อิ่ม อร่อย กับ ขนมเปี๊ยะ “ทวีทรัพย์”

Published พฤศจิกายน 27, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07058150758&srcday=2015-07-15&search=no

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 377

อาหารสร้างอาชีพ

ทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยา

อิ่ม อร่อย กับ ขนมเปี๊ยะ “ทวีทรัพย์”

ความนิยมผสมผสานกับรสชาติที่เอร็ดอร่อยลงตัวจากส่วนผสมต่างๆ ตลอดจนกลิ่นหอมจากการอบควันเทียน จนกระทั่งทำให้ “ขนมเปี๊ยะ” ไม่เพียงมีความสำคัญเฉพาะสำหรับใช้กับเทศกาลไหว้พระจันทร์เท่านั้น แต่ยังกลับกลายมาเป็นขนมที่ถูกทำขึ้นเพื่อใช้ทานได้ตลอดเวลา หรือนิยมซื้อเป็นของฝาก และของที่ระลึกในทุกช่วงเวลาอีกด้วย ทั้งนี้ ด้วยส่วนผสมของวัตถุดิบที่หาง่าย กับกรรมวิธีทำที่ไม่ยุ่งยาก จึงมีหลายคนทำขนมเปี๊ยะขายกันมากมายหลายยี่ห้อ

ขนมเปี๊ยะที่หลายคนพบเห็นมักมีลักษณะรูปร่างกลมคล้ายลูกปิงปองบ้าง เป็นลูกเต๋าบ้าง เปี๊ยะโมจิ เปี๊ยะกุหลาบ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นลักษณะรูปร่างแบบใดก็ตาม การทำขนมเปี๊ยะจะมาจาก 2 ส่วนหลักคือ เปลือกแป้งด้านนอกและตัวไส้ด้านใน ซึ่งถือว่าเป็นตัววัดคุณภาพความอร่อยที่สำคัญ

“ร้านทวีทรัพย์ ขนมเปี๊ยะ” ตั้งอยู่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม โซน 5 ถนนบางระมาด แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ที่ร้านนี้จำหน่ายขนมเปี๊ยะที่ชื่อ ทวีทรัพย์ มานานกว่าปีเศษ

คุณสุรชัย วนิชชาขจรไกร หรือ ลุงโก้ เจ้าของร้านและเป็นผู้ผลิตขนมเปี๊ยะด้วยตัวเองเผยว่า ตัวเขาไม่ได้อยู่บนเส้นทางอาชีพค้าขายมาก่อน ภายหลังที่เรียนจบด้านการตลาดจึงเดินทางเข้าสู่ความเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่หลายปี กระทั่งเกิดวิกฤตฟองสบู่เมื่อปี 2541 ทำให้ตัดสินใจออกมาต่อสู้ชีวิตด้วยตัวเอง

ลุงโก้มีใจรักทางด้านการทำอาหาร เพราะคลุกคลีกับคุณพ่อและแม่ซึ่งมีอาชีพขายอาหารอยู่ที่หมู่บ้านเศรษฐกิจมานาน ขณะเดียวกัน ด้วยความเป็นคนที่ชอบทานขนมเปี๊ยะและมักสรรหาขนมเปี๊ยะในรูปแบบต่างๆ มาทานเป็นประจำ จึงมีความคิดว่าน่าจะลองทำเป็นอาชีพเองเพื่อสร้างรายได้เสริม จากนั้นจึงได้ไปอบรมการทำขนมเปี๊ยะจาก สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เมื่อราวปี 2557

หลังจากผ่านการอบรมเป็นที่เรียบร้อย ลุงโก้ได้นำความรู้มาพัฒนาต่อยอดด้วยการทำขนมเปี๊ยะทานในครอบครัว ทำฝากให้ญาติบ้าง เพื่อนบ้านคนรู้จักบ้าง กระทั่งคนเหล่านั้นต่างเอ่ยปากถึงความอร่อยของขนมเปี๊ยะที่ลุงโก้ทำ

จึงทำให้เขาตัดสินใจเดินหน้าทำขนมเปี๊ยะเป็นอาชีพอย่างจริงจังแล้วนำไปวางขายแห่งแรกที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม โซน 5 โดยตั้งชื่อว่า “ทวีทรัพย์ ขนมเปี๊ยะ” เพื่อให้นักท่องเที่ยวหาซื้อเป็นของทานยามว่าง หรือซื้อเป็นของฝาก ของที่ระลึกกลับบ้าน

การสะสมประสบการณ์จากความคุ้นเคยที่ได้ทานขนมเปี๊ยะมาหลายแห่ง ทำให้ลุงโก้มองเห็นถึงจุดเด่นและจุดด้อยของขนมเปี๊ยะ ทั้งยังคิดว่าการผลิตขนมเปี๊ยะอย่าคำนึงถึงความอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานของวัตถุดิบทุกชนิดที่นำมาเป็นส่วนผสมด้วย

ด้วยเหตุนี้ ลุงโก้จึงมุ่งเน้นและทุ่มเทใส่ใจกับการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรคุณภาพวัตถุดิบทุกชนิด การปรุงรส ความสะอาด จนทำให้ “ทวีทรัพย์ ขนมเปี๊ยะ” เป็นผลิตภัณฑ์ขนมที่ได้รับความนิยมจากลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งแบบขายปลีกและส่งให้แก่ผู้ที่สนใจด้วย

ลุงโก้ บอกว่า ขนมเปี๊ยะที่เห็นกันจะมีกรรมวิธีและขั้นตอนการทำหลักใหญ่อยู่ 2 ส่วนคือ ส่วนผสมแป้งนอก/แป้งในและไส้ โดยทั้ง 2 ส่วนนี้หากทำได้อย่างมีคุณภาพแล้ว รสชาติและความนุ่ม หอม จะออกมาดีชวนให้น่าทาน

สำหรับสูตรและขั้นตอนในการทำทวีทรัพย์ ขนมเปี๊ยะนั้น ลุงโก้ ให้รายละเอียดคร่าวๆ ว่า ถ้าเป็นส่วนผสมแป้งนอกจะประกอบด้วยแป้งสาลี, น้ำมันพืช, น้ำเปล่า, น้ำตาลทราย และเกลือเล็กน้อย ส่วนแป้งในมีส่วนผสมที่ประกอบด้วย แป้งสาลีและน้ำมันพืช เป็นหลัก

“จากนั้นเป็นส่วนผสมของการทำไส้ใน ซึ่งในปัจจุบันทำเป็นไส้ถั่วเขียวผสมไข่เค็ม จะประกอบด้วย ถั่วเขียวนึ่งแล้วบดให้ละเอียด, น้ำตาลทราย, น้ำ และน้ำมันพืช แต่สำหรับในอนาคตวางแผนว่า จะผลิตไส้ขนมเปี๊ยะที่ทำจากงาดำ-ไข่เค็ม เพิ่มเติม”

คราวนี้ลุงโก้อธิบายรายละเอียดขั้นตอนการทำดังนี้ 1. ร่อนแป้งพักไว้ 2. ละลายน้ำตาลทรายในน้ำจนเข้ากันได้ดี ใส่น้ำมันลงไปคนให้เข้ากัน 3. ค่อยๆ ใส่แป้งลงไปในของเหลว คนให้แป้งรวมตัวกับของเหลวจนเป็นก้อน แล้วนวดทุกอย่างให้เข้ากัน พักไว้ประมาณ 30 นาที

สำหรับการทำแป้งชั้นใน มีขั้นตอนคือ 1. ร่อนแป้งเทลงไปในน้ำมัน แล้วนวดเบาๆ ให้เข้ากันดี พักไว้ 2. นำแป้งชั้นนอกและชั้นในที่พักทิ้งไว้พอสมควรได้ที่แล้วมาตัดแป้งเป็นก้อน ให้ได้น้ำหนักประมาณ 30 กรัม และ 15 กรัม ตามลำดับ คลึงเป็นก้อนกลม 3. แผ่แป้งชั้นนอกออกห่อแป้งชั้นในให้มิด 4. ตบแป้งให้แบนแล้วคลึงออกตามยาวม้วนเป็นท่อนกลมแล้วทำซ้ำอีก

5. ตัดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน นำแต่ละส่วนมาคลึงให้เป็นแผ่นกว้างนำไปห่อไส้ให้มิด วางบนถาดที่ทาไขมันแล้ว 6. นำเข้าอบไฟที่อุณหภูมิ 400 องศาเซลเซียส นานประมาณ 20 นาที หรือจนสุก แซะออกจากถาดมาวางบนตะแกรงจนขนมเย็นดีแล้ว อบควันเทียนให้หอม บรรจุในภาชนะปิดสนิท

“ส่วนวิธีทำไส้นั้น ให้นำน้ำตาลทรายและน้ำใส่กระทะตั้งไฟโดยใช้ไฟกลางจนเดือด เคี่ยวต่อจนน้ำตาลค่อนข้างเหนียวใส่ถั่วที่บดเรียบร้อยแล้วลงกวน ควรใช้ไฟอ่อนจนงวด ใส่น้ำมันลงไปสักครึ่งหนึ่ง กวนจนส่วนผสมเข้ากันดีจึงใส่น้ำมันส่วนที่เหลือ กวนต่อจนแห้งพอปั้นได้เป็นลูกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เซนติเมตร โดยในแต่ละสัปดาห์จะเตรียมทำขนมเปี๊ยะเฉพาะวันอังคาร-พฤหัสบดีเท่านั้น”

จากปัญหาที่พบว่า ในปัจจุบันมีผู้ผลิตขนมเปี๊ยะขายจำนวนมาก มีการแข่งขันสูง และหากต้องการเอาชนะคู่แข่งเหล่านั้นให้ได้ คงต้องผลิตขนมเปี๊ยะให้มีคุณภาพ ในราคาเป็นธรรม และที่สำคัญคือ ต้องสร้างจุดเด่น ดังนั้น จุดเด่นของ ทวีทรัพย์ ขนมเปี๊ยะ ของลุงโก้จะต่างจากรายอื่นตรงที่จะเน้นการเพิ่มปริมาณไส้แต่ละลูก อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมจากการอบควันเทียน และไม่หวานมาก จึงเหมาะกับผู้ที่ห่วงใยสุขภาพด้วย

“ทวีทรัพย์ ขนมเปี๊ยะ” ผลิตและบรรจุในภาชนะให้เลือกซื้อได้ 2 แบบ คือถ้าเป็นกล่องเล็กที่มีจำนวน 4 ชิ้น ขายในราคากล่องละ 35 บาท กับอีกขนาดเป็นกล่องใหญ่ จำนวน 12 ชิ้น ขายในราคากล่องละ 100 บาท หรือถ้าสั่งซื้อจำนวน 200 ชิ้นขึ้นไปยังได้รับส่วนลดอีก ทั้งนี้ มีวางขายที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม โซน 5

ท่านใดที่ต้องการสั่งทำเป็นพิเศษ เพื่อใช้ในงานวาระสำคัญ หรือสนใจต้องการรับไปจำหน่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ลุงโก้ โทรศัพท์ (081) 924-8204 และ (081) 824-5849

วันหยุดนี้ถ้าท่านกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนแบบไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นัก แนะนำให้เดินทางไปเที่ยวที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เพราะมีกิจกรรมทางธรรมชาติที่น่าสนใจหลายชนิด แต่อย่าลืมแวะไปที่ร้านทวีทรัพย์ ขนมเปี๊ยะ ของลุงโก้ ที่โซน 5 เท่านั้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: