โอกาสของเด็กไทย กับ การเรียนรู้ทักษะการเอาชีวิตรอด

Published มกราคม 8, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160101/219705.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 1 มกราคม 2559
โอกาสของเด็กไทย กับ การเรียนรู้ทักษะการเอาชีวิตรอด

กระดานความคิด : โอกาสของเด็กไทย กับ การเรียนรู้ทักษะการเอาชีวิตรอด : โดย … นพ.ธนะพงศ์ จินวงศ์

                      รายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนล่าสุด ขององค์การอนามัยโลก (ฮู) ชี้ให้เห็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุยังเป็นปัญหาสำคัญ ทุกๆ 25 วินาที จะมีคนเสียชีวิต 1 คน หรือปีละ 1.25 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ที่อายุ 15-19 ปี ที่อุบัติเหตุทางถนนเป็นสาเหตุการตาย อันดับ 1 มากกว่าสาเหตุอื่นๆ ทุกประเภท
                      ประเทศไทย ถูกคาดประมาณการเสียชีวิต จากฮูไว้สูงถึง 24,237 คน หรือคิดเป็น 36.2 คนต่อประชากรแสนคน สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศลิเบีย และเป็นอันดับ 1 ของประเทศที่มีคนตายจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์มากที่สุด ซึ่งตัวเลขการตายที่คาดประมาณ พบว่าใกล้เคียงกับการนำข้อมูล 3 ฐาน จากบริษัทประกันภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และใบมรณบัตร มาเชื่อมโยงกัน โดยพบว่า ปี 2554 มีผู้เสียชีวิต 23,787 คน
                      เมื่อนำข้อมูลใบมรณบัตรระหว่างปี 2554-2557 มาวิเคราะห์ ก็จะพบว่า กลุ่มเยาวชน อายุ 15-19 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอายุอื่น เฉลี่ยปีละ 1,688 ราย โดยมีสาเหตุหลักมาจาก “อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์” และถ้านับรวมกลุ่มอายุ 0-14 ปี จะพบว่า มีจำนวนผู้เสียชีวิตในกลุ่มอายุ 0-19 ปี เฉลี่ยปีละ 2,509 ราย (คิดเป็นร้อยละ 17.32 ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด) หรือเทียบเท่ากับ “ทุกๆ ปีจะมีโรงเรียนขนาดใหญ่ 1 โรง หายไป” ถ้าคิดต่อวัน ก็จะพบว่า “จะมีเด็กและเยาวชน ตายวันละ 7 คน”
                      หากพิจารณาในประเด็นของมูลค่าความสูญเสีย รายงานการศึกษามูลค่าอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ระบุว่า ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 1 คน มีมูลค่าความสูญเสียประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวคิดจากอัตราค่าจ้างแรงงาน 150 บาทต่อวัน และเป็นค่าเฉลี่ยทุกช่วงอายุ ปัจจุบันอัตราค่าจ้างแรงงานอยู่ที่ 300 บาท ดังนั้นมูลค่าความสูญเสียอาจเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัว และในกรณีที่ผู้เสียชีวิตอายุน้อยหรือมีโอกาสในการประกอบอาชีพที่มีรายได้สูง มูลค่าความสูญเสียจะเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีความสูญเสียที่ประเมินค่าได้ยาก ได้แก่ ผลกระทบทางจิตใจของครอบครัวผู้เสียชีวิต หลายๆ กรณีพบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นบุตรเพียงคนเดียว หรือเป็นกำลังหลักของครอบครัว ผลกระทบที่เกิดย่อมทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
                      ข้อมูลจากรายงานสถานการณ์การบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตจากสาเหตุภายนอก กรมควบคุมโรค ปี 2548-2553 ระบุว่า เด็กไทยเริ่มขับขี่รถจักรยานยนต์ตั้งแต่อายุ 12 ปี ขึ้นไป ซึ่งตามกฎหมาย ผู้ที่สามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ต้องมีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีใบอนุญาตขับขี่ และมีข้อบังคับว่าช่วงอายุ 15-18 ปี สามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เครื่องยนต์มีขนาดไม่เกิน 110 ซีซีเท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงในสังคมไทยกลับพบว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะในสังคมชนบทที่มองว่า “การขับขี่รถจักรยานยนต์ของเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องปกติ” ภาพที่เด็กตัวเล็กๆ เท้าไม่ถึงพื้นขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่สวมหมวกนิรภัย ซ้อนสาม จึงเป็นภาพที่เราเห็นจนชินตาในต่างจังหวัด
                      ประเด็นดังกล่าว ทางมูลนิธิไทยโรดส์และเครือข่าย Road Safety Watch ได้มีการสุ่มตัวอย่างผู้ใช้รถจักรยานยนต์กว่า 70,000 ราย พบว่า 1 ใน 3 ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น
                      ที่น่าตกใจคือ หลายคนยอมรับว่ามีพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขับย้อนศร ฝ่าไฟแดง และคุยโทรศัพท์ขณะขับขี่ ซึ่งการแก้พฤติกรรมเสี่ยงจำเป็นต้องได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก
                      ตัวอย่างประเทศออสเตรเลีย ที่มีการจัดการความปลอดภัยได้อันดับต้นๆ ของโลก จะจัดให้มีการเรียนการสอนเรื่องปลอดภัยทางถนนอย่างจริงจัง โดยออกแบบหลักสูตรให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย มีเป้าหมายให้เด็กมีพฤติกรรมที่ปลอดภัย มีทักษะในการเอาชีวิตรอดบนท้องถนน
                      ในขณะที่ประเทศไทยแม้จะมีการตายของเด็กและเยาวชนบนถนน แต่กลับมีการเรียนการสอนในเรื่องความปลอดภัยทางถนนน้อยมาก ในอดีต แม้จะเคยมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากประเทศออสเตรเลียมาออกแบบคู่มือการเรียนการสอนการใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้องปลอดภัย (หลักสูตรครูแม่ไก่) สำหรับเด็กในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์เสริมสร้างวินัยจราจรเด็กและเยาวชน ของกระทรวงศึกษาธิการ แต่สุดท้ายก็เลือนหายไป (แม่ไก่ ไม่ได้ไปฟักไข่) เหลือเพียงการบรรจุเนื้อหาบางส่วนไว้ในวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา
———————-
(กระดานความคิด : โอกาสของเด็กไทย กับ การเรียนรู้ทักษะการเอาชีวิตรอด : โดย … นพ.ธนะพงศ์ จินวงศ์)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: