บุกไร่กะหล่ำ…ที่ทับเบิก

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150208/200935.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558
บุกไร่กะหล่ำ...ที่ทับเบิก
บุกไร่กะหล่ำ...ที่ทับเบิก
บุกไร่กะหล่ำ...ที่ทับเบิก
บุกไร่กะหล่ำ...ที่ทับเบิก
บุกไร่กะหล่ำ...ที่ทับเบิก

ชวนเที่ยว : บุกไร่กะหล่ำ…ที่ทับเบิก : เรื่อง / ภาพ … นพพร วิจิตร์วงษ์

                             ระยะทางไม่เกิน 400 กม.จากกรุงเทพมหานคร เหนือ-ใต้-ออก-ตก จิ้มแผนที่ดูแล้ว ช่วงที่อากาศเริ่มคลายหนาวแบบนี้ นอกจากทะเลที่น่าสนใจไม่น้อยแล้ว เพราะช่วงนี้อาจได้เจอจังหวะฟ้าใสๆ แดดสวยๆ  แต่ภูเขายังเป็นตัวเลือกที่อยู่ในความคิด เพราะนอกจากจะได้สูดอากาสบริสุทธิ์แล้ว ยังมีโอกาสเจอดอกไม้ ผลไม้ฤดูหนาวอร่อยๆ ให้ลิ้มลอง
                             เพชรบูรณ์ เป็นคำตอบที่ไม่ยากเย็น เพราะเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ ททท.เขาบอกว่าห้ามพลาด จริงๆ ฉันก็แทบไม่พลาดสักครั้งเพียงแต่เข้าไปยลเพชรบูรณ์มุมนั้นบ้าง มุมนี้บ้าง แต่ที่ข้ามไปค่อนข้างนาน ก็เห็นจะเป็น “ภูทับเบิก” ไร่กะหล่ำสุดขอบฟ้า ที่กลายเป็นสถานที่ยอดฮิตติดลมบนไปในปัจจุบัน ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็น ความสวยงามของทะเลหมอก และไร่กะหล่ำปลีนั่นแหละ
                             ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นจุดสูงที่สุดของเพชรบูรณ์ และจุดนี้เป็นที่ตั้งของอาคารดูดาวและที่วัดอุณหภูมิ(ที่ใหญ่ที่สุด)ด้วย  มีระดับความสูง 1,768 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
                             จากกรุงเทพมหานคร ใช้เส้นทางมุ่งหน้าเพชรบูรณ์  จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหมายเลข 12 (พิษณุโลก ) จะมีป้ายบอกทางแยกไปภูทับเบิก – อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เลี้ยวไปตามป้ายบอกทาง ระยะนี้จะเป็นทางคดเคี้ยวขึ้นภูเขา ระยะทาง 17 กิโลเมตรกว่าๆ จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
                             111 โค้ง เราก็ขึ้นมาถึงหน่วยทับเบิก ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,667 เมตร เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามจุดหนึ่ง ใครหลงใหลกาแฟ ก็อาจจะพักรถจิบกาแฟก่อนได้  แต่ฉันขอแวะไปแอบส่องเมเปิ้ล แถวๆ โรงเรียนการเมือง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเสียก่อน  เสียด๊าย … เสียดาย มาช้าไปแค่อาทิตย์เดียว ใบแดงๆ ที่หล่นร่วงแทบจะกลายเป็นสีน้ำตาลไปซะหมด แต่ก็ยังไม่ถึงกับทำให้บริเวณโรงเรียนการเมืองในยุคสมัยคอมมิวนิสต์ ดูขลึมขลังจนน่าหวาดหวั่น
                             ย้อนกลับทางเก่า มุ่งหน้าไปภูทับเบิก ระหว่างทางแวะภูแผงม้า ถ้าเป็นรถกระบะจะขึ้นสบายกว่า เส้นทางขึ้นไปยังจุดชมวิวภูแผงม้า ผ่านดงต้นไม้ใหญ่ ร่มรื่น ดูสวยงาม ราวๆ ไม่ถึง 10 นาที รถก็พาขึ้นไปถึงจุดชมวิว  ทำเป็นลานไม้ขนาดใหญ่ ผิดหน้าผิดตากับสภาพป่าที่ผ่านมาเชียว จุดนี้มองเห็นภูทับเบิกได้ทั้งลูกเขา ทั้งไร่กะหล่ำ ยังถนนหนทางที่คดเคี้ยวขึ้นเขา …. ไร่กะหล่ำหายไป
                             ภาพที่เห็นเบื้องหน้า รีสอร์ทเต็มไปหมด แต่ไร่กะหล่ำหายไปไหน ??
                             คำตอบก็คือ ไม่ได้หายไป แต่เขาเก็บผลผลิตไปเกือบหมดแล้ว ถ้าอยากเห็นไร่กะหล่ำสวยงามควรมีช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน นอกนั้นก็จะเห้นประปราย ยิ่งช่วงที่เข้าสู่ฤดูร้อนแบบนี้ เขาที่เห็นดูโล้นแล้ง จนอดรำพึงในใจไม่ได้ “ต้นไม้หายไปหมด น้ำมาเยอะๆ มาอะไรจะเหลือ  ไม่อยากจะคิดไปไกนถึงเหตุการณ์น้ำป่าถล่มที่บ้านน้ำก้อ น้ำชุน เมื่อสิบกว่าปีก่อน ….
                             ก่อนความคิดจะเตลิดไปไกล อาทิตย์จะหายไปจากท้องฟ้า ก็รีบกลับไปชมอาทิตย์ตกบนยอดภูทับเบิกดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง  จุดสูงสุดเป็นที่ตั้งของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก ซึ่งมีที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร มีลานจอดรถกว้างๆ ระยะ 100 เมตร สุดท้ายต้องเดินเท้าขึ้นไป แต่ถึงด้านบนก็หายเหนื่อย จากวิวที่เห็น จากสภาพอากาศที่หายใจได้โล่งปอด  นั่นไง เทอร์โมมิเตอร์ขนาดยักษ์  แต่บอกอุณหภูมิเป็นตัวเลข
                             เบื้องหน้า ในวันนี้เห็นแต่รีสอร์ทเต็มไปหมด บางจุดมีเต็นท์กางรอนักท่องเที่ยว แปลงกะหล่ำปลีกลายเป็นที่ดินว่างเปล่า สมัยก่อนจำได้ว่า รีสอร์ทน้อยมาก มีนักท่องเที่ยวจะไปกางเต็นท์นอนในไร่กะหล่ำกันเลย วันนี้ อะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไป ดีหรือไม่ดี แล้วแต่ความชอบแต่ละบุคคล
                             ชาวบ้านภูทับเบิกส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ที่ย้ายถิ่นฐานมาจากทางภาคเหนือ ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านเรื่องราวการต่อสู้ทางความคิด เรื่องราวของคอมมิวนิสต์และพื้นที่สีแดงภูหินร่องกล้า ก่อนจะมีการปราบปรามอย่างหนัก ดึงชาวบ้านกลับสู่เมือง ร่วมกันพัฒนาชาติไทย และจัดตั้งศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ขึ้น
                             ทุกวันนี้ กะหล่ำปลีกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของที่นี่ และยังเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมภูเขากะหล่ำปลี เพราะมองไปไกลสุดหูสุดตา ก็ยังเป็นไร่กะหล่ำ  … ขอแค่มาถูกฤดูกาล
สตรอเบอร์รี่ที่รัก 
                             นอกจาก กุหลาบ กับ ช็อกโกแลต ที่เป็นตัวแทนแห่งรักในช่วงวันวาเลนไทน์แล้ว สตรอเบอร์รี่ผลสดๆ สีแดงสวย ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ที่จะมอบให้คนใกล้ชิดแทนรัก ยิ่งคนหันมาอินเทรนด์เรื่องสุขภาพกันด้วยแล้ว ยังเหมาะมากๆ เพราะสตรอเบอร์รี่ มีสารพัดประโยชน์ที่เป็นผลดีต่อสุภาพ
                             ไหนๆ ก็ใกล้วันวาเลนไทน์ เลยไปเก็บเรื่องราวๆ ดี จากกลางไร่สตรอเบอร์รี่มาฝากแฟนๆ คอลัมน์ซะเลย นอกจากไร่กะหล่ำที่มีมากมายเป็นภูเขาหลายๆ ลูกแล้ว ยังมีแหล่งปลูกสตรอเบอร์รี่รสชาติดี อยู่ที่นี่กับเขาด้วย ในเส้นทางไม่ไกลไปจากวัดภูทับเบิก แยกเข้าไปตามทางหมู่บ้าน แต่ให้ดีต้องติดต่อเจ้าของสวนก่อนจะได้พานั่งรถกระบะยกสูงเข้าไปถึงแปลงปลูก
                             ไร่บ่อแก้วภูทับเบิก สตรอเบอร์รี่สด ของ สัมภีร์ ฤทธิ์ชัยเจริญ อยู่ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่พอสมควร ถนนเข้าไปยังเป็นทางดินแดงค่อนข้างแคบๆ  ลักษณะเป็นหุบเขา (ใกล้ๆ กันก็ยังเป็นแปลงกะหล่ำอยู่นะ)
                             ผ่านรั้วเข้าไปเห็นสตรอเบอร์รี่ลูกใหญ่ๆ สีแดงสวยแต่ไกล ไม่พูดพล่ามทำเพลง ฉวยถังพลาสติกสีดำใบเล็กๆ เดินเข้าร่องสตรอเบอร์รี่ เลือกเก็บกันเลย ก่อนจะถามไถ่ได้ความว่า ที่กำลังเก็บอยู่น่ะ เป็นสตรอเบอร์รี่ พันธุ์ 329 (เป็นพันธุ์ที่กรมส่งเสริมการเกษตรส่งเสริมให้แก่เกษตรกรปลูก) ลักษณะจะลูกใหญ่ กรอบและหวานอมเปรี้ยว ส่วนอีกด้านหนึ่ง เป็นสตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มูลนิธิโครงการหลวงส่งเสริมให้ปลูกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 เป็นสายพันธุ์ที่มาจากประเทศญี่ปุ่น ชื่อพันธุ์ Royal Queen และกลายเป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมเนื่องจากมีรสชาติหวานหอม ลูกใหญ่ไม่น้อยหน้าพันธุ์ 329 ก็มี
                             ฉันเก็บความสงสัยไว้ได้ไม่นาน ทำไมถึงชื่อบ่อแก้ว เหมือนกับทางสะเมิง แดนสตรอเบอร์รี่เมืองเชียงใหม่ สัมภีร์เลยเฉลยให้ฟังว่า รู้จักกับทางบ่อแก้วเพราะไปอบรมกันมานี่เอง
                             สัมภีร์ เป็นชาวเผ่าม้ง อยู่ที่ทับเบิกมาแต่เกิด ก่อนหน้านี้เคยปลูกขิง ปลูกกะหล่ำ แต่พอเปลี่ยนมาปลูกสตรอเบอร์รี่ เลยต้องเลิกทำอย่างอื่นหมด เพราะสตรอเบอร์รี่เป็นพืชที่ต้องดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด เรียกว่ามีงานให้ทำทุกวัน ทั้งปี พันธุ์ที่นำมาปลูก ก็ได้รับการส่งเสริมมา แต่พอติดลูก 2 ครั้ง ก็ต้องไถ่กลบ แล้วลงปลูกใหม่โดยเก็บต้นไหลมาทำพันธุ์ต่อๆ ไป จนถึงวันนี้ปลูกมา 10 ปีแล้ว มาหลังๆ ก็เริ่มเปิดให้คนเข้ามาเก็บสตรอเบอร์รี่กันเอง แต่ต้องระมัดระวังกันนิดหน่อย เนื่องจากสตรอเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่บอบช้ำง่าย โดยช่วงเวลาที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเก็บได้ คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม หรือจนหมดราวๆ เดือนเมษายน แต่ช่วงที่เริ่มติดผล เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม จะยังไม่เปิดให้คนเข้าไปเก็บเอง
                             “สตรอเบอร์รี่ ที่นี่ เก็บกินได้เลย เพราะเลยระยะเวลาการใช้ยามาแล้ว โดยเราจะฉีดยาใส่ปุ๋ยตามปกติ แต่พอเริ่มออกดอก เราจะเลิกใช้ยาฆ่าแมลงเพราะจะทำให้ผลสตรอเบอร์รี่ช้ำ เสียหายได้ เรารับรองได้แต่ในไร่ของเรา ส่วนที่อื่นเราไม่รับรอง”
                             ตอนนี้ ที่ ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง เขากำลังจัดงานวันสตรอเบอร์รี่ ช่วงวันวาเลนไทน์ 12-15 กุมภาพันธ์ แต่ถ้ามาแถวทับเบิก ก็ลองมาแวะถามหาสตรอเบอร์รี่ที่รัก แถวไร่บ่อแก้วภูทับเบิกฯ กำลังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเลือกเก็บสตรอเบอร์รี่สดๆ ได้เอง รับรองว่าไม่ผิดหวังจ้า
———————–
(ชวนเที่ยว : บุกไร่กะหล่ำ…ที่ทับเบิก : เรื่อง / ภาพ … นพพร วิจิตร์วงษ์)

 

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: