สอดส่องมองตลาด จาก ‘โฮจิมินห์’ ถึง ‘ฮานอย’

Published ธันวาคม 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150118/199626.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2558
สอดส่องมองตลาด จาก 'โฮจิมินห์' ถึง 'ฮานอย'
สอดส่องมองตลาด จาก 'โฮจิมินห์' ถึง 'ฮานอย'
สอดส่องมองตลาด จาก 'โฮจิมินห์' ถึง 'ฮานอย'
สอดส่องมองตลาด จาก 'โฮจิมินห์' ถึง 'ฮานอย'

เที่ยวนี้ขอเล่า : สอดส่องมองตลาด จาก ‘โฮจิมินห์’ ถึง ‘ฮานอย’ : โดย…กาญจนา หงษ์ทอง kanjana7@yahoo.com IG – kan_hongthong

                              หนึ่งในประเทศที่ฉันแวะเวียนไปหาบ่อยที่สุด ถัดจากอินเดียและจีนแล้ว  ก็เห็นจะเป็นเวียดนามนี่เอง
                              อาจไม่ใช่ประเทศสุดโปรด  แต่ก็มีเหตุให้โฉบไปแถวเวียดนามแทบทุกปี  ปีนี้ก็โหมโรงกันตั้งแต่ต้นปี บินด้วยสายการบินเวียดเจ็ทแอร์(www.vietjetair.com) สายการบินโลว์คอสของเวียดนามที่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปทั้งเมืองโฮจิมินห์และเมืองฮานอย ขาเข้าฉันเลยบินเข้าทางโฮจิมินห์ แล้ววางแผนบินออกจากเมืองฮานอย เที่ยว 2 เมืองควบในทริปเดียวกันไปเลย
                              เป็นครั้งแรกของฉันที่ลองใช้บริการกับเวียดเจ็ทแอร์ ซึ่งต้องยอมรับว่าที่นั่งสะดวก สบายกว่าที่คิด ล่าสุดเวียดเจ็ทแอร์เพิ่งเฉลิมฉลองจำนวนผู้โดยสารครบ 10 ล้านคน ด้วยโปรโมชั่น “Enjoy Flying! สุขสันต์เทศกาลตรุษจีน” ด้วยราคาบัตรโดยสารเริ่มต้นที่ 0 บาท โดยเปิดให้จองตั้งแต่12 มกราคม-12 กุมภาพันธ์ และสามารถใช้เดินทางได้ถึงสิ้นปีนี้
                              โฮจิมินห์เที่ยวนี้สุนทรีย์กว่าทุกเที่ยว เพราะฉันปักหลักอยู่แถวริมแม่น้ำไซ่ง่อน จึงปักหมุดอยู่ที่โรงแรม Renaissance Riverside Hotel Saigon (www.marriott.com/HoChiMinhCity‎) ที่แสนสะดวกสบาย อยู่ในทำเลดี เดินเล่นแถวริมแม่น้ำเสร็จ เดินเข้าย่านใจกลางเมือง และไปช็อปปิ้งที่ตลาดเบนทันห์รือชิมอาหารที่ไนท์มาร์เก็ตได้สบายๆ แถมบนโรงแรมมีดาดฟ้าให้ชมวิวโฮจิมินห์ได้ทั้งเมือง อะไรไม่ดีเท่าแค่เปิดม่านหน้าต่างก็นั่งชิลล์มองโค้งเว้าของแม่น้ำไซ่ง่อนได้อย่างเต็มตา
                              เที่ยวก่อนๆ ถ้าแวะมาโฮจิมินห์ก็มีอันต้องพุ่งไปหาตลาดเบนทันห์  โบสถ์นอตเตอร์ดัม ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง หรือไม่ก็แวะไปคารวะมหาบุรุษแห่งโฮจิมินห์ที่จัตุรัสโฮจิมินห์ แต่เที่ยวนี้แค่โฉบไปหาสถานที่เหล่านี้ เพราะอยากไปสำรวจโฮจิมินห์ในมุมอื่นบ้าง จึงแวะไปที่ตลาดดอกไม้ที่ชื่อ โฮ ธิ คี (Ho Thi Ky) ที่อยู่ห่างจากโรงแรมไปราวๆ 15 นาทีโดยรถเห็นจะได้
                              ตรงปากทางเข้ายังไม่ทำให้ตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่  แต่พอเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆเท่านั้นแหละ ตลาดโฮ ธิ คีก็ฉายแววให้เห็นภาพของตลาดที่เป็นแหล่งขายส่งดอกไม้ใหญ่ทีสุดในโฮจิมินห์ และถึงจะไปสายหน่อย แต่ตลาดก็ยังไม่ทันวาย เพราะที่นี่เขาซื้อขายดอกไม้กันตลอด 24 ชั่วโมง
                              แต่คนแถวนั้นบอกว่าถ้าอยากเห็นบรรยากาศคึกคักวุ่นวายคล้ายปากคลองตลาด ต้องไปช่วงเช้ามืดหน่อย เพราะพวกพ่อค้าแม่ขายจะแวะมาซื้อดอกไม้เพื่อนำไปขายต่อกัน
                              ไม่น่าเชื่อว่า ดอกไม้จากที่นี่เดินทางมาจากทั้งในเวียดนามเอง และมาจากทั่วโลก ใกล้หน่อยก็มาจากเมืองดาลัท เพราะที่นั่นค่อนข้างหนาว จึงมีดอกไม้เยอะ  ส่วนดอกกุหลาบดอกโตๆ ส่วนใหญ่จะมาจากชิลี  ทิวลิปมาจากอัมสเตอร์ดัม หรือดอกไม้บางประเภทก็ส่งมาจากนิวซีแลนด์ แต่ถ้าเป็นดอกกล้วยไม้แล้วล่ะก็  ส่วนใหญ่เดินทางมาจากขวานทองของเรานี่เอง
                              จากตลาดโฮ ธิ คี ฉันยังออกสำรวจตลาดในโฮจิมินห์ไม่เลิกรา เที่ยวก่อนๆเอะอะก็ไปแต่ตลาดเบนทันห์  เที่ยวนี้พุ่งไปหาตลาดโชลอน (Cholon market )หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่าบิน เทย์ (Binh Tay) มุมที่มีขายตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ
                              จะเรียกว่าเป็นไชน่า ทาวน์ในโฮจิมินห์ก็ได้ เพราะบรรยากาศเป็นแบบนั้นจริงๆ  มีทั้งวัดจีน และอาคารบ้านเรือนแบบจีนๆ แถมข้าวของส่วนใหญ่ก็คล้ายว่าจะเดินทางมาจากจีนอยู่ไม่ใช่น้อย
                              จะมองหาอะไรล่ะ มีหมด นอกจากข้าวสารอาหารแห้งแล้ว พวกเสื้อผ้าอาภรณ์ รองเท้าเครื่องประดับ อาหารการกิน ไปยันหมากพลู อะไหล่เครื่องยนต์กลไกต่างๆ ว่าวยังมีเลย
                              มาโฮจิมินห์เที่ยวนี้ จึงทำให้รู้ว่า โฮจิมินห์ยังมีอีกหลายที่ที่น่าเที่ยว แน่นอนว่ายังมีอีกหลายที่อีกเหมือนกัน ที่เที่ยวนี้ยังพลาดอยู่
                              เวียดเจ็ทแอร์นำส่งถึงเมืองฮานอย ในวันที่นครหลวงครึ้มฟ้าครึ้มฝน เที่ยวนี้หลังจากคลิกไปค้นที่เว็บไซต์อโกดา(www.agoda.com ) ฉันก็ซูมเข้าไปหาเรือนพักแถวเมืองเก่า แล้วก็มาเจอที่ Golden Silk Boutique Hotel (http://goldensilkhotel.com ) เรือนพักสไตล์บูทีคที่น่ารักและน่าพักมาก  แถมทำเลดีอีกต่างหาก เดินไปทะเลสาบโฮ ฮวน เคียม (Ho Hoan Kiem Lake) แค่ 3 นาทีเท่านั้นก็ถึงแล้ว และอยู่ไม่ไกลจากไนท์มาร์เก็ต ดีที่สุดคือถนนด้านหน้าโรงแรม เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่มีร้านรวงเก๋ๆ และร้านกาเฟ่น่ารักๆ เต็มไปหมด
                              แต่จะเที่ยวไหนๆ ฮานอยก็เป็นฮานอยอยู่วันยันค่ำ บนท้องถนนเต็มไปด้วยฝูงมอเตอร์ไซค์ ซิโคล่ และจักรยานที่วิ่งสวนไปมากันอย่างชุลมุน ความสนุกสนานจึงตกอยู่กับนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินข้ามถนน ที่ต้องค่อยๆ ฝึกวิทยายุทธ์กันอย่างเสียวไส้ทุกครั้งที่ข้ามถนน
                              โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่าที่มีถนน 36 สายเชื่อมโยงกันเป็นใยแมงมุม ก็ยังคงเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของฮานอย ที่เมืองไหนก็ปล้นไปไม่ได้
                              เมืองทุกถนนถูกประดับไว้ด้วยซิโคล่และมอเตอร์ไซค์ และมีแม่ค้าปั่นจักรยานบรรทุกผักผลไม้และถ้วยถังกะละมังหม้อเอาไว้ท่วมจักรยาน
                              นี่แหละ เสน่ห์ที่ฮานอยเฉือนโฮจิมินห์แบบเห็นๆ
                              เส้นทางไปสู่ ตลาดตงซวน ยังคงคลาคล่ำไปด้วยคลื่นคนและฝูงมอเตอร์ไซด์  ที่นั่นยังคงแน่นขนัดไปด้วยแผงขายข้าวปลาอาหารและผักผลไม้  อาหารทะเลสดๆไปยันนกหนูหมาแมวก็ถูกขนมาขายที่ตลาดนี้
                              เดินละจากตลาดนี้ไปนิดเดียว เป็นจิตรกรรมกระเบื้องโมเสคเซรามิกที่ว่ากันว่ายาวที่สุดในโลก สร้างขึ้นตอนที่เมืองฮานอยฉลองครบรอบ 1,000 ปี
                              นอกจากจะใช้กระเบื้องเซรามิกชิ้นเล็กมาเรียงต่อกันเป็นภาพต่างๆ กันแล้ว ยังระดมศิลปินมากว่า 100 คนช่วยกันเนรมิตงานชิ้นนี้ขึ้น
                              ความน่าสนุกของฮานอยอยู่ที่สตรีทฟู้ด ที่มีให้เลือกชิมไม่ซ้ำหน้า นอกจากเฝอที่เป็นอาหารประจำถนนทุกสายในฮานอยแล้ว  ยังมีอาหารคาวหวานที่รอคอยนักท่องเที่ยวอยู่ทุกหัวมุมถนน
                              ฉันเองเที่ยวนี้ สำรวจอาหารคาวหวานหลายอย่าง แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ทุกวันต้องพาตัวเองไปหาชิมเฝอร้านใหม่ๆเสมอ
                              แต่ไม่ว่าจะเป็นฮานอยเที่ยวไหน สถานที่หนึ่งที่มักแวะไปเสมอคือ จัตุรัสบาดินห์ (Badinh Square) บนถนนเดียนเบียนฟู มุมที่มีอนุสรณ์สถานสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ที่ปลดแอกเวียดนามให้พ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส หลังจากตกเป็นเมืองขึ้นอยู่ 84 ปี  คารวะลุงโฮเสร็จเป็นอันว่าเสร็จภารกิจในฮานอย
                              จากโฮจิมินห์ถึงฮานอย เที่ยวนี้เรียกว่าเป็นทริปสำรวจตลาดก็ว่าได้ ยังไม่รู้เที่ยวหน้าจะเปลี่ยนโหมดไปสำรวจอะไร รู้แต่ว่าไม่ใช่เที่ยวสุดท้ายในเวียดนามแน่นอน
————————
(เที่ยวนี้ขอเล่า : สอดส่องมองตลาด จาก ‘โฮจิมินห์’ ถึง ‘ฮานอย’ : โดย…กาญจนา หงษ์ทอง kanjana7@yahoo.com IG – kan_hongthong)

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: