คนปลูกหมาก อาชีพที่ถูกลืม

Published พฤษภาคม 28, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/494640

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 เม.ย. 2558 05:01

เรื่องราวของหนุ่มใหญ่วัย 51 ทำสวนหมากอยู่ที่ทรงคะนอง สามพราน นครปฐม แม้ความเร้าใจเทียบไม่ได้กับลีลาชีวิตของซุป’ตาร์บางคน แต่สังเวียนชีวิตของหนุ่มใหญ่รายนี้ก็ใช่ว่าจะไร้ซึ่งสีสันเสียทีเดียว

เขาชื่อ ชัยศรี ไทยทวี

หลังจากที่พ่อแม่ของชัยศรี ซึ่งเป็นชาวสวนขนานแท้แต่กำเนิด สู้อุตส่าห์ส่งเสียให้ชัยศรีได้เล่าเรียนจนกระทั่งไขว่คว้าใบปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) จากสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ อย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาได้สำเร็จ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว

หลังสำเร็จการศึกษา เพื่อนๆของชัยศรีหลายคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานตามความรู้ความสามารถที่ร่ำเรียนมา บางคนเลือกเป็นเซลส์แมนในบริษัทขายยาชื่อดัง บ้างเอาดีด้วยการไปสอบบรรจุเข้ารับราชการ บางคนไปเป็นนักเคมี หรือนักวิทยาศาสตร์ ประจำห้อง LAB ของบริษัทมีชื่อเสียง

แต่บัณฑิตหนุ่มในร่างสูงโปร่ง ความรู้ดี ผู้มีผลการเรียนเป็นที่ต้องการของหลายบริษัทอย่าง ชัยศรี เขากลับหันหลังให้กับงานที่เพื่อนๆหลายคนเห็นว่าน่าจะทำเงิน และนำมาซึ่งอนาคตที่สดใส

“พอเรียนจบ ผมก็กลับมาทำสวนที่บ้านทันที” เขาขยับแว่นตา พร้อมโรยยิ้มเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าคนฟังทำหน้าฉงน เขาจึงเฉลยว่า

“คงเป็นเพราะผมชินกับชีวิตชาวสวน อีกอย่างผมไม่ชอบกรุงเทพฯ เบื่อความแออัดของมัน จึงตัดสินใจกลับมาทำสวนหมาก”

นั่นคือเหตุผลของเขา แต่เพราะเหตุใดเขาจึงเลือกทำ สวนหมาก ทั้งที่มีพืชอย่างอื่นเรียงคิวให้เขาเลือกปลูกอีกนับไม่ถ้วน

ชัยศรีเล่าว่า มันเหมือนเป็นไฟต์บังคับของนักมวยที่ต้องทำหน้าที่ป้องกันแชมป์อย่างเลี่ยงไม่ได้

“ที่จริงสวนผมปลูกหลายอย่าง มีส้มโอ กล้วย มะนาว และเลี้ยงปลาไว้ตามร่องสวน แต่มันเลี่ยงไม่ได้ ที่ไหนปลูกส้มโอ และเลี้ยงปลาแรดกับปลานิลไว้ตามร่อง ถ้าไม่ปลูกต้นหมากไว้เพื่อให้รากหมากช่วยเกาะยึดพยุงดิน ปลาพวกนี้จะขุดเซาะดินใช้เป็นที่วางไข่ จนร่องสวนพังกับรากส้มพังพินาศ”

เขาว่า อีกอย่างการปลูกส้มโอไว้กลางแจ้งจำนวนมาก เหมือนเป็นนางกวักอย่างดี เรียกแมลงศัตรูพืชทั้งหลายแหล่ให้แห่มารุมกินส้ม จึงต้องปลูกต้นหมากแซมไว้ตามร่องสวน เพื่อบังร่มเงาให้ต้นส้ม

ชัยศรีเล่าว่า ก่อนเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 54 พื้นที่สวนของเขา 10 ไร่ มีหมากทั้งสิ้น 2,000 กว่าต้น

แต่หลังจากทั้งหมากและส้มโอ ต้องแช่น้ำท่วมนานถึงเดือนครึ่ง หลังน้ำลดต้นไม้ตายเกือบเกลี้ยงสวน เขาจึงต้องเริ่มต้นนับหนึ่ง ลงปลูกทั้งหมากและส้มโอใหม่

แม้ปัจจุบันหมากดูเหมือนเป็นพืชไร้อนาคต เพราะจำนวนคนเคี้ยวหมากร่อยหรอลงไปตามยุคสมัย แต่ชัยศรีบอกว่า อาชีพปลูกหมากยังคงใช้หาเลี้ยงชีพได้สบายมาก เพียงแต่ไม่ควรปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยว เพราะทำให้อยู่รอดยาก ควรจะปลูกควบคู่ไปกับพืชอื่นด้วย

“สมัยนี้คนไทยกินหมากกันน้อยมาก มีแต่คนแก่ตามบ้านนอกกับพวกแรงงานพม่าที่เข้ามารับจ้างในบ้านเรา ผลผลิตหมากส่วนใหญ่จึงถูกนำไปใช้ในด้านพิธีกรรม และอุตสาหกรรม เช่น ใช้เป็นขันหมากในพิธีสู่ขอแต่งงาน พิธีไหว้ครู พิธีบายศรีสู่ขวัญ หรือจัดขายเป็นชุดสำเร็จรูปไว้สำหรับผู้ที่นำไปไหว้พระ และไหว้ ร.5”

ชัยศรีบอกว่า ในแวดวงอุตสาหกรรม ผลหมากเมื่อนำไปสกัดจะได้ไขมัน เมือก และยาง ซึ่งมีสารตัวหนึ่งชื่อ Arecoline เป็นส่วนประกอบของสาร เทนนิน มีการนำไปใช้กับอุตสาหกรรมหลายชนิด

เช่น ใช้เป็นส่วนผสมของสีย้อมผ้า ใช้ย้อมแห ย้อมอวน เพื่อให้ทนทาน ไม่เปื่อยง่าย ใช้สกัดทำน้ำยาฟอกหนังเพื่อให้หนังนิ่มและมีสีสวย

ทุกวันนี้หมากยังถูกนำไปสกัดเป็นยาได้หลายอย่าง เช่น ยาขับพยาธิในสัตว์ ยาแก้ท้องเสีย ท้องเดิน ยาขับปัสสาวะ ยาสมานแผล ยาขับพิษ ยาแก้คัน และยาแก้ปากเปื่อย

ชัยศรีบอกว่า สำหรับลูกค้าหมากกลุ่มที่ซื้อไปบริโภค จะมีพ่อค้าแม่ค้าคนกลางไปรับซื้อผลผลิตจากเขาถึงหน้าสวน โดยมีราคาและกลุ่มลูกค้าแตกต่างกันไปตามเป้าหมาย

“หมากดี ผ่าออกมาต้องเนื้อแดง มีน้ำยาง เนื้อหมากละเอียด เสี้ยนน้อย คนไทยจะนิยมกินหมากอ่อนหรือที่เปลือกยังเขียว จากแหล่งปลูกที่สามพรานกันมากที่สุด เพราะได้ชื่อว่ามีรสชาติดี ถ้าหมากทางสามพรานหมดจึงจะไปกว้านซื้อแถวจันทบุรี และระยองแทน หมากทางใต้ก็มีเหมือนกัน แต่คนไม่ค่อยนิยม เขาว่ารสเฝื่อน หรือกินแล้วยัน คือ มีอาการวิงเวียน ใจสั่น เหงื่อเยอะ หมากทางใต้จึงนิยมใช้สำหรับไหว้พระไหว้เจ้ามากกว่า”

“แต่ถ้าเป็นพวกแรงงานพม่า กับภาคอุตสาหกรรม กลุ่มนี้จะนิยมกินหรือใช้หมากแก่เปลือกสีเหลืองแดงที่ติดอยู่คาต้น ซึ่งคนไทยเราไม่กิน จึงเป็นหมากขายทิ้งถูกๆให้โรงงานเอาไปทำสีย้อม หรือขายให้พม่าที่เคี้ยวหมาก ชาวสวนเห็นว่าบางช่วงที่หมากล้นตลาด จ้างคนเก็บแล้วได้ราคาไม่คุ้ม จึงปล่อยไว้คาต้นจนกลายเป็นหมากแก่ รอโละขายรวดเดียวเป็นคันรถสิบล้อ”

ชัยศรีบอกว่าปกติผลผลิตหมากนับขายกันเป็น 100 ลูก หมากปีหรือหมากที่ออกตามฤดูกาล ซึ่งมักตรงกับช่วงฤดูฝน (พ.ค.-ก.ย.) จะให้ผลผลิตเยอะจนล้นตลาด ราคารับซื้อจากหน้าสวนอยู่ที่ลูกละประมาณ 50 สตางค์ ซึ่งผลผลิตที่ออกมาในช่วงนี้มักได้จากต้นหมากแก่ที่มีอายุเกินกว่า 8 ปีขึ้นไป

เขาบอกว่า จะให้ขายได้ราคาดี ต้องปลูกหมากสาว หรือต้นที่มีอายุประมาณ 5-8 ปีเอาไว้เยอะๆ เพราะต้นหมากเหล่านี้จะให้ผลผลิตในช่วงทะวายหรือนอกฤดูกาล ซึ่งตรงกับช่วงฤดูแล้ง

เช่น ออกลูกตั้งแต่ช่วงปีใหม่ ไปจนถึงปลายเดือนมีนาคม ราคารับซื้อหน้าสวนจะแพงถึงลูกละ 10 บาท โดยพ่อค้าคนกลางจะนำไปขายในตลาดลูกละ 12–15 บาท

“เรื่องค่าแรงคนปีนต้นหมากนี่ก็สำคัญ สมัยนี้จะหาคนปีนหมากไม่ได้ง่ายนัก เขาจะคิดค่าแรงกันต้นละ 10 บาท คนที่เก่งจะใช้วิธีตีต้นเอา คืออยู่บนยอดต้นหนึ่งแล้วโยกหรือเอื้อมตัวไปตัดทะลายหมากจากอีกต้นที่อยู่ใกล้กัน โดยที่ไม่ต้องลงจากต้นเพื่อปีนขึ้นใหม่ ตัดได้แล้วก็ใช้ขาหนีบทะลายหมากเอาไว้”

ชัยศรีบอกว่า คนรับจ้างเก็บหมากจะขึ้นกันทีละเป็นร้อยต้น จึงมีรายได้วันละเป็นพันบาท

“พวกนี้รายได้ดีมาก แต่ก็มีความเสี่ยงสูง เพราะตกลงมาถ้าไม่ตาย ก็คางเหลือง” ชัยศรีว่า

“ก่อนปีนเขาจะสำรวจที่โคนต้นก่อนว่ามีเห็ดขึ้นมั้ย ถ้ามีจะขอผ่าน เปลี่ยนไปขึ้นต้นอื่นทันที เพราะปกติต้นหมากจะแข็งแรงและเหนียว แต่ถ้าโดนแดดจัดนานๆ ลำต้นอาจผุกลางลำ หรือถ้ามีเห็ดขึ้นที่โคนต้น หมายถึงอาจมีปลวกไปทำรัง กัดแทะรากหมากจนเสีย ถ้ารากไม่ยึดเกาะกับดิน ขืนเสี่ยงขึ้นไปมีสิทธิตกลงมาคอหักตาย”

ชัยศรีว่า โดยมากคนขึ้นหมากจะชำนาญ ทุกคนมีปลอกรัดขาสองข้างทำจากเชือกป่าน เพื่อให้เกิดแรงเสียดทาน ตอนที่ต้องหนีบขาไว้กับลำต้น แต่ก็มีเหมือนกันที่ปีนขึ้นไปแล้วพลาด ร่วงลงมาจากความสูง 10 เมตร

ผมเคยเห็นกับตารายนึง ดีว่าร่างร่วงลงไปค้างอยู่บนต้นส้มโอ ถ้าลงไปกระแทกกับพื้นคงไม่เหลือ”

ชัยศรีทิ้งท้ายว่า แม้ยุคนี้หมากอาจดูเป็นพืชที่อนาคตไม่ค่อยสดใสเท่าใดนัก แต่ถ้าเจ้าของสวนปลูกไว้เป็นพันต้นขึ้นไป หมากต้นหนึ่งให้ผลผลิตเฉลี่ยต้นละ 200-300 ลูกต่อปี

“ปีไหนขายได้ราคา อย่างน้อยก็มองเห็นเงินหลายแสนมากองตรงหน้า”.

 

Advertisements

One comment on “คนปลูกหมาก อาชีพที่ถูกลืม

  • ใส่ความเห็น

    Fill in your details below or click an icon to log in:

    WordPress.com Logo

    You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Twitter picture

    You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Facebook photo

    You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Google+ photo

    You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Connecting to %s

    %d bloggers like this: