ศลิษา เวทย์นฤมาณ หญิงสาวแสนสวย และฝั่งฝันที่อยากเป็น

Published มีนาคม 2, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มกราคม 2558 เวลา 11:22 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/บันเทิง/339206/ศลิษา-เวทย์นฤมาณ-หญิงสาวแสนสวย-และฝั่งฝันที่อยากเป็น

ศลิษา เวทย์นฤมาณ หญิงสาวแสนสวย และฝั่งฝันที่อยากเป็น

เมื่อแรกเจอหน้าสาวจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่าง จุ๊ยซ์-ศลิษา เวทย์นฤมาณ ความสวยของเธอทำเอาผมอยากเป็นโรคหัวใจเสียดื้อๆ เพราะเธอจะได้รักษาให้หายขาด (ฮา) ในวัย 23 ปี จุ๊ยซ์เองยังคงมุ่งมั่นตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้เป็นคุณหมอที่เก่งในอนาคตอันใกล้ และดูเหมือนว่าเธอคงจะเป็นคุณหมอที่ทั้งสวยและฉลาดทั้งยังมีอุดมการณ์อันแรงกล้า ขณะที่นัดกันเธอเองยังหอบหิ้วหนังสือหนังหามาเต็มไปหมด แม้จะเป็นวันอาทิตย์ที่ใครๆ ต่างหยุดเรียน แต่เธอเองก็ยังต้องมาทำงานกลุ่มซึ่งเจ้าตัวพูดติดตลกถึงเรื่องราวในรั้วมหาวิทยาลัยให้ฟังว่า

“ตอนแรกเราก็ไม่ได้มีความคิดเลยว่าจะเรียนหมอนะ แต่พอเห็นเพื่อนรอบตัวเขาดูมุ่งมั่นอยากเป็นหมอกัน เราก็เลยรู้สึกว่าเอ่อ…อาชีพหมอจริงๆ มันก็มีคุณค่ามันมีประโยชน์มากๆ ได้ช่วยเหลือคน ทั้งยังได้เอาความรู้ที่มีมาดูแลพ่อแม่ได้ เราก็เลยตัดสินใจเลือกจะเรียนแพทย์ หลังจากนั้นก็เลยเตรียมตัวสอบเข้าแพทย์ ซึ่งกว่าจะเข้ามาเรียนได้เราก็ตั้งใจอ่านหนังสือหนักทั้งปีเลยนะ แล้วก็มีไปเรียนพิเศษฝึกทำแบบฝึกหัด แล้วก็พยายามสรุปจับเป็นประเด็นๆ เป็นเรื่องๆ และก็จดลงสมุดไว้เอามาอ่านทบทวนอีกรอบ จนสุดท้ายก็สอบติดคณะแพทย์จุฬาฯ อย่างที่ตั้งใจไว้ค่ะ”

สาวสวยเล่าถึงทริกที่เธอใช้ในการเข้าสู่ประตูแห่งโลกของการรักษา เมื่อได้เข้ามาเรียนรู้เธอเองก็ยิ่งมุ่งมั่นมากกว่าเดิม เรียกได้ว่าอ่านหนังสือหนักกว่าเดิมหลายเท่า ชีวิตวันต่อวันผูกติดกับการศึกษา แต่เธอก็ยังยิ้มสู้จนตอนนี้เรียนอยู่ชั้นปีที่ 5 แล้ว เหลืออีกเพียงหนึ่งปีเธอจะได้เป็นคุณหมอสมใจ ซึ่งสาวหน้าหวานคนนี้เล่าถึงเรื่องการเรียนให้ฟังว่า

 

“คือถึงจะเรียนหนักแต่เราก็ต้องหาเวลาคลายเครียดบ้าง ซึ่งต้องแบ่งเวลาให้ได้ อย่างวันหนึ่งเราก็จะตั้งไว้เลยว่าจะต้องอ่านหนังสือกี่บทแล้วเราถึงไปเที่ยวเล่นได้ ก็จะทำให้เราสามารถโฟกัสกับเวลาได้ว่าเราจะใช้มันแบบไหน คือการเรียนแพทย์สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเราคือการอ่านหนังสือให้ทัน ให้ครอบคลุมทุกโรคเพื่อที่จะได้รู้ขั้นตอนการรักษา จึงต้องเน้นหนักในเรื่องนี้ อย่างตอนแรกที่เข้ามาเรียนหมอเรารู้สึกเสียดายเวลาของเรานะ เพราะวันๆ ก็จะหมดไปกับการเรียนและการอ่านหนังสือ ก็รู้สึกนะว่าบางทีเราก็อยากไปไหนมาไหนเหมือนคนอื่นบ้าง แต่ที่สุดแล้วเราเลือกมาแล้วเราคงไม่ถอยกลับ และถ้าเราไม่ทำแบบนั้นเราก็จะไม่มีความรู้เพื่อช่วยคนไข้ มันจึงเป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้เราขยันอ่านหนังสือได้ทุกวัน แล้วในอนาคตก็ตั้งใจไว้ว่า เราจะเลือกเป็นหมอในสายของแพทย์อายุรศาสตร์”

แม้จะดูเหมือนทุกวินาทีของการเรียนสำคัญที่สุด เธอแทบจะขยับตัวทำอย่างอื่นได้ยาก แต่สาวผู้มีรอยยิ้มกระชากใจคนนี้ ก็มีวิธีการจัดสรรเวลาเพื่อบริหารความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต ซึ่งสาวจุ๊ยซ์มักจะผ่อนคลายความเครียดด้วยการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการวิ่ง เครียดเมื่อไรเป็นต้องใส่รองเท้าออกไปลุย นอกจากนั้นเธอเองยังแบ่งเวลาไปทำงานเพื่อสังคมอีกมากไม่ว่าจะเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของทางคณะ อีกทั้งยังเป็นกลุ่มตัวแทนนิสิตและผู้อัญเชิญพระเกี้ยว ประจำงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 67 นี่ยังไม่หมด เธอยังโดดไปทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์อย่างเป็นพรีเซนเตอร์ในกิจกรรมต่างๆ ล่าสุดก็รับหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์ให้กับงาน“100 ปี แพทย์จุฬาฯ” งานใหญ่ที่เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกได้เข้ามาดูกิจกรรมต่างๆ และให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องทางการแพทย์ทั้งในการรักษาและการเรียนการสอน

 

ทั้งหมดอาจเป็นสาเหตุให้เธอเองดูยุ่งๆ อยู่ตลอดเวลา แต่จุ๊ยซ์กลับบอกว่าทำแล้วรู้สึกสนุก เป็นการผ่อนคลายรูปแบบหนึ่งในชีวิตของสาวเนิร์ดบ้าพลัง ก่อนที่เจ้าตัวจะฝากถึงน้องๆ ที่เตรียมตัวสอบเป็นคุณหมอให้ฟังด้วยใบหน้าที่ดูจริงจังในน้ำเสียงจริงใจว่า…

“อันดับแรกเราอยากให้น้องๆ ที่อยากเรียนแพทย์ถามตัวเองก่อนว่า พร้อมกับการเสียสละไหม ทั้งเวลาส่วนตัวและเวลาให้ครอบครัว คือการเป็นหมอมันไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่ทุกคนคิด เอาแค่ตอนเรียนเราก็ต้องเสียเวลาอ่านหนังสือมากกว่าคนอื่น เรียนหนักถึง 6 ปี พอจบไปก็ทำงานต่างจังหวัดทำงานหนักแล้วไม่เป็นเวลา และจะต้องพบกับเรื่องของความเสียใจอยู่ตลอด เพราะต้องอยู่กับความตายทุกวัน ถ้าทำใจยอมรับสิ่งเหล่านี้ได้ เราก็จะพบข้อดีของการเสียสละ คือการเป็นหมอมันเหมือนเราได้ทำบุญทุกวันเพราะเป็นการได้ช่วยเหลือคน ซึ่งมันมีค่ามากกว่าเรื่องของรายได้ คือในทุกวันนี้อาชีพแพทย์คนมองว่าเป็นเรื่องของธุรกิจไปแล้ว แต่จริงๆ มันไม่ใช่เลยว่าเป็นเพราะอยากมีเงินเยอะๆ เราถึงเลือกเรียนหมอ ถ้าเป็นแบบนั้นเราเลือกเรียนด้านธุรกิจ
ดีกว่า ไม่ต้องเสียสละอะไรมากมายแบบนี้ด้วยว่าไหมคะ”

สาวเจ้าหัวเราะเมื่อพูดจบ ซึ่งก็จริงของเธอ หากไม่มีใจเสียสละแล้วคำว่าวิชาชีพหมอคงไม่น่าภาคภูมิเช่นนี้

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: