ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Archive for the ‘อาหารการกิน’ Category

ไอศกรีมรสมือดับร้อน-ร้าน’ช้อนน้อย’

ไอศกรีมรสมือดับร้อน-ร้าน’ช้อนน้อย’

กินดื่มเที่ยว : คอลัมน์ ชวนชิม – ไอศกรีมรสมือดับร้อน ร้าน ‘ช้อนน้อย’

          ที่ว่า “ร้อนมาร้อนกลับ เย็นมาเอาเย็นเข้าลูบ” เห็นทีจะใช้ไม่ได้กับทุกคน ดีไม่ดีอาจส่งผลให้ยิ่งเดือดปุดๆ กว่าเดิมพาให้หัวเสียด้วยซ้ำ ใช่ว่าจะมาตั้งตนลบล้างความเชื่อโบร่ำโบราณ แต่วันนี้ขอเชื่อตัวเองบ้าง อากาศร้อนๆ ก็ต้องดับด้วยของเย็นๆ แซมความหวานอย่างอารมณ์ดีที่เรียกว่า “ไอศกรีม” ที่สำคัญทำเองขายเองของร้าน “ลิตเติ้ล สปูน” งานนี้เย็นจิ้มร้อนน่าจะเอาอยู่ !!

ชื่อร้านฟังดูน่ารักเหมาะกับเป็นร้านขายไอศกรีมและเครื่องดื่มที่สองสาวบัณฑิตนอกเพื่อนซี้ต่างวัย “แพร์” ปุญชรัศมิ์ เตชะวชิรกุล และ “สรวง” กมลสรวง มานะวงศ์สกุล อุตส่าห์ลงทุนลงแรง เรียนรู้เรื่องการทำไอศกรีมด้วยความรัก ลองผิดลองถูกรสนี่โน่นนั่นจนสุดท้ายได้ความอร่อยลงตัวสมความตั้งใจ เวลาที่ลูกค้าใช้ช้อนน้อยๆ บรรจงตักความหวานเย็นรสมือของทั้งคู่ละเลียดลงคอท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่ายสบายๆ อารมณ์คล้ายนั่งอยู่ในร้านขนมญี่ปุ่นเล็กๆ นั่นล่ะคือความภาคภูมิใจที่สองสาวคาดหวังอยากจะเห็น

ในตู้โชว์ไอศกรีมโฮมเมดที่เจ้าของร้านการันตีว่าคัดสรรแต่ของดีๆ มาทำ จึงอุดมไปด้วยรสชาติดับร้อนหลากหลายกว่า 60 รส ทั้งรสพื้นๆ อย่างช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่ วานิลลา ส่วนที่ไม่มีร้านไหนเหมือน และไม่เหมือนร้านไหน ต้องยกให้เหล่าพระเอก นางเอก นางรอง และตัวประกอบ อย่าง ดาร์กช็อกโกแลตส้ม ก็ตามชื่อเพราะนอกจากช็อกโกแลตอย่างเข้มเนื้อเนียนยังผสมกลิ่มส้มรับประทานแล้วสดชื่น เช่นเดียวกับ มิ้นท์ช็อกโกแลตชิพ ใครชอบมิ้นท์เข้มข้นมากๆ น่าจะโดน ถ้าชอบดื่มชาอังกฤษอยากให้ลอง เออเกรย์ ที่สองสาวทำรสนี้ก็เพื่อหวนคิดถึงสมัยที่ตัวเองเรียนอยู่อังกฤษ หอมกลิ่นชาหวานกำลังดีไม่แหลมปี๊ดจนเลี่ยน

แต่ถ้าหลงความหวานนุ่มต้อง สตรอเบอร์รี่ครีมชีส ในเนื้อไอศกรีมมีเม็ดชีสให้เคี้ยวหนึบๆ หรือจะเป็นรสไทยๆ อย่าง ฝรั่งแช่บ๊วย, แตงโม, โอวัลติน, ชาไทย, เกาลัด เสริมด้วยลูกผสมจำพวก บลูเบอร์รี่พาย, ซัมเมอร์เบอร์รี่, บานอสฟี่, ป๊อปคอร์น เป็นต้น และไม่ต้องแปลกใจนะว่าร้านดูดีขนาดนี้แต่เสิร์ฟไอศกรีมมาในถ้วยกระดาษ ทำไมไม่ใส่แก้วใสทรงสวยเหมือนที่อื่น ก็เพราะเขาอยากนำเสนอไอเดียถ้วยกระดาษที่มีโลโก้รูปนกเพนกวินน่ารักๆ ออกแบบเองยังไงล่ะ

นอกจากไอศกรีมทำมือยี่ห้อนักเรียนอังกฤษแล้ว สองสาวยังคิดรายการเสริมให้ลูกค้าได้สนุกกับการกินดื่ม นั่นคือบรรดาขนมและเครื่อมดื่มสารพัดจัดเต็ม และที่เข้าขากันได้ดีกับความหวานเย็นต้องนี่เลย นัทตี้ โปรเฟสเซอร์ วาฟเฟิล กรอบนอกนุ่มในและใช่ว่าจะเสิร์ฟมาเปล่าๆ เขาครีเอทด้วยการหยอดพีนัทบัตเตอร์ครีมเค็มๆ และช็อกโกแลตผสมเฮเซลนัทออกหวานๆ ลงในหลุมวาฟเฟิลเล็กๆ เคียงข้างกันด้วยวิปปิ้งครีมโรยอัลมอนด์เข้ากั๊นเข้ากัน

หรือจะอินเทรนด์กับการจิบ ชาเขียวมัชชะร้อน แกล้ม สโคนเซ็ต (scone set) ขนมดั้งเดิมของชาวเมืองผู้ดีที่ทำจากแป้งและเนย แล้วอบให้สุกจนหอมกรุ่น มีกรรมวิธีการหม่ำง่ายๆ ด้วยการใช้มือบิออกแล้วใช้พายเล็กๆ ป้ายแยมสตรอเบอร์รี่ พร้อมวิปปิ้งครีม รู้สึกได้ถึงความละมุนนุ่มลิ้น กินเล่นๆ อ่านแม็กกาซีนเพลินดี ก่อนจะตบท้ายมื้อดับร้อนให้อยู่หมัดด้วย มิ้นท์ช็อกโกแลตชิพปั่น หวานเย็นชื่นใจแก้วใหญ่ๆ สักแก้ว เป็นอันจบกระบวนความ…

หนีร้อนไปพึ่งเย็นกันได้ที่ชั้น 2 ตึกเล็กๆ ในซอยสุขุมวิท 21 ซอย 3 เลี้ยวซ้ายราว 20 เมตรซ้ายมือ สังเกตง่ายๆ ชั้นล่างเป็นร้านขายหลอดไฟ เปิดให้บริการตั้งแต่วันอังคารถึงอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) 10 โมงเรื่อยไปจนถึง 3 ทุ่มกว่าๆ โทรศัพท์สอบถามก่อนที่เบอร์ 08-7983-9001

———-

(หมายเหตุ : กินดื่มเที่ยว : คอลัมน์ ชวนชิม - ไอศกรีมรสมือดับร้อน ร้าน ‘ช้อนน้อย’)

ศิลป์+รส ‘หมูแดง’รักหมดใจ

ศิลป์+รส ‘หมูแดง’รักหมดใจ

จานเด่น : ศิลป์+รส ‘หมูแดง’รักหมดใจ

                อีกคุณลักษณะที่ทำเอาหลายคนต้องยอมสยบให้กับจานโปรด นอกจากรสชาติอันเย้ายวน…ความสวยงามเตะตาก็เป็นเสน่ห์ที่มองข้ามไม่ได้ และยิ่งถ้าทั้งสองสิ่งมาพร้อมกัน ไม่ใครก็ใครย่อมเทใจให้แน่นอน เฉกเช่นสาวตาคม “หมูแดง” ชนินธิดา จันทรุเบกษา บัณฑิตสาวหมาดๆ ด้านบริหารธุรกิจ ทุกครั้งที่เธอมีโอกาสเข้าไปฝากท้องในห้องอาหาร “แอสตัน แกสโตร บาร์” ศูนย์การค้าซีดีซี เลียบด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ เป็นต้องยิ้มแย้มอย่างเบิกบานใจ นั่นเพราะมีทั้งความอร่อยและความงามให้เสพ

ทันทีที่หยิบเมนูขึ้นมากาง เธอเล่าว่ารู้จักมักจี่ร้านนี้เนื่องจากกลุ่มเพื่อนซี้ปึ้กแนะนำอีกที กอปรกับบ้านของตัวเองก็อยู่ย่านนี้ด้วย จึงเหมือนเป็นตัวช่วยเร่งกระชับพื้นที่ความอร่อยชนิดที่ว่างเป็นไม่ได้ต้องนัดก๊วนเดิมๆ มาละเลียดความอร่อยแทบทุกสัปดาห์

“อาหารของเขาไม่ค่อยเหมือนร้านอื่น โดยเฉพาะการจัดแต่งหน้าตา เพราะเชฟของร้านเป็นหนุ่มขี้เล่นจึงถ่ายทอดความเป็นตัวตนลงในอาหารด้วย ส่วนรสชาติก็การันตีจากเลอ กอร์ดองเบลอ ที่เชฟไปร่ำเรียนมา กินครั้งแรกก็สะดุดตาและลิ้นทันทีค่ะ” สาวตาคม บอกพร้อมกับชี้ชวนให้ดูจานแรก “วอล์ก อิน เดอะ การ์เด้นส์” ดูจากหน้าตาแล้วต้องให้คะแนนครีเอทเต็มสิบ ในจานที่มีกระถางล้มมีธัญพืชอบกระจายเต็มพื้น แต่งแต้มด้วยผักสีสันต่างๆ ที่แน่ๆ มีรถด่วนหนึ่งตัวกำลังคืบคลานออกมา น่ากลัว! เอ๊ย…น่ากินดี ว่าแล้วเจ้าตัวค่อยๆ ใช้ช้อนตักกินทีละคำเล็กๆ อย่างมีความสุข

เก็บของในกระถางซะเกลี้ยง ก่อนจะต่อด้วย “เทคเจอร์ ออฟ มัชรูม” เชฟจัดแต่งในจานมาโดยเว้นพื้นที่ว่างไว้ชวนสงสัย แต่ไม่มีอะไรเพราะนั่นคือศิลปะ แล้วก็ทำให้หมูแดงสนุกอีกเช่นเคย เพราะจะได้ลิ้มรสเห็ดผัด ถั่วปากอ้า ขนมปังกรอบ โดนใจพอๆ กับ “ตับห่านอัดลม” เห็นน่าตาแปลกๆ แบบนี้เกิดจากการนำตับห่านไปหมักเหล้าบ๊วยข้ามคืนแล้วตีฟองแล้วอัดลมให้แห้ง เสิร์ฟกับซอสปรุงพิเศษ และขนมปัง หวานลิ้นหมูแดงเชียวล่ะ

ความจริงมาร้านนี้เธอสามารถสั่งอะไรมาหม่ำก็ได้โดยไม่ต้องคิดมาก นอกจากของคาวแล้วก็ติดใจของหวานอย่างสตรอเบอร์รี่ ชีสเค้ก หรือค็อกเทลสุดครีเอท “วอดก้าเมล่อน” ที่อัดวอดก้าเข้าไปในชิ้นแตงโมสีแดงสดที่หั่นมาพอคำ รสชาติหวานแซมแอลกอฮอล์เข้าปากแล้วรู้สึกสดชื่นซาบซ่าๆ

        มื้อนี้พื้นที่ความสุขท่าทางยืดยาว เราจึงปล่อยให้สาวเจ้าและผองเพื่อนได้หม่ำและเม้าท์ต่ออย่างเป็นส่วนตัว…คริคริ

………………………
(จานเด่น : ศิลป์+รส ‘หมูแดง’รักหมดใจ)

พระพุทธเจ้า ที่ศรีลังกา

พระพุทธเจ้า ที่ศรีลังกา

ตำนานแผ่นดิน : พระพุทธเจ้า ที่ศรีลังกา

              คุณทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไทยแอร์เอเชีย เชิญผมไปร่วมงาน เปิดเส้นทางบินไทยแอร์เอเชีย กรุงเทพฯ-ศรีลังกา ณ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา พร้อมกับ ฯพณฯ ชันตะ โคเตะโคด้า เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย คุณพลเดช วรฉัตร เอกอัครราชทูตไทยประจำศรีลังกาและ คุณเศรษฐพันธ์ พุทธานี ผอ.ททท.สำนักงานมุมไบ

แอร์เอเชียเที่ยวบินที่ เอฟดี 3880 ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 06.25 น. ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเศษ ผมก็บินถึงท่าอากาศยานบันดราไนยเก กรุงโคลัมโบ เข้าที่พักโรงแรมฮิลตัน เก็บกระเป๋าแล้วกินข้าวเที่ยงทันที อิ่มแล้วไปชมอุโบสถกลางน้ำวัดคงคาราม กราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ และสักการะต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ วัดที่คนไทยมาขอโชคลาภ ขออำนาจบารมีกันเป็นประจำ

ศรีลังกามีสายสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนากับไทย ตั้งแต่ต้นยุคกรุงศรีอยุธยาถึงปัจจุบันกว่า 200 ปี ทุกครั้งที่ผมยกกล้องขึ้นถ่ายรูปชาวศรีลังกา จึงมีแต่รอยยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาด เป็นเมืองที่ผมเดินเที่ยวแล้วรู้สึกอบอุ่นใจมาก คุณทัศพลเล่าว่า ปีที่แล้วชาวศรีลังกาขึ้นเครื่องบินมาเที่ยวเมืองไทยมากกว่า 6 หมื่นคน และปีนี้จะมีชาวศรีลังกามาเที่ยวไทยมากขึ้นถึง 8 หมื่นคน

ไทยแอร์เอเชียจึงจัดเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-ศรีลังกา ทุกวัน ไปเช้าๆ กลับค่ำๆ เพื่อให้คนไทยได้ไปไหว้พระสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนดินแดนเกาะไข่มุกอย่างเต็มอิ่ม ด้วยราคาค่าตั๋วที่ถูกจนมีเงินเหลือเอาไว้ทำบุญทุกวัด สร้างกุศลรับสมาธิบารมีให้เกิดปัญญา จะได้พบสุขและมองเห็นธรรม เพิ่มพลังให้เต็มอิ่ม แล้วกลับมาค้าขายร่ำรวยตลอดไป

5 วันบนแผ่นดินศรีลังกา ผมเต็มอิ่มด้วยเสียงบทสวดถวายพระพุทธเจ้า ในวัดพุทธและวิหารฮินดูจึงเต็มไปด้วยชาวศรีลังกา พ่อแม่พาลูกชายลูกสาวปู่ย่าตายายไปไหว้พระกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สวดมนต์บทยากๆ ที่เมืองไทยสวดได้เฉพาะพระภิกษุสงฆ์ แต่ชาวศรีลังกาสวดปากเปล่าได้ทุกคน ไปไหว้พระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศรีลังกากับแอร์เอเชียได้ทุกวันที่WWW.airasia.COM

แกงเผ็ดศรีลังกา อร่อยด้วยกะทิ

ศรีลังกาอยู่ทางตอนใต้ของแผ่นดินใหญ่อินเดีย เกาะรูปร่างคล้ายไข่มุก หรือหยดน้ำค้าง เต็มไปด้วยมะพร้าวทั่วทั้งเกาะ มะพร้าวลูกเล็กเรียวยาวกว่ามะพร้าวไทย แก่แล้วผิวจะเหลืองเหมือนเปลือกส้ม น้ำมะพร้าวข้างในจืดสนิท แต่เนื้อมะพร้าวหนาแข็งให้น้ำกะทิมาก มะพร้าวจึงเป็นเครื่องปรุงหลักในการทำอาหารศรีลังกาทุกชนิด

ผมมีโอกาสบุกเข้าครัวศรีลังกา ดูแม่ครัวศรีลังกาคั้นกะทิด้วยเครื่องบดอาหาร นำเนื้อมะพร้าวแก่หั่นเป็นชิ้น ใส่เครื่องบดปั่นจนเนื้อมะพร้าวละเอียดยิบ แล้วนำกากมะพร้าวมาคั้นเอาน้ำกะทิสดๆ ไปผัดกับพริกแกงรวนกับเนื้อไก่เป็นแกงเขียวหวานไก่ รสชาติอร่อยคล้ายแกงไก่ไทย เอากะทิไปรวนกับเนื้อวัวเคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม ปรุงรสด้วยเครื่องเทศจนคล้ายแกงพะแนง

กากมะพร้าวนำไปผัดกับขมิ้น ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาล เป็นเครื่องเคียงกินกับข้าวสวยหุงจาก ข้าวพันดี ข้าวหอมมะลิจากบุญรอดเทรดดิ้ง ศรีลังกาอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร จึงอุดมไปด้วยผักสด พริกและเครื่องเทศแบบไทยๆ อาหารศรีลังกาทุกจานจึงมีพริกเป็นส่วนประกอบ มะเขือเทศ แตงกวา ผักกาดหอม ผักกะหล่ำ แครอท มันฝรั่ง กระเจี๊ยบ ขนุน และผักสลัด

ศรีลังกาเคยอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส ฮอลันดา และสุดท้ายคืออังกฤษ ชาวศรีลังกาจึงได้รับอิทธิพลอาหารฝรั่งมามาก โดยเฉพาะการทำขนมเค้กและช็อกโกแลตแบบอังกฤษ ซึ่งทำได้อร่อยและเป็นอาหารว่าง ที่ชาวศรีลังกากินกับน้ำชาร้อนๆ แบบอังกฤษ ผมจึงเห็นชาวศรีลังกาดื่มชาในโรงแรม ตามริมถนนและร้านอาหารแผงลอย ตลอดทั้งวัน

คนไทยไปเที่ยวศรีลังกาจึงไม่อดอยาก อร่อยกับอาหารศรีลังกาได้เกือบทุกจาน ทั้งแกงเผ็ด แกงพะแนง แกงเขียวหวาน น้องๆ ทีมงานแอร์เอเชียหลายคนอร่อยกับอาหารศรีลังกามากไปหน่อย ก่อนกลับท้องอืดจนผมต้องให้ยาย่อยอาหาร ทำให้ท้องไส้สบายขึ้น จึงแนะนำให้ดื่มชาซีลอนร้อนๆ หรือดื่มโซดาสิงห์เย็นๆ ช่วยลดกรดในท้องได้ดีทีเดียว

ติดตามชม ย้อนตำนานร้านอร่อย พาไหว้พระเขี้ยวแก้ว สักการะต้นกำเนิดจตุคามรามเทพ ที่เมืองแคนดี้ ศรีลังกา ทางช่องแมงโก้ทีวี วันเสาร์เวลา 14.00 น.

…………………
(ตำนานแผ่นดิน : พระพุทธเจ้า ที่ศรีลังกา)

‘ฟอร์เรสท์’รสจีนดีไซน์ กรุ่นกลิ่นเมืองไลออน

‘ฟอร์เรสท์’รสจีนดีไซน์ กรุ่นกลิ่นเมืองไลออน

ชวนชิม : ‘ฟอร์เรสท์’รสจีนดีไซน์ กรุ่นกลิ่นเมืองไลออน

                เมื่อมีโอกาสบินลัดฟ้ามาเยือนเมืองเศรษฐกิจอย่างประเทศสิงคโปร์ทั้งที อาหารการกินดูจะเป็นเรื่องรองจากการช็อปปิ้งที่ใครๆ ก็ทุ่มเทให้เมื่อมาถึง แต่ความอร่อยของอาหารนานาชนิดกลับมีแฝงอยู่ในสถานที่สำคัญๆ มากมาย ตามสไตล์ที่สอดคล้องกันในแต่ละย่าน และพอมาอยู่ในพื้นที่อันเลื่องชื่อในการพักผ่อนหย่อนใจอย่าง รีสอร์ท เวิลด์ เซนโตซ่า แล้วล่ะก็ บรรดาร้านอาหารหรูในบรรยากาศสุดชิลก็เรียงหน้ากันมาให้ลิ้มลองอย่างเต็มที่ หนึ่งในไฮไลท์สำคัญก็หนีไม่พ้น “ฟอเรสต์” ร้านอาหารจีนโมเดิร์น ภายในโรงแรมอิควาเรียส ที่ดีไซน์ร้านและอาหารแบบเป็นศิลปะเชื่อมโยงกับป่าไม้นานาพรรณ คอร์สอาหารที่นี่มีการจัดแต่งให้ทันสมัย เน้นรสชาติความเป็นจีนผสมผสานกับรสชาติของอาหารจากชาติอื่นได้ไม่จำกัด ตามสไตล์การผสมปนเปของผู้คนในประเทศเขาละ แม้กระทั่งอาหารไทยของบ้านเราก็เป็นหนึ่งในเมนูเช่นกัน

จุดเริ่มต้นจากความฝันของเชฟแซม เหลียง ที่ต้องการออกแบบร้านอาหารในจินตนาการด้วยตัวเองทุกขั้นตอน ทั้งการตกแต่ง รูปแบบและรสชาติของอาหารด้วยการปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระ เพื่อให้ผู้ลิ้มลองได้รับประสบการณ์ท้าทายใหม่ๆ เสมอ และจุดเด่นของมื้อดินเนอร์วันนี้คืออาหารจากอิทธิพลของความเป็นไทยเรา ที่สร้างสรรค์มาให้เป็นพิเศษเพื่อการมาเยือนของชาวสยาม ในรูปแบบของการใช้สมุนไพร เครื่องเทศ และวัตถุดิบหลักที่ส่งตรงมาจากประเทศไทยโดยเฉพาะ

ค่ำคืนสุดพิเศษกับแสงสีสบายตาบนพื้นผิวการออกแบบลวดลายป่าไม้แบบโมเดิร์น ตั้งแต่เสาจนถึงเพดานร้าน กลบเกลื่อนความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมช่วงบ่ายจนมิด ระหว่างนั่งฟังเพลงสบายๆ ทูน่า ทาร์ทาร์  มาริเนด เสิร์ฟพร้อมซอสมะม่วงในโคนพอดีคำก็เดินทางมาเป็นออร์เดิร์ฟเล็กๆ เรียกน้ำย่อยก่อนรอรับอาหารหลักจาน ภายในกรวยเล็กๆ มีทูน่าดิบหั่นชิ้นลูกเต๋าคลุกเคล้ากับไข่ปลาและซอสเปรี้ยวหวาน กระตุ้นประสาทรับรสให้พร้อมลิ้มลอง จานต่อไปได้แก่  เป็ดทอดซอสเห็ด ที่แบ่งเลเยอร์เป็นชั้นๆ เริ่มจากหนังกรอบไล่ลงมาที่เนื้อนุ่มฉ่ำมีน้ำมันชุ่มในตัว เพิ่มความละเมียดด้วยเผือกบดในชั้นสุดท้ายราดความหวานมันหอมกลิ่นของซอสเห็ดข้นๆ เป็นอาหารที่รสพอดีตัวไม่จัดจ้านแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนาอย่างออกรสในคอร์สดินเนอร์หรู เพราะเชฟผู้สร้างสรรค์อาหารมื้อนี้ต้องการปรับอารมณ์ด้วยรสชาติอาหารและขอใช้ความเรียบง่ายมาช่วยให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้น

แล้วความสนุกก็มาถึงด้วยเซอร์ไพรส์เล็กๆ ที่ครีเอทอย่างบรรจงกับ ฟักทองยัดไส้ข้าวญี่ปุ่นอบซอสเอ็กซ์โอ ที่เชฟบรรจงคว้านฟักทองเหลืองคุณภาพดีจากประเทศไทยมาเป็นวัตถุดิบหลัก ก่อนใส่ข้าวญี่ปุ่นผัดซอสเข้มข้นและเครื่องเทศเพิ่มความหอมเล็กน้อยนำไปอบให้ฟักทองเริ่มสุกส่งกลิ่นชวนชิม ปิดหน้าด้วยตับห่านทอดขนาดพอดีคำเนื้อหวานนิ่ม เทคนิคการรับประทานคือผ่าฟักทองออกก่อนตักข้าว ตับห่าน และเนื้อฟักทองให้อยู่ในคำเดียวกันจะได้รสหวานของเนื้อฟักทองตัดกับรสเค็มนิดๆ ของข้าว ผสมความมันกลมกล่อมของตับห่าน แปลกแต่ลงตัว หรือใครอยากจะเน้นอาหารเนื้ออย่างเดียวเขาก็มี อกเป็ดรมควันเสิร์ฟพร้อมตับห่านทอด บนเต้าหู้กรอบเนื้อนุ่มกลมกล่อมซอสที่เคี่ยวมาอย่างเข้มข้นปนกับสัมผัสกรุบๆ ให้เคี้ยวกันสนุกปากในบรรยากาศที่เริ่มคึกคักขึ้นทุกนาที

พอกำราบของคาวมาจนอิ่มหนำก็ถึงคิวของหวานที่ยังคงใส่รายละเอียดเล็กๆ ของความเป็นไทยกับ สยามช็อกโกแลตรสกล้วยหอม เคียงคู่มากับขนมปังทอดไส้ครีมทุเรียนอุ่นๆ และไอศกรีมชาไทยรสเข้มข้น วัตถุดิบที่เราคุ้นเคยแต่วิถีการรับประทานนั้นแตกต่างเกือบสุดขั้วเมื่อมารวมอยู่ในจานเดียวกันชวนให้ละเมียดละไมไปเรื่อยๆ ก็จะพบความนุ่มลิ้นที่มีคล้ายกันไม่มีรสโดดแต่อย่างใด อันแสงสีมากมายที่อยู่ในเมืองสิงคโปร์ยังมีอีกหลายที่ให้ชวนค้นหา มุมนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของความหรูหรายามค่ำคืนที่ชักชวนให้ผู้มาพักผ่อนได้รีแล็กซ์กันในช่วงเวลาสุดโรแมนติกบนกลิ่นอายธรรมชาติที่ถูกซ่อนไว้ภายในสถาปัตยกรรมทันสมัยแห่งนี้
……………………….
(ชวนชิม : ‘ฟอร์เรสท์’รสจีนดีไซน์ กรุ่นกลิ่นเมืองไลออน )

ก๋วยเตี๋ยวเจ๊บุหลันอร่อย45ปีที่เมืองคอน

ก๋วยเตี๋ยวเจ๊บุหลันอร่อย45ปีที่เมืองคอน

อิ่มอร่อยกับก๋วยเตี๋ยวเจ๊บุหลัน อร่อย 45 ปีที่เมืองคอน

              30 ปีก่อนผมไปทำข่าวในเมืองนครศรีธรรมราช มื้อเช้ามื้อเที่ยงกินข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวเกี๊ยวบะหมี่ที่ร้านเจ๊บุหลันสี่แยกท่าวัง อร่อยและช่วยประหยัดเงินได้เยอะ คุณพิชัย ชูสุวรรณ ประธานชมรมร้านอาหารนครศรีธรรมราช จึงพาผมไปฟื้นความหลังที่ถนนเอกนคร เจ๊บุหลันย้ายร้านมาเปิดใหม่ที่นี่ ทำร้านให้สะอาด สั่งเครื่องดื่มสิงห์ที่ได้มาตรฐาน มาให้ลูกค้ากินคู่กับก๋วยเตี๋ยว

 เจ๊บุหลัน มูสิแก้ว ให้ลูกน้องย่าง หมูสะเต๊ะ มาให้ผมชิม หมูสันนอกแล่เป็นแผ่นบางๆ หมักน้ำกะทิผงกะหรี่ตรามือให้นุ่ม ย่างเตาถ่านให้สุกหอม กินกับน้ำจิ้มอาจาดรสกลมกล่อมไม่หวานเกินไป กินกับ ข้าวหมูแดง สูตรชาวจีนเมืองนคร หั่นหมูแดงกุนเชียงไข่ต้มโป๊ะข้าวสวย ราดน้ำหมูแดงใสๆ อร่อยย้อนยุคกลับไป 40 ปี

บะหมี่เกี๊ยวต้มยำ เส้นบะหมี่หนานุ่มกับเกี๊ยวหมูสับ น้ำซุปต้มกระดูกปรุงรสต้มยำใส่พริกขี้หนูป่น ถั่วลิสงบดกับน้ำตาลนิดหน่อย ใส่ลูกชิ้นปลาหมูแดงเนื้อปู อร่อยอย่างที่พี่น้องชาวนครฯ ชอบกินกับ ข้าวมันไก่ตอน เม็ดข้าวไม่มันเลี่ยนจนเกินไป ไก่ต้มสับเนื้อสะอาดนุ่มหนึบ ราดน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวไม่หวานจัดอย่างร้านข้าวมันไก่ในกรุงเทพฯ

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อยลูกชิ้น เจ๊บุหลันต้มเนื้อวัวจนเปื่อยนุ่ม ลวกลูกชิ้นเนื้อวัวใส่มากับน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวต้มกระดูกเป็นน้ำใส และ กระเพาะปลาน้ำแดง ปรุงรสให้อร่อยอย่างที่ชาวนครฯ ชอบกินกันสดๆ แต่อาหารราคาถูก ทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊บุหลัน เป็นร้านอร่อยถูกใจข้าราชการ คนทำงานในเมืองนครศรีธรรมราช

ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊บุหลัน อยู่ในถนนเอกนครหลังห้างบิ๊กซี โทร.08-1979-6366 หรือไปชิมก๋วยเตี๋ยวเจ๊บุหลันในงาน เมืองคอนฟู้ดแฟร์ จ.นครศรีธรรมราช 28 เมษายน-4 พฤษภาคม สอบถาม โทร.08-7268-9988, 08-1968-0762 ร้านอาหารอร่อยๆ ทั่วเมืองนครศรีธรรมราช 100 กว่าร้าน จะมาเปิดร้านให้ชิมทุกวัน

รสจัดถูกปาก ‘ดร.บี’สุริยา

รสจัดถูกปาก ‘ดร.บี’สุริยา

จานเด่นคนดัง : รสจัดถูกปาก ‘ดร.บี’สุริยา

                   เชื่อเถอะไม่ว่าเราจะหนีอะไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจจะหนีพ้นนั่นก็คือ “อาหาร” นั่นเอง เมื่อกองทัพต้องเดินด้วยท้อง พลังงานทั้งหมดจึงจำเป็นต้องถูกจับใส่กระเพาะน้อยๆ ทุกมื้อ เช่นเดียวกับกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) “บี” ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์ ตอนนี้กำลังเห่อ มาราเกช หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา ชนิดที่แทบจะลืมกรุงเทพฯ ไปเสียสนิท…ช่วงนี้ชีวิตจึงวนเวียนอยู่แต่ในรีสอร์ทหรูแห่งนี้ซะเป็นส่วนใหญ่ และเมื่อต้องดูแลรีสอร์ทหรูจึงคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับ ห้องอาหารอัล ฮัมรา อาหารสไตล์โมร็อกโกที่อยู่ในรีสอร์ทนั่นล่ะ

และเมื่อต้องพูดถึงเรื่องของกินเจ้าของรีสอร์ทหรูยอมรับว่า เป็นคนกินอาหารหลากหลายแต่ห้ามจืด ซึ่งอาหารโมร็อกโกจริงๆ แล้วเป็นรสชาติจืด จึงต้องปรับให้ถูกปากคนไทย มิฉะนั้นกินไปเรื่อยๆ แล้วจะรู้สึกเลี่ยน มีน้ำซอสไว้ดิป แล้วจะมีผักไว้เป็นเครื่องเคียงมากหน่อย เรียกว่าได้สุขภาพทุกคำที่กิน ว่าแล้วเจ้าตัวก็สั่ง แซลมอนเพสโต้ เมนูสุดโปรดประเดิมก่อน ด้วยเนื้อปลาแซลมอนชิ้นโตๆ หมักพริกไทย เกลือ ไวน์ขาว แล้วนำมากริลล์จนสุกกำลังดี เมนูนี้ชายหนุ่มการันตีว่า “รับประทานง่ายได้โปรตีนจากเนื้อปลา” ส่วนซอสที่ราดก็ปรุงให้ถูกปากคนไทย เมื่อรับประทานคู่กับเส้นเฟตตูชินี่สีดำเข้ากันอย่างลงตัว

จานต่อไปยกให้ หอยเชลล์ย่างซอสเนยกับผักขมบด ด้วยหอยเชลล์ตัวโตๆ เรียงอยู่บนมันแฮทบราวน์ทอดกรอบๆ พร้อมด้วยผักขมที่ถูกนำมาผัดกับหัวหอมซอย ราดด้วยซอสเนยหอมๆ เค็มๆ มันๆ อร่อยจนหมดจานอย่างรวดเร็ว ต่อด้วยอารมณ์โมร็อกโกกับ อาหารทะเลหมักเครื่องเทศเสียบไม้ย่าง จานนี้ไซส์ใหญ่บึ้มไม่ว่าจะเป็นกุ้งลายเสือ เนื้อปลาแซลมอน หอยเชลล์ ผ่านการหมักกับไวน์ขาวและกริลล์จนสุกกำลังดี เสียบไม้รับประทานคู่กับพริกหวานแดง เหลือง เขียว เพิ่มคาร์โบไฮเดรตด้วยข้าวกูสกูสที่หุงพร้อมกับน้ำสต็อกไก่ เสิร์ฟพร้อมซอส 3 ถ้วย ซีฟู้ดซอส โยเกิร์ตแอนด์มิ้นท์ซอส และแมงโก้ ชัทนีย์ ที่ให้รสชาติแตกต่างกันไป

ปิดท้ายเจ้าตัวไม่พลาด อกไก่หมักเครื่องเทศย่างกับกูสกูสสลัด ที่มีกลิ่นอายอาราเบียนมาก แต่ถูกปากคนสั่งเพราะย้ำระหว่างเคี้ยวว่า “ไม่เลี่ยนอย่างที่คิดครับ”
…………………………..
(จานเด่นคนดัง : รสจัดถูกปาก ‘ดร.บี’สุริยา)

ดับร้อนด้วยร้อน..ที่ ‘ยู ชาบู-สุกี้’

ดับร้อนด้วยร้อน..ที่ ‘ยู ชาบู-สุกี้’

กม.ชวนชิม : ดับร้อนด้วยร้อน..ที่ ‘ยู ชาบู-สุกี้’

               ในเมืองนอกเมืองนา ถ้าอากาศหนาวมากๆ เขาเลือกแก้หนาวด้วยการทานไอศกรีม สำหรับในกรณีเมืองไทยไม่มีฤดูหนาว (มาก) เหมือนอย่างชาวซีกโลกฝั่งตะวันตก จะมีก็แต่ฤดูร้อนถึงร้อนที่สุด ณ จุดนี้จึงดำริว่าอยากเชิญชวนคุณผู้อ่านลองใช้วิธีการ “หนามยอกเอาหนามบ่ง” ด้วยการไปหาที่นั่งซดน้ำซุปร้อนๆ แทนการหาของเย็นเหมือนเช่นคนอื่น ที่ร้านอาหารเอาใจคนรักอาหารญี่ปุ่นสไตล์ลวกจิ้ม “ยู ชาบู-สุกี้

ตำรับความอร่อยเริ่มจากหนุ่มนักเดินทาง “ก้อง” วิศว ศรีรัตนประภาส หลังจากช่วยกิจการทัวร์ของครอบครัวทำให้มีประสบการณ์ด้านการชิมอาหารจากทั่วภูมิภาค แต่กลับค้นพบตัวเองว่าชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นเป็นที่สุด แต่ที่ไหนถูกใจช่างยากเย็นซะเหลือเกิน จึงลงขันกับเพื่อนๆ เปิดร้านอาหารที่ว่าภายใต้การตกแต่งสไตล์โมเดิร์น แจแปนนิส เน้นความเป็นส่วนตัว จะมาเดี่ยวมาคู่ นัดสังสรรค์รวมกลุ่ม หรือจัดประชุมแบบสบายๆ ก็ย่อมได้ทุกรูปแบบ

ด้านอาหารโดดเด่นด้วยความสดใหม่ของสารพัดเนื้อสัตว์ทั้งที่นำเข้าจากเมืองนอกและมีอยู่แล้วในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น “เนื้อวัว” ที่เน้นบริเวณสันหลังเพราะมีไขมันแทรกอยู่ อันเป็นที่มาของคำว่า “เนื้อนุ่ม” แค่ลวกในน้ำซุปร้อนๆ พอสะดุ้งแล้วค่อยๆ จุ่มลงในไข่ไก่ตีจนเป็นเนื้อเดียวกันก็ได้ซาบูเนื้อหวานลิ้น เช่นเดียวกับ “หมูดำ” สายพันธุ์ซามูไรขนานแท้ หรือกุ้งก้ามกราม หอยนิวซีแลนด์ ปลาแซลมอน ครบทุกองค์ประกอบ…ค่อยๆ ลวก ค่อยๆ จิ้มในน้ำซุป 4 แบบ 4 รสชาติ ได้แก่ น้ำซุปสุกี้ญี่ปุ่น ต้นตำรับชาวอาทิตย์อุทัย น้ำซุปกิมจิ เมนูยอดฮิตของลูกค้าด้วยว่ารสชาติไม่เปรี้ยวไม่เค็มมากเกินไป แถมยังได้กินเนื้อผักกิมจิอีกซะด้วย ส่วน น้ำซุปสาหร่าย ถึงจะดูใสๆ แต่ก็กลมกล่อมเอาเรื่อง สุดท้ายเอาใจนักชิมหัวใจไทยด้วย น้ำซุปต้มยำ เข้มข้นแต่ไม่เผ็ดมากเหมาะกับซีฟู้ด…อ่ะ อ๊ะ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกกินเนื้อสัตว์แต่อยากมาแจมกับเพื่อนๆ ก็สามารถเรียกหา “น้ำซุปผัก” แบบไม่ต้องเสียค่าบริการพิเศษอีกซะด้วยนะ

อีกส่วนประกอบสำคัญของความอร่อย คือน้ำจิ้มที่มีให้เลือกถึง 5 รส โดยลูกค้าเจาะจงหรือกินรวบทั้ง 5 แบบก็ย่อมได้ อันดับแรก “น้ำจิ้มพอนสึ” เค็มๆ เปรี้ยวๆ ตามแบบฉบับดั้งเดิมญี่ปุ่นเข้าได้กับเนื้อสัตว์ทุกประเภท ต่างจาก “น้ำจิ้มงา” ว่ากันว่าเข้าขากับเนื้อวัวที่สุดแล้ว ส่วน “น้ำจิ้มสุกี้” เน้นรสชาติสุกี้แท้ๆ แต่ก็มีเครื่องเคียงทั้งพริก กระเทียมมาเติมเต็มความเข้มข้นสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติจัดจ้านมากยิ่งกว่าของเดิม นอกจากนี้ยังมี “น้ำจิ้มยู” เป็นต้นตำรับของร้านปรุงไว้ให้สำหรับผู้ที่ชอบเปรี้ยวและเผ็ดเท่านั้น สุดท้ายสำหรับสมาชิกตัวเล็กๆ ทางร้านก็จัดเตรียม “น้ำจิ้มยูสูตรเด็ก” รสชาติกลมกล่อมไว้คอยเอาใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ไม่นิยมรสเข้มข้น

นอกจากอาหารหลักอย่างบุฟเฟ่ต์ชาบู-สุกี้ ราคา 399++ เลือกน้ำซุปได้ 2 แบบ และราคา 599++ น้ำซุปทุกรส พร้อมบริการชาเขียวตลอดรายการ ทางร้านยังเสิร์ฟอาหารชุด และอาหารกินเล่นอีกกว่า 10 รายการ เช่น เต้าหู้ญี่ปุ่นทอด, ไข่ตุ๋น, เห็ดเข็มทองผัดเนย, เทมปุระ เป็นต้น เช่นเดียวกับเรื่องหวานๆ เขาก็มีให้เลือกเกือบ 10 รายการ สำหรับสาวๆ เชียร์ให้ชิม “ยูกิย่า-ชาเขียว” เกล็ดน้ำแข็งชาเขียวปั่นละเอียดราดหน้าด้วยถั่วแดงกวน และวิปครีม ประกบด้วยไดฟูกุ (โมจิ) ชาเขียว อีกคำรบ ส่วนหนุ่มๆ อาจยังไม่ใช่ทาง “พุดดิ้ง เอิร์ลเกรย์” น่าจะช่วยให้ชื่นใจได้ไม่น้อย เพราะลงตัวเมื่อถูกตักใส่ปากพร้อมกับน้ำชายอดนิยมของชาวเมืองผู้ดี

 …เป็นอันจบขบวนการดับร้อนด้วยของร้อน “ยู ชาบู-สุกี้” มีให้เลือกอร่อยได้ 2 สาขา ทั้งที่ เจ อเวนิว ทองหล่อ 13 และ คริสตัล ปาร์ค เลียบทางด่วนรามอินทรา เปิดให้บริการตั้งแต่ 11 โมงถึง 4 ทุ่ม สอบถามก่อนโทรศัพท์ 0-2712-9435
……………………………
(กม.ชวนชิม : ดับร้อนด้วยร้อน..ที่ ‘ยู ชาบู-สุกี้‘)

ครบรส…จิตวิญญาณอาหารไทย

ครบรส…จิตวิญญาณอาหารไทย

กม.ชวนชิม : ครบรส…จิตวิญญาณอาหารไทย

                       ได้เวลาวันอาทิตย์ลั้นลาอีกแล้ว สัปดาห์นี้นึกเอาไว้กันบ้างหรือยังว่าจะพาคนใกล้ชิดไปชิมอาหารให้พุงกางที่ไหนดี และถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ คราวนี้อนุญาตให้เป็นหน้าที่ของอร่อยแบบไทยๆ แต่ต้องล่องใต้ไปไกลถึงเกาะภูเก็ตสักหน่อย ที่ “โรงแรมศรีพันวา” ใช่ว่าเจ้าของเขาจะเอาใจลูกค้าด้วยอาหารฝรั่งมังค่าเพียงฝ่ายเดียว เพราะผู้บริหารหนุ่มรวยทั้งเงินและอารมณ์ขัน “ปลาวาฬ” วรสิทธิ์ อิสสระ ยังจัดหาอาหารสัญชาติสยามเมืองยิ้ม ลงที่ร้าน “Baba Soul Food” ในบรรยากาศการตกแต่งสไตล์ชิโน-โปรตุกีส มีมุมสบายๆ ให้เลือกนั่งทั้งแบบตากแอร์ และตากอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งเจ้าตัวการันตีว่า ทุกจานนั้นเต็มไปด้วย “จิตวิญญาณของอาหารไทย” จริงๆ เพราะจานอร่อยในร้านกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ถ่ายทอดจากรุ่น (คุณยาย) สู่รุ่น (คุณแม่) และส่งต่อถึงรุ่น (ลูกชาย) กันเลยทีเดียว

อย่างอาหารว่าง “ข้าวตังกุ้งพิโรธและกุ้งหลน” ข้าวตังทอดธรรมด๊า ธรรมดา ทว่าพอมีเครื่องเคียงอย่าง “กุ้งพิโรธ” ที่ได้กุ้งเนื้อแน่นสับพอหยาบๆ ผัดในเครื่องแกงเขียวหวานแบบขลุกขลิกกับน้ำกะทิ ปรุงรสให้เผ็ดนิดๆ เค็มหน่อยๆ แอบเติมหวานเล็กๆ น้อยๆ อร่อยเพลินๆ แต่ถ้าไม่อยากให้เผ็ดเกินไปจะเบรกด้วย “กุ้งหลน” หวานๆ เค็มๆ เปรี้ยวๆ ไม่จี๊ดจ๊าด จากเต้าเจี้ยว น้ำตาลปี๊บและน้ำมะขาม จานนี้รับประทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

เบาๆ อีกจานจะรับประทานเล่นเรียกน้ำย่อยก็ไม่ว่ากัน สำหรับ “ยำเป็ดกรอบ” ได้เป็ดอบเลาะกระดูกออกจนเหลือแต่เนื้อนุ่มหนังกรอบ คลุกเคล้ากับเครื่องปรุงตะไคร้ ใบมะกรูด น้ำพริกเผา เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เน้นรสชาติหวาน เปรี้ยว เผ็ด มีทีเด็ดตรงที่แม่ครัวกลัวว่าเนื้อเป็ดจะไม่กรอบแน่กรอบนาน เธอจึงชุบแป้งทอดในน้ำมันร้อนจัดอีกรอบเพื่อความมั่นใจ

เล่นๆ เบาๆ เริ่มเอาไม่อยู่ เมื่อ “แกงปู” (ตำรับป้ากุหลาบเจ้าของร้านอาหารระย้า) ถูกยกมาวางตรงหน้า ก้ามปูคัดพิเศษในเครื่องแกงเผ็ดแบบฉบับชาวใต้ ได้พริกแดง ใบชะพลู ใบโหระพา ใบมะกรูด ฯลฯ ชูรสแค่ได้กลิ่นก็ร้องหา “ข้าวสวย” แบบลืมหวั่นไหวเรื่องแป้งไปชั่วคราว อีกจาน “ปูผัดมะนาว” เจ้าของรีสอร์ทหนุ่มยกนิ้วการันตีว่ามาถึงศรีพันวาทั้งทีต้องได้ชิมรสเบาๆ ของเปรี้ยว เค็ม หวาน ส่งให้จานนี้เป็นที่โปรดปรานของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

ตามทำธรรมเนียมวงสำรับอาหารพื้นบ้านเรา องค์ประกอบหลักๆ ก็ต้องมีทั้งเผ็ด จืด ตามด้วยอาหารประเภทน้ำๆ เพื่อความคล่องคอและที่จะเล่าถึงชามต่อไปนี้ก็มีนามว่า “ต้มส้มปลากระบอก” เบื้องหลังน้ำสต๊อกเปรี้ยว หวาน เผ็ด และความหวานจากเนื้อปลากระบอกชิ้นโต “เซฟซี” แอบกระซิบเคล็ดลับความอร่อยให้ฟังว่า ถ้าต้องการให้น้ำสต๊อกเข้มข้นก็ให้ใส่กะปิลงไปสักหัวแม่มือ ส่วนปลาถ้าไม่อยากให้มีกลิ่นคาว ตอนหย่อนชิ้นปลาลงไปในหม้อต่อให้น้ำเดือดแค่ไหนก็ห้ามคนเด็ดขาด และเพื่อให้มีกลิ่นหอมควรใส่น้ำมะนาวในขั้นตอนสุดท้ายตอนยกลงจากเตา เพียงเท่านี้ก็อิ่มหมีพีมันกันแล้ว

เรื่อง (อาหาร) คาว ผ่านไป ถ้าไม่ได้ปิดท้ายด้วยของหวาน เป็นการล้างปาก ก็คงไม่ต่างอะไรกับล้างหน้าแต่ดันลืมแปรงฟัน ดังนั้นเพื่อให้ได้ครบเครื่องเรื่องอาหาร จานขนมครั้งนี้จึงเป็นหน้าที่ของขนมรุ่นคุณยาย “ข้าวเม่าไส้มะพร้าวกวน” ได้ข้าวเม่าทอดใหม่ๆ สอดไส้ด้วยมะพร้าวกวนกับกะทิและน้ำตาลแดงบนไฟอ่อนๆ ก่อนจะตักเข้าปากต้องไม่ลืมเพิ่มความกลมกล่อมด้วยการราดนมสด ครบรส หวาน มัน เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ

ใช่ว่าอาหารในร้าน “Baba Soul Food” จะจำกัดความอร่อยอยู่แค่ 5-6 จานอย่างที่กล่าวถึงหรอกนะ จะว่าไปแล้วยังมีน้ำพริกกุ้งเสียบ กินคู่กับผัดผักพื้นบ้านอย่างยอดเหลียงผัดไข่ แกงไตปลา ขนมจีนน้ำยา ฯลฯ …ร้อนนี้หากมีโอกาสแวะเวียนไปเยี่ยมเยือนถิ่นใต้ อย่าลืมเข้าไปลองชิมซะให้ได้ จะสอบถามเส้นทางหรือจองโต๊ะก็โทรศัพท์ไปได้ที่ 0-7637-1000

………………………………
(กม.ชวนชิม : ครบรส…จิตวิญญาณอาหารไทย)

ตังเกี๋ยแต่เตี้ยม อร่อยสุดยอดเมืองนครฯ

ตังเกี๋ยแต่เตี้ยม อร่อยสุดยอดเมืองนครฯ

ตังเกี๋ยแต่เตี้ยม อร่อยสุดยอดเมืองนครฯ จนมีลูกค้าแน่นร้าน

                  นครศรีธรรมราช นครโบราณที่มีการค้าขายกับต่างชาติมานานกว่า 2,000 ปี โดยเฉพาะชาวจีนใช้เรือสำเภาเดินทางมาค้าขาย และตั้งรกรากอยู่ในเมืองนครฯ มีลูกหลานสืบทอดธุรกิจการค้า ร่ำรวยเป็นอันดับหนึ่งของเมืองนครฯ แต่อาหารจีนในเมืองนครฯ ถูกความอร่อยรสจัดของอาหารปักษ์ใต้ บดบังจนร้านอาหารจีน เป็นอาหารที่ไม่คุ้นปากของชาวนครฯ

ร.ต.พิชัย ชูสุวรรณ ประธานชมรมร้านอาหารนครศรีธรรมราช จึงพาผมไปชิมติ่มซำรสเลิศ จากฝีมือเด็กรุ่นใหม่ของเมืองนครฯ ตังเกี๋ยแต่เตี้ยม เพิ่งเปิดมาเพียงไม่กี่ปี แต่อร่อยติดใจชาวนครฯ จนมีลูกค้าแน่นร้าน คุณเกศณี โยมเมือง เรียนจบวิชาการบริหารจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม แล้วเกิดความคิดว่า ติ่มซำหรือแต่เตี้ยม เป็นอาหารที่ชาวใต้นิยมกินกัน

เกศิณีจึงไปเรียนทำติ่มซำที่หาดใหญ่ มาเลเซีย และฮ่องกง จนได้สูตรทำติ่มซำให้รสชาติสดอร่อย แตกต่างจากติ่มซำที่มีขายทั่วไปในเมืองนครฯ แทนที่จะเข้าไปแออัดขายติ่มซำใจกลางเมือง ตังเกี๋ยแต่เตี้ยมมาเปิดอยู่ในหมู่บ้านเมืองทอง ถนนคูขวางย่านการค้าใหม่ ตึกแถวสี่คูหา ที่จอดรถกว้างขวาง ทำให้ลูกค้าเข้ามากินแต่เตี้ยมได้สะดวกสบาย และขับรถกลับอย่างรวดเร็ว

ระดมลูกน้องช่วยทำแต่เตี้ยมตั้งแต่ค่ำ แช่รักษาความสดไว้ในตู้เย็น ต้มเคี่ยวขาหมูไว้ให้นุ่ม รุ่งเช้าขาหมูจะเปื่อยอร่อยพอดี รุ่งเช้าแข่งแต่เตี้ยมจะถูกนำออกให้ลูกค้าสั่ง แล้วนึ่งสดๆ ให้ลูกค้ากินร้อนๆ ขนมจีบ ฮะเก๋า ซาลาเปา ฝันโก๋ ขาไก่ตุ๋น ซี่โครงหมูเต้าซี เผือกทอด ห้อยจ้อ แฮ่กึ๊น โจ๊กหมู โจ๊กปลา บะหมี่เบตง บะกุ๊ดเต๋ต้มร้อนๆ และข้าวยำปักษ์ใต้ กินกับน้ำชา กาแฟร้อน

จัดโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งสบายๆ ร้านโปร่งไม่แออัด ความสะอาดเป็นหัวใจหลักของร้านนี้ แม้แต่ผักสดกระเทียมพริกขี้หนู จัดไว้เป็นชุดให้ดูสะอาดตา ลูกค้าจึงสั่งอาหารกินได้ด้วยความสบายใจ ที่พึ่งทางใจของร้านอาหารชาวใต้เชื้อสายจีนคือ ศาลเจ้าพ่อกวนอูมีอาหารคาวหวาน และน้ำชาร้อนๆ สดใหม่ ตั้งบูชาไว้ตลอดทั้งวัน

  ตังเกี๋ยแต่เตี้ยม อยู่ในหมู่บ้านเมืองทอง ถนนคูขวาง โทร.08-9195-9398, 0-7543-2119 หรือไปชิมในงาน เมืองคอนฟู้ดแฟร์ จ.นครศรีธรรมราช 28 เมษายน-4 พฤษภาคม 2555 สอบถาม โทร.08-7268-9988, 08-1968-0762

‘ใหญ่น้ำชิ้นปลา’ความทรงจำดีๆ ของ’เล็ก’ขวัญใจ

‘ใหญ่น้ำชิ้นปลา’ความทรงจำดีๆ ของ’เล็ก’ขวัญใจ

จานเด่นคนดัง : ‘ใหญ่น้ำชิ้นปลา’ความทรงจำดีๆ ของ’เล็ก’ขวัญใจ

                    เหตุผลที่เป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายไม่ติดหรู เลยทำให้ “เล็ก” ขวัญใจ เจียรวนนท์ ลูกสาวเถ้าแก่ธุรกิจค้าขายรถขุดรายใหญ่ และสะใภ้อาณาจักร “ซีพี” ลุยไปทุกที่ที่มีของอร่อยขึ้นชื่อ และก็เป็นเหตุให้เธอต้องมานั่งละเลียดก๋วยเตี๋ยวชามโปรดริมถนนในร้าน “ลิ้มเหล่าโหงว” เจ้าประจำย่านถนนจันทน์ ซอย 18/4 ใกล้ๆ ออฟฟิศของสามีสุดเลิฟ

เป็นเวลากว่า 20 ปีมาแล้วที่คุณแม่ลูกสองรายนี้ไม่ยอมห่างจากความอร่อยในชามก๋วยเตี๋ยวของร้านดังกล่าว ถ้าให้นับย้อนไปว่าค่อยๆ ผูกพันกันตอนไหน เล็กยิ้มมุมปากพร้อมกับร่ายให้ฟังสั้นๆ เพียงว่า นัดเดทมื้อแรกของตัวเองกับสามีก็ร้านนี้ แต่เป็นที่สาขาแรกย่านถนนทรงวาด เยาวราชโน่น ด้วยออฟฟิศรุ่นบุกเบิกของเจียไต๋ เครือซีพี อยู่ละแวกนี้ สามีจึงผูกพันจนเป็นลูกค้าประจำมาตั้งแต่เด็กๆ นับแต่นั้นจึงผูกขาดความอร่อยจนทุกวันนี้

พอร้านขยายสาขามาเปิดหัวมุมถนนจันทน์ ซอย 18/4 ก็ขอตามมาด้วย แต่ละครั้งไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง เจ๊นาและเฮียฮ้งทายาทรุ่นที่ 2 เจ้าของตำนานความอร่อยกว่า 70 ปี รู้ใจลูกค้าชื่อ “ขวัญใจ” เป็นที่สุด โดยเฉพาะ “เส้นใหญ่น้ำ” ชามโปรด ต้องปรุงให้มีรสจัดหน่อยๆ ส่วนความเด็ดในชามก็็ตามมาตรฐานร้านดัง ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้นปลากรอบเด้ง เกี๊ยวปลาเส้น แม้แต่เส้นก๋วยเตี๋ยวก็ทำเอง ที่สำคัญน้ำซุปหวานน้ำต้มกระดูก ชนิดต้องชิมก่อนตักเครื่องปรุง

ลูกค้าวีไอพี บอกด้วยว่า นอกจากชามโปรดของตัวเองแล้ว วันไหนที่ควงแขนกันมา สามีจะชอบเหลือเกินกับ “บะหมี่แห้ง” เพราะเส้นบะหมี่แบนๆ เหนียวนุ่มมากๆ ดูดซับเครื่องปรุงได้ดี และถ้ายังเหลือที่ว่างในกระเพาะก็จะสมทบด้วย เย็นตาโฟ ยำรวมมิตร ข้าวต้มปลาเก๋า ต้มยำรวมมิตร แต่ละอย่างขวัญใจเก็บเรียบแบบไม่เกรงใจกันล่ะ

 สมกับที่ออกตัวดังเอี๊ยดว่าถึงจะกินจุบจิบ หลายเมนู แต่ชีวิตจริงไม่ใช่คนจุกจิก เพราะขนาดข้างทางช่วงบ่ายโมงครึ่งก่อนร้านปิดเพื่อเปิดขายข้าวต้มต่อหลังสี่โมงเย็น แดดร้อนๆ แถมรถราจอแจ ก็ยังสามารถคร้า…

………………………….
(จานเด่นคนดัง : ‘ใหญ่น้ำชิ้นปลา‘ความทรงจำดีๆ ของ’เล็ก’ขวัญใจ)

ผลไม้ (เนื้อแข็ง) ช่วยให้ ‘เครป’ อร่อย

ผลไม้ (เนื้อแข็ง) ช่วยให้ ‘เครป’ อร่อย

กูรูชี้แนะ : ผลไม้ (เนื้อแข็ง) ช่วยให้ ‘เครป’ อร่อย

                  ใครชอบกินเครปยกมือขึ้น..!! วันนี้ โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ มีเคล็ดลับดีๆ มาฝาก เริ่มจากตัวแป้งผสมกับน้ำตาล เกลือ ใส่ในชามแก้วพักไว้ หันมาตีไข่กับนมให้เข้ากัน แล้วเทใส่ชามแก้วตีให้เข้ากันจนแป้งเนียนเป็นครีมเนื้อเดียวกัน จึงใส่เนยที่ละลายแล้วและครีมวานิลลาลงในแป้ง ตีให้เข้ากันเป็นอันเสร็จขั้นตอนการเตรียมแป้ง

เข้าสู่ขั้นตอนการทอดแป้งเครป เชฟแนะนำว่าควรใช้กระทะเทปล่อนจะทอดได้ง่ายขึ้น และควรใช้ความร้อนปานกลาง ทาเนยบางๆ ในกระทะ ตักแป้งกระบวยเล็กสุด ใส่กระทะ ร่อนให้แป้งเคลือบแผ่นพื้นกระทะจนเต็ม รอประมาณ 10-15 วินาที จึงค่อยๆ พลิกกลับด้าน แล้วคอยให้อีกด้านของแป้งสุก ใช้เวลา 10 วินาที เท่านี้ก็ได้แป้งเครปกรอบหอม

ส่วนน้ำราดก็แค่เคี่ยวน้ำส้มเขียวหวานสดคั้น น้ำผึ้ง และน้ำตาลทราย จนเป็นน้ำเชื่อมแล้วพักไว้ ตั้งกระทะ ใส่เนย ผลไม้เนื้อแข็งลงผัดกับเนย บรั่นดี และน้ำมะนาวแล้วเติมน้ำเชื่อมผสมลงไป

วิธีเสิร์ฟ พับแป้งเครปให้เป็นรูปแบบตามภาชนะที่ใส่ เวลารับประทานใส่ไอศกรีมตามใจชอบเพื่อเพิ่มรสชาติ

………………………….
(กูรูชี้แนะ : ผลไม้ (เนื้อแข็ง) ช่วยให้ ‘เครป‘ อร่อย)

อาหารแดนมังกร ผงาดกลางกรุง

อาหารแดนมังกร ผงาดกลางกรุง

กม.ชวนชิม : อาหารแดนมังกร ผงาดกลางกรุง@หนานหยวน

                 ว่าด้วยเรื่องของอาหารการกินระดับไฮคลาสทีไร อาหารจากแดนมังกรที่พิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบ และบรรจงปรุงรสชาติจนถูกปากถูกใจคนไทยก็ยังคงผงาดอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ ก็ดูอย่างที่ห้องอาหารจีนหนานหยวน โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียวฟอร์จูน ที่นี่เขาขึ้นชื่อในเรื่องความอร่อยของอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งตำรับดั้งเดิมชนิดไม่สองเป็นรองใคร การันตีได้จากรายชื่อเศรษฐีระดับเจ้าสัวของเมืองไทยที่เอ่ยชื่อเป็นต้องรู้จักก็ยังแวะเวียนมาลิ้มรสแล้วแทบทั้งสิ้น รวมไปถึงเอกอัครราชทูตจากถิ่นมังกรก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาใช้บริการรุ่นแล้วรุ่นเล่า

เพียงแค่ก้าวผ่านพ้นประตูบานใหญ่ ก็สัมผัสได้ถึงความหรูหราและบรรยากาศสุดคลาสสิก อบอุ่น แต่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของความเป็นจีนยุคเก่าที่ผสานอยู่ทุกอณู แต่หากต้องการความเป็นส่วนตัวแนะนำให้เลือกใช้บริการไพรเวทรูม ซึ่งเหมาะมากสำหรับกลุ่มนักธุรกิจหรือที่มาเป็นครอบครัวไซส์กลางราว 10-20 คน ซึ่งเขามีให้บริการ 5 ห้องด้วยกัน หรือหากจะเลือกนั่งด้านนอกที่รองรับลูกค้าได้ราว 150 คนก็ซึมซับบรรยากาศดีๆ ได้ไม่แพ้กัน ทั้งยังมีเมนูหลากหลายให้เลือกได้ตามชอบ ที่อยากแนะนำก็เป็นเซตอาหารกลางวันสุดคุ้มเริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างติ่มซำที่มีให้เลือกมากมายทั้งของนึ่งและของทอด อย่างขนมจีบ ฮะเก๋า ก๋วยเตี๋ยวหลอด เผือกทอด ฟองเต้าหู้ทอด ซาลาเปา ฯลฯ

หลังน้ำย่อยทำงานเต็มที่ก็ได้เวลาของจานหลักที่เรียงรายมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากเมนูเพื่อสุขภาพอย่าง ผักปวยเล้งผัดกระเทียม ทางร้านเลือกใช้ผักแบบวันต่อวัน ผ่านกรรมวิธีการล้างด้วยน้ำเกลือ ก่อนผัดในน้ำมันร้อนได้ที่ ผัดผักที่ยกมาเสิร์ฟจึงหวานอร่อยได้รสชาติของผักสดๆ ส่วนของก้านกรุบกรอบ ส่วนใบกินแล้วนุ่มละมุนลิ้น เข้ากันดีกับกลิ่นหอมๆ ของกระเทียม เมนูถัดมาเป็น เป็ดอโรมาติก ที่คนรักเป็ดไม่ควรพลาด โดยเฉพาะสาวกเป็ดปักกิ่งถูกใจ…ชัวร์ เพราะสไตล์การกินใกล้เคียงกัน จะแตกต่างกันก็ตรงที่เขาเอาทั้งเนื้อและหนังเป็ดไปทอดจนกรอบแล้วฉีกเป็นเส้นฝอยก่อนแล้วถึงนำมาห่อด้วยแป้งนุ่มๆ กินคู่กับขึ้นฉ่ายขาวและแตงกวา ราดน้ำจิ้มรสออกหวานเล็กๆ อร่อยทีเดียว

เมนูถัดมาถือเป็นสุดยอดความอร่อยที่มาแล้วไม่ควรพลาดอย่าง ปลาหยกนึ่งซีอิ๊ว ด้วยความหนานุ่มและความมันของเนื้อปลาขนาดพอเหมาะน้ำหนักไม่เกิน 1 กิโลกรัม นึ่งด้วยซีอิ๊วให้ซึมเข้าเนื้อปลา เวลาตักเข้าปากกลิ่นหอมๆ ของซีอิ๊วจะโชยมาแตะจมูก กินตอนร้อนๆ อร่อยนุ่มลึกทีเดียว แถมไม่มีกลิ่นคาวมารบกวนจิตใจ ที่สำคัญเมนูนี้หาได้ไม่ง่ายนัก ทางร้านถึงขั้นการันตีว่าที่นี่เป็นโรงแรมแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีให้ได้ลิ้มลอง ปิดท้ายอาหารคาวด้วย เส้นหมี่หยินหยาง มองดูหน้าตาละม้ายคล้ายผัดหมี่ฮ่องกง แต่นำมาประยุกต์โดยใช้เส้นหมี่และวุ้นเส้นผัดรวมกันอย่างลงตัว แล้วเพิ่มความอร่อยด้วยคะน้าฮ่องกงและซีฟู้ดนานาชนิดทั้งกุ้ง หอยเชลล์ ปลา และปลาหมึก หั่นเป็นลูกเต๋า ก่อนเสิร์ฟโรยงาขาวเล็กน้อย หลังอิ่มของคาวเซตอาหารกลางวันขอปิดท้ายด้วยบัวลอยน้ำขิงร้อนๆ เสิร์ฟมาซดให้คล่องคอตอกย้ำความอร่อย

 อยากลิ้มรสอาหารจีนแท้ๆ ต้นตำรับกวางตุ้งวันไหน แวะไปลิ้มลองได้ที่ห้องอาหารจีนหนานหยวน ตั้งอยู่ชั้น 1 ยู โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียวฟอร์จูน เปิดให้บริการทุกวันแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา มื้อเที่ยง ตั้งแต่ 11.30-14.30 น. ส่วนมื้อค่ำ 17.30-22.30 น. ยกหูจองโต๊ะหรือกริ๊งกร๊างไปสอบถามรายละเอียดก่อนที่ 0-2641-1500 ต่อ 1018

………………..
(กม.ชวนชิม : อาหารแดนมังกร ผงาดกลางกรุง@หนานหยวน)

สเต๊กลาวอร่อยที่ไทยพาณิชย์ปาร์ค

สเต๊กลาวอร่อยที่ไทยพาณิชย์ปาร์ค

สเต๊กลาว กินที่กรุงเทพฯ แต่อร่อยถึงเมืองลาว

                 อาจารย์หมอวรวรรณ ชัยลิมปมนตรี แนะนำให้ผมกินผักเยอะ ทำให้ผมนึกถึง คุณลินิน สืบวงศ์แพทย์ สาวชอบเที่ยวจากคณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ลุยไปทำข่าวที่ลาวแล้วนำอาหารลาวมาดัดแปลง ปรับปรุงรสชาติให้อร่อยถูกปากคนไทย เปิดร้านสเต๊กลาวเมื่อยี่สิบปีก่อน ให้ลูกค้าได้กินผักสด มะละกอสับทำส้มตำ

สเต๊กลาว แทนที่จะให้กินสเต๊กชิ้นโตๆ คุณลินินนำวิธีทำสเต๊กของพี่น้องลาว หมักเนื้อวัว หมู ไก่ ปลา แล้วหั่นชิ้นเนื้อให้เล็กลง ย่างเนื้อให้สุกนุ่มฉ่ามาในกระทะร้อน แกล้มด้วยแครอท บล็อกโครี่ กินกับส้มตำข้าวเหนียวแทนขนมปัง มีน้ำจิ้มแจ่วมาเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น สเต๊กลาวจึงถูกปากคนไทย ถูกใจฝรั่งที่มากินกันเป็นกลุ่มใหญ่

ส้มตำปลาช่อน หมักเนื้อปลาช่อนให้ได้รสชาติหอม ทอดจนเนื้อสุกกรอบ โขลกส้มตำราดลงบนเนื้อปลา กินกับผักสดข้าวเหนียวร้อนๆ ทำอย่างลาวแต่อร่อยถูกปากไทย ยำปลาดุกฟู ใช้เนื้อปลาดุกย่างโขลก ทอดจนเนื้อปลาดุกฟูกรอบ กินกับยำมะม่วงดิบผักสด จกข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ กินคู่กัน อร่อยเพื่อสุขภาพจริงๆ

  ไก่ย่างลาว คุณลินินใช้ไก่สดเคล้าเครื่องเทศ ตะไคร้ใบมะกรูดพริกไทยป่นตรามือ หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 3 ชั่วโมง พอไก่ย่างถูกความร้อนรุม กลิ่นเครื่องเทศพริกไทยจะหอมกรุ่นขึ้นมาทันที จิ้มเนื้อไก่กับแจ่วลาวกินกับข้าวเหนียวแค่นี้ก็แซบหลาย แกงเลียงกุ้งสด ซดให้พริกไทยเกล็ดตรามือ ร้อนบนปลายลิ้นขับเหงื่อออกมาให้โล่ง ช่วยให้โลหิตหมุนเวียนดีขึ้น

ปลากระพงชาวเกาะ อร่อยแปลกตรงที่คุณลินินใช้ซีฟู้ดผัดพริกแกงให้น้ำขลุกขลิก ราดลงบนปลากระพงทอดกรอบทั้งตัว ช่วยให้เนื้อปลากระพงนุ่มกรอบอร่อยยิ่งขึ้น อาหารทุกจานในร้านสเต๊กลาว ราคาถูกพอๆ กับไปกินที่เมืองลาว แต่รสชาติได้รับการปรับให้อร่อย ถูกปากคนไทยมากขึ้น สเต๊กลาวจึงเป็นที่นัดพบของคนรุ่นใหม่ เป็นร้านของครอบครัวคนทุกวัย

 สเต๊กลาว อยู่ที่ชั้น G ไทยพาณิชย์ปาร์ค พลาซ่า ฝั่งอีสต์ โทร.0-2937-9357-8 กินที่กรุงเทพฯ แต่อร่อยถึงเมืองลาวครับ

สิงห์พาชิมอาหารไทยในลอนดอน-ปารีส

สิงห์พาชิมอาหารไทยในลอนดอน-ปารีส

ตำนานแผ่นดิน : สิงห์พาชิมอาหารไทยในลอนดอน-ปารีส

          คุณสมชัย ชัยชนะวงศ์ ผู้บริหารบริษัทสิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด จะนำสมาชิกเจ้าของร้านอาหาร สมาคมผู้ประกอบการอาหารแห่งประเทศไทย เป็นแขกพิเศษของสโมสรฟุตบอลแมนเชนเตอร์ยูไนเต็ด เข้าชมสนามฟุตบอลโอลด์แทรฟฟอร์ด และชมการแข่งขันนัดพิเศษ ทีมเชลซีพบทีมสโต๊ค ซิตี้ ชิมอาหารอร่อยพร้อมเครื่องดื่มสิงห์ ในห้องวีไอพีสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของทีมเชลซี

สมาชิกเจ้าของร้านอาหารจากทั่วประเทศ ที่ได้รับรางวัลจากการจำหน่าย ข้าวพันดี จะเดินทางไปทัศนศึกษาอังกฤษและฝรั่งเศส วันที่ 7-14 มีนาคม ชมพระราชวังบัคกิงแฮม บ้านเกิด วิลเลียม เชคสเปียร์ กวีเอกของศึกษาการพัฒนาหมู่บ้านชนบท บิสเตอร์วิลเลจ ให้เป็นแหล่งช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมของโลก มีนักท่องเที่ยวไปชมและซื้อสินค้าปีละกว่า 2 ล้านคน

น้าหล่น เจ้าของร้านอาหารทั่วประเทศ จะพาพวกเราขึ้นรถด่วนยูโรสตาร์ ลอดผ่านช่องแคบอังกฤษสู่กรุงปารีสไปชมมหาวิหารนอร์ทเธอร์ดาม โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ 800 ปี ต้นกำเนิดการ์ตูนเรื่อง คนค่อมนอร์ทเธอร์ดาม ชมพีระมิดแก้วที่พิพิธภัณฑ์ลุฟว์ สัมผัสมนต์เสน่ห์พระราชวังแวร์ซายน์ แล้วขึ้นหอไอเฟิลชมกรุงปารีสบนอากาศ และล่องเรือบาโตมูซในแม่น้ำแซนต์ เจ้าพระยาฝรั่งเศส

ชิมเป็ดย่างหนังกรอบร้านโฟร์ซีซันส์ย่านโซโห กุ้งล็อบเตอร์ผัดบะหมี่ร้านแมนดารินคิทเช่นอร่อยกับฟิชแอนด์ชิพ (ปลาชุบแป้งทอด) ที่ร้านแองเคอร์ลอนดอน ชิมตับห่าน (FOIE GRAS) อร่อยที่สุดในโลกที่ภัตตาคาร RELAIS D’ALSACE

น้าหล่นจะพาไปชิมก๋วยเตี๋ยวเรือชามละ 350 บาท ที่ร้านไทยไรซ์ อร่อยกับต้มยำกุ้งแกงมัสมั่นไก่ที่ร้านบุษบา ปลาเผากินกับแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลาที่ร้านเบญจา ส่วนที่ฝรั่งเศสไปชิมและดูกิจการร้านอาหารไทยที่ร้านไทยสุวรรณภูมิ และภัตตาคาร TAMARIND ร้านอาหารไทยที่ชาวฝรั่งเศส นักการทูตประจำกรุงปารีสนิยมไปกินเป็นประจำ

ชมรมร้านอาหารที่ต้องการข้าวพันดี ไปหุงให้ลูกค้าชิม ติดต่อคุณอ๋อ โทร.08-5487-0989

———

(หมายเหตุ : ตำนานแผ่นดิน - สิงห์พาชิมอาหารไทยในลอนดอน-ปารีส)

มะม่วงบางคล้า-ขนมหวานแปดริ้ว

มะม่วงบางคล้า-ขนมหวานแปดริ้ว

มะม่วงบางคล้า ขนมหวานแปดริ้ว อร่อยครั้งที่ 8

         คุณบุญมี ศรีสุข ประธานชมรมร้านอาหารจังหวัดฉะเชิงเทรา ส่งมะม่วงน้ำดอกไม้ต้นฤดู มะม่วงเขียวเสวย และขนมอร่อยเมืองแปดริ้ว มาให้ผมกับแม่มะลิชิมชุดใหญ่ เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าพี่น้องชมรมร้านอาหาร เจ้าของร้านขนมอร่อย และเจ้าของสวนมะม่วงเมืองแปดริ้ว จะระดมอาหารและขนมของดีที่สุดใน จ.ฉะเชิงเทรา มาร่วมกันจัดงาน

มหกรรมของหวานอาหารอร่อยเมืองแปดริ้ว ครั้งที่ 8 วันที่ 28 กุมภาพันธ์-3 มีนาคม ณ บริเวณลานปั้นทรายโลก (ติดห้างบิ๊กซี 2 ฉะเชิงเทรา) ทางเข้าวัดหลวงพ่อโสธร คุณบุญมีเล่าให้ฟังว่า มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงเขียวเสวยจากสวนบางคล้า รสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ถูกใจชาวญี่ปุ่นที่มาทำงานในเมืองไทย จึงซื้อมะม่วงส่งกลับบ้านไปให้ครอบครัวชิมจนติดใจ

ห้างสรรพสินค้าในกรุงโตเกียว ส่งเจ้าหน้าที่มาคัดซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงเขียวเสวยลูกใหญ่สวยพิเศษ ไปวางขายในห้างสรรพสินค้าทั่วญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่นมะม่วงน้ำดอกไม้ลูกใหญ่ผิวเต่งตึงลูกละ 300-400 บาท วางห้างเดี๋ยวเดียวก็ขายหมด ผมฟังแล้วดีใจกับพี่น้องชาวแปดริ้ว มีรายได้มีกำไรจากการขายมะม่วงน้ำดอกไม้ และมะม่วงเขียวเสวยปีละหลายล้านบาท

คุณบุญมียังเล่าให้ฟังว่า ปีที่แล้วแปดริ้วน้ำไม่ท่วมแต่ได้ดินตะกวนไหลมารวมกัน ก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่ทะเล แปดริ้วจึงปลูกอะไรก็ดีไปหมด ปลาในแม่น้ำบางปะกงมีมากและตัวใหญ่ขึ้น แม้แต่กุ้งแม่น้ำซึ่งเป็นกุ้งสองน้ำ (น้ำจืดผสมน้ำทะเล) ปีนี้ตัวใหญ่เป็นพิเศษจนมีคนนำกุ้งเผาแปดริ้ว มาวัดกับขนาดขวดน้ำดื่มสิงห์ว่ามีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกัน

มหกรรมของหวานอาหารอร่อยเมืองแปดริ้ว ครั้งที่ 8 มีมะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงเขียวเสวย ขายทุกวันไม่มีหมด ซื้อไปฝากผู้ใหญ่ที่เคารพ ก็มีกล่องใส่ป้องกันช้ำอย่างที่ส่งไปโตเกียว กินกับข้าวเหนียวมูนเจ๊สวย มีทั้งข้าวเหนียวดอกอัญชัญ ข้าวเหนียวใบเตย ข้าวเหนียวน้ำขมิ้น ราดกะทิสดกินมะม่วงน้ำดอกไม้ อร่อยลืมโลกจริงๆ ส่วนบุญรอดเทรดดิ้ง นำข้าวพันดีเครื่องดื่มสิงห์มาขายด้วย

ไข่เป็ดแปดริ้วไข่แดงจัด เอามาทำทองหยอดทองหยิบฝอยทองเม็ดขนุน บางคล้ามีต้นตาลเก่าอายุร้อยกว่าปี เนื้อตาลเอามาเคี่ยวทำขนมตาลสดหอมหวาน น้ำตาลโตนดเอามาทำขนมกงหวานกรอบ ขนมถ้วยโบราณรสหวานมัน หมี่กรอบคุณย่าพูลรสดั้งเดิม รสสมุนไพร รสกุ้งแปดริ้ว ลูกชิ้นหมูเด้งปิ้งร้อนๆ หมูสะเต๊ะแปดริ้ว และกุ้งเผามีขายทุกวัน

อย่าลืมตัด ตำนานแผ่นดิน อ.ไชยแสง คม ชัด ลึก ฉบับนี้ ไปด้วย คุณบุญมีจะแจกมะม่วงน้ำดอกไม้คนละ 1 ผล ให้ชิมมะม่วงดีของไทย แล้วจะรู้ว่าทำไมชาวญี่ปุ่น ติดใจเหลือเกิน



  • Anti Aging: What's up, just wanted to mention, I enjoyed this article. It was funny. Keep on posting!
  • ชมพู่: น่ารักอ่ะพีพลอยเดี่ยววางๆจะไปหาน่ะ คิดถึงแม่เกด คิด
  • Kathy: Very quickly this website will be famous among all blog visitors, due to it's nice posts

หมวดหมู่