ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

อ.ก.พ.ใหม่ (2) พฤศจิกายน 17, 2014

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/459638

โดย ซี.12 29 ต.ค. 2557 05:00

อ.ก.พ.ที่นำเสนอในวันนี้เป็นคณะที่เกี่ยวข้องกับกำลังคนภาครัฐ คือ อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับการเตรียมกำลังคนภาครัฐ

มีหน้าที่ทำการแทน ก.พ.ในเรื่องเกี่ยวกับการกำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ มาตรการ และวิธีการเกี่ยวกับการเตรียมและบริหารกำลังคนคุณภาพของภาครัฐอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการฝ่ายพลเรือนโดยรวมถึงระบบนักบริหารระดับสูง ระบบข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง ตลอดจนระบบนักเรียนทุนรัฐบาล รวมทั้งวิเคราะห์การใช้กำลังคนคุณภาพ ติดตามการใช้ประโยชน์ของกำลังคนคุณภาพในระบบราชการ การบริหาร กำกับ ดูแล ติดตามการศึกษา การปฏิบัติงานวิจัย ดูงานและฝึกอบรมในประเทศและต่างประเทศของบุคลากรภาครัฐ นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง นักเรียนทุนรัฐบาล และนักเรียนทุนส่วนตัวที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ.โดยรวมถึงกลไกการจัดสรรข้าราชการพลเรือนเข้ารับทุนฝึกอบรม การจัดการการศึกษาและฝึกอบรม และกิจการอื่นตามที่ ก.พ.มอบหมาย ดังมีรายชื่อต่อไปนี้

1.นายอำพน กิตติอำพน เป็น ประธาน อ.ก.พ. 2.เลขาธิการ ก.พ. 3.นายเจษฎา แสงสุพรรณ 4.นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ 5.นายธงทอง จันทรางศุ 6.นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ 7.นายประมนต์ สุธีวงศ์ 8.นายสมเกียรติ ศิริชาติไชย 9.นางสาวสิบพัน วนวิสุทธิ์ 10.นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล 11.นายสุธรรม ส่งศิริ 12.นายหริส สูตะบุตร 13.นายอัชพร จารุจินดา 14.รองเลขาธิการ ก.พ.หรือ ที่ปรึกษาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ. ที่เลขาธิการ ก.พ.มอบหมาย 15.ผู้อำนวยการศูนย์นักบริหารระดับสูง สำนักงาน ก.พ.เป็น อ.ก.พ. และเลขานุการ

อีกคณะเป็น อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับการสร้างและพัฒนาคุณภาพกำลังคนภาครัฐ มีหน้าที่ทำการแทน ก.พ.ในเรื่องเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ นโยบาย เป้าหมาย วิธีการ และมาตรฐานการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของข้าราชการพลเรือน การให้คำปรึกษาแนะนำด้านการพัฒนาข้าราชการ เพิ่มพูนประสิทธิภาพ และเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะข้าราชการพลเรือนให้มีคุณภาพ คุณธรรม จริยธรรม คุณภาพชีวิต มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจภาครัฐ การกำกับ ดูแล พัฒนา และกำหนดเนื้อหาหลักสูตรนักบริหารระดับสูงของสำนักงาน ก.พ. การรับรองการสำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมนักบริหารระดับสูงที่หน่วยงานอื่นหรือสำนักงาน ก.พ.จัดดำเนินการ การติดตามประเมินผลการจัดการฝึกอบรมสำหรับนักบริหารระดับสูงที่ได้รับการรับรองทุก 3 ปี การรับรองหลักสูตรฝึกอบรมสัมมนาข้าราชการที่จะเป็นเงื่อนไขในการแต่งตั้งข้าราชการของส่วนราชการต่างๆ การดำเนินการหลักสูตรการพัฒนาผู้นำคลื่นลูกใหม่ในราชการไทย การเสริมสร้างศักยภาพของส่วนราชการในการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมืออาชีพ (หลักสูตร HR Professional) และโครงการเตรียมความพร้อมข้าราชการสู่ประชาคมอาเซียน การติดตามประเมินผลการพัฒนาข้าราชการพลเรือนในหลักสูตรต่างๆ การดำเนินการอื่นๆตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ.กำหนด และกิจการอื่นตามที่ ก.พ.มอบหมาย ดังมีรายชื่อต่อไปนี้

1.นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ เป็น ประธาน อ.ก.พ. 2.เลขาธิการ ก.พ. 3.นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ 4.นางจิรประภา อัครบวร 5.นายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ 6.นายไชยเจริญ อติแพทย์ 7.นายธรรมศักดิ์ สัมพันธ์สันติกูล 8.นายปรัชญา เวสารัชช์ 9.นางสาวศิริยุพา รุ่งเริงสุข 10.นายสีมา สีมานันท์ 11.นายสุรพันธ์ ปุสสเด็จ 12.นายอภิชัย มงคล 13.นายอิสินธร สอนไว 14.รองเลขาธิการ ก.พ. หรือที่ปรึกษาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ.ที่เลขาธิการ ก.พ.มอบหมาย 15.ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ.เป็น อ.ก.พ.และเลขานุการ

วันต่อไปจะเป็น อ.ก.พ.ทางด้านทรัพยากรบุคคล.

“ซี.12”

 

อ.ก.พ.ชุดใหม่

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/459428

โดย ซี.12 28 ต.ค. 2557 05:01

เครื่องมือในการดำเนินงานของ ก.พ.คือการตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญคณะต่างๆเพื่อทำการแทน ก.พ.และรับผิดชอบภารกิจตามบทบาทและหน้าที่ของ ก.พ. เรียกโดยย่อว่า อ.ก.พ.

ในโอกาสที่มีการเลือก กรรมการ ก.พ.ผู้ทรงคุณวุฒิ ชุดใหม่ก็มีการแต่งตั้ง อ.ก.พ.วิสามัญ ชุดใหม่ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 11 คณะ รวมกับ คณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. เป็น 12 คณะ อ.ก.พ.คณะไหนมีหน้าที่อย่างไรและมีใครเข้ามาทำหน้าที่ที่ตรงนี้กันบ้างเห็นจะต้องใช้เวลาสัก 2-3 วันในการนำเสนอได้โปรดติดตาม

คณะแรกเป็น อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบข้าราชการ มีหน้าที่ทำการแทน ก.พ.ในเรื่องเกี่ยวกับการร่างกฎหมาย กฎ ก.พ. ข้อบังคับ และระเบียบต่างๆ การแก้ไขทะเบียนประวัติข้าราชการ รวมทั้งเรื่องเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และกิจการอื่นตามที่ ก.พ.มอบหมาย ดังมีรายชื่อต่อไปนี้

1.คุณพรทิพย์ จาละ เป็นประธาน อ.ก.พ. 2.เลขาธิการ ก.พ. 3.ปลัดกระทรวงการคลัง 4.นายกมลชัย รัตนสกาววงศ์ 5.นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ 6.นายเข็มชัย ชุติวงศ์ 7.นายดิสทัต โหตระกิตย์ 8.คุณหญิงนันทกา สุประภาตะนันทน์ 9.นายประวีณ ณ นคร 10.นายพินิต อารยะศิริ 11.นายสำราญ ถาวรายุศม์ 12.ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สำนักงาน ก.พ. เป็น อ.ก.พ. และเลขานุการ

คณะที่สอง อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกจาก ราชการ มีหน้าที่ทำการแทน ก.พ. ในเรื่องเกี่ยวกับวินัยข้าราชการพลเรือนสามัญตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน การออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน การยกเว้นให้ผู้ที่มีลักษณะต้องห้ามเป็นข้าราชการเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน การควบคุมกำกับให้มีการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนและจรรยาบรรณข้าราชการ และกิจการอื่นตามที่ ก.พ.มอบหมาย ดังมีรายชื่อต่อไปนี้

1.นายประวีณ ณ นคร เป็นประธาน อ.ก.พ. 2.เลขาธิการ ก.พ. 3.เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 4.เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 5.เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 6.เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ 7.นายชนะ อินสว่าง 8.นายธราดล เก่งการพานิช 9.พลตำรวจตรี ปัญญา เอ่งฉ้วน 10.คุณพรทิพย์ จาละ 11.นายวชิระ เพ็งจันทร์ 12. นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ 13.นายสุวรรณ ชนะสงคราม 14.นางสาว อรพินทร์ ชูชม 15.ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานวินัย สำนักงาน ก.พ. เป็น อ.ก.พ.และเลขานุการ

คณะต่อมา อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับการรับรองนักกฎหมายภาครัฐ มีหน้าที่ทำการแทน ก.พ. ในเรื่องเกี่ยวกับการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดกรองคุณสมบัติและสร้างมาตรฐานคุณภาพสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งนิติกรที่จะได้รับเงินเพิ่ม พิจารณาให้การรับรองผู้ดำรงตำแหน่งนิติกรที่จะได้รับเงินเพิ่ม แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อทำหน้าที่ช่วย อ.ก.พ. วิสามัญเกี่ยวกับการรับรองมาตรฐานนักกฎหมายภาครัฐและกิจการอื่นตามที่ ก.พ.มอบหมาย ดังมีรายชื่อต่อไปนี้

1.นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน อ.ก.พ. 2.เลขาธิการ ก.พ. 3.เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา 4.เลขาธิการคณะรัฐมนตรี 5.นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ 6.นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ 7.นายเข็มชัย ชุติวงศ์ 8.นายธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย 9.นายสราวุธ เบญจกุล 10.นายอนุสรณ์ สุขแสงทอง 11.ข้าราชการสำนักงาน ก.พ. ที่เลขาธิการ ก.พ.แต่งตั้งเป็น อ.ก.พ.และเลขานุการ

อ.ก.พ. 3 คณะแรกนี้มีภารกิจเน้นหนักไปทางด้านกฎบัตรกฎหมาย.

“ซี.12”

 

ก.พ.ค.ชุดใหม่

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/459251

โดย ซี.12 27 ต.ค. 2557 05:01

คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค. ชุดแรกที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มีลักษณะเป็นองค์กรกึ่งตุลาการมีหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยการอุทธรณ์ร้องทุกข์ของข้าราชการและการคุ้มครองระบบคุณธรรม

คณะกรรมการชุดนี้มีจำนวน 7 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี โดยต้องทำงานเต็มเวลาและดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

วาระของ ก.พ.ค.ชุดแรกนี้เริ่มเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2551 ดังนั้น จึงใกล้ครบวาระในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว ถ้าจะเอ่ยถึงผลงานของ ก.พ.ค.เท่าที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ามีประโยชน์มากพอสมควร

แต่น่าเสียดายที่มีกรณีหนึ่งซึ่งเป็น รอยด่าง ในการทำงานของ ก.พ.ค.นั่นคือการวินิจฉัยในกรณีร้องทุกข์ของ นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ออกมาอย่างมีเลศนัย และในที่สุด ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยนั้นเสีย

กรณีนี้ทำให้ที่นี่ต้องตัดสินใจวางเฉยกับกิจการทั้งหลายของ ก.พ.ค. ทั้งๆที่มีความนิยมยกย่องในความสุจริตจริงใจกล้ายืนหยัดของกรรมการ ก.พ.ค. 3 คน คือ นายภิรมย์ ศรีจันทร์ นายบุญเลิศ ลิ้ม-ทองกุล และ นายภิรมย์ สิมะเสถียร แต่ไม่อาจต้านทานได้กับกลเกม ที่พลิกแพลงในการลงมติ

บัดนี้กรรมการส่วนใหญ่ใน ก.พ.ค.ชุดนี้กำลังจะพ้นวาระแล้ว จึงมีการประกาศรับสมัครกรรมการ ก.พ.ค.ชุดใหม่ จำนวน 6 คน เพราะกรรมการ ก.พ.ค.คนที่ 7 คือ นายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ นั้นเพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งในช่วงหลังโดยได้รับการคัดเลือกเข้ามาแทนผู้ที่เสียชีวิต จึงยังมีวาระการดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบ 6 ปี

คณะกรรมการคัดเลือกกรรมการ ก.พ.ค. ประกอบด้วย นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธาน มี รองประธานศาลฎีกา ที่ได้รับมอบหมายจากประธานศาลฎีกา เป็นกรรมการหนึ่งคน กรรมการ ก.พ.ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับเลือกโดย ก.พ. เป็นกรรมการอีกหนึ่งคน และ เลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ

ตอนนี้กำลังรับสมัครผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน โดยให้ยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารได้จนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 กระบวนการขั้นตอนการคัดเลือกนั้นประกาศไว้รัดกุมดีแล้วและที่ดีที่สุดคือมีการเชิญชวนให้บุคคลที่เกี่ยวข้องและบุคคลทั่วไปให้ข้อคิดเห็นถึงตัวบุคคลในรายชื่อที่ผ่านการประเมินประสบการณ์หรือผลงานแล้ว เพื่อให้คณะกรรมการนำไปประกอบการพิจารณาคัดเลือกด้วย

ในระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อของกรรมการ ก.พ.ค.ชุดเก่ากำลังจะหมดวาระและกระบวนการคัดเลือกกรรมการ ก.พ.ค.ชุดใหม่ยังไม่เสร็จสิ้นนี้ กิจการงานของ ก.พ.ค.ก็ไม่ได้สะดุดหยุดลงเพราะมีบทบัญญัติของกฎหมายให้ กรรมการ ก.พ.ค.ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีกรรมการ ก.พ.ค.ใหม่

แบบเดียวกับ ครม.ที่พ้นจากตำแหน่งแล้วต้องรักษาการรอ ครม.ชุดใหม่นั่นแหละ บางทีก็มีอะไรที่พิลึกพิลั่นเกิดขึ้นได้ในช่วงนี้.

“ซี.12”

 

มุมข้าราชการ 25/10/57

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/458860

โดย ซี.12 25 ต.ค. 2557 05:01

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.แสดงบทบาทความเป็นกลางออกมาได้ค่อนข้างชัดเจนในกรณีการพิจารณา พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ฉบับใหม่ที่ผ่านมติออกมาในวาระที่ 3 เพื่อดำเนินการตามกระบวนการประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป พ.ร.บ.ฉบับนี้แทบจะกลายเป็นชนวนของ ศึกสายเลือด ในศาลปกครองเมื่อมีความขัดแย้งทางความคิดอย่างรุนแรงแบ่งเป็น 2 ฟากฝ่ายในศาลปกครองในเรื่องที่ว่าด้วย ก.ศป. หรือ คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง

จากเหตุการณ์ที่ทำท่าว่าจะรุนแรงบานปลายกลายเป็นลงเอยด้วยการ วิน วินทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายที่ผลักดัน พ.ร.บ.ใหม่ก็ได้กฎหมายใหม่ออกมาสมใจ ฝ่ายที่เห็นว่า ก.ศป. เดิมยังสามารถทำหน้าที่ได้ต่อไปได้จนครบวาระคือ เดือนเมษายน 2558 ก็ได้รับการตอบสนองดังที่ต้องการด้วยการแก้ไขในชั้นกรรมาธิการให้ทำหน้าที่ต่อไปจนครบวาระ เพราะฉะนั้นควรจะลืมข้อบาดหมางหันมาร่วมแรงร่วมใจกันอำนวยความยุติธรรมในคดีปกครองให้ประชาชนอย่างเต็มกำลัง

ในขณะที่ สนช.กำลังเดินหน้าไปด้วยดีทางด้าน สปช. หรือ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เพิ่งเริ่มตั้งไข่ก็มีเรื่องระคายเคืองไม่รู้จบไม่ว่าจะเป็นคำชี้ขาดของ ป.ป.ช. ที่ระบุว่า สปช.ทุกคนไม่จำเป็นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินซึ่งยิ่งทำให้สังคมเคลือบแคลงพอสมควรแล้วยังมีรายการนินทาถึงเรื่อง จุฬาคอนเน็กชัน ซึ่งดูเหมือนไร้สาระแต่เป็นปรากฏการณ์ที่มีข้อมูลปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรม ถ้าไม่รีบระงับยับยั้งความข้องใจประเดี๋ยวก็จะต้องมานับกันอีกว่าใน 36 กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เป็น จุฬา กี่คน ธรรมศาสตร์ กี่คน หรือ นักเรียนนอก กี่คน หารู้ไม่ว่านับไปนับมามีหรือจะสู้ จปร.คอนเน็กชัน กับ ตท.คอนเน็กชัน ที่แน่ๆตอนนี้ พลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช นายทหารที่มีเพื่อนพ้องหลากหลายทุกวงการและเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของฝ่ายพลเรือนมากที่สุดได้รับความไว้วางใจให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมแล้ว

ส่วนที่มีการกะเก็งกันมาตลอดเวลาว่าประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญเห็นจะไม่พ้น บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่เพิ่งได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติคนที่ 1 และยังอยู่ในตำแหน่งเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าที่กำลังจะครบวาระอีกครั้ง ว่ากันจริงๆแล้วคนที่จะมาแทน อาจารย์บวรศักดิ์ ในตำแหน่งนี้มีตัวตนที่เชื่อถือได้ทั้งในความคิดอ่านและการบริหารสถาบันอย่างเช่น วุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการในปัจจุบัน

ในแวดวงการต่างประเทศ หลังจากการเกษียณของ 9 นักการทูตมือดี ที่ขอเอ่ยนามอีกครั้งนับตั้งแต่ กฤต ไกรจิตติ ทูตมาเลเซีย ธวัชชัย คูภิรมย์ ทูตติมอร์เลสเต ธัชชยุติ ภักดี ทูตกัมพูชา มารุต จิตรปฏิมา ทูตสิงคโปร์ เมธา พร้อมเทพ ทูตอาร์เจนตินา วิบูลย์ คูสกุล ทูตจีน สมปอง สงวนบรรพ์ ทูตฮังการี สมชัย จรณะสมบูรณ์ ทูตสวีเดน และ กุณฑลี ประจิมทิศ ทูตโมร็อกโก นั้น ตอนนี้กระบวนการสรรหาวางตัวในบัวแก้วคงใกล้ครบถ้วนแล้ว

ที่กล่าวขานกันในแวดวงก็เช่น ธนาธิป อุปัติศฤงค์ อาจขยับจากทูตญี่ปุ่นไปอยู่ฟิลิปปินส์ แล้ว สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศไปอยู่โตเกียวแทน โดยตัวเก็งปลัดใหม่น่าจะเป็น นรชิต สิงหเสนี ที่มาจากยูเอ็นนิวยอร์ก หรืออดีตปลัดกระทรวงอย่าง ธีรกุล นิยม ที่ปัจจุบันเป็นทูตนอร์เวย์ น่าจะขยับมาอยู่ปักกิ่ง ส่วน ณัฏฐวุฒิ โพธิ-สาโร รองปลัดกระทรวง มีความเหมาะสมในระดับเอบวกที่จะไปอยู่พนมเปญ และที่สำคัญ กิตติพงษ์ ณ ระนอง ทูตลิเบีย จะได้คืนความเป็นธรรมที่ถูกย่ำยีจากยุคที่ผ่านมาโดยได้เป็นทูตลอนดอน เป็นต้น

หนังสือในวาระเกษียณของ 2 ข้าราชการใหญ่ให้ข้อคิดที่ดีงามและน่าทึ่งกับประวัติชีวิตและเส้นทางการรับราชการเล่มแรก WITOON ’S WAY จากเด็กท่าเตียนสู่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ของ วิฑูรย์ สิมะโชคดี และอีกเล่ม จับจังหวะ 6 จังหวัด GOVERNOR ’S STEP ของ เสนีย์ จิตตเกษม ที่ถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัด 6 จังหวัด 4 ภาคคือ ศรีสะเกษ ชลบุรี น่าน ตรัง ระยอง อุดรธานี

“ซี.12”

 

นายอำเภอระดับสูง

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/458672

โดย ซี.12 24 ต.ค. 2557 05:01

ข้าราชการที่ได้เลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งนายอำเภอระดับสูงครั้งล่าสุดนี้มีจำนวน 315 ราย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2557 เป็นต้นไป

เนื่องจากมีจำนวนมากมายด้วยกันเห็นทีจะเสนอรายชื่อทั้งหมดไม่ได้จึงขอหยิบยกเอาจุดที่น่าสนใจมาว่ากันอย่างเช่นในคราวนี้มี นายอำเภอหญิง อยู่ด้วย 6 ราย คือนางภัทราวดี ปัญญาบุญ นายอำเภอป่าแดด เชียงราย นางกาญจนา เพ็ชรวิเศษ นายอำเภอกาบเชิง สุรินทร์ นางสุภาพรรณ บุญถนอม นายอำเภอปราบ ลำปาง เป็น นายอำเภอแม่วาง เชียงใหม่ นางสุภาวดี ศรีสุขวัฒน์ นายอำเภอภูผาม่าน ขอนแก่น เป็น นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ นครราชสีมา นางสาวนิติยา พงษ์พานิช นายอำเภอเสริมงาม ลำปาง เป็น นายอำเภอน้ำปาด อุตรดิตถ์ และ นางสาวเมตตา สินยบุตร ผอ.ส่วนส่งเสริมการทะเบียนและบัตร สำนักบริหารการทะเบียน เป็น นายอำเภอประโคนชัย บุรีรัมย์

นายอำเภอที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้เลื่อนก็มีทั้งอยู่ที่เดิมและที่ย้ายอำเภอคือ นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอแว้ง นราธิวาส พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอบาเจาะ นราธิวาส นายกชกร รักษาสรณ์ นายอำเภอศรีสาคร นราธิวาส นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเจาะไอร้อง นราธิวาส นายสุพล โพธิ์แก้ว นายอำเภอมายอ ปัตตานี นายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอยะหา ยะลา นายบุญเติม รองเลื่อน นายอำเภอธารโต ยะลา นายสนั่น สนธิเมือง นายอำเภอกรงปินัง ยะลา เป็น นายอำเภอยี่งอ นราธิวาส นายสาธิเดช ชูอำนาจ นายอำเภอวัดสิงห์ ชัยนาท เป็น นายอำเภอแม่ลาน ปัตตานี นายมาโนช อาเรฟ ผอ.ส่วนประสานราชการ สำนักกิจการความมั่นคงภายใน เป็น นายอำเภอสุคิริน นราธิวาส นายเปรมศักดิ์ กีรานนท์ ผอ.ส่วนบัตรประจำตัวประชาชน สำนักบริหารการทะเบียน เป็น นายอำเภอจะแนะ นราธิวาส

ที่เป็น ผู้อำนวยการส่วน ของสำนักต่างๆออกไปเป็นนายอำเภอระดับสูง ได้แก่ นายประสิทธิ์ เปรมจิตร์ ผอ.ส่วนกำลังพลและส่งกำลังบำรุง สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน เป็น นายอำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี นายอาวุธ วิเชียรฉาย ผอ.ส่วนประสานโครงการพัฒนาท้องที่ สำนักบริหารการปกครองท้องที่ เป็น นายอำเภอบางขัน นครศรีธรรมราช นายชนพหล ส่งเสริม ผอ.ส่วนระบบการปกครองท้องที่ สำนักบริหารการปกครองท้องที่ เป็น นายอำเภอสามง่าม พิจิตร นายอลงกต วรกี ผอ.ส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย 2 สำนักการสอบสวนและนิติการ เป็น นายอำเภอจังหาร ร้อยเอ็ด นายวิรัตน์ ไชยสิทธิ์

ผอ.ส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย 1 สำนักการสอบสวนและนิติการ เป็น นายอำเภอวังหิน ศรีสะเกษ นายฤทธิสรรค์ เทพพิทักษ์ ผอ.ส่วนยุทธการและการข่าว สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน เป็น นายอำเภอพนา อำนาจเจริญ นายธวัช เจริญวัย ผอ.ส่วนกิจการชายแดนและผู้อพยพ สำนักกิจการความมั่นคงภายใน เป็น นายอำเภอลืออำนาจ อำนาจเจริญ นายพีระพล ตัณฑโอภาส ผอ.ส่วนการเมืองการเลือกตั้ง สำนักบริหารการปกครองท้องที่ เป็น นายอำเภอหนองขาหย่าง อุทัยธานี นายสมชาย ชำนิ ผอ.ส่วนการข่าว สำนักกิจการความมั่นคงภายใน เป็น นายอำเภอคลองใหญ่ ตราด นายรณภพ เวียงสิมมา ผอ.ส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย 3 สำนักการสอบสวนและนิติการ เป็น นายอำเภอระโนด สงขลา

นายวรยุทธ เนาวรัตน์ เลขานุการกรมการปกครอง เป็น นายอำเภอบางปะหัน พระนครศรีอยุธยา นายสำราญ นันทนีย์ รองอธิการวิทยาลัยการปกครอง เป็น นายอำเภอแสวงหา อ่างทอง นายณัฏฐพงศ์ สุขวิสิฎฐ์ รองอธิการวิทยาลัยการปกครอง เป็น นายอำเภอลานสัก อุทัยธานี นายสันติ สังขธูป ผอ.ร.ร.นายอำเภอ เป็น นายอำเภอบ้านตาขุน สุราษฎร์ธานี นายพจน์ หรูวรนันท์ ผอ.ร.ร.ปลัดอำเภอ วิทยาลัยการปกครอง เป็น นายอำเภอวังชิ้น แพร่ นายทิวา วัฒนะไพบูลย์สุข ผอ.ร.ร.สืบสวนสอบสวนฝ่ายปกครอง เป็น นายอำเภอโพธิ์ประทับช้าง พิจิตร นายพิริยะ ฉันทดิลก ผอ.ศูนย์บริการประชาชน สำนักการสอบสวนและนิติการ เป็น นายอำเภอบางระกำ พิษณุโลก

แต่ระหว่างนี้ยังคงต้องรักษาการในอำเภอเดิมไปพลางก่อน.

“ซี.12”

 

หัวใจสีขาว

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/458442

โดย ซี.12 23 ต.ค. 2557 05:01

ไม่ว่าจะเป็นยุคใดสมัยใดหรือรัฐบาลไหนเข้ามาครองอำนาจกิจกรรมของมูลนิธิพัฒนาข้าราชการก็เป็นไปอย่างต่อเนื่องด้วยเป้าประสงค์ในการพัฒนาข้าราชการทางด้านคุณธรรมอย่างจริงจัง

บุรุษเหล็กอย่าง นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ ผู้เป็นประธานมูลนิธิพัฒนาข้าราชการที่มุ่งมั่นในการทำงานแจ้งว่า ในปีที่ผ่านมา มูลนิธิพัฒนาข้าราชการได้ส่งทีมวิทยากรซึ่งประกอบด้วย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รศ.นงลักษณ์ วัฒนสิงหะ และ ดร.สุเมธ แสงนิ่มนวล ไปให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่อง “คุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท” ให้กับข้าราชการหน่วยงานต่างๆอย่างสม่ำเสมอ

โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อปลุกจิตสำนึกในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และนำมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ปฏิบัติภารกิจด้วยความถูกต้องเป็นธรรม มีความภาคภูมิใจในเกียรติและศักดิ์ศรี เป็นข้าราชการที่ดีที่จะต้องทำงานตามรอยพระยุคลบาท สามารถเป็นหลักของบ้านเมืองได้ และเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง

สำหรับปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุ 87 พรรษา นับเป็นวโรกาสที่สำคัญยิ่ง มูลนิธิพัฒนาข้าราชการได้สานต่อโครงการ “คุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท” ต่อไป นอกจากส่งทีมวิทยากรไปให้ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องนี้ และปลุกจิตสำนึกให้ข้าราชการทำงานตามรอยพระยุคลบาท และประพฤติปฏิบัติตามคุณธรรมที่พระราชทานให้ไว้ในพระบรมราโชวาทแล้ว

มูลนิธิพัฒนาข้าราชการยังได้จัดทำหนังสือขึ้นเล่มหนึ่งคือ หนังสือข้าราชการยุคใหม่ หัวใจสีขาว ซึ่งมีความมุ่งหมายในการปลุกจิตสำนึกข้าราชการให้ตระหนักถึงความสำคัญในการทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง รับใช้เบื้องพระยุคลบาท เป็นข้าราชการที่ดี ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้ที่ประชาชนสามารถพึ่งพาได้ ให้ตระหนักถึงเกียรติและศักดิ์ศรีที่ได้มาด้วยการสั่งสมคุณงามความดี เป็นที่ยอมรับนับถือของผู้คน

มูลนิธิพัฒนาข้าราชการได้รับความร่วมมือจากสำนักพิมพ์เดียร์ เดียร์ ลดราคาพิเศษ สำหรับผู้ที่สั่งซื้อหนังสือเล่มนี้ จากราคาหน้าปก 180 บาท เหลือเพียง 120 บาท โดยมอบรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายหนังสือให้กับมูลนิธิพัฒนาข้าราชการ ผู้ที่สนใจติดต่อได้ที่มูลนิธิพัฒนาข้าราชการ โทร.0-2243-2750 หรือ 08-9799-5624

หนังสือเล่มนี้ให้ข้อคิดจากผู้รู้ และประสบการณ์ของผู้เขียนคือ ท่านประธานขจัดภัย เอง โดยสิ่งที่น่าสนใจยิ่งในหนังสือเล่มนี้ก็คือในสองบทสุดท้ายได้แก่ “จดจำคำพ่อสอน” และ “น้ำพระทัยในหลวง” ได้นำเอาคุณธรรมในพระบรมราโชวาท ปรัชญาในการดำเนินชีวิต หลักการทรงงาน และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาเขียนไว้อย่างรวบรัดชัดเจน เพื่อให้ข้าราชการและผู้อ่านทั่วไปได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และนำมาประพฤติปฏิบัติเพื่อแสดงความจงรักภักดี อันจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต สัมฤทธิผลในหน้าที่การงาน เป็นประโยชน์ต่อตนเองต่อองค์กรและบ้านเมือง

เป็นการรับสนองพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานไว้ว่า “การยึดมั่นในผลประโยชน์ของแผ่นดินและความถูกต้อง เป็นธรรม เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ เพราะการยึดมั่นดังกล่าว จะทำให้จิตใจมั่นคง เด็ดเดี่ยว ในอันที่จะพากเพียรปฏิบัติหน้าที่ให้จนบรรลุผลสำเร็จ และสามารถป้องกันความผิดพลาดเสียหาย อันจะเกิดแก่ตน แก่งานได้อย่างแท้จริง”

ก้าวมาร่วมขบวนการข้าราชการยุคใหม่ หัวใจสีขาวกันได้แล้วตั้งแต่บัดนี้.

“ซี.12”

 

รองอธิบดีใหม่ในมหาดไทย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/458168

โดย ซี.12 22 ต.ค. 2557 05:01

เมื่อตอนสิ้นปีงบประมาณ 2557 มีข้าราชการระดับรองอธิบดีในกระทรวงมหาดไทยเกษียณอายุราชการไป 6 คนใน 4 กรม

รองอธิบดี ทั้ง 6 รายนั้นประกอบด้วย กรมการปกครอง 3 ตำแหน่ง กรมการพัฒนาชุมชน กรมที่ดิน และ กรมโยธาธิการและผังเมือง อีกกรมละ 1 ตำแหน่ง

กระบวนการคัดเลือกดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว ได้ตัวคนมาดำรงตำแหน่งที่ว่างเรียบร้อยแล้วคือนางสายพิรุณ น้อยศิริ ผู้อำนวยการสถาบันการพัฒนาชุมชน เป็นรองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายถวัลย์ ทิมาสาร เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร เป็นรองอธิบดีกรมที่ดิน นายโอฬาร ศักยโรจน์กุล ผู้อำนวยการสำนักผังประเทศและผังภาคเป็นรองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

ส่วนกรมการปกครอง ได้ 3 รองอธิบดีที่มาจาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหมดคือ นายดลเดช พัฒนรัฐ จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และ นายประดิษฐ์ ยมานันท์ จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล

เป็นอันมีครบตามอัตราที่มีอยู่กรมละ 3 รอง โดยกรมที่ดินกับกรมโยธาธิการและผังเมือง มีอยู่ 4 รอง แต่อย่าลืมว่ามีรองอธิบดีที่ไปลงสนามแข่งตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด อีก 6 คน อย่างน้อยอาจจะ ได้สักหนึ่งคนหรือสองคนก็ต้องมาสรรหารองกันอีกรอบ

อีกเรื่องหนึ่งตอนนี้กรมการปกครองได้ประกาศผลการคัดเลือก ปลัดอำเภอดีเด่น ตามโครงการคัดเลือกปลัดอำเภอดีเด่น (ปลัดอำเภอแหวนทองคำ) ประจำปี พ.ศ.2557 ออกมาแล้ว

ปลัดอำเภอดีเด่น (ปลัดอำเภอแหวนทองคำ) ประจำปี พ.ศ.2557 มี 4 คน จาก 4 ภาค ดังนี้ 1.นายพงศ์ศักดิ์ เพชรคงแก้ว ปลัดอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ 2.นายสมพร ควรคำคง ปลัดอำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม 3.นายนิพพิชฌน์ อติอนวรรตน์ ปลัดอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 4.นายเที่ยง จันทร์ทอง ปลัดอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส

พร้อมกันนั้นมีปลัดอำเภอที่ได้รับรางวัลชมเชย ประจำปี พ.ศ.2557 จำนวน 8 คน ดังนี้

1.นายวิเศษ ผงนอก ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 2.นางศิริวรรณ ขวัญนาง ปลัดอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ 3.นายพุทธภูมิ นาชัยเริ่ม ปลัดอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ 4. นางชุติอร ราษี ปลัดอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 5.นายธนา-เดช เต็มปลื้ม ปลัดอำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา 6.จ.ส.อ.มนตรี โภคานิตย์ ปลัดอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี 7.นายอวยชัย จุฬาศิริวงศ์ ปลัดอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 8.นายวันชัย ขุนรินทร์ ปลัดอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

นอกจากนั้น ในช่วงเดียวกันนี้กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งเลื่อน นายอำเภออำนวยการระดับต้น ขึ้นเป็นนายอำเภออำนวยการระดับสูงตามที่ได้รับอนุมัติอัตรามาใหม่ 315 ราย

มีทั้งเลื่อนขึ้นในตำแหน่งเดิมที่ครองอยู่และเลื่อนไปขึ้นในตำแหน่งอำเภออื่นรวมทั้งผู้อำนวยการส่วน ในส่วนกลางได้เลื่อนเป็นนายอำเภออำนวยการระดับสูงด้วยจำนวนหนึ่งซึ่งจะเอามาให้รับทราบสำหรับตำแหน่งที่น่าสนใจในเร็ววันนี้.

“ซี.12”

 

18 ผู้ว่าใหม่ใครเข้าชิง (2)

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/457904

โดย ซี.12 21 ต.ค. 2557 05:01

คงได้เห็นรายชื่อกันแล้ว ถึง 60 นักบริหารระดับต้นในตำแหน่งรองอธิบดีและรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกเพื่อให้ผู้มีอำนาจพิจารณาแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีตำแหน่งว่างอยู่ 18 จังหวัด

ทบทวนกันอีกทีว่ามีที่ไหนบ้างได้แก่ 1.กระบี่ 2.ชุมพร 3.ตราด 4.นครปฐม 5.บึงกาฬ 6.ปัตตานี 7.พังงา 8.เพชรบูรณ์ 9.แพร่ 10.มหาสารคาม 11.ยะลา 12.ระนอง 13.ลำพูน 14.สมุทรสงคราม 15.สุโขทัย 16.หนองคาย 17.อำนาจเจริญ 18.อุทัยธานี

ทั้งหมดนี้เป็นจังหวัดทางภาคอีสาน 4 ภาคเหนือ 4 ภาคกลาง 4 และภาคใต้เสีย 6 โดยทางภาคใต้นั้นเป็นพื้นที่ชายแดนเสีย 2 คือ ปัตตานี กับ ยะลา

เข้าใจว่าการวางตัวคนเป็นผู้ว่าฯในจังหวัดชายแดนภาคใต้น่าจะเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัด ในพื้นที่ที่มีประสบการณ์รู้จักผู้คนและพื้นที่ภูมิประเทศมานานพอสมควรซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 6 คน ได้แก่ นายวีรพงค์ แก้วสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ว่าที่ ร.ต.สมโภชน์ สุวรรณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายสามารถ วราดิศัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และ นายอุดร น้อยทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

สัดส่วนการพิจารณาจะออกมา 3 ต่อ 1 ซึ่งดูจะพอดีๆ โดยคนที่มีโอกาสมากที่สุดน่าจะเป็น นายสามารถ วราดิศัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และคนที่พลาดโอกาสที่ตรงนี้ก็มิใช่ว่าไม่อาจไปขึ้นที่จังหวัดอื่นนอกพื้นที่ได้

ส่วนที่เหลืออีก 48 รายเป็นรองผู้ว่าฯในภาคกลางมากที่สุด 15 ราย ภาคอีสาน 13 ราย ภาคเหนือและภาคใต้ แห่งละ 10 ราย และยังมีรองอธิบดีอีก 6 รายด้วยนะอย่าลืม

จากการคาดหมายเข้าใจว่า รองผู้ว่าฯที่รักษาการอยู่ในจังหวัดที่ว่างผู้ว่าฯอยู่หลายแห่งมีโอกาสขึ้นเป็นผู้ว่าฯที่นั่นโดยตรง เช่น นายสมาน แสงสอาด ที่กระบี่ นายชาติชาย อุทัย-พันธ์ ที่ชุมพร นายประยูร รัตนเสนีย์ ที่พังงา นายเจน รัตน-พิเชฏฐชัย ที่สมุทรสงคราม เป็นต้น

หรืออย่างราย นายเลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ รอง ผวจ.ร้อยเอ็ดที่เคยเป็นรอง ผวจ.บึงกาฬมาก่อนนั่นก็มีชาวบึงกาฬเรียกร้องต้องการให้กลับไปเป็นผู้ว่าฯที่นั่น

รองคนอื่นๆที่น่าสนใจยังมี นายณรงค์ อ่อนสอาด รอง ผวจ.สิงห์บุรี นายนาวิน สินธุสอาด รอง ผวจ.เชียงใหม่ซึ่งเคยได้รับรางวัลนายอำเภอแหวนเพชร-นายอำเภอของประชาชนมาก่อนสมัยรับราชการอยู่ทางภาคใต้ ส่วน นายชยาวุธ จันทร รอง ผวจ.นครราชสีมา ก็เป็นคนหนุ่มที่น่าจับตามอง

แล้วก็ต้องย้ำอีกครั้งว่า นางพรรณี งามขำ รอง ผวจ.ชัยนาท เป็น รองหญิง คนเดียวที่เข้ารอบมาจึงไม่ควรจะพลาดโอกาสในการขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดคราวนี้

นอกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ตอนนี้ยังมีตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งว่างอยู่ 4 อัตราก็มีกระบวนการคัดเลือกในคราวเดียวกันโดยมีผู้ผ่านการคัดเลือกมาทั้งสิ้น 15 ราย ซึ่งก็เป็นชื่อที่ซ้ำกับสายผู้ว่าฯเกือบทั้งหมด
มีอยู่รายเดียวคือ นายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล รองผู้ว่าราช-การจังหวัดชลบุรี ที่ลุยเดี่ยวในตำแหน่งผู้ตรวจฯ ก็ขอให้โชคดี

“ซี.12”

 

18 ผู้ว่าใหม่ใครเข้าชิง

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/457747

โดย ซี.12 20 ต.ค. 2557 05:01

ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดคือเป้าหมายอันสำคัญของข้าราชการฝ่ายปกครองในกระทรวงมหาดไทย ใครก้าวมาถึงจุดนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตราชการคือก้าวไปถึงดวงดาวแล้ว

ปีนี้มาถึงตอนนี้มีตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ว่างอยู่ 18 จังหวัด หลังการโยกย้ายสับเปลี่ยนและเกษียณอายุของคนครองตำแหน่งเดิมแล้ว กระบวนการคัดเลือกคัดสรรคนเข้าสู่ตำแหน่งนี้จึงเป็นไปอย่างรอบคอบรัดกุม มีการประกาศรับสมัครตามกรรมวิธีที่ ก.พ.กำหนด โดยมี นายไพทูรย์ บุญวัฒน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นข้าราชการอาวุโสได้รับเชิญมาเป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือก

ข้าราชการมหาดไทยที่อยู่ในตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนต่างสมัครเข้าชิงชัยในรอบแรก และปรากฏผลออกมาแล้วว่ามีคนเข้ารอบทั้งสิ้น 60 ราย

ในจำนวนนี้เป็น รองอธิบดี ของกรมต่างๆ 6 รายคือ นายอรรถพร สิงหวิชัย รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายวานิตย์ อินทรักษ์ รองอธิบดีกรมที่ดิน นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชาญนะ เอี่ยมแสง นายโชคชัย เดชอมรธัญ นายสมดี คชายั่งยืน ซึ่งเป็น 3 รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

ที่เหลืออีก 54 รายเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัด ล้วนๆ คือนายกาจพล เอิบสุขสิริ รอง ผวจ.น่าน นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รอง ผวจ.ภูเก็ต นายเจน รัตนพิเชฏฐชัย รอง ผวจ.สมุทรสงคราม นายชยาวุธ จันทร รอง ผวจ.นครราชสีมา นายชัยภัทร หิรัณยเลขา รอง ผวจ.สระแก้ว นายชาติชาย อุทัยพันธ์ รอง ผวจ.ชุมพร นายชูศักดิ์ ตรีสาร รอง ผวจ.สระแก้ว นายณรงค์ ธีรจันทรางกูร รอง ผวจ.ตราด นายณรงค์ พลละเอียด รอง ผวจ.อุดรธานี นายณรงค์ อ่อนสอาด รอง ผวจ.สิงห์บุรี นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช นายธนวัฒน์ พลอยโสภณ รอง ผวจ.เลย นายธานี ธัญญาโภชน์ รอง ผวจ.นครปฐม นายธีรวุฒิ ศิริวรรณ รอง ผวจ.ปทุมธานี

นายนาวิน สินธุสอาด รอง ผวจ.เชียงใหม่ นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ รองผวจ.พะเยา นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รอง ผวจ.ฉะเชิงเทรา นายบุญยืน คำหงษ์ รอง ผวจ.อำนาจเจริญ นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ รอง ผวจ.สมุทรสงคราม นายประยูร รัตนเสนีย์ รอง ผวจ.พังงา นายปัญญา งานเลิศ รอง ผวจ.อ่างทอง นายปิติ แก้วสลับสี รอง ผวจ.สุโขทัย นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ รอง ผวจ.ชลบุรี นางพรรณี งามขำ รอง ผวจ.ชัยนาท นายพัณณ์เดชน์ ศรีจันทร์ รอง ผวจ.สกลนคร นายพินิจ บุญเลิศ รอง ผวจ.ระนอง นายภานุ แย้มศรี รอง ผวจ.นครราชสีมา นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รอง ผวจ.เลย

นายยุทธนา วิริยะกิตติ รอง ผวจ.สุรินทร์ นายฤทธิพงศ์ เตชะพันธุ์ รอง ผวจ. ลำปาง นายเลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด นายวงศศิริ พรหมชนะ รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี นายวินัย วิทยานุกุล รอง ผวจ.นครราชสีมา นายวีรพงค์ แก้วสุวรรณ รอง ผวจ.นราธิวาส นายศักดิ์ สมบุญโต รอง ผวจ.กำแพงเพชร นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รอง ผวจ.ลำพูน นายสนิท ขาวสอาด รอง ผวจ.ศรีสะเกษนายสมเกียรติ สังขาวสุทธิรักษ์ รอง ผวจ.ภูเก็ต นายสมชาย เลิศพงศ์ภากรณ์ รอง ผวจ.สุพรรณบุรี ว่าที่ ร.ต.สมโภชน์ สุวรรณรัตน์ รอง ผวจ.ปัตตานี นายสมมิตร ศิลป์ประเสริฐ รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์

นายสมาน แสงสอาด รอง ผวจ.กระบี่ นายสาธร นราวิสุทธิ์ รอง ผวจ.ตรัง นายสามารถ วราดิศัย รอง ผวจ.ยะลา นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รอง ผวจ.ยะลา นายสุชาติ นพวรรณ รอง ผวจ.หนองคาย นายสุทธา สายวาณิชย์ รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน นายสุทธินันท์ บุญมี รอง ผวจ.อุดรธานี นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ รอง ผวจ.นครสวรรค์ นายสุรินทร์ เพชรสังข์ รอง ผวจ.พัทลุง นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ รอง ผวจ.ศรีสะเกษ นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ รอง ผวจ.กาญจนบุรี นายอำนวย ตั้งเจริญชัย รอง ผวจ.นครสวรรค์ นายอุดร น้อยทับทิม รอง ผวจ.ยะลา

ใครจะได้อยู่ที่การตัดสินใจของคน 3 คนคือ มท.1 อนุพงษ์ มท.2 สุธี และปลัดวิบูลย์แล้ว.

“ซี.12”

 

มุมข้าราชการ 18/10/57

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/457349

โดย ซี.12 18 ต.ค. 2557 05:01

การโอน ชูเกียรติ รัตนชัยชาญ จากตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปเป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ นั้นเป็นการโอนที่มี เงื่อนไขพิเศษ มากกว่าการโอนบุคคลจากตำแหน่งนักบริหารระดับสูงอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ ปลัดกระทรวง ใดเพราะมีการระบุว่าให้กำหนดชื่อในสายงานตามตัวบุคคลผู้ได้รับการแต่งตั้งโดยยังคงตำแหน่งในสายงานเดิมและให้ผู้ได้รับแต่งตั้งได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และสิทธิประโยชน์อื่นที่ได้รับอยู่เดิม

ที่เป็นเช่นนี้มีใครรู้ไหมว่าด้วยเหตุอันใด…เฉลยก็ได้ว่าตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นั้นมี สิทธิประโยชน์ เป็น เงินได้จากรัฐ ซ่อนรูปอยู่ในฐานะ นักกฎหมายกฤษฎีกา อีกส่วนหนึ่งซึ่งมียอดเงินไม่แตกต่างไปจาก ตุลาการ และ อัยการ เท่าใดนักในขณะที่ นักกฎหมายธรรมดา ในส่วนราชการอื่นๆยังได้รับ เงินตอบแทนจากรัฐ เท่ากับเพื่อนข้าราชการพลเรือนอื่นๆ ดังนั้น ท่านที่ปรึกษา รายนี้ถึงแม้จะพ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการ แล้วความเป็น นักกฎหมายกฤษฎีกา ยังติดตัวอยู่ตามมติ ครม.ก็ต้องให้ได้รับทรัพย์กันต่อไป ส่วนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่ก็ได้ตัวตนอย่างเป็นทางการแล้วซึ่งก็คือ รองเลขาธิการที่รักษาการอยู่อันได้แก่ ดิสทัต โหตระกิตย์ นั่นเอง

รายการโยกย้ายแต่งตั้ง อธิบดีใหม่ ที่ กระทรวงอุตสาหกรรม มี 3 อธิบดีถูกเก็บเข้าเป็นรองปลัดกระทรวง คือ ปณิธาน จินดาภู อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ อุฤทธิ์ ศรีหนองโคตร เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม แล้วให้ 3 ผู้ตรวจราชการกระทรวงสลับไปเป็นอธิบดีคือ สุรพงษ์ เชียงทอง เป็น อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ หทัย อู่ไทย เป็นเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พิชัย ตั้งชนะชัยอนันต์ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย

นอกจากนั้นยังมี อาทิตย์ วุฒิคะโร รองปลัดกระทรวงเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและ อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม

ส่วนกระทรวงอื่นๆ เป็นการแต่งตั้ง รองปลัดกระทรวงและผู้ตรวจราชการกระทรวงกันตามความเหมาะสม ตำแหน่งสำคัญตอนนี้จึงเหลือตำแหน่ง เลขาธิการบีโอไอ ที่ยังว่างอยู่เช่นเดียวกับตำแหน่ง เลขาธิการ ก.พ.ร. มีที่ควรบันทึกไว้คือ หม่อมหลวงพัชรภากร เทวกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.พ. ได้ขยับเป็นรองเลขาธิการ ก.พ.

ของกระทรวงมหาดไทยกำลังอยู่ในกระบวนการคัดเลือกหาตัวคนลงในตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งยังว่างอยู่ประมาณ 20 จังหวัด มีรองอธิบดี 6 ราย และรองผู้ว่าราชการจังหวัด 54 รายที่มีสิทธิเข้าชิงชัย ข้อสังเกตวันนี้มี รองผู้ว่าฯหญิง เพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ในรายชื่อผู้มีสิทธิคือ พรรณี งามขำ รอง ผวจ. ชัยนาท ถ้าประกาศออกมาแล้วไม่มี ผู้ว่าฯหญิง ขึ้นมาใหม่เลยสักคนผู้ที่ต้องร่วมรับผิดชอบตอบคำถามของสังคมคือ พลเอกอนุพงษ์ เผ่า-จินดา มท.1 สุธี มากบุญ มท.2 วิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัด มท. และ ไพฑูรย์ บุญวัฒน์ ประธานคัดเลือกและจะมองหน้าสบตา ข้าราชการสตรี ทั้งมวลได้อย่างไร

ใน ต่วย’ตูน เล่มใหม่ สการะวาตี เขียนถึง คนรับใช้ คนสนิท คนโปรด และลูกไล่ ของเจ้านายและขุนนางสมัยก่อนได้ครึกครื้นน่ารู้ ส่วน ดุษฎี พนมยงค์ เขียนถึง อาหารไทยเชื้อสายโปรตุเกส ไว้ในเล่มเดียวกัน

“ซี.12”

 

พัฒนาการดีเด่น

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/457120

โดย ซี.12 17 ต.ค. 2557 05:01

กรมการพัฒนาชุมชนประกาศเกียรติคุณข้าราชการและลูกจ้างดีเด่น ประจำปี 2557 เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการและลูกจ้างที่ปฏิบัติงานมีผลงานดีเด่น 7 ประเภท ดังนี้

ประเภทบริหาร มี 4 คนจาก 4 ภาคคือ นายกิจจา กาญจนะวีระ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม นายก่อพงษ์ โกมลรัตน์ พัฒนาการจังหวัดเชียงราย นางปราณี รัตนประยูร พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส นายธนิต แสงพันธุ์ พัฒนาการจังหวัดอุดรธานี

ประเภทพัฒนาการอำเภอ มี 18 คน ได้แก่ 1) นายประทีป ตัณฑะตะนัย พัฒนาการอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2) นางสมพิศ โพธิ์ไพจิตร พัฒนาการอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง 3) นายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ พัฒนาการอำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว 4) นางสาวสุชลี วาทะสัตย์ พัฒนาการอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม 5) นางสาวเพ็ญรุ่ง พรมประดิษฐ์ พัฒนาการอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร 6) นางสาวประดับ ชูดำ พัฒนาการอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร 7) นายประทิ่น เขียวผุด พัฒนาการอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ 8) นายประสิทธิ์ สุวรรณประสม พัฒนาการอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 9) นางณิชาภัทร พงษ์เจริญ พัฒนาการอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี 10) นายสถิต พลศิลป์ พัฒนาการอำเภอเมือง จังหวัดเลย 11) นายเชาวลิต ไชยยงค์ พัฒนาการอำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม 12) นางสาวบุศราวรรณ เรืองช่อ พัฒนาการอำเภอพล จังหวัดขอนแก่น 13) นางไพลิน ขาวแปลก พัฒนาการอำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร 14) นางรัชนี สาระวิถี พัฒนาการอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ 15) นางสุพิน ช่อมาลี พัฒนาการอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน 16) นายวรเชฏฐ์ หน่อคำ พัฒนาการอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 17) นายธงชัย คงสนิท พัฒนาการอำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย 18) นางศรินทิพย์ แถมพยัคฆ์ พัฒนาการอำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร

ประเภทพัฒนากรขวัญใจชุมชน มี 18 คน ได้แก่ 1) นางสาวสุณี ภิรมย์รักษ์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี 2) นางพัชรินทร์ ทองเอื้อ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี 3) นางอนัญพร ลีรัตนชัย นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา 4) นางนวพร สินคง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 5) นางสาวภัทรวรรณ อรุณรัตน์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม 6) นางรัชนีย์ ชูเชื้อ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง 7) นายชัยยันต์ สินารักษ์ เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน ปฏิบัติหน้าที่พัฒนากรอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง 8) นางสาวรัตติยา สุตระ นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส 9) นายประภาศ ขุนคต นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง 10) นางพรทิพย์ ภูหัดสวน นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู 11) นางบุผา ปัญญา นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร 12) นางละมุน ใจตรง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น 13) นางอุรักษ์ ศรชัย นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ 14) นางสาวส่งศรี คนยั้ง เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน อำเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา 15) นางฐานิตย์ บุญสนอง นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 16) นางดวงดาว คำทองสุข นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน 17) นางอัมพร กุลวงศ์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการอำเภอ เมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ 18) นางสาววจีพร รงค์ทอง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ อำเภอทรายทองวัฒนา จังหวัดกำแพงเพชร

สี่รายสุดท้ายคือ นางสาวศศิวิมล ยินดี นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ได้ประเภทวิชาการ นายชัยยงค์ ผ่องใส พัฒนาการอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ได้ประเภทซื่อสัตย์สุจริต นางจูมทอง พลโลหะ นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ จังหวัดศรีสะเกษ ได้ประเภทสนับสนุน นางจารุณี คงเล่ง พนักงานพิมพ์ จังหวัดสงขลา ได้ประเภทลูกจ้าง.

“ซี.12”

 

ว​ปอ.ฝ่าย​พลเรือน (3)

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/456869

โดย ซี.12 16 ต.ค. 2557 05:01

ผู้​เข้า​เรียน​หลักสูตร ว​ปอ.รุ่น​ที่ 57 ที่​เป็น​ข้าราชการ​ฝ่าย​พลเรือน​ชุด​สุดท้าย​คือ

กระทรวง​ศึกษาธิการ มี​จำนวน​มาก​เช่น​กัน​คือ 74.นาย​สุ​ภัทร จำปาทอง ผู้​ช่วย​เลขาธิการ​คณะ​กรรมการ​การ​อุดมศึกษา 75.นาย​บุญ​ส่ง จำปา​โพธิ์ ที่​ปรึกษา​ด้าน​มาตรฐาน​อาชีวศึกษา 76.นาย​ศัจธร วัฒนะ​มงคล ผอ.​สำนัก​การ​ลูกเสือ ยุ​ว​กาชาด​และ​กิจการ​นักเรียน 77.นาย​อำนาจ วิช​ยา​นุวั​ติ ผอ.สำนัก​นโยบาย​และ​แผนการ​ศึกษา​ขั้น​พื้นฐาน 78.นาย​สมศักดิ์ ดล​ประสิทธิ์ ผอ.สำนัก​นโยบาย​และ​แผนการ​ศึกษา 79.รศ.​ประเสริฐ ปิ่น​ปฐม​รัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัย​เทคโนโลยี​ราช​มงคล​ธัญบุรี 80.รศ.​ช​โยด​ม สรรพ​ศรี คณบดี​คณะ​เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์​มหาวิทยาลัย 81.รศ.​วิ​จิต​ต์​ศรี สงวน​วงศ์ หัวหน้า​ภาค​วิชา​สหกรณ์ คณะ​เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย​เกษตรศาสตร์ 82.รศ.​นันท​ริ​กา ชัน​ซื่อ รอง​ศา​ตรา​จาร​ย์​ระดับ 9 ผู้​อำนวยการ​ศูนย์วิจัย​โรค​สัตว์​น้ำ คณะ​สัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์​มหาวิทยาลัย 83.รศ.​พร​ชัย จัน​ศิษย์​ยา​นนท์ รอง​คณบดี​ฝ่ายวิชาการ คณะ​ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์​มหาวิทยาลัย 84.รศ.​ปัท​มา ชัย​เลิศวนิชกุล ประธาน​สาขา​วิชา​ทันตกรรม​บูรณะ หลักสูตร​วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต คณะ​ทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย​ขอนแก่น 85.รศ.​สัน​ชัย อินท​พิชัย รองอธิบดี​ฝ่าย​พัฒนา​กิจการ​มหาวิทยาลัย สถาบัน​เทคโนโลยีพระจอมเกล้า​พระนครเหนือ 86.รศ.​พิทยา จารุ​พูน​ผล คณบดี​คณะ​สาธารณสุข​ศาสตร์ มหาวิทยาลัย​มหิดล

มา​ถึง ข้าราชการ​ตำรวจ 87.พล.ต.ท.​ศตวรรษ หิรัญ​บูรณะ ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​นาย​ตำรวจ​ราช​สำนัก​ประจำ 88.พล.ต.ต.​ภาคภูมิ สัจจ​พันธุ์ รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ยุทธศาสตร์​ตำรวจ 89. พล.ต.ต.​ชิน​ภัทร สารสิน รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ปราบปราม​ยาเสพติด 90. พล.ต.ต.​สุธี​ร์ เนรกัณฐี รอง​ผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล 91.พล.ต.ต. อา​ช​วัน​ต์ โชติ​ก​เสถียร รองผู้บัญชาการ​ตำรวจปราบปราม​ยาเสพติด 92.พล.ต.ต.​ภิรัต นิยม​การ ผู้​บังคับการ​ตำรวจตรวจ​คน​เข้า​เมือง  5  93.พล.ต.ต.​สุร​พล เก​ษ​ประยูร นาย​แพทย์ (สบ 6) โรงพยาบาลตำรวจ 94. พล.ต.ต.​ วิเชียร ตัน​ตะ​วิริยะ รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​พิสูจน์หลักฐานตำรวจ 95.พล.ต.ต.​อภิ​ชัย ศรี​โสภิต ผู้​บังคับการ​กอง​สวัสดิการ 96.พล.ต.ต.​ธ​นา ธุระเจน นาย​แพทย์ (สบ 6) 97.พล.ต.ต.​มา​โน​ช ตัน​ตระเธียร รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​สันติบาล 98.พล.ต.ต.​รอย อิง​ค​ไพโรจน์ รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​สอบสวนกลาง 99.พล.ต.ต.​จารุ​วัฒน์ ไว​ศยะ รอง​จเร​ตำรวจ (สบ 7) 100. พล.ต.ต.ชนินทร์ ชะ​โย​ชัยชนะ ผู้​บังคับการ​โรงพยาบาล​ดารา​รัศมี 101.พล.ต.ต.​ชวลิต แสวงพืช​น์ รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจภูธร​ภาค 9

จาก​ ศาล​ยุติธรรม มี 102.นาย​ธัช​พง​ศ์ วิสุทธิ​สังวร ผู้พิพากษา​ศาลอุทธรณ์​ประจำ​สำนัก​ประธาน​ศาลฎีกา 103.นาย​ปีติ นา​ถะภัก​ติ ผู้พิพากษา​ศาลอุทธรณ์​ภาค 1 104.นาย​ยอด​ชาย วีระ​พง​ศ์ รอง​อธิบดี​ผู้พิพากษา​ศาล​ล้มละลาย​กลาง จาก สำนักงาน​อัยการ​สูง​สุด ได้แก่ 105.นาย​สมเกียรติ คุ​ว​วัฒนา​นนท์ ผู้​ช่วย​เลขานุการ​รอง​อัยการ​สูง​สุด 106.นาย​จุ​ม​พล พันธุ์สัมฤทธิ์ อัยการ​ผู้เชี่ยวชาญ​พิเศษ 107.นาง​จ​ตุ​พร แสง​หิรัญ อัยการ​ผู้เชี่ยวชาญ

นอกจาก​นั้น​ยัง​มี 108.นาง​จันทวรรณ สุจริต​กุล ผู้​ช่วย​ผู้​ว่าการ​ธนาคารแห่ง​ประเทศไทย 109.นาง​เสาวภา​คย์ กระจ่าง​ยุทธ ผู้​ตรวจ​ราชการ​ กทม.  110. นายอำนาจ เดชะ ผอ.​พระตำหนัก​ภู​พิง​ครา​ช​นิเวศน์ 111.นาง​เพ็ชร์ รัตนเศรษฐ์ ผู้​ช่วย​ราช​เลขาธิการ 112.นาย​ลลิต ถนอม​สิงห์ ที่​ปรึกษา​ด้าน​การ​พัฒนาสำนักงาน กปร. 113.นาย​ประ​กิด บุ​ณยัษ​ฐิติ ผู้​ช่วย​เลขาธิการ ​ก.ล.ต. 114.พ.อ.​เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ รอง​ประธาน กสทช. 115.พ.ต.ท.​กีรป กฤตธีรานนท์ ผอ.สำนักตรวจสอบจริยธรรม​และ​กิจการ​พิเศษ สำนักงาน​ผู้​ตรวจ​การ​แผ่นดิน 116.พ.ต.ท.​สุ​นัย หา​เรือนพิชน์ ผู้เชี่ยวชาญ​เฉพาะ​ด้าน​กฎหมาย ปปง.  117.นาย​ประจักษ์ บุญยัง ผู้​ตรวจ​เงินแผ่นดิน  1 118.นาย​สม​ยศ อักษร ผอ.​สำนัก​นโยบาย​และ​แผน สำนักงาน​ กกต.

เป็นอัน​ครบถ้วน​พลเรือน​เข้า​ ว​ปอ.118 ราย.

“ซี.12”

 

วปอ.ฝ่ายพลเรือน (2)

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/456625

โดย ซี.12 15 ต.ค. 2557 05:01

ข้าราชการฝ่ายพลเรือนที่ได้เข้าหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ.รุ่นที่ 57 ชุดต่อไปคือ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ 31. นายสุวัฒน์ เปี่ยมปัจจัย รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล 32. นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 33. นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมป่าไม้

กระทรวงคมนาคม มี 34. นายจุฬา สุขมานพ ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร 35. นายสราวุธ ทรงศิวิไล รองอธิบดีกรมทางหลวง 36. นายสมชาย สุมนัสขจรกุล รองอธิบดีกรมเจ้าท่า 37. นายสมัย โชติสกุล ผอ.สำนักอำนวยการความปลอดภัย กรมทางหลวง 38. เรือเอกสุทธินันท์ หัตถวงษ์ ผอ.ท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย กระทรวงไอซีที มี 39. นางสาวมาลี วงศาโรจน์ รอง ผอ.สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ได้แก่ 40.นายนเรศ ดำรงชัย ผอ.ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) 41. นางสาวพรสุข จงประสิทธิ์ ผอ.สำนักยุทธศาสตร์ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิภาคสารสนเทศ (องค์การมหาชน) 42. นางอภิญาณ์ หทัยธรรม ผอ.พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

กระทรวงพลังงาน คือ 43.นางเปรมฤทัย วินัยแพทย์ ผอ.สำนักบริหารกิจการปิโตรเลียมระหว่างประเทศ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ 44.นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ช่วยปฏิบัติงาน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) บริษัทการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) 45.นายอติลักษณ์ อรรถาพิช รองเลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ส่วน กระทรวงพาณิชย์ มี 46.นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ที่ปรึกษาการพาณิชย์ 47.นางบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ 48.นายสาโรจน์ สุวัตถิกุล พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น 49.นายทศพล ทังสุบุตร ผอ.สำนักกฎหมาย กรมทรัพย์สินทางปัญหา

กระทรวงมหาดไทย ได้โควตามากหน่อย 50. พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร รอง ผวจ.เพชรบุรี 51. นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ 52. นายประจญ ปรัชญ์สกุล รอง ผวจ.เชียงราย 53.นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ รอง ผวจ.ขอนแก่น 54.นายวันชัย คงเกษม รอง ผวจ.สมุทรปราการ 55.นายวิทยา จันทร์ฉลอง รอง ผวจ.บุรีรัมย์ 56.นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ รอง ผวจ.สตูล 57.นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี รอง ผวจ.สุพรรณบุรี 58.นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ รอง ผวจ.สิงห์บุรี 59.นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 60.นายพูลสิริ ธรรมสโรช ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงยุติธรรม มี 61.พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวง 62.นายพิสิษฐ์ อัศววัฒนาพร ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงแรงงาน มี 63.นางถวิล เพิ่มเพียรสิน ผอ.สำนักบริหารกลาง สำนักงานปลัดกระทรวง 64.นายสุทธิ สุโกศล แรงงานจังหวัดขอนแก่น 65.นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมการมีงานทำ กรมการจัดหางาน

กระทรวงวัฒนธรรม คือ 66.นางสาววิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้ตรวจราชการกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ 67.นายศุภกิจ ศิริลักษณ์ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง 68.นายยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์ 69.นายณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ 70.นายวีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรม มี 71.นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม 72.นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย 73.นายประกอบ วิวิธจินดา อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา

พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับรายชื่อพลเรือนเข้า วปอ.

“ซี.12”

 

วปอ.ฝ่ายพลเรือน

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/456398

โดย ซี.12 14 ต.ค. 2557 05:01

หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ.ปีนี้เป็นรุ่นที่ 57 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงใหม่เล็กน้อย กล่าวคือเป็นการยุบรวมทุกหลักสูตรทั้ง วปอ. ปรอ. วปม.เข้ามาเป็นหลักสูตร วปอ.หลักสูตรเดียวเรียนรวมกันทั้ง 289 คน

แกนหลักของผู้เข้าเรียนเป็นนายทหารสามเหล่าทัพรวมทั้งกองบัญชาการกองทัพไทยและสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 115 คน ข้าราชการพลเรือน ส่วนราชการอิสระ และรัฐวิสาหกิจ 118 คน ภาคเอกชนและบุคคลทั่วไป 51 คน และชาวต่างประเทศ 5 คน
ตามธรรมเนียมของคอลัมน์นี้ให้ความสำคัญแก่ฝ่ายพลเรือนเป็นลำดับแรกจึงเจาะจงนำมาเสนอก่อนว่าใครเป็นใครที่ได้เข้า วปอ.57

เริ่มต้นที่ สำนักนายกรัฐมนตรี มี 1. นางวิสุนี บุนนาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำด้านสังคม สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 2. นางดวงตา ตันโช ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงบประมาณ 3. นายธวัชชัย ฤทธากรณ์ ผู้อำนวยการสำนัก 5 สำนักข่าวกรองแห่งชาติ 4. นางสาวชลิตา โชโชย ผอ.สำนัก ยุทธศาสตร์ความมั่นคงภายในประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ 5. นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ผอ.สำนักวิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 6. นายวิโรจน์ นรารักษ์ ผอ.สำนักบัญชีประชาชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 7. นายสัมพันธ์ มูซอดี นักประชาสัมพันธ์เชี่ยวชาญ กรมประชาสัมพันธ์ 8. นางชุติมา หาญเผชิญ ผอ.สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ. 9. นางสาวสุรุ่งลักษณ์ เมฆะอำนวยชัย ผอ.กองพัฒนาระเบียบราชการส่วนภูมิภาคและความสัมพันธ์กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงาน ก.พ.ร. 10. นายบุญชู ประสพกิจถาวร นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ สำนักงบประมาณ 11. นางพิมพร โอวาสิทธิ์ นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ สำนักงบประมาณ 12. นางสาวศิลักษณ์ ปั้นน่วม นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ สำนักงบประมาณ 13. นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผอ.สำนักจัดทำงบประมาณด้านสังคม 3 สำนักงบประมาณ

คนของ สำนักงบประมาณ นี่เส้นสายดีมีพลังเลยได้ตบเท้าเข้ามาเป็นทิวแถว ชุดต่อมาเป็นคน กระทรวงการคลัง ได้แก่ 14. นางสาววิไล ตันตินันท์ธนา รองอธิบดีกรมสรรพสามิต 15. นายเอด วิบูลย์เจริญ รอง ผอ.สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ 16. นางชลิดา พันธ์–กระวี ผอ.สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 17. นายสุรศักดิ์ รักษ์สุจิตรัตน์ สรรพากรพื้นที่ชลบุรี 2 18. นายธัชพล กาญจนกูล รอง ผอ.ธนาคารออมสิน รักษาการแทน ผอ.ธนาคารออมสิน

ของ กระทรวงการต่างประเทศ มี 19. นายธงชัย ชาสวัสดิ์ อธิบดีกรมการกงสุล 20. นายมานพชัย วงศ์ภักดี อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา 21. นายจักรี ศรีชวนะ อธิบดีกรมพิธีการทูต 22. นายรัศม์ ชาลีจันทร์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ 23. นางภัทราวรรณ เวชชศาสตร์ รองอธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แก่ 24. นายวีรศักดิ์ วิศาลาภรณ์ รองอธิการบดีสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตกรุงเทพ 25. นายนิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ ผอ.สำนักการกีฬากรมพลศึกษา กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มาคนเดียวคือ 26. นางสาวอุษณี กังวารจิตต์ รอง ผอ.สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก ติดตามด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มี 27. นายอภัย สุทธิสังข์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง 28. นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผอ.กองแผนงาน กรมชลประทาน 29. นายรัตนะ สวามีชัย ผอ.สำนัก แผนงานและโครงการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 30.นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ ผอ.สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 7 กรมพัฒนาที่ดิน

วันแรกได้ 30 คนจาก 6 กระทรวง วันต่อไปโปรดติดตาม.

“ซี.12”

 

ลุ้น ผอ.โรงเรียนดัง

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/456244

โดย ซี.12 13 ต.ค. 2557 05:01

เมื่อตอนสิ้นปีงบประมาณมีข้าราชการในตำแหน่งสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการกลุ่มหนึ่งถึงเวลาเกษียณอายุราชการออกไปเหมือนกันแต่ไม่ทันได้เขียนถึง

นั่นคือกลุ่ม ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนดังๆในพื้นที่ส่วนกลางก็มีอยู่หลายคนเหมือนกัน

เรื่องนี้เป็นที่สนใจของบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกอยู่ในวัยมัธยมกำลังหาทางให้ลูกเข้าเรียนต่อในปีนี้ปีหน้าที่ต้องการจะทราบว่าใครไปใครมา ในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเหล่านี้

โรงเรียนที่สังกัดอยู่ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 มีผู้อำนวยการเกษียณ 7 ราย ประกอบด้วย 1.นางฎาทกาญจน์ อุสตัส ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย 2.นายบุญธรรม พิมพาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิต มัธยม 3.นางสุภาณี โลหิตานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษานารี 4.นายประเสริฐ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดนวลนรดิศ 5.นางสาวนวลอนงค์ อินทุดม ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสังเวช 6.นายนิพนธ์ เสือก้อน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดราชโอรส 7.นายสมเกียรติ เจริญฉิม ผู้อำนวยการโรงเรียนจันทร์ประดิษฐารามวิทยาคม

ส่วนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 มีผู้อำนวยการเกษียณ 9 รายคือ

1.นายโชว์นันต์ มารุตวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2.นายภักดี คงดำ ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ 3.นายนาวี ยั่งยืน ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี 4.นางทิพย์รัตน์ เด่นดำรงวิทย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบางกะปิ 5.นายวีระชัย สิทธิโชค ผู้อำนวยการโรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง 6.นายประสิทธิ์ ทองเพียรพงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ 7.นายชัยณรงค์ เทียนสีม่วง ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ 8.นายธงชัย นิยโมสถ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า 9.นายศิลปชัย ศิลวัตร ผู้อำนวยการโรงเรียนราชดำริ

ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งระดับใกล้เคียงกันและเกษียณอายุด้วยแต่มิใช่ผู้อำนวยการโรงเรียนก็มี

1.นายกิตติ ทองเกิด รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1 2.นางอรพันธุ์ สุทิน รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2 3.นายพินิจ หนูเกตุ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2 4.นายชาติ แจ่มนุช ศึกษานิเทศก์ 5.นายวันชัย คงเพ็ชร์ ศึกษานิเทศก์ 6.นางสาวจิตรา พิณโอภาส ศึกษานิเทศก์ 7.นางสาวเกษมศรี ปั้นมณี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ

นี่ก็ล่วงเข้ามาปีงบประมาณใหม่แล้วยังไม่มี ผู้อำนวยการคนใหม่ เข้ามารับหน้าที่ในแต่ละโรงเรียนที่มีตำแหน่งว่างเลย

ทั้งนี้เพราะกระบวนการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนนั้นค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน ต้องตั้งเรื่องเอาเรื่องเข้าคณะกรรมการตามขั้นตอน มิใช่อำนาจของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ.โดยตรง

ก็ต้องติดตามลุ้นกันต่อไปว่าโรงเรียนดังๆอย่าง โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ โรงเรียนราชวินิต มัธยม ฯลฯ เหล่านี้จะมีใครได้มาเป็นผู้อำนวยการ

เข้าใจว่ายังต้องใช้เวลาเป็นเดือนนั่นแหละ.

“ซี.12”

 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,032 other followers

%d bloggers like this: