ตึกร้องเพลงได้ในวันฝนตก

Published กรกฎาคม 6, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07078010258&srcday=2015-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 366

BIG IDEA

สุมิตรา จันทร์เงา

ตึกร้องเพลงได้ในวันฝนตก

ถ้าคุณหรือใครก็ตามไปยืนอยู่หน้าตึกหลังนี้ในขณะที่สายฝนกำลังโปรยปราย เชื่อไหมว่า คุณจะได้ยินกำแพงตึกแห่งนี้ส่งเสียง…เป็นเสียงเพลง

ตึกหลังนี้ไม่ใช่ตึกธรรมดา มันเป็นงานศิลปะที่ใครๆ เรียกกันว่า “The Singing Drain Pipe of Kunsthofpassage”

เป็นอาคารเก่าแก่ไม่ใหญ่โตนัก ในย่าน Neustadt ของเมืองเดรสเดน (Dresden) ประเทศเยอรมนี นำมาปรับปรุงใหม่โดยนักศึกษาศิลปะกลุ่มหนึ่ง ร่วมกับเจ้าของตึก ช่วยกันออกแบบไอเดียบรรเจิด จนสุดท้ายกลายเป็นที่กล่าวขานโด่งดังไปทั่วโลก

ตั้งแต่ปรับปรุงแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 2001!

……………

ตึกร้องเพลงหลังนี้ตั้งอยู่ในย่านที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นโซนเมืองใหม่ หรือเมืองมหาวิทยาลัย ซึ่งนักท่องเที่ยวจะไม่มีทางหาพบง่ายๆ ในหนังสือไกด์บุ๊กหรือแผนที่นำเที่ยวทั่วไป เพราะยังเป็นสถานที่ลี้ลับที่ชาวเมืองอยากเก็บรักษาเอาไว้ไม่ให้คนไปวุ่นวายมากนัก

ที่ตั้งตัวตึกอยู่ระหว่างถนน Alaun กับถนน Gorlitzer ซึ่งคนต่างชาติต่างถิ่นอาจลำบากหน่อยถ้าคิดจะไปเที่ยวชมเพราะไม่ใช่จะจิ้มแผนที่แล้วมุ่งหน้าไปได้เลย ถ้าจะให้สะดวกจริงก็ต้องไปเช่ารถขับเสาะหาไปเรื่อย

Kunsthofpassage เป็น 1 ใน 5 ของโปรเจ็กต์นักศึกษาศิลปะในเมืองเดรสเดน ที่ต้องการนำเสนอการออกแบบคอร์ตยาร์ด หรือลานบ้านแบบสร้างสรรค์ขึ้นมา โดยพวกนักศึกษาจะไปเสาะหาตึกเก่า เข้าไปคุยกับเจ้าของตึกว่าสมัครใจจะเข้าร่วมโครงการด้วยกันหรือไม่ เสร็จแล้วก็ออกแบบแนวคิดเอามาตกแต่งปรับปรุงตึกใหม่ ใส่แนวคิดด้านศิลปะแง่มุมต่างๆ เข้าไปเพื่อให้เกิดจุดเด่นน่าสนใจขึ้นมา

โครงการทั้งหมดประกอบด้วยตึก 5 หลัง 5 แนวคิด ได้แก่

The Courtyard of the Element (ตึกร้องเพลง)

The Courtyard of Light

The Courtyard of Animals

The Courtyard of the Mythical Creature

The Courtyard of the Metamorphoses

โครงการนี้เป็นงานศิลปะในชื่อ Ginkgo Project ของเหล่านักศึกษาศิลปะและดีไซเนอร์ พวกเขาตั้งใจเลือกเอาตึกเก่ามาออกแบบใหม่เพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะบนผนังตึกขึ้นมาให้มีรูปแบบเฉพาะของแต่ละอาคาร ทำเสร็จไปในปี ค.ศ. 2001 และตึกที่ได้รับความสนใจมากที่สุดก็คือ The Courtyard of the Element ซึ่งเป็นตึกร้องเพลงได้หลังนี้นี่เอง

ลักษณะพิเศษของตึกร้องเพลง Kunsthofpassage ก็คือ ยามสายฝนตกลงมา น้ำฝนจะนำพาเสียงน้ำไหลจากชายคาที่มีรางน้ำฝนรองรับบังคับให้น้ำไหลผ่านท่อรางน้ำที่ออกแบบติดตั้งไว้ด้านหน้าอาคารหลายรูปแบบเพื่อให้เกิดเสียงไพเราะ จนฟังดูเป็นเสียงเพลง ประหนึ่งว่าตึกทั้งหลังกำลังขับกล่อมดนตรีท่ามกลางสายฝนไม่ต่างจากการบรรเลงของวงซิมโฟนีออเคสตราเลยทีเดียว

ตึกร้องเพลงเป็นศิลปะแนวทดลองของประติมากรชื่อ Annette Paul ร่วมกับ 2 ดีไซเนอร์คือ Christoph Rossner และ Andre Tempel ซึ่งช่วยกันจัดวางท่อให้รองรับเสียงน้ำหลายๆ จังหวะท่วงทำนอง แถมยังสร้างสรรค์ท่อน้ำให้เป็นประติมากรรมในรูปแบบคล้ายคลึงกับเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง เราจะเห็นว่าการออกแบบเส้นสายของท่อ ทำให้รู้สึกว่ามันเป็นเหมือนเครื่องเป่าชนิดหนึ่ง

เมื่อฝนเริ่มตก ท่อรับน้ำฝนเหล่านี้ก็จะส่งต่อหยดน้ำที่ไหลรี่ผ่านลงเป็นสายออกไปตามระบบท่อต่างๆ ที่วางรองรับไว้ กลายเป็นเพลงหยดน้ำ

งานชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแนวคิดที่โด่งดังของ Rube Goldburg นักวาดการ์ตูนและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกันที่สร้างสรรค์ Rube Goldburg Machine ขึ้นมา ซึ่งเครื่องกลนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ประกอบด้วยกลไกย่อยต่างๆ ที่ซับซ้อนในการสร้างเสียงให้เกิดท่วงทำนองแตกต่างกันมากมาย

ใครที่เคยอยู่บ้านหลังคาสังกะสี จะนึกภาพออกว่าเวลาที่ฝนตก เสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีจะเป็นอย่างไร จะดังค่อยหรือดังแรง กระชั้นถี่หรือแผ่วเบา ย่อมขึ้นกับลักษณะการตกของฝนขณะนั้น ซึ่งเสียงเพลงจากสายฝนที่ดังออกมาจากตึกหลังนี้ก็จะคล้ายคลึงกับเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสีนั่นเอง เพียงแต่งานออกแบบท่อรับน้ำทำให้เกิดจังหวะ ท่วงทำนองดนตรีและตัวโน้ตต่างๆ ผสมผสานกันออกมาได้ราวกับซิมโฟนีออเคสตราทั้งวงกำลังบรรเลงอยู่

หลายคนจึงเรียกขานตึกหลังนี้ว่าเป็น “ตึกร้องเพลง” เพียงแต่มันจะส่งเสียงได้ก็เฉพาะตอนฝนตกเท่านั้น คนที่ไปเยี่ยมชมจึงต้องรอคอยการมาถึงของฤดูฝน

Kunsthofpassage เป็นตึกร้องเพลงเพียงแห่งเดียวในเมืองเดรสเดน และเชื่อว่าน่าจะมีเพียงแห่งเดียวในโลกนี้ที่ส่งเสียงได้ในยามฝนตก ถือเป็นความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ที่เสริมส่งให้ประเทศที่เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ ศิลปะ และประวัติศาสตร์อันยาวนานอย่างเยอรมนีน่าสนใจยิ่งขึ้น

สำหรับคอร์ตยาร์ดทั้งหมดในโครงการนี้ ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน เป็นศูนย์รวมของร้านค้าเล็กๆ คาเฟ่ แกลลอรี่ ที่มีบรรยากาศเชิญชวนให้มาเดินเที่ยวเล่น ช็อปปิ้ง และนั่งทอดหุ่ยจิบกาแฟในวันพักผ่อนสบายๆ ตามร้านกาแฟริมทางเดิน ซึ่งมีสตรีตอาร์ตให้ชมเป็นอาหารตามากมาย

เดรสเดน (Dresden) นั้นเป็นเมืองหลวงเก่าของเยอรมนีและเมืองมรดกโลกด้านวัฒนธรรม ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเอลเบ (Elbe) มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปีแล้ว เป็นเมืองที่สถาปนาขึ้นในยุคใกล้เคียงกับกรุงสุโขทัยของเรา ได้ชื่อว่าเป็นเมืองสีเขียว เต็มไปด้วยสวนสาธารณะและป่าเขียวชอุ่มริมแม่น้ำ

กษัตริย์ผู้ทำให้นครเดรสเดนเป็นศูนย์กลางศิลปะระดับแนวหน้าของยุโรปตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 คือ ฟรีดริค ออกุสต์ ที่ 1 (Friedrich August I) หรือเป็นที่รู้จักในนาม August the Strong (ออกุสตัสจอมพลัง) เพราะนอกจากเป็นผู้ครองแคว้นแซ็กโซนี่แล้ว ยังเป็นกษัตริย์ของโปแลนด์อีกด้วย

ปัจจุบัน เดรสเดนเป็นเมืองหลวงของแคว้นแซ็กโซนี่ (Saxony) เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรก (Baroque) และนับเป็นเมืองหนึ่งที่มีทรัพย์สมบัติทางศิลปะอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงโอเปร่าที่มีชื่อเสียง พระราชวังสวิงเงอร์ (Zwinger) ซึ่งแต่เดิมถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นสวนส้ม และพื้นที่สำหรับจัดงานสังสรรค์รื่นเริง และต่อมาได้รับการปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องเคลือบที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ปัจจุบัน พระราชวังสวิงเงอร์กลายเป็นสัญลักษณ์ของนครเดรสเดน เพราะเป็นสถาปัตยกรรมแบบบาโรกที่งดงามที่สุดในประเทศเยอรมนี

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: