เล่าเรื่อง “บราซิล” เจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ 2016

Published พฤศจิกายน 15, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/534913

โดย ณวัฒน์ อิสรไกรศีล 30 ต.ค. 2558 05:01

 

จากตอนที่แล้ว โอลิมปิก มหกรรมการแข่งกีฬา ที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ทุกท่านคงทราบเรื่องราวที่มาของกีฬามวลมนุษยชาติโอลิมปิกเกมส์กันแล้วนะครับ ต้องยอมรับว่าเป็นมหกรรมการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของโลก ถึงแม้ในปัจจุบันพฤติกรรมคนชมกีฬาอาจเปลี่ยนไปบ้าง เช่น มีการชื่นชอบกีฬาเฉพาะประเภท และทำให้กีฬาเฉพาะประเภทกลายเป็นกีฬาที่โดดเด่นขึ้นมาก็ตาม เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล เป็นต้น แต่สุดท้ายกีฬาโอลิมปิกก็ยังครองความสำคัญที่ทุกประเทศทั่วโลกรู้จัก ให้ความสำคัญ และอยากเข้าร่วมการแข่งขัน และถือเป็นกีฬาที่มีเม็ดเงินมหาศาล

การที่ประเทศใดจะได้เลือกเป็นเจ้าภาพในแต่ละครั้งนั้น เป็นการแสดงถึงศักยภาพของประเทศอย่างชัดเจนในทุกๆ ด้าน เพราะถือเป็นการประชาสัมพันธ์ เป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศ ตั้งแต่ก่อนการแข่งขัน จวบจนจบการแข่งขันเลยทีเดียว

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2016 ถือเป็นครั้งที่ 31 ของการแข่งขันในรายการนี้ ประเทศเจ้าภาพที่ถูกคัดเลือกอย่างเป็นทางการนั่นก็คือ “ประเทศบราซิล” โดยมีการคัดเลือกกันหลายรอบ จนถึงรอบสุดท้าย มีการตัดสินและประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ปี ค.ศ 2009 หรือประมาณ 6 ปีที่ผ่านมา

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่จะถึงนี้ ได้มีการเปิดตัวสัญลักษณ์ของงานเป็นที่เรียบร้อยไปเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2010 โดยลักษณะรูปสัญลักษณ์ เปรียบเสมือน คนสามคน จับมือกันเต้นรำเป็นวงกลม โดยใช้สีสามสีคือ เหลือง น้ำเงิน เขียว ตามสีของธงชาติบราซิล และอีกมุมหนึ่ง จำลองลักษณะเทือกเขา ชูการ์ โลฟ สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง ริโอ เดอ จาเนโร ในขณะที่อีกมุมหนึ่ง เป็นข้อความย่อว่า RIO แนวความคิดของโลโก้โอลิมปิกที่บราซิลครั้งนี้ เกิดจากแนวคิดรวมกันถึง 4 เรื่องนั่นก็คือ 1 พลังที่ส่งถึงกัน 2 ความหลากหลายที่กลมกลืน 3 ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ 4 จิตวิญญาณ โอลิมปิก


สัญลักษณ์กีฬาโอลิมปิก 2016

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 31 นี้ จะมีขึ้นตั้งแต่วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม จนถึงวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม ปี 2016 ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะมีพิธีเปิด ณ สนามกีฬา มารากานัง ซึ่งเป็นสนามเดียวกับสนามที่เคยแข่งฟุตบอลโลกในปี 2014 นั่นเอง โดยการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ จะประกอบด้วย การแข่งขันกีฬาถึง 28 ชนิด รวมทั้งหมด 41 ประเภท เป็นการชิงชัยเหรียญทองรวมทั้งหมด 306 เหรียญทอง นี่คือรายละเอียดคร่าวๆ ทั้งหมด ของกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 31 ปี 2016 ที่กำลังจะเกิดขึ้นที่ประเทศบราซิล และงบประมาณที่นำเสนอทำให้ได้รับการเป็นเจ้าภาพ สูงถึง 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราวๆ 462,000 ล้านบาท

เมื่อพูดถึงเมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิลแล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งเมือง ที่มีความน่าสนใจ และมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปมากมาย ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย และเป็นประเทศที่มักได้รับความสนใจในการเป็นเจ้าภาพในหลายๆ งานระดับสากล และถือว่าเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นทั้งทางด้านกีฬา และเทศกาลแห่งความบันเทิงมากมาย

เมืองริโอ เดอ จาเนโร ปรากฏชื่อนี้อย่างเป็นทางการเมื่อกว่า 500 ปีที่ผ่านมา โดยนักสำรวจชาวโปตุเกส ชื่อ กาสปาร์ เลมอส ได้ล่องเรือมาสำรวจดินแดนใหม่ๆ และเดินทางมาบริเวณปากแม่น้ำบริเวณนี้ และได้ตั้งชื่อว่า ริโอ เดอ จาเนโร ซึ่งแปลว่าแม่น้ำแห่งเดือนมกราคม ซึ่งเป็นเดือนที่เค้าได้เดินทางมาถึง เมืองแห่งนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จึงถือเป็นเมืองที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของประเทศบราซิล และถือเป็นเมืองหนึ่งที่สำคัญที่สุดของประเทศ เป็นทั้งศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว มีชายหาดที่โด่งดังที่สุดในโลก “โคปาคาบานา” และมีเทศกาลที่โด่งดังอีกเช่นกันนั่นก็คือ เทศกาล คาร์นิวัล ซึ่งถือเป็นเทศกาลรื่นเริงที่สำคัญของประเทศบราซิล ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวไปร่วมงานมากกว่า 1 ล้านคน และที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร แห่งนี้ เป็นเมืองที่กำเนิดแนวเพลง บอสซาโนวา อีกด้วย

ถ้าพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่น่าสนใจ ประกอบด้วย

ชูการ์โลฟ หรือยอดเขา ชูการ์ เป็นยอดเขาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาด โคปาคาบานา ในเมืองริโอ เดอ จาเนโร เป็นยอดเขาที่มีคามสูง 396 เมตร ซึ่งสูงและเป็นสง่าอยู่บนปลายสุดของปากอ่าว กวานาบารา บนยอดเขาแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ประกอบกับการเดินทางขึ้นไปบนยอดเขา จะได้ชมวิวทิวทัศน์ ของเมือง ริโอ เดอ จาเนโร อย่างสวยงามยิ่ง วิธีการขึ้นเขาชูการ์โลฟ จะต้องใช้กระเช้าข้ามเขา จากด้านล่างขึ้นไปสู่ยอดเขาอีกลูกหนึ่ง และพาดผ่านขึ้นไปยังยอดเขาชูการ์โลฟ ซึ่งกระเช้านั้นจะมีความสูงชัน ทำให้เกิดความสนุก ตื่นเต้น และด้านล่างจะมองเห็นชายหาดทรายขาวสวยงาม โดยกระเช้าที่บริการนี้ สามารถพานักท่องเที่ยวขึ้นไปด้านบนได้ประมาณวันละ 4,000 คน และกระเช้านี้ ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อกว่า 100 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งความคลาสสิก ของการขึ้นสู่ยอดเขาแห่งนี้

พระเยซู บนยอดเขา คอร์โควาโด

รูปปั้นพระเยซู บนยอดเขา คอร์โควาโด เป็นอีกหนึ่งยอดเขาที่เป็นจุดชมเมืองที่สามารถมองเห็นเมือง และชายหาดได้อย่างสวยงาม แต่สิ่งที่สำคัญมากไปกว่านั้น จะมีรูปปั้น ของพระเยซู ที่ยืนเพ่งมองลงมายังเมือง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการคุ้มครอง ให้ประเทศบราซิลนั้น มีแต่ความสุข ซึ่งวิธีการขึ้นยอดเขานี้ จะมีรถรางพานักท่องเที่ยวขึ้นไปด้านบน ระหว่างทาง ก็จะได้ชมวิวตลอด 2 ข้างทางไปด้วย และรูปปั้นพระเยซูนี้ ยังได้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่อีกด้วย

สนามกีฬา มาราคาน่า

สนามกีฬา มาราคาน่า ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่สำคัญของวงการฟุตบอลบราซิล และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับสามของเมืองอีกด้วย ด้วยความภาคภูมิใจของคนบราซิล และประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอล โดยเฉพาะเรื่องราวของเปเล่ เมื่อ 40 ปีก่อน และสนามแห่งนี้ ยังคงมีชีวิต อันยืดยาว ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน และยังคงเตรียมพร้อมกับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกปี 2016 อีกด้วย

นี่เป็นบรรยากาศคร่าวๆ ของริโอ เดอ จาเนโร ที่พร้อมแล้ว สำหรับการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกปี 2016 ในปีหน้าเราจะได้ร่วมลุ้นร่วมเชียร์นักกีฬาของไทย และทั่วโลกในการแข่งขันกีฬาระดับโลกนี้กันแน่นอนครับ.

ที่มาภาพ – olympic.org, rio2016.com, maracana.com, facebook/Trem do Corcovado

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: