ชวนเที่ยว : หนองหาร ท่าแร่ แห่ดาว

Published กันยายน 3, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20141221/198013.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2557
ชวนเที่ยว : หนองหาร ท่าแร่ แห่ดาว
ชวนเที่ยว : หนองหาร ท่าแร่ แห่ดาว
ชวนเที่ยว : หนองหาร ท่าแร่ แห่ดาว
ชวนเที่ยว : หนองหาร ท่าแร่ แห่ดาว
ชวนเที่ยว : หนองหาร ท่าแร่ แห่ดาว

ชวนเที่ยว : หนองหาร ท่าแร่ แห่ดาว : เรื่อง / ภาพ … นพพร วิจิตร์วงษ์

                                 จังหวะอากาศดีๆ ปลายปีแบบนี้ จังหวัดสกลนคร เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะได้ทั้งความสงบ และความครึกครื้นรื่นรมย์ในคราวเดียว เพราะที่นี่ มีการจัดงานประเพณีแห่ดาว ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ทั้งที่ชุมชนท่าแร่ และในตัวเมืองสกลนคร จากประเพณีทางศาสนา กลายเป็นการจัดงานระดับจังหวัด ที่ดึดดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ เดินทางมาร่วมเฉลิมฉลองในงานเทศกาลนี้ด้วย
                                 การเดินทางไปจ.สกลนครช่วงนี้ มีทางเลือกเพิ่มขึ้น นอกจากรถยนต์ รถโดยสาร สายการบินนกแอร์แล้ว สายการบินแอร์เอเชียก็เพิ่งจะเปิดเที่ยวบินไปสกลนคร เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี่เอง
                                 ไปสกลนครคราวนี้ บอกเลยเป้าหมายอยู่ที่ บ้านท่าแร่ และ หนองหาร ก็เพราะอยากไปดูงานฉลองเทศกาลคริสต์มาส การบังเกิดมาของพระเยซู ซึ่งที่นี่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยชุมชนท่าแร่ ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก และจ.สกลนครยังเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑล หรือสำนักมิสซังโรมันคาทอลิกท่าแร่-หนองแสง
                                 หนึ่งในงานเฉลิมฉลอง ที่นอกเหนือจากพิธีมิซซาฉลองแล้ว ยังมีประเพณีแห่ดาว อันเป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซูเจ้า เนื่องจากในช่วงเวลาที่พระเยซูประสูตินั้น โหราจารย์ได้มองเห็นดาวลักษณะพิเศษดวงหนึ่งที่มีความสุกสว่างกว่าดาวทั่วไป ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเป็นที่น่าอัศจรรย์ จึงออกเดินทางตามแสงแห่งดวงดาว จนไปพบกับสถานที่ประสูติของพระเยซูเจ้า ที่ถ้ำเลี้ยงสัตว์ เมืองเบธเลเฮม ประเทศปาเลสไตน์
                                 ดังนั้น ในค่ำคืนวันที่ 24 ธันวาคมจึงเป็นวันที่มีความหมายสำคัญ และมีการเฉลิมฉลองรวมถึงเป็นโอกาสที่ครอบครัวกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน  โดยเฉพาะชุมชนท่าแร่มีการจัดขบวนแห่ดาวอย่างยิ่งใหญ่ เริ่มตั้งแต่คืนวันที่ 23 และ 24 ธันวาคม ซึ่งมีถือดาวดวงน้อยแห่ไปในชุมชน ท่ามกลางบ้านเรือนที่ประดับประดาด้วยดวงดาวและต้นคริสต์มาสสวยงาม นอกจากนี้ยังมีการแสดงละครเทวดา มีการจัดขบวนรถแห่ดาวที่ประดับตกแต่งด้วยดวงดาวรูปต่างๆ กว่า 20 ขบวน และที่สำคัญคือการประกอบพิธีมิซซาบูชา ณ โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล
                                 ส่วนในช่วงเย็นวันที่ 25 ธันวาคม เป็นการแห่ดาวขบวนใหญ่ มีทั้งขบวนดาวแล้ว ยังมีซานต้า เทวดา นางฟ้าตัวน้อย จากชุมชนชาวคริสต์ในเขต จ.สกลนคร และจังหวัดใกล้เคียง เริ่มจากบริเวณหน้าลานพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 ศูนย์ราชการจังหวัดสกลนคร แห่รอบตัวเมือง ไปยังบริเวณจัดงาน ณ สำนักมิสซังโรมันคาทอลิกท่าแร่-หนองแสง (โรงเรียนเซนต์ยอแซฟ) ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถไปรอชมได้ที่นี่
                                 ระหว่างที่รอชมขบวนแห่ดาว จะเข้าไปเที่ยวชมในชุมชนท่าแร่ ก็สุขใจ นอกจากได้เห็นบ้านเรือนต่างๆ ประดับประดาสวยงามแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของอาคารเก่าแก่อายุนับร้อยปี บางอาคารยังใช้อยู่อาศัยทำมาหากินจนถึงวันนี้ แต่บางอาคารก็ทิ้งร้างไป อย่าง คฤหาสถ์อุดมเดชวัฒน์ ซึ่งเป็นเรือนโบราณของ องเด หรือ นายคำสิงห์ อุดมเดช สร้างเมื่อปี 2476 เป็นร้านขายของเบ็ดเตล็ด ภายในมีพระแท่นบูชาที่สามารถประกอบพิธีทางศาสนาได้เลย แค่ปัจจุบันพื้นล่างชำรุด และถูกทิ้งร้าง ไม่อาจสันนิษฐานว่าใช้ปูนซีเมนต์เทราดพื้นหรือไม่ ใกล้กันเป็นเรือนโบราณของ องเลื่อน หรือ เตรื่อง โสรินทร์ ที่สร้างเมื่อปี 2475 เป็นตึกทรงยุโรป สถาปัตยกรรมฝรั่งเศสผสมเวียดนาม โดยไม่ใช้ปูนซีเมนต์ แต่ช่างญวณใช้ปูนขาวผสมกับทรายและผสมกับยางพืชพื้นเมือง คือยางบงและน้ำอ้อย เป็นเสมือนปูนประสานอิฐและปูนฉาบ ทำโครงส่วนบน คือขื่อ แป และโครงสร้างหลังคา เพื่อยึดผนัง อุปกรณ์บางอย่าง รวมถึงหน้าต่าง ลูกบิด กุญแจ สั่งซื้อมาจากประเทศฝรั่งเศส ใส่เรือส่งมาถึงกรุงเทพฯ แล้วนำขึ้นรถไฟมาโคราช ก่อนบรรทุกด้วยเกวียนเข้ามาที่ท่าแร่อีกต่อ
                            &nbsnbsp;    เลยไปไม่ไกลมาก เป็นบ้านโบราณอายุ 90-100 ปี เป็น บ้านของนายหนู ศรีวรกุล (เฮียน เรียนดึงดึง) และนางหนูนา อุปพงษ์ ซึ่งเป็นบุตรของพระยาประจันตประเทศธานี เจ้าเมืองสกลนครในสมัยนั้น  ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางราชการสั่งปิดโบสถ์ ห้ามทำพิธีกรรมทางศาสนา ชาวคริสต์ที่ท่าแร่ก็มาใช้บ้านหลังนี้เป็นสถานที่ประกอบพิธี รวมถึงหลายคนก็เคยใช้เป็นสถานที่จัดมิซซาแต่งงานที่นี่ …. น่าเสียดายที่ตึกนี้นอกจากถูกทิ้งร้างแล้ว ยังเคยเกิดไฟไหม้ ทำให้ทรุดโทรมอย่างมาก แต่ก็ยังทิ้งร่องรอยของความสวยงามและความยิ่งใหญ่ในอดีตไว้ให้เห็น
                                 ออกจากชุมชนท่าแร่ ไปด้านหลังหมู่บ้าน จะเห็นทะเลสาบหนองหาร กว้างใหญ่ กระตุ้นต่อมอยากให้ไปนั่งชิลๆ โต้สายลมเย็นในเรือที่ล่องกลางน้ำ อ้อมท้ายชุมชน เลาะหนองหารไปจนถึงเขตเทศบาลเมือง ถึงบริเวณสวนสาธารณะสระพังทอง (สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์) สวนสุขภาพขนาดใหญ่ติดหนองหาร มีท่าขึ้นเรือไปเที่ยวหนองหารด้วย
                                 หนองหาร สกลนคร ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากบึงบอระเพ็ด โดยมีความกว้างประมาณ 7 กิโลเมตร ยาว 18 กิโลเมตร พื้นที่รวมทั้งสิ้น 123 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมเขตการปกครองเทศบาลเมืองสกลนคร กับอีก 10 ตำบล ของอ.เมืองสกลนครและอ.โพนนาแก้ว  เนื้อที่กว่า 77,000 ไร่ มีความลึกตั้งแต่ 2 เมตรไปจนถึง 10 เมตร สันนิษฐานว่า เกิดจากการยุบตัวของแผ่นเปลือกโลก อันเนื่องมาจากการถูกชะล้าง ของชั้นหินเกลือใต้ดิน จนเกิดโพรงขนาดใหญ่ และเกิดการพังทลาย ยุบตัวลงเป็นหนองน้ำในเวลาต่อมา
                                 หนองหารที่ว่านี้ ถ้าเรียกกันเจาะจงลงไปก็ต้องบอกว่า เป็นหนองหารหลวง คนละที่กับหนองหานกุมภวาปี ที่จ.อุดรธานี ซึ่งคือหนองหานน้อย แต่ทั้งสองที่ก็มีตำนานเรื่องเล่าต่อๆ กันมาทั้งเรื่องพญานาค ผาแดง นางไอ่ เหมือนๆ กัน นั่นคือการล่มสลายของหมู่บ้าน ยุบตัวกลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ อันเกิดจากการกระทำของพญานาค ประกอบกับชื่อหมู่บ้านหลายแห่งที่สอดคล้องกัน ทำให้ผู้คนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เวลาไปนั่งเรือเที่ยวในหนองหาร จึงมักได้รับคำเตือนว่า เวลาอยู่ในหนองหารไม่ควรพูดเรื่องนี้ หรือพูดถึงสิ่งไม่ดี อาจจะได้รับอันตราย เรือจะล่ม หรือหาปลาไม่ได้ผล  ขนาดว่าในวันที่ฉันไปล่องเรือเล่นในหนองหารเป็นเรือขนาดใหญ่ 2 ชั้น คนขับเรือยังบอกกับทุกคนเรื่องการพูดจานี้ล่ะ
                                 ไม่อยากจะบอกเลยว่า มองไปทางไหน เห็นแต่เวิ้งน้ำ กับท้องน้ำที่เหมือนมีพืชน้ำ อยู่ข้างใต้ บางช่วงก็ดูล้ำลึกจนน่าหวาดหวั่น ออกเรือไปไม่ไกล ก็เห็นเกาะต่างๆ กลางลำน้ำ ว่ากันว่า ถ้านับเกาะในหนองหาร น่าจะมีมากกว่า 30 เกาะทีเดียว เกาะใหญ่สุดเห็นจะเป็นเกาะดอนสวรรค์ มองเห็นมีร่องรอยของวัด และศาสนสถานเก่า ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่น ซึ่งเกาะนี้เคยเป็นปัญหากันมาแล้วจากที่กรมการศาสนาจะไปขึ้นทะเบียนครอบครองวัดร้าง แต่ชาวบ้านรวมตัวกันต่อต้านเนื่องจากเห็นว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์ ไม่ใช่สถานที่จะสร้างวัด
                                 บรรยากาศดีๆ ที่หนองหาร-ท่าแร่ ในช่วงเตรียมการเทศกาลคริสต์มาส ช่วยผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า พร้อมฉลองปลายปีได้อย่างฟินาเล่ จริงๆ …
—————————
(ชวนเที่ยว : หนองหาร ท่าแร่ แห่ดาว : เรื่อง / ภาพ … นพพร วิจิตร์วงษ์)

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: