นวัตกรรม‘ชุมชนเรียนรู้’ ยกระดับการศึกษาของไทย

Published ธันวาคม 31, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/scoop/191715

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558, 02.00 น.
“เป้าหมายเดียวกันแต่การเดินทางอาจทำได้หลายวิธี”คำกล่าวนี้ใช้ได้กับหลายแง่มุมของชีวิต “การศึกษา” ก็เช่นกัน แม้เป้าหมายของการศึกษาคือพัฒนาคนให้ “เก่ง-ดี-มีความสุข” แต่การที่จะไปถึงเป้าหมายนั้นได้ต้องรู้เสียก่อนว่าจะไปด้วยวิธีใด เพราะสถาบันการศึกษาหรือชุมชนแต่ละแห่งล้วนตั้งอยู่ในบริบทสังคมที่แตกต่างกัน

สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่พยายามคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ มาช่วยรองรับการจัดการศึกษาของโรงเรียนประเภทต่างๆ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ให้มีคุณภาพทัดเทียมกัน ซึ่งครั้งนี้ได้จัดทำ โครงการพัฒนาระบบกลไกและแนวทางการหนุนเสริมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาผู้เรียน (Professional Learning Community-PLC)

นายทรงพล ฐานวิสัย ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองมะค่า (ทองศรีสงเคราะห์) จ.นครราชสีมา กล่าวว่า แนวทางของ PLC ครูทุกคนจะช่วยกันวิเคราะห์ถึงปัญหาด้านการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในทุกมิติ เพื่อร่วมกันกำหนดวิธีแก้ปัญหา ซึ่งในส่วนของ รร.บ้านหนองมะค่า (ทองศรีสงเคราะห์) นำมาสู่การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ดังนี้

ชุมชนวัยใสใฝ่คุณธรรม ทำหน้าที่ปลูกฝังให้เด็กปฐมวัยให้มีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย มีคุณธรรมจริยธรรม ชุมชนสอนซ้ำย้ำทวน แก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของนักเรียน ชั้น ป.1-ป.3 เป็นหลัก และ ชุมชน O-NET หัวแหลม-PISA พาเพลิน ทำหน้าที่เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ชั้น ป.6 และ ม.3 ให้สูงขึ้น

“ครูทุกคนต้องร่วมกันวางแผนบทเรียนและการจัดกิจกรรมการสอนเพื่อแก้ปัญหาในชุมชนของตนเอง เมื่อปฏิบัติตามขั้นตอนแล้วต้องร่วมกันสะท้อนผลที่เกิดจากกระบวนการเพื่อวัดผลการจัดกิจกรรมการสอน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเพื่อนำไปสู่การแก้ไขและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น” นายทรงพล กล่าว

ด้าน น.ส.กัลยกร บุญนำ รองผู้อำนวยการโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2 (บ้านดอนเกลี้ยง)
จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า รร.องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2 (บ้านดอนเกลี้ยง) ที่นี่เคยประสบปัญหาเด็กนักเรียนน้อยเกินไปจนเกือบถูกปิด เพราะตั้งอยู่บริเวณรอบนอกของอำเภอเมือง จึงได้ทำการโอนย้ายเข้าไปอยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุราษฎร์ธานี หลังจากนั้นเพียง 6 ปี มีเด็กนักเรียนมาเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 600 กว่าคน ทำให้พบปัญหาขาดแคลนครูผู้สอนที่มีประสบการณ์ เพราะส่วนใหญ่เป็นครูจบใหม่

อย่างไรก็ตาม “ในวิกฤติกลับมีโอกาส” เพราะบรรดาครูจบใหม่นั้นเป็นพวก “หนุ่มสาวไฟแรง” พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างกระตือรือร้น ทำให้เมื่อนำระบบ PLC มาใช้ บรรยากาศการเรียนการสอนจึงเป็นไปอย่าง “คึกคัก” โดยได้ร่วมกันแบ่งชุมชนย่อย ออกเป็น 3 วง โดย วงที่ 1 แก้ปัญหาระเบียบวินัยในกลุ่มเด็กปฐมวัย วงที่ 2 แก้ปัญหาการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี และ วงที่ 3 แก้ปัญหาการเรียนรู้ในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์

“ปัญหาทั้งหมดที่ต้องแก้ไขในแต่ละวง ครูทุกคนในชุมชนต่างยอมรับถึงต้นเหตุของปัญหา และร่วมกันปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา ทุกคนเห็นตรงกันว่า PLC ช่วยพัฒนาทั้งผู้เรียนและผู้สอนไปพร้อมๆ กัน โดยผู้สอนได้เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้เพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้เรียนก็มีความสุขกับการเรียนรู้มากขึ้น เกิดความเข้าใจบทเรียนมากขึ้น และเกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน” น.ส.กัลยกร กล่าวทิ้งท้าย

จาก 2 ตัวอย่างข้างต้น ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย ทั้งผู้บริหาร ครูผู้สอน นักการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ในการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนของตนและหาทางแก้ไข โดยทำงานร่วมกันในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน ทั้งด้านการเรียนรู้และด้านความประพฤติ-บุคลิกภาพ

บนเป้าหมายสูงสุดคือ “เพิ่มศักยภาพด้านการศึกษาของผู้เรียนให้สูงขึ้น” อย่างยั่งยืน!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: