อย่าประมาท ต้องกำชับช่วยทำให้รัดกุมที่สุด ในเรื่องความรัก ยังดีที่เรื่องหนักใจอื่นๆ ไม่อาจมากระทำให้ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันกระทบกระเทือนหรือสั่นคลอนได้ เพราะจะมีสิ่งที่ดี มีกำลังใจที่มีให้กันอย่างต่อเนื่อง ด้านสุขภาพร่างกาย จะมีอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ขัดลำกล้อง

ราศีพิจิก (17 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม)

ห้วงเวลานี้มีเรื่องครอบครัวมาให้แก้ไข ถ้าหากปล่อยหรือมองข้ามจะมีปัญหาบานปลาย โดยเฉพาะระวังการมีปากเสียงกับญาติพี่น้อง เรื่องรายได้ยังต้องหมุนกันหัวปั่น ปกติคุณเป็นคนที่หน้าใหญ่ใจกว้างอยู่แล้ว ก็น่าจะหันมาดูกระเป๋าตังค์ตนเองบ้าง เผื่อจะเข้าใจการใช้เงินในกาลข้างหน้าได้อย่างถูกต้อง ที่ต้องระวังคือเรื่องคำพูดวาจา ช่วงนี้ควรใช้สโลแกนส่วนตัวว่า พูดมากผิดมาก พูดน้อยผิดน้อย จะไม่เจ็บตัว ทั้งโปรเจ็กต์ที่วางแผนไว้จะเริ่มยุ่งวุ่นวายด้วยเหตุจากลูกน้องบริวารคงต้องเกาะติด อย่าให้คลาดสายตา การค้าการขาย จะต้องระวังเรื่องง่ายแต่กลับก่อให้เกิดปัญหา อาทิ ความผิดพลาดอันมาจากลูกน้องบริวาร ความผิดพลาดด้านเอกสารและการทอนเงิน ยังรวมไปถึงการถูกเจ้านายตำหนิจนทำให้ใจคอไม่ดีไม่มีกำลังใจในการทำงาน แต่ข้อดีคืออุปสรรคต่างๆ อีกไม่นานก็จะคลี่คลาย มีคนมาช่วยเหลือ มีทางออกในเรื่องต่างๆ ได้ด้วยดี ความรัก จะมีสิ่งดีๆ บังเกิดขอให้ทำอะไรด้วยความใจเย็น สุขภาพร่างกาย ที่ควรดูแลมีเรื่องระบบย่อยอาหารผิดปกติ

ราศีธนู (16 ธันวาคม-15 มกราคม)

จะมีการเข้าใจผิดด้วยเรื่องการสื่อสาร สั่งอย่างได้อีกอย่าง ถึงตอนนี้พยายามทำงานแบบจดอย่าจำ มีความเป็นไปได้ที่ในที่ทำงานจะมีข่าวลือ ข่าวลวง มีการปล่อยข่าวให้สับสน คุณอย่าหมุนตามกระแสเดี๋ยวจะถูกเป็นหุ่นเชิดให้เล่นตามเกมผู้อื่น เพราะลำพังจะตามนายก็ไม่ได้เรื่องซะแล้ว พักนี้ตัวท่านเองมีทีท่าเปลี่ยนไปวันนี้อย่างพรุ่งนี้อีกอย่าง เรื่องเงิน ก็น่าดูแลเป็นพิเศษ จะมีเหตุให้เสียเงินไปกับเพื่อนและญาติพี่น้องก้อนใหญ่ น่ากลัวงานนี้แยกเงินไว้ไกลตัวจะช่วยได้ การค้าขายทำกำไร จะมีข่าวดี มีโปรเจ็กต์ที่รอคอยมานานก็จะได้รับความราบรื่นทำให้ชื่นหัวใจ คิดหวังสิ่งใดต้องเร่งขวนขวายอย่ารีรอ อีกทั้งงานก็จะมีข่าวใหม่ๆ ข่าวพิเศษและจะเป็นข่าวดีที่คุณยิ้มได้ การเงินนั้นไซร้ให้ใครไปมักไม่ได้คืน แต่ก็ยังมีโชคฟลุกๆ มีเงินพิเศษที่จะได้มา ความรัก พักนี้มีเกณฑ์ปิ๊งคู่ชาวบ้านควรระวังจะปวดกบาล โดยจะแนะนำคืออย่าไปยุ่งกับใครมากกว่าที่มีอยู่ก็พอ โรคภัย จะมีก็แต่อาการปวดหัว ปวดตา ขอให้พักผ่อนให้มากยิ่งขึ้น

ราศีมังกร (16 มกราคม-12 กุมภาพันธ์)

มีเกณฑ์การเดินทางไกลได้ไปในที่ที่ตัวคุณเองไม่เคยไป ซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้วจะมีสิ่งที่ดีกลับมา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ในเรื่องงานที่ควรระวังคือจะมีคนเข้าใจคุณผิดทั้งมีความคิดกลั่นแกล้งไม่ชอบหน้า แต่คุณก็อย่าสนใจอะไรหรือให้ความสำคัญมากเกินไปจำไว้ กับคนรัก อยู่ห่างๆ กันบ้างกลับรักกันดี อยู่ใกล้ๆ ทีไรได้เรื่องมีเรื่อง มีคดีต่อกันทุกที เห็นทีจะต้องแยกๆ กันสักพัก ด้านเงินทอง คุณมีลู่ทางหาได้แน่นอนไม่เหลือกำลังความคิดคุณหรอก อย่ากังวลไป ยิ่งการค้าขาย คุณจะได้ข่าวดีที่รอคอย มีลูกค้าใหม่ๆ แวะเวียนมาซื้อหา รวมถึงเรื่องหนี้สินที่หนักใจมานานก็จะมีทางแก้ทางออก ท่านที่ต้องการซื้อขายแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์หรือยานพาหนะจะมีความคืบหน้าไปในทางที่ดี กับคนในครอบครัวให้ดูเรื่องการใช้จ่ายในบ้าน สิ่งใดยังไม่จำเป็นจริงๆ ขอให้เบรกเอาไว้ก่อน เพราะจะเดือดร้อนตามมาทีหลังได้ ด้านสุขภาพร่างกาย จะมีเรื่องการปวดหัวเป็นหวัดเล็กน้อย ควรหาเวลานอนให้พอ

ราศีกุมภ์ (13 กุมภาพันธ์-13 มีนาคม)

เบรกโครงการไว้ก่อนจะไม่เจ็บตัว ให้คุณทราบไว้เลยว่า ระยะนี้มีคนกำลังจ้องจะหลอกเงินคุณ มีคนตั้งหน้าตั้งตารอทีเผลอแล้วจะเข้ามาโกงเข้ามาตบเงินในกระเป๋าคุณไป ฟังแล้วให้มีสติ ห้ามโลภ ห้ามเชื่อคนง่าย ด้วยเรื่องเงินยิ่งแล้วใหญ่ไม่สดใสต้องรอเดือนหน้าจึงจะฟื้น งานอื่นที่เป็นงานส่วนตัวมิใช่งานหลักจะมีความคืบหน้ามีความหวังสามารถไปต่อได้ อดทนอีกนิดงานนี้เหนื่อยแล้วคุ้มครับ ส่วนคู่ช่วงนี้ระวังปากเขาหน่อย ห้ามต่อความยาวสาวความยืดจะแพ้ทาง ทั้งจะถูกจับผิดอีกต่างหาก เตี๊ยมกับคนรอบข้างตัวคุณให้ดีละกัน การค้าขาย สมควรใช้ยุทธวิธีการตลาดแบบลด แลก แจก แถมเข้ามา เพราะช่วงนี้การซื้อขายเงียบเชียบไปทั้งวงการ ยังดีที่มุมชะตาของคุณยังดี ถือว่าสถานการณ์อันเคร่งเครียดเช่นนี้คุณก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยสมองและประสบการณ์ของตัวคุณเอง กับความรัก จะมีเรื่องดีๆ สิ่งดีๆ ที่มีให้แก่กัน มีโอกาสไปทำหรือได้ไปในที่ที่คุณอยากไปมานาน สุขภาพร่างกาย ที่ยังไม่ดีคืออาการหวัดลงคอ ภูมิแพ้กำเริบ

ราศีมีน (14 มีนาคม-12 เมษายน)

ถึงเวลานี้คุณต้องพยายามอยู่ใกล้ๆ นาย อยู่ใกล้ๆ ผู้ใหญ่อย่าปล่อยให้คลาดสายตา เนื่องจากในมุมชะตาดาวประจำตัวหมดพลัง อันหมายถึงการถูกใส่ความ ถูกใส่ร้ายป้ายสี มีคนเอาเรื่องเท็จมาขยายความเข้าไปอีกให้กลายเป็นเรื่องที่ต้องกระทบตัวคุณอย่างจัง ดังนั้น จำไว้ว่า…ใกล้นาย หมาไม่กัด รอไว้อีกสักเดือนค่อยหาทางเอาไม้ฟาดปากสักเปรี้ยง ส่วนเงินทอง ยังพอไปไหวถึงแม้เดือนที่ผ่านมาจะลดลงไปบ้างแต่ก็ไม่น่าห่วงอะไร การค้าขายทำกำไร ให้ระวังความผิดพลาดที่มาจากความประมาทหรือไว้วางใจใครมากเกิน อาทิ การคิดทอนเงินผิดพลาด การทำบัญชีตกหล่น การคำนวณภาษีที่มีปัญหา ดังนั้น ต้องรัดกุมกับเรื่องตัวเลข เรื่องเอกสารและการไว้ใจบริวารให้มากที่สุด ด้านครอบครัวนี่อีกเรื่องที่จะมีปากเสียงได้ง่ายๆ ช่วงนี้สงบอารมณ์อย่าฟุ้งซ่านจะดีที่สุด กับท่านที่ยังไม่มีแฟนระยะนี้ให้เมียงมองเพื่อนของเพื่อน หรือให้คนรู้จักที่สนิทๆ ของตนช่วยแนะนำก็จะได้คนที่คุณถูกใจ สุขภาพร่างกาย จะมีแผลในปาก ร้อนใน กัดปากตัวเอง

เลขมงคลประจำปักษ์นี้ เลข 8 เลข 9 และเลข 5 ควรเว้น เลข 6

สิ่งมงคลที่ควรกราบไหว้บูชาประจำปักษ์นี้ พระประธานในวัดประจำจังหวัดที่ตนทำงานอยู่ และ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

เรื่องที่ควรระวังเป็นพิเศษในปักษ์นี้ จะมีค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวมากพอสมควร มีเรื่องทะเลาะหรือมีปากเสียงกับคนพาล

เทคโนโลยีเปลี่ยนคน!!

Published กรกฎาคม 6, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07098010258&srcday=2015-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 366

ก่อนปิดร้าน

วิมล ตัน Monmati13@yahoo.com

เทคโนโลยีเปลี่ยนคน!!

การเกิดขึ้นของโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกจริงๆ เพราะในปัจจุบันมือถือกลายเป็นสิ่งจำเป็น เป็นปัจจัยที่ 5 หรือ 6 ไปแล้ว ไม่มีใครไม่ใช้มือถือ และนวัตกรรมความก้าวหน้าของการพัฒนาลูกเล่นในโทรศัพท์เคลื่อนที่ จนได้ชื่อเรียกขานกันว่า สมาร์ตโฟน นั้น ไม่เกินเลยจากความเป็นจริงเลย

เพราะเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพิ่มลูกเล่นหลากรูปแบบ สารพัดอรรถประโยชน์ที่ผู้ผลิตคิดค้น เสริมแต่งเข้าไปในสมาร์ตโฟนเครื่องเล็กขนาดแค่มือถือ มีพลานุภาพสูง ส่งผลกระทบให้หลายธุรกิจต้องมีอันล้มหายตายจาก ถูกมือถือแย่งลูกค้าไปแบบตั้งรับแทบไม่ทัน จำต้องปรับตัว พลิกกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อความอยู่รอด

อย่างเช่น เมื่อ 20-25 ปี คนรุ่นเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ หรือคนทำงานวัย 40-50 ปีในปัจจุบัน จะคุ้นเคยและผ่านการใช้งานเครื่องวิทยุติดตามตัว หรือเครื่องเพจเจอร์เป็นอย่างดี เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารที่ถือว่า ล้ำสมัยในเวลานั้น จำได้ว่า นักข่าวทุกคนจะต้องมีเครื่องเพจเจอร์เหน็บเอว ถือเป็นอุปกรณ์จำเป็นในการทำงาน ช่วยให้ไม่ขาดการติดต่อกับออฟฟิศและแหล่งข่าว

แต่พอปี 2530 การเกิดขึ้นของโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อการสื่อสารได้ทุกที่ทุกเวลา แม้ว่ารุ่นแรกของมือถือจะขนาดใหญ่โตมโหระทึกอย่างกับกระติกน้ำ ราคาแพงลิบเป็นหลักแสนบาทต่อเครื่อง แต่ถึงจะแพงแสนแพง แต่อุปกรณ์ทันสมัยขนาดนี้ ใครๆ ก็ต้องพยายามซื้อหามาเป็นเจ้าของให้ได้

หลังจากการมาของมือถือได้ไม่นาน เพจเจอร์ก็มีอันล้มหายตายจาก ถูกลบชื่อออกจากสารบบ ใครจะทนเหน็บเครื่องวิทยุสี่เหลี่ยมๆ ที่มีประโยชน์ใช้งาน เพียงแค่การส่งผ่านข้อความสั้นๆ เท่านั้น ขณะที่มือถือสื่อสารได้ทุกถ้อยกระบวนความ

เท่านั้นยังไม่พอ นวัตกรรมความก้าวหน้า และพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งของโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยังทำให้อีกหลายๆ ธุรกิจที่ถูกผนึกเข้าเป็นคุณสมบัติส่วนหนึ่งในเครื่องมือถือ ก็มีอันได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน เช่น กล้องถ่ายรูป เมื่อมือถือสามารถถ่ายรูปได้ เห็นรูปได้ทันทีโดยไม่ต้องมีฟิล์ม เท่านั้นเอง วงการธุรกิจฟิล์ม กล้องถ่ายรูป มีอันสั่นสะเทือนอย่างหนัก ขนาดยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างบริษัทโกดัก แทบจะล้มทั้งยืน จำต้องปิดฉากธุรกิจฟิล์ม พร้อมๆ กับการปรับแผนธุรกิจครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอด จนทุกวันนี้โกดักเพิ่งจะเริ่มกลับมาทำตลาดกล้องถ่ายรูปดิจิตอล มีการพัฒนากล้องให้มีนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและโดนใจผู้บริโภคมากขึ้น อย่างเช่น กล้องถ่ายรูปก็ต้องเป็นดิจิตอล พร้อมเพิ่มระบบไว-ไฟ หรือ 3 จี เพื่อให้สามารถส่งต่อรูป หรืออัพรูปเข้าสู่โลกออนไลน์ได้ในทันที ถึงจะสามารถขายได้

หรืออย่างนวัตกรรมล่าสุด การเพิ่มแอพพลิเคชั่นการทำธุรกรรมการเงินผ่านทางมือถือ หรือโมบาย แบงกิ้ง ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนแปลง จากที่ธุรกรรมจะต้องไปที่สาขาของธนาคาร ต่อไปไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ลดขั้นตอนยุ่งยาก เพิ่มความสะดวกสบาย สามารถทำรายการได้เอง ทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่คลิกผ่านมือถือ

ผลสั่นสะเทือนครั้งนี้น่าจะแรงกว่าครั้งไหนๆ เพราะไม่เพียงแต่มีผลต่อวิถีชีวิตของผู้บริโภค แต่เกิดขึ้นกับธุรกิจธนาคารที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ หากลูกค้าหันมาทำธุรกรรมการเงินจิปาถะ ทั้งโอนเงิน จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่าบัตรเครดิต ได้เองโดยไม่ต้องไปที่แบงก์ ย่อมเกิดผลกระทบมหาศาลกับการให้บริการของธนาคาร ที่แน่ๆ คือ ต่อไปแบงก์จะหมดภาระในการขยายสาขาให้ครอบคลุมการให้บริการ เผลอๆ อาจถึงขั้นปิดสาขาที่มีลูกค้าน้อย ไม่คุ้มต้นทุน ขณะเดียวกัน พนักงานแบงก์ก็จะถูกปรับเปลี่ยนหน้าที่การทำงานใหม่ อาจถูกพัฒนาให้เป็น “พนักงานขาย” เต็มรูปแบบ ไม่ต้องทำธุรกรรม แต่ต้องขายประกัน ขายกองทุน หรือชักชวนให้ลูกค้ามาเปิดบัญชีเงินฝากกับแบงก์ให้ได้ตามเป้า

ถึงตอนนั้น คงไม่ค่อยมีใครอยากทำงานแบงก์…ว่ามั้ย!!

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 5,724 other followers

%d bloggers like this: