2559 เข้าสู่ประชาคมอาเซียน

Published มกราคม 1, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/556171

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ธ.ค. 2558 06:01

 

จากที่นับถอยหลังกันมานานหลายปี ในที่สุด 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ประกาศได้ว่าเข้าสู่การเป็น “ประชาคมอาเซียน” แบบ “เต็มตัว” ในปี 2559 แต่คนอีกมากยังสงสัยว่าประชาคมอาเซียนจะมีผลอย่างไรต่อประชาชนคนธรรมดา? เพราะรู้สึกว่าอาเซียนเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ดู “ไกลตัว” แต่แท้จริงแล้ว “อาเซียนอยู่รอบตัวเรา” และส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งทางตรง-ทางอ้อมมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

AC ไม่เท่ากับ AEC แม้จะมีการโหมประชาสัมพันธ์ข้อมูลเรื่อง “ประชาคมอาเซียน” หรือ AC (ASEAN Community) กันอย่างหนัก แต่คนจำนวนมากยังสับสนว่า AC กับ AEC (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) คือสิ่งเดียวกัน แต่ที่จริง AEC เป็นแค่ “ส่วนหนึ่ง” ซึ่งอยู่ภายใต้ AC และต้องมีอีก 2 ประชาคมมาผนวก คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคง (APSC) กับประชาคมสังคมและวัฒนธรรม (ASCC) จึงจะถือเป็นประชาคมอาเซียนที่สมบูรณ์

จัดตั้ง AC นานแล้ว 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนตั้งแต่ปี 2552 หลังรัฐบาลแต่ละประเทศลงนามรับรองแผนงาน (Blueprint) สําหรับการจัดตั้งประชาคมอาเซียนในแต่ละเสา (APSC, AEC, ASCC) ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 14 ในสมัยที่ไทยดํารงตำแหน่งประธานอาเซียน ซึ่งประเทศสมาชิกต้องดำเนินแผนงานของประชาคมอาเซียนทั้ง 3 เสาให้เสร็จสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนถึงกำหนดเปิดประชาคม “อย่างเป็นทางการ” ต้นปี 2558 แต่ 4 ประเทศสมาชิก คือ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม (เรียกสั้นๆว่า CLMV) ไม่พร้อมทำตามเงื่อนไขบางประการ จึงขอผ่อนผันมาเรื่อยๆ จนถึงเส้นตายวันที่ 31 ธ.ค.2558 ส่งผลให้วันที่ 1 ม.ค.2559 เป็น “วันแรก” ที่ประเทศสมาชิกทั้งหมดทำตามข้อตกลงของประชาคมอาเซียน “เต็ม รูปแบบ” ซึ่งคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เพราะแต่ละประเทศได้วางรากฐานประชาคมมาหลายปีแล้ว

ผลกระทบที่คนไม่ค่อยรู้ การดำเนินงานเพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้ขอสัมภาษณ์ อ.สุภาค์พรรณ ตั้งตรงไพโรจน์ นักวิจัยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีผลงานเกี่ยวกับ
อาเซียนหลายประเด็น และสรุปผลงานในแต่ละแผนคร่าวๆ ดังนี้

เสาหลักที่ 1 “ประชาคมการเมืองและความมั่นคงแห่งอาเซียน” (APSC) มีความร่วมมือระหว่างรัฐบาลเกิดขึ้น 6 กลุ่ม ได้แก่ (1) ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ ซึ่งตอนที่เกิดภัยพิบัติสึนามิในมหาสมุทรอินเดียเมื่อ ปี 2547 ไทยและประเทศอาเซียนได้รับประโยชน์จากความร่วมมือกลุ่มนี้อยู่ไม่น้อย ขณะที่ความร่วมมืออื่นๆ คือ (2) ความมั่นคงทางทะเล (3) การปฏิบัติการรักษาสันติภาพ (4) การต่อต้านการก่อการร้าย (5) การแพทย์ทางทหาร และ (6) การปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม

เสาหลักที่ 2 “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (AEC) มีผลกระทบเกิดขึ้นชัด แต่คนในสังคมอาจไม่ทันสังเกต โดยที่ผ่านมา กลุ่มประเทศ CLMV ขอผ่อนผันไม่ทำตามข้อตกลง AEC ว่าด้วยการลดภาษีนำเข้าเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ เพราะ CLMV ยังอยู่ในกลุ่มประเทศยากจนของโลก ขณะที่สมาชิกอาเซียนอีก 6 ประเทศ รวมถึงไทย ลดภาษีนำเข้าเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์มาตั้งแต่ปี 2553 ทำให้สินค้าส่งออกจากไทยไป CLMV ต้องเสียภาษีในอัตราเดิมที่ประเทศปลายทางกำหนดไว้ ขณะที่ไทยลดภาษีนำเข้าให้แก่สินค้าอาเซียนไปแล้วมากกว่า 17,000 รายการ

ด้วยเหตุนี้ สินค้าหลายอย่างที่นำเข้าจากบางประเทศอาเซียนจึงมีราคาถูกกว่าสินค้าไทย โดยเฉพาะ “สินค้าเกษตรไทย” ได้รับผลกระทบหนักสุด เพราะยังไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการลดภาษี ขณะที่สินค้าเกษตรราคาถูกจากต่างแดนกลับทะลักเข้าสู่ตลาดไทย ทำให้ผู้บริโภคอาจมีตัวเลือกมากขึ้น แต่เกษตรกร “อ่วม” หนัก แต่นับจากปี 2559 กลุ่ม CLMV ต้องลดภาษีนำเข้าตามเงื่อนไข AEC จึงต้องรอดูว่า “อนาคต” สินค้าส่งออกของไทยจะเป็นอย่างไร

ส่วนข้อตกลงการเคลื่อนย้ายแรงงานมีฝีมือ 7 วิชาชีพ (แพทย์, พยาบาล, ทันตแพทย์, วิศวกร, นักบัญชี, สถาปนิก, นักสำรวจ) และ 1 กลุ่มอาชีพ (การโรงแรมและการท่องเที่ยว) มีการลงนามบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2553 ทำให้คนไทยมีโอกาสหางานทำเพิ่มขึ้น แต่ต้องระวังปัญหา “สมองไหล” เพราะไทยมีปัญหาบุคลากรใน 7 วิชาชีพขาดแคลนอยู่ก่อนแล้ว

ส่วนบุคลากรในกลุ่มอาชีพการโรงแรมและการท่องเที่ยว ซึ่งมีตำแหน่งแยกย่อยกว่า 300 ตำแหน่ง อาจต้องพัฒนาศักยภาพเรื่องภาษาสากลเพื่อแข่งขันกับบุคลากรจากประเทศอาเซียนอื่นๆ ที่มีความรู้ด้านภาษาดีกว่าไทย ซึ่งทำให้การแข่งขันทางด้านอาชีพรุนแรงขึ้น แต่ต้องย้ำว่าข้อตกลงการเคลื่อนย้ายแรงงานฯ “ไม่เกี่ยว” กับ “แรงงานต่างด้าว” ซึ่งได้รับผ่อนผันเข้าทำงานได้ชั่วคราวโดยต้องขออนุญาตและต่อใบอนุญาต ขณะที่ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสังคมไทยนานแล้ว ไม่ว่าจะมีการจัดตั้งประชาคมอาเซียนหรือไม่ก็ตาม

เสาหลักที่ 3 “ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม” (ASCC) มีความร่วมมือหลักๆ ว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, การศึกษา, สาธารณสุข, แรงงาน รวมถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในประเด็นทางสังคมและภัยพิบัติ และเป็นเพียงเสาเดียวที่มี “ภาคประชาสังคม” เข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมหารือระหว่างประเทศ แต่ขณะเดียวกันถือเป็นเสาที่ชี้วัดผลงานอย่างเป็นรูปธรรมยากสุด เพราะไม่มีสถิติตัวเลขในการพิจารณา แต่ อ.สุภาค์-พรรณย้ำว่า ASCC เป็นเสาหลักที่สำคัญไม่แพ้อีก 2 ประชาคม เพราะการทำงานของแต่ละเสาส่งผลกระทบถึงกันและกัน ถ้าเสาที่ 3 ไม่ราบรื่น ประชาชนไม่คิดว่าตัวเองเป็นพวกเดียวกัน ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานในเสาอื่นๆด้วย

ไม่ขอซ้ำรอย “อียู” ก่อนประเทศสมาชิกลงนามในปฏิญญาอาเซียนปี 2546 มีการยก “สหภาพยุโรป” (อียู) เป็นแบบอย่าง แต่อียูมีสถานะเป็น “องค์การระหว่างประเทศ” ที่มีอำนาจเหนือรัฐของประเทศสมาชิก ขณะที่ชาติอาเซียนมีระบอบการปกครองแตกต่างกันมาก ทั้งยังมีมาตรการ “ไม่แทรกแซง” ทำให้อาเซียนมุ่งเน้นความร่วมมือในกรอบ “ประชาคมการค้าเสรี” แทน และหาพันธมิตรนอกภูมิภาคเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งในการต่อรองบนเวทีโลก แต่ยังประสบปัญหาที่บางประเทศอาเซียนถูกคว่ำบาตรจากประเทศพันธมิตร

แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศอาเซียนเกิดขึ้นมาก ที่เห็นชัดคือการเปลี่ยนผ่านจากระบอบการปกครองแบบเผด็จการทหาร, กึ่งรัฐบาลทหาร สู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยอินโดนีเซียเพิ่งมีประธานาธิบดี “พลเรือน” คนแรกเมื่อปี 2557 และ “เมียนมา” เพิ่งจัดเลือกตั้งที่ได้รับการยอมรับว่าครอบคลุมและโปร่งใสที่สุดในรอบ 25 ปีเมื่อ 8 พ.ย.2558 ทำให้พรรคเอ็นแอลดีของนางออง ซาน ซูจี นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยได้รับชัยชนะถล่มทลาย และมีแนวโน้มจะได้รับความร่วมมือจากกองทัพเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในเดือน มี.ค.

ส่วน สปป.ลาวและเวียดนามยังปกครองในระบอบสังคมนิยม แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนนโยบายหลายด้านและได้รับการยอมรับให้เข้าเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่กัมพูชาและมาเลเซียมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง แต่สถานการณ์ยังไม่บานปลายจนถึงภาวะชะงักงัน ส่วนฟิลิปปินส์มีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มติดอาวุธภายในประเทศ และสิงคโปร์กับบรูไนไม่มีรายงานว่าเกิดปัญหาร้ายแรงระดับประเทศ จะมีก็แต่ความกระทบกระทั่งของกลุ่มสมาชิกอาเซียนกับมหาอำนาจนอกภูมิภาค คือกรณีที่ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม และบรูไน มีปัญหาข้อพิพาทในทะเลจีนกับประเทศจีน ซึ่งมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองในอาเซียนไม่น้อย ทำให้ฟิลิปปินส์และมาเลเซียหันไปร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาเพื่อคานอำนาจกับจีนมากขึ้น

ไทยเป็น Hub ศูนย์กลาง ขณะเดียวกัน จากการสัมภาษณ์ รศ.ดร.ประภัสสร์ เทพชาตรี ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่าการเปิดประชาคมอาเซียน เสาเศรษฐกิจหรือ AEC ถือว่าได้รับความสนใจมากที่สุด ซึ่งเรื่องใหญ่ที่สุดสำหรับไทยคือการพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน การเชื่อมโยง 10 ชาติอาเซียนเข้าด้วยกัน ทางบก 7 ชาติ เมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ขณะที่ทางน้ำกับทางอากาศคือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน โดยสำหรับทางบกกำลังมีแผนเรื่องการสร้างถนน เราเรียกว่า “อีสต์-เวสต์ คอร์ริดอร์” จากเมียนมา เข้า อ.แม่สอด ผ่านจังหวัดพิษณุโลก ขอนแก่น มุกดาหาร เข้าแขวงสะหวันนะเขตของลาว โผล่ไป จ.ดานัง ของเวียดนาม อีกเส้นหนึ่งเป็นเส้นจาก จ.ทวายของเมียนมา เข้า จ.กาญจนบุรี ไปกรุงพนมเปญของกัมพูชา โผล่นครโฮจิมินห์ ซิตี้ของเวียดนาม นี่คือเส้นตะวันตก—ตะวันออก เหนือใต้ก็มีจากจีนลงไปสิงคโปร์ และก่อนหน้านี้รัฐบาลเพิ่งจะอนุมัติงบประมาณเกือบ 2 ล้านล้านบาท เอาง่ายๆดูจากแผนที่ ไทยคือสี่แยกอาเซียน ถนนทุกสายต้องผ่านไทยหมด

สิ่งดีเข้าสิ่งไม่ดีก็เข้า แน่นอนว่าเมื่อต่อไปเปิดเสรีด้านต่างๆ การไปมาหาสู่เป็นเรื่องง่าย คนเข้าคนออกง่ายขึ้น การเคลื่อนย้ายสินค้า เคลื่อนย้ายบริการ เคลื่อนย้ายการลงทุน เคลื่อนย้ายแรงงาน แต่ปัญหาที่จะตามมาคือสิ่งไม่ดีก็เข้ามาง่ายเหมือนกัน ไม่ว่าผู้ก่อการร้าย แรงงานเถื่อน อาชญากรรมข้ามชาติ ค้ามนุษย์ ยาเสพติด ปัญหาเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นในอาเซียน อันนี้จะเป็นโจทย์ใหญ่ว่าเราจะต้องเตรียมอะไรกันอย่างไร การร่วมมือกันในอนาคตจะแก้ไขจุดนี้เช่นไร

ปัญหาทัศนคติต่อเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ อีกประเด็นที่ยังเป็นปัญหาอยู่มากก็คือเรื่องมุมมองต่อประเทศสมาชิก คนทั่วไป ทุกวัย ทุกอาชีพ ลึกๆแล้วเราก็ดูถูกเขา มองเป็นผู้ร้ายบ้าง ด้อยกว่า เป็นคนไม่ดี เจ้าเล่ห์ ขี้โกง เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านที่มองเราเหมือนกัน ส่วนหนึ่งมองเป็นเพราะว่ายังเอาประวัติศาสตร์มาทิ่มแทงกันอยู่ ปลุกกระแสความรักชาติในบางกรณี ความจริงเราควรมองว่าอดีตแก้ไม่ได้แล้ว และควรให้มีการเรียนรู้โดยเฉพาะเรื่องที่เราไปทำอะไรกับเขาไว้ อย่าลืมประวัติศาสตร์ ตามด้วยการสร้างคนรุ่นใหม่ เหมือนโมเดลยุโรป อย่างฝรั่งเศสเยอรมนี ที่แต่ก่อนรบกันตอนนี้จับมือกัน อาเซียนต้องทำให้ได้แบบนั้น การเปิดหลักสูตรภาษาเพื่อนบ้านก็เป็นเรื่องที่ควร ทัศนคติทำให้เราห่างกัน เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษที่ควรพัฒนาเพราะต้องระวังว่าเราจะสู้เขาไม่ได้

สุดท้ายนี้หนังสือพิมพ์ไทยรัฐขอร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสห้วงเวลาประวัติศาสตร์ วันเปิดประชาคมอาเซียน (AC) อย่างเป็นทางการ 31 ธ.ค. 2558 ครั้งนี้ และขอให้ผู้อ่านทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยครับ.

ทีมข่าวต่างประเทศ

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: