“คลิปหลุด”ภัยออนไลน์ ถึง”ลบทิ้ง”ใช่ว่าจะ”รอด”

Published พฤษภาคม 9, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/scoop/150441

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558, 02.00 น.
มีมาให้เห็นเรื่อยๆ กับกรณี “คลิปหลุด-ภาพหลุด” ไม่ว่าจะเป็นของคนมีชื่อเสียงหรือคนทั่วไป เช่นไม่นานนี้เกิดขึ้นกับนักดนตรีชื่อดังรายหนึ่งมีเพศสัมพันธ์กับแฟนสาว หรือก่อนหน้านี้ที่เป็นเรื่อง “ช็อกโลก” เมื่อภาพสยิวของดาราสาวหลายคนในฮอลลีวู้ดที่เจ้าตัวถ่ายเก็บไว้ ถูกมือดีเจาะระบบล้วงออกมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์

ถึงกระนั้น..แม้จะรู้ว่าภาพ-คลิปเหล่านี้หากถ่ายเก็บไว้มีสิทธิ์ที่จะ “รั่วไหล” ได้ทุกเมื่อ แต่ก็ยังมีคนอีกไม่น้อยที่ต้องการถ่ายเก็บไว้ โดยสาเหตุสำคัญคือ “อยากเก็บวันเวลาดีๆ เมื่อยังหนุ่มสาวไว้ดูเป็นที่ระลึก” ซึ่งประเด็นนี้ ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม ที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) อธิบายว่า เป็นเพราะความสุขของมนุษย์เรานั้นมีอยู่ 5 ประการ

อย่างที่หนึ่ง..มีเงินทอง มั่งคั่งร่ำรวยที่คนเราชอบอวยพรกัน อย่างที่สอง..มีชื่อเสียง มีคนรู้จักมากๆ อย่างที่สาม..มียศฐาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่งหน้าที่การงานระดับสูง เรียกว่าสร้างแรงจูงใจอย่างที่สี่..มีอำนาจมีสิทธิ์เหนือผู้อื่น ผู้คนให้ความเคารพนับถือ และ อย่างที่ห้า..คือความสุขทางเพศ หรือก็คือคำว่า “เซ็กซี่” (Sexy) ก็คือก็เริ่มสร้างความสวยความหล่อ มีการอวดประชันรูปร่างหน้าตา ที่แฝงเรื่องเพศเข้าไปด้วย

ซึ่ง “ความสุขทางเพศ” นี้เอง..ถูกโหมประโคมผ่านสื่อต่างๆ จนทำให้คนเราเกิด “ความหลง”!!!

จนนำมาซึ่งความต้องการ “ยึดติด” และอยากเก็บไว้ให้นานที่สุด!!!

“อันที่ห้านี่ก็คือ Sexy หรือก็คือก็เริ่มสร้างความสวยมากขึ้น รูปร่างหน้าตาอวดสวย มีประกวดนางงาม การประกวดพวกความสวยนี่มันเยอะแยะ พวกความสวย ขาอ่อน หน้าอกอะไรนี่ มีทุกที่ แต่งตัวสวยอะไรพวกนี้ สุดท้ายทุกคนก็ถูกกลืนเข้าไปโดยไม่รู้ตัวเพราะว่านั่นคือความสุข พอมีความสวยก็มีคนให้ความรัก แล้วสื่อมันก็โหมกระหน่ำ สมมติดาราคนนี้สวย เสี่ยให้แหวนเพชร 18 กะรัตเลยนะ ให้บ้าน ให้รถแบบนี้ มันเป็นความสุขที่แบบขายได้” นักจิตวิทยาชื่อดังรายนี้ อธิบาย

และจาก “อิทธิพลสื่อ” นี่เอง ทำให้กลายเป็นกระแส ดร.วัลลภ อธิบายต่อไปว่า คนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ หากไม่ “หลงตัวเอง” ก็จะเป็นพวก “เกลียดตัวเอง” เช่น เมื่อเห็นภาพนายแบบ-นางแบบ ที่รูปร่างหน้าตาดี ขึ้นหน้าปกนิตยสารต่างๆ ในอิริยาบถที่ดูวาบหวิวยั่วยวนทางเพศ เมื่อผู้คนทั่วไปได้ดูได้เห็น นานวันเข้าก็ฝังลงในจิตใต้สำนึก รู้สึก “ไม่พอใจในตนเอง” ก็อยากมีรูปร่างแบบนั้นบ้าง แล้วพอวันหนึ่งสามารถมีรูปร่างอย่างที่หวังไว้จริงๆ ก็อยากจะเก็บภาพนั้นไว้ จึงตัดสินใจถ่ายรูปตนเองไว้บ้าง และบางรายก็ “กล้า” ที่จะอวดอย่างไม่อายฟ้าดิน

ทุกวันนี้เราจึงสามารถเห็นการโชว์ “ของลับ” ไม่ว่าชายหรือหญิง บนโลกออนไลน์กันอย่าง “โจ๋งครึ่ม”!!!

ราวกับว่าเป็นเรื่อง “ปกติ” ที่ใครๆ ก็ทำกัน ไม่ต้อง “หลบๆ ซ่อนๆ” อีกต่อไป!!!

“มันมีสองอย่างคือไม่หลงตัวเองก็เกลียดตัวเอง เพราะถ้าหน้าตาไม่ดีหรือรูปร่างไม่ดีนั้น ก็จะเป็นเหยื่อพวกนี้ ก็จะมีลุคส์ใหม่ไปเลย แต่พวกที่เกลียดตัวเองลึกๆ ก็จะสร้างภาพให้ตัวเองขึ้นมาให้คนดู เพื่อต้องการจะนำเสนอตัวเอง เพราะฉะนั้นชีวิตควรพอใจในสิ่งที่ตนเองมี พอดีในสิ่งที่ตัวเองเป็น แต่คนที่ไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีตอนนี้มีมากขึ้นเพราะถูกสื่อกระตุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมว่ามีอะไรที่มันดีกว่านี้ มากกว่านี้” ดร.วัลลภ กล่าว

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะคนเรามักไม่เข้าใจ “สาระของชีวิต” อย่างแท้จริง ซึ่งชีวิตมนุษย์นั้น “การเปลี่ยนแปลง” เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนต้องพบเจอ และจริงๆ แล้ว การเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงวัยนั้นก็มี “ความงาม” ในตัวเองอยู่ เพียงแต่สื่อก็ดี กระแสสังคมก็ดี เน้นนำเสนอเฉพาะช่วง“วัยหนุ่มสาว” มากกว่าวัยอื่นๆ เท่านั้น จึงทำให้คนเราหลงคิดไปว่า มีแค่วัยหนุ่มสาวเท่านั้นที่มีคุณค่า

เพราะชีวิตคือการเปลี่ยนแปลง และความเปลี่ยนแปลงคือความสวยงาม เหมือนเราเห็นเด็กเล็กๆ กำลังซน กำลังน่ารัก แล้วตอนเป็นวัยรุ่นก็สวยมากเลย พอโตมาเป็นสาวก็สวยอีกแบบหนึ่ง พอวัยกลางคนก็สวยอีกแบบหนึ่ง วัยชราก็อีกแบบหนึ่ง ฉะนั้นมันสวยอยู่ในตัวทุกขณะอยู่แล้ว แต่เราไม่เข้าใจ เพราะสื่อทั้งหมดมันลงแต่เฉพาะตอนหนุ่มสาว ก็เลยไปเสพติดตรงนี้ ทั้งที่ตอนอาวุโสก็เป็นความสง่า เป็นความสวยงามอีกรูปแบบหนึ่ง ทุกอย่างมันดีหมด แต่ในสื่อไม่มีการประกวด ทีนี้ก็ต้องถ่ายเอาไว้

แต่เบื้องหลังแล้วคือไม่พอใจในชีวิตตนเอง คือถ้าดีแล้วไม่ต้องไปแชร์ให้ดู ไม่ต้องให้คนอื่นมาสนใจเรา คือตอนนี้พอมันมีเซลฟี่ ถ่ายแบบเอาไม้เซลฟี่เอาไม้มาต่อ ผู้หญิงบางคนถ่ายไม่สวยเลย แต่อยู่ในบรรยากาศที่สวย ถ้าตัวเองไม่สวยก็อยู่กับคนสวย ถ้าตัวเองไม่หล่อก็อยู่กับคนหล่อ เหมือนเจอดาราก็ขอถ่ายรูปไว้ นี่คือความอยากมีเสน่หาทางเพศ คือไม่มีก็ขออยู่ใกล้คนที่มี คนที่สวยที่หล่อเราก็ไปถ่ายโชว์ นี่ก็เป็นสังคมใหม่ของพวกที่ถูกหลอก ในเรื่องความสวยความงาม คนเรามีการเปลี่ยนแปลงทุกขณะ ดร.วัลลภ ฝากข้อคิด

นอกจากกรณี “ถ่ายตัวเอง” แล้ว ยังมีกรณีรสนิยมทางเพศแบบหนึ่ง ที่ชอบถ่ายภาพ-ถ่ายคลิปตนเองกำลังมีเพศสัมพันธ์กับคู่รัก ซึ่ง พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า แม้จะเป็นรสนิยมที่ไม่ผิดปกติ แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ชอบ ก็ควรจะปฏิเสธ อย่ายินยอมตาม เพราะอาจไม่คุ้มกันเมื่อภาพเกิดหลุดออกไปภายนอก

“บางคนก็มีลักษณะชอบถ่ายภาพคู่ของตัวเองขณะกำลังมีความสัมพันธ์ เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความรู้สึก อันนี้อีกคนก็อาจจะยอมคล้อยตาม ก็จะถ่ายภาพระหว่างมีกิจกรรมร่วมกัน แต่ว่าเวลาหลุดออกมามันก็ไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว ภาพมันก็จะออกมาด้วยกัน ถ้าเรารู้สึกอึดอัด ไม่ชอบวิธีการสร้างความสัมพันธ์แบบนี้ วิธีการแบบนี้ ตามหลักการก็คือปฏิเสธ ไม่จำเป็นต้องยินยอมตาม” รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

อีกด้านหนึ่ง..ในมุมมองจากคนทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอมพิวเตอร์ อธิบายว่า โอกาสที่ภาพ-คลิปลับเหล่านี้จะรั่ว เกิดขึ้นได้ 2 กรณี คือ 1.เมื่อนำอุปกรณ์ไอที เช่น คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือไปซ่อม หรือไปจ้างให้ช่างกู้ข้อมูลขึ้นมา ตรงนี้หากมีภาพที่ไม่พึงประสงค์ ก็สุ่มเสี่ยงที่จะถูกนำไปเผยแพร่ต่อ หรือถูกใช้เพื่อขู่กรรโชกทรัพย์ (BlackMail) กับ 2.บางกรณีอาจเป็นคนใกล้ตัว นำเครื่องไปใช้แล้วไปพบภาพหรือคลิปถูกบันทึกไว้ ก็อาจลักลอบบันทึกแล้วนำออกไปเผยแพร่ต่อได้เช่นกัน

และที่ต้องย้ำกันเสมอทุกครั้ง ไพบูลย์ แนะนำว่า “ห้ามถ่าย-ห้ามบันทึกโดยเด็ดขาด”เพราะถึงจะลบข้อมูลไปแล้ว แต่เมื่อเครื่องไปอยู่กับผู้เชี่ยวชาญ ก็สามารถกู้กลับมาได้อย่างง่ายดาย แม้กระทั่งการ “ล้างเครื่อง” (Format) ก็ไม่มีผล เพราะปัจจุบัน การทำลายข้อมูลในตัวเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Harddisk) อย่างถาวร ต้องใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีกำลังสูงเท่านั้น ทว่าเทคโนโลยีดังกล่าวไม่ใช่ของที่แพร่หลาย

เท่าที่ทราบ..มีเพียง “สำนักงานสอบสวนกลาง” (FBI) ของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ที่มีเครื่องมือดังกล่าวใช้!!!

“เทคโนโลยีปัจจุบัน พวกโปรแกรมที่ใช้กู้ข้อมูล สามารถกู้ได้แม้กระทั่งเราฟอร์แม็ตเครื่องแล้ว หรือแม้แต่เครื่องนั้นตกลงมาจากตึกสามชั้น หรือโดนขว้างให้กระจายก็กู้ได้ ดังนั้นถึงลบไปแล้วก็กู้ขึ้นมาได้หมด การจะลบข้อมูลอย่างถาวร ต้องใช้เครื่องแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีกำลังค่อนข้างสูงมาก ซึ่งเทคโนโลยีตัวนี้ จะต้องเป็นเครื่องมือของเอฟบีไอที่เมืองนอกเท่านั้น ดังนั้นโดยหลักแล้วจึงไม่ควรบันทึกไว้เลยจะดีที่สุด เพราะถ้าบันทึกแล้วต้องทำใจไว้เลยว่ามันถูกกู้ขึ้นมาได้ตลอดเวลา” ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีรายนี้ ฝากทิ้งท้าย

แม้การเผยแพร่ภาพ-คลิปที่มีเนื้อหาลามกอนาจาร จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (4) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงผู้ที่นำไปแชร์ต่อ ย่อมมีความผิดเทียบเท่าผู้ที่เผยแพร่เป็นคนแรก

แต่ในความเป็นจริง ด้วยความที่เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตก้าวหน้าไปไกลมาก ข้อมูลใดๆ เรื่องราวใดๆ ที่ผู้คนให้ความสนใจ หากได้ถูกเผยแพร่ลงในโลกออนไลน์แล้ว มักจะถูกส่งต่อแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วตามลักษณะนิสัยของมนุษย์ที่อยากรู้อยากเห็น หรือกลัวตกกระแสที่สังคมพูดถึงกัน ทำให้การติดตามสืบสาวไปถึง “มือมืด” ที่เป็นผู้นำมาเผยแพร่คนแรก มาดำเนินคดีนั้นทำได้ยาก

ย้ำอีกครั้ง..ถ้าไม่อยากเป็นพระเอก-นางเอกแนว “ปลุกใจเสือป่า” อย่าถ่ายเลยจะดีที่สุด!!!

ชนัดดา บุญครอง

SCOOP@NAEWNA.COM

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: