โรคที่มากับหน้าร้อน 2 : ท้องเสีย

Published มีนาคม 29, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/151337

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2558, 06.00 น.

ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ นอกจากโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว ปัญหาที่ต้องระวังและพบได้บ่อยมาก นั่นคือเรื่อง ท้องเสีย เนื่องจากสภาวะของอุณหภูมิที่ร้อนนี้ส่งผลให้เชื้อโรคทั้งแบคทีเรียและเชื้อโปรโตซัวเช่น เชื้อบิดเจริญได้ดี เมื่อสุนัขกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนก็จะทำให้เกิดปัญหาตามมา

ท้องเสียเป็นอาการที่สร้างความวิตกและเพิ่มงานให้กับเจ้าของสัตว์ได้อย่างมาก เนื่องจากสภาพสัตว์ที่อ่อนเพลีย ประกอบกับกลิ่นและกองอุจจาระที่ทำให้เกิดความไม่น่าดู ที่ได้ฝากรอยไว้ตามพื้นบ้านและสนาม เป็นเหตุให้ต้องทำความสะอาดกันยกใหญ่ วันนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ สาเหตุ และการป้องกันรักษาอาการท้องเสียในสัตว์กันครับ

@ เมื่อไหร่เราจึงจะสรุปได้ว่าท้องเสีย

โดยปกติ สุนัขและแมวจะถ่ายอุจจาระประมาณ 1-2 ครั้งต่อวัน ซึ่งถ้ามีการถ่ายที่ถี่กว่านั้น และอุจจาระมีลักษณะเหลวกว่าปกติ เราก็จะจัดว่าสัตว์มีอาการท้องเสีย เจ้าของสัตว์สามารถสังเกตได้จากจำนวนครั้งของการถ่าย และลักษณะของอุจจาระ ก็พอจะใช้เป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าเจ้าเหมียวเจ้าตูบของเราท้องเสีย

แต่ในบางครั้ง เราจึงอาจไม่เห็นกองอุจจาระโดยตรง เนื่องจากเจ้าตูบเจ้าเหมียวไป “แอบถ่าย” กันในที่ลับๆ  ดังนั้นเราจึงต้องใช้การสังเกตจาก “ขนบริเวณก้นที่เปรอะเปื้อน” จึงจะบอกถึงภาวะท้องเสียในสัตว์เลี้ยงได้ครับ

@ ท้องเสียระดับไหนถึงจะเรียกว่า “รุนแรง”

ความรุนแรงของอาการท้องเสียนั้น อาจเริ่มจาก ลักษณะของอุจจาระมีเนื้อเหลวมากขึ้น คล้ายเนื้อยาสีฟัน หรือสังขยาที่ทานกับขนมปัง (ต้องขออภัยคนที่ชอบทานขนมปังที่ยกตัวอย่างแบบนี้ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการเห็นภาพ และเข้าใจง่ายขึ้นครับ) จนถึงถ่ายพุ่งเป็นน้ำ ซึ่งในรายที่มีสภาพการอักเสบของลำไส้อย่างรุนแรง อาจมีอาการถ่ายพุ่งและมีเลือดปน มีกลิ่นคาว และมักมีอาการอาเจียนร่วมด้วย ซึ่งต้องรีบนำไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน เนื่องจากการเสียน้ำในร่างกายปริมาณมาก จะทำให้เกิดภาวะช็อก และตายได้ โดยเฉพาะลูกสัตว์ซึ่งความทนทานต่อโรคต่ำครับ

@ สาเหตุหลักๆ ของอาการท้องเสียคืออะไร

สาเหตุของการท้องเสียนั้น มักเกิดจากการติดเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมาในน้ำที่ขังตามพื้น จากอาหารที่กินไม่หมดและเหลือทิ้งไว้ในจาน และจากอุจจาระของสัตว์ป่วย ซึ่งเชื้อเหล่านั้นได้แก่ พยาธิ เชื้อแบคทีเรีย เชื้อบิด โปรโตซัว หรือไวรัส โดยตัวที่ทำอันตรายอย่างมาก คือเชื้อไวรัสลำไส้อักเสบ (parvovirus) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

@สามารถติดต่อกันได้อย่างไร

การรับเชื้อ ก็เกิดจากการ “กิน” สิ่งที่ปนเปื้อนในอาหารหรือน้ำที่ตั้งทิ้งไว้หรือเหลือจากในมื้อก่อนหน้านี้ และพบได้บ่อยที่เจ้าตูบหรือเจ้าเหมียวออกไปเดินย่ำพื้นที่มีน้ำขังซึ่งมีเชื้อโรคปนอยู่ และด้วยพฤติกรรมที่รักสะอาดของเขา จะไม่ชอบให้เท้าและตัวเปียกเลอะเทอะ ดังนั้นเมื่อกลับเข้าบ้านก็มักจะทำความสะอาดตัวเองโดยการเลียเท้าที่เปียกให้แห้ง (ซึ่งไม่ได้ล้างมือ-ล้างเท้า แล้วเช็ดแห้งเหมือนในคน) ทำให้รับเอาเชื้อโรคที่ปนเปื้อนเข้าไปโดยการกินนั่นเอง

@ การปฏิบัติตัวของเจ้าของเมื่อสัตว์เลี้ยงเริ่มมีอาการท้องเสีย

เมื่อสัตว์เลี้ยง “เริ่ม” มีอาการท้องเสีย แต่ยังคงกินอาหารได้ดี รวมถึงยังแข็งแรง วิ่งเล่นได้ตามปกติ สิ่งที่เราอาจช่วยเหลือได้เบื้องต้นคือ

– ใช้ผงเกลือแร่ ORS (Oral Rehydration Salt) ที่เราใช้เสียเหงื่อหรือท้องเสียนั่นเอง ผสมน้ำให้สุนัขกิน เพื่อชดเชยการเสียเกลือแร่จากการถ่าย (แต่ต้องมั่นใจว่าสุนัขไม่ได้อยู่ในช่วงการรักษาโรคไตอยู่)

– ให้หลีกเลี่ยงการกินนม และให้งดอาหารสัก 1-2 มื้อเพื่อพักทางเดินอาหาร

– แต่ถ้ายังถ่ายเหลวหรือมีอาการอื่นร่วม ก็ต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ได้เลย

– ในกรณีที่เป็นมาก มีการอาเจียน ถ่ายมีเลือดปน และสัตว์อ่อนเพลียมาก เราไม่ควรป้อนน้ำหรือยาอะไรเลย เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร ทำให้อาเจียนมากขึ้นอีก ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด เนื่องจากสุนัขมีโอกาสเสียชีวิตเนื่องจากการติดเชื้อโรคลำไส้อักเสบจากเชื้อ parvovirus ได้

การตรวจวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการตรวจอุจจาระของสัตว์ป่วยโดยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาสาเหตุของการท้องเสีย ซึ่งได้แก่ ไข่พยาธิ ปรสิต หรือโปรโตซัวต่างๆ หรือสาเหตุอื่น เช่น ไวรัสลำไส้อักเสบ โดยชุดทดสอบที่สามารถตรวจพบได้อย่างแม่นยำ นอกนั้นก็อาจทำการตรวจค่าเลือดอื่นๆ เพื่อนำไปประกอบการวินิจฉัยและการรักษาด้วย

การป้องกัน

เราสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนเชื้อในอาหารและน้ำดื่ม

– ล้างภาชนะใส่อาหารและน้ำให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ

– ป้องกันไม่ให้นก หนู หรือสัตว์อื่นมาเกาะชามอาหาร เนื่องจากสัตว์เหล่านั้นอาจเป็นพาหะนำโรค จากการสัมผัสอุจจาระสัตว์ที่ป่วยมาก่อน แล้วมาแพร่เชื้อที่ชามอาหารของเจ้าตัวน้อยของเราก็ได้

– สำหรับบ้านที่ให้อาหารสด ควรใช้อาหารที่ปรุงสุก ส่วนอาหารเม็ดก็ควรเก็บในที่แห้งและสะอาด

– บางท่านจะแนะนำให้สุนัขกินโยเกิร์ตในปริมาณน้อยเป็นประจำ (วันละ 1-2 ช้อน) เพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในกระเพาะและทางเดินอาหาร จะช่วยป้องกันท้องเสียได้

– เวลาเจ้าตัวเล็กเดินย่ำบริเวณที่มีน้ำท่วมขังมา ให้ล้างเท้าและเช็ดทำความสะอาดให้แห้ง เพื่อไม่ให้เขาเลียตัวเอง

หากเราทำได้ตามนี้แล้ว ก็จะเป็นการช่วยป้องกันเจ้าตัวน้อยของเราจากอาการท้องเสียได้ครับ และ ที่สำคัญ การฉีดวัคซีนรวมเป็นประจำ ตามตารางของสัตวแพทย์ ก็จะเป็นการป้องกันโรคลำไส้อักเสบที่รุนแรงที่เกิดจากจากเชื้อไวรัส ซึ่งช่วยป้องกันการเจ็บป่วยและการสูญเสียได้ดีเป็นอย่างดีทีเดียวครับ

อาจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: