‘ละลุ’ อัศจรรย์แห่งดิน น้ำ ฟ้า ฝน…

Published มกราคม 28, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/472522

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ม.ค. 2558 05:01

ข้อความในโพสต์เฟซบุ๊กของพีอาร์สาวสวย พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น Unseen Thailand ในจังหวัดสระแก้ว ไว้อย่างคมคายจนต้องหยิบมาใช้เป็นชื่อเรื่องในสัปดาห์นี้

ต้อนรับปีใหม่ทันใจวัยดิจิตอลกันด้วยสถานที่ท่องเที่ยวแปลกตาที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ขับรถแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ก็จะได้สัมผัสกับอัศจรรย์แห่งธรรมชาติ ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก

“ละลุ” เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการยุบตัวและพังทลายของดิน ต่อมาถูกทั้งลม ทั้งฝนพัด กัดเซาะ เลยทำให้มีรูปร่าง เป็นภูเขาบ้าง เสาหินบ้าง กำแพงบ้าง ต่างๆกันไป

บางคนเปรียบเทียบ “ละลุ” ว่ามีลักษณะคล้ายกับ “แพะเมืองผี” ที่เมืองแพร่ หรือ “เสาดินนาน้อย” (ฮ่อมจ๊อม) ที่เมืองน่าน บางคนเรียกที่นี่ว่า “แพะเมืองผีแห่งใหม่”

ละลุ ที่สระแก้วนี้ มีพื้นที่กว้างขวางมากกว่า 2,000 ไร่ แบ่งออกเป็นโซนๆ มีความแปลกและสวยงามแตกต่างกันไป นักธรณีวิทยา บอกว่า ไม่ว่าจะเป็นละลุ แพะเมืองผี หรือ เสาดินนาน้อย ล้วนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกจากการถล่มของหน้าดิน ส่วนที่แข็งกว่าก็จะคงตัวอยู่ด้านบนกรวดทรายที่อ่อนกว่าด้านล่าง โดยมีลมและฝนช่วยกันทำหน้าที่ศิลปินตกแต่งชั้นดินในเวลาล้านๆปี ส่วนจะมองว่าเป็นรูปอะไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับจินตนาการของแต่ละบุคคล

ประติมากรรมธรรมชาติ

บางคนก็บอกว่าเหมือนเจดีย์ บางคนบอกเหมือนภูเขา เหมือนปราสาท กำแพง ดอกเห็ด ก็สุดแล้วแต่คนจะมอง

คำว่า “ละลุ” เป็นภาษาเขมร แปลว่า “ทะลุ” ซึ่งคงจะหมายถึงการที่ลม ฝน กัดเซาะดิน หิน กรวด ทรายจนทะลุเป็นโพรงอย่างที่เห็นพื้นที่ของละลุ ครอบคลุมถึง 6 หมู่บ้านใน ต.ทัพราช อ.ตาพระยา ทุกๆปี ละลุจะเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับสภาพดิน ฟ้า อากาศ ลมและฝนจะช่วยกันตกแต่งชั้นดินของละลุเป็นรูปต่างๆ บางอันสวยงามเหมือนหน้าผาขนาดใหญ่ บางจุดเหมือนเป็นห้องในหุบเขา ขนาดที่ฝรั่งมังค่าเคยเขียนถึงละลุ ว่าเหมือนแกรนด์แคนยอนของเมืองไทย

ความสวยงามของละลุในช่วงเย็นๆนั้นสวยงามมาก สีน้ำตาลทองของดินที่ตัดกับแสงของพระอาทิตย์ดูงดงามราวกับภาพวาด ยิ่งตัดกับสีเขียวสดของทุ่งข้าวสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยิ่งทำให้กลายเป็นภาพธรรมชาติที่ต้องเก็บไว้ในความทรงจำอีกภาพหนึ่งเลยทีเดียว

การเดินทางไปเที่ยว “ละลุ” ไปได้หลายทาง ถ้าไปจากอำเภออรัญประเทศ ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 348 ทางไปอำเภอตาพระยา ถึงหลักกิโลเมตรที่ 35-36 บ้านกุดเตย ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 3486 ประมาณ 4.5 กม. ถึงสี่แยกโคคลานตรงไปอีกหน่อย จะมีป้ายบอกทางไปละลุทางซ้ายมือให้เลี้ยวไปตามทางอีก 18 กม. ผ่านโรงเรียนบ้านหนองผักแว่น ทางซ้ายมือไปจะพบสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายไป 500 เมตร มองเห็นอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่ทางซ้ายมือ มั่นใจได้ว่า คุณมาถึงละลุแล้ว

หรือจะไปจากทางอำเภอวัฒนานคร ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3128 ถึงสามแยกช่องกุ่ม ประมาณ 25 กม.เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทาง 3393 ผ่านบ้านเขาพรมสุวรรณ จนถึงหลักกิโลที่ 20 เลยไปไม่ไกล ซ้ายมือมีป้าย “หมู่บ้านวัฒนธรรมละลุ” ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนคอนกรีตประมาณ 800 เมตร จนถึงเส้นทางตัดกับถนนลาดยางเข้าหมู่บ้าน (เส้นเดียวกับที่เข้ามาจากสี่แยกโคคลาน) ให้เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 9 กม. ผ่านโรงเรียนบ้านหนองผักแว่น ทางซ้ายมือไปจะพบสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายไป 500 เมตร มองเห็นอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่ทางซ้ายมือ เช่นเดียวกัน

นั่งรถอีแต๊กเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวบ้าน

เมื่อไปถึงละลุ คุณจะต้องเอารถส่วนตัวไปจอดที่ศูนย์ บริการนักท่องเที่ยว แล้วนั่ง “รถอีแต๊ก” ที่ชาวบ้านนำมาให้บริการขับลัดเลาะดูวิถีชีวิตของหมู่บ้าน แล้วตัดออกท้องทุ่ง กินลม ชมวิว สูดอากาศบริสุทธิ์ไปประมาณ 10 นาที

OMG …แปลว่า โอ้มายก็อด! ประติมากรรมธรรมชาติ ที่ซ่อนตัวอยู่หลังทุ่งนา มันยิ่งใหญ่มากจริงๆ

สำหรับรถอีแต๊ก… ก็เป็นอีกหนึ่งสีสันของการท่องเที่ยวที่นี่ ค่าบริการถูกแสนถูก แค่ 200 บาทต่อคัน นั่งได้ประมาณ 8 คน ที่ต้องใช้รถอีแต๊ก ก็เพราะชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เขาไม่ต้องการให้ขับรถส่วนตัวเข้าไปในละลุ เพราะอาจจะทำให้ดินในบริเวณนั้นเกิดการยุบตัวจนทำให้ละลุเกิดความเสียหายได้ หรือถ้าใครไปเที่ยวแล้วยังไม่สะใจ อยากจะนอนพักค้างคืน นอนดูดาว ที่นี่เขาก็มีบริการที่พักแบบโฮมสเตย์ ให้คุณได้สัมผัสกับวิถีชาวบ้าน ประมาณ 20 หลัง ฟังค่าที่พักแล้ว

อย่าตกใจ แค่คืนละ 100 บาทต่อคน ถ้าอยากให้ชาวบ้านทำอาหารให้รับประทานด้วยก็เพิ่มอีก 100 บาทต่อมื้อต่อคน ถูกกว่ากาแฟแบรนด์นอก… แก้วเดียว..เสียอีก…

และถ้าไปพักที่ละลุ แล้วเกิดเบื่อๆว่างๆ ที่นี่เขามีกิจกรรมปั่นจักรยาน หรือไม่ก็พานั่งรถอีแต๊กไปชมวิถีชุมชน เช่น การทำนา ทำไร่พริก ชมฝูงไก่ป่านับร้อยที่วัดป่าหนองผักแว่น ก็เลือกได้ตามอัธยาศัย

ถึงแล้ววววว…ละลุ

การไปเที่ยวละลุ ไม่ต้องรอว่าจะเป็นหน้าไฮซีซั่น หรือโลว์ซีซั่น สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ช่วงที่เข้าไปชมหรือถ่ายรูปแล้วสวยที่สุด คือ ช่วงเช้ากับเย็น ตอนกลางวันแม้ฟ้าจะสวย สีสดใส แต่อากาศอาจจะค่อนข้างร้อนไปสักนิดสำหรับการเที่ยวชมในสถานที่เปิดโล่งเช่นนี้ และถ้าอยากจะฟังเรื่องราวแบบประเภทมีตำนาน ทั้งธรรมชาติ และเรื่องเล่าต่อๆกันมาของละลุ ที่นี่เขามีบริการมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและมัคคุเทศก์น้อย ที่เป็นลูกๆหลานๆ นักเรียนในหมู่บ้านมาช่วยกันอธิบาย หารายได้พิเศษเป็นทุนการศึกษาด้วย

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมท่องเที่ยว “ละลุ” มหัศจรรย์ธรรมชาติไม่ไกลกรุงเทพฯ ติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวละลุบ้านคลองยาง โทร. 08-1286-3064 และ 08-9098-0772 หรือที่องค์การบริหารส่วนตำบลทัพราช โทร. 0-3724-3724

รับรองไม่ผิดหวังค่ะ…..!!!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: