พบรักระหว่างรบ ที่เมืองอัมพวา

Published สิงหาคม 18, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07064150458&srcday=2015-04-15&search=no

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 371

หมุดไมล์

โดย ผศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

พบรักระหว่างรบ ที่เมืองอัมพวา

เมืองไทยที่เข้าสู่หน้าร้อนเช่นนี้ก็ไม่มีใครปฏิเสธนะครับว่าการเดินทางไปเที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพฯ แบบเช้าเย็นนั้น น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าไปร้อนอยู่ไกลๆ หลายวัน ยิ่งเป็นเมืองที่มีเรือกสวนไร่นาก็ยิ่งดี เพราะจะได้หลบไอร้อนได้ง่าย คิดอยู่หลายวันก็ตกลงใจว่า เมืองอัมพวา น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

จะว่าไปแล้ว ปัจจุบันอัมพวาก็เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว เพราะว่าตลาดน้ำอัมพวาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ คนก็เดินทางกันไปทุกเสาร์อาทิตย์ ถ้าเช่นนั้นไปอัมพวาแบบมติชน อคาเดมี ก็จะต้องไปชมศิลปวัฒนธรรมที่ต่างออกไปจากนั้น เมื่อปรึกษาหารือกันแล้ว เราก็เห็นว่าเมืองอัมพวาเป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ในพระราชวงศ์จักรีอยู่ด้วย เพราะพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพบรักกับสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี (นาก) ณ ที่บางช้าง แห่งนี้แต่เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยายังไม่เสียแก่พม่า

ก็เท่ากับว่า พบรักกันระหว่างรบนั่นแล…

เมื่อมีเรื่องให้สืบเสาะหาความเช่นนี้ จึงคิดกันว่า ไปดูเมืองอัมพวาแบบมติชน อคาเดมี กันสักครั้ง โดยเลือกวัดวาอาคารที่มีของดีซ่อนอยู่ให้ได้ชมร่วมกัน เช่น สักการะหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม และชมโบสถ์ที่มีลายปูนปั้นอันวิจิตรหาใครเสมือน ซ้ำบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานพระพุทธบาท ที่สำคัญของประเทศ วัดบางแคใหญ่ ที่มีหอไตรงดงาม หรือแหล่งอื่นๆ อีกมากที่มีความงามเชิงช่าง

ส่วนทางประวัติศาสตร์นั้นเล่า ต้องเข้าใจคำว่า ราชินิกุล ให้ดี

ราชินิกุล หมายถึง สกุลที่เป็นพระญาติของสมเด็จพระเจ้าแผ่นดิน นับทางฝ่ายสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง (นับทางพระมารดา) ดังเช่น พระญาติวงศ์ของสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ 1 ซึ่งมักเรียกรวมๆ กันไปว่า ราชินิกุลบางช้าง เพราะนิเวศสถานเดิมอยู่ ตำบลอัมพวา แขวงอำเภอบางช้าง ซึ่งต่อมาจึงยกเป็นเมืองสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสงคราม ตามลำดับ ราชินิกุลใหญ่ คือ สกุลบุนนาค

ราชินิกุลในรัชกาลที่ 2 อาจนับได้ว่าเป็นราชินิกุลแรกในกรุงรัตนโกสินทร์ กล่าวคือ นับเนื่องจากสายราชินิกุลในสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ ราชินิกุลบางช้างสายตรง คือ เชื้อพระวงศ์ที่สืบมาแต่พระชนกและพระชนนีของสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ คือ ท่านทอง และท่านสั้น ซึ่งภายหลังทรงผนวชเป็นพระรูปชี และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงสถาปนาถวายพระนามว่า สมเด็จพระรูปศิริโสภาคย์มหานาคนารี ท่านทองและท่านสั้น มีโอรสธิดารวม 10 พระองค์ ธิดาคนที่ 4 คือ ท่านนาก หรือต่อมาคือ สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ 1 ส่วนธิดาคนที่ 9 คือ คุณนวล ซึ่งต่อมาแต่งงานกับ เจ้าพระยาอัครมหาเสนา (บุนนาค) มีบุตรธิดาหลายคน เช่น เจ้าคุณหญิงนุ่ม บุนนาค เรียกว่า เจ้าคุณวังหลวง เพราะดูแลกำกับราชการฝ่ายในในพระราชวังหลวง ในรัชกาลที่ 2 และ คุณหญิงต่าย บุนนาค เรียกว่า เจ้าคุณปราสาท เพราะถวายงานในสมเด็จเจ้าฟ้าประไพรวดี กรมหลวงเทพยวดี (ทูลกระหม่อมปราสาท) และบุตรชาย คือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ (ดิศ บุนนาค)

ฟังเท่านี้ก็เริ่มเห็นแล้วว่า บางกอกกับอัมพวาไม่ไกลกันเลยนะครับ ผูกพันกันแนบสนิทมาช้านานแล้ว

ส่วนวัดที่อยากให้ไปชมด้วยกัน เช่น วัดอัมพวัน วัดภุมรินทร์กุฎีทอง ก็มีความสำคัญเช่นกันครับ

วัดอัมพวันเจติยาราม นี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะใหม่ แล้วพระราชทานนามว่า วัดอัมพวันเจติยาราม มีความหมายว่า สวนมะม่วงอันร่มรื่น เกษมสำราญ เป็นสถานที่เคารพบูชา

ประวัติความเป็นมาของวัดนี้ เล่าว่า พระชนกชนนีของสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี พระอัครมเหสีในรัชกาลที่ 1 ตั้งบ้านเรือนอยู่ทางทิศเหนือของวัดจุฬามณี วันหนึ่งขณะที่ท่านทั้งสองถือศีลอุโบสถอยู่ที่วัดจุฬามณี เกิดเพลิงไหม้บ้านจนหมดสิ้น จึงย้ายบ้านเรือนไปปลูกที่ริมคลองอัมพวา ที่เป็นวัดอัมพวันเจติยารามในปัจจุบัน ครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ดำรงพระยศเป็น หลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี เมื่อเกิดสงครามพม่าในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้พาครอบครัวอพยพมาอยู่ที่บ้านอัมพวา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรี จึงมีพระประสูติกาล ณ บ้านอัมพวาแห่งนี้

เมื่อสมเด็จพระชนกสวรรคต สมเด็จพระราชชนนี ของสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี จึงทรงอุทิศบ้านและสวนบริเวณนั้นสร้างเป็นวัดชื่อ วัดอัมพวา ตามชื่อคลอง ต่อมาเรียกกันว่า วัดอัมพวัน ในสมัยรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระอมรินทรามาตย์ ได้ทรงชักชวนพระราชวงศ์มาปฏิสังขรณ์ วัดอัมพวันจึงมีฐานะเป็นพระอารามหลวง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงมีพระราชวิจารณ์ วัดอัมพวันเจติยาราม ไว้ว่า “ทรวดทรงพระอุโบสถเป็นแผ่นดินพระพุทธยอดฟ้าเทือกวัดสุวรรณดาราราม พระประธานเป็นอย่างวัดอรุณ แต่เดี๋ยวนี้ผิดพระเศียร น่าจะมีเหตุแตกพังอย่างไร ซ่อมขึ้นไม่เหมือนเก่า พระพักตร์เลว กว่าพระองค์…ซุ้มเสมาเป็นของรัชกาลที่ ๔ ทรงสร้างพระวิหารและกุฎีใหญ่เป็นฝีมือรัชกาลที่ ๓ และพระปรางค์มีระเบียงรูปบานบน ซึ่งแปลกไม่มีที่ไหนใหญ่โตเท่านี้”

เนื่องจากเป็นสถานที่ประสูติของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประชาชนจึงพร้อมใจกันสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ไว้ที่วัดอัมพวันเจติยาราม และบรรจุพระบรมสรีรางคารของพระองค์ไว้ที่พระปรางค์ในวิหารวัดอัมพวัน ด้านในพระอุโบสถเขียนเรื่องราวที่น่าสนใจมาก คือ พระราชประวัติในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย นับแต่ประสูติ และพระราชกรณียกิจที่สำคัญ รวมทั้งงานพระราชนิพนธ์ด้านวรรณคดีไทยอีกด้วย

เดือนพฤษภาคมนี้ เที่ยวอัมพวา ฟังเรื่องรักระหว่างรบ ชมวัดงาม และเที่ยวสวนลิ้นจี่เป็นของแถมกับทัวร์ศิลปวัฒนธรรม มติชน อคาเดมี นะครับ

ในเดือนพฤษภาคม 2558 นี้ เตรียมพบกับทัวร์ศิลปวัฒนธรรม “สวนในบางกอก สวนนอกบางช้าง” ที่มติชน อคาเดมี ที่น่าสนใจตลอดปี 2558 จากมติชน อคาเดมี จะนำพาทุกท่านได้ร่วมแสวงหาและค้นคำตอบ เกร็ดความรู้ในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด พร้อมร่วมทริปกับวิทยากรพิเศษ ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: