ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

กกต.พร้อมทุกคำถาม’ประชามติ’ สิงหาคม 14, 2015

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150813/211555.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2558
กกต.พร้อมทุกคำถาม'ประชามติ'

‘ศุภชัย’ ยัน กกต.พร้อมทำประชามติ ไม่หนักใจ หากมากกว่า 1 คำถาม

                      13 ส.ค. 58  ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ  นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำประชามติ ว่า สำหรับการทำประชามติจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 ก.ย. โดยเบื้องต้น ทาง กกต.ได้มีการเตรียมความพร้อมในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่จัดพิมพ์บัตร และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งบุคลากรที่จะมาดำเนินการออกเสียงประชามติ ส่วนหากการทำประชามติในครั้งนี้จะมีมากกว่า 1 คำถาม ทาง กกต.ก็ไม่หนักใจ แต่จำนวนคำถามก็ต้องขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หาก ครม.กำหนดให้มี 3 คำถาม คือ คำถามเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ คำถามจาก สปช. และคำถามจาก สนช. ทาง กกต.ก็สามารถทำได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 37 กำหนดไว้ โดยคำถามทั้งหมดต้องชัดเจนไม่ชี้นำ ไม่ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน
                      ส่วนกรณีที่มีการเสนอตั้งคำถามเห็นควรให้มีรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ ทำได้หรือไม่นั้น ตนไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากเป็นอำนาจของ ครม.จะตัดสินใจ ตนไม่สามารถตอบได้ แต่หากมีคำถามมาก งบประมาณที่ต้องใช้ดำเนินการออกเสียงประชามติก็ต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากการจัดส่งเอกสารร่างรัฐธรรมนูญให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติ กกต.ก็จะต้องจัดทำคู่มือขนาดเล็ก เพื่ออธิบายสาระสำคัญของคำถามที่นอกเหนือไปจากร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อสำหรับประกอบการตัดสินใจในการออกเสียงประชามติด้วย
                      อย่างไรก็ตาม ทาง กกต.ไม่หนักใจ สำหรับการจัดทำประชามติในครั้งนี้ เนื่องจากผู้บริหารและบุคลากรของสำนักงานมีความรู้และประสบการณ์จากการจัดทำประชามติเมื่อปี 2550 ซึ่ง กกต.จะนำข้อบกพร่องจากการทำประชามติครั้งนั้นมาปรับแก้ไข เพื่อให้การจัดทำประชามติครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ทำประชามติให้แล้วเสร็จ โดยไม่น้อยกว่า 90 วัน แต่ไม่เกิน 120 วัน ก็ยืนยันว่า เพียงพอ เพราะเอกสารร่างรัฐธรรมนูญที่ กกต.จะจัดส่งให้ครัวเรือน หากพิมพ์เสร็จ ก็จะทยอยส่งให้แต่ละครัวเรือนไปทำการศึกษาทำความเข้าใจ ดังนั้นการจัดทำประชามติในวันที่ 10 ม.ค. 59 ไม่น่าจะมีการขยับออกไปแล้ว
 

‘นายกฯ’ปรับครม.ทุกกระทรวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150813/211547.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2558
‘นายกฯ’ปรับครม.ทุกกระทรวง

‘นายกฯ’ บอกปรับครม.ทุกกระทรวง มีคนใหม่-คนเก่าสลับเก้าอี้ รอพร้อมทูลเกล้าฯ นำประชุมคกก.นโยบายพลังงาน ย้ำถอดยศ ‘ทักษิณ’ จบแล้ว ปัดทาบ ‘สุรินทร์’ ร่วมครม.

         13 ส.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยระบุว่า จะปรับครม.ทุกกระทรวง ซึ่งจะมีทั้งคนนอกที่จะเข้ามาและคนเก่าที่จะสลับเปลี่ยนเก้าอี้ ส่วนความพร้อมที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯเมื่อไรนั้นก็ต้องให้คนที่ถูกเลือกตอบรับ และคนที่ถูกปรับออกยอมรับได้เสียก่อน
         นอกจากนี้ นายกฯได้ปฏิเสธกระแสข่าวการทาบทามบุคคลต่าง ๆ อาทิ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ,นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ,นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เข้าร่วม ครม.
‘นายกฯ’ ประชุมกพช. ย้ำถอดยศ ‘ทักษิณ’ จบแล้ว ปัดทาบ ‘สุรินทร์’ ร่วมครม.
         13 ส.ค. เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวถามว่าได้รับรายงานความเห็นเรื่องการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรมแล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวสั้นๆ ว่า “มันจบไปแล้วไม่ใช่หรือ”
         เมื่อถามย้ำถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีกระแสข่าวจะเชิญนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ร่วมครม.นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ตอบสั้นๆ ว่า “เลอะเทอะ”
 

‘พระบรมฯ’ทรงซักซ้อมทรงจักรยานกิจกรรม‘bike for mom’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150813/211545.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2558

พระบรมฯทรงซักซ้อมทรงจักรยานกิจกรรม bike for mom

           ก่อนถึงวันประวัติศาตร์กิจกรรมถวายพระราชสดุดี Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่ 16 สิงหาคมนี้ โดยเมื่อวันที่ 12 ส.ค.58 เวลา 15.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงซักซ้อมทรงจักรยาน ภายในพระที่นั่งอัมพรสถานเพื่อกิจกรรม “bike for mom” พระราชทานเพื่อเตรียมความพร้อม นำพสกนิกรชาวไทย..ปั่นเพื่อแม่ถวายพระราชสดุดี แม่ของแผ่นดิน
 

‘ปรีชา’ …แรง ! เก้าอี้ ผบ.ทบ.คนที่ 39

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150813/211534.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2558
'ปรีชา' ...แรง ! เก้าอี้ ผบ.ทบ.คนที่ 39

เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ‘ปรีชา’ …แรง ! เก้าอี้ ผบ.ทบ.คนที่ 39

                       เหล่าทัพมีการขยับบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 2558 เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อยื่นให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในวันที่ 15 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ ตามนัดหมาย เนื่องจากในปีนี้มีนายทหารที่จะเกษียณอายุราชการในตำแหน่งหลักหลายตำแหน่ง อาทิ ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งความน่าสนใจไม่เพียงเฉพาะเปลี่ยนแปลงในระดับหัวๆ เท่านั้น แต่จะมีการพิจารณาในระดับไลน์ 5 เสือของแต่ละเหล่าทัพ ก่อนที่จะไปสู่ตำแหน่งกองทัพภาคต่อไป
                       อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับบัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหารระดับสูงนี้ี้แล้ว จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพร้อมกับรายชื่อปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือ “ประยุทธ์ 2” ทั้งนี้บัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหารทางผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ส่งให้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารระดับชั้นนายพลเรียบร้อยแล้ว
“ปรีชา” เบียด “ธีรชัย” นั่ง ผบ.ทบ.
                       การปรับย้ายครั้งนี้ผู้บัญชาการเหล่าทัพค่อนข้างพิถีพิถันในการพิจารณา เนื่องจากต้องหาคนที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งให้เข้ากับสถานการณ์บ้านเมือง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมือง และที่สำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบการเดินหน้าปฏิรูปประเทศของรัฐบาลและคสช. ที่ขณะนี้กำลังเดินหน้าไปสู่โรดแม็พระยะที่ 3 โดยเฉพาะตำแหน่ง ผบ.ทบ.คนที่ 39 ที่จะมาแทน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ที่จะเกษียณอายุราชการในปลายเดือนกันยายนนี้ ซึ่งมีแคนดิเดตอยู่ 2 คน คือ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช (ตท.14) และ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา (ตท.15) อยู่ระหว่างการตัดสินใจของ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อุดมเดช ในรอบสุดท้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ก่อนจะมีการประชุมสภากลาโหม
                       กระนั้นก็ดี แม้ตำแหน่ง ผบ.ทบ.จะยังไม่ชัดเจน 100 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า พล.อ.อุดมเดช จะเสนอชื่อ พล.อ.ปรีชา น้องชายนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จึงจำเป็นต้องเลือกคนที่ไว้ใจมากที่สุดมาดูแลสถานการณ์ ขณะที่ พล.อ.ธีรชัย อาจถูกโยกมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อทำงานควบคู่กับ พล.อ.ประวิตร รมว.กลาโหม โดยเฉพาะในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างของกระทรวงกลาโหม 2558-2567
ดัน “วลิต” รอง ผบ.ทบ.ช่วยงาน
                       สำหรับรายชื่อปรับย้ายนายทหารที่จะเข้ามาอยู่ในไลน์ 5 เสือ ทบ. คาดว่า พล.อ.อุดมเดช จะขยับให้ พล.อ.วลิต โรจนภักดี (ตท.15) รองเสนาธิการทหาร ขยับขึ้นมาเป็นรอง ผบ.ทบ.และได้แรงหนุนจาก พล.อ.ประวิตร ในฐานะน้องรัก เพื่อให้กลับมาช่วยงาน พล.อ.ปรีชา ส่วน พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ (ตท.16) แม่ทัพภาคที่ 1 ขยับมาเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. คู่กับ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ (ตท.15) แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. และ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร (ตท.17) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ เป็นเสนาธิการทหารบก ส่วน พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ (ตท.18) แม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อทำหน้าที่ในการดูแลกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)
                       ในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เสนอชื่อ พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ (ตท.15) เสนาธิการทหาร เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนต่อไป โดยมี พล.อ.พอพล มณีรินทร์ (ตท.16) ข้ามห้วยมาเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ควบคู่กับ พล.ร.อ.ประสาน สุขเกษตร (ตท.14) เป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ (ตท.16) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ทวีป เนตรนิยม (ตท.16) ผู้บัญชาการทหารพัฒนา เป็น รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ (ตท.15) รองเสนาธิการทหาร ขยับเป็นเสนาธิการทหาร
                       โฟกัสไปที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม หาก พล.อ.ธีรชัย นาควานิช (ตท.14) ผิดหวังในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก จะมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม โดยมี พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล (ตท.14) ข้ามห้วยมาเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.ร.อ.อนุทัย รัตตะรังสี (ตท.15) ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ มาเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.วรฉัตร ธารีฉัตร (ตท.15) ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ โยกข้ามห้วยไปเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล (ตท.16) ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม ลูกหม้อในหน่วยขึ้นตรงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม
“ณรงค์พล” จ่อคุมกองทัพเรือ
                       ส่วนกองทัพเรือ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ส่งไม้ต่อให้ด้วยการเสนอชื่อ พล.ร.อ.ณรงค์พล ณ บางช้าง (ตท.14) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ เพื่อเดินหน้าโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจีน 3 ลำ 3.6 หมื่นล้านบาท และขยับให้ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ เสนาธิการทหารเรือ (ตท.15) เป็นรองผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อจ่อคิวเป็นผู้บัญชาการทหารเรือคนต่อไป เพราะเกษียณอายุราชการเดือนกันยายน 2560 ส่วน พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ (ตท.15) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ ที่มีผลงานโดดเด่นในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ภายในศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ และมี พล.ร.อ.ไกรวุธ วัฒนธรรม (ตท.16) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ขยับเป็นเสนาธิการทหารเรือ โดยมี พล.ร.ท.สุชีพ ชนไมตรี (ตท.17) เป็นผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
                       ขณะที่กองทัพอากาศ แม้การปรับย้ายครั้งนี้จะไม่ค่อยฮือฮาเท่าเหล่าทัพอื่น แต่ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่ยังอยู่ในตำแหน่ง เพราะเกษียณอายุราชการในปี 2559 แต่ก็มีการจัดวางไลน์ในตำแหน่ง 5 เสืออากาศใหม่ โดยมีการขยับให้ พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ กฤษณคุปต์ (ตท.16) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ขึ้นมาเป็นรองผู้บัญชาการทหารอากาศ แทน พล.อ.อ.อานนท์ จารยะพันธุ์ ที่จะต้องเกษียณอายุราชการในปลายเดือนกันยายนนี้ เพื่อรอต่อคิวเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศคนต่อไป โดยมีเพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง (ตท.16) เสนาธิการทหารอากาศ ขยับขึ้นมาเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.อ.อ.เผด็จ วงษ์ปิ่นแก้ว (ตท.15) ผู้บัญชาการหน่วยควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (คปอ.) เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ส่วน พล.อ.ท.ทวิเดนศ อังศุสิงห์ (ตท.16) หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจําผู้บังคับบัญชา ขยับเป็นเสนาธิการทหารอากาศ
 

ย้ำสัมพันธ์ ‘ทบ.ไทย-สหรัฐ’ คอบร้าโกลด์ 2016 ยังคงเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150813/211538.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2558
ย้ำสัมพันธ์ 'ทบ.ไทย-สหรัฐ' คอบร้าโกลด์ 2016 ยังคงเดิม

ตะลุยกองทัพ : ย้ำสัมพันธ์ ‘ทบ.ไทย-สหรัฐ’ คอบร้าโกลด์ 2016 ยังคงเดิม : โดย…ทีมข่าวความมั่นคง

                       กองทัพบกได้เปิดการประชุมผู้บริหารระดับกลาง (Executive Steering Group : ESG) ระหว่างกองทัพบกไทย และกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 4 โดยมีฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความร่วมมือด้านการทหาร โดยทั้งสองฝ่ายจะมีการทบทวนกิจกรรมที่ดำเนินการร่วมกันในปี 2558 รวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมในปี 2559 ด้วย
                       ผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยฝ่ายไทย 51 นาย จากกรมฝ่ายเสนาธิการ และหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก มี พล.ท.เสริมศักดิ์ นิยะโมสถ รองเสนาธิการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนกองทัพบก และตัวแทนฝ่ายสหรัฐอเมริกา 25 นาย ประกอบด้วยผู้แทนกองทัพบกสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก และ JUSMAGTHAI มี Lt.Gen.Todd B.Mccaffrey เป็นหัวหน้าคณะ
                       พล.ท.เสริมศักดิ์ เปิดเผยว่า ตามแผนการปฏิบัติร่วมระหว่างกองทัพบกไทยกับกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ประจำปี 2558 มีทั้งหมด 26 กิจกรรม ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 18 กิจกรรม และอยู่ระหว่างดำเนินการ 8 กิจกรรม เช่น การฝึกรหัสหนุมานการ์เดี้ยน 2015 จำนวน 11 กิจกรรมที่จัดขึ้นในพื้นที่ จ.สระบุรี เมื่อเดือนมิถุนายน การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งกำลังบำรุงโดยฝ่ายไทยจัดเสนาธิการไปศึกษารายงานด้านการส่งกำลังบำรุงไปที่มลรัฐเท็กซัส เวอร์จิเนีย และวอชิงตัน ดีซี ในเดือนมิถุนายน, การจัดเจ้าหน้าที่สหรัฐมาให้คำแนะนำด้านการส่งกำลังบำรุงอากาศยาน ที่ศูนย์การบินทหารบก จ.ลพบุรี การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรอง โดยมีกำหนดการในเดือนสิงหาคม 2558 ที่มลรัฐฮาวาย, การแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวัฒนธรรม โดยสหรัฐจัดนักเรียนนายร้อยสำรอง (ROTC) มาศึกษาวัฒนธรรมและสอนภาษาให้แก่นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จำนวน 8 คณะ ในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2558
                       นอกจากนี้ ยังมีการฝึกร่วมผสมภายใต้รหัส “Balance Torch” ซึ่งจะมีการฝึกปลายเดือนกรกฎาคมนี้ รวมถึงความร่วมมือด้านอื่น เช่น ด้านการแพทย์ โดยไทยได้เสนอให้มีการจัดตั้ง “ศูนย์แพทย์ทหารอาเซียน” ที่กรมแพทย์ทหารบกเพื่อจัดทีมแพทย์ไปช่วยเหลือประเทศในอาเซียนในกรณีที่ประสบปัญหาภัยพิบัติ
                       พล.ท.เสริมศักดิ์ ยังกล่าวถึงระดับสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทย และสหรัฐว่า กองทัพสหรัฐแจ้งว่าไม่ได้ลดความช่วยเหลือทางการทหาร และเข้าใจปัญหาบ้านเรา โดยเฉพาะสถานการณ์การเมือง และเมื่อไทยมีการเลือกตั้งตามโรดแม็พที่ คสช.วางเอาไว้ คิดว่าในปีหน้าความร่วมมือคงเหมือนเดิม เพราะความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทย และสหรัฐมีมาอย่างยาวนาน สำหรับการฝึกร่วมหลังเหตุการณ์วันที่ 22 พฤษภาคม แม้จะลดกำลังพลลงไปบ้าง เช่น การฝึกคอบร้าโกลด์ 2015 แต่การฝึกยังเป็นไปตามแผนเดิม รวมถึงการฝึกคอบร้าโกลด์ 2016 ก็ยังเป็นไปตามแผนเดิมเช่นกัน
                       “การประชุมครั้งนี้จะหารือในรายละเอียดว่าในปี 2559 จะฝึกอย่างไรบ้าง โดยบางส่วนจะเพิ่มขึ้น แต่บางส่วนที่ไม่จำเป็นก็ตัดออก และเพิ่มในเรื่องใหม่ๆ เข้าไป โดยคอบร้าโกลด์ 2016 จะเน้นการฝึกในสถานการณ์ที่ไม่ใช่สงครามเป็นหลัก”
                       ส่วนการช่วยเหลือของสหรัฐในด้านยุทโธปกรณ์นั้น รอง เสธ.ทบ.ระบุว่า ในที่ประชุมไม่ได้พูดถึง แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ทางสหรัฐยังมีกับไทยและไม่ได้ยกเลิก “ที่มีข่าวว่าสหรัฐตัดงบช่วยเหลือด้านการทหารหลังวันที่ 22 พฤษภาคม ความจริงถ้าคิดแล้วก็ไม่ได้มากมาย ซึ่งเราก็ช่วยเหลือตัวเองพอสมควร จะมีบางสิ่งที่จำเป็นต้องจัดหา เช่น ยุทโธปกรณ์บางส่วน เราก็ขอความร่วมมือไป ไม่ใช่ได้มาฟรี แต่ซื้อในราคามิตรภาพ หรือแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งสหรัฐไม่ได้บอกว่าจะตัดความช่วยเหลือด้านนี้ลง”
                       อย่างไรก็ตาม ในอดีตไทยใช้ยุทโธปกรณ์ของสหรัฐมาก แต่เนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูง ขณะที่งบประมาณของเราค่อนข้างจำกัดก็ต้องจัดหาจากประเทศอื่นเพื่อทดแทนยุทโธปกรณ์ที่เสื่อมไปตามสภาพ
                       “การซื้อขายระหว่างไทยกับสหรัฐยังคงเป็นระบบเอฟเอ็มเอสที่สหรัฐต้องขออนุมัติจากรัฐบาลก่อน และเขาก็ต้องดูว่าประเทศใดมีความสัมพันธ์กับเขาและเป็นประชาธิปไตย จึงจะขายให้ แต่ยืนยันว่าช่วงที่ไทยยังไม่เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยจะไม่ส่งผลกระทบต่อความช่วยเหลือที่สหรัฐมีต่อกองทัพไทย” รองเสธ.ทบ.กล่าวยืนยัน
——————–
(ตะลุยกองทัพ : ย้ำสัมพันธ์ ‘ทบ.ไทย-สหรัฐ’ คอบร้าโกลด์ 2016 ยังคงเดิม : โดย…ทีมข่าวความมั่นคง)
 

มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ภาษีบาป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150813/211530.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2558
มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ภาษีบาป

มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ภาษีบาป : โดย…สำนักข่าวเนชั่น

                       จบลงค่อนข้างด้วยดี…กับการที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยอมทบทวนบทเฉพาะกาลมาตรา 281 จากเดิมที่ 3 องค์กร คือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สถานีไทยพีบีเอส และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ  ให้ยังคงสามารถรับภาษีบาปมาใช้ในการดำเนินกิจการได้อีกไม่เกิน 4 ปี นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้ แก้ไขเป็นว่าสามารถรับภาษีบาปต่อไปเช่นเดิมไม่มีการกำหนดอายุเวลาเพียงแต่มีเงื่อนไขเพิ่มขึ้น คือ ให้มีคณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติประเมินผลงานของทั้ง 3 องค์กร และต้องรายงานถึงเงินเหลือจ่ายในแต่ละปีต่อ ครม. สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา
                       ก่อนหน้านี้ รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังได้มีหนังสือถึงคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้แก้ไขเพิ่มร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีเนื้อหาห้ามไม่ให้มีการออกกฎหมายเพื่อจัดเก็บและจัดสรรภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (ภาษีบาป) หรือ Earmarked Tax รวมทั้งให้มีบทเฉพาะกาลให้หน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายลักษณะนี้ บังคับใช้ไปได้อีกไม่เกิน 4 ปี ด้วยข้ออ้างของรัฐบาลที่ว่า เพื่อให้เกิดวินัยทางการคลัง เนื่องจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือที่เรียกกันว่า “ภาษีบาป” ที่ผ่านมา ถือเป็นเงินที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการงบประมาณ ซึ่งหากเป็นไปตามที่รัฐบาลต้องการ หน่วยงานที่จะได้รับผลกระทบก็คือ 3 องค์กรข้างต้น
                       อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะยอมให้ สสส. ไทยพีบีเอส และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ใช้ภาษีบาปได้ต่อไป แต่ยังไม่อนุญาตให้มีการใช้ภาษีบาป หรือ Earmarked Tax กับองค์กรอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะให้องค์กรเหล่านั้นไปใช้วิธีการจัดสรรงบประมาณตามปกติ หรือ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี
                       การที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยอมให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ  รับภาษีบาปเพื่อนำไปใช้ในกิจการของทั้ง 3 องค์กร ต่อไปได้นั้น ต้องบอกว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว
                       เพราะในเรื่องของภารกิจเพื่อสังคม คงจะไม่มีใครสามารถบอกว่าเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญหรือไม่จำเป็น ซึ่งทั้ง 3 องค์กรต่างก็สำคัญ เช่น สสส. ซึ่งเป็นองค์กรดูแลสุขภาพเชิงรุก ส่วนไทยพีบีเอส สังคมไทยคาดหวังให้มีสื่อหนึ่งที่ไม่ใช่จะมีแต่ข้อมูลมอมเมาหรือบิดเบือนหรือเป็นข้อมูลที่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งเป็นภารกิจสาธารณะที่สำคัญเช่นกัน ด้านกองทุนพัฒนากีฬาฯ ถ้าเราเชื่อว่ากีฬาสามารถพัฒนาชาติให้เป็นชาติ มีวินัย คนมีคุณภาพ ขจัดยาเสพติด กีฬาก็เป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญด้วยเช่นกัน
                       ส่วนที่มีความเป็นห่วงกันว่า เมื่อมีการจัดสรรเงินภาษีให้แก่หน่วยงานพิเศษที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการงบประมาณแล้ว จะขาดระบบตรวจสอบและมีการใช้เงินงบประมาณไปในทางที่ไม่เหมาะสมนั้น ในความเป็นจริงแล้วทุกองค์กรมีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดไม่ต่างจากหน่วยราชการทั่วไป หรือบางครั้งอาจจะดูว่ามีความเข้มงวดมากกว่าหน่วยราชการด้วยซ้ำไป เพียงแต่กระบวนการอนุมัติและใช้จ่ายงบประมาณมีความคล่องตัวกว่าหน่วยราชการมากนัก จึงทำให้มีความคล่องตัวในการทำงานมากกว่า
                       แต่ก็ต้องยอมรับว่า หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณจาก “ภาษีเฉพาะ” เหล่านี้ อาจจะมีปัญหาด้านการบริหารจัดการที่ยังมีประสิทธิภาพไม่เต็มที่ ก็ต้องเป็นเรื่องที่จะต้องหาทางให้บริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป แต่อย่างน้อยก็ยังไม่พบว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างชัดแจ้งเกิดขึ้นในหน่วยงานเหล่านี้
——————–
(มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ภาษีบาป : โดย…สำนักข่าวเนชั่น)
 

ทรงพระเจริญกึกก้องทั่วหล้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150812/211541.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 12 สิงหาคม 2558
ทรงพระเจริญกึกก้องทั่วหล้า

ทั่วประเทศพร้อมใจสวมเสื้อสีฟ้า เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระราชินี นายกฯ พร้อมพสกนิกรทั่วไทยจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล 83 พรรษา ‘ทรงพระเจริญ’ กึกก้อง

                       12 ส.ค. 58  เมื่อเวลา 19.19 น.  ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และภริยา เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 83 พรรษา พร้อมคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส
                       นายกรัฐมนตรี กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ และกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคล ว่า ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ได้มาร่วมชุมนุมโดยพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณมณฑลพิธีแห่งนี้ และในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม ที่เวียนมาบรรจบครบรอบปีอีกวาระหนึ่ง พุทธศักราช 2558 นี้ ปวงข้าพระพุทธเจ้าได้พร้อมใจกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยสำนึกและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงอุทิศทุ่มเทกำลังพระวรกาย กำลังพระราชหฤทัย และกำลังพระปัญญา ปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระวิริยอุตสาหะ เอื้ออาทรและห่วงใยในราษฎร ทรงส่งเสริมงานด้านการศึกษา การแพทย์และสาธารณสุข การสังคมสงเคราะห์ การศาสนา การอนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพให้แก่ราษฎร ทำให้พสกนิกรได้ผ่อนคลายจากปัญหาความทุกข์ยาก มีความร่มเย็นเป็นสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
                       พระราชกรณียกิจในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ล้วนก่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน แสดงถึงพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถอันล้ำเลิศ ในการแก้ไขปัญหาของประชาชนส่งผลให้พระเกียรติคุณเป็นที่ประจักษ์และประทับแน่นอยู่ในดวงใจของปวงชนชาวไทยและประชาชนในนานาประเทศทั่วโลก เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคมนี้ ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานพระราชานุญาต นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า กล่าวถวายพระพรชัยมงคลโดยพร้อมเพรียงกัน ดังนี้
                       “ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคลด้วยความจงรักภักดี ขอพลานุภาพแห่งคุณพระรัตนตรัย และอำนาจสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลพิภพ โปรดอภิบาลบันดาล ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐของปวงชนชาวไทย ทรงเจริญพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีพระราชประสงค์จำนงหมายสิ่งใดขอจงสัมฤทธิ์ ทรงสถิตเป็นพระมิ่งขวัญร่มโพธิ์ทองของปวงชนชาวไทยตราบกาล นิรันดร์เทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”
                       จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้นำร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีมหาราชา โดยพสกนิกรต่างพร้อมใจเปล่งเสียงร้องเพลงและกล่าว “ทรงพระเจริญ” อย่างกึกก้อง ท่ามกลางแสงเทียนที่สว่างไสวทั่วพื้นที่ท้องสนามหลวง
                       ขณะเดียวกัน ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศได้ร่วมจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 83 พรรษา โดยพร้อมเพรียงกัน
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แก่ผู้ได้รับรางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2558 ที่อาคารใหม่ สวนอัมพร
 

‘นิพิฏฐ์’ค้าน’รบ.ปรองดองแห่งชาติ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150812/211496.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 12 สิงหาคม 2558
'นิพิฏฐ์'ค้าน'รบ.ปรองดองแห่งชาติ'

‘นิพิฏฐ์’ ค้านไอเดีย ‘รบ.ปรองดองแห่งชาติ’ ชี้ เป็นไปไม่ได้จะบีบพรรคการเมืองเข้าร่วม เชื่อ คกก.ยุทธศาสตร์ฯ ‘ปฏิรูป-ปรองดอง’ กันการยึดอำนาจได้

                       12 ส.ค. 58  นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เตรียมเสนอให้มีคำถามประชามติ กรณี รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ โดยให้แต่ละพรรคการเมืองเข้าร่วม ว่า การทำเช่นนี้คล้ายต้องการบีบคับคับให้ประชาชนและพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งยอมรับให้เข้ามาร่วมเป็นรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ ซึ่งเป็นเรื่องยาก เหมือนบังคับให้พรรคประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยแต่งงานกัน ทั้งที่ไม่ได้สมัครใจตั้งแต่ต้น แล้วถ้าเกิดความขัดแย้งระหว่างกันหลังจากนั้นจะทำอย่างไร เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ จึงเรียกร้องให้ กมธ.ยกร่างฯ อย่าได้เสนอเรื่องนี้เป็นคำถามประชามติเลย
                       ผู้สื่อข่าวถามว่า หากปฏิเสธแนวทางดังกล่าว หลังเลือกตั้งถ้ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีกจะทำอย่างไร นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ต้องตีความคำว่าความขัดแย้งก่อนว่าไม่ใช่ฝ่ายค้านขัดแย้งกับรัฐบาล ตัวอย่างที่ผ่านมา คือ รัฐบาลไปทำผิดกฎหมาย ทั้งการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฝ่ายค้านจึงต้องออกมาตรวจสอบต่อสู้และเรียกร้อง ไม่ได้หมายความว่าไปทะเลาะด้วยกับรัฐบาล เหมือนเวลาตำรวจจับโจร ไม่ใช่ตำรวจไปขัดแย้งกับโจร แต่เมื่อโจรทำผิดตำรวจก็ต้องปฏิบัติหน้าที่
                       “ถามกลับว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีจุดยืนเช่นนี้ แล้วทำตัวเหมือนบางพรรค เวลารัฐบาลต้องการแก้ไขอะไรก็ยกมือสนับสนุนไปทุกเรื่องประชาชนจะเอาด้วยหรือไม่”
เชื่อ คกก.ยุทธศาสตร์ฯ ‘ปฏิรูป-ปรองดอง’ กันการยึดอำนาจได้
                       นายนิพิฏฐ์ เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ซึ่งมีอำนาจใช้มาตรการจำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ขัดแย้งที่รัฐบาลปกติไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ว่า เมื่อ กมธ.ยกร่างฯ ได้คิดกลไกนี้ออกมา ส่วนตัวก็พอยอมรับได้ และเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง คือ ป้องกันการยึดอำนาจ เนื่องจากในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าว ประกอบด้วย บุคคลหลายฝ่าย รวมถึงผู้บัญชาการแต่ละเหล่าทัพด้วย จึงทำให้ความเห็นต่างๆ ถูกถ่วงดุล ความร้อนแรงในการรัฐประหารก็จะลดลงได้ในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ ตนอยากให้กลไกดังกล่าวใช้เพียงชั่วคราว หรือในวาระที่สถานการณ์พิเศษจริงๆ เพราะว่าในสังคมระบอบประชาธิปไตย รูปแบบเช่นนี้ไม่เป็นที่นิยมนำมาใช้ ถือว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียวในโลก
                       นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังเห็นควรให้มีกลไกป้องกันกรณีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทุจริตคอร์รัปชั่น หรือใช้อำนาจเกินขอบเขต หรือแม้แต่การดำเนินนโยบายประชานิยมจนส่งผลเสียหายต่อประเทศด้วยเช่นเดียวกัน
 

‘โรดแม็พ’ของจริง’ต่อท่ออำนาจ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150812/211493.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 12 สิงหาคม 2558
'โรดแม็พ'ของจริง'ต่อท่ออำนาจ'

‘ณัฐวุฒิ’ ชี้โรดแม็พของจริง สร้างกลไกคุมอำนาจต่อ เหน็บ รธน.หน้าคล้ายแป๊ะ ‘เผด็จการ’ อ้าปาก-เห็นไส้ติ่ง ‘วรชัย’ ระบุถอดยศ ‘ทักษิณ’ สุดท้ายคนที่เสียคือ ‘ประยุทธ์’

                       12 ส.ค. 58  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า โค้งสุดท้ายของการร่างรัฐธรรมนูญทำให้เห็นโรดแม็พของจริงว่าการยึดอำนาจคราวนี้ ทำเพื่อสร้างกลไกคุมอำนาจต่อเนื่องไปอีกหลายปี ทั้งเปิดช่องนายกฯ คนนอก ตั้งกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูป ให้อำนาจ ครม.รัฐประหารแต่งตั้ง ส.ว.สรรหา 123 คน และมีกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและปรองดองแห่งชาติ ซึ่งล้วนเป็นการสถาปนาอำนาจรัฐเหนืออำนาจอธิปไตยของประชาชน โดยเฉพาะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปฯ นั้น เท่ากับต่อท่อให้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญเข้ามาแฝงตัวในระบบ หากพิจารณาจากองค์ประกอบและที่มาของกรรมการชุดนี้ก็ประเมินได้ว่า เสียงส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่กับรัฐบาลเลือกตั้ง และสามารถจัดการกับรัฐบาลซึ่งไม่เป็นที่ต้องการได้ทันทีที่โอกาสมาถึง
                       นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า การอ้างว่าให้อำนาจพิเศษกับกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปฯ เพื่อใช้แก้วิกฤติ เป็นคำอธิบายที่ขัดกับหลักสากล เพราะในประเทศประชาธิปไตยทั้งหลาย จะไม่มีสถานการณ์ที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ แต่ที่เกิดหลายครั้งในประเทศไทยนั้น เพราะบางองค์กรและบางบุคคลที่ควรทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ หรือตามคำสั่งของรัฐบาล กลับเป็นฝ่ายร่วมสร้างวิกฤติขึ้นเอง เพื่อเปิดช่องให้เกิดการกระทำที่อ้างว่าแก้วิกฤติ อาทิ รัฐประหาร หรือการย้ายขั้วทางการเมือง ซึ่งแท้จริงแล้วมีความหมายเพียงแค่เปลี่ยนรัฐบาลให้เป็นฝ่ายตนเท่านั้น แต่ความขัดแย้งยังคงอยู่และขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
                       ทั้งนี้หากรัฐธรรมนูญออกมาแบบนี้ ก็น่าห่วงว่าความขัดแย้งใหญ่จะรออยู่ข้างหน้า และ คสช.ต้องรับผิดชอบกับผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ บทเรียนของการรัฐประหารซึ่งถูกกดดันอย่างหนักจากนานาชาติ ทำให้เครือข่ายอนุรักษ์นิยมต้องออกแบบวิธีใหม่ในการสกัดกั้นพัฒนาการของฝ่ายเสรีนิยม และผลสรุปก็คือ สูตรรัฐประหารสำเร็จรูปที่บรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้
                       อย่างไรก็ตาม รู้อยู่แล้วว่างานของแม่น้ำ 5 สายทุกเรื่องต้องตามใจแป๊ะ แต่นึกไม่ถึงว่า คณะเนติบริกรจะตามใจกันเลยเถิดจนรัฐธรรมนูญมีหน้าตาคล้ายแป๊ะขนาดนี้ อย่าคิดง่ายๆ แค่เอารัฐธรรมนูญมาโชว์ว่ามีแล้วก็จบ คำว่าประชาธิปไตยเป็นภาษาสากลที่ทั่วโลกให้ความหมายตรงกัน เมื่อเผด็จการอ้าปาก ประชาชนก็เห็นถึงไส้ติ่งแล้ว
‘รบ.ปรองดองฯ’ แค่เปลี่ยนจาก ‘ปฏิรูปก่อนลต.’
                       นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีแนวคิดของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ให้มีคำถามประชามติว่า “อยากให้มีรัฐบาลปรองดองแห่งชาติหรือไม่” เพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมือง ว่า เรื่องนี้ก็แค่เปลี่ยนมาจากการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง เมื่อคนส่วนใหญ่คัดค้าน ไม่เห็นด้วย เลยแปรสภาพมาเป็นรัฐบาลปรองดองแห่งชาติเท่านั้น ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวเป็นไปเพียงเพื่อการต่อท่ออำนาจของผู้มีอำนาจเท่านั้น หวังอยู่ในอำนาจต่อไป
                       ทั้งนี้อยากถามว่า ใครจะเป็นคนตั้งรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ แล้วตั้งกันตอนไหน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรเร่งทำตามโรดแม็พเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว แล้วปล่อยให้เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง ได้เสียงข้างมาก ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชน ดำเนินการกันเอง
                       อย่างไรก็ตาม คนที่เสนอแนวคิดแบบนี้ หวังแค่ต่อท่ออำนาจให้กับรัฐบาล คสช.หรือไม่ ถามว่า รัฐบาลทหารที่อยู่บริหารประเทศมาปีกว่านั้น ประชาชนได้ประโยชน์อะไร เศรษฐกิจก็ไม่ดี ความเชื่อมั่นของนานาชาติก็ไม่มี ยิ่งอยู่นานประเทศก็ยิ่งเดินเป๋ไปเป๋มา ดังนั้นรีบคืนอำนาจให้กับประชาชนเสียที
                       ส่วนความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั้น ตนอยากถามว่า มีเหตุผลหรือความชอบธรรมอะไรที่จะไปถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือทำเพื่อความสะใจของใครเท่านั้น ซึ่งไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้แล้ว จะเกิดประโยชน์อะไรกับประเทศ ประชาชนจะได้อะไร สิ่งที่เห็นมีแต่ความพยายามที่อยากจะเอาชนะ ตามราวี พ.ต.ท.ทักษิณ แบบไม่สิ้นสุด ตนเชื่อ ต่อให้ถอดยศท่านได้ ประชาชนก็ยังคงรักท่านทักษิณเหมือนเดิม และอาจเพิ่มขึ้นด้วย เพราะเห็นใจ และสุดท้ายคนที่เสีย คือ พล.อ.ประยุทธ์
 

สนช.เมินค้านเดินหน้าโหวต7กสม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150812/211492.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 12 สิงหาคม 2558
สนช.เมินค้านเดินหน้าโหวต7กสม.

‘สนช.’ เมินเสียงค้าน เตรียมโหวตเห็นชอบ 7 กสม.สัปดาห์หน้า

                         12 ส.ค. 58  นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) เปิดเผยว่า กมธ.ได้ตรวจสอบประวัติฯ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กสม.ทั้ง 7 คนเสร็จแล้ว โดยได้หารือถึงกระแสข่าวทั้งการคัดค้านการแต่งตั้ง ข้อร้องเรียนต่างๆ ของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ซึ่งการพิจารณาของ กมธ.นอกจากดูประวัติที่มา การฟ้องร้อง หรือคดีความของแต่ละคนแล้ว ก็จะดูผลงานประจักษ์ตามที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 7 คน ได้กรอกในใบสมัคร เพื่อเป็นข้อมูลต่อกรรมการสรรหาก่อนหน้านี้แล้ว รวมทั้งการตอบคำถามของผู้ได้รับการเสนอชื่อต่อ กมธ.ด้วย ซึ่งข้อมูลทั้งหมด กมธ.จะสรุปทำเป็นรายงานให้สมาชิก สนช.ได้รับทราบ เพื่อให้ใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจให้ความเห็นชอบต่อไป โดยขั้นตอนจากนี้จะเสนอให้ประธาน สนช.บรรจุเข้าสู่วาระการประชุม สนช. ซึ่งคาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า เพื่อให้สมาชิก สนช.ลงมติให้ความเห็นชอบ โดยผู้ได้รับเลือกจะต้องมีคะแนนเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิก สนช.ทั้งหมด โดยการคัดเลือกอาจจะลงคะแนนเลือกได้ทั้งหมด หรือบางส่วนก็ได้
                         สำหรับรายชื่อว่าที่ 7 กสม.ประกอบด้วย 1. นางฉัตรสุดา จันทรดียิ่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนฉัตรสุดา ในจังหวัดสมุทรปราการ 2. นายบวร ยสินทร ประธานเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้อง 3 สถาบัน 3. นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ นายกสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย 4. นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 5. นายศุภชัย ถนอมทรัพย์ อาจารย์พิเศษคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี 6. นายสุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ 7. นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ
 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,327 other followers

%d bloggers like this: