เกาะติดภารกิจ‘นักรบสีน้ำเงิน’ มุ่งพัฒนา-ท้ารบ‘ความยากจน’

Published ธันวาคม 31, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/scoop/192158

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2558, 02.00 น.

ยามศึกเรารบ ยามสงบเราเตรียมพร้อม…

นี่คือปรัชญาการปฏิบัติของ “ทหาร” ทุกหมู่เหล่า ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ของโลก “เปลี่ยนไป” สงครามประเภททำลายล้างไม่ค่อยเกิดขึ้น ทำให้ “ภารกิจ” ของเหล่าทหารกล้าต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย หลายๆ หน่วย “เก็บอาวุธ” เข้าคลังแสงชั่วคราว แล้วมุ่งสู่การเป็นส่วนหนึ่งของการ “พัฒนา” ประเทศ รวมถึงออกหน่วยช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลแทน

“นักรบสีน้ำเงิน”!!!

หรือ “หน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 32”(นพค.32) สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ถือเป็นอีกหนึ่ง “กำลังสำคัญ” ของการร่วมพัฒนาประเทศ

สำหรับ “นพค.32” ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2515 ปัจจุบันมี “พ.อ.อภิรัชฎ์ รามนัฎ” เป็น ผบ.นพค.32 เป็นหน่วยที่ปฏิบัติการด้านยุทธศาสตร์ของกองอำนวยการกลางรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือ “กรป.กลาง” ที่เน้นป้องกันแทรกซึม “บ่อนทำลาย” ความมั่นคงของชาติ ด้วยการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และสังคมจิตวิทยา รวมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชน ดูแลพื้นที่ติดต่อกับแนวชายแดน 5 อำเภอ 12 ตำบล ใน 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง

“พ.อ.อภิรัชฎ์” กล่าวว่า นพค.32 มีภารกิจเสริมสร้างความมั่นคง ช่วยเหลือประชาชน มี 8 แผนงานในการพัฒนา คือ 1.ก่อสร้างเส้นทางคมนาคม รวมถึงซ่อมแซมเส้นทางที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ 2.ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ในการประกอบอาชีพด้านเกษตร 3.จัดหาน้ำกินน้ำใช้ 4.พัฒนาชุมชนและสาธารณูปโภค 5.แผนงานสาธารณสุข 6.ส่งเสริมให้เยาวชนมีโอกาสทางการศึกษา โดย นพค.32 ได้ก่อตั้งโรงเรียนชาวไทยภูเขา นพค.32 ขึ้นในพื้นที่ 7.ปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์ และ 8.งานสังคมสงเคราะห์อื่นๆ

“พ.อ.อภิรัชฎ์” กล่าวอีกว่า ด้วยปัจจุบันหลายพื้นที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง นพค.32 จึงเน้นภารกิจด้านการจัดหาแหล่งน้ำเป็นภารกิจเร่งด่วน โดยน้อมนำตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “…หลักสำคัญต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้เพื่อการเพาะปลูก เพราะถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้า ไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้…” มาเป็นแนวทางปฏิบัติ โดยล่าสุด นพค.32 ได้จัดทำ “โครงการหมู่บ้านตัวอย่างตามรอยเท้าพ่อ” ที่บ้านหลวง ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็น “โมเดล” การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และเพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ ไม่ขาดแคลน

“พ.อ.อภิรัชฎ์” กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ “บ้านหลวง” เคยมีปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าทำให้ป่าต้นน้ำลำธารมีปัญหาแห้งขอด ส่งผลไปถึงชาวบ้านที่ต้องขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ โดยเฉพาะปี 2553 ที่ประสบปัญหา “ภัยแล้ง” รุนแรง นอกจากนี้ฤดูฝนยังมีปัญหา “น้ำท่วม” ด้วย ทางผู้บังคับบัญชาจึงมอบหมายให้ นพค.32 เข้ามาแก้ไขปัญหา โดยให้ใช้แนวทางพระราชดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำของในหลวงเป็นแนวทางปฏิบัติ

“นพค.32 ได้เข้ามาขุดแหล่งรวมน้ำ เพื่อประทังพืชผลทางการเกษตรให้อยู่รอดในช่วงฤดูแล้ง โดยเน้นฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำตามแนวพระราชดำริของในหลวง เราเข้ามาช่วยสร้างฝายใน ต.โหล่งขอด หลายแห่ง แบ่งเป็น ฝายแบบถาวร 14 แห่ง กึ่งถาวร 27 แห่ง และฝายผสมผสาน 203 แห่ง ทำให้พื้นที่แห่งนี้แทบไม่มีปัญหาเกี่ยวกับน้ำอีกเลย” พ.อ.อภิรัชฎ์ กล่าว

พ.อ.อภิรัชฎ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ นพค.32 ยังเข้ามาขุดลอกแหล่งน้ำ ทำ “แก้มลิง” ดึงชาวบ้านมาร่วม “ปลูกป่า” เพิ่มเติม และสร้างฝายทดแทน หรือ “ทำนบกั้นน้ำ” ถือเป็น “นวัตกรรมใหม่” ภายใต้นโยบายของ พล.ท.ชัยพฤกษ์ อัยยะภาคย์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 3 ที่ต้องการให้ 6 หน่วย นพค. ในพื้นที่ภาคเหนือดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่ต้นน้ำทั้งหมดในภาคเหนือ ซึ่งทำนบกั้นน้ำ 1 แห่ง สามารเก็บน้ำได้ประมาณ 20,000 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ถ้าสร้างได้เป็น 100 แห่งจะไม่ต่างจากเขื่อนเก็บน้ำขนาดย่อมๆ

นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบนิเวศน์มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยจะพิจารณาจัดสร้างจากพื้นที่ราบ สร้างเป็นฝายสูง 4 เมตร กว้างประมาณ 40 เมตร เมื่อน้ำจากร่องเขาผ่านมาหากมีปริมาณความสูงเกิน 4 เมตร ก็จะไหลเข้าไปในลำน้ำแล้วผ่านไปยังพื้นที่การเกษตร จากเดิมที่ไหลทิ้งหมด แต่หากมีปริมาณน้ำสูงต่ำกว่า 4 เมตร ก็จะกักเก็บไว้ตามร่องเขายาวเป็นร้อยๆ เมตร ซึ่งชาวบ้านสามารถนำน้ำตรงนี้ไปใช้ได้ในฤดูแล้ง

“พ.อ.อภิรัชฎ์” กล่าวด้วยว่า การสร้างฝาย และการดำเนินการพัฒนาด้านอื่นๆ ในพื้นที่ “บ้านหลวง” ยึดถือหลักความร่วมมือ “บวร” คือ บ้าน วัด และราชการ ทุกภาคส่วนในชุมชนมาร่วมมือกัน ซึ่งแนวคิดนี้ยังนำมาซึ่ง “บัญญัติ 9 ประการ” ในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนที่ชาวบ้านยึดเป็นหลักปฏิบัติ คือ 1.อบรมความรู้การอนุรักษ์ทรัพยากร 2.สร้างฝายตามแนวพระราชดำริ 3.ปลูกป่าเพิ่มเติม 4.ปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ 5.ขุดลอกแหล่งน้ำ 6.สร้างฝายทดน้ำ 7.ทำแก้มลิง 8.ขุดลอกคลอง และ 9.ป้องกันการบุกรุก

สำหรับผลลัพธ์การดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 พบว่า บ้านหลวงไม่ประสบปัญหาอุทกภัยอีกเลย แม้ปี 2554 ที่เกิดอุทกภัยหนักทั่วประเทศ บ้านหลวงก็ไม่ได้รับผลกระทบ นอกจากนั้นก็ไม่มีปัญหา “ภัยแล้ง” ไม่ขาดแคลนน้ำ “แก้มลิง” ไม่เคยแห้งแม้แต่ปีเดียว ชุมชนนี้มีน้ำใช้ตลอดปี โดยภายในปี 2561 ทาง นพค.32 มีแผนจะเข้าพัฒนาพื้นที่แห่งนี้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการสร้างถนน และส่งเสริมอาชีพ

“ชาวบ้านที่บ้านหลวง จะยึดหลักบัญญัติ 9 ประการเป็นกติกาชุมชน โดยจะไม่รุกผืนป่า ถ้าใครบุก 1 ไร่ เอาคืน 2 ไร่ เป็นต้น โดยมีเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมตรวจตราการบุกรุกทำลายป่า บ้านหลวงถือเป็นหมู่บ้านที่ประสบความสำเร็จตามโครงการหมู่บ้านตามรอยเท้าพ่อในส่วนของการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน” พ.อ.อภิรัชฎ์ กล่าว

พร้อมกับทิ้งท้ายว่า ตัวอย่างการทำงานข้างต้นของ นพค.32 ถือเป็น “กระจกเงา” ที่สะท้อนให้เห็นว่ายังมีชาวบ้านในหลายพื้นที่ที่ประสบปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิต และ “ความยากจน” ดังนั้นแนวรบของเราจึงอาจไม่ใช่สงคราม” แต่เป็น “สมรภูมิความยากจน” ที่เหล่า “นักรบสีน้ำเงิน” ต้องกำจัดออกไป เพื่อให้ชาวบ้านกินดี อยู่ดี ซึ่งนั่นจะทำให้ประเทศชาติเกิด “ความมั่นคง” ต่อไป

SCOOP@NAEWNA.COM

สิทธิชัย สันหนู

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: