บ้านประกอบเอง

Published กรกฎาคม 15, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07078150258&srcday=2015-02-15&search=no

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 367

Big Idea

สุมิตรา จันทร์เงา

บ้านประกอบเอง

เรือนไทยนั้นได้ชื่อว่าเป็นบ้านที่ออกแบบสร้างสรรค์ด้วยภูมิปัญญาไทยอันชาญฉลาด ด้วยระบบการใช้ลิ้นเข้าเดือยชิ้นส่วนต่างๆ จนกลายเป็นบ้าน 1 หลังที่สวยงาม โดยไม่ต้องใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว

นอกจากการก่อสร้างที่ทำได้สะดวกรวดเร็วแล้ว บ้านไทยยังเหมาะกับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศในท้องถิ่น โดยเฉพาะในสมัยโบราณที่ประชากรยังไม่มาก และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมยังมีทรัพยากรให้แบ่งปันกันได้พอเพียง

เมื่อบ้านเมืองพัฒนาขึ้น เราก็รับอิทธิพลฝรั่งเข้ามาใช้ในงานสถาปัตยกรรมมากขึ้นเพราะอยากทันโลกทันสมัย ประกอบกับต้นทุนการปลูกสร้างเรือนไทยในปัจจุบันราคาสูงมาก เพราะเราขาดแคลนไม้เนื้อแข็งในการสร้างบ้าน โดยเฉพาะไม้สัก หลังจากปล่อยให้มีการตัดไม้ทำลายทรัพยากรธรรมชาติกันอย่างมากมายมายาวนาน

สุดท้าย บ้านไทยกลายเป็นของสูงค่าราคาแพง มีแต่เศรษฐีคหบดีผู้มั่งคั่งเท่านั้นที่สามารถครอบครองเป็นเจ้าของได้

แต่ในระหว่างนี้ก็มีสถาปนิกยุคใหม่นำเอาแนวคิดแบบการก่อสร้างบ้านไทยหรือเรือนไทยไปออกแบบทำเป็นบ้านสำเร็จรูป “บ้านน็อกดาวน์” ที่สามารถประกอบสร้างชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างง่ายๆ ใช้เวลาในการปลูกสร้างสั้น ราคาประหยัด อยู่สบายสำหรับคนมีรายได้น้อย

กลายเป็นแนวคิดที่อยู่อาศัยยุคใหม่ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง มีให้เลือกหลายระดับราคา ตั้งแต่หลักหลายล้านบาทลงมา จนถึงเรือนหมื่นบาทแล้วแต่แบบ ขนาด ความหรูหรา ความประณีตพิถีพิถัน และวัสดุที่นำมาใช้

ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา เป็นที่น่าสังเกตว่าแนวคิดในการสร้างบ้านสำเร็จรูป ราคาประหยัด ดูเหมือนจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ มีการพัฒนารูปแบบและวิธีการให้มีความสะดวก รวดเร็ว แข็งแรง และง่ายในการติดตั้งมากขึ้น โดยออกแบบประโยชน์ใช้สอยให้สามารถตอบโจทย์ในการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

หลังจากยุคของบ้านดินทรงกลมยอดนิยมในช่วงหนึ่งของผู้ที่รักการอยู่อาศัยแอบอิงธรรมชาติ หรือผู้ที่ใช้ชีวิตแบบพอเพียงชอบที่จะสร้างที่อยู่อาศัยด้วยมือตัวเอง จนแนวคิดบ้านดินฮิตติดตลาดมาหลายปี ถึงตอนนี้เราจะเห็นว่าบ้านทรงกล่อง หรือทรงเหลี่ยมง่ายๆ เป็นที่สนใจอย่างมาก

ตู้คอนเทนเนอร์เก่าที่ใช้บรรทุกสินค้า จึงถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณใหม่ให้กลายเป็นบ้านกล่องราคาสมเหตุสมผล มีการออกแบบพื้นที่ใช้สอยและเพิ่มมุมมองให้ความเป็นกล่องทึบหมดไป กลายเป็นบ้านหลังเล็กหน้าตาดีที่มีผู้นิยมกันมาก แต่เมื่อตลาดบ้านตู้คอนเทนเนอร์ขยายตัวมาก กลับปรากฏว่าราคาตู้คอนเทนเนอร์เก่าปรับสูงขึ้นจนจับกันไม่ลง ทำให้นาทีนี้บ้านตู้คอนเทนเนอร์กลายเป็นของแพงไปแล้วเช่นกัน

สำหรับบ้านสำเร็จรูปที่นำมาให้ชมนี้ เรียกว่า “Liina Shelter” เป็นบ้านสำเร็จรูปที่ทำจากวัสดุราคาถูก น้ำหนักเบา จำพวกไม้อัดและแผ่นลามิเนต ออกแบบชิ้นส่วนแยกกันขึ้นมาเป็นแผ่นๆ แล้วค่อยนำมาประกอบเข้าด้วยกันด้วยกรอบไนลอน (Nylon)

กรอบไนลอนนี่เองเป็นที่มาของชื่อบ้าน ซึ่งในภาษาฟินแลนด์เรียกว่า Liina

โครงการนี้เป็นงานออกแบบของกลุ่มนักศึกษา มหาวิทยาลัยอัลโต้ (Aalto University) แห่งประเทศฟินแลนด์ ในโครงงานที่แข่งขันกันนำไปจัดแสดงในงานเอ็กซ์โป Helsinki”s Railway Square World Village Festival 2011 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศฟินแลนด์

ทีมนักศึกษาที่ช่วยกันออกแบบบ้านหลังนี้มีกว่า 20 คน มาจากหลายชาติ ทั้งฟินแลนด์ นอร์เวย์ สเปน บราซิล ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เกาหลี เซอร์เบีย รวมพลังกันตั้งแต่พวกที่เชี่ยวชาญงานออกแบบสถาปัตย์ งานโครงสร้าง วิศวกรรม งานไม้ จนสำเร็จออกมาเป็น Liina

แนวคิดในการสร้างบ้านแบบประกอบเองได้ง่ายที่สุดนี้ มาจากปัญหาของจำนวนผู้อพยพที่มีปริมาณมากขึ้นทุกปี โดยคาดว่าภายในปี ค.ศ. 2050 นี้จะมีผู้อพยพกระจายกันอยู่ทั่วโลกราว 1,000 ล้านคน การอพยพโยกย้ายถิ่นมาจากสาเหตุต่างๆ มากมายทั้งทุพภิกขภัย และภัยสงคราม

บ้าน Liina ที่ออกแบบมาให้ง่ายที่สุดและถูกที่สุดต้องการตอบโจทย์ในเรื่องนี้ เพื่อให้ผู้อพยพทั่วโลกได้มีที่อยู่อาศัยชั่วคราวที่มั่นคงแข็งแรงพอสมควร สุขสบายตามอัตภาพ และมีราคาประหยัด ใช้อยู่อาศัยได้สะดวก สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของท้องถิ่นนั้นๆ

นักศึกษากลุ่มนี้จึงเลือกวัสดุไม้ประกอบบ้านขึ้นทั้งหลัง ต้นแบบของบ้านเน้นปลูกสร้างให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศของเมือง Ararat ในประเทศตุรกี

กรอบไนลอน เป็นอุปกรณ์สำคัญในการใช้ยึดกรอบชิ้นส่วนทั้งหมดให้ติดเข้าด้วยกัน และนี่เองคือที่มาของชื่อผลิตภัณฑ์ตัวนี้

และเมื่อแผ่นไม้ทั้งหมดขนาดชิ้นละ 60×60 เซนติเมตร ประกอบขึ้นเป็นบ้านเสร็จแล้วก็จะถูกหุ้มห่อด้วยวัสดุคล้ายกับเต็นท์เพื่อให้มันกันแดดกันรังสี UV และกันฝนได้

บ้านทั้งหลังสามารถประกอบเสร็จโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือไฟฟ้าใดๆ เลย และมันก็มีน้ำหนักเบาขนาดที่ว่าใช้ผู้ใหญ่เพียง 2 คนเท่านั้นก็สามารถประกอบบ้านหลังนี้ได้สำเร็จทั้งหลัง โดยใช้เวลาทั้งหมด 6 ชั่วโมงเท่านั้น

บ้านหลังนี้ใหญ่โตโอ่โถงพอสมควร ออกแบบมาให้สามารถอยู่กันได้ไม่อึดอัดสำหรับครอบครัวขนาด 4-5 คนแบบสบายๆ ด้วยพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านขนาด 18 ตารางเมตร มีส่วนห้องนอน 2 ส่วน พื้นที่ครัว ที่รับประทานอาหาร และห้องนั่งเล่นเล็กๆ ถือว่าไม่เลวร้ายนักสำหรับมาตรฐานการอยู่อาศัยของผู้อพยพที่องค์การสหประชาชาติช่วยเหลืออยู่ด้วยการจัดสรรที่อยู่อาศัยให้ในขนาด 3.5 ตารางเมตร ต่อ 1 คน

บ้านหลังนี้ยังเพิ่มเติมส่วนระเบียงใต้หลังคาอีก 7 ตารางเมตร ให้อยู่อาศัยได้สบายขึ้น ออกแบบโครงสร้างความแข็งแรงให้รองรับแผ่นดินไหวได้ และอยู่อาศัยได้อย่างน้อย 5 ปีต่อเนื่องโดยไม่ชำรุด สามารถอัพเกรด ขยายพื้นที่ได้ รื้อและขนย้าย เคลื่อนที่ไปพร้อมกับเจ้าของไปปลูกสร้างใหม่ในที่อื่นได้สะดวก

สำหรับใครที่ชอบสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ลองเอาแนวคิดนี้ไปออกแบบดูนะคะ เผื่อเป็นทางเลือกสำหรับบ้านชั่วคราวหรือบ้านเฉพาะกิจในโอกาสต่างๆ เช่น ใช้อยู่อาศัยในระหว่างการรอซ่อมบ้าน หรือย้ายหนีน้ำชั่วคราว เป็นต้น

แต่ภูมิอากาศแบบเมืองไทย คงต้องปรับประยุกต์กันสักหน่อย เพื่อจะได้อยู่สบายขึ้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: