SHERANUT แฟชั่นด้วยรัก จาก “น้ำชา”

Published พฤศจิกายน 27, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07066150758&srcday=2015-07-15&search=no

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 377

อาชีพคนดัง

กาญจนา

SHERANUT แฟชั่นด้วยรัก จาก “น้ำชา”

นี่ถ้าไม่ได้เป็นเพราะชอบ ชอบมาก น้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ ก็คงไม่หางานเพิ่มให้ตัวเอง เพราะลำพังงานแสดงกับงานเดินแบบที่มีก็กินเวลาในชีวิตมากอยู่

แต่เพราะชอบ ชอบมาก ดังว่า เมื่อประมาณ 3 ปีก่อนเธอจึงทำเครื่องประดับ “AHAVA” ออกจำหน่าย และตามมาด้วยเสื้อผ้าแบรนด์ “SHERANUT” เมื่อราวๆ 7-8 เดือนที่ผ่านมา

“ชาเป็นคนชอบแฟชั่นมาก” สาวสวยวัย 27 บอกเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจเข้าสู่ “ธุรกิจ”

“คิดจะทำตั้งแต่อายุ 20 แล้วค่ะ” เธอบอกพร้อมรอยยิ้ม

ติดก็แต่ตอนนั้นความรู้ยังไม่แน่น จึงรีรอ กระทั่งรู้ตัวว่าพร้อมตอนอายุ 24 จึงลงมือ แต่กระนั้นเรื่องเสื้อผ้าก็ยังเป็นเรื่องยาก จึงเลือกที่จะจับเครื่องประดับก่อน

“ชาชอบเครื่องประดับดีไซน์เก๋ๆ แปลกๆ มีเอกลักษณ์ แต่ก็หาแบบที่ตัวเองชอบไม่ค่อยได้ เลยคิดว่าทำเองเลยดีกว่า”

แบบว่าได้ใส่ของสวยถูกใจ แถมยังได้เงินจากการขายกลับมา เธอว่าพลางหัวเราะ

ก่อนย้อนอดีตเล่าถึงตอนจะตั้งชื่อแบรนด์เครื่องประดับ แน่นอนว่ามีการคิดถึงชื่อนั้น ชื่อนี้ แต่สุดท้ายก็ลงตัวที่ “AHAVA-อะฮาว่า” อันเป็นภาษาฮีบรู ที่แปลว่า “ความรัก”

“เพราะการที่เราตัดสินใจทำมาจากความรัก รักที่จะทำ รักเครื่องประดับ”

ขณะที่ในส่วนของเสื้อผ้า ก็เลือกใช้ชื่อ SHERANUT ซึ่งตรงเป๊ะกับคอนเซ็ปต์ของงาน

“มันเป็นเสื้อผ้าที่เรพรีเซนต์ (represent-นำเสนอ) ความเป็นตัวชา เลยใช้ชื่อจริงไป”

“แนวชา” ที่ว่า น้ำชาบอก “คือจะออกแนวโมเดิร์น ที่มีความลึกลับ เซ็กซี่ แล้วมีความเป็นตัวของตัวเองบางอย่าง”

“งานของชาจะมีความแปลก สวย สง่า หรูหรา ใส่แล้วดูโดดเด่น แล้วได้โชว์รูปร่าง ได้โชว์ผิว เพราะฉะนั้น เสื้อผ้าของชาจึงจะจำกัดนิดหนึ่ง ว่าผู้หญิงที่ใส่จะต้องหุ่นค่อนข้างดี”

“คือไม่ได้บอกว่าต้องหุ่นดีเหมือนนางแบบหรืออะไรนะ เพราะผู้หญิงน่ะ จริงๆ ไม่มีใครหุ่นดี 100 เปอร์เซ็นต์ หัวจรดเท้าหรอก ไม่งั้นเขาก็เป็นนางแบบกันหมดแล้ว แต่ผู้หญิงจะมีแบบที่ชอบ 2 แบบ คือชอบส่วนบนมากกว่าส่วนล่าง หรือชอบส่วนล่างมากกว่าส่วนบน ของชาจึงจะมีทั้ง 2 ดีไซน์เลย คือจะเปิดช่วงบนหรือเปิดช่วงล่าง อันนี้ก็เลือกได้ตามใจชอบ” เธอบอกพลางหัวเราะเบาๆ

เล่าความตั้งใจอีกว่า ในส่วนเสื้อผ้านั้น เธอตั้งใจออกแบบให้ถูกใจผู้หญิงซึ่งมีความเป็นตัวของตัวเองและชอบความทันสมัย ในช่วงวัย 20-35 ปี

“คือถึงแม้จะมีอายุ แต่ยังวัยรุ่นอยู่” ว่าอย่างนั้น

ยังบอกอีกว่า ในช่วง 3-4 เดือนแรกที่ทำ นอกจากฐานะผู้ลงทุนและเจ้าของแล้ว เธอยังลงไปลุยเองทุกอย่าง

“ตอนแรกๆ เลือกที่จะทำเอง วิ่งงานเองทุกอย่าง ไปดูตลาดผ้า ซื้อผ้า คุยกับช่างเย็บผ้า ทำทุกจ๊อบเพื่อจะเรียนรู้ เวลาจ้างคนจะได้จ้างเป็น คุยกับเขารู้เรื่อง ชายังไปเรียนแพตเทิร์นเลย เพื่อจะได้เอามาเถียงกับช่างได้ เพราะถ้าเราอยู่ๆ ไปเด๋อๆ ใส่เขา เขาก็จะสามารถ…คือไม่ถึงกับหลอก แต่เราอาจจะคุยไม่รู้เรื่องกับเขา” น้ำชาซึ่งเรียนจบจากกราฟิกดีไซน์ แต่สนใจเรื่องแฟชั่นมาก-มากบอก

“เรื่องออกแบบชาก็ทำเอง แล้วก็จะมีลูกน้องช่วยคิดอีกที คนที่เขาอยู่ในวงการแฟชั่นเหมือนกัน เขาจะช่วยแนะนำอะไรต่างๆ เป็นเหมือนเพอร์ซันแนล แอสซิสแทนต์ คือช่วยทุกเรื่องน่ะค่ะ ดังนั้น หลังจากออกแบบชาก็จะถามเขาว่าอันนี้โอเคไหม อันนั้นเป็นไง แก้ตรงนี้ดีไหม หรือตัวนี้ถ้าทำแบบนี้จะใส่ยาก ถอดยากหรือเปล่า เขาก็จะแนะนำ”

“พวกผ้าชาก็จะบอกว่าอยากได้ประมาณนี้ เนื้อผ้าแบบนี้”

“คิดๆ แล้วชาก็อยากไปเรียนทางด้านนี้โดยเฉพาะเหมือนกันนะคะ” เธอว่า

หากก็คงได้แค่คิด เพราะ “ตารางเวลาตอนนี้คือยากมาก พูดเลย ยากมาก”

“อยากจะบอกว่าความที่งานเยอะ ตอนนี้ชาเลยจะพึ่งหลายๆ อย่างกับพี่เอ ผู้ช่วยของชา”

ฟังแล้วดูท่านี่จะเป็นงานที่ทั้งยุ่งและยาก ไม่ใช่เล่น

“ใช่ค่ะ ไม่ง่ายเลย” น้ำชารับ

ขณะเดียวกัน “ทีแรกชาก็คิดว่าเสื้อผ้าที่ขายๆ กัน ผ้าเมตรละไม่เท่าไหร่เอง ไม่เห็นแพงเลย แต่ทำไปทำมา ชาหมดไปจริงๆ ก็เยอะ”

“คือเสื้อผ้าอย่างต่ำนี่ ถ้าจะเอาลงห้าง เป็นแบรนด์แบบไฮเอนด์ ต้องมีอย่างต่ำ 8-10 ล้านบาท หรือไม่ก็ต้อง 15-20 ล้านบาทถ้าจะทำจริงจัง ทำลงห้าง ควรมีทุนประมาณนั้น”

ขณะ SHERANUT ของเธอ ซึ่งมีแหล่งขายอยู่ในสยามสแควร์ ซอย 1 ก็ลงทุนไปเกือบ 1 ล้านบาท ในระยะเวลาไม่ถึงปี

“แอบงงเหมือนกันนะ ทำไมคอสต์มันเยอะขนาดนี้” ว่าแล้วก็หัวเราะร่วน

ส่วนผลจากการลงทุน ลงแรง น้ำชาก็ว่า หลังๆ มานี้เสียงตอบรับจากลูกค้าค่อยๆ ดีขึ้น

“ตอนแรกชาดีไซน์ออกมาแบบที่ตัวเองชอบ แต่คนไม่ได้ชอบเหมือนเราน่ะ ก็เลยกลับมาคิดว่าเราต้องศึกษาตลาดให้มากกว่านี้ แต่ทุกอย่างนี่เป็นการเรียนรู้จากการเสียเงินทั้งสิ้นเลย จากการเสียเงินแล้วไม่เวิร์ก เสียเงินแล้วไม่เวิร์ก เสียเงินแล้วไม่เวิร์ก”

“มันเหมือนจ่ายค่าความรู้”

นอกจาก “ค่าความรู้” ดังกล่าว สาวเจ้ายังว่า อีกสิ่งที่ต้องใช้เยอะเหมือนกันคือ “ผ้า” กับ “ช่าง”

“บางทีผ้าแบบที่เราต้องการมันแพง มันคือผ้าราคาแพงทั้งสิ้น”

แต่จะว่าไปการโทษผ้าก็คงไม่ถูก เพราะถ้าเธอไม่มีรสนิยมชมชอบผ้าแปลกๆ ผ้าเนื้อดี ผ้าที่หายาก ผ้าที่ต้องใช้เวลาไปเสาะแสวงหาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็คงไม่สูงดังที่เป็นอยู่

“แต่ชานี่บางทีเหมือนจะพลิกค้นโลกเพื่อหา ไปเที่ยวเมืองนอกก็ชอบไปเดินดูตลาดผ้าของแต่ละที่ ไปดูโรงงานของเขา ดูมาแล้วทั้งที่ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี ไปดูแถบเอเชีย เพราะบางทีเมืองไทยก็ไม่มีผ้าที่ชาอยากได้”

ขณะที่เรื่องช่างก็เป็นปัญหาน่าปวดหัว

“คือช่างบางคนก็ดีนะคะ แต่บางคนเราเดาใจเขาไม่ถูก เขาจะมา เขาจะไป แล้วเขาจะส่งงานตามเวลาที่เรากำหนดหรือเปล่า”

“อันนี้เป็นปัญหาหลักของชาเลย”

“แทบจะต้องกราบช่างกันละ” น้ำชาบอกหัวเราะๆ ถึงปัญหาที่คนทำเสื้อผ้าแบรนด์ไหนๆ ก็มักเจอ

เช่นเดียวกับปัญหาเรื่องการถูกก๊อบผลงาน แต่อย่างหลังนี้ไม่ซีเรียส

“เฉยๆ นะ เพราะทุกแบรนด์โดนหมดน่ะค่ะ แต่จะออกมาไม่เหมือนแน่นอน เรื่องการตัดเย็บ เรื่องผ้า ก็ไม่เหมือนแล้ว” อันนี้คนเคยไปแตะต้องของปลอมมากับมือยืนยัน

ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า แต่ละปี SHERANUT จะออกเสื้อ 2 คอลเล็กชั่น คือสปริง-ซัมเมอร์ กับออทั่ม-วินเทอร์ ซึ่งแต่ละคอลเล็กชั่นจะมีแบบอยู่ 20 กว่าแบบ

โดยคอลเล็กชั่นสปริง-ซัมเมอร์ ที่เพิ่งออกมารับร้อนนี้มาในคอนเซ็ปต์ทะเลทราย

“คอนเซ็ปต์นี้ชาได้มาจากพวกคนใช้ชีวิตอยู่ในทะเลทราย คนอียิปต์ อิสราเอล ที่เขาจะชอบเล่นผ้ายาวๆ ผ้าเยอะๆ ผ้าสีๆ ซึ่งชาดัดแปลงให้บวกกับความเป็นโมเดิร์นของชา แล้วเอาโซ่มาใช้ เป็นโซ่เงิน โซ่ทอง ที่เอามาเป็นสายเสื้อ เอามาประดับเสื้อ เอาความเงิน ความทอง มาอยู่ในผ้าที่พลิ้ว”

“แล้วคอลเล็กชั่นนี้จะเปิดหลังมาก หลังโป๊มาก แล้วก็ถ้าสั้น ก็จะเป็นชุดสั้นเท่ๆ”

ซึ่งหวังอย่างยิ่งว่าลูกค้าจะชอบ

“ชาบอกเลยว่า ตอนปล่อยงานออกมาครั้งแรกยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ตอนนี้ก็ไม่ถือว่าฟูลลี่ ซัคเซส ยังไม่ประสบความสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าพัฒนา ชาเห็นถึงความพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จึงยังอยากลงทุน จึงอยากทำต่อ”

“ยิ่งหลังๆ มานี่ค่อนข้างขายดีเลยละ”

“เพราะชาเริ่มจับจุดถูก ว่าถ้าจะไปกรุ๊ปนี้ ทาร์เก็ตนี้ จะทำยังไงให้ขายได้”

ซึ่งไม่ง่ายเลยกว่าจะจับได้ดังว่า

เพราะกว่าจะเป็นอย่างนั้นเธอต้องมานั่งศึกษาและวิเคราะห์ ซึ่งใช้เวลานานเชียวละกว่าจะรู้

“แล้วงานอย่างนี้มันเหมือนต้องเรียนรู้ไปเรื่อย”

ซึ่ง “ยากนะ ไม่ใช่ง่าย” เธอย้ำอีกครั้ง

“ทีแรกชาก็คิดว่าง่าย ขายได้ ไม่ยากหรอก แต่เอาจริงมันต้องอ่านใจคนเยอะเหมือนกัน”

ถามไปว่า “ความเป็น น้ำชา ชีรณัฐ” นี่ช่วยให้ขายได้เยอะขึ้นไหม

เธอตอบกลับทันควัน “ความเป็นชาอย่างสุดโต่งนี่ละ ทำให้ขายไม่ได้ ต้องลดความเป็นตัวชาลงมา 50 เปอร์เซ็นต์ แล้วบวกอีก 50 เปอร์เซ็นต์ ที่เข้าถึงคน”

ราคาเสื้อผ้าแบรนด์ SHERANUT นั้น น้ำชาว่าเริ่มต้นที่ 1,000 บาทปลายๆ ไล่ไปจนถึง 6,000 บาท “ซึ่งชากล้าการันตีควอลิตี้”

“การันตีว่าใช้ผ้าดี แล้วคุณภาพอื่นๆ ก็ดีหมด เพราะอะไรที่ไม่ดี ไม่ทำอยู่แล้ว”

“ไม่รู้ละ ด้วยความเป็นตัวชา ถ้าจะทำอะไรต้องทำให้มันดี แต่ชาก็ไม่กล้าคิดแพงมาก ยังไม่พร้อมที่จะไปเอาเงินคนอื่นเยอะขนาดนั้น”

“คือกำไรเยอะนี่อยากได้อยู่แล้ว แต่อยากให้เป็นราคาที่ซื้อไปแล้วไม่ต้องมานั่งเครียด เพราะชาก็ไม่ชอบเหมือนกันเวลาซื้อของแพงๆ แล้วต้องมาเครียด ว่าตกลงซื้อมาทำไมเนี่ย อยากให้ซื้อแล้วสบายใจ แล้วก็ได้คุณภาพอย่างที่เขาควรจะได้”

เลือกแบบจากไอจี @ sheranut_official ได้เลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: