กาแฟขม…ผสมความสุข เรื่องราวจาก…ดอยช้าง

Published ธันวาคม 8, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/542326

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 พ.ย. 2558 05:01

 

ดอยช้าง…360 องศา.

เป็นความสุขอย่างมาก…ถ้าจะมีสักครั้งในชีวิตที่ได้นั่งจิบกาแฟขมๆ บนดอยสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 1,700 เมตร ที่อากาศหนาวร้อน คงไม่ต้องพูดถึง ไอเย็นๆผสานแดดอุ่นๆบนยอดดอยสูงขนาดนี้ one moment in time เลยทีเดียวล่ะ

2-3 อาทิตย์ก่อน หนุ่มเจ กับ สาวแอ้ สองสามีภรรยาที่น่ารัก เชื้อเชิญให้ขึ้นไปเยือนบ้านดอยช้าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของดอยช้างในเขตตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ในกิจกรรม “ความสุขจากต้นกาแฟของพ่อ” ที่แค่ฟังชื่อก็อยากจะไปตั้งแต่แรกแล้ว

สภากาแฟดอยช้าง…ยามค่ำคืน.

“บ้านดอยช้าง” ตั้งขึ้นตามลักษณะของภูเขาที่มีรูปร่างเหมือนช้างแม่ลูกสองเชือก หันหน้าไปทางจังหวัดเชียงราย ซึ่งเราก็พยายามที่จะจินตนาการตามอยู่แต่ก็ยังเห็นไม่ถนัดนัก

เรื่องราวของบ้านดอยช้างเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ในฐานะแหล่งปลูกกาแฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย นอกเหนือจากการเป็นหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า ที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของชนเผ่าเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ทุกๆปีที่ดอยช้าง จะมีประเพณีและพิธีกรรมสำคัญที่พวกเขายึดถือสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นไม่เคยขาด ไม่ว่าจะเป็น เทศกาลปีใหม่ไข่แดง เทศกาลกินข้าวใหม่ เทศกาลโล้ชิงช้า รวมไปถึงพิธีต่างๆที่ยังคงรูปแบบของความเป็นชนเผ่าเอาไว้อย่างครบถ้วนทั้งพิธีแต่งงาน ไปจนถึงพิธีศพ

เมล็ดกาแฟสุก.

อาทิตย์ตกที่ดอยช้าง.

เราเดินทางถึงดอยช้างในช่วงสายๆ แน่นอนที่สุด สิ่งแรกที่ต้องไม่พลาดเลยก็คือ การขึ้นไปจิบกาแฟที่ร้านกาแฟดอยช้าง ซึ่งนอกจากจะเป็นร้านกาแฟแล้ว ที่นี่ยังเป็นโรงงานผลิตกาแฟที่เริ่มตั้งแต่การรับซื้อ คัดแยก บ่มคั่วบด ไปจนถึงนำมาชงเป็นกาแฟสดรสชาติระดับพรีเมี่ยมไว้ต้อนรับผู้มาเยือนอย่างไม่ขาดสาย

ปณชัย พิสัยเลิศ หรือ อาเดล กรรมการผู้จัดการบริษัทดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินัล บอกว่า พื้นที่ดอยช้าง เป็นเหมือนของขวัญที่พระเจ้าประทานให้มา เพราะทุกตารางนิ้วของที่นี่ลงตัวทุกอย่างกับการปลูกกาแฟอราบิก้า ที่สามารถจะขึ้นและให้ผลผลิตที่ดีในระดับความสูงมากกว่า 1,000 เมตรขึ้นไปจากระดับน้ำทะเล ซึ่งส่วนใหญ่พื้นที่ความสูงระดับนี้เป็นป่าสงวนเกือบทั้งหมด ยกเว้นที่ “ดอยช้าง” ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 20,000 ไร่ ที่ชาวบ้านสามารถจะใช้เป็นพื้นที่ทำกินได้

และ 20,000 ไร่ ก็เกินพอสำหรับที่จะปลูกกาแฟ….!!

กาแฟสักแก้ว…

อาคารสองชั้น สร้างแบบง่ายๆ เน้นความโปร่งโล่งเพื่อให้สัมผัสกับอากาศเย็นๆได้อย่างเต็มที่ ที่เรียกว่าดอยช้าง คอฟฟี่ เฮาส์ ถูกอุปโลกน์ให้เป็นสถานที่พูดคุยระหว่างผู้บริหารกาแฟดอยช้างกับสื่อมวลชน นอกเหนือจากการเป็นร้านกาแฟบนดอยที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแวะเวียนมาจิบกาแฟอยู่ตลอด

สำหรับเรื่องบนเส้นทางธุรกิจของกาแฟดอยช้างมีมากมาย ทั้งสำเร็จ ล้มเหลว และบางช่วงที่ต้องต่อสู้กับอุปสรรคนานัปการ กว่าจะมีวันนี้ วันที่กาแฟดอยช้างปักธงในประเทศต่างๆ ในฐานะกาแฟชั้นนำของโลก มีโลโก้ที่คนจำได้ เป็นรูป “พ่ออุ๊ย” ชาวอาข่า ชื่อ พิก่อ แซ่ดู่ หรือ พิก่อ พิสัยเลิศ พ่อของคุณอาเดลนั่นเอง….

ทางเดินขึ้นพุทธอุทยานดอยช้าง.

หลังพูดคุยกันอย่างออกรส ก็ได้เวลาออกไปทำความรู้จักกับดอยช้างให้มากขึ้น “หนุ่มเจ” นำเสนอสถานที่ศักดิ์สิทธิ์บนดอยช้าง ที่ถือว่ามีความสำคัญมากๆแต่คนทั่วไปยังไม่ค่อยรู้จักมากนัก

สถานที่ที่ว่านั้นก็คือ พุทธอุทยานดอยช้าง ที่นอกจากจะยังคงสภาพความเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีพระพุทธรูปปางต่างๆ สำหรับเป็นที่กราบไหว้ และแสวงหาความวิเวกของชาวพุทธแล้ว ที่นี่ยังมี บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 9 แห่ง ที่สำนักพระราชวังนำไปประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาพุทธมังคลาภิเษก ในวโรกาสครบรอบ 60 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ.2530 และในปี 2542 กระทรวงมหาดไทยได้นำน้ำจากบ่อน้ำแห่งนี้ทูลเกล้าฯถวายเป็นน้ำทรงอภิเษกในวโรกาสครบรอบพระชนมพรรษา 72 พรรษาด้วยเราเดินผ่านป่าไผ่และต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้มขึ้นไปยังบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งถ้าดูเผินๆก็เป็นบ่อน้ำกลางป่าธรรมดาๆ แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆจะเห็นถึงความใสที่ยามต้องกับแสงแดดแล้ว จะสะท้อนเป็นแสงสีมรกตดูมีมนต์ขลังขึ้นมาทันทีตามประวัติบอกว่า บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ค้นพบในปี 2400 โดยชาวเขาที่อพยพมาตั้งรากฐานอยู่ที่บ้านดอยช้าง และได้เห็นประกายแสงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านเป็นประจำทุกวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ จึงออกเดินทางค้นหาและพบบ่อน้ำแห่งนี้อยู่กลางป่า จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นบ่อน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน

ความสุขเล็กๆของชาวดอย.

นอกจากพุทธอุทยานและบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แล้ว จุดชมวิวดอยช้าง ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด เพราะบอกได้คำเดียวว่า “ฟิน”สุดๆสำหรับจุดชมวิวที่นี่ ไม่ว่าจะมาช่วงไหน ร้อน ฝน หนาว เช้า หรือเย็น ก็ล้วนมีบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไปแม้จะเพลิดเพลินกับการถ่ายรูป แต่พอแดดร่มลมตก พวกเราทุกคนก็ไม่พลาดกับการเฝ้ารอดูแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ ที่ต้องบอกว่าสวยเกินคำบรรยายจริงๆ

พิก่อ แซ่ดู่(พิสัยเลิศ) ผู้ที่เป็นโลโก้กาแฟดอยช้าง.

อากาศที่จุดชมวิวดอยช้างจะเริ่มลดระดับลงตั้งแต่ช่วง 5 โมงเย็นไปจนถึงเช้า แต่โดยเฉลี่ยแล้ว อากาศที่นี่จะอยู่ที่ประมาณ 18 องศา เย็นสบายตลอดทั้งปี

เราจำเป็นต้องลงจากจุดชมวิวหลังพระอาทิตย์โบกมือร่ำลาไปเพียงไม่กี่อึดใจ เพราะหากรอนานกว่านี้ ท้องฟ้าอาจจะมืดสนิททำให้การเดินทางยากลำบากมากขึ้น อีกอย่าง วันนี้เรามีนัดมื้อเย็นกับอาหารชนเผ่าอาข่า ทั้ง สะพี้มะเคอแช้ถ่อง หรือ น้ำพริกมะเขือเทศ อะฉี่สะพี้ถ่อง หรือ น้ำพริกถั่วเน่า แต่ที่เด็ดสุดเห็นจะเป็น มะคาสะพี้ถ่อง หรือน้ำพริกแมคคาดิเมีย ที่มันๆเผ็ดๆ คลุกกับข้าวสวยร้อนๆหรือเปิบกับข้าวเหนียวอร่อยอย่าบอกใคร ใครที่อยากกินคลีน แบบคลีนจริงๆ แนะนำอาหารบนยอดดอยนี่ละ…คลีนสุดๆ ปลูกเอง ปรุงเอง กินเอง

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์.

ทะเลหมอก..ถ่ายจากจุดชมวิวดอยช้าง.

นอกจากอาหารแล้ว การแสดงของชาวอาข่าที่มาต้อนรับพวกเราในค่ำคืนแรก ก็แฝงไปด้วยความน่ารักและจริงใจ พวกเราทั้งดื่ม ทั้งกิน กันอย่างมีความสุข ตกดึก พี่ๆอาข่าที่มาแสดงบอกกับเราว่า แหย่ เล้ เหมีย ที่ภาษาอาข่า แปลว่า เริ่มเมาแล้ว..

นั่นละ..ถึงได้เวลาร่ำลากันไปนอน…ก่อนที่จะตื่นมาจิบกาแฟขมผสมความสุข..แก้วใหม่ในเช้าวันต่อไป.

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: