ร้านน้ำชากลางดงเหล้า ม.รังสิต Rotee Numcha ชนะได้เพราะกล้าฉีก

Published สิงหาคม 18, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07076150458&srcday=2015-04-15&search=no

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 371

BIG IDEA

สุมิตรา จันทร์เงา

ร้านน้ำชากลางดงเหล้า ม.รังสิต Rotee Numcha ชนะได้เพราะกล้าฉีก

ในสูตรสำเร็จทางการตลาด เรามักจะเชื่อว่า สินค้าประเภทเดียวกันถ้าอยู่ในทำเลที่ตั้งเดียวกันจะเป็นแม่เหล็กที่มีแรงดึงดูดสูง เพราะลูกค้าสามารถเดินทางไปที่เดียวก็มีของให้เลือกได้ทุกอย่างตามต้องการ ในลักษณะ All in One

แต่สำหรับร้าน Rotee Numcha-โรตี น้ำชา สูตรสำเร็จนี้คงใช้ไม่ได้

“ติ๊ก” พาชื่น ศรีประพันธ์ กับ ก้อย พลอยเอี่ยม หุ้นส่วน 2 สาวกอดคอกันตีฝ่าวงล้อมของดงเหล้าร้านอาหารกึ่งผับ บาร์ เป็นร้อยแห่งที่อยู่รายรอบมหาวิทยาลัยรังสิต ภายในหมู่บ้านเมืองเอก ย่านปทุมธานี ได้สำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

โดยไม่ได้ขายเหล้า เบียร์ ไวน์ ไม่ได้ขายอาหารโก้เก๋ หรูหรา นานาชาติ ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น หรือแม้แต่อาหารไทยชาววังที่ใครๆ นิยมกัน

ร้านโรตี น้ำชา ขายแค่โรตีกับน้ำชา และกาแฟ เท่านั้นค่ะ!

และยังเป็นร้านอาหารฮาลาลอีกต่างหาก นั่นหมายความว่า เป็นร้านที่ผ่านการการันตีแล้วว่าอาหารที่ขายสะอาดถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม ไม่มีของต้องห้ามและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด

“โรตี น้ำชา” เพิ่งมาเปิดร้านในหมู่บ้านเมืองเอกได้เพียง 3 ปี หลังจากคนแถวนี้ฟื้นคืนชีวิตใหม่มาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 แต่ตำนานของร้านโรตีมีมาก่อนหน้านี้แล้วกว่า 17 ปี ในหมู่บ้านริเวอร์ ปาร์ค รังสิต

ครอบครัวของพาชื่นเป็นมุสลิม บรรพบุรุษอาศัยอยู่ที่ชุมชนบ้านครัว ย่านมหานาค มาแต่ดั้งเดิม จนถึงรุ่นโต๊ะ (ยาย) กับ แช (ตา) การหากินอยู่กรุงเทพฯ ลำบากจึงอพยพไปจับจองที่ทำกินแถวอำเภอทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์ แชเป็นมุสลิมคนแรกที่ไปปักหลักสร้างกำปงขึ้นที่นั่นและชักชวนคนอื่นไปอยู่ในชุมชนด้วยกัน จนได้เป็นโต๊ะอิหม่ามและเป็นผู้สร้างสุเหร่าของกำปง

วัฒนธรรมอิสลามต้องมีโรตีและน้ำชาไว้รับแขกเสมอ ในวันออกบวชหรือมีศาสนกิจชาวมุสลิมจะทำอาหารไปแบ่งปันกันทานที่สุเหร่า ประกอบกับครอบครัวโต๊ะอิหม่ามมักมีแขกไปมาหาสู่อยู่เรื่อย ทำให้แม่ของพาชื่นต้องฝึกฝนทำโรตีเป็นของรับแขกจนเชี่ยวชาญ

ต่อมา เมื่อแม่ออกเรือนและต้องเลี้ยงลูกตามลำพังเมื่อพ่อเสียชีวิตตอนพาชื่นอายุได้ 11 ขวบ ครอบครัวของพาชื่นต้องไปเปิดแผงลอยขายโรตีที่หน้าตลาดทับสะแกเลี้ยงชีพ ทำให้พาชื่นได้ฝึกฝนการทำโรตีสูตรคุณยายจากแม่มาอย่างช่ำชอง จนกระทั่งเธอเข้ากรุงเทพฯ มาเรียนต่อจนจบด้านการตลาดที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แล้วแต่งงาน มีลูก เมื่อลูกเข้าโรงเรียน จึงคิดอยากทำอะไรเป็นอาชีพ

“ติ๊กช่วยแม่ขายโรตีตั้งแต่อายุ 12 ขวบ ตื่นตี 4 ตี 5 ไม่ได้ตั้งใจอยากจะได้วิชาโรตีหรอกนะ อยากเรียนมหาวิทยาลัยออกไปประกอบอาชีพเหมือนคนอื่นมากกว่า ตอนเช้าขายที่ตลาดแล้วยังไม่พอ 10 โมงแม่ยังนัดไปส่งโรตีใส่ห่อให้ที่หลังโรงเรียนอีก เอาไปขายเพื่อนได้ทุกวันสี่สิบห้าสิบห่อ”

วิญญาณแม่ค้าอยู่ในสายเลือดขนาดนั้น พอลูก 3 ขวบ เข้าเรียนอนุบาลเธอก็ไม่มีอะไรทำเริ่มเหงา จึงคิดทำอะไรที่บ้าน ลองขายโรตีของที่ถนัดนี่แหละ

บังเอิญทำเลหน้าบ้านทาวน์เฮ้าส์ที่หมู่บ้านริเวอร์ ปาร์ค เป็นสนามเทนนิส มีพื้นที่ว่างใช้จัดตลาดนัดทุกวันพฤหัสบดี เธอเริ่มทำโรตีขายด้วยการวางโต๊ะ 1 ตัวที่หน้าบ้าน ใช้เตาแก๊สปิกนิกและกระทะแบน 1 ใบ ทอดโรตีขายอยู่ตรงนั้นให้คนผ่านทางไปมาแวะซื้อ

ริเวอร์ ปาร์ค เป็นหมู่บ้านเปิด คนมาใช้เป็นทางผ่านเยอะ โรตีของเธอจึงขายดีเป็นที่นิยมมาก ภายในเวลาไม่นานก็จำเป็นต้องปรับปรุงโรงรถให้กลายเป็นร้านโรตี-น้ำชาเล็กๆ ตั้งโต๊ะได้ 4 ตัว ติดป้ายชื่อร้านที่หน้าบ้านให้เป็นร้านโรตีโฮมเมดชัดเจน และต่อมาอีกสองสามปีก็ซื้อห้องข้างๆ ขยายเป็นร้านใหญ่ใช้โต๊ะ 8 ตัว กว้างขวาง ตกแต่งสไตล์เรโทรสวยงาม และช่วงนี้เองที่ได้ ก้อย พลอยเอี่ยม มาเป็นหุ้นส่วน เพราะก้อยเป็นเจ้าของห้องติดกันที่เธอขอซื้อมานั่นเอง

ขายโรตี-น้ำชา ที่หมู่บ้านริเวอร์ ปาร์ค นานถึง 14 ปีจนถึงน้ำท่วมใหญ่ 2 สาวคิดอยากเปิดโลกบ้าง อยากลองดูว่า ทำร้านโรตีเล็กๆ ในหมู่บ้านได้สำเร็จจนเป็นร้านในดวงใจผู้คนแล้ว จะสามารถออกไปโตในโลกกว้างที่อื่นได้บ้างไหม…ทั้ง 2 คนตัดสินใจเลือกหมู่บ้านเมืองเอก สนามปราบเซียนเพราะการแข่งขันสูงมาก ถ้าร้านอาหารไม่มีเอกลักษณ์จริงก็จะอยู่ไม่รอด ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นอยู่ตลอดเวลา

“เลือกเมืองเอกเพราะอยากลองเสี่ยงดู กลุ่มลูกค้าเก่าของเราเป็นเด็กนักเรียนมัธยมในหมู่บ้าน ร้านโรตี-น้ำชา เป็นร้านที่ปลอดภัยไว้ใจได้สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง ยอมให้ลูกมานั่งนานๆ ได้ ก็เลยคิดกันว่า ถ้าเราขายเด็กมัธยมได้ก็น่าจะขายกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยได้เหมือนกัน และมันท้าทายมากที่เราจะเอาอะไรที่แปลกแตกต่างมาอยู่ท่ามกลางดงเหล้า ร้านผับบาร์ซึ่งมีมากมายเต็มไปหมดรอบมหาวิทยาลัย”

พาชื่นกับก้อย ทำได้สำเร็จจริงๆ แค่ย่างเข้าปีที่ 3 ร้านโรตี-น้ำชาของพวกเธอก็ฮิตติดลมบน มีลูกค้านักศึกษาหนุนเนื่องเข้าร้านตลอด โดยเฉพาะนักศึกษามุสลิมที่ไม่มีร้านเฉพาะให้ไปนั่งแฮงเอาต์ กลายเป็นว่าร้านโรตีที่ไม่มีแอลกอฮอล์ขายเลยกลับกลายเป็นจุดดึงดูดลูกค้ากลุ่มที่ไม่นิยมดื่มเหล้าเบียร์มานั่งชิลกันในร้านตั้งแต่เปิดตอน 5 โมงเย็นจนถึง 5 ทุ่มทุกวัน

ช่วงใกล้สอบกันร้านนี้จะแน่นขนัดไปด้วยบรรดานักศึกษาที่มานั่งติววิชาต่างๆ กัน เพราะเจ้าของร้านยินดีสนับสนุน แถมมีไว-ไฟ อินเตอร์เน็ตให้ใช้ฟรีตลอดเวลา คนที่ชื่นชอบก็เลยเอาไปพูดปากต่อปาก กลายเป็น ไวรอล มาร์เก็ตติ้ง ที่ได้ผลอย่างคาดไม่ถึง

จากร้านโรตีในบ้านที่เริ่มต้นขายแผ่นละ 5 บาท ใส่ไข่ 8 บาท มะตะบะ 25 บาท ปรับราคาขึ้นมาเรื่อยตามสภาวะเศรษฐกิจ จนบัดนี้ราคาโรตีแผ่นละ 30 บาทแล้วก็ยังขายได้ขายดี ประกอบกับร้านโรตี-น้ำชา ได้นำแผ่นโรตีมาปรับประยุกต์เป็นอาหารจานพิเศษต่างๆ ที่เพิ่มมูลค่าโรตีราคาถูกให้กลายเป็นของมีค่าน่าทานขึ้นมาได้หลากหลายรายการ

เช่น โรตีพิซซ่า โรตีสอดไส้ผักโขม โรตีปูอัด โรตีแกงเขียวหวาน โรตีกรอบ @วิป ซึ่งเป็นของหวานยอดนิยมประจำร้าน ทานคู่กับน้ำชาและกาแฟซึ่งมีให้เลือกมากมาย

พาชื่น บอกว่า โรตีของเธอรับสูตรมาจากแม่ก็จริง แต่ได้ประยุกต์เพิ่มเติมเป็นสไตล์ของตัวเองคือ เธอใส่นมข้นหวานเติมเข้าไปในเนื้อแป้งโรตี ซึ่งปกติจะมีแต่ เนย ไข่ แป้งสาลี เกลือ น้ำตาล เท่านั้น เคล็ดลับที่ได้มาจากแม่คือการนวดแป้ง ต้องนวดให้หนัก นวดให้นานเป็นพิเศษถึงจะได้รส

โรตี น้ำชา จึงเป็นร้านสวยน่านั่งที่ไม่เหมือนใคร ใส่ใจในรายละเอียดการตกแต่งให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนมาบ้านเพื่อน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้ราคาอาหารจะเพิ่มสูงกว่าร้านเดิม 30-40 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีต้นทุนค่าเช่าร้านแพงแต่ก็ยังขายได้ เพราะเมื่อลูกค้าพอใจเสียแล้ว ราคาเท่าไหร่ก็ยอมจ่าย

ใครจะเชื่อว่าของทานเล่นอย่างโรตีที่เราคุ้นเคยกับพ่อค้ารถเข็นข้างถนนธรรมดา จะยกระดับขึ้นมาเป็นร้านโรตีขายดิบขายดีขนาดนี้ได้

ซึ่งคงไม่ใช่แค่ความแปลกและแตกต่างเท่านั้นที่เป็นแม่เหล็ก ยังมีเรื่องของงานบริการ คุณภาพอาหาร ราคาที่จ่ายได้ และความสะดวกสบายน่านั่งด้วย

ทั้งร้านรับลูกค้าได้ราว 100 คนพร้อมกัน แต่บางวันนักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิตทั้งคณะเคยมาขอปิดร้านจัดงานรับน้อง อัดกันอยู่ร่วม 200 คนก็เคยมีมาแล้ว

มาที่ร้านนี้ 1 อิ่ม อาหาร 1 จานอยู่ที่ 85 บาท บวกเครื่องดื่มอีก รวมทั้งหมดไม่เกิน 120 บาทก็นั่งได้หลายชั่วโมง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: