เชียงของ ล่องโขง ผ่านศิลป์สายน้ำ

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150125/200090.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2558
เชียงของ ล่องโขง ผ่านศิลป์สายน้ำ
เชียงของ ล่องโขง ผ่านศิลป์สายน้ำ
เชียงของ ล่องโขง ผ่านศิลป์สายน้ำ
เชียงของ ล่องโขง ผ่านศิลป์สายน้ำ
เชียงของ ล่องโขง ผ่านศิลป์สายน้ำ
เชียงของ ล่องโขง ผ่านศิลป์สายน้ำ

ชวนเที่ยว : เชียงของ ล่องโขง ผ่านศิลป์สายน้ำ : เรื่อง / ภาพ … นพพร วิจิตร์วงษ์

                             แม่น้ำโขง แม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงผู้คน ที่อยู่ริมน้ำ และ ตามลำน้ำสาขา 60-70 ล้านคน แต่เหมือนวันนี้ คนริมโขงกำลังได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก หลังจากจีนสร้างเขื่อนแห่งที่ 4 คือเขื่อนจิ่งหง ที่เมืองจิ่งหงหรือเชียงรุ้ง เขตปกครองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ของจีนที่ใกล้กับประเทศไทยที่สุด แล้วยังมีแผนจะสร้าง 8 แห่ง (ตามที่อยู่ในแผนก่อนหน้านี้)  และขณะเดียวกันอีกหลายประเทศในตอนใต้ของลำน้ำโขงก็มีแผนจะสร้างเขื่อนด้วยเหมือนกัน แม่น้ำโขงที่ยิ่งใหญ่ในอดีตด้วยสายน้ำที่มีความยาว 4,880 กิโลเมตร กำลังถูกตัดทอนลง
                             “พอมีเขื่อนทำให้การขึ้นลงของสายน้ำไม่เป็นไปตามธรรมชาติ โดยเฉพาะเมื่อมีเขื่อนแห่งที่ 4 คือเขื่อนจิ่งหง ถือเป็นวิกฤติของลำน้ำโขง ขณะที่ประเทศอื่นๆ ก็จะสร้างเขื่อนบ้าง ก็จะทำให้แม่น้ำโขงถูกตัดตอน จนกลายเป็นเพียงหนองน้ำ นอกจากนี้การขนส่งของเรือสินค้าขนาดใหญ่ ทำให้มีการระเบิดเกาะแก่งที่อยู่ในแม่น้ำโขง ซึ่งส่งผลกระทบไปถึงพันธุ์ปลาในเม่น้ำโขงด้วย”  นิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือครูตี๋ กลุ่มอนุรักษ์เชียงของ ซึ่งเป็นคนลูกน้ำโขง ในเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย พูดถึงสิ่งที่เขาเห็นอยู่ในทุกวันนี้  เทียบกับช่วงก่อนหน้าที่ยังไม่มีใครไปวุ่ยวาย ตักตวงผลประโยชน์จากลำน้ำนานาชาติสายนี้ เมื่อพันธุ์ปลาลดลงเรื่อยๆ ประมงขนาดเล็กได้รับผลกระทบ ระบบนิเวศวัฒนธรรมลุ่มน้ำก็เปลี่ยนไป
                             และเป็นห้วงยามอันดี ที่มีกลุ่มคนที่ตระหนัก และพยายามดึงผู้คนให้หันมาสนใจสายน้ำกันมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนในพื้นที่จังหวัดแรกที่น้ำโขงไหลผ่าน คือเชียงราย โดยร้อยเรียงเรื่องราว ผ่านงานศิลปะภาพวาด ส่วนหนึ่งเพื่อการระดมทุนสนับสนุนการจัดการศึกษาให้แก่โรงเรียนม่อนแสงดาวฯ ของสมาคมสร้างสรรค์ชีวิตและสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็เป็นการเผยแพร่สังคมวัฒนธรรมของอาเซียนที่ให้ความสำคัญกับแม่น้ำธรรมชาติผ่านมุมมองของศิลปิน
 โดยพวกเขาเลือกที่จะมาบรรเลงสีสันใส่ผืนผ้าใบ ระหว่างล่องเรือ จากเชียงแสน ไปเชียงของ แนวน้ำโขงตอนเหนือสุดของไทย ในจังหวัดเชียงราย
                             จากเชียงแสน  ขึ้นเรือ ที่ท่าเทียบเรือเหนือสยาม ใกล้กับอนุสาวรีย์ท้าวพญาภู  ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของ สปป.ลาว  ช่วงค่ำคืน ฝั่งบ้านต้นผึ้งมีแสงสีมากกว่าที่คิด ความจริงจากเชียงแสนไปเชียงของ ใช้เวลาไม่นาน แต่ล่องเรือแบบนี้ ใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง และโชคดีที่วันนี้ ฝนไม่ตก หลังจากเมื่อวานนี้ตกตลอดทั้งวัน ยันเช้าตรู่
                             แม่น้ำโขงตอนบนยังไหลเรื่อยๆ เอื่อยๆ เกาะแก่งที่เห็นมีไม่มากเท่ากับตอนล่าง ทางด้านภาคอีสาน หรือว่าเป็นช่วงยามของน้ำที่ขึ้นเยอะจะด้วยธรรมชาติ (หรือจีนปล่อยน้ำก็ตามที) แต่สายลมหนาวพัดกรูเข้ามา ถึงขั้นเย็นยะเยือก ศิลปินหลายคน เริ่มลงมือบรรเลงสีสัน บางคนวาดลายเส้น บางคนลงสี
                             บทเพลงของ เป้ สีน้ำ ลอยมากระแทกใจโครมคราม ยามที่เรือล่องเอื่อยๆ ไปตามกระแสน้ำของ หรือ น้ำโขง ที่นึกถึงบทเพลงนี้ขึ้นมา เพราะบรรยากาศที่แสนจะเป็นใจ แล้วยังมีเพื่อนศิลปิน ของพี่เป้ โดยเฉพาะ รุ่งพันธุ์ บุรุษชาติ ศิลปินแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ชื่อดัง มาร่วมขบวนเดินทางในครั้งนี้เสียด้วย แล้วยังมีศิลปินระดับแถวหน้าอีกหลายต่อหลายคน ที่ง อ.ประทีป คชบัว , อ.วสันต์ สิทธิเขตต์ ร่วมด้วยศิลปินในจังหวัดเชียงรายอีกนับสิบคน
                             ช่วงที่เรือผ่านเกาะแก่ง ที่ยังพอให้เห็นบ้าง ก็เรียกสายตาทุกคนหันไปจับจ้อง ไม่ว่าจะเป็นดอนผีหลง ว่ากันว่า เป็นจุดที่มีคนลอยตายแล้วศพวนเวียนอยู่ตรงนี้ พูดง่ายๆ ก็คือจุดที่น้ำวนนั่นเองเพราะเป็นแก่งอยู่ด้านใต้ แล้วยังมีจุดที่น้ำโขงลึกที่สุดถึง 47 เมตร
                             แล้วที่สุด ภาพของชุมชนเมืองก็ปรากฏขึ้นริมน้ำโขง ฝั่งซ้ายคือเมืองห้วยทราย ของลาว อีกฝั่งก็คือเชียงของ ของไทย เราขึ้นเรือที่โฮงเฮียนแม่น้ำของ ของครูตี๋ (นิวัฒน์ ร้อยแก้ว) ตรงท่าเดื่อ เพื่อจะหยุดถ่ายถอดงานศิลปะกันอีกสักชิ้นที่นี่
                             แต่ละคนต่างหามุมของตัวเอง แต่เหมือนศิลปินที่มาจะรู้จักสนิทสนมกันดี
                             ฝ้าย และ ตั้ง  สองศิลปินรุ่นหนุ่มสาว ที่มาร่วมวาดรูปหารายได้มอบให้แก่โรงเรียนม่อนแสงดาว เล่าให้ฟังเมื่อฉันสอบถาม เพราะเหมือนศิลปินที่มาในงานวันเดียวกันนั้น รู้จัก สนิทสนมกันดี ถึงรู้ว่า มีเป็นชมรมทีเดียว ภายใต้ชื่อ “ขัวศิลปะ” ซึ่งหมายถึงสะพานเชื่อมศิลปะไปสู่สังคม
                             “เราเป็นรุ่นเล็กๆ หลานๆ แล้ว แต่คนที่ปูทางไว้ จนเป็นรูปเป็นร่าง ก่อตั้งมาเป็นขัวศิลปะ ได้ ก็ต้องยกให้ อ.ถวัลย์ และ อ.เฉลิมชัย นี่แหละ …”  ตั้งเล่าให้ฟัง ด้วยพื้นเพเป็นคนพะเยา แต่พอเรียนจบ ก็มาทำงาน วาดรูปหารายได้อยู่ที่เชียงรายด้วยปัจจัยที่เอื้ออำนวยหลายๆ อย่าง
                             ตั้งและฝ้าย สาวน้อยเมืองเชียงราย ยังได้ชักชวนให้ไปเที่ยวที่ขัวศิลปะ ก่อนเดินทางกลับ เพราะอยู่ไม่ไกลจากสี่แยกไปสนามบินเชียงราย
                             อ.รุ่งพันธ์ บอกว่า ศิลปะก็คือธรรมชาติ สายน้ำก็คือธรรมชาติ ศิลปินเรียนรู้และถ่ายทอดจากธรรมชาติ  ความสวยงามหรือสิ่งที่สะท้อนออกไป ก็เพื่อให้เกิดความตระหนักและร่วมกันรักษาความงามนั้นไว้
                             เวลาผ่านไปราวๆ 2 ชั่วโมง ภาพวาดสวยๆ ก็ทยอยนำมาวางเรียง ทั้งหมดนี้จะมอบให้แก่ โครงการนิทรรศการศิลปะอาเซียนเพื่อเด็กและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยจะมีงานในวันที่ 11-20 กุมภาพันธ์นี้ ที่พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ (รัชโยธิน) กรุงเทพฯ
                             แล้วก็ได้เวลา ออกท่องเชียงของกัน จากโฮงเฮียนที่อยู่ริมน้ำ มีถนนเลียบชายฝั่ง ไปถึงด่านศุลกากร ก่อนจะตัดขึ้นสู่ถนนสาย 1020 มุ่งเข้าเมืองเชียงของ  ปัจจุบัน เมืองนี้ มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเริ่มให้ความสนใจมาเที่ยวกันเยอะ ส่วนหนึ่งเพราะสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 เปิดเชื่อมการเดินทางกับเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้นด้วย หรือถ้านั่งเรือก็ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที  รีสอร์ทเล็กๆ ผุดขึ้นกันเป็นแถว แต่เมืองยังคงสภาพของความสงบ ทุกเย็นวันเสาร์ มีถนนคนเดิน บนถนนสายหลักตั้งแต่บ้านวัดแก้วไปจนถึงบ้านหัวเวียง พ่อค้าแม่ขายคึกคัก ส่วนใหญ่จะเป็นอาหาร และผักพื้นบ้านหลายชนิด
                             ชาวต่างชาติคนหนึ่งบอกว่า มาเชียงของเพราะอยากหาสถานที่สงบๆ มาพักผ่อน โดยดูจากไกด์บุ๊กแล้วก็เดินทางมากับเพื่อน
                             เชียงของวันนี้ ยังคงสภาพอากาศดีๆ เมืองสงบๆ จนนึกหลงรัก
———————–
สงบใจ ที่ไร่เชิญตะวัน
       nbsp;                      จากเชียงของ กลับสู่เมืองเชียงราย ยังมีโอกาสได้แวะศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน ของ ท่าน ว.วชิรเมธี จากสมัยก่อนเป็นไร่ลิ้นจี่ ชาวบ้านก็นำมาถวาย เมื่อรู้ว่าท่าน ว. ได้กลับไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่จังหวัดเชียงรายบ้านเกิด … จากเดิมที่อยากจะปลีกวิเวก ก็เปลี่ยนมาเป็นแบ่งปันสถานที่ฝึกวิปัสสนา เนื่องจากชาวบ้านลูกศิษย์ลูกหา มากราบนมัสการกันเยอะ
ล่าสุด ท่าน ว.วชิรเมธี เพิ่งจะเปิด ศูนย์ศิลปะไร่เชิญตะวัน โดยมีภาพจากศิลปินดังๆ ในจังหวัดเชียงราย รวมถึงภาพของ อ.ถวัลย์ ดัชนี และภาพของ อ.ถวัลย์ที่เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล ประมูลได้นำมาถวาย ในโอกาสที่พบปะกับศิลปินแบบนี้ ท่าน ว.ยังได้มอบบทกวีเพื่อนำไปจำหน่ายหารายได้สมทบทุนให้แก่โรงเรียนม่อนแสงดาวอีกด้วย
                             จังหวะดีที่ไร่เชิญตะวันจัดเทศกาลโคม และมีการปลูกดอกไม้เมืองหนาว แข่งกันออกดอกสวยงาม แม้จะเข้าไปอยู่ค่อยข้างลึก โดยห่างจากถนนใหญ่ราว 7 กม. แต่ก็มีคนเข้าไปเที่ยวชมเยอะมากๆ
                             สถานที่แห่งนี้ รับผู้ปฏิบัติธรรม ไปฝึกจิตฝึกสมาธิทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทุกมุมของสถานที่เป็นแหล่งปริศนาธรรม
                             nbsp;อยากพักพิงใจ ไปที่นี่ รับรองว่า จะพบแต่ความสงบ …
                             ท่าน ว.วชิรเมธี ยังพูดทิ้งท้ายถึงให้ตระหนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสายน้ำว่า “การดูแลน้ำ ก็คือ การดูแลตัวเอง น้ำเป็นอย่างไร คุณภาพชีวิตก็เป็นเช่นนั้น “
———————–
(ชวนเที่ยว : เชียงของ ล่องโขง ผ่านศิลป์สายน้ำ : เรื่อง / ภาพ … นพพร วิจิตร์วงษ์)

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: