กิน-ดื่ม-เที่ยว

All posts in the กิน-ดื่ม-เที่ยว category

ตะรุเตา…เกาะสวรรค์ที่ใครๆ มองข้าม

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150215/201359.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558
ตะรุเตา...เกาะสวรรค์ที่ใครๆ มองข้าม
ตะรุเตา...เกาะสวรรค์ที่ใครๆ มองข้าม
ตะรุเตา...เกาะสวรรค์ที่ใครๆ มองข้าม
ตะรุเตา...เกาะสวรรค์ที่ใครๆ มองข้าม
ตะรุเตา...เกาะสวรรค์ที่ใครๆ มองข้าม
ตะรุเตา...เกาะสวรรค์ที่ใครๆ มองข้าม

ชวนเที่ยว : ตะรุเตา…เกาะสวรรค์ที่ใครๆ มองข้าม : เรื่อง / ภาพ … สมศักดิ์ ล่ำพงศ์พันธุ์

                          เมื่อย่างเข้าฤดูร้อน ฤดูแห่งการท่องเที่ยวทางทะเลมาถึง รวมถึงเป็นช่วงเวลาเปิดโลกทะเลอันดามัน ที่มีความงดงามในเรื่องของธรรมชาติที่หลากหลายของหมู่เกาะและชายหาด รวมถึงสรรพสิ่งความสวยงามของโลกใต้น้ำ และยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ อย่างเช่น หมู่เกาะตะรุเตา จ.สตูล ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่ยังมีสภาพธรรมชาติที่สมบูรณ์มากๆ เนื่องจากเป็นเกาะที่ไม่มีบ้านเรือนผู้คนอาศัยอยู่เลยในอดีตเคยเป็นดินแดนกักกันนักโทษทั่วไปและนักโทษทางการเมืองที่มีการกล่าวถึงความโหดร้ายของธรรมชาติ ของผู้คุมนักโทษ รวมไปถึงโจรสลัดตะรุเตาที่สร้างความหวั่นกลัวไปทั่วละแวกน่านน้ำแห่งนี้
    &nbsnbsp;                     ย่างก้าวแรกที่ได้มาถึงท่าเรือปากบาราอันเป็นท่าเรือหลักของการเดินทางสู่เกาะตะรุเตาและเกาะหลีเป๊ะ เราก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่มีการพัฒนาให้เป็นระบบเป็นระเบียบอาคารทันสมัย มีลานจอดรถ อาคารท่าเทียบเรือ และสำนักงานบริการทัวร์ต่างๆ ที่บริการอย่างครบวงจร รวมถึงร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของที่ระลึก ตลอดจนร้านอาหารข้าวแกงที่ติดราคาไว้ 50 บาท ช่างไม่สอดรับกับปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจนัก
                          เรือโดยสารทุกลำต่างมุ่งหน้าไปเกาะหลีเป๊ะ จะมีเที่ยวเรือบางเที่ยวที่แวะให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปบนเกาะตะรุเตาที่บริเวณอ่าวพันเตมะละกา ฉะนั้นหากเราจะไปเกาะตะรุเตาต้องเลือกโดยสารที่ผ่านเกาะตะรุเตาด้วย
                          การเดินทางที่รวดเร็ว ไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงเกาะตะรุเตา หัวเกาะปากคลองจระเข้ ยังปรากฏเป็นสัญลักษณ์รูปจระเข้เหมือนเช่นเดิม แนวหาดทรายขาว แนวป่าสน บรรยากาศบนเกาะตะรุเตาเงียบสงบไม่ค่อยได้เห็นนักท่องเที่ยว จะมีเพียงแค่นักท่องเที่ยวที่มาแวะตรงท่าเรือเท่านั้น
                          บนเกาะตะรุเตาจะมีจุดชมวิวที่ ผาโต๊ะบู อยู่ด้านหลังบ้านพักเพียงเดินขึ้นเขาไปตามเทรลประมาณ 20 นาที ก็จะมาถึงศาลาชมวิวมองออกไปจะเห็นท้องทะเลกว้างใหญ่ รวมถึงหัวเกาะรูปจระเข้ที่หมอบนิ่งอยู่เป็นนิรันดร และยังเป็นจุดชมวิวอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งด้วย
                          ลงมาจากจุดชมวิว นั่งเรือหางยาวเข้าไป ถ้ำจระเข้ โดยจะมีเรือชาวบ้านมาบริการอยู่ที่ท่าเรือบริการลำละ 500 บาท ส่วนใครจะเช่าคยัคพายไปก็ได้ เลาะตามแนวป่าโกงกางไปราว 1.5  กิโลเมตร ถึงท่าเทียบเรือหน้าปากถ้ำ แล้วค่อยเปลี่ยนไปนั่งโป๊ะทุ่นลอย สาวเชือกดึงโป๊ะเข้าไปด้านในเป็นระยะทาง 200 เมตร เสียดายว่า สะพานไม้ที่ทอดยาวเข้าไปถึงด้านในทรุดโทรมพังไปตามกาลเวลา ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีการซ่อมแซมให้ดีขึ้น จึงต้องใช้วิธีการลากสาวทุ่นเข้าไป
                          นักท่องเที่ยวที่เข้าไปต้องมีไฟฉายไปด้วย เพราะในถ้ำมืดมากๆ หากไปกับเรือหางยาวคนขับเรือจะมีไฟฉายพร้อมช่วยเป็นไกด์นำทางและช่วยดูแลนักท่องเที่ยวไปด้วย
                          ตามเส้นทางโถงถ้ำใหญ่ปรากฏเป็นหินงอกหินย้อยรูปทรงต่างๆ ที่เกิดจากการหล่อหลอมของธรรมชาติเป็นเวลานับร้อยนับพันปี บางแท่งมีรูปทรงคล้ายอูฐ บางแท่งเป็นกลีบเป็นม่านลงมา มีความวาววับจึงช่วยให้เกิดเป็นภาพที่น่าประทับใจ ลึกเข้าด้านในอีกก็จะปรากฏเป็นหินงอกหินย้อยที่สวยแปลกตาอีกหลายจุด
                          กลับมาถึงท่าเรือในช่วงเย็นๆ ก็ได้เวลาไปชมอาทิตย์ตกแถวอ่าวเมาะและ กับ อ่าวสน แล้วค่อยกลับไปพักที่อ่าวพันเตมะละกา
                          เส้นทางการท่องเที่ยวบนเกาะตะรุเตาจากอ่าวพันเตมะละกา ไปยัง อ่าวเมาะและ, อ่าวสน หรือ อ่าวตะโละวาว เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ไม่มีใครค่อยรู้จักขาดข้อมูลข่าวสารจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกทอดทิ้ง ทั้งที่สวยงามมาก โดยเฉพาะอ่าวเมาะและ เป็นอ่าวที่สงบเงียบ หาดทรายขาว มีบ้านพักอุทยานปลูกสร้างสไตล์รีสอร์ท มีที่กางเต็นท์ ร้านอาหาร อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 4 กิโลเมตร หรือไปถึงอ่าวสนประมาณ 8 กิโลเมตร หรืออ่าวตะโละวาวอยู่ทางด้านตะวันออกระยะทางประมาณ 11.2  กิโลเมตร
                          ถนนสายหลักบนเกาะตะรุเตายังเป็นถนนที่มีสภาพดี ผ่านสภาพป่าสองข้างทางมีความสมบูรณ์มีหมู่นกหลากชนิดที่เห็นโฉบโชว์ตัวอยู่ใกล้ๆ คือ นกแก๊ก มีลิงที่หากินตามชายป่าโดยสภาพของป่าแล้วน่าจะมีสัตว์ป่าที่มากกว่านี้แน่ๆ
                          บรรยากาศท้องทะเลบริเวณเมาะและจะมีธรรมชาติสวยสงบ ลักษณะอ่าวที่โอบล้อมด้วยแนวป่าเขาสูง
                          โลกทะเลที่ อ่าวเมาะและ เราจะได้พบกับรรยากาศความสวยงามในช่วงยามเย็น เป็นเวลาที่พระอาทิตย์ตกทางด้านปลายอ่าวด้านซ้ายก็น่าจะสวยอยู่ไม่น้อยแต่เราจะเลือกไปชมพระอาทิตย์ตกที่อ่าวสนที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร
                          มาถึง อ่าวสน ก็เป็นช่วงเวลาพระอาทิตย์ใกล้จะตกใกล้กับชายหาดติดกับป่าจะมีปากคลองเล็กๆ ที่ไหลมาจากน้ำตกลูดูมีแนวโขดหินกระจายอยู่เป็นบริเวณกว้างพร้อมกับจังหวะเวลาที่แนวคลื่นกำลังซัดสาดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ภาพบรรยากาศแนวคลื่นปะทะโขดหินในช่วงยามพลบค่ำที่ให้รูปเกลียวคลื่นพลิ้วไหวไปตามแนวโขดหินที่ผสมผสานกับสีสันยามพลบค่ำ
                          เช้ามืดในวันรุ่งขึ้น เราขับมอเตอร์ไซค์ฝ่าความมืดขึ้นเขาลงเขาไปยัง อ่าวตะโละวาว กับระยะทางประมาณ 12.5 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมายที่สะพานท่าเทียบเรือให้ทันก่อนฟ้าสว่าง เพื่อได้สัมผัสกับแสงสีในห้วงรอยต่อของกาลเวลา
                          บรรยากาศที่อ่าวตะโละวาวแห่งนี้ เงียบสงบทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนไร้ร่องรอยผู้คนมาเยือน เมื่อมองฝ่าความมืดออกตามสะพานก็จะเห็นเกาะแท่งหินขนาดใหญ่ตั้งโดดเด่นอยู่ปลายสะพาน อันเป็นจุดที่จะได้เห็นสีสันยามเช้าตรู่ในมุมพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมด้วยองค์ประกอบของแนวสะพานปูนที่ทอดยาวลงไปทะเล คลื่นขาวๆ กับแสงสีที่ตะวันขับออกมาเบิกท้องฟ้า จึงเป็นองค์ประกอบที่ลงตัวและสวยงามแปลกตาไปจากที่อื่นๆ
                          บริเวณอ่าวตะโละวาวยังมีเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์ ซึ่งจะเป็นเรื่องราวของสถานที่กักกันโทษการเมืองและนักโทษทั่วไปที่ได้เรียกกันว่า คุกตะรุเตา เพราะทางการเล็งเห็นว่าเกาะแห่งนี้สามารถกักกันนักโทษป้องกันการหลบหนีได้ ทว่าเหตุการณ์บ้านเมืองอยูในวิกฤติสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างอัตคัดขัดสนมากมายอีกทั้งโรคภัยไข้เจ็บ ความโหดร้ายของผู้คุม ทำให้นักโทษต้องล้มตายไปบ้าง
                          ตามเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์คุกตะรุเตา จะมีเส้นทางสะพานไม้ข้ามลำห้วย เลาะเลียบป่าชายเลนและจะมีเส้นทางปูน เป็นเทรลพร้อมกับมีป้ายสถานที่สำคัญ อาทิ ป้ายบอกเส้นทาง บ้านพักผู้อำนวยการ มีสะพานท่าเทียบเรือเก่า พอเห็นร่องรอยเดิมอยู่บ้าง และ ตึกแดง อันเป็นสถานที่สำคัญคือเป็นที่ขังนักโทษขั้นหนักที่สุด โดยตึกแดงจะเป็นหลุมดินปิดทึบใช้ไม้เป็นโครงสร้างมีประตูใส่กุญแจนักโทษถูกขังไว้ด้านใน
                          หลังจากที่ได้ปิดคุกตะรุเตาไปแล้ว ก็ได้มีการประกาศให้พื้นที่เกาะแห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติตะรุเตาในปี พ.ศ.2517และได้รวมเกาะน้อยใหญ่ทางด้านเกาะอาดัง ราวี เกาะดงเข้าด้วยกันจนถึงทุกวันนี้
                          ทรัพยากรทางธรรมชาติของหมู่เกาะตะรุเตายังจัดว่ามีความสมบูรณ์อยู่อีกมาก หากมีการจัดการที่ดีก็จะสามารถช่วยกันดูแลทรัพยากรท่องเที่ยวทางทะเลแห่งนี้ให้คงอยู่ต่อไปอีกนาน
———————-
(ชวนเที่ยว : ตะรุเตา…เกาะสวรรค์ที่ใครๆ มองข้าม : เรื่อง / ภาพ … สมศักดิ์ ล่ำพงศ์พันธุ์)

 

โฆษณา

มหาสมุทร & ทะเลทราย ใน ‘นามิเบีย’

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150215/201357.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558
มหาสมุทร & ทะเลทราย ใน 'นามิเบีย'
มหาสมุทร & ทะเลทราย ใน 'นามิเบีย'
มหาสมุทร & ทะเลทราย ใน 'นามิเบีย'
มหาสมุทร & ทะเลทราย ใน 'นามิเบีย'
มหาสมุทร & ทะเลทราย ใน 'นามิเบีย'
มหาสมุทร & ทะเลทราย ใน 'นามิเบีย'

เที่ยวนี้ขอเล่า : มหาสมุทร & ทะเลทราย ใน ‘นามิเบีย’ : โดย…กาญจนา หงษ์ทอง kanjana7@yahoo.com

                          นอกจากเรื่องของทะเลทรายนามิบ มหาสมุทรแอตแลนติก และนางงามนามิเบียที่มาคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สเมื่อคราวไทยเป็นเจ้าภาพการประกวดแล้ว ฉันแทบไม่รู้อะไรอีกเลยเกี่ยวกับประเทศนามิเบีย
                          แต่เมื่อถูกสายการบินเซาท์ แอฟริกัน แอร์เวย์ส์ (0-2635-1413) เชื้อเชิญให้เดินทางไปร่วมสำรวจประเทศนามิเบีย ฉันแทบไม่มีอะไรให้รั้งรอ เพราะรู้ดีว่า นามิเบียคือจุดหมายที่ใฝ่ฝันมานาน
                          อาจไม่ใช่ครั้งแรกที่ไปแอฟริกาใต้ แต่เป็นครั้งแรกที่บินกับสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของแอฟริกาใต้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าค่อนข้างแปลกใจกับการบริการและความบันเทิงเริงใจบนเครื่อง ไปจนถึงสภาพเครื่องที่ดีกว่าที่จินตนาการไว้เยอะ เรียกว่าสะดวกสบายมาก แถมสายการบินนี้เขายังเป็นพันธมิตรเครือข่ายสายการบินสตาร์อัลไลแอนซ์อีกด้วย
                           ก่อนอื่น จากกรุงเทพฯ บินด้วยสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิก(0-2263-0606) ไปออกตัวที่ฮ่องกง เพราะเซาท์ แอฟริกัน แอร์เวย์ส์ เขามีเที่ยวบินไปโจฮันเนสเบิร์กและนามิเบียทุกวัน แต่ต้องบินจากฮ่องกงไปตั้งหลักที่โจฮันเนสเบิร์ก จากนั้นค่อยบินต่อไปหานครหลวงของนามิเบียอย่างเมืองวินด์ฮุก อาจจะบินหลายตลบหน่อย แต่พูดได้คำเดียวว่าคุ้มค่ากับการนั่งเครื่องบินนานๆ แน่นอน
                          เที่ยวนี้ได้ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวในแอฟริกาอย่างบริษัททอมสันส์ เกทเวย์ (www.thompsonsafrica.com) มาช่วยวางแผนการเดินทางในครั้งนี้  ทำให้ทริปนี้สะดวกและง่ายดายขึ้นเยอะ เพราะเขาจัดการให้ทั้งเรื่องเส้นทาง รถรา ไกด์ ไปยันที่พัก
                          จากโจฮันเนสเบิร์กไปราวๆ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ก็ถึงวินด์ฮุก เมืองที่ได้ยินชาวเมืองออกเสียงแล้วอาจสงสัยเล็กน้อย เพราะเขาจะออกเสียงไปทางวินด์ทุก แทนที่จะเป็นวินด์ฮุก
                         nbsp; บ้านเมืองของวินด์ฮุกสะอาดสะอ้านสมกับเป็นเมืองที่ใครๆ ก็บอกว่านี่คือเมืองที่สะอาดที่สุดในทวีปแอฟริกา
                          และมองผาดๆ แทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือเมืองที่อยู่ในแถบแอฟริกาใต้ เพราะมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในนามิเบียค่อนข้างเยอะ ทั้งหลายทั้งปวงเป็นเพราะนามิเบียเคยเป็นเมืองขึ้นของเยอรมนีมาก่อน
                          ซึ่งถ้าจะสืบสาวราวเรื่องของนามิเบียก็ต้องบอกว่า เป็นประเทศที่มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะก่อนเยอรมนีจะเข้ามาปกครอง โปรตุเกสเป็นชาติแรกที่เดินทางมาเจอแผ่นดินนามิเบียตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 แต่ตอนนั้น พวกโปรตุเกสไม่ได้สนใจ เพราะขึ้นเรือมาสำรวจแล้วเห็นว่าที่นี่ร้อนเหลือเกิน  ร้อนเกินกว่าที่จะลงหลักปักฐาน
                          แต่หลังจากนั้นนามิเบียก็ตกเป็นสมบัติของเยอรมนีมาได้พักใหญ่ และถัดมาก็มาถูกครอบครองโดยแอฟริกาใต้อีกนานอยู่ 70 กว่าปี  เพิ่งมาเป็นอิสระจากแอฟริกาใต้ ประกาศเป็นประเทศใหม่ของโลกเมื่อ 25 ปีที่ผ่านมานี้เอง จะเรียกได้ว่าเป็นประเทศน้องใหม่รุ่นราวคราวเดียวกับพวกโคโซโว บอสเนีย & เฮอร์เซโกเวนา
                          ถ้าจะสืบประวัติกันแน่นๆ คงต้องหาพิพิธภัณฑ์ดีๆ ซักแห่งในนามิเบีย แต่ความที่ทริปนี้ฉันมีภารกิจต้องไปสำรวจหลายมุมของนามิเบีย เรื่องอดีตของนามิเบียขอยกไว้สืบสาวกันทีหลัง
                          รถเคลื่อนมาถึง เมืองสวาคอปมุนด์ เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงของนามิเบีย เมืองที่เห็นแล้วแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือเมืองที่อยู่บนแผ่นดินนามิเบีย  เพราะอาคารบ้านเรือนที่เห็นอยู่ตรงหน้าอาบไว้ด้วยสีสัน
                          ใช่ ใช้คำว่าเมืองน่ารัก น่าจะเหมาะกับสวาคอปมุนด์ที่สุด
                          ฉันใช้เวลาสำรวจสวาคอปมุนด์ในระยะเวลาอันจำกัด ทั้งสำรวจสีสันของเมืองและเลยเถิดไปแวะที่พิพิธภัณฑ์คริสตัล ซึ่งเป็นของดีของเด่นของนามิเบีย  จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังวัลวิส เบย์ เมืองริมทะเลที่อังกฤษเคยแทรกตัวเข้ามาครอบครอง
                          ระหว่างทางอย่าได้เผลอหลับเชียว เพราะจังหวะนี้จะเห็นว่าไฮเวย์ที่วิ่งจากวัลวิส เบย์นั้น ด้านขวาเป็นมหาสมุทรแอตแลนติก ด้านซ้ายขนาบไว้ด้วยทะเลทรายนามิบ จึงเป็นความเพลิดเพลินของผู้โดยสารที่พากันลั่นชัตเตอร์ไม่หยุด เพราะนามิบคือทะเลทรายแห่งเดียวในโลกที่อยู่ริมมหาสมุทร
                          เพราะวิวงามแบบนี้ จึงแทบไม่มีใครเผลอหลับไปจนถึงวัลวิส เบย์ ที่นี่เป็นเมืองท่าใหญ่ที่สุดของนามิเบียที่ไม่ได้สายลมและแสงแดดคอยต้อนรับขับสู้นักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่หากใครมีเวลาจะไปสำรวจสัตว์ในทะเลก็น่าสนุกไม่ใช่น้อย เพราะที่นี่มีทั้งนกหลายชนิด โลมาและแมวน้ำให้นักท่องเที่ยวได้ไปสำรวจกัน
                          แต่ร้อยทั้งร้อยของคนมานามิเบีย ไฮไลท์ที่ทุกคนหมายมั่นอยู่ที่ทะเลทรายนามิบ สำรวจวัลวิส เบย์กันเสร็จ จึงมุ่งหน้าไปหาทะเลทรายอันยิ่งใหญ่ของแอฟริกา
                          ค่าที่ทะเลทรายนามิบเก่าแก่และมีเนินทรายสูงชันที่สุดในโลก ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกพากันแห่แหนมาที่นี่ เพื่อมาปีนไปบนสันทรายที่สูงกว่า 300 เมตรภายในอุทยานแห่งชาตินามิบ-นอคลัฟท์
                          เนินทรายอาจจะเป็นไฮไลท์ของการมาเยือนที่นี่ แต่ระหว่างทางที่ไปสู่อุทยานนั้น ต้องบอกว่ามีสีสันที่น่าใจไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนแล้ง โตรกผา หินสี และพืชที่ใช้ชีวิตอยู่ในทุ่งแล้งได้
                          ย้ำอีกที ว่าเป็นการเดินทางที่อาจจะยาวไกล  แต่พลันที่เห็นทรวดทรงและสีสันของทะเลทราย พูดได้คำเดียวว่า คุ้มค่าเหลือเกิน
———————-
(เที่ยวนี้ขอเล่า : มหาสมุทร & ทะเลทราย ใน ‘นามิเบีย’ : โดย…กาญจนา หงษ์ทอง kanjana7@yahoo.com)

 

ขอพรรับตรุษจีน ที่ศาลเจ้าปู่ย่า อุดรธานี

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150215/201353.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558
ขอพรรับตรุษจีน ที่ศาลเจ้าปู่ย่า อุดรธานี
ขอพรรับตรุษจีน ที่ศาลเจ้าปู่ย่า อุดรธานี
ขอพรรับตรุษจีน ที่ศาลเจ้าปู่ย่า อุดรธานี
ขอพรรับตรุษจีน ที่ศาลเจ้าปู่ย่า อุดรธานี

ถิ่นไทยงาม : ขอพรรับตรุษจีน ที่ศาลเจ้าปู่ย่า อุดรธานี

                          อุดรธานี เป็นจังหวัดที่มีคนไทยเชื้อสายจีน อาศัยอยู่จำนวนไม่น้อย โดยมีถึง 11 ตระกูลแซ่ ที่เข้าไปทำมาค้าขาย ทำธุรกิจอยู่ในอุดรธานีในช่วง 120 ปี ที่ก่อตั้งจังหวัดนี้มา กระทั่งมีการก่อตั้งศาลเจ้าปู่ย่า และตามมาด้วยการก่อสร้างศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน จังหวัดอุดรธานี
                          ธุรกิจเมืองอุดรธานีคึกคักขึ้นทุกวัน แล้วยังเป็นประตูเปิดรับ เพื่อนบ้านจากลาว เข้ามาจับจ่ายซื้อของ รวมถึงท่องเที่ยวพักผ่อนไม่น้อยหน้าที่ไหน และแน่นอนว่า ตรุษจีนปีนี้ (ตรงกับวันที่ 19 กุมภาพันธ์) อุดรธานีก็จัดงานคึกคักไม่แพ้ที่ไหนเช่นกัน
                          ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ศาลเจ้าปู่-ย่า จัดเป็นศูนย์รวม เรื่องราวความเป็นมาของบรรพชนคนไทยเชื้อสายจีน ที่นี่ดำเนินการโดยคณะกรรมการมูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า ตั้งแต่รวบรวมเงินจากผู้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินโรงน้ำแข็ง 3 ไร่ มาสร้างเป็นศูนย์วัฒนธรรม บอกเลย ที่ใครผ่านไปอุดรธานี ไม่น่าพลาดแวะไปเยี่ยมชม ศึกษาเรียนรู้ หรือจะแวะไปเที่ยวถ่ายรูปเซลฟี่ ก็มีมุมให้จับกล้องอยู่หลายมุมเชียวล่ะ
                          ก่อนเข้าศูนย์วัฒนธรรม ควรแวะกราบไหว้ศาลเจ้าปู่-ย่า ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวอุดรธานีกันก่อน
                          การไปไหว้ศาลเจ้านี่ ไม่ใช่ไปถึงจะไหว้ตรงไหนก็ได้นะ เขาจะมีจุดกำหนดว่าต้องไหว้ตรงไหนก่อน-หลัง ที่ศาลเจ้าปู่ย่ามีกำหนดไว้ 6 จุด เริ่มตั้งแต่ ศาลเทพยดา-ฟ้าดิน ตามมาด้วยศาลเจ้าปู่ย่า, ศาลเจ้าพ่อหนองบัว, ศาลเจ้าที่ (ตี่จู้เอี้ยะ), พระสังกัจจายน์ และฉั่งง่วนส่วย (องค์เทพที่เชี่ยวชาญในการปราญช์ เป็นที่นิยมสักการะของนักเรียน นักศึกษา) โดยแต่ละจุดนั้นจะสัมพันธ์กัน ทั้งบริเวณหนองบัวและศาลเจ้าปู่ย่า
                          หลังไหว้ศาลเจ้าปู่ย่าแล้ว แวะเที่ยวชม ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าศาลเจ้าฝั่งทิศตะวันตก
                          เพียงผ่านประตูก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีน ทั้งตัวอาคาร และการตกแต่งสวน ภายใต้ชื่อ “สวนคุณธรรมพันปี 24 กตัญญู” ที่นอกจากจะมีต้นไม้มงคลของจีนสารพัดชนิด บ่อปลาคาร์พจักรพรรดิแล้ว รอบสระบัวตกแต่งด้วยประติมากรรมนูนสูง บอกเรื่องราวของตำนานสุดยอดกตัญญูของแผ่นดินจีนด้วย โดยมีคำบรรยายทั้งภาษาไทยและจีน เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนรุ่นหลังต่อไป
                         nbsp; ส่วนภายในตัวอาคารพิพิธภัณฑ์คุณธรรม จะแบ่งเป็น 2 ชั้น บอกเล่าเรื่องราวของคนไทยเชื้อสายจีนที่เข้าไปทำมาค้าขาย คณะหน้ากากเอ็งกอ ประเพณีการเซ่นไหว้ของชาวจีน และเรื่องราวของเทพเจ้าปู่-ย่า อุดรธานี เดินลงไปชั้นใต้ดินยังมีเรื่องราวของ ขงจื๊อ นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวจีน โดยถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในรูปของภาพแกะสลักนูนต่ำ การปั้นรูปเหมือน และยังรวบรวมคำสอบของขงจื๊อมาจัดแสดงผ่านภาพประกอบคำบรรยาย
                          “ข้ามิใช่ผู้รู้แต่กำเนิดหรอก หากแต่ได้ความรู้นั้นมาโดยการพากเพียรในคำสอนของบูรพชนเท่านั้น” คำสอนของขงจื๊อ
                          เรียกว่ามาที่ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ศาลเจ้าปู่ย่า ก็ได้รับรู้ประเพณีและเรื่องราวของบรรพบุรุษของชาวไทยเชื้อสายจีนได้อย่างครบครันกันเลยทีเดียว

 

แก้บนขนมจีนน้ำยา หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150215/201349.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558
แก้บนขนมจีนน้ำยา หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์

ตำนานแผ่นดิน : แก้บนขนมจีนน้ำยา หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ : โดย … อ.ไชยแสง กิระชัยวนิช

                          วัดป่าเลไลยก์ เป็นวัดกลางป่าใหญ่อายุกว่า 1,200 ปี ไม่รู้ว่าใครสร้าง เดิมมีแต่องค์หลวงพ่อโตทำด้วยปูนปั้น ปางปฐมเทศนนา สูงเด่นเป็นสง่าอยู่กลางแจ้ง ไม่มีวิหารคลุม สมัยโบราณจึงเห็นหลวงพ่อโตโผล่พ้นยอดไม้แต่ไกล พ.ศ.1724 พระเจ้ากาแลได้บูรณะหลวงพ่อโตที่ชำรุดมากแปลงเป็นปางป่าเลไลยก์
                          ทุกครั้งที่ข้าศึกศัตรูยกทัพเข้ามารุกรานไทย ศัตรูจะมองไม่เห็นหลวงพ่อโต เพราะยอดไม้จะสูงขึ้นบังจนมิดทั้งองค์ หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ จึงรอดพ้นจากการทำลายของข้าศึกถึง 850 ปี ในหลวงรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งทรงผนวช เดินธุดงค์มาถึงสุพรรณบุรี เห็นองค์หลวงพ่อโตเป็นสง่ากลางป่า จึงอธิษฐานว่าถ้าได้ขึ้นครองราชย์จะมาบูรณะสร้างเป็นวัดให้งดงาม
                          พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นครองราชย์โปรดให้ เจ้าพระยานิกรบดินทร์ ที่สมุหนายกเป็นแม่กองปฏิสังขรณ์ สร้างวิหารหลังคา 5 ชั้น ครอบองค์หลวงพ่อโต หน้าบันพระวิหาร มีพระราชลัญจกรประจำพระองค์เป็นรูปพระมหามงกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ วัดป่าเลไลยก์จึงเป็นวัดประจำพระองค์รัชกาลที่ 4 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
                          ผมไปสักการะหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ ก่อนเพลเห็นชาวสุพรรณถวายขนมจีนน้ำยาชุดใหญ่ เป็นของแก้บนหลวงพ่อโตเต็มโต๊ะหน้าพระวิหาร คุณเอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรีเล่าให้ฟังว่า ในวรรณคดีขุนช้างขุนแผน นางพิมมักจะถวาย ขนมจีนน้ำยา เป็นเครื่องสักการะหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์
                          ชาวสุพรรณบุรีไปบนขอความช่วยเหลือจากหลวงพ่อโต จึงแก้บนด้วยขนมจีนน้ำยาเป็นหาบใหญ่ และต้องเป็นขนมจีนน้ำยาโพธิ์พระยา ซึ่งถือว่าเป็นขนมจีนน้ำยาอร่อยที่สุด อยากรู้ว่าขนมจีนน้ำยาโพธิ์พระยาอร่อยขนาดไหนไปชิมในงาน มหกรรมอาหารอร่อยและของดีเมืองสุพรรณบุรี ครั้งที่ 16 วันที่ 12-18 กุมภาพันธ์ โทร.08-6162-7812
ข้าวต้มโกเฑียร อร่อยด้วยฝีมือ
                          โกเฑียร คุณมณเฑียร สุทธิภัทรพงศ์ ประธานชมรมร้านอาหารสุพรรณบุรี อุปนายกภาคกลาง สมาคมผู้ประกอบอาหาร ออกจากโรงเรียนที่สุพรรณเมื่ออายุ 16 ปี เร่ร่อนไปเป็นเด็กล้างถ้วยจานไกลถึงระยอง จันทบุรี ตราด แล้วกลับมาเป็นกุ๊กร้านข้าวต้มของพี่ชาย ด้วยเงินทุนเพียง 800 บาท โกเฑียรเช่าที่เปิดร้านขายข้าวต้มโกเฑียร หน้าโรงเรียนสุพรรณภูมิ
                          ข้าวต้มโกเฑียร ข้าวต้มรอบค่ำถึงดึกอร่อยที่สุดในเมืองสุพรรณบุรี จนได้รับความไว้วางใจจากคุณเอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี ให้เป็นประธานจัดงาน มหกรรมอาหารอร่อยและของดีเมืองสุพรรณบุรี โกเฑียรเป็นคนใฝ่หาความรู้ ขับรถมาหาผมของสูตรทำบะกุ๊ดเต๋ กุ้งทอดเกลือ เรียนรู้แล้วกลับไปทำให้ชาวสุพรรณชิม
                          บะกุ๊ดเต๋ (ซี่โครงหมูตุ๋นยาจีนตรามือ) เคี่ยวด้วยหม้ออัดความดันจนกระดูกอ่อนนิ่มเป็นวุ้น หน้าหนาวซดร้อนๆ กินแล้วร่างกายอุ่นขึ้นทันที กุ้งทอดเกลือ ผมสอนโกเฑียรใช้กุ้งก้ามกรามเลี้ยงในสุพรรณ เอามาทอดน้ำมันพืชโรยเกลือลงไปหน่อย เนื้อกุ้งขาวหนึบแน่น มันตรงหัวกุ้งละลายลอยฟ่องอยู่ในน้ำมัน หอมอร่อยมาก
                          ปลาม้าสุพรรณบุรี ตัวใหญ่ 6-8 กก.ขึ้นไป โกเฑียรแล่เนื้อปลาม้าเอามาทำ ต้มยำปลาม้า เนื้อหวานนุ่มเคล้ากับรสแซบของต้มยำน้ำข้น บางส่วนเอาไปทำ แกงส้มปลาม้าผักกะเฉด น้ำแกงส้มหวานเผ็ดกลมกล่อม ใส่ชะอมทอดไข่ลงไปให้อร่อยแบบชาวสุพรรณ เนื้อปลาม้าชุบแป้งทอดให้กรอบนิดๆ ผัดเปรี้ยวหวานราดลงไปก็อร่อย
                          เนื้อปลากรายลวกจิ้ม ผมสอนให้โกเฑียรใช้น้ำเกลือ พรมนวดกับเนื้อปลากรายให้ทั่ว เนื้อปลากรายจะเหนียวหนึบติดมือ เอาไปทำทอดมันปลา หรือปั่นเป็นลูกชิ้นลวกกับตะไคร้ใบมะกรูด ตัดกลิ่นคาวปลาออกหมด ลูกชิ้นปลาเหนียวนุ่มอร่อย ปลาอินทรีทอดน้ำปลา โกเฑียรใช้ปลาอินทรีวันละตัว หั่นเป็นชิ้นใหญ่ทอดให้เหลืองกรอบข้างนอก ราดน้ำซีอิ๊วปรุงรสอร่อย
                          ปลากะพงทอดยำมะม่วง ชุบปลากะพงกับแป้งให้ทั่ว ทอดกรอบๆ เนื้อปลายังนุ่ม กินกับยำมะม่วงเปรี้ยวแซบติดปาก ผัดหอยลายใบกะเพรา ใส่น้ำพริกเผาลงไปให้รสกลมกล่อมขึ้น
———————-
(ตำนานแผ่นดิน : แก้บนขนมจีนน้ำยา หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ : โดย … อ.ไชยแสง กิระชัยวนิช)

นกกาฝากอกเพลิง

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150215/201358.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558
นกกาฝากอกเพลิง

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกกาฝากอกเพลิง

                          เพิ่งผ่านพ้นงานใหญ่ประจำปีอย่างกิจกรรมนับนกดอยอินทนนท์ (Inthanon Census) ไปหมาดๆ ใครลองได้ไปแล้วติดใจ ใครไม่ได้ไปและอยากรู้ว่า “นับนก” ทำกันอย่างไร นับไปเพื่ออะไร เตรียมตัวแพ็กกระเป๋าไปนับนกเขาใหญ่ (Khao Yai Bird Census) ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 21-22 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ครับ รายละเอียดเพิ่มเติมลองติดตามทางเว็บไซต์ของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (BCST) หรือสอบถามโดยตรงได้ที่เบอร์โทร.0-2588-2277 หรือทางอีเมล bcst@bcst.or.th
                          การสำรวจประชากรนกในพื้นที่อนุรักษ์อย่าง อช.เขาใหญ่ ทำให้มีข้อมูลของชนิดที่ควรจับตาในการอนุรักษ์เพิ่มมากขึ้น โดยเปรียบเทียบแนวโน้มประชากรจากข้อมูลนับนกครั้งก่อนๆ ได้ ที่สำคัญมากคือ ข้อมูลของชนิดที่มีสถานภาพถูกคุกคามระดับโลกที่พบในพื้นที่ และชนิดที่มีการกระจายแคบหรือชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น (endemic taxa) ดอยอินทนนท์มีนกกินปลีหางยาวเขียว (Green-tailed Sunbird) ชนิดย่อย angkanensis ที่มีอกสีส้มเข้มไม่เหมือนที่ไหนในโลก เขาใหญ่เองก็มีนกจับแมลงคอน้ำตาลแดง (Hill Blue Flycatcher) ชนิดย่อย lekhakuni ที่พบเฉพาะป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ อีกตัวที่เกือบจะเข้าข่ายชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่นคือ นกกาฝากอกเพลิง (Fire-breasted Flowerpecker) ชนิดย่อย cambodianum
                          ความพิเศษของนกกาฝากอกเพลิงชนิดย่อยนี้ คือ เพศผู้ไม่มีแถบสีแดงที่อกต่างจากนกทางภาคเหนือ ตะวันตก ใต้ หรือแม้กระทั่งอีสานเหนือ พูดง่ายๆ ว่า มันขาดจุดเด่นที่ดูน่าดึงดูดที่สุดของชนิดย่อยอื่นๆ นั่นเองครับ ด้วยเหตุนี้เอง บางครั้งมันจึงถูกยกสถานะขึ้นมาเป็นชนิดเต็ม (ในกรณีนี้จะรู้จักกันในชื่อ Cambodian Flowerpecker) การกระจายพันธุ์ของมันจำกัดอยู่เพียงแค่ป่าตะวันออกของไทยและทางตะวันตกของกัมพูชาเท่านั้น แคบยิ่งกว่านกเฉพาะถิ่นของภูมิภาคอินโดจีนอย่างไก่ฟ้าพญาลอ (Siamese Fireback) และนกโกโรโกโส (Coral-billed Ground Cuckoo) ซึ่งพบขึ้นไปถึงอีสานเหนือ
                          นกกาฝากอกเพลิงเพศผู้มีหลังสีน้ำเงินอมเขียวเหลือบสะท้อนแสง ท้องสีเหลืองนวล มีขีดสีดำกลางอก ด้านบนของอกมีแถบสีแดงเพลิงยกเว้นชนิดย่อยที่พบทางภาคตะวันออกนี้เอง เพศเมียมีลำตัวสีน้ำตาลอมเขียว ท้องสีอ่อนกว่าด้านบนของลำตัว นกกาฝากชนิดนี้เป็นขาประจำบนป่าดิบเขาที่มักส่งเสียงร้องดังมาจากพุ่มกาฝากบนยอดไม้สูงให้ได้ยินอยู่เสมอ บางครั้งอาจพบลงมาหากินลูกไม้หรือน้ำหวานดอกไม้ถึงระดับตีนเขาด้วย
———————-
นกกาฝากอกเพลิง
ชื่ออังกฤษFire-breasted Flowerpecker, Buff-bellied Flowerpecker
ชื่อวิทยาศาสตร์Dicaeum ignipectus (Blyth, 1843)
วงศ์ (Family)Dicaeidae (วงศ์นกกาฝาก)
อันดับ (Order) Passeriformes (อันดับนกเกาะคอน)

ครัวลอยฟ้า : บะกุ๊ดเต๋ตรามือ

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150215/201348.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558
ครัวลอยฟ้า : บะกุ๊ดเต๋ตรามือ

ครัวลอยฟ้า : บะกุ๊ดเต๋ตรามือ

                          เครื่องปรุง
                          1.กระดูกซี่โครงหมูอ่อน                                              2  กก.
                          2.เครื่องยาจีนบะกุ๊ดเต๋ตรามือ                                      1  ซอง
                          3.พริกไทยดำเกล็ดตรามือ                                           1/2 ช้อนโต๊ะ
                          4.ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม                                                      2  ทัพพี
                          5.ซอสหอยนางรม                                                       1  ทัพพี
                          6.น้ำตาลทรายแดง                                                      1/2 ช้อนโต๊ะ
                          7.รากผักชี                                                                    5  ราก
                          8.กระเทียมไทย                                                           5  หัว
                          วิธีทำ
                          1.ล้างซี่โครงหมูอ่อนให้สะอาดหั่นเป็นท่อนพอคำ
                          2.ใส่เครื่องปรุงทั้งหมด ซี่โครงหมูอ่อนลงหม้อ เติมน้ำให้เต็ม 3/4 หม้อ
                          3.ต้มด้วยหม้อตุ๋นอัดความดันไฟร้อนปานกลางนาน 1 ชั่วโมง

รักล้นทะเลบัวแดง

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150215/201355.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558
รักล้นทะเลบัวแดง
รักล้นทะเลบัวแดง

จุดหมาย … รายทาง : รักล้นทะเลบัวแดง

                          วาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ผ่านมา สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่งต้อนรับคู่รักทั้งที่มาองเที่ยว และ บางคู่มาประกาศความรักผ่านพิธีสมรสและจดทะเบียนครองคู่กัน ทะเลบัวแดง อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี หรือ ที่เรียกติดปากกันว่า หนองหานกุมภวาปี ก็เช่นกัน วาเลนไทน์ปีนี้ จัดงานสมรสระดับอินเตอร์กันทีเดียว ไม่ใช่แค่คู่รักเออีซี ที่เคยมาใช่เป็นสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งเท่านั้น
                          คู่รักที่เข้าร่วมงานมีมากถึง 17 คู่ ในจำนวนนี้เป็นคู่สาวไทยกับชายต่างชาติ 9 คู่ และคู่ชาวเยอรมัน 1 คู่ โดยวันนี้ล่ะ (15 กพ.2558) คู่รักทั้งหมดจะเข้าร่วมพิธี “ผูกพัน…สัญญารัก” ท่ามกลางทะเลบัวสีชมพู กว้างไกลสุดสายตา
                          ทะเลบัวแดง เป็นหนองน้ำธรรมชาติ่มีเนื้อที่มากถึง 28,125 ไร่ มีเกาะใหญ่ 2 เกาะ คือเกาะดอกแก้ว และเกาะดอนป่า ที่นี่นอกจากจะมีบัวสายที่ออกดอกสีชมพูเข้มๆ นับล้านๆ ดอก ในช่วงเดือนธันวาคม ถึงกุมภาพันธ์แล้ว ยังเป็นแหล่งนกน้ำที่มีการสำรวจพบอย่างน้อย 74 ชนิด เป็นแหล่งพืชน้ำ และยังเป็นแหล่งสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลาที่มีมากเกือบ 40 ชนิด
                          ความสวยงามยามที่บัวออกดอกพร้อมกันนี่เอง ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมจนติดอันดับต้นๆ สถานที่ยอดฮิตในเวลาไม่นานนัก และท้ายสุดก็เป็นหนึ่งในสถานที่ประกาศความรักในวันวาเลนไทน์กับเขาเป็นประจำทุกปีอีกด้วย

 

ชวนชิม : อร่อยลิ้น อิ่มมงคล

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150215/201350.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558
ชวนชิม : อร่อยลิ้น อิ่มมงคล
ชวนชิม : อร่อยลิ้น อิ่มมงคล
ชวนชิม : อร่อยลิ้น อิ่มมงคล
ชวนชิม : อร่อยลิ้น อิ่มมงคล
ชวนชิม : อร่อยลิ้น อิ่มมงคล

ชวนชิม : อร่อยลิ้น อิ่มมงคล

                          ซินเจี่ยยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้….เทศกาลตรุษจีนปีนี้มีโปรแกรมจะพาครอบครัวไปเสริมมงคลให้ชีวิตกันบ้างหรือยัง นอกจากการไหว้พระ ไหว้เจ้าแล้ว การได้ทานอาหารที่มีชื่อและความหมายดี ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนก็มีความเชื่อว่า จะนำพาให้พบกับสิ่งดีๆ อีกด้วย
                          ล่าสุดร้านอาหารจีน “ซัมเมอร์ พาเลซ” โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ซึ่งให้บริการด้วยอาหารจีนตำรับกวางตุ้งแท้ๆ แห่งเดียวในกรุงเทพฯ โดยเชฟ กอ เอง ยิว มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารในโอกาสพิเศษกับ 6 เมนูมงคล ได้แก่ สลัดจักรพรรดิ, หอยเชลล์ทอดยัดไส้หอยนางรมซอสมะเขือเทศ, หอยนางรมอบซอสปลาแซลมอน, เป๋าฮื้อยัดไส้หอยเชลล์แห้งเจี๋ยนน้ำแดง, ผักกาดขาวยัดไส้แฮมเจซอสเห็ด และ บะหมี่ทอดกุ้งแม่น้ำซอสเป๋าฮื้อ และแน่นอนว่างานนี้ก็มีเซียนวัฒนธรรมถิ่นมังกร จิตรา ก่อนันทเกียรติ ร่วมบรรยายถึงประวัติและความพิเศษของส่วนผสมหลักของแต่ละเมนูว่า ล้วนแต่เป็นอาหารเสริมสุขภาพ พลัง และบารมีของจักรพรรดิ ทั้งสิ้น
                          ภายในร้านได้รับการตกแต่งให้มีบรรยากาศดุจดังพระราชวังฤดูร้อน อบอวลไปด้วยเสียงบรรเลงพิณกู่เจิง โดยแบ่งออกเป็น 2 โซน คือมีทั้งแบ่งซอยเป็นห้องเพื่อความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้า และพื้นที่รวม เราประเดิมเปิดโต๊ะด้วยจานออเดิร์ฟ “สลัดจักพรรดิ” หรือ “หยีซ่าง” จานนี้นอกจากจะมีทีเด็ดตรงส่วนผสมหลากหลายอันได้แก่ แซลมอนสไลด์, หัวไช้เท้า, แครอท, ส้มโอ, ขิงหั่นฝอย, ต้นหอมซอย, มะกรูด, แมงกะพรุน,สาหร่าย, ผักดอง, ถั่วคั่ว, แครกเกอร์, ผงสมุนไพร 5 ชนิด, พริกไทยป่น, น้ำมะนาวและซอสปรุงรสสูตรเฉพาะของร้านอาหาร เพื่อให้ได้ครบ 6 รสชาติ มัน เปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด จืด ตามหลักการปรุงออเดิร์ฟมงคลซึ่งต้องมีครบของดิบ ของทอด ของคั่ว ของดอง ของธรรมชาติ ไฮไลท์อีกอย่างคือ ก่อนจะทานทุกคนต้องช่วยกันคลุกเคล้าส่วนผสมในจาน และในขณะที่คลุกนั้นทุกคนต้องเปล่งเสียงมงคลเท่าที่แต่ละคนต้องการ เช่น ยอดเงินฝากสูงๆ รายได้สูงๆ
                          ถัดมาเป็น “หอยเชลล์ทอดยัดไส้หอยนางรมซอสมะเขือเทศ” จานนี้แค่รสชาติและสีแดงของซอสมะเขือเทศก็กินขาดแล้ว เช่นเดียวกับ “หอยนางรมอบซอสปลาแซลมอน” ด้วยความเชื่อว่าปลาเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ ความสง่างาม ความมั่งคั่ง ซึ่งคนจีนเชื่อว่ากินแล้วเสริมให้มีสิริมงคล  เพราะหมายถึงการอยู่ดีกินดี เงินทองที่มีเหลือกินเหลือใช้ มีสุขภาพดี ชีวิตยืนยาว
                          อีกหนึ่งจานมงคลต้องยกให้กับ “เป๋าฮื้อยัดไส้หอยเชลล์แห้งเจี๋ยนน้ำแดง” แค่ได้ยินชื่อ “เป๋าฮื้อ” ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในแปดสุดยอดอาหารจีนราคาแพงที่สุด อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารมากมาย และมีคลอเลสเตอรอลต่ำเมื่อเทียบกับอาหารทะเลชนิดอื่นๆ เป็นสัตว์กินพืชที่มีอายุยืน ในอดีตผู้ที่ได้รับประทานจะมีแต่พวกจักรพรรดิและขุนนางผู้ใหญ่ โดยมีความเชื่อว่าเป็นอาหารสิริมงคลเพราะมีความหมายมงคลช่วยห่อความมั่งคั่งให้เหลือกินเหลือใช้  นิยมกินในโอกาสสำคัญเพราะมีราคาแพงมาก…ด้วยเหตุนี้จึงไม่อาจตัดใจวางตะเกียบลงได้คีบใส่ปากคำแล้วคำเล่า
                          ส่วนจาน “ผักกาดขาวยัดไส้แฮมเจซอสเห็ด” จานนี้เพราะมีสาร่ายเป็นหนึ่งในส่วนผสม ซึ่งในภาษาจีนเรียกว่า “จี้ไช่” หมายถึง ผมเทวดา และด้วยความที่สาร่ายมีลักษณะคล้ายๆ เส้นผม และเมื่อนำมาถอดรหัสก็ได้ใจความว่า นำความร่ำรวยรุ่งเรืองมาสู่ครอบครัว อีกทั้งยังในด้านรสชาติทานง่ายตามสไตล์อาหารจีน เหมาะทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จึงได้รับการบรรจุเป็นอาหารที่ควรเลือกในช่วงเวลาดีๆ
                          ปิดท้ายที่ “บะหมี่ทอดกุ้งแม่น้ำซอสเป๋าฮื้อ” ถ้าจะบอกว่าอุดมไปด้วยมงคลเกือบทั้งจานก็คงไม่ผิดนัก ตั้งแต่ บะหมี่ เส้นยาวๆ บ่งบอกถึงชีวิตอันยืนยาว ส่วน “กุ้ง”ตามความเชื่อของชาวจีน หมายถึงชีวิตที่รุ่งเรืองรวมทั้งเป็นตัวแทนของความสุข ส่วน “เป๋าฮื้อ” ก็อย่างที่กล่าวมาแล้วในข้างต้น
                          รายการอาหารมงคลที่ร้านอาหาร “ซัมเมอร์ พาเลซ” ยังมีอีกหลากรายการ อาทิ ออร์เดิร์ฟ 3 เซียน หูฉลามปูอลาสก้า กุ้งแม่น้ำผัดซอสขิงและหัวหอม ปลาหิมะนึ่งซอสซีอิ้วผักดอง แปะก๊วยไข่กบตุ๋นลูกมะพร้าว เป็นต้น

 

จัดงาน‘ผัดไทยวังทอง’21-28ก.พ.

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150212/201262.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558
จัดงาน‘ผัดไทยวังทอง’21-28ก.พ.

พิษณุโลกจัดงาน ‘ผัดไทยวังทอง’ ชมผัดไทยกระทะยักษ์และการประกวดไก่ชี-ธิดาช้าง

         12 กุมภาพันธ์ 2558 นายธงชัย ตรีทิพยรักษ์ นายอำเภอวังทอง พร้อมด้วยกิ่งกาชาดอำเภอวังทอง และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนของอำเภอวังทอง จัดงานวันรวมน้ำใจช่วยกาชาด และร่วมกันแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนในการเตรียมการจัดงานส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรม เทศกาลผัดไทยวังทอง และงานกาชาด ประจำปี 2558 ณ บริเวณบ้านพักนายอำเภอ หลังที่ว่าการอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก
         นายธงชัย ตรีทิพยรักษ์ นายอำเภอวังทอง เปิดเผยว่า การจัดงานส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรม เทศกาลผัดไทยวังทอง และงานกาชาด ประจำปี 2558 ของอำเภอวังทอง ในปีนี้ได้กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21-28 กุมภาพันธ์ 2558 บริเวณลานจอดรถหน้าที่ว่าการอำเภอวังทอง มีเป้าหมายต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าในชุมชนและท้องถิ่นอำเภอวังทองให้เกิดความคึกคัก ส่งเสริมสินค้าโอท็อป ผลผลิตการเกษตรให้เกิดการขยายตัวทางการตลาด และส่งเสริมอนุรักษ์ขนมธรรมเนียมและการละเล่นท้องถิ่นให้สามารถสืบทอดเป็นมรดกสู่อนุชนรุ่นหลัง
         สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตำบล สินค้า OTOP การประกวดไก่ชี ซึ่งเป็นได้สีขาวที่ทางอำเภอส่งเสริมให้ประชาชนเลี้ยง การประกวดผัดไทย โดยในวันเปิดงานจะมีการร่วมผัดไทยกระทะยักษ์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวบริโภคผัดไทยอาหารขึ้นชื่อของทางอำเภอวังทอง มีการประกวดธิดาช้างวังทอง การประกวดธิดาวังทอง การประกวดรำวงย้อนยุค การประกวดร้องเพลงผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น การแข่งขันชกมวยไทย การแข่งขันกีฬาตะกร้อ การแสดงดนตรีจากศิลปิน การแสดงศิลปวัฒนธรรม ของโรงเรียนทรัพย์ไพรวัลย์วิทยาคมและการล้วงไหพาโชคของกาชาด โดยมีรางวัลสลากกาชาด รางวัลใหญ่เป็นรถยนต์โตโยต้า Smart cab 2.5 จำนวน 1 รางวัล และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย กำหนดการออกรางวัลในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 22.00 น.
         ดังนั้นจึงขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจทุกภาคส่วน เที่ยวงานส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรม เทศกาลผัดไทยวังทอง และงานกาชาด ประจำปี 2558 และร่วมซื้อสลากกาชาด เพื่อลุ้นรับของรางวัลมากมาย หากท่านใดสนใจที่จะติดต่อจองพื้นที่เพื่อออกร้านจำหน่ายสินค้าสามารถติดต่อได้ที่ โทร 084 – 3344469 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการปกครองอำเภอ กลุ่มงานบริหารงานปกครอง สำนักงาน อำเภอวังทอง หรือโทร 055 – 311100 ต่อ 12 ในวันและเวลาราชการ
พิษณุโลก – ชาวบางระกำเก็บดอกงิ้วไปทำน้ำเงี้ยวรับประทาน
         12 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงนี้ใครผ่านไปถนนสายพิษณุโลก-นครสวรรค์ หรือ ทางหลวงหมายเลข 117 ก็จะพบว่า ดอกงิ้ว ที่กำลังเบ่งบานสีส้มสด ริมข้างทางสวยงาม ซึ่งนอกจากดอกงิ้วหรือ ดอกจาน จะสวยงามแล้ว เกสรดอกงิ้วนั้นตากแห้งแล้วใช้ไปทำอาหารได้ โดยเอาไปใส่ในแกงแค และขนมจีนน้ำเงี้ยว คนภาคเหนือมักจะเก็บเกสรดอกงิ้วตาก แล้วไปทำน้ำเงี้ยว รับประทานกับขนมจีน หรือขนมเส้น กันจำนวนมาก เนื่องจากมีรสชาติที่หอมหวาน ส่งผลให้ในช่วงนี้มีประชาชนชาวบ้านบางระกำ ไปเก็บดอกงิ้ว กันเป็นประจำทุกวัน
         โดยเฉพาะน้องณัฐชยา วงศ์สถาปัตย์ ได้นั่งรถมากับแม่ เพื่อช่วยกันเก็บดอกงิ้วไปทำเงี้ยว บอกว่า ตนเองชอบกินขนมจีนน้ำเงี้ยว ดอกงิ้วมาก เนื่องจากมีรสชาดหอมหวาน น่ารับประทาน ซึ่งปีหนึ่งจะมีครั้งเดียวที่ดอกงิ้วออกดอกทำให้ในปีนี้แม่ได้ชวนตนมาเก็บดอกเพื่อไปทำน้ำเงี้ยวรับประทาน
         ขณะสรรพคุณทางสมุนไพรดอกงิ้ว มีมากมาย อาทิ ดอกช่วยห้ามเลือด รักษาแผล ฝีหนอง บรรเทาอาการท้องเดิน บิดมูกเลือด ช่วยขับปัสสาวะ ส่วนรากหรือเปลือกราก ของต้นงิ้ว ใช้สมานแผล ห้ามเลือด รักษาแผลในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการฟกช้ำบวมจากการกระแทก รากเป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยให้อาเจียน ผลอ่อนใช้บำบัดรักษาแผลเรื้อรังในไต เมล็ดใช้เป็นยาร่วมกับพิมเสนรักษาโรคหนองในเรื้อรัง

ทุ่งทานตะวันบานสะพรั่งที่อ.นครไทย

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150209/201058.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558
ทุ่งทานตะวันบานสะพรั่งที่อ.นครไทย

ทุ่งทานตะวันออกดอกบานสะพรั่งที่อ.นครไทย จ.พิษณุโลก นักท่องเที่ยวแห่ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

            9 กุมภาพันธ์ 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า หากนักท่องเที่ยวขับรถไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก โดยใช้เส้นทางบ้านแยง – นครไทย เมื่อถึงบ้านหนองกะท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ซึ่งจะต้องเลี้ยวขวาผ่านถนนเลี่ยงเมืองสายนครไทย เพื่อมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เมื่อเลี้ยวเข้ามาจากทางแยกประมาณ 200 เมตรด้านขวามือ หรืออีกประมาณ 30 กิโลเมตรก่อนถึงอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จะพบกับทุ่งทานตะวันที่ดอกกำลังเบ่งบานเต็มท้องทุ่งบนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ คงไม่มีใครที่จะอดใจไว้ได้ ที่จะหยุดดูและสัมผัสกับความงามของดอกทานตะวันที่เหลืองอร่ามสวยสด ณ ทุ่งแห่งนี้
            นางบุญอ้อม รักเรือง อายุ 80 ปี เจ้าของทุ่งทานตะวัน เล่าให้ฟังว่า ซื้อเมล็ดพันธุ์ทานตะวันมาหนึ่งกิโลกรัม ราคา 600 บาท จาก จ.ลพบุรี นำมาปลูกทิ้งไว้ด้วยความรักลูก เพราะลูกสาวของตนชอบ อีกอย่างเคยไปเห็นทุ่งทานตะวันมาแล้วมองดูสวยงามดี ตนเองก็คาดไม่ถึงว่าทานตะวันที่นำมาปลูกจะออกดอกได้งดงามเต็มทุ่งขนาดนี้ ซึ่งตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวแวะเข้ามาถ่ายรูปกันเป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นทางผ่าน
            ประกอบด้วยทิวทัศน์รอบด้านแถวนี้ที่สวยงาม ตนเองคิดว่าปีหน้าจะปลูกเพิ่มอีกสักสองสามไร่เพื่อให้ลูก ๆ หลาน ๆ ที่ผ่านมา ได้แวะถ่ายรูปกันก็ชื่นใจแล้ว รู้สึกดีใจที่ทุกคนมีความสุข โดยจะปลูกกะระยะเวลาให้ออกดอกตรงกับช่วงที่ดอกซากุระหรือนางพญาเสือโคร่งบนภูลมโลเบ่งบานเต็มที่พอดี จะได้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอนครไทย และจังหวัดพิษณุโลก คนที่มาเที่ยวก็จะได้ชมสิ่งสวย ๆ งาม ๆ กันเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่ง
            “ฝากไว้ว่าปีหน้า 2559 หากท่านได้มาอำเภอนครไทย ยามเช้าแวะกราบสักการะพ่อขุนศรีอินทราทิตย์หรือพ่อขุนบางกลางท่าว เที่ยวชมต้นจำปาขาวที่วัดกลาง ต.นครไทย อ.นครไทย เสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่วงสายก็แวะมาเที่ยวที่ทุ่งทานตะวันแห่งนี้ จากนั้นใกล้ค่ำหรือใกล้รุ่งไปชมดอกซากุระ ที่ภูลมโล และพักผ่อนสัมผัสหนาวกันบนอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ากัน หากเป็นไปได้ลูกสาวจะต่อยอดโดยเปิดร้านขายกาแฟสด ทำกังหันลมขนาดใหญ่และจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอทอปบริเวณฝั่งตรงกันข้ามกับทุ่งทานตะวัน เพื่อให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคณะนักท่องเที่ยวทุกคน” นางบุญอ้อม กล่าว
สงขลา – ดอกเฟื่องฟ้าหลากสีบานสะพรั่งรับวันวาเลนไทน์-ตรุษจีน
            9 กุมภาพันธ์ 58 ตั้งแต่บริเวณสี่แยกพระพุทธศรีสงขลานครินทร์ ถนนราชดำเนิน อ.เมืองสงขลา เส้นทางไปชายหาดแหลมสมิหลาสงขลา แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา สองฟากถนนที่ทางเทศบาลนครสงขลาได้ปลูกต้นเฟื่องฟ้าไว้ ได้ออกดอกบานสะพรั่งหลากหลายสี ดูสวยงามละลานตา เมื่อขับรถผ่าน มีทั้งสีแดง ชมพู ขาว ส้ม ต้อนรับเทศกาลวันวาเลนไทน์และเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 14 และวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 และต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยจะมาเที่ยวงานเทศกาลตรุษจีนหาดใหญ่ 2015 ระหว่างวันที่ 18 – 22 กุมภาพันธ์ 2558และเดินทางเข้ามาเที่ยวชายหาดแหลมสมิหลาสงขลา เป็นจำนวนมากทุกปีในช่วงเทศกาลตรุษจีน จะได้ถ่ายรูปกับดอกเฟื่องฟ้าหลากหลายสีเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก
            ในขณะเดียวกันทางเทศบาลนครสงขลา ยังได้จัดสวนดอกไม้ขนาดย่อม ทางเข้าไปยังศาลาไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกเมื่อเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวชายหาดสมิหลาสงขลา นอกเหนือจากการถ่ายรูปกับนางเงือกทองแล้ว
สมุทรสงคราม – ชาวสวนกว่า 100 ราย ขนส้มโอ 100 ตัน มาขายในงานเทศกาลส้มโอ
            นายปัญญา งานเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เผยว่าจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดจังหวัดสมุทรสงครามและกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอได้ร่วมกันจัด“งานเทศกาลส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม”ขึ้นที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงครามในระหว่างวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์ 2558 ภายในงานมีเกษตรกรชาวสวนส้มโอกว่า 100 ราย นำส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ซึ่งให้ผลผลิตในฤดูกาลนี้ประมาณ 100 ตัน และไม้ผลอื่นๆมาออกร้านจำหน่ายเพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้แก่เกษตรกรผู้ผลิตพบกับผู้บริโภคโดยตรงแล้ว นอกจากนี้ยังมีกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจะได้นำสินค้าคุณภาพตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภคและของใช้ที่จำเป็นต่อการครองชีพมาออกร้านจำหน่ายในงานในราคาที่ยุติธรรมเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนในยุคที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังตกต่ำอีกด้วย จึงขอเชิญผู้ที่สนใจไปเที่ยวชมและเลือกซื้อสุดยอดส้มโอไทยคือขาวใหญ่ของสมุทรสงครามและผลไม้อื่นๆตลอดจนสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาดได้ในงานตามวันและเวลาดังกล่าว
            นายสมหวัง รุ่งอรุณเนตร เจ้าของสวนส้มโอในตำบลบางพรม อำเภอบางคนที บอกว่าเคล็ดลับในการทำให้ส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงครามมีรสชาดหวานอร่อยว่า ต้องใช้ขี้แดดนาเกลือมาโรยโคนต้นส้มโอเหมือนใส่ปุ๋ย เนื่องจากเมื่อนำไปวิเคราะห์นอกจากนี้ผลการศึกษาในลักษณะทางกายภาพพบว่า แม้ขี้แดดนาเกลือ จะมีลักษณะเป็นพบว่า มีธาตุโพแทสเซี่ยม 2 %,ธาตุฟอสฟอรัส 0.13 %, ซึ่งธาตุเหล่านี้ เป็นสารอาหาร ที่ต้นไม้และพืชผลทางการเกษตรต้องการ แผ่นบาง ประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ใช้มือบีบก็จะแตกหักได้ง่าย แต่มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำได้ดี เมื่อนำไปใส่ดินจะทำให้ดินร่วนซุย ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 5 วันจะถึงงาน จึงต้องเร่งโรยขี้แดดนาเกลือเพื่อให้รสชาดส้มโอของส้มโอในงานหวานอร่อยถูกใจผู้บริโภคที่มาจับจ่ายซื้อส้มโอ
            ส่วนวิธีเลือกส้มโอชาวสวนแนะนำว่า จะต้องเลือกซื้อผลที่แก่ ดูได้จากต่อมน้ำมันแตก ตาห่างๆไม่ถี่ ผิวเขียวอมเหลือง ก้นนุ่ม ถ้าลักษณะแป้นเปลือกจะบาง น้ำหนักดี เมื่อปลอกแล้วจะหวานนิ่มฉ่ำ ผิวอมเหลืองเมล็ดเล็กหรือบางช่วงจะไร้เมล็ด ไส้จะเป็นโพง
            สำหรับลักษณะเด่นของส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ ลำต้นสูงโปร่งแต่ก็ไม่สูงจนเกินไปนัก สามารถปลูกและให้ผลผลิตได้ครั้งแรกเมื่ออายุ 3-4 ปี ผลใหญ่เฉลี่ย 1.5 กก.-2 กก.เปลือกบาง รสชาติกลมกล่อม หวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย เนื้อแห้งสีเหลืองอ่อนถึงเหลืองอมน้ำตาล หรือที่ชาวสวนเรียกว่าสีน้ำตาลปึก กุ้งใหญ่ติดกันแน่นไม่ร่วงหลุดง่าย บางฤดูกาลเมล็ดน้อยหรืออาจไม่มีเมล็ดเลย ให้ผลผลิตมากในช่วงเดือนมีนาคมและเดือนสิงหาคมของทุกปี อายุการเก็บเกี่ยวตั้งแต่ดอกบานถึงเก็บผลได้ประมาณ 210-260 วัน และสามารถให้ผลผลิตได้ตลอดปี
%d bloggers like this: