ลองลิ้มชิมซูชิ สไตล์ Omakase ที่ “Shinsei” ร้านญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์น

Published สิงหาคม 18, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07062150458&srcday=2015-04-15&search=no

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 371

เปรี้ยวปาก

โดย : มติชน อคาเดมี

ลองลิ้มชิมซูชิ สไตล์ Omakase ที่ “Shinsei” ร้านญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์น

ย่านอารีย์ ถือเป็นหนึ่งในแหล่งชุมนุมของชาวออฟฟิศที่ดี เพราะมีร้านอาหารให้เลือกทานหลากหลายเป็นอย่างมาก ทั้งร้านอาหารซีฟู้ด, อาหารยุโรป หรือจะเป็นร้านเบเกอรี่สุดชิกต่างๆ ก็มีให้เลือกมากมาย ส่วนร้านอาหารที่เราเห็นว่ามีอยู่เยอะจริงๆ คงต้องพูดถึง “ร้านอาหารญี่ปุ่น” ซึ่งมีให้เราเลือกหลายร้าน หลากสไตล์ ทั้งประเภทซูชิ-ซาซิมิบาร์ หรือจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบเซต “เบนโตะ” ก็มีค่อนข้างเยอะ แต่ในฉบับนี้ทีมงานของเราจะพาทุกท่านไปพบกับร้านอาหารญี่ปุ่น ที่สไตล์การทานซูชิแบบ Omakase (โอมากาเซะ) หรือที่เรียกว่า การเสิร์ฟตามแต่เชฟจะกรุณา จะว่า อินดี้ก็ไม่ใช่…แต่นี่คือ วัฒนธรรมการทานอาหารญี่ปุ่นที่มีเรื่องราวความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ในวันนี้ทีมงานของเราได้มีโอกาสไปลองลิ้มชิมจานอร่อย ในร้านซูชิที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานนักในซอยอารีย์ ชื่อร้าน Shinsei Authentic Sushi ซึ่งจุดเด่นของร้านอย่างที่เรากล่าวในข้างต้นก็คือ การนำเสนอซูชิสไตล์ Omakase ที่เน้นวัตถุดิบคุณภาพสด ใหม่ ส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว สำหรับที่มาของชื่อร้านนั้น SHINSEI (ชินเซ) เป็น ภาษาญี่ปุ่น ซึ่งหมายถึง AUTHENTIC (ความเป็นมาดั้งเดิม) ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนไม้สไตล์โมเดิร์นผสมผสานกลิ่นอายความเป็นดั้งเดิมของญี่ปุ่น ผนังของร้านตกแต่งด้วยภาพ 2 ภาพที่เล่าถึงประวัติศาสตร์ในสมัยเอโดะ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับร้านแผงลอยที่ขายซูชิ ที่หั่นปลาเป็นชิ้นเล็กๆ แล้ววางลงบนข้าวที่ผสมด้วย น้ำส้มสายชู ส่วนอีกภาพคือ นักแสดงคาบูคิกับเกอิชาที่โด่งดังในสมัยนั้น กำลังนั่งทานซูชิภายในสวน เป็นการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ “ซูชิ” ผสานกับวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นที่มีมาแต่เก่าก่อนได้อย่างลงตัว

คุณชนันท์ ผ่องธัญญา (อาร์ม) เจ้าของร้าน Shinsei Sushi กล่าวว่า เดิมทีเดียวเป็นคนที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และชื่นชอบการทานซูชิ จึงปรึกษากับแฟนสาวชาวญี่ปุ่น เพื่อหาลู่ทางไปศึกษาเกี่ยวกับการทำเมนูซูชิอย่างจริงจังที่โตเกียวซูชิอคาเดมี ซึ่งตรงจุดนี้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมการทำซูชิอาหารทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การทาน ว่าต้องทานแบบไหน อะไรก่อน-อะไรหลัง หรือแม้กระทั่งการหุงข้าวแบบญี่ปุ่น จนกระทั่ง จบการศึกษา และกลับมาเมืองไทยก็มีแนวคิดที่อยากจะเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นอย่างจริงจัง ประกอบกับเรามาเจอพื้นที่ร้านให้เช่าต่อในซอยอารีย์พอดี ก็เลยได้เปิดร้านนี้ขึ้นมา ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2557 ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยส่วนใหญ่ลูกค้าจะมาทานเมนู ซูชิเซต แบบ Omakase หรืออาหารชุดเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งร้านของเราจะเน้นที่อาหารจะต้องสด และใหม่เสมอ พร้อมกับเทคนิคการทำอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม”

สำหรับเมนูอาหารของที่ร้านนี้จะเน้นไปที่ซูชิ ที่เน้นการนำเสนอ ซูชิสไตล์ดั้งเดิม ที่มี Course Omakase เป็นทางเลือกให้ลูกค้าได้ทาน เน้นวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม อาทิเช่น ปลามาได (ปลากะพงแดงญี่ปุ่น), หอยเชลล์ญี่ปุ่น, ปลาฮามาจิ, ไข่หอยเม่น, ปลาไหลทะเล, ปลาทูน่าญี่ปุ่น ฯลฯ สำหรับคนที่อยากทานอาหารญี่ปุ่นประเภทอื่นๆ ก็มีให้เลือกทานมากมายหลากเมนู อาทิเช่น ซาซิมิเซต, โรลประเภทต่างๆ, ข้าวหน้าญี่ปุ่นหลากสไตล์, ชุดอาหารญี่ปุ่นแบบเซต ซึ่งแต่ละเมนูล้วนรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบชั้นยอด ผสานกับการปรุงสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ที่คงรสชาติที่มีกลิ่นอายความอร่อยจากแดนอาทิตย์อุทัยไว้อย่างลงตัวอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดที่คุณต้องไม่พลาดก็คือ เนื้อฮิดะ (Hida) สุดยอดเนื้อวัวญี่ปุ่น จากเมืองฮิดะ จังหวัดจิฟุ ภูมิภาคคันไซ ซึ่งเป็นเนื้อที่ได้รับรางวัลจากการประกวดโอลิมปิกวากิวที่ประเทศญี่ปุ่นถึง 2 ปีซ้อนอีกด้วย ปัจจุบัน เนื้อจากฮิดะถือเป็นเนื้อที่มีราคาประมูลแพงที่สุดในญี่ปุ่นด้วย ซึ่งเมนูที่น่าสนใจของร้านก็คือ เมนู Hida Nigiri (เนื้อฮิดะ ราดซอสหวานและน้ำมันทรัฟเฟิล) และ Hida Foie-Gras Roll (โรลเนื้อฮิดะตับห่าน) ซึ่งทั้ง 2 เมนูนี้ถือเป็นเมนูของร้านที่ขายดี ไม่แพ้เมนูอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

หลังจากพูดคุยไม่นาน…คุณอาร์ม ก็สั่งเมนูเด็ดแต่ละจานมาให้ทีมงานของเราได้ลองลิ้มชิมรสกัน เริ่มกันที่อาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง เมนู ปลาหมึกโฮตารุ กับซอสซึมิโสะ (Hotaru Ika Sumiso Sauce) นำเสนอความอร่อยของปลาหิ่งห้อย ทานคู่ซอสซึมิโสะ และแตงกวาญี่ปุ่น เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยก่อนทานอาหารจานหลักได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ตามมาด้วยอาหารจานหลักอย่าง ซาซิมิเซต (Sashimi) นำเสนอความอร่อยเด็ดของปลาดิบ และอาหารทะเลสดใหม่จากประเทศญี่ปุ่น ในเมนูนี้ประกอบด้วย ปลาฮามาจิ (Shima-Aji) หอยเชลล์ญี่ปุ่น (Hotate), ปลาทูน่าส่วน Chutoro ปลาแซลมอน (Salmon) ปลาหมึกยักษ์ (Tako) และ กุ้งหวาน (Ama-Ebi) ทานคู่กับ ซอสโชยุ ที่หอมกลิ่นปลาแห้งอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมกับวาซาบิสดที่รสชาติเผ็ดร้อนอย่างลงตัว จานหลักต่อมาก็คือ Shinsei Sushi Set เมนูซูชิสไตล์ Omakase นำเสนอความอร่อยเด็ดของวัตถุดิบชั้นเลิศตามฤดูกาลอย่าง ปลามาไดหมักสาหร่ายคอมบุ (Madai Konbujime) ปลาทูน่าส่วน Chutoro, ปลาทูน่าส่วน Otoro, กุ้ง Botan-Ebi, ไข่หอยเม่น (Uni), ไข่ปลาแซลมอน (Ikura), ปลาไหลทะเลญี่ปุ่น (Anago) และตบท้ายด้วย ไข่หวาน Tamago ก็ทำให้เมนูนี้อร่อยอย่างลงตัวแล้ว

นอกจากเมนูข้างต้นแล้วยังมีเมนูอื่นๆ ที่เป็นไฮไลต์ของร้านอีกด้วย อาทิเช่น โรลแซลมอนชีส (Half Salmon Cheeze Roll), ไก่ทอดสไตล์ภาคใต้ของทางญี่ปุ่น (Tori Nanban), โรลกรุบกรอบ (Half Crunchy Roll) ที่เราต้องขอบอกว่า อร่อยเด็ดไม่แพ้กันเลยทีเดียว และอีกเมนูที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ Hida Nigiri (เนื้อฮิดะ ราดซอสหวานและน้ำมันทรัฟเฟิล) และ Hida Foie-Gras Roll (โรลเนื้อฮิดะตับห่าน) ซึ่งตอนนี้มีโปรโมชั่นในราคาประหยัดจากทางร้านอีกด้วย

สำหรับท่านที่อยากลองลิ้มชิมรสอาหารญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิม และซูชิพรีเมี่ยมแบบ Omakase ต้องไม่พลาดร้านนี้เป็นอันขาด หรือถ้าสนใจอยากจะแวะไปลองลิ้มชิมรสกันจริงๆ ก็สามารถแวะไปที่ ซอยพหลโยธิน 7 ใกล้ๆ กับ BTS อารีย์ (ทางออก 3) เดินเข้าซอยไปประมาณ 300 เมตรก็ถึงแล้ว หรือสอบถามทางไปร้านที่โทรศัพท์ (02) 619-7271 ก็ได้ครับ

“แล้วคุณจะหลงใหลอาหารญี่ปุ่น และซูชิพรีเมี่ยมแบบ Omakase อย่างแน่นอน…”

Omakase (โอมากาเซะ) คือ การทานอาหารญี่ปุ่นแบบทำอะไรมาก็ได้ ตามแต่เชฟจะลงมือปรุง และเสิร์ฟให้เราทาน โดยเชฟจะคอยบรรยายสรรพคุณของเมนูแต่ละจานว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร? เวลาทานควรได้รสชาติอย่างไร? คอนเซ็ปต์จานนี้คืออะไร? พร้อมสอดแทรกเกร็ดความรู้เรื่องอาหารที่น่าสนใจ ในขณะที่เราก็นั่งดูเชฟปรุง พร้อมฟังเขาอธิบาย สิ่งนี้เองที่จะกระตุ้นความอยากอาหาร ชวนติดตาม ถ้าไม่ลองนี่ไม่รู้จริงๆ ครับ อย่างถ้าเป็น ซูชิ เชฟจะใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละวัน และเสิร์ฟปลาตามฤดูกาล ปั้นเป็น Nigiri Sushi แบบ Edomae ซึ่งจะปั้นแบบพอดีคำ ข้าวกับหน้าซูชิจะมีสัดส่วนที่สมดุลกัน ปั้นวางบนจานให้ลูกค้าแต่ละคนทีละคำ ไล่จากปลารสอ่อน อย่างปลาเนื้อขาว, ปลีเงิน, หอย ไปจนถึงปลารสเข้ม อย่าง ปลาเนื้อแดง มันๆ โดยจะปรุงรสมาให้แล้ว ไม่ต้องจิ้มโชยุ และอาจจะปิดท้ายด้วยปลาไหล เป็นต้น

“ฮิดะกิว” ได้รับรางวัลเนื้อชั้นดีที่สุด ในการแข่งขันประกวดพันธุ์วัวญี่ปุ่น “วากิวโอลิมปิก” (จัดแข่งทุก 5 ปี) ถึง 2 ครั้งซ้อน ในบรรดาวัวสายพันธุ์ญี่ปุ่นขนสีดำ “ฮิดะกิว” ได้รับการยกย่องว่าเป็นเนื้อวัวชั้นเลิศ ซึ่งมีความนุ่มละเอียด และมีรสอร่อยจนแทบละลายในปาก

“ฮิดะกิว” ถูกเลี้ยงด้วยน้ำที่ใสบริสุทธิ์ และอยู่ในสภาพที่ดี ประกอบกับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีจากผู้เลี้ยง ก่อให้เกิดรสชาติของเนื้อวัวแท้ที่สะอาดปลอดภัย

ที่สำคัญ ไขมันที่ได้รับจากการทานเนื้อวัวชนิดนี้ เป็นไขมันดีที่ประกอบไปด้วย โอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6 เรียกได้ว่านอกจาก “ฮิดะกิว” จะมีรสชาติชั้นเลิศแล้ว ยังบำรุงสุขภาพอีกด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: