ชวนเที่ยว : พ้อลมหนาวบน ‘ภูลมโล’

Published ธันวาคม 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150104/198769.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2558
ชวนเที่ยว : พ้อลมหนาวบน 'ภูลมโล'
ชวนเที่ยว : พ้อลมหนาวบน 'ภูลมโล'
ชวนเที่ยว : พ้อลมหนาวบน 'ภูลมโล'
ชวนเที่ยว : พ้อลมหนาวบน 'ภูลมโล'
ชวนเที่ยว : พ้อลมหนาวบน 'ภูลมโล'

ชวนเที่ยว : พ้อลมหนาวบน ‘ภูลมโล’ : เรื่อง / ภาพ … นพพร วิจิตร์วงษ์

                               อากาศหนาวๆ กับวันหยุดยาวปลายปี สองสิ่งนี้บวกกัน ทำให้ใครต่อใครก็อยากเดินทางไปรับลมหนาว ดูทะเลหมอก และดอกไม้สวยๆ โดยเฉพาะในยามนี้เสียงถามไถ่กันมากขึ้น “นางพญาเสือโคร่งบานเยอะหรือยัง ?”
                               แหล่งดูนางพญาเสือโคร่ง มีสถานที่หลักๆ ไม่กี่แห่ง เช่น ที่สถานีเกษตรขุนวาง-แม่จอนหลวง, สถานีเกษตรขุนช่างเคี่ยน, หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ, ดอยอ่างขาง, ดอยผาตั้งในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ สถานีพัฒนาเกษตรแม่ตะมาน ชื่อที่เอ่ยถึงเหล่านี้ อยู่ในเขต จ.เชียงใหม่ ส่วนที่อื่นเด่นๆ ก็มีอุทยานแห่งชาติขุนสถาน จ.น่าน และแหล่งใหญ่ในภาคอีสาน คือที่ ภูลมโล จ.เลย แล้วยังมีประปรายตามสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อีกมาก
                               ภูลมโล เป็นแหล่งดูดอกนางพญาเสือโคร่งแหล่งใหญ่ เพราะมีเนื้อที่มากถึง 1,200 ไร่ และกำลังเนื้อหอม เพราะถูกจัดไปอยู่ในโครงการ “Dream Destinations 2 กาลครั้งนั้น…ความฝันผลิบาน” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ช่วงจงหวะที่นางพญาเสื้อโคร่งบาน ทำให้บริเวณหุบเขาแถบนี้กลายเป็นหุบเขาสีชมพูไปเลยทีเดียว
                               ภูลมโล แม้จะอยู่ในเขต อ.ด่านซ้าย จ.เลย แต่ก็เป็นจุดรอยต่อของ 3 จังหวัด คือ เลย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อีกทั้งการเดินทางเข้าถึง ก็ไปได้โดยผ่านทั้ง 3 จังหวัดนี้ อยู่ที่ว่าจะสะดวกเข้าเส้นทางไหน แต่ปลายทางอยู่ที่บ้านร่องกล้าใหม่ ปากทางขึ้นสู่ภูลมโล เลยไปยังภูขี้เถ้าและภูผาตั้ง ที่มีนางพญาเสือโคร่งในรายทางไป
                               ถ้าจะมาจากพิษณุโลกก็มาทางนครไทย ผ่านอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ไปที่บ้านร่องกล้าใหม่ หรือขึ้นจากภูทับเบิก เพชรบูรณ์ เข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มุ่งสู่บ้านร่องกล้าใหม่ และอีกเส้นทางหนึ่งคือ มาจากบ้านกกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ก็ขึ้นมาที่ภูลมโลได้เช่นกัน
                               ฉันไปจากกรุงเทพฯ ตอนค่ำ เลือกขึ้นทางเพชรบูรณ์ กะไปดูดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าที่ภูทับเบิกเสียก่อน แล้วค่อยไปหาที่พักรถ ล้างหน้าล้างตา ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า แล้วค่อยไปตั้งต้นเดินทางขึ้นภูลมโล
                               จากบ้านร่องกล้าใหม่ ขอบอกเลยว่า ต้องใจเย็นๆ กันหน่อย เพราะรถเยอะแต่ถนนไม่ได้เยอะและกว้างนัก บ้างจอดซื้อผัก-ผลไม้สดๆ ที่ชาวบ้านนำมาขาย บ้างก็จอดรถเพื่อเช่ารถขึ้นไปเที่ยวภูลมโลอีกต่อ แต่ถ้ารถใครแรงดีๆ หรือขับสี่ (โฟร์วีลส์) ขึ้นไปได้ฉลุย
                               ระยะทางราวๆ 5 กิโลเมตร ขึ้นสู่ภูลมโล ยังเป็นถนนลูกรัง บางช่างก็ลาดชัน จนถึงจุดชมวิวจุดแรก คือ “ภูสวรรค์” ซึ่งเป็นจุดตั้งแคมป์ได้ แต่ด้านบนไม่ได้มีเครื่องอำนวยความสะดวกสบายอะไร ใครจะไปตั้งแคมป์ต้องเตรียมอุปกรณ์ค้างแรมกันให้ดี ที่สำคัญอย่าไปก่อกองไฟหรือทำอะไรให้กระทบกับพื้นที่นัก ไม่เช่นนั้นอีกหน่อยอาจมีข้อห้ามค้างแรมข้างบนก็เป็นได้
                               จุดชมวิวภูสวรรค์ เต็มไปด้วยหินก้อนใหญ่ๆ จะมองเห็นฝั่งเขาหนึ่งเป็นแปลงปลูกผักขนาดกว้างใหญ่ ขณะที่อีกฝั่งหนึ่ง เป็นดงต้นนางพญาเสือโคร่ง ที่ปลูกเป็นแถวเป็นแนวไปในหุบลึก ใครอยากใกล้ชิดก็ต้องออกแรงเดินลงไปชมดอกไม้สีหวานนี้กันล่ะ
                               สำหรับปีนี้ นางพญาเสือโคร่งเพิ่งเริ่มผลิดอก กะว่า ถ้าจะให้บานสะพรั่งก็น่าจะเป็นช่วงวันเด็กไปแล้ว ถึงปลายเดือนมกราคมนี่ล่ะ และนับวัน นางพญาเสือโคร่งแถบภูลมโล ก็จะผลิความสวยงามกระจายเป็นวงกว้างออกไปเรื่อยๆ แม้จะทยอยๆ บานก็เถอะ
                               เราตกลงใจกันว่า ไม่ตั้งแคมป์กันดีกว่า แต่ขออยู่แชร์ในบรรยากาศดีๆ แบบนี้นานๆ หน่อยก็แล้วกัน ออกจากจุดชุมวิว เดินทางต่อไปตามถนนลูกรัง ที่ไต่ขึ้นเนินสูงค่อนข้างชัน เพื่อไปยังเนินลูกสูงที่สุดของ ภูลมโล ที่อยู่เข้ามาในเขต จ.เลยแล้ว รถขึ้นไปได้แค่เนินไหล่เขา ซึ่งเป็นที่ราบกว้าง พอจะจอดรถได้หลายๆ คัน และเป็นจุดชมวิว ที่มองเห็นได้เกือบจะรอบตัว ยกเว้นด้านหลังที่มองไปติดยอดภูลมโล ที่มีความสูง 1,680 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งจากจุดที่จอดรถเดินขึ้นไปก็ใช้เวลาไม่มากนัก จุดยอดมีก้อนหินขนาดใหญ่ สามารถยืนชมทัศนียภาพของเทือกเขาสูงซ้อนทับกันสวยงาม รวมถึงหมู่บ้านหมันขาว และไร่กะหล่ำปลีกว้างใหญ่
                               ฉันเลือกที่จะนั่งริมหน้าผา มองไปยังขุนเขาน้อยใหญ่ เห็นเส้นทางที่ผ่านเลยมา ด้านหนึ่งเป็นทางรถ อีกด้านหนึ่งเป็นแนวหน้าผา บางช่วงเป็นชะง่อนหิน ก่อนจะขึ้นมาถึงยอดเนินนี้ เพื่อนฉันยังได้แวะนั่งเล่นถ่ายรูปกันอยู่เลย สายลมแห่งความสงบพัดผ่านมา เขาบอกกันว่า ที่เรียกภูลมโล เพราะเป็นเขาที่มีลมพัดราวกับเป็นช่องลมยังไงยังงั้น เลยจากยอดสูงสุดนี้ไป ก็คือ ภูขี้เถ้า ที่ดูเหมือนว่า นางพญาเสือโคร่งแถบนี้จะบานช้ากว่าเพื่อน
                               ในอดีต เมื่อปี 2511 พื้นที่แถบนี้ ทั้งภูลมโล ภูขี้เถ้า ได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่สีแดงในสมัยที่ยังมีการสู้รบระหว่างผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์กลุ่มม้งแดงกับฝ่ายทหาร กระทั่งฝ่ายทหารใช้ยุทธวิธีชูชีพ บุกยึดภูขี้เถ้าและภูลมโลกลับคืนมาได้ เมื่อเหตุการณ์การต่อสู้ยุติลงไม่นาน พื้นที่แถบนี้ก็ถูกจับจองแผ้วถาง ทำไร่เลื่อนลอยเป็นจำนวนมาก ก่อนจะประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าขึ้นในปี พ.ศ.2527 และมีการตกลงกับชาวม้ง ให้ปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งขึ้นมาทดแทนในพื้นที่สลับกับการปลูกกะหล่ำปลี และกับการยืดระยะเวลาให้ออกจากเขตอุทยาน จนถึงปี 2550 ภูลมโลก็เต็มไปด้วยนางพญาเสือโคร่ง และเริ่มอวดดอกสวยสู้สายตาผู้คน เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา
                               ถ้าให้เทียบกับนางพญาเสือโคร่งในแหล่งอื่นๆ ที่ภูลมโลยังถือว่าต้นเล็กนัก และมักจะบานไม่พร้อมกันในแต่ละแปลง แต่เชื่อว่า อีกไม่กี่ปี พอให้โตเต็มที่ นางพญาเสือโคร่งที่นี่ จะอลังการเกินหน้าใครๆ ได้ไม่ยาก
                               หลังจากรับลมเย็นๆ กลางแดดสาย อยู่เป็นนาน เราเดินทางไปกันต่อ เลยไปภูขี้เถ้า จอดรถพักเหนื่อยหลังจากที่ขับมาทั้งคืน เจอแดดสายๆ เข้าไปถึงกับเพลีย จอดใต้ร่มเงาไม้เสร็จก็ดึงผ้าใบมาปูนอนซะเลย แม้จะรำคาญใจอยู่บ้างก็ตรงขี้วัว ที่ชาวบ้านนำขึ้นมาเลี้ยงปล่อยให้เพ่นพ่านหากินอยู่ในภูแถวนี้
                               รถกระบะของชาวบ้านที่นักท่องเที่ยวเหมาขึ้นมา มาแล้วก็ไป คันแล้ว คันเล่า … จากที่พูดคุย บางคันก็มาจากฝั่งบ้านกกสะทอน ที่พานักท่องเที่ยวเลาะดูนั่นดูนี่มาเรื่อย เพราะผ่านทั้งหมันแดง หมันขาว เข้ามาสู่ภูหินร่องกล้า บางคันก็มาจากหมู่บ้านร่องกล้าใหม่นี่เอง การขับรถรับนักท่องเที่ยวจึงกลายเป็นอาชีพเสริมที่ทำรายได้ให้ดีไม่น้อยในระยะเวลาอันสั้น จากที่ปลูกกะหล่ำปลี ปลูกสตรอเบอร์รี่ เป็นอาชีพหลัก
                               แดดระอุขึ้นเรื่อยๆ ผิวถนนส่งฝุ่นฟุ้งกระจายเมื่อรถแล่นผ่าน เรื่องราวในอดีตของภูลมโลปลิวผ่านไปกับสายลม เหลือไว้แต่ความสวยงามของดงดอกไม้สีชมพูหวานๆ ให้จดจำกันต่อไป
—————————-
(ชวนเที่ยว : พ้อลมหนาวบน ‘ภูลมโล’ : เรื่อง / ภาพ … นพพร วิจิตร์วงษ์)

 

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: