‘ความคิดสร้างสรรค์’ปัจจัยสร้าง‘อำนาจต่อรอง’ในเวทีโลก

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150817/211741.html

การศึกษา-สาธารณสุข-สิ่งแวดล้อม : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2558
'ความคิดสร้างสรรค์'ปัจจัยสร้าง‘อำนาจต่อรอง’ในเวทีโลก
'ความคิดสร้างสรรค์'ปัจจัยสร้าง‘อำนาจต่อรอง’ในเวทีโลก
'ความคิดสร้างสรรค์'ปัจจัยสร้าง‘อำนาจต่อรอง’ในเวทีโลก

‘ความคิดสร้างสรรค์’ปัจจัยสร้าง‘อำนาจต่อรอง’ในเวทีโลก : ภัทร อภิวัฒนกุล และณาคิน เหลืองนวล นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ รายงาน

             ศ.ท็อดด์ ลูบาร์ธ อาจารย์มหาวิทยาลัยปารีส หนึ่งในคณะนักวิจัยโครงการพัฒนาเครื่องมือติดตามกระบวนการคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์ขององค์กรความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD กล่าวใจความตอนหนึ่งในการบรรยายว่าด้วยเรื่อง “เครื่องมือในประเมินความคิดสร้างสรรค์” ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ความคิดสร้างสรรค์ ถือเป็นทักษะการเรียนรู้ที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 ที่ตลาดแรงงานทั่วโลกต้องการ เพราะเป็นทักษะเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทุกช่วงวัยประกอบด้วย ความสามารถในการแก้ปัญหา การประกอบอาชีพ และการพัฒนาสังคม

“นิยามความคิดสร้างสรรค์จึงรวมถึงความสามารถในการตอบสนองหรือการแก้ไขปัญหา การพัฒนาสิ่งที่แปลกใหม่จากความคิดเดิมๆ  การปรับปรุงแนวคิดให้เหมาะกับบริบทและเท่าทันการพัฒนา เพื่อยกระดับสู่การสร้าง “นวัตกรรม” ใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดการค้า”

สอดคล้องกับรายงานของ The Martin Prosperity Institute (MPI) ในหัวเรื่อง “ความคิดสร้างสรรค์กับความสำเร็จ” พบว่า ดัชนีความคิดสร้างสรรค์นานาชาติ (Global Creativity Index) ของประเทศไทยนั้น อยู่ในอันดับที่ 71 จาก 82 ประเทศ ที่ได้รับการประเมินตามหลังประเทศในภูมิภาคเดียวกันอย่างสิงคโปร์ (9) มาเลเซีย (48) และฟิลิปปินส์ (54) ซึ่งดัชนีนี้ใช้ปัจจัยหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือ 3Ts ได้แก่ 1.Technology (เทคโนโลยี) 2.Talent (พรสวรรค์) และ 3.Tolerance (ความใจกว้าง) เป็นตัวชี้วัด

สาเหตุหลักที่คะแนนดัชนีความคิดสร้างสรรค์นานาชาติของประเทศไทย อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างต่ำนั้น เนื่องจาก อัตราส่วนของอาชีพในกลุ่ม “ชนชั้นสร้างสรรค์” มีสัดส่วนที่น้อยกว่าประเทศอื่นๆ ซึ่งอาชีพในกลุ่มชนชั้นสร้างสรรค์ ประกอบไปด้วยอาชีพในสาย 1.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2.ธุรกิจและการจัดการ 3.สาธารณสุขและการศึกษา และ 4.ศิลปะ วัฒนธรรม และการแสดง ซึ่งอาชีพเหล่านี้ เป็นกลุ่มแรงงานสำคัญที่ส่งผลอย่างมากต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

“ประเทศที่มีดัชนีความคิดสร้างสรรค์นานาชาติอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกอย่างสิงคโปร์นั้น มีสัดส่วนของอาชีพในกลุ่มชนชั้นสร้างสรรค์สูงถึงร้อยละ 47.3 ของแรงงานทั้งหมด ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 1 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และของโลก ในขณะที่ประเทศไทย มีสัดส่วนนี้เพียง 14.66 เท่านั้น” ศ.ลูบาร์ธระบุ

เหนืออื่นใดรายงานยังพบด้วยว่า ประเทศที่มีดัชนีความคิดสร้างสรรค์นานาชาติสูง จะส่งผลให้ผลผลิตทางเศรษฐกิจ ความสามารถในการแข่งขัน ความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการ ดัชนีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และดัชนีความสุขของคนในประเทศสูงขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้ความไม่เท่าเทียมกันภายในประเทศลดลงอีกด้วย

“ขณะที่งานวิจัยของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตบัณฑิตจากสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์มากเป็นอันดับที่ 1 ของโลก แต่เหตุที่ประเทศไทยยังไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางนวัตกรรมได้นั้น เนื่องจากขาดหลักสูตรที่สร้างให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างเพียงพอ”

ทว่าในทางปฏิบัติ “ความคิดสร้างสรรค์” ไม่สามารถสอนผ่านตำราได้ แต่ต้องอาศัยการลงมือคิดปฏิบัติ ผ่านการเชื่อมโยงกับกิจกรรมต่างๆ เช่น วิธีการคิดแบบหมวก 6 ใบ (Six Thinking Hats) หรือ กระบวนการคิดการที่นำสิ่งของหนึ่งสิ่งแตกเป็นแนวคิดใหม่ๆ และการรวบรวมสิ่งต่างๆ ออกมาเป็นแนวคิดใหม่ (Divergent and Convergent Thinking Process) ซึ่งจะกระตุ้นให้เด็กเกิดกระบวนการคิดริเริ่ม และพัฒนาไปสู่ความเคยชิน จนสามารถหยิบทักษะดังกล่าวออกมาใช้ได้ตามสัญชาตญาณ ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยไม่ยึดติดกับกรอบความคิดเดิมๆ ที่ถูกสร้างขึ้นจากประสบการณ์และความรู้ที่ได้รับจากห้องเรียน

“ความคิดสร้างสรรค์ในเด็กจึงนำไปสู่การพัฒนาการสร้างทักษะที่หลากหลายซึ่งมีความจำเป็นสำหรับอาชีพในอนาคต เช่น อาชีพผู้จัดการในธุรกิจยุคใหม่ จำเป็นต้องมีทักษะในการแก้ไขปัญหา ทำงานเป็นทีม ทักษะในการประยุกต์ใช้แล้วนำไปสู่ข้อสรุปที่ดีที่สุด หรือถ้าคุณเป็นเซลส์ขายรถ คุณก็ต้องหากลยุทธ์ใหม่ๆ ในการขายรถให้ลูกค้าจนได้ ฉะนั้นในแต่ละอาชีพก็ต้องการทักษะในการแก้ปัญหาที่แตกต่าง และนี่เป็นทักษะของความคิดเชิงสร้างสรรค์ที่จำเป็นสำหรับการตลาดในยุคศตวรรษที่ 21 ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นเท่านั้น ที่จะทำให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่ม” ศ.ลูบาร์ธ กล่าว

กระบวนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์นั้น จะสามารถทำได้ดีที่สุดในวัยเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ ประถมศึกษาปีที่ 5 และมัธยมศึกษาปีที่ 2 เนื่องจากเป็นระดับชั้นที่เด็กมีความกดดันจากสภาพแวดล้อมในวัยเรียนน้อยที่สุด ทั้งการปรับตัวจากการเลื่อนสู่ระดับชั้นที่สูงขึ้น สู่บทเรียนที่ยากขึ้นรวมถึงความเครียดจากการเตรียมพร้อมสำหรับการสอบเพื่อเลื่อนขึ้นในระดับชั้นต่อไป

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีความเชื่อผิดๆ ว่า ความคิดสร้างสรรค์สร้างได้เฉพาะการเรียนศิลปะ หรือกลายเป็นเรื่องพรสวรรค์พิเศษเฉพาะใครบางคนนั้น จริงๆ แล้ว ความคิดสร้างสรรค์แฝงตัวอยู่ในสิ่งต่างๆ รอบตัวเราทุกคน การได้ฝึกกระบวนการคิดสร้างสรรค์ จนผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสิ่งต่างๆ จะนำไปสู่การต่อยอดได้ไม่รู้จบ สิ่งสำคัญคือ ต้องอาศัยความเข้าใจและการทำงานร่วมกันทั้งในส่วนผู้เรียน ผู้สอนและพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้เรียนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้

เพราะทุกวันนี้ตลาดโลก สามารถผลิตสินค้าที่เหมือนกันในราคาต่ำและรวดเร็ว แต่ความคิดสร้างสรรค์จะสร้างความแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ของสินค้า และนำมาซึ่งความแตกต่างสู่ตลาดการค้าใหม่ๆ ได้ การสอนในศตวรรษที่ 21 ที่ประสบความสำเร็จจึงต้องมุ่งสู่การสร้างและจุดประจายให้ผู้เรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไรตั้งแต่ในห้องเรียน

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: