ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

สื่อนอกเผยตัวจริง ‘ญิฮาด จอห์น’ ชี้เป็นชาวลอนดอนตะวันตก

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/483797

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ก.พ. 2558 00:57

ญิฮาด จอห์น (ภาพ: AP Photo)

สื่อต่างประเทศเปิดเผยตัวจริงของ ญิฮาด จอห์น ชายชุดดำที่อยู่ในคลิปวิดีโอการฆ่าตัดคอตัวประกันของกลุ่มไอซิสแล้ว โดยระบุว่าชื่อ โมฮัมเหม็ด เอ็มวาซี เป็นชาวลอนดอนตะวันตกเชื้อสายคูเวต…

สำนักข่าว บีบีซี และ วอชิงตันโพสต์ เปิดเผยตัวจริงของ ญิฮาด จอห์น นักรบชุดดำสวมหน้ากากของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ซึ่งปรากฏในคลิปวิดีโอแสดงภาพการฆ่าตัดคอตัวประกันชาวตะวันตกหลายต่อหลายคลิป ที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ว่าคือ นาย โมฮัมเหม็ด เอ็มวาซี ชาวอังกฤษเชื้อสายคูเวต อายุประมาณ 27 ปี มาจากเขตทางตะวันตกของกรุงลอนดอน

วอชิงตันโพสต์รายงานว่า หน่วยงานข่าวกรอง เอ็มไอ5 ของสหราชอาณาจักรรู้จักนายเอ็มวาซีในปี 2009 ขณะที่สำนักข่าวบีบีซีระบุว่า การที่ชื่อของนายเอ็มวาซีไม่ได้รับการเปิดเผยในทันทีเป็นเพราะเหตุผลด้านการปฏิบัติการ

วอชิงตันโพสต์ยังอ้างด้วยว่า นายเอ็มวาซีมาจากครอบครัวชนชั้นกลางที่มีฐานะซึ่งอาศัยอยู่ในภาคตะวันตกของกรุงลอนดอน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ในปี 2009 โดยได้ปริญญาตรีสาขาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และเชื่อว่าเขาเดินทางเข้าสู่ประเทศซีเรียในปี 2012 และเข้าร่วมกับกลุ่มไอซิสในเวลาต่อมา

ญิฮาด จอห์น ปรากฏตัวครั้งแรกในคลิปวิดีโอเมื่อเดือน ส.ค. 2014 และดูเหมือนเป็นผู้ลงมือฆ่าตัดคอ นาย เจมส์ โฟลีย์ นักข่าวชาวอเมริกัน จากนั้นเขายังปรากฏตัวในคลิปวิดีโอการฆ่าตัดคอ นาย สตีเวน ซอตลอฟฟ์ นักข่าวชาวอเมริกันอีกคน, นายเดวิด เฮนส์ เจ้าหน้าที่หน่วยงานช่วยเหลือชาวอังกฤษ, อลัน เฮนนิ่ง คนขับรถแท็กซี่ชาวอังกฤษที่ไปทำงานการกุศลในซีเรีย และนายอับดุล เราะห์มาน แคสซิก เจ้าหน้าที่หน่วยงานช่วยเหลือชาวอเมริกัน

ขณะที่เพื่อนของเขาอ้างกับวอชิงตันโพสต์ว่า นายเอ็มวาซีเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงทางความคิดไปทางนิยมความรุนแรงหลังจากที่เขาเดินทางเยือนประเทศแทนซาเนียเมื่อเดือน พ.ค. 2009 ซึ่งเขาและเพื่อนอีก 2 คนถูกตำรวจจับหลังจากนั่งเครื่องบินถึงเมืองดาร์-เอส-ซาลามและถูกขังคุก 1 คืน

หลังจากนั้น นายเอ็มวาซีก็ถูกเนรเทศไปยังกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเขาอ้างว่าเขาถูกเจ้าหน้าที่ของ เอ็มไอ5 กล่าวหาว่าพยายามเดินทางไปยังโซมาเลีย ที่มีกลุ่มติดอาวุธอัล-ชาบับ ออกอาละวาดอยู่ แต่เอ็มวาซีปฏิเสธข้อกล่าวหาก่อนได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับสหราชอาณาจักร อนึ่ง เหตุการณ์นี้ได้รับการรายงานโดยสำนักข่าว ดิ อินดีเพนเดนต์ ในปีต่อมาด้วย แต่ระบุชื่อนายเอ็มวาซีว่า มูฮัมหมัด บิน มูอัซซาม


อาซัม คูเรชี ผู้อำนวยการวิจัยของกลุ่มสิทธิมนุษยชน เคจ (ภาพ: AP Photo)

นายอาซัม คูเรชี ผู้อำนวยการวิจัยของกลุ่มสิทธิมนุษยชน เคจ (CAGE) กล่าวว่าเขาได้พบกับนายเอ็มวาซีในฤดูใบไม้ร่วงหลังจากที่เขาเดินทางกลับจากอัมสเตอร์ดัมเพื่อพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยนายเอ็มวาซีโกรธมากเรื่องที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อเขา และคิดว่าเป็นการกระทำที่ไม่ยุติธรรมมากๆ

ต่อมา นายเอ็มวาซีย้ายไปอาศัยในประเทศคูเวตเป็นเวลา 8 เดือนโดยทำงานกับบริษัทคอมพิวเตอร์ และเดินทางกลับกรุงลอนดอน 2 ครั้งก่อนถูกเจ้าหน้าที่ต่อต้านการก่อการร้ายในอังกฤษควบคุมตัว และถูกปั๊มลายนิ้วมือรวมทั้งถูกตรวจค้นสัมภาระ และถูกสั่งห้ามบินกลับคูเวต

นายเอ็มวาซีติดต่อกับนายคูเรชีอีกครั้งด้วยอีเมลซึ่งระบุว่า “ผมมีงานรออยู่และชีวิตแต่งงานของผมก็เพิ่งเริ่มต้นขึ้น แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนเป็นนักโทษ เพียงไม่ใช่ในคุก แต่เป็นในลอนดอน คนๆ หนึ่งถูกคุมขังและถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคง หยุดผมไม่ให้ใช้ชีวิตใหม่ใน คูเวต บ้านเกิดและประเทศของผม ผมพยายามหาเหตุผลว่าทำไมจึงถูกปฏิเสธวีซ่าจากประเทศบ้านเกิดของผมเอง และหาทางแก้ปัญหานี้”

ทั้งนี้ ตำรวจอังกฤษปฏิเสธรายงานของสื่อทั้ง 2 ฉบับ ขณะที่โฆษกหญิงของนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ไม่ยืนยันหรือปฏิเสธรายงานที่ว่านายเอ็มวาซีคือญิฮาด จอห์น และระบุด้วยว่าตำรวจและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อค้นหาตัวเหล่าผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการฆาตกรรมตัวประกันชาวอังกฤษ

กุมภาพันธ์ 27, 2015 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

เจ๋งจริง! แห่ดูคลิป ทหารมะกันบังคับเครื่องบินขัดข้อง ลงจอดอย่างเหลือเชื่อ (ชมคลิป)

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/483729

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2558 16:06

ฝีมือระดับพระกาฬ …ชาวเน็ตแห่ดูคลิป นาวาตรีมะกันบังคับเครื่องบินคลาสสิกลงจอดได้อย่างปลอดภัยอย่างสุดเหลือเชื่อ หลังเครื่องยนต์เกิดขัดข้อง ระหว่างร่วมบินโชว์ จนได้รับเหรียญกล้าหาญจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ

สื่อต่างประเทศรายงานผู้คนแห่ดูคลิปวิดีโอ ที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือขับเครื่องบินอย่างยอดเยี่ยมของ นาวาตรีคริสโตเฟอร์ ก็อตคี นักบินประจำกองทัพเรือสหรัฐฯ วัย 44 ปี ที่สามารถนำเครื่องบินคลาสสิก ลงจอดได้อย่างปลอดภัยแบบสุดเหลือเชื่อ หลังประสบอุบัติเหตุตกขณะร่วมบินโชว์ โดยที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลย และสามารถเดินลงจากเครื่องบินได้อย่างสง่าผ่าเผย

นอกจากนั้น ยังมีเรื่องดีใจยิ่งขึ้นตามมา เมื่อเหตุการณ์นี้ ทำให้นาวาตรีก็อตคีได้รับเหรียญกล้าหาญจากกองทัพอากาศสหรัฐฯด้วย ขณะที่เขาได้กล่าวด้วยความตื่นเต้นหลังทราบเรื่องนี้ว่า เขารู้สึกช็อกและประหลาดใจที่ได้รับเหรียญกล้าหาญจากกองทัพอากาศ ทั้งที่เขาเป็นทหารประจำกองทัพเรือมาทั้งชีวิต

ข่าวแจ้งว่า เหตุการณ์ระทึกครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อ 31 ก.ค.2557 โดย นาวาตรีก็อตคี รับหน้าที่ขับเครื่องบินคลาสสิก Sea Fury T20 รุ่นปี 1944 เข้าร่วมโชว์ในงานเครื่องบินคลาสสิก ‘Air Day’ แต่แล้วหลังจากนำเครื่องทะยานขึ้นบินได้ไม่นานนัก เครื่องยนต์ของเครื่องบินก็เริ่มขัดข้อง สูญเสียพลังในการบิน ทว่านาวาตรีก็อตคีสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อสามารถบังคับเครื่องบินลงจอดที่ฐานทัพเรือในเมืองคอร์นวอลล์ได้อย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนั้น เขาก็ยังได้แจ้งหอควบคุมการบินด้วยว่าเครื่องบินขัดข้อง

ข่าวแจ้งว่า มีผู้คนนับ 21,000 คน ที่มาร่วมชมการโชว์เครื่องบินคลาสสิกต้องอกสั่นขวัญแขวน เนื่องจากได้เห็นเหตุการณ์เครื่องบินของนาวาตรีก็อตคีเริ่มขัดข้อง จนเห็นควันโขมงออกมาจากเครื่องบินคลาสสิกลำนี้ อีกทั้งเครื่องบินก็ลดเพดานบินลงอย่างรวดเร็ว จนสร้างความหวาดเสียวเกรงเครื่องบินจะตก โดยความสามารถของนาวาตรีก็อตคีที่ได้รับการยกย่องคือ การที่เขาไม่ดีดตัวออกจากเครื่องบินหลังขัดข้อง และปล่อยให้เครื่องบินตกไปตามยถากรรม.

ขอบคุณข้อมูล:http://www.mirror.co.uk/news/uk-news/watch-navy-officer-bravely-crash-5233359

กุมภาพันธ์ 27, 2015 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ยังไม่ตาย! สื่อทางการสิงคโปร์ โต้ข่าวลือ ลี กวน ยู ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/483681

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2558 13:10

ทีวี-นสพ. กระบอกเสียงรบ.สิงคโปร์ สยบข่าวลือสนั่นในโลกโซเชียล … ‘ลี กวน ยู’ อดีตนายกฯคนแรกของประเทศ ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว หลังป่วยหนักโคม่าตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. ยืนยันขณะนี้ ลี กวน ยู ยังคงได้รับการใช้เครื่องช่วยหายใจ อยู่ในห้องไอซียู

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 26 ก.พ. รัฐบาลสิงคโปร์ มอบหมายให้สื่อ กระบอกเสียงของรัฐ ออกมาโต้ข่าวลือในโซเชียล มีเดีย หลังชาวเน็ตลือกระหึ่มและถูกนำไปโพสต์ต่อๆ กัน จนกลายเป็นข่าวแพร่สะพัดอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (25 ก.พ.) ว่า ลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ วัย 91 ปีได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว หลังจากป่วยหนักขั้นโคม่า และได้รับการรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูของโรงพยาบาลรัฐในสิงคโปร์มาตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา

สถานีโทรทัศน์ ช่อง Channel NewsAsia กระบอกเสียงของรัฐบาล และนสพ.สเตรท ไทม์ส ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่สนับสนุนรัฐบาลสิงคโปร์ ได้รายงานตอบโต้ข่าวลือดังกล่าวของลี กวน ยู ว่า ไม่เป็นความจริง โดยขณะนี้ ลี กวน ยู ต้องได้รับการใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ในห้องไอซียู

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสิงคโปร์ไม่ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงอาการป่วยของลี กวน ยู โดยตรง ขณะที่ นายตัน ช่วน จิ้น รัฐมนตรีที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในสิงคโปร์ โพสต์่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขาเมื่อวันพุธที่ 26 ก.พ.ว่าขอให้ชาวสิงคโปร์ร่วมกันสวดมนต์ให้อดีตนายกรัฐมนตรีลี กวน ยู หายจากอาการเจ็บป่วย

ทั้งนี้ นายลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ป่วยหนักจากอาการปอดอักเสบติดเชื้อจนต้องถูกนำส่งโรงพยาบาล ตั้งแต่ เมื่อ 5 ก.พ.ที่ผานมา โดยนายลี กวน ยู ถือเป็นอดีตผู้นำซึ่งได้รับการยกย่องสดุดีจากชาวสิงคโปร์มาโดยตลอด เพราะนอกจากจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนแรก ผู้ก่อตั้งประเทศแล้ว ยังสร้างเศรษฐกิจของสิงคโปร์จนเจริญก้าวหน้ามั่งคั่ง อีกทั้งสิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่เจริญแล้ว เหนือกว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

ที่มา :http://www.theguardian.com/world/2015/feb/26/lee-kuan-yew-first-prime-minister-of-singapore-on-life-support

กุมภาพันธ์ 27, 2015 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ตกตะลึง! มาดอนนา ตกบันไดเวที ขณะร้องเพลงโชว์งาน ‘บริต อวอร์ดส์ 2015’

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/483652

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2558 10:57

ตกตะลึงกันทั้งฮอลล์… ‘มาดอนนา’ นักร้องหญิงชื่อดังระดับโลก ตกบันไดขณะขึ้นเวที ร้องเพลงโชว์ในงานประกาศผลรางวัลบริต อวอร์ดส์ เคราะห์ดีไม่บาดเจ็บ ขณะที่นักร้องหญิงคนดังแสดงสปิริต ลุกขึ้นทั้งร้องและเต้นต่อจนจบเพลง

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน กับมาดอนนา นักร้องหญิงเพลงป๊อปชื่อดัง วัย 56 ปี เมื่อได้พลาดตกบันไดขึ้นเวที ขณะกำลังเริ่มต้นร้องเพลง โชว์ในงานประกาศผลรางวัล Brit Awards (บริต อวอร์ดส์) 2015 ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. (ตามเวลาท้องถิ่น) จนสร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้ร่วมงานอย่างมาก

ข่าวแจ้งว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ เกิดจากความผิดพลาดอย่างกะทันหัน เนื่องจาก มีแดนเซอร์ชายคนหนึ่งได้ดึงผ้าคลุมชุดของนักร้องหญิงคนดัง ซึ่งมีหมวกฮู้ดคลุมศีรษะด้วย ตามคิวขั้นตอนการแสดง เพียงแต่ ขณะนั้น มาดอนนายังแก้ปมที่ผูกผ้าคลุมไม่เสร็จ จึงเหมือนกับเป็นการดึงตัวมาดอนนาลงมา ขณะกำลังก้าวขึ้นบันไดไปด้วย แต่เคราะห์ดีที่เธอไม่ได้รับบาดเจ็บ


‘มาดอนนา’ยังพยายามแก้ปมเชือกผ้าคลุม หลังลุกขึ้นมาได้แล้ว

ด้วยสปิริตของการเป็นนักร้องดังระดับโลก ทำให้มาดอนนารีบลุกขึ้นมาร้องเพลง ‘Living for Love’ (อยู่เพื่อรัก) ทั้งร้องทั้งเต้นต่อจนจบ โดยต่อมา มาดอนนาได้เขียนข้อความลงในอินสตาแกรม ทางโลกออนไลน์ถึงอุบัติเหตุที่เธอเพิ่งประสบมาว่า เธอไม่เป็นอะไร และเชือกผูกผ้าคลุมนั้น ‘มัดแน่นเกินไป’

‘ไม่มีใครสามารถมาหยุดยั้งฉันได้ และความรักอย่างแท้จริงที่พยุงฉันให้ลุกขึ้นมา’ มาดอนนา เขียนข้อความลงในอินสตาแกรม โดยได้นำเนื้อเพลง Living for Love มาใช้ในการแสดงความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกันนั้น มาดอนนายังได้เขียนข้อความลงท้ายว่า ‘ขอบคุณในความปรารถนาดีของคุณ’


ร้องเพลง‘Living For You ในงานประกาศผลรางวัลบริตอวอร์ดส์ 2015

โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บ

สปิริตของนักร้องหญิงระดับโลก

ทั้งนี้ รางวัลบริต อวอร์ดส์ (Brit Awards) เป็นรางวัลทางดนตรีประจำปี จัดครั้งแรกตั้งแต่ปี 1977 และข้ามมาจัดครั้งที่ 2 เมื่อปี 1982 โดยหลังจากนั้น ก็จัดต่อเนื่อง โดยคำว่า Brit เป็นคำย่อมาจาก British Record Industry Trust ซึ่งเป็นองค์กรช่วยเหลือเด็กและวัยรุ่นที่ต้องการทำงานเกี่ยวกับศิลปะการแสดง โดยเงินที่ได้จากการจัดงานจะมอบให้แก่องค์กรการกุศล The Brit Trust เพื่อช่วยเหลือเด็กและวัยรุ่นที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านดนตรี

กุมภาพันธ์ 27, 2015 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

เศร้า! อดีตผู้เข้าประกวด ‘อเมริกาส์ เน็กซ์ ท็อป โมเดล’ ถูกยิงดับ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/483612

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2558 06:41

(ขอบคุณภาพจาก rtvgames.com)

มีผู้พบศพอดีตผู้เข้าร่วมการประกวดรายการ อเมริกาส์ เน็กซ์ ท็อป โมเดล ครั้งล่าสุด เป็น 1 ใน 3 ผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่งในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ล่าสุดตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีผู้พบศพ น.ส. เมียร์ยานา ปูฮาร์ อายุ 19 ปี ชาวอเมริกันเชื้อสายเซอร์เบีย ผู้เข้าร่วมประกวดเฟ้นหานางแบบในรายการโทรทัศน์ ‘อเมริกาส์ เน็กซ์ ท็อป โมเดล’ ครั้งที่ 21 ซึ่งเป็นรายการยอดนิยมของสหรัฐฯ ถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่งในเมืองชาร์ลอตต์ ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา เมื่อช่วงเย็นวันอังคาร

ในที่เกิดเหตุยังมีผู้เสียชีวิตอีก 2 คน คือ นายโจนาธาน อัลวาราโด อายุ 23 ปี แฟนหนุ่มของ น.ส.ปูฮาร์ และนายยุสมาร์ กอนซากา-การ์เซีย เพื่อนร่วมห้องของนายอัลวาราโด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองชาร์ลอตต์จับกุมตัว นาย เอมมานูเอล เฮซุส แรงเกล อายุ 19 ปี เมื่อวันพุธ และตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา 3 กระทง ตำรวจระบุด้วยว่าผู้ต้องสงสัยและผู้เสียชีวิตรู้จักกัน และเหตุฆาตกรรมครั้งนี้มีเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยมูลเหตุจูงใจ


(ภาพ: Amanda Edwards)

กุมภาพันธ์ 27, 2015 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ผู้นำโกก้างยัน สู้ไม่อิงจีน

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/483587

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ก.พ. 2558 06:00

(ภาพ: AP Photo)

เมื่อ 25 ก.พ. นายเผิง เจีย เช็ง (เฟือง คยา-ชิน) ผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์โกก้างและกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมาร์ (MNDAA) ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์โกลบัลไทมส์และพีเพิลส์เดลี่ สื่อของจีนว่า การต่อสู้ของกลุ่มเอ็มเอ็นดีเอเอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชาวจีนหรือรัฐบาลจีน และทางกลุ่มมีคำสั่งห้ามชาวจีนไม่ให้เข้าไปยังเขตปกครองโกก้างในรัฐฉาน ทางเหนือของเมียนมาร์

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของนายเผิง เกิดขึ้นเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาของนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์ ซึ่งระบุว่าทหารรับจ้างชาวจีนเป็นผู้คอยช่วยเหลือกลุ่มเอ็มเอ็นดีเอเอ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของรัฐบาลจีนในมณฑลยูนนาน ติดกับพรมแดนรัฐฉาน คอยให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวโกก้าง หลังนักรบเอ็มเอ็นดีเอเอปะทะกับทหารเมียนมาร์ในรัฐฉานตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.เป็นต้นมา.

กุมภาพันธ์ 27, 2015 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

มะกันจับหนุ่ม 19 เล่นวิตถาร เลียนแบบ ฟิฟตี้ เชดส์ ออฟ เกรย์

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/483586

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ก.พ. 2558 05:25

(ภาพ: AFP PHOTO)

ตำรวจสหรัฐฯ จับกุมนักศึกษาวัย 19 ปี ฐานเล่นเซ็กซ์วิตถารเลียนแบบจากภาพยนตร์เรื่อง ฟิฟตี้ เชดส์ ออฟ เกรย์ ซึ่งสร้างจากนิยายขายดีแนวอีโรติกชื่อเดียวกัน…

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ ในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ทำการจับกุม นายโมฮัมหมัด ฮอสเซน นักศึกษาชาวอเมริกันวัย 19 ปี โทษฐานล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาวภายในหอพัก

โดยจากการสืบสวนพบว่า นายฮอสเซนได้พยายามลอกเลียนแบบฉากจาก ฟิฟตี้ เชดส์ ออฟ เกรย์ ภาพยนตร์แนวอีโรติก ที่สร้างจากหนังสือจนโด่งดังทำรายได้เป็นกอบเป็นกำในสหรัฐฯ ด้วยการเล่นเซ็กซ์ซาดิสต์กับหญิงสาวรายหนึ่ง ผูกข้อมือไว้กับเตียง ปิดตามัดปากใช้เข็มขัดฟาด ก่อนขืนใจซ้ำหลังหญิงสาวดิ้นหลุดจากพันธนาการ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มิได้เปิดเผยรายละเอียดว่าหญิงดังกล่าวมีความสัมพันธ์เช่นใดกับนายฮอสเซน

ทั้งมิได้ระบุโทษที่อาจได้รับหากพบว่านายฮอสเซนผิดจริง ขณะที่ทางทนายความของนายฮอสเซนระบุว่า เป็นความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่าย และนายฮอสเซนก็มีประวัติดีมาตลอด.

กุมภาพันธ์ 27, 2015 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

นักศึกษาไทยได้ทุนซาอุดีอาระเบีย 40 ทุน

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/483388

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 26 ก.พ. 2558 05:01

ผมและคอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระราชาธิบดีสัสมาน บิน อับดุล อาซิซ หลังจากที่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชสมบัติแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2558 รัฐบาลของพระองค์ก็ทรงอนุมัติทุนให้นักศึกษาไทยไปศึกษา ณ มหาวิทยาลัยอิสลาม มะดีนะฮฺ (Islamic University of Madinah) จำนวน 40 ทุน รายชื่อของนักศึกษาไทยจำนวน 40 คน อยู่ในมือผมนี่แล้วครับ โดยผมจะนำลงใน facebook fanpage: nitipoom navaratna ตั้งแต่ 00.01 น.ของวันพฤหัสบดีวันนี้เป็นต้นไป

ขอแสดงความยินดีต่อนักศึกษาไทยประจำ พ.ศ.2558 ทั้ง 40 คน ตอนแรก ผมนึกว่านักศึกษาไทยจะชวดทุนซะแล้ว ก็อย่างที่ผู้อ่านท่านทราบนะครับ ว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียแย่มานานเกินกว่า 20 ปี นักศึกษาชาติอื่นทั่วโลกได้รับการประกาศรายชื่อมานานแล้ว มีรายชื่อจับจองที่นั่ง+หอพักเสร็จไปนานแล้ว แม้แต่นักศึกษาจากจีน เมียนมาร์ เวียดนาม และกัมพูชา ก็มีชื่อนามสกุลขึ้นเว็บกันพรึ่บพรั่บ แต่ในส่วนของนักศึกษาไทยนั้นเงียบหายไป และผมเพิ่งได้รับอีเมลรายชื่อนักศึกษาไทยเมื่อเช้านี้

ซาอุดีอาระเบียสร้างมหาวิทยาลัย+ระบบการศึกษาชั้นยอดด้วยทุนมหาศาล แม้ว่าจะมีเงินมากขนาดไหน ก็ไม่สามารถเข้าไปเรียนได้ เพราะที่นั่นไม่รับนักศึกษาทุนตัวเอง ต้องเป็นทุนของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเท่านั้น ใครได้ทุนจะได้รับสวัสดิการทุกอย่างครบ ตั้งแต่อาหาร นม ผักและผลไม้ ค่ารักษาพยาบาล ตั๋วเครื่องบินไปกลับทุกปี ความสะดวกในการประกอบฮัจญ์ อุมเราะห์ มีรถบัสรับส่งจากหอพักสู่มัสยิดนะบะวีย์ทุกคืน ฯลฯ นอกจากไม่เสียค่าเล่าเรียนแล้ว นักศึกษาที่ได้ทุนของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียยังได้รับเงินเดือน การได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของซาอุดีอาระเบียจึงเป็นความใฝ่ฝันชั้นสูงของเยาวชนทั่วโลก เพราะที่นั่นมีเยาวชนมาจาก 200 ประเทศ นักศึกษาจึงจะได้ใช้ชีวิตในสังคมนานาชาติอย่างแท้จริง

นอกจากจะได้ศึกษาในสถาบันการศึกษามาตรฐานระดับโลกแล้ว นักศึกษาเหล่านี้ยังได้อยู่ในเมืองประวัติศาสตร์แห่งศาสนา ศาสดา มุฮำมัด (ศ็อลฯ) ประกาศสัจธรรมแห่งอิสลามในนครมักกะฮฺอยู่ 13 ปี ด้วยความอดทน บางครั้งร่างของท่านโชกไปด้วยโลหิตที่เกิดจากการถูกคว้างปา แต่ท่านไม่โกรธแค้น แต่กลับขออภัยและขอพรให้แก่คนเหล่านั้น

ศาสดามุฮำมัด (ศ็อลฯ) ถูกปองร้ายในนครมักกะฮฺ ชาวมะดีนะฮฺจึงมาเชิญท่านให้อพยพไปอยู่มะดีนะฮฺ (เดิมชื่อเมืองยาธริบ) ท่านเดินทางไปมะดีนะฮฺเมื่อวันจันทร์ เดือนรอบิอุ้ลเอาวั้ล ปีที่ 14 ของการเผยแผ่ ชาวเมืองมักกะฮฺทราบก็เกิดความเคียดแค้นมาก ตั้งสินบนอูฐ 100 ตัว เพื่อแลกศีรษะของศาสดามุฮำมัด (ศ็อลฯ) มะดีนะฮฺนี่แหละครับ คือเมืองประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของศาสนาอิสลาม ที่นักศึกษาไทยทั้ง 40 คนนี้จะได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น

ทุกครั้งที่อุปทูตซาอุดีอาระเบียเชิญพ่อผมไปทานอาหารที่ทำเนียบ (บ้านพัก) ของท่าน พ่อมักจะหนีบพี่ชายกับผมไปด้วย บางครั้งพ่อไม่ว่าง พี่ชายกับผมก็จะไปทานอาหารที่บ้านของอุปทูตซาอุดีอาระเบียกันเอง โดยได้รับการต้อนรับอย่างดีจากท่านอุปทูต พ่อสั่งพวกผมให้ใช้ชีวิตสร้างสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียให้ดีที่สุด โดยหวังว่าสักวันหนึ่งในอนาคต ไทยกับซาอุดีอาระเบียจะเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งเหมือนเดิม

ความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียดีมากขึ้น เมื่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ดร.มะรอนิง สะแลมิง เป็นรองเลขาธิการฝ่ายอิสลามและฮัจญ์ ทั้งสองท่านเชิญเชค ดร.อับดุลการีม อัลรูไวลีย์ มาดูโรงเรียนในกรุงเทพฯ และใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนทำให้มหาวิทยาลัยอิสลาม มะดีนะฮฺ รับรองคุณวุฒิมัธยมปลายและภาษาอาหรับของโรงเรียนไทยเหล่านี้

ในฐานะคนไทย ผมขอขอบคุณราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียภายในการนำของสมเด็จพระราชาธิบดีสัสมาน บิน อับดุล อาซิซ ขอบคุณกรรมการสภามหาวิทยาลัยและคณะบริหารของมหาวิทยาลัยอิสลาม มะดีนะฮฺ ขอบคุณสถานทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย ขอบคุณสำนักจุฬาราชมนตรี ขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศของไทย

ขอขอบคุณ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ดร.มะรอนิง สะแลมิง และข้าราชการของศูนย์อำนวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้

ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันสร้างความสัมพันธ์อันดีไทย-ซาอุดีอาระเบียครับ.

คุณนิติ นวรัตน์

กุมภาพันธ์ 27, 2015 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

อีกาให้ของขวัญ ด.ญ.ใจบุญ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/483389

โดย ดอย ดอกฝิ่น 26 ก.พ. 2558 05:01

หนูน้อยผู้ใจบุญ จิตเมตตา รักสัตว์โลก ซึ่งไม่นานมานี้เริ่มเลี้ยงอาหารฝูงอีกา เธอต้อง “เซอร์ไพรส์” เมื่อเหล่าสกุณาขนสีดำแสดงความขอบคุณโดยนำ“ของขวัญ” มาให้

สิ่งของที่นกกาคาบมาให้ กาบี้ เด็กหญิงวัยแปดขวบนั้น ได้แก่วัตถุสดใสและสะท้อนแสงเท่าที่พวกมันหาได้ น้องหนูกาบี้จึงมี “คอลเลกชั่น” ของสะสม อภินันทนาการจากอีกา อาทิ เม็ดกระดุม คลิปหนีบกระดาษ หัวนอต สลักเกลียว เปลือกเกาลัด หลอดไฟเล็กๆ และแม้กระทั่งตุ้มหู

ด.ญ.กาบี้ให้อีกากินหลายอย่าง เช่น ถั่วลิสง อาหารสุนัข อาหารคนกินเหลือ และสิ่งที่นกตระกูลนี้ชอบกิน เธอยืนยันว่าเลี้ยงพวกมันเพราะรักชอบธรรมชาติ มิได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆเลย

น้องหนูกาบี้พำนักอยู่กับครอบครัวในกรุงโรม นครหลวงอิตาลี ทางรายการทีวี “The Bitter Sweet Life” เชิญเธอกับคุณแม่ลิซ่า ไปเล่าเรื่องราวออกอากาศ นางลิซ่าเล่าว่า อีกาเคยนำฝาครอบเลนส์กล้องถ่ายรูปของนางมาคืนด้วย หลังจากนางลืมทิ้งไว้ขณะถ่ายภาพบริเวณใกล้บ้าน ส่วนเกจิวิหกวิทยา จอห์น มาร์ซลูฟฟ์ บอกบางทีอีกาใคร่ผูกมิตรภาพกับผู้เลี้ยงอาหารพวกมันและสักวันอาจแธงกิ้วหนูกาบี้ด้วย “เพชร” สะท้อนแสงวาววามเม็ดงามโดยมิเจตนา.

ดอย ดอกฝิ่น

กุมภาพันธ์ 27, 2015 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

เมือง (ไม่) ปลอดภัย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/483390

โดย อานุภาพ เงินกระแชง 26 ก.พ. 2558 05:01

ดัชนีเมืองปลอดภัยประจำปี 2558 ขององค์กรพันธมิตรด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำรวจเมืองใหญ่ทั่วโลกมากเกินร้อย นำมาสรุปจัด 50 เมืองปลอดภัยที่สุดของโลก ไล่จากอันดับ 1 ถึง 10 คือ กรุงโตเกียว (ญี่ปุ่น) สิงคโปร์ นครโอซากา (ญี่ปุ่น) กรุงสตอกโฮล์ม (สวีเดน) กรุงอัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์) นครซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) เมืองซูริก (สวิตเซอร์แลนด์) นครโตรอนโต (แคนาดา) นครเมลเบิร์น (ออสเตรเลีย) และมหานครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา)

ท้ายตารางไล่ขึ้นจากอันดับ 50-40 คือ กรุงจาการ์ตา (อินโดนีเซีย) กรุงเตหะราน (อิหร่าน) นครโฮจิมินห์ (เวียดนาม) นครโยฮันเนสเบิร์ก (แอฟริกาใต้) กรุงริยาดห์ (ซาอุดีอาระเบีย) กรุงเม็กซิโก ซิตี้ (เม็กซิโก) นครมุมไบ (อินเดีย) กรุงมอสโก (รัสเซีย) กรุงนิวเดลี (อินเดีย) นครอิสตันบูล (ตุรกี) นครเซาเปาโล (บราซิล)

เมืองไทย กรุงเทพมหานคร ติดอันดับ 39 ปลอดภัยใกล้เคียงกับกรุงปักกิ่งเมืองหลวงจีน (อันดับ 37) ปลอดภัยน้อยกว่ากรุงโซลเมืองหลวงเกาหลีใต้ (อันดับ 24) และห่างมากจากกรุงไทเปของไต้หวัน (อันดับ 13) กับฮ่องกง (อันดับ 11)

การจัดอันดับ “เมืองปลอดภัยของโลก” ต้องแยกจากอันดับ “เมืองน่าอยู่ที่สุดของโลก” เพราะเงื่อนไขรายละเอียดแตกต่างกันอีกมาก รวมถึงเรื่องค่าครองชีพ ระบบสวัสดิการสังคม สภาพแวดล้อม การศึกษา และลักษณะประชากร

เงื่อนไขการจัดอันดับเมืองปลอดภัยของโลก อาศัยข้อมูลความปลอดภัย 4 ด้าน คือ ด้านเครือข่ายดิจิตอลคอมพิวเตอร์ รวมถึงระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ด้านสาธารณสุข ด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน และความปลอดภัยด้านกายภาพส่วนบุคคล ภาพรวมทั้ง 4 ด้าน กรุงโตเกียวเมืองหลวงญี่ปุ่น คว้าคะแนนรวมมากที่สุด 85.63 จุด จาก 100 คะแนน กรุงเทพฯ อันดับ 39 ได้ 62.69 คะแนน

ถ้าแยกประเภทเงื่อนไขข้อมูลเฉพาะความปลอดภัยด้านเครือข่ายดิจิตอลคอมพิวเตอร์ กรุง โตเกียว อันดับ 1 คว้าไป 87.18 คะแนน กรุงเทพฯ ร่วงไปอยู่อันดับ 45 ได้ 52.86 คะแนน

ความปลอดภัยด้านสาธารณสุข นครซูริกคว้าอันดับ 1 กรุงโตเกียวร่วงไปอันดับ 8 แต่ไทยดีขึ้นมาอยู่อันดับ 35 ด้านระบบสาธารณูปโภค นครซูริกคว้าอันดับ 1 กรุงโตเกียวร่วงไปอันดับ 5 ไทยอยู่อันดับ 42 และความปลอดภัยด้านกายภาพส่วนบุคคล สิงคโปร์คว้าอันดับ 1 กรุงโตเกียวร่วงไปอันดับ 3 และกรุงเทพฯอยู่อันดับ 26

สรุปความปลอดภัยในเมืองไทยยังอยู่ระดับกลางค่อนทางต่ำ ผลประเมินสำหรับปีหน้าอาจด้อยลงอีกจากกรณีนักปั่นจักรยานชาวชิลีโดนรถยนต์ชนดับอนาถในเมืองไทย ทั้งๆที่ปั่นเดินทางไกลผ่านมาแล้วหลายทวีป…

อานุภาพ เงินกระแชง

กุมภาพันธ์ 27, 2015 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,173 other followers

%d bloggers like this: