นายอำเภอเต่างอย สกลนคร ลงมือทำเอง ใช้อำเภอเป็นต้นแบบ

Published ธันวาคม 9, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05058010858&srcday=2015-08-01&search=no

วันที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 604

เศรษฐกิจพอเพียง

สุพจน์ สอนสมนึก

นายอำเภอเต่างอย สกลนคร ลงมือทำเอง ใช้อำเภอเป็นต้นแบบ

มีโอกาสเดินทางไปอำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร เป็นอำเภอที่ลำน้ำพุง อันมีต้นน้ำมาจากเทือกเขาภูพาน ด้านอำเภอภูพาน ไหลผ่านลงไปสู่หนองหาร และยังอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติภูผายล อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร และ อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์

เต่างอย เป็นอำเภอขนาดเล็ก อยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดสกลนคร จากอำเภอเมือง เดินทางไปตามทางหลวงสายสกลนคร-นาแก 14 กม. เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 12 กม. ก็จะถึงอำเภอเต่างอย หรือใช้เส้นทางสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ ราว 5 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2339 ราว 25 กม.

เมื่อไปถึงตัวอำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณที่ว่าการอำเภอเต่างอย จะพบว่ามีความแปลกตา ไม่เหมือนส่วนราชการทั่วไปในอำเภออื่นๆ ของประเทศไทย เพราะรอบบริเวณจะพบกับพืชผัก ทั้งสวนครัวและไม้ยืนต้นที่สามารถนำมาบริโภคได้มากมาย

เมื่อสอบถามทราบว่า เป็นแนวนโยบายของ จ.ส.อ. คำนึง พรหมพิมพ์ อายุ 47 ปี นายอำเภอเต่างอย ที่ต้องการทำเป็นอำเภอตัวอย่างในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง และลงมือทำเองเป็นตัวอย่าง ปลูก กล้วย มะละกอ บวบ ข่า ตะไคร้ ชะอม มะกรูด มะนาว หน่อไม้ ผักอื่นๆ ครบ ส่วนสัตว์เลี้ยงก็มี ไก่ดำ หมูป่า กระต่าย กบ ปลา เป็นต้น เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่างแม้แต่ผักหวานป่า ผักสะแงงนา ก็มีการนำมาปลูกไว้

จ.ส.อ. คำนึง เล่าว่า เนื่องจากตนเองเป็นคนพื้นเพภาคอีสาน คนจังหวัดสกลนครโดยกำเนิด และทางบ้านก็มีการทำการเกษตรมาแต่บรรพบุรุษ ดังนั้น เกิดมาจึงรู้จักการทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เพราะชีวิตคลุกคลีกับสภาพแบบนี้มาตลอด เมื่อสมัยเด็กก็ช่วยพ่อแม่ทำนา ทำสวน หลังเรียนจบสอบเข้าทำงานรับราชการก็ยังชอบเรื่องการเกษตร จึงหาตำรา มาอ่านศึกษาและทดลองทำ ทั้งเลี้ยงสัตว์และปลูกพืช เคยคิดว่า ทำไมคนจึงบอกว่าทำการเกษตรแล้วไม่รวย แถมยังยากจน เป็นจุดที่ให้หันมาพิจารณาสนใจลองทำและจะทำให้ชาวบ้านเห็นเป็นตัวอย่าง

เมื่อปรับเปลี่ยนจากการรับราชการทหาร หันมาทางฝ่ายปกครอง มีความตั้งใจเสมอว่า จะทำการเกษตรเป็นตัวอย่าง โดยศึกษาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และพบความจริงว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นสิ่งที่ทำได้จริง ทำให้หายจนได้ จึงได้น้อมนำเอามาปฏิบัติ พร้อมกับทำเป็นตัวอย่าง

การขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายอำเภอเต่างอยเป็นอำเภอแรก จึงมีความตั้งใจว่า ชีวิตการทำเกษตรก็สามารถมีอยู่มีกินได้ และอาจทำให้รวยได้ จึงได้หันมาลงมือทำเอง

ครั้งแรกก็หากล้วยน้ำว้ามาปลูกก่อน เพราะปลูกง่ายและจะเป็นตัวดึงดูดเก็บน้ำได้ดี ตามมาด้วยการปลูกพืชผักสวนครัว มะนาว มะละกอ ขิง ข่า ตะไค้ร ผักอีตู่ ไผ่เลี้ยง ปลูกตามแนวรั้วบ้านพักและที่ว่าการอำเภอ โดยบางส่วนเมื่อลงพื้นที่ก็ไปขอแบ่งพันธุ์จากชาวบ้านมาปลูก

จากนั้นก็เริ่มสร้างโรงเรือน ปลูกบวบ พร้อมนำกระถางมาวางปลูกพืชที่บางชนิดปลูกในกระถางได้ มาลงในกระถาง และเพียงไม่กี่เดือน พื้นที่ในบริเวณอำเภอและบ้านพักก็เขียวชุ่มชื้นไปด้วยพืชผักมากมาย และได้หันมาเลี้ยงหมูป่า เป็ด และไก่ดำ เพิ่มขึ้นมาอีก และปรับปรุงบ่อน้ำที่เคยมี เป็นสระน้ำให้ชาวบ้านใช้ เป็นบ่อเลี้ยงปลาแทน และบางจุดทำเป็นบ่อกบ และหากระต่ายมาเลี้ยงเพิ่มอีก

นายอำเภอเต่างอยบอกอีกว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทำเอง และภรรยาเป็นคนช่วย ไม่รบกวนใคร ขุดหลุมปลูกกล้วย สร้างโรงเรือน เลี้ยงสัตว์ มีผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบางคนเห็นลงมือทำเองก็เข้ามาช่วย จึงสอนการทำเศรษฐกิจพอเพียงไปในตัวด้วย รวมทั้งการสอนวิธีทาบกิ่ง ตอนกิ่งให้ ซึ่งพบว่าขณะนี้มีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หลายคนหันมาลงมือทำเศรษฐกิจพอเพียงด้วยตนเอง

ตนยึดหลักที่ว่า “ทำให้ดูก่อน ดีกว่าสอนด้วยคำพูด”

ปัจจุบัน มีกล้วยทั้ง กล้วยน้ำว้าและกล้วยหอม ที่เริ่มให้ผลผลิต ประมาณ 120 ต้น

มะละกอ 50 ต้น

ไผ่เลี้ยง 25 กอ

เพกา 5 ต้น

หมูป่า 7 ตัว พ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ อย่างละ 1 ตัว

ไก่ดำ 70 ตัว รวมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์

เป็ดเทศ 35 ตัว

กบพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ รวม 400 ตัว

ปลาหมอ (ปลาเข็ง) 1,500 ตัว

กระต่าย พ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ 3 ตัว

ไก่พันธุ์ไข่ 50 ตัว (โดยไก่จะฟักเอง)

ที่ทำการเกษตรแห่งนี้จะสอนการทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี หรือป๋ยวิทยาศาสตร์ จะใช้มูลสัตว์ ขี้ไก่ ขี้หมู ที่มีอยู่แทน

ในส่วนของการไล่ศัตรูพืช จะใช้สะเดา บอระเพ็ด มาทำเป็นน้ำหมักฉีดพ่น ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี เรียกว่า ปลอดสารพิษ

นอกจากนี้ ยังได้ทดลองนำไม้เมืองหนาวบางชนิดมาปลูกและทดลองทำ เช่น การนำสตรอเบอรี่มาปลูก และทำให้ได้ผลผลิตดีพอสมควร อยู่ระหว่างการทดลองและเริ่มให้ผลผลิตแล้วจำนวนหนึ่ง ทุกอย่างจะนำมาทดลองทำเองเพื่อให้เป็นตัวอย่าง

พืชป่าธรรมชาติที่นำมาปลูก เช่น ผักหวาน สามารถเก็บกินได้แล้ว นอกจากนั้น ขณะนี้ได้มีการนำผักธรรมชาติมาแยกชำปลูก เช่น ผักสะแงง ผักก้านจอง

ผักสะแงง เป็นผักธรรมชาติที่เกิดในน้ำแถบภาคอีสาน นำไปแกงใส่หน่อไม้ แกงเห็ด และผักก้านจองก็เช่นกันเป็นผักน้ำ นิยมนำมากินกับส้มตำ และลวกกินกับน้ำพริก โดยเฉพาะผักสะแงงมีชาวบ้านมาเรียนและขอศึกษาวิธีแยกต้นชำ โดยสอนให้ฟรีๆ ช่วงนี้ชาวบ้านนำไปชำขาย ถุงละ 10 บาท สร้างรายได้ดี เพราะเป็นที่นิยมอย่างมาก

กิจกรรมอื่นๆ ยังมีการจัดทำเตาอบเศษไม้เพื่อนำมาเป็นถ่าน โดยใช้กิ่งไม้ต้นไม้ที่เราตัดมาทำถ่านไว้ใช้ในครัวเรือน ไม่ต้องไปซื้อหาให้เปลืองเงิน ทุกอย่างใช้ประโยชน์ได้หมดครบวงจร เรียกว่าเดินเข้าในเขตอำเภอสามารถกินได้ทุกอย่าง และนำไปทำที่บ้านได้ พืชผักสวนครัวมีครบทุกประเภท

นายอำเภอเต่างอยบอกว่า สิ่งที่มีอยู่ เจ้าหน้าที่หรือข้าราชการสามารถเก็บไปกินไปใช้ที่บ้านได้ แต่มีข้อแม้อยู่อย่างคือ ต้องช่วยกันดูแล และหากใครมีพื้นที่ทำเศรษฐกิจพอเพียงแบบนี้ ให้ทำได้ ทำเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านเห็น ไม่ใช่พูดแต่ปากเท่านั้น

เมื่อมีงานหรือต้อนรับแขกผู้มาเยือนในอำเภอแห่งนี้ จะนำผลผลิตที่ทำไว้มาปรุงเป็นอาหาร เช่น แกงหน่อไม้ แกงเห็ด อยากกินเป็ด ไก่ หมู มีครบ ไม่ต้องซื้อให้เปลืองงบประมาณ นำเงินส่วนนั้นไปพัฒนาอย่างอื่น ซึ่งที่ผ่านมาเป็นที่ชื่นชอบของผู้มาเยือน ตลอดจนคนในพื้นที่ไม่ต้องเดือดร้อนด้วย

เป้าหมายของการทำเศรษฐกิจพอเพียงส่วนหนึ่งเพื่อลดรายจ่าย มีส่วนขายมีรายได้ ปัจจุบัน ขายผลผลิตมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ วันละ 300 บาท

ขณะนี้ได้ขยายการทำไปในหมู่บ้านทุกตำบล ทุกหมู่บ้านในอำเภอ โดยไม่ต้องไปบังคับ เพราะผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เมื่อมาเห็นนายอำเภอลงมือทำเองก็นำไปทำที่บ้าน นอกจากประหยัด ทำให้มีรายได้ด้วย

ขณะนี้มีผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหลายรายหันมาทำแบบนี้ มีการปลูกผักบุ้ง มะแว้ง มะเขือ ขิง ข่า มีรายได้วันละกว่า 1,000 บาท พร้อมกับเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ มีรายได้ เงินค่าตอบแทนในตำแหน่งนำไปฝากธนาคาร บางรายถอยรถยนต์ออกมาใหม่เพื่อนำพืชผักไปส่งให้กับออเดอร์ที่สั่งเข้ามา

จนหลายคนบอกว่า ใครว่าทำเศรษฐกิจพอเพียงแล้วไม่รวย มาดูได้ที่อำเภอแห่งนี้ และที่บ้านพักนายอำเภอ ลงมือทำเอง เป็นบ้านพักต้นแบบของเศรษฐกิจพอเพียง ที่สำคัญต้องทำอย่างจริงจังแล้วจะพบว่า จริงอย่างที่พูด

ขณะนี้กำลังขยายแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้ อบต. หลายแห่ง หันมาใช้พื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์ ปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อให้เป็นตัวอย่างของชาวบ้าน หากทำได้จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นแน่นอน

หากท่านใดหรือหน่วยงานใดสนใจศึกษาดูงาน ให้คำปรึกษาฟรี โทร. (081) 172-2264 จ.ส.อ. คำนึง พรหมพิมพ์ นายอำเภอเต่างอย ทุกวัน หรือเวลาราชการ โทร. (042) 761-018

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: