ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ดัชนีเศรษฐกิจ 23/07/58

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/513736

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ก.ค. 2558 05:01

 

 

กรกฎาคม 28, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

“ประจิน” อึ้ง!!

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/513740

โดย อินเด็กซ์ 51 24 ก.ค. 2558 05:01

 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 ก.ค.58 ปิดที่ 1,444.66 จุด ลดลง 3.18 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 29,169.88 ล้านบาท ต่างชาติยังคงเดินหน้าขายสุทธิ 2,739.17 ล้านบาท

หุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด PTT ปิด 319 บาท บวก 5 บาท, KBANK ปิด 181 บาท ลบ 1 บาท, JAS ปิด 5.15 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง, PTTGC ปิด 64.25 บาท ลบ 2.50 บาทและ ADVANC ปิด 248 บาท ลบ 3 บาท

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ถึงกับมึนและอึ้งเมื่อมีการออกข่าว ว่าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคมล่าช้า ต้องเลื่อนการประมูลออกไป!! ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยแดงเถือกเมื่อวันก่อน หลังถูกส่งต่อๆกันในไลน์นักลงทุนทั้งวัน

“ประจิน” ยืนยันว่า ไม่ได้ล่าช้าถึง 700,000-800,000 ล้านบาท เพียงแต่ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวไปว่า บางโครงการอาจล่าช้า เช่น โครงการรถไฟทางคู่จะช้าไป 3 เส้นทาง เนื่องจากรอรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดจะเสร็จเดือน ธ.ค.58-ม.ค.59 รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม เส้นทางตลิ่งชัน-มีนบุรี สายสีเหลืองเส้นทางลาดพร้าว-สำโรง และสีชมพูเส้นทางแคราย-มีนบุรี จะช้าไปเป็นปลายปี

ได้ให้ข้อเท็จจริงไปเท่านี้ แต่ผู้สื่อข่าวไปคำนวณและวิเคราะห์เองว่าโครงการล่าช้าที่ใช้เงินไม่ทันถึง 700,000-800,000 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ทางนายกฯรัฐมนตรีไม่สบายใจ จึงอธิบายให้ท่านฟังว่าผู้สื่อข่าววิเคราะห์เอง ยืนยันว่าไม่ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ 800,000 ล้านบาทเลย

ดังนั้น วันที่ 24 ก.ค.นี้ กระทรวงคมนาคมจะแถลงข่าวให้สื่อมวลชนรับทราบอย่างชัดเจนว่าโครงการใดล่าช้า และโครงการไหนเดินหน้าไปตามแผนบ้าง เพราะจริงๆแล้วหลายโครงการยังเดินหน้าตามแผนงานอย่างต่อเนื่อง โดยจะทยอยรายงานความคืบหน้าออกมาเรื่อยๆ

ข่าวนี้น่าจะเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนที่ขวัญหายเทขายหุ้น ให้ขวัญกลับคืนมาได้บ้าง หุ้นรับเหมาฯก็น่าจะดีดกลับขึ้นได้!!

บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัว จากแรงซื้อกลับเข้ามาบ้าง แนะเก็งกำไรสั้น เน้นขายหากมีกำไร ด้านเทคนิคให้แนวรับ 1,442-1,440 จุด แนวต้าน 1,453-1,458 จุด

บล.กรุงศรี แนะกลยุทธ์ลงทุน แนะทยอยสะสมหุ้นระยะยาวโดยเฉพาะหุ้นพลังงาน มองว่าราคาน้ำมันใกล้ปรับลงถึงจุดต่ำสุดแล้วจึงมีโอกาสปรับขึ้นได้ หุ้นเด่น PTTGC ให้เป้าหมาย 78 บาท หรือลงทุนระยะสั้น เน้นลงทุนหุ้นที่โดนผลกระทบกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว หุ้นเด่น EA ให้เป้า 23 บาท และ GUNKUL เป้า 27.50 บาท!!

อินเด็กซ์ 51

 

กรกฎาคม 28, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ชูไทยผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/513770

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ก.ค. 2558 05:01

 

นายจาง ควายทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ควายทอง มอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่าบริษัท ควายทอง มอเตอร์ จำกัด จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเตรียมสร้างฐานผลิตรถพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยโดยร่วมมือกับบริษัท ไฮบริด คิเนติค กรุ๊ป จากฮ่องกง นำนวัตกรรมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ใหม่จากสหรัฐฯ ชาร์จไฟเพียง 8 นาที วิ่งได้ถึง 50 กิโลเมตร แบตเตอรี่มีน้ำหนักเบา คุณภาพดี เหมาะกับสายรถประจำทาง โดยขั้นต้นจะนำเข้ารถขนส่งไฟฟ้าตัวอย่างจากจีนภายในเดือน ก.ย.นี้ และมีแผนที่จะนำรถขนส่งไฟฟ้านี้เสนอองค์การขนส่งมวลชน กรุงเทพ (ขสมก.)

“เราได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ไฮบริด คิเนติค กรุ๊ป ให้จำหน่ายรถขนส่งไฟฟ้าเป็นจำนวน 5,000 คัน ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยได้เน้นตลาดประเทศไทยเป็นตลาดหลัก และจะขยายออกไปสู่ตลาดเพื่อนบ้านในอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ อาทิ พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย ในอนาคตอันใกล้นี้ บริษัทมีแผนงานที่ชัดเจนที่จะประกอบรถขนส่งไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อช่วยลดปัญหาว่างงานของคนไทย และจะทำให้เกิดการพัฒนาทักษะในการประกอบเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ทันสมัย”

นายจาง กล่าวว่า สำหรับแผนการผลิตรถพลังงานไฟฟ้าในไทย ช่วงแรก บริษัท ไฮบริด คิเนติค จะสนับสนุนส่งอุปกรณ์ชิ้นใหญ่รวมไปถึงแบตเตอรี่ และชิ้นส่วนมาประกอบในไทย โดยบริษัท ควายทอง มอเตอร์ จะสร้างฐานประกอบรถบัสในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมของบีโอไอ ลงทุนเริ่มต้น 5,000 ล้านบาท สำหรับแผนการทำตลาดและการขายรถพลังงานไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วย รถโดยสาร รถตู้ รถแท็กซี่ รถยนต์ และมีแผนจะนำแบตเตอรี่มาทำเครื่องมือเกษตร เช่น เครื่องตัดหญ้า เครื่องพ่นยา เครื่องสูบน้ำ รถเกี่ยวนวดข้าว โดยใช้แบตเตอรี่แทนเครื่องยนต์ เพื่อช่วยพัฒนาเกษตรกรไทย และยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาไทย โดยจะจำหน่ายภายใต้ยี่ห้อ “ควายทอง” ซึ่งเป็นแบรนด์ของคนไทย เพื่อคนไทย และสำหรับคนไทย ตั้งเป้าผลิต และจำหน่าย 5,000 คัน ภายใน 3 ปีหน้า.

 

กรกฎาคม 28, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

แอร์เอเชีย ทุ่ม 200 ล้าน เช่าคาร์โก้ดอนเมือง ส่งออกสินค้าเกษตร

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/513761

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.ค. 2558 03:20

 

แอร์เอเชีย ทุ่ม 200 ล้าน ผนึก ก.เกษตร เช่าคลังสินค้าสนามบินดอนเมือง เปิดศูนย์ส่งออกสินค้าเกษตรเบ็ดเสร็จ ลุยบุกตลาดส่งออกสินค้าเกษตร รับเปิดเออีซี โดยคาดว่าจะสามารถขนสินค้าได้ 120 ตันต่อวัน สามารถคุ้มทุนได้ใน 5 ปี…

เมื่อวันที่ 23 ก.น.2558 นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า ไทยแอร์เอเชียได้ลงนามร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดตั้งศูนย์บริการส่งออกสินค้าเกษตรแบบเบ็ดเสร็จ ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อสนับสนุนการส่งออกสินค้าภาคการเกษตร ทั้งพืชผัก ผลไม้ สินค้าประมง และปศุสัตว์ ออกสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลกเพิ่มขึ้น ตลอดจนเป็นการพัฒนาระบบการขนส่งสินค้าทางอากาศ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 58 ซึ่งจะมีการส่งออกสินค้าทางอากาศเติบโตขึ้นอีกมาก

“การจัดตั้งศูนย์บริการส่ง ออกสินค้าเกษตรฯ ไทยแอร์เอเชียจะเป็นผู้ลงทุนเองพื้นที่ บุคลากร และระบบเองทั้งหมดกว่า 200 ล้านบาท โดยเช่าอาคารคลังสินค้า 2 ที่สนามบินดอนเมือง เป็นเวลา 3 ปี บวกเงื่อนไขขยายเวลาได้อีก 3 ปี เพื่อปรับปรุงให้พร้อมสำหรับรับการขนส่งสินค้าเกษตร เช่น ทำห้องเย็น ห้องปฏิบัติการ จุดอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบสินค้าเกษตร และระบบสารสนเทศต่าง โดยคิดค่าขนส่งบวกกำไรประมาณ 10% เพื่อใช้บริหารจัดการต้นทุนเท่านั้น ซึ่งไม่ได้บวกกำไรเพิ่มมาก เพราะต้องการช่วยเกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาล และคาดว่าจะคุ้มทุนภายใน 5 ปี” ซีอีโอ ไทยแอร์เอเชีย กล่าว

นายธรรศพลฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดตั้งศูนย์บริการส่งออกสินค้าเกษตรฯ คาดว่าจะใช้เวลาปรับปรุงอีก 3 เดือน และเปิดให้บริการทางการได้วันที่ 1 ต.ค.นี้ โดยใช้เครือข่ายการบินไทยแอร์เอเชียทั้งหมดสำหรับขนส่ง ครอบคลุมเส้นทางในประเทศ 27 เส้นทาง และระหว่างประเทศในอาเซียน อินเดีย และจีนอีก 24 เส้นทาง หรือมีเที่ยวบินให้บริการมากกว่า 140 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่งการเปิดบริการครั้งนี้จะช่วยลดเวลาในการออกใบรับรองจาก 5-7 วัน เหลือ 2-3 วัน อีกทั้งยังช่วยให้เกษตรกรมีโอกาสได้ส่งออกสินค้าที่สด ใหม่ และประหยัดต้นทุนกว่าเดิม

ซีอีโอ ไทยแอร์เอเชีย กล่าวถึงแนวโน้มการขนส่งสินค้าทางอากาศว่า ปีนี้คาดจะมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังการเปิดเออีซี การขนส่งน่าจะเติบโตได้ได้อีกไม่ต่ำกว่าปีละ 20-30% สูงกว่าการเติบโตผู้โดยสารที่เฉลี่ย 10-15% ซึ่งที่ผ่านมาไทยแอร์เอเชียให้บริการขนส่งสินค้าอยู่แล้ว ทั้งสินค้าไปรษณีย์ ลูกกุ้ง หนังสือพิมพ์ แต่มีจำนวนไม่มากประมาณ 20% ของพื้นที่ระวางขนส่งสินค้าเท่านั้น แต่จากการร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเพิ่มการขนส่งสินค้าได้อีกไม่ต่ำกว่า 120 ตันต่อวัน หรือเพิ่มเป็น 80% ของพื้นที่ระวางสินค้าทั้งหมด

ด้าน นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตร ฯ จะจุดให้บริการตรวจสอบรับรองสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์ ที่ศูนย์บริการขนส่งสินค้าฯ เพื่อรับรองสินค้าเกษตรทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ รวมไว้ที่จุดเดียว ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกการตรวจสอบใบรับรอง พร้อมกับมีการเชื่อมต่อระบบการตรวจสอบกับห้องปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงาน ให้สามารถออกใบรับได้ที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการมีช่องทางการส่งออกไปต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น.

 

กรกฎาคม 28, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

12 สิงหาคมปีนี้พาแม่ขึ้นรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ซิตี้ไลน์ฟรี

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/513754

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.ค. 2558 01:55

 

วันแม่ปีนี้ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มอบของขวัญวันพิเศษ ให้คุณแม่ทุกท่านขึ้นรถไฟฟ้าสาย City Line ฟรีตลอดทั้งวัน เนื่องในวันแม่แห่งชาติ และเทิดพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ…

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2558 นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 สิงหาคม 2558 หรือวันแม่แห่งชาติที่จะถึงนี้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ครบ 83 พรรษา และเพื่อเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ภายในสถาบันครอบครอบให้มากยิ่งขึ้น ทางบริษัทฯ มอบของขวัญพิเศษสุดๆ โดยให้คุณแม่ขึ้นรถไฟฟ้าสาย City Line ฟรี ตลอดทั้งวัน ตลอดสาย ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. เพียงคุณลูกพาคุณแม่มาแสดงตนหน้าห้องจำหน่ายตั๋วโดยสาร พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน คุณแม่ก็สามารถเดินทางได้ฟรีทันที อีกทั้งรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้ยกเว้นค่าโดยสารสำหรับเด็กที่มีความสูงไม่เกิน 90 เซนติเมตรอีกด้วย

รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด กล่าวอีกว่า บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ยังได้จัด กิจกรรม“โครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ รักษ์โลก ปลูกป่าชายเลน ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2558 ภายในกิจกรรมการปลูกป่าชายเลน โดยมีสื่อมวลชน ผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ผู้บริหาร และพนักงาน จำนวน 80 คน ร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเลน ที่อ. คลองโคน จ.สมุทรสงคราม โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรม ราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา และเป็นการสร้างการเรียนรู้ และเสริมสร้างความเข้าใจให้ผู้เข้าร่วมโครงการทั่วไป ได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการลดภาวะวิกฤติการณ์ด้านทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรน้ำ ภาวะโลกร้อน และภัยพิบัติทางธรรมชาติ อีกทั้งเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกองค์กรอีกด้วย.

 

กรกฎาคม 28, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

ต้องแจกบัตรคิว!! คนแห่ซื้อทอง จนเกลี้ยง คาดสัปดาห์หน้าแตะบาทละ 18,200

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/513707

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ก.ค. 2558 18:46

 

นายกสมาคมผู้ค้าทองคำ เผย บรรยากาศร้านทองคึกคัก คนแห่ซื้ออย่างต่อเนื่อง ต้องแจกบัตรคิว หลังราคาทองปรับลดลง จนทองผลิตไม่ทัน เกิดการขาดแคลน คาดสัปดาห์หน้า ยังคงผันผวน ราคาต่ำสุดอยู่ที่บาทละ 18,200…

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.58 มีรายงานสถานการณ์ราคาทองคำในประเทศ พบว่ามีความผันผวนอย่างต่อเนื่องตามทิศทางของตลาดทองโลก โดยตั้งแต่ช่วงเช้าสมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.18 น. ปรับขึ้น 50 บาท จากนั้นครั้งที่ 2 เวลา 10.18 น. ขยับขึ้นอีก 50 บาท ครั้งที่ 3 เมื่อเวลา 14.43 น. เพิ่มขึ้น 50 บาท และครั้งที่ 4 เวลา 15.22 น. ราคาทองปรับขึ้นอีก 50 บาท

กระทั่งความเคลื่อนไหวล่าสุด ครั้งที่ 5 เมื่อเวลา 15.44 น. ปรับลงอีก 50 บาท ทำให้ราคาทองตลอดทั้งวัน ปรับเพิ่มขึ้นรวม 150 บาท ส่งผลให้ทองแท่ง รับซื้อบาทละ 18,100 ขายออกบาทละ 18,200 ทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 17,843.32 ขายออกบาทละ 18,600

ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทองคำ และเจ้าของร้านทองจินฮั้วเฮง เปิดเผยกับ ‘ไทยรัฐออนไลน์’ ว่า บรรยากาศร้านทองในประเทศตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ (23 ก.ค.) มีประชาชนทยอยซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง หลังราคาทองตั้งแต่ต้นสัปดาห์ปรับลงอย่างหนัก ส่งผลให้เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนแห่ซื้อทองคำกันเป็นจำนวนมาก ห้างทองผลิตสินค้าไม่ทัน จนเกิดภาวะขาดแคลนทองคำ และต้องใช้ระบบการแจกบัตรคิวแก่ผู้ซื้อ โดยทองคำแท่งคนนิยมจองมากสุด

ทั้งนี้ ราคาทองตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ (23 ก.ค.) ลดลงไปประมาณ 300-400 บาท หากราคาทองยังปรับลงอย่างต่อเนื่อง อาจมีโอกาสทองขาดตลาดโลก ส่วนแนวโน้มอาทิตย์หน้า ราคาทองยังคงผันผวน ตามการเก็งกำไรของกองทุนต่างชาติ คาดว่าราคาต่ำสุดอยู่ที่ประมาณบาทละ 18,200 บาท.

 

กรกฎาคม 28, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

หุ้นไทยปิดตลาดร่วง 3.18 ที่ระดับ 1,444.66 จุด

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/513695

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ก.ค. 2558 17:33

 

หุ้นไทยปิดตลาดติดลบ 3.18 จุด ที่ระดับ 1,444.66 จุด มูลค่าซื้อขาย 2.9 หมื่นล้าน…

วันที่ 23 ก.ค. 58 มีรายงานว่า ดัชนีหุ้นไทยปิดการซื้อขาย ติดลบ 3.18 จุด ที่ระดับ 1,444.66 จุด หรือคิดเป็น 0.22% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 29,169.88 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 3. บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

 

กรกฎาคม 28, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

ตลาดอสังหาฯ ส่อวิกฤติ ทำเล กทม. – ปริมณฑล เหลือบานรอขายอื้อ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/513688

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ก.ค. 2558 17:33

 

ศูนย์วิจัยอสังหาฯ ชี้ ตลาดที่อยู่อาศัยปี 58 หดตัว จากปัญหาเศรษฐกิจ พบครึ่งปีหลังทำเล กทม. – ปริมณฑล เหลืออื้อรอขาย เพิ่มขึ้นในรอบ 5 ปี โดยเฉพาะห้องชุดราคาไม่เกินล้าน คาด 2 – 3 ปี หากไม่ได้รับการแก้ไข ถึงขั้นวิกฤติ…

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 58 นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ประเมินว่า โครงการที่อยู่อาศัยปี 2558 ลดลงประมาณ 1.5% ในแง่มูลค่า แต่ในแง่จำนวนหน่วย อาจลดลงประมาณ 20.5% ถือว่าตกต่ำลงกว่าปีก่อนมากพอสมควร เนื่องจากตลาดเริ่มหดตัวลง โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ เศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งออก และผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ ที่ลดต่ำลงกว่าเป้าหมาย รวมทั้งอาจมีปัญหาทางการเมืองระหว่างประเทศ ตลอดจนดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจในด้านต่างๆ ที่ทยอยปรับตัวลดลง ส่วนปัจจัยบวกเป็นราคาค่าก่อสร้างอาคารที่ไม่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยไม่ได้เพิ่มขึ้นนัก

ทั้งนี้ การสำรวจข้อมูลตลาดอสังหาริมทรัพย์ครั้งล่าสุดนั้น (ตั้งแต่เดือนมิ.ย. – ต้นเดือน ก.ค. 58) พบโครงการถึง 1,634 โครงการ ที่ยังขายอยู่ในท้องตลาด หากนับรวมโครงการที่มีหน่วยเหลือขายตั้งแต่ 20 หน่วยขึ้นไป ซึ่งเป็นโครงการที่ยังมีกิจกรรมการขาย มีอยู่ 1,185 โครงการ หากเจาะจงไปในทำเล กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ล่าสุด มีโครงการที่อยู่อาศัยจำนวน 488,026 หน่วย ที่สำรวจพบ รวมมูลค่า 1,646,767 ล้านบาท โดยเป็นห้องชุดมากสุดถึง 51% รองลงมาเป็นทาวน์เฮาส์ 23% บ้านเดี่ยว 19% และอื่นๆ ได้แก่ บ้านแฝด ตึกแถว และที่ดินจัดสรรเพียง 7% เท่านั้น โดยส่วนหลักทั่วประเทศยังเป็นห้องชุด และในหลายพื้นที่ห้องชุดเพิ่มขึ้นสูงสุด เช่น พื้นที่แถบชายฝั่งทะเล พัทยา ภูเก็ต เป็นต้น

“ขณะนี้มีหน่วยเหลือขายในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลอยู่ 178,641 หน่วย ตัวเลขหน่วยรอขายนี้เพิ่มขึ้นมาโดยตลอดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เพราะปริมาณบ้านในกรุงเทพมหานคร มีอยู่ราว 4.8 ล้านหน่วย หรือ 3.7% ของทั้งหมด ในห้วงวิกฤติปี 2540-2542 สัดส่วนนี้สูงถึง 5% ดังนั้น แม้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ แต่มีแนวโน้มสู่วิกฤติในอนาคตได้ แต่คงกินเวลาอีก 2-3 ปี หากไม่มีการแก้ไขใดๆ”

สำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งแรกของปี 2558 พบว่า มีการเปิดใหม่ถึง 56,548 หน่วย โดย 56,388 หน่วย หรือ 99.7% เป็นที่อยู่อาศัย แยกเป็นห้องชุดถึง 37,220 หน่วย (66%) ทาวน์เฮาส์ 12,176 หน่วย (22%) และบ้านเดี่ยว 4,230 หน่วย หรือ 8% จะสังเกตได้ว่า สินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าระดับราคาไม่เกิน 2 ล้าน กลุ่มหนึ่ง และที่เกิน 10 ล้านขึ้นไปอีกกลุ่มหนึ่ง

“หากประเมินภาพรวมพบว่าปีนี้มีสินค้าเกิดขึ้นน้อยกว่าปี 2557 เพียง 1% แต่มูลค่าจะสูงกว่า 30% แต่นี่เป็นแค่ภาพลวงตา เพราะเมื่อแยกแยะให้เห็นสินค้าที่มีราคาเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป จะพบว่า สินค้าราคาเกิน 10 ล้านบาทนั้น มีเกิดเพิ่มขึ้นถึง 161% คือจากปีที่แล้ว 2,355 หน่วย มาปีนี้จะเพิ่มเป็น 6,154 หน่วย ส่วนมูลค่าปีที่แล้วเกิด 36,769 ล้านบาท แต่ปีนี้อาจเกิดสูงถึง 140,060 หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 281% สินค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่เกิดเพิ่มสูงกว่าปีที่แล้วมาก คือ สินค้าราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยเฉพาะห้องชุด พบว่า มีห้องชุดราคานี้ในปี 2557 จำนวน 10,385 หน่วย แต่ในปี 2558 คาดว่าจะเกิดถึง 18,876 หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 82% ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมากในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา”.

 

กรกฎาคม 28, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

เพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้าน 4 หมื่นล้าน ให้กู้ดอกต่ำ กระตุ้นศก.รากหญ้า

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/513638

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ก.ค. 2558 15:01

 

รัฐบาล อัดฉีดเงินเข้ากองทุนหมู่บ้านเพิ่ม 4 หมื่นล้าน ปล่อยกู้ดอกต่ำปีละ 5% ส่งเสริมลงทุน แก้หนี้นอกระบบ กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า…

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายและเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง โครงการเพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระหว่างสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยสนับสนุน เงินทุนในวงเงิน 4 หมื่นล้าน ให้สมาชิกกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 5% ต่อปี มีระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 5 ปี เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุน การแก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนและการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นและแก้ปัญหาเศรษฐกิจรากหญ้าโดยตรง

นายสุวพันธุ์ เปิดเผยว่า การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว เพื่อเพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง เพื่อให้กองทุนและประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการฯ ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด

ทั้งนี้ จะร่วมมือดำเนินการใน หลายด้าน ประกอบด้วย สนับสนุนเงินทุนแก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ได้รับการประเมินศักยภาพ ในระดับดีมาก (A) และดี (B)เพื่อเปิดโอกาสให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ได้มีโอกาสลงทุนและช่วยเหลือสมาชิกตลอดจนประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชนได้มากขึ้น รวมถึงให้ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล เกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการให้มีประสิทธิภาพ.

 

กรกฎาคม 28, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

ตลาดยิ่งเจริญระดมทุนเปิดเพิ่มเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/513626

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ก.ค. 2558 13:29

 

ตลาดยิ่งเจริญขยับครั้งใหญ่เตรียมระดมทุนจากกองทุนอสังหาริมทรัพย์ นำเงินพัฒนาตลาดเก่าให้มีพื้นที่มากขึ้น เปิดเพิ่มโมเดิร์นเทรดและเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์…

นางณฤมล ธรรมวัฒนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด และบริษัทในเครือ เจ้าของ และผู้บริหารตลาดยิ่งเจริญ กล่าวว่า วันที่ 11 ส.ค. นี้ ตลาดยิ่งเจริญเปิดดำเนินกิจการครบ 60 ปี หรือ 6 ทศวรรษ ย่างเข้าสู่ทศวรรษที่ 7 โอกาสนี้ จะมีกิจกรรมต่อเนื่องระหว่างเดือน ส.ค.-ธ.ค. 2558 เช่น ทำบุญใหญ่วาระครบรอบ 60 ปี งานเทิดพระเกียรติวันแม่แห่งชาติ และการให้ส่วนลดซื้อสินค้า เป็นต้น

ทั้งนี้ ตลาดยิ่งเจริญถือเป็นตลาดค้าปลีกใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ มีพื้นที่ 35 ไร่ 3 งาน มีร้านค้าประมาณ 1,500 ร้าน แบ่งเป็นโซนต่างๆ มีสินค้าครบทุกประเภท เปิดตลอด 24 ชั่วโมง มีประชาชนหมุนเวียนใช้บริการประมาณ 30,000 คนต่อวัน มีรถเข้าออก 7,000-8,000 คันต่อวัน ในวันปกติ และมีจำนวนมากขึ้นในช่วงเทศกาล ได้รับรางวัลด้านสุขอนามัย และมาตรฐานมากมาย

นางณฤมล กล่าวต่อว่า เพื่อพัฒนาตลาดต่อเนื่อง รองรับการก้าวขึ้นสู่ทศวรรษที่ 7 และรองรับกำลังซื้อที่จะมากับรถไฟฟ้าสายสีเขียว จึงได้ปรับโครงสร้างการบริหารงานของบริษัท และเตรียมผลักดันตลาดยิ่งเจริญเข้าระดมทุนในกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) นำเงินทุนมาปรับปรุงตลาด โดยตั้งเป้าระดมทุนไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท คาดว่าจะระดมทุนแล้วเสร็จภายใน 3-5 ปี นับเป็นตลาดแห่งที่ 2 ที่ระดมทุนในรูปแบบนี้ เป็นลำดับถัดมาจากตลาดไท

สำหรับแผนปรับปรุงตลาดหลังจากระดมทุนได้นั้น จะดำเนินการ 3 ระยะ โดยระยะแรกจะขยายโครงสร้างและอาคารตลาดเก่า จาก 1 ชั้น แต่ไม่เกิน 8 ชั้น ตามกฎหมายผังเมืองกำหนด เพื่อรองรับพ่อค้าแม่ค้า และขยายลานจอดรถ คาดว่าใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท ระยะที่ 2 ลงทุนสร้างอาคารใหม่เปิดโมเดิร์นเทรด และระยะที่ 3 ร่วมทุนกับนักธุรกิจที่สนใจลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คาดว่า จะเป็นอพาร์ตเมนต์ คอมมูนิตี้มอลล์ และเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เช่น โรงภาพยนตร์ เป็นต้น ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดจะร่วมกับกรุงเทพมหานคร กองทัพอากาศ และหน่วยงานต่างๆ ปรับปรุงคุณภาพน้ำและคลองหลังตลาด เพื่อคุณภาพชีวิตชุมชนโดยรอบและเปิดตลาดน้ำ เนื่องจาก มองเห็นศักยภาพที่อยู่ใกล้สนามบินดอนเมือง

นางณฤมล กล่าวอีกว่า ปัจจุบันตลาดยิ่งเจริญคิดค่าเช่าพื้นที่ขั้นต่ำตารางเมตรละ 2 พันบาทต่อเดือน ปีนี้แม้ถึงกำหนดจะต้องขึ้นเค่าเช่า แต่จะยังคงอัตราเดิมเพื่อช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาใช้บริการจากภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งยังไม่ส่งผลกระทบกับยอดขายมากนัก.

 

กรกฎาคม 28, 2015 Posted by | เศรษฐกิจ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,255 other followers

%d bloggers like this: