เมอร์รี่ คริสต์มาส “มาเก๊า”

Published ธันวาคม 22, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/550769

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 ธ.ค. 2558 05:01

 

หอคอยในมาเก๊า

สายการบินไทยแอร์เอเชียเปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่จากสนามบินอู่ตะเภาสู่มาเก๊า ถือเป็นการเปิดศักราชแห่งการให้บริการเชิงพาณิชย์ที่สนามบินอู่ตะเภาอย่างเต็มรูปแบบ กระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก รวมถึงรองรับนักท่องเที่ยวจากพัทยาและจังหวัดใกล้เคียงไม่ต้องเดินทางเข้ามาถึงดอนเมือง

ระยะเวลาการบินเพียงแค่ 2 ชั่วโมง 45 นาที เราก็มาถึง…มาเก๊า “ลาสเวกัสแห่งโลกตะวันออก”

มาเก๊า เป็นเขตปกครองพิเศษอยู่ภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีน ชื่ออย่างเป็นทางการ คือ “เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน” ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของประเทศจีน

อดีตมาเก๊าเคยถูกปกครองโดยโปรตุเกส ทำให้สถาปัตยกรรมต่างๆที่ยังหลงเหลืออยู่มีลักษณะคล้ายเมืองในยุโรป ยกเว้นคน ที่ยังคงมีวัฒนธรรมและความเชื่อตามบรรพบุรุษดั้งเดิม

หินรูปเรือที่วัดอาม่า

ป้ายขอพรความรักที่ต้นไม้คู่รัก

รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมริมทะเล

เราเริ่มเปิดหน้าต่างบานแรกของมาเก๊า กันที่ วัดอาม่า วัดที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ถือได้ว่าเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.2005 วัดนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่เฉลิมฉลอง เจ้าแม่มาจู่ หรือ เทพธิดาแห่งท้องทะเล ผู้ซึ่งปกปักรักษาชาวประมงและคนเดินเรือในเมือง ลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมจีนคลาสสิก ภายในวัดมีหินก้อนใหญ่วาดมีรูปเรืออยู่ที่ก้อนหินด้วย ชาวประมงนิยมมากราบไหว้ เพื่อขอให้การเดินทางออกเรือปลอดภัย และขอให้กิจการเจริญรุ่งเรือง ค้าขายดี

ไฮไลต์อีกอย่างในวัดนี้ คือ ต้นไม้คู่รัก ที่มีผู้คนนิยมมาเขียนคำอธิษฐานขอพรในเรื่องของความรัก เห็นได้จากกระดิ่งผูกห้อยด้วยกระดาษแดงติดไว้เป็นจำนวนมาก

จากวัดอาม่าไปไม่ไกล จะถึง วัดเจ้าแม่กวนอิม หรือ วัดพระโพธิสัตว์กวนอิม วัดแห่งนี้มีความเก่าแก่อายุกว่า 600 ปี เป็นวัดพุทธที่มีความสำคัญกับชาวมาเก๊ามาก ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพรในเรื่องสุขภาพและครอบครัว แต่ก็มีบางคนเหมือนกันที่มาอธิษฐานขอให้ได้ลูก หรือขอให้ธุรกิจรุ่งเรือง

ไหว้พระขอพรที่วัดเจ้าแม่กวนอิม

พิพิธภัณฑ์ไทปา

ด้านบนของหอคอยมาเก๊า

การมากราบไหว้ขอพรที่วัดเจ้าแม่กวนอิมนี้ ต้องเริ่มต้นจากการไหว้ขอพรในวิหารเจ้าแม่กวนอิมที่อยู่ด้านในสุดก่อน แล้วค่อยไล่ลำดับกราบไหว้สักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ถึง 18 องค์ภายในวัด

ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล

ด้านหลังของวัดเจ้าแม่กวนอิมเป็นที่เก็บโบราณวัตถุที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของมาเก๊า อย่างเช่นโต๊ะหินที่ใช้ในการลงนามสนธิสัญญาจีนอเมริกัน ฉบับแรกลงเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ.1844 โดย คียิง อุปราชแห่งกวางตุ้ง และ คาเล็บ คุชชิง รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีต้นไทรโบราณแผ่กิ่งก้านพันกันไปมา ซึ่งชาวมาเก๊าเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความรักที่ซื่อสัตย์ของสามีภรรยา และมีน้ำพุที่มีรูปร่างเหมือนภูมิประเทศจำลองของจีนด้วย แต่ที่สะดุดตามากๆเห็นจะเป็น รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมปางทองริมทะเล ซึ่งโปรตุเกสสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสที่ส่งมอบมาเก๊าคืนให้กับจีน โดยสร้างให้พระพักตร์คล้ายกับพระแม่มารีของศาสนาคริสต์ ใต้ฐานดอกบัวขององค์เจ้าแม่กวนอิม เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวของการสร้างรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมไว้สำหรับอนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้

ไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันแล้ว ก็ได้เวลาออกไปลั้ลลา..มาเก๊า..กันละ…!!

รูปปั้นสไตล์ยุโรปเห็นได้ตามท้องถนนทั่วไปในมาเก๊า

เริ่มที่ หอคอยมาเก๊า หรือ มาเก๊าทาวเวอร์ ซึ่งถือว่าเป็นจุดชมวิวที่สำคัญแห่งหนึ่งของมาเก๊า ตัวหอคอยสูง 338 เมตร ถือเป็นหอคอยที่สูงเป็นอันดับ 8 ของเอเชีย และอันดับ 10 ของโลก แถมยังถูกจัดให้เป็นอนุสาวรีย์หอคอยที่ยิ่งใหญ่ของโลกด้วย…ตอนขึ้นไปบนหอคอยแล้วมองลงมาข้างล่าง จะเห็นทัศนียภาพของมาเก๊าทั้งเมืองรวมทั้งฝั่งประเทศจีนที่มีแม่น้ำกั้นอยู่ด้วย เรียกว่าเบิร์ดอายวิวเลยทีเดียว…

จากมาเก๊าทาวเวอร์ ไปต่อกันที่ ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล ซึ่งถ้ามามาเก๊าแล้วไม่ได้ไปดูประตูโบสถ์แห่งนี้ ถือว่าพลาดแลนด์มาร์กสำคัญ เพราะที่นี่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของโบสถ์ในอดีต เคยเป็นโบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก ตอนที่สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1637 แต่ซ้ำร้ายถูกไฟไหม้ จนเหลือเพียงซากกำแพงด้านหน้าและบันไดหินสีขาวเท่านั้น แต่ก็ยังคงความสง่างามทางประวัติศาสตร์ โดยยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนโบสถ์แห่งนี้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.2005

เดอะเวเนเชี่ยน

จากมาเก๊าทาวเวอร์ ไปต่อกันที่ ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล ซึ่งถ้ามามาเก๊าแล้วไม่ได้ไปดูประตูโบสถ์แห่งนี้ ถือว่าพลาดแลนด์มาร์กสำคัญ เพราะที่นี่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของโบสถ์ในอดีต เคยเป็นโบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก ตอนที่สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1637 แต่ซ้ำร้ายถูกไฟไหม้ จนเหลือเพียงซากกำแพงด้านหน้าและบันไดหินสีขาวเท่านั้น แต่ก็ยังคงความสง่างามทางประวัติศาสตร์ โดยยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนโบสถ์แห่งนี้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.2005

ต้นคริสต์มาสถูกนำมาตั้งเพื่อรอรับเทศกาลสำคัญ

ออกจากประตูโบสถ์เซนต์ปอล เดินเชื่อมต่อมาอีกนิดก็ถึง จัตุรัสเซนาโด ซึ่งเป็นลานสาธารณะที่มีขนาดกว้างใหญ่ เป็นพื้นที่สำหรับการเฉลิมฉลอง ในช่วงที่เราไปนั้น ตามถนนที่จัตุรัสเซนาโดเริ่มมีการประดับประดาไฟคริสต์มาสกันบ้างแล้ว สองข้างทางมีร้านค้า เสื้อผ้าแบรนด์ดัง เครื่องสำอาง รองเท้า โดยเฉพาะร้านขายขนมขึ้นชื่ออย่างทาร์ตไข่ ก็มีให้ลองชิมกันได้หลายร้านทีเดียว ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งปิดท้ายท่องเที่ยวมาเก๊ากันที่ พิพิธภัณฑ์บ้านไทปา พิพิธภัณฑ์เล็กๆที่จำลองภาพชีวิตในอดีตของคนมาเก๊าไว้ได้อย่างดี ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โปรตุเกส สีเขียวขาว จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวมาเก๊า และชาวโปรตุเกสในช่วงที่เข้ามาปกครองมาเก๊า….สำหรับในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหน มาเก๊า ก็เป็นอีกที่ที่น่าสนใจ เพราะเดินทางสะดวก มีเที่ยวบินของแอร์เอเชียบินตรงจากอู่ตะเภาทุกวัน วันละเที่ยวบิน ตรวจสอบตารางบินและโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ http://www.airasia.com หรือจะเลือกบินกับสายการบินอื่นๆก็มีไม่น้อย…

เที่ยวเอเชียแต่ได้อารมณ์แบบยุโรปขนาดนี้ ไม่รีบไปก็ไม่รู้จะว่ายังไงกันละ….!!!

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: