มนต์เสน่ห์…..บุรีรัมย์ อลังการแห่งเทวาลัยสถาน “พนมรุ้ง”

Published พฤศจิกายน 15, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/537540

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 พ.ย. 2558 05:01

 

อีกมุมของปราสาทเมืองต่ำ

จากเมืองที่ผู้คนผ่านไปผ่านมา กลายเป็นจังหวัดที่ใครก็อยากไปเยือนแม้สักครั้ง ไม่ใช่เพราะสนามฟุตบอลใหญ่ยักษ์ระดับโลกที่จุคนได้กว่า 30,000 นั่นหรอก….

แต่เพราะความเข้มขลังและมนตราแห่งสุริยวรมันต่างหากที่ทำให้ “บุรีรัมย์” มีเสน่ห์เย้ายวนถึงเพียงนี้….!!

นับตั้งแต่บทความของชาวฝรั่งเศส เอเตียน เอมอนิเยร์ (Etienne Aymonier) ตีพิมพ์สู่สายตาชาวโลกในปี พ.ศ.2445 เรื่องราวของ “ปราสาทหินพนมรุ้ง” ก็ถูกกล่าวขานจนกลายเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของถิ่นอีสานใต้

คณะเที่ยวชมสนามบุรีรัมย์เอฟซี

ความตั้งใจเยือนปราสาทพนมรุ้งครั้งนี้ ก็เพื่อชมพระอาทิตย์ตก ที่ถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญที่พระอาทิตย์จะส่องลอดช่องประตูทั้ง 15 บานของพนมรุ้งอย่างอัศจรรย์ ปีหนึ่งจะมีปรากฏการณ์เช่นนี้

2 ครั้ง ในเดือน มี.ค.และ ต.ค. และอีก 2 ครั้ง เป็นปรากฏการณ์พระอาทิตย์ขึ้นลอดช่องประตูทั้ง 15 บานเช่นเดียวกันในเดือน เม.ย.และ ก.ย.

แต่ทว่าน่าเสียดาย ฝนฟ้าไม่เป็นใจช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก พระพิรุณก็ประทานน้ำจากสวรรค์มาจนเปียกชุ่ม เลยได้สัมผัสพนมรุ้งกันอีกในบรรยากาศหนึ่ง

พีอาร์สาวสวยของเคทีซีที่ร่วมทริปคราวนี้ เลยได้มีโอกาสถ่ายรูปหวาน โรแมนติกในเทวาลัยสถาน ขณะที่นักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาชมพระอาทิตย์ตกก็ได้มีโอกาสสนทนากันในช่วงระหว่างหลบฝน

ปราสาทพนมรุ้ง

ปราสาทพนมรุ้งเป็นโบราณสถานรูปแบบศิลปะเขมรโบราณที่ตั้งอยู่บนเขาพนมรุ้ง เป็นปราสาทที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทพนมรุ้งเป็นโบราณสถานของชาติในปี พ.ศ.2478

ชื่อของปราสาทพนมรุ้งเป็นชื่อดั้งเดิม คำว่า “พนมรุ้ง” ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกพนมรุ้ง หลักที่ 2 หลักที่ 4 และ K10900 ว่า

…“พนมรุ้งเป็นชื่อเทวสถาน ที่มีขอบเขตกว้างขวาง มีที่ดิน หมู่บ้าน เมือง สร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวาลัยที่ประทับของพระศิวะพระองค์ที่ประทับอยู่บนยอดเขาไกรลาส…” ซึ่งก็คือภาพสะท้อนของฮินดูในไศวนิกายนั่นเอง

เสาบันไดเรียง..ที่ปราสาทพนมรุ้ง

ภายในปราสาทหินมีร่องรอยความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบเขมร ไม่ว่าจะเป็นปราสาทองค์ประธาน ศาลาเปลื้องเครื่อง หน้าบัน ทับหลัง ที่ล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นว่า พระเจ้านเรนทราทิตย์ ซึ่งปรากฏชื่อว่าเป็นผู้สร้างปราสาทพนมรุ้ง ตั้งใจที่จะให้สถานที่แห่งนี้เป็นเทวาลัยของพระศิวะ ที่มีศิวลึงค์เป็นองค์ประธาน

เรื่องราวของปราสาทหินพนมรุ้งเป็นที่รู้จักอีกครั้ง เมื่อมีการตามหา “ทับหลัง” ที่ได้ชื่อว่าเป็นทับหลังที่มีความงดงามมากที่สุดชิ้นหนึ่งซึ่งสูญหายไปตั้งแต่ปี 2507-2508

ทับหลังที่ว่านั้น ก็คือ “ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์” ซึ่งต่อมามีผู้ไปพบที่สถาบันศิลปะนครชิคาโก สหรัฐอเมริกา ในสภาพลวดลายขอบขวาของทับหลังถูกกะเทาะออกไปครึ่งหนึ่ง

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์

รัฐบาลไทยได้ใช้ความพยายามทุกวิถีทางที่จะขอ “ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์” กลับมาเมืองไทย จนในที่สุดก็ได้รับคืนเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2531 ในพระนาม ศ.ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล โดยทับหลังเดินทางถึงราชอาณาจักรไทยในวันที่ 10 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน

หน้าบันปราสาทเมืองต่ำ

นอกจากปราสาทพนมรุ้งแล้ว ยังมี ปราสาทเมืองต่ำ ซึ่งเป็นศิลปะแบบบาปวน มีอายุอยู่ในราว 1,000 ปี ความโดดเด่นของปราสาทเมืองต่ำที่น่าสนใจ คือ ทับหลังที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ 4 หลัก มีชื่อต่างกันตามความเชื่อในศาสนาฮินดู คือ ทับหลังอุมามเหศวร, ทับหลังพระกฤษณะยกภูเขาโควันทนะ, ทับหลังพระพิรุณทรงหงส์ และ ทับหลังพระกฤษณะปราบนาคกาลียะ

หินสลักลายลูกมะหวด…ที่ปราสาทเมืองต่ำ

นอกจากนี้ที่ปราสาทเมืองต่ำเองยังมีจุดที่น่าสนใจตั้งแต่ทางเข้า คือ หน้าบันปราสาท ที่มีซุ้มเรือนแก้ว แกะสลักเป็นรูปกาลกี ที่ถือว่าเป็นสัตว์ที่อยู่บนพระนลาฏของพระศิวะ เป็นสัตว์ที่กินทุกอย่าง กาล+กี เป็นอุทาหรณ์คำสอนที่ว่า แม้แต่เวลาก็ย่อมถูกกลืนกิน นอกจากนี้ในซุ้มเรือนแก้วยังมีพระอินทร์ ที่รู้ว่าเป็นพระอินทร์ก็เพราะทรงช้าง 3 เศียรนั่นเอง

แอพพลิเคชั่นชมปราสาทเมืองต่ำ

ใครที่สนใจไปชมปราสาทเมืองต่ำและปราสาทพนมรุ้งในยุคดิจิตอล เขามีแอพพลิเคชั่นที่สามารถโหลดลงโทรศัพท์เพื่อฟังเรื่องราวของปราสาทหินทั้งสองแห่งของบุรีรัมย์นี้ได้ หรือถ้าเอาแบบง่ายๆที่ปราสาทเมืองต่ำมีการอบรมมัคคุเทศก์น้อยนำชม เป็นรายได้ให้กับเด็กอีกทางหนึ่ง

เจ้าพ่อหลักเมืองบุรีรัมย์

มาถึงบุรีรัมย์แล้ว อีกสถานที่หนึ่งที่ควรไปเที่ยวชม ก็คือ ศาลและเสาหลักเมือง ที่ได้ชื่อว่าเป็นเสาหลักเมืองที่มีความพิเศษกว่าที่อื่น เพราะมีเสาหลักเมืองถึง 2 ต้น สันนิษฐานว่าเสาต้นที่อยู่ด้านหน้าตั้งขึ้นเมื่อแรกสร้างเมืองแปะในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ดำรงพระยศเป็นเจ้าพระยาจักรีสั่งให้ตั้งเมืองขึ้น ในช่วงที่เดินทัพมาพบเมืองร้างอยู่บริเวณลำห้วยจระเข้และเห็นว่ามีชัยภูมิที่ดี โดยให้ตั้งชื่อเมืองว่า “เมืองแปะ” ตามชื่อต้นไม้ที่มีอยู่มากในบริเวณนั้น ส่วนอีกต้นน่าจะมีขึ้นในช่วงการสถาปนาเมืองแปะเป็นเมืองบุรีรัมย์….

เสาหลักเมืองบุรีรัมย์

ส่วนเสาอีกต้นที่อยู่ ด้านหลังน่าจะตั้งขึ้นในสมัยที่ยกเมืองแปะขึ้นเป็นเมืองบุรีรัมย์ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีกี่เสา เสาหลักเมืองก็ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่นี่จะต้องมาไหว้ศาลหลักเมืองทั้งตอนที่มารับตำแหน่งและตอนที่จะพ้นตำแหน่งไป

นนทิ…วัวเผือกของพระศิวะที่แปลงกายได้

ก่อนกลับ อ.วันดี เธียสวัสดิ์กิจ ไม่ลืมที่จะพาพวกเราไปแวะซื้อของที่ระลึกของบุรีรัมย์ โดยเฉพาะ ผ้าซิ่นตีนแดง ซึ่งถือเป็นผ้าไหมเอกลักษณ์ของชาว อ.พุทไธสง และ อ.นาโพธิ์ ของบุรีรัมย์ ที่มีการสืบทอดกันมามากกว่า 200 ปี รวมถึง ผ้าภูอัคนี ซึ่งเป็นผ้าฝ้ายย้อมดินภูเขาไฟของชุมชนบ้านเจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ ด้วย…

เสน่ห์บุรีรัมย์เย้ายวนใจ….ขนาดนี้ ใครที่ผ่านไปผ่านมาและไม่เคยแวะเยี่ยมเยือน…บอกได้คำเดียวว่า ถ้าไปอีสานแล้วแค่ผ่านบุรีรัมย์…คุณอาจจะคุยกับใครไม่รู้เรื่องเสียแล้ว…!!!

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: